<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BEV | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/bev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 16 Aug 2024 06:33:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>BEV | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บีโอไอไฟเขียวให้ ฮุนได โมบิลิตี้ ลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-ioniq-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-ioniq-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Aug 2024 06:48:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ EV3.5]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า IONIQ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮุนได โมบิลิตี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35303</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  -16 สิงหาคม 2567 : บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมทุ่มงบลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท  เพื่อเตรียมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ครบวงจรในประเทศไทย หลัง ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตามนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย EV3.5 ซึ่งโครงการดังกล่าวมีโรงงานประกอบรถยนต์ชั้นนำภายในประเทศไทย เป็นพันธมิตรสำคัญ ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-ioniq-ev/">บีโอไอไฟเขียวให้ ฮุนได โมบิลิตี้ ลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  -16 สิงหาคม 2567 : <strong>บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> <strong>ประกาศความพร้อมทุ่มงบลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท  เพื่อเตรียมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ครบวงจรในประเทศไทย หลัง</strong><strong> ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย</strong> <strong>ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตามนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย EV3.5 </strong><strong>ซึ่งโครงการดังกล่าว</strong><strong>มี</strong><strong>โรงงานประกอบรถยนต์ชั้นนำภายในประเทศ</strong><strong>ไทย</strong><strong> เป็นพันธมิตรสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-35303"></span></p>
<p><strong>ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)</strong> มั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการเร่งการเปลี่ยนถ่ายตลาดรถยนต์ของประเทศไทย เข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วขึ้น ด้วยการเพิ่มทางเลือก IONIQ รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ และเพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมให้กับผู้บริโภค ทั้งยังช่วยลดมลพิษบนท้องถนน เพื่ออากาศที่สะอาดขึ้นสำหรับทุกคน ถือเป็นการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ‘ความก้าวหน้าเพื่อมนุษยชาติ’</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เจ กิว จอง</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับสากลจากเกาหลีใต้ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างยาวนาน เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพและกำหนดให้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของฮุนไดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างต่อเนื่อง เมื่อรัฐบาลไทยได้ออกนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ตามมาตรการ EV3.5 ฮุนไดจึงพร้อมขานรับต่อการสนับสนุนครั้งนี้อย่างเต็มที่ ในวันนี้ เราได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบีโอไอ ในการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ และแบตเตอรี่ครบวงจร นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของฮุนได ในการร่วมสร้างรากฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า และร่วมผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ สู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p>โครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และแบตเตอรี่ครบวงจรครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ลงทุนโครงการ กับพันธมิตรรายสำคัญเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ชั้นนำภายในประเทศ ซึ่งมีความพร้อมในการเริ่มลงทุนทันที โดยตั้งเป้าหมายเริ่มการผลิตในช่วงต้นปี 2569</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการร่วมมือกับบีโอไอ ในการพิจารณาแผนจัดหาชิ้นส่วน จากกลุ่มผู้ผลิตในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงหุ้นสวนธุรกิจทุกฝ่าย เข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ได้มากที่สุด นอกจากนั้น บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามขั้นตอนขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ EV3.5 จากกรมสรรพสามิต ซึ่งจะมีการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป หลัง ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ได้รับใบอนุญาตจากบีโอไอ โดยจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับโครงการนี้อีกครั้งในอนาคต</p>
<p><strong>มาตรการ EV3.5 เป็นมาตรการที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค โดยมาตรการ EV3.5 นี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุน ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มเติม ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายเดิมเปลี่ยนถ่ายสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และดึงบริษัทรถยนต์รายใหม่ ให้เข้ามาตั้งฐานผลิตในประเทศเพิ่มมากขึ้น</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-ioniq-ev/">บีโอไอไฟเขียวให้ ฮุนได โมบิลิตี้ ลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-ioniq-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 08:12:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮุนได]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ “ฮุนได” เชื่อมั่นนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หนุนประเทศไทยฐานผลิต EV ระดับโลก ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และแบตเตอรี่ครบวงจร พร้อมเดินเครื่องผลิตต้นปี 2569 นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกรายล่าสุดที่ได้ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และผลิตแบตเตอรี่โดยเริ่มจากขั้นตอนการประกอบโมดูล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/">ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ “ฮุนได” เชื่อมั่นนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หนุนประเทศไทยฐานผลิต EV ระดับโลก ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และแบตเตอรี่ครบวงจร พร้อมเดินเครื่องผลิตต้นปี 2569 นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกรายล่าสุดที่ได้ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-35133"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และผลิตแบตเตอรี่โดยเริ่มจากขั้นตอนการประกอบโมดูล เพื่อป้อนให้กับสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นพันธมิตรสำคัญในการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งบริษัทพร้อมจะเริ่มลงทุนทันที และตั้งเป้าจะเริ่มผลิตในช่วงต้นปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนจัดหาชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย ซึ่งบีโอไอจะทำงานร่วมกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยง Supply Chain ในประเทศให้ได้มากที่สุด</p>
<p>“เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก และค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนได ก็ถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การลงทุนสร้างฐานการผลิตรถยนต์ EV ของค่ายเกาหลีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยและนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ยังแสดงถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของฮุนไดในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับไทยเพื่อมุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในระดับโลก และจะช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในการเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมระดับโลกด้วย” นายนฤตม์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มตลาด EV ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง จากข้อมูล Global EV Outlook 2024 โดย IEA พบว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลก มีอัตราเติบโตร้อยละ 25 และคาดว่าสิ้นปี 2567 จะมียอดขายรถยนต์ EV รวมกันกว่า 17 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก โดยปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตยานยนต์ BEV ประเภทต่าง ๆ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/">ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 09:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[HEV]]></category>
		<category><![CDATA[PHEV]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32401</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 22 กุมภาพันธ์ 2567 : สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ในเดือนมกราคม 2567 ดังต่อไปนี้ เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 15,943 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 238.71 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 13,574 คัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/">ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 22 กุมภาพันธ์ 2567 : <strong>สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ </strong><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(ส.อ.ท.)</strong><strong> เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์</strong><strong>ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong><strong>ของประเทศ</strong> <strong>ในเดือนมกราคม</strong> <strong>2567</strong> <strong>ดังต่อไปนี้</strong></p>
<p><span id="more-32401"></span></p>
<figure id="attachment_32403" aria-describedby="caption-attachment-32403" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-32403" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02.jpg" alt="สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-32403" class="wp-caption-text">สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</figcaption></figure>
<p>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 15,943 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 238.71 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 13,574 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 360.92 ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน13,322คันรถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 242 คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 1คัน และรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน9คัน  ส่วนรถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 86 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 273.91 และรถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 2 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 93.75เป็นรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน  2 คัน</p>
<p>ส่วนรถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 2,253 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 46.01 แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน  2,251 คัน และรถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 2 คัน ขณะที่รถโดยสารมีทั้งสิ้น 21 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม2566 ร้อยละ 86.88 และรถบรรทุกมีทั้งสิ้น 7 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 75</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV  </strong>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,143 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 83.99 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,119 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 84.49 ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน 14,097 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน1  คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน  6 คัน และรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 15 คัน</p>
<p>ด้านรถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 24 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 29.41 เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 24 คัน</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV   </strong>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 940 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 2.19 โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 940 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 2.19</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567 </strong> ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 147,743 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 301.75 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 103,290 คัน<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 519.54</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 102,154 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 519.90</li>
<li>รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 817 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 59</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 51 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 628.57</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 60 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 1,900</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 208 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 1,500</li>
<li>รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 365 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 280.21</li>
<li>รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 903 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 70.38</li>
<li>รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 82 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 32.26</li>
<li>รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 821 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 75.43</li>
<li>รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 40,435 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 71</li>
<li>รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 40,300 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 123.76</li>
<li>รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 135 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 107.69</li>
<li>อื่นๆ</li>
<li>รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,440 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 77.84</li>
<li>รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 310 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 933.33</li>
</ul>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567</strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 357,645 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 33.75 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 348,534 คัน<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 34.91</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 347,678 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 34.90</li>
<li>รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 479 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 83</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 57 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 103.57</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 170 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 100</li>
<li>รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 2 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 33.33</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 148<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 448.15</li>
<li>รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
<li>รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 9,102 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 80</li>
<li>รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 9,108 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 0.80</li>
<li>อื่นๆ</li>
<li>รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
</ul>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567</strong> ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 54,907 คัน เ<strong>พิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 26.63 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 54,907 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 26.63</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 54,838 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 26.66</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 41 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 2.50</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 21 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 5</li>
<li>รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 4 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ไม่มีการจดทะเบียน</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/">ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/IEC 17025 : 2017</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bev-ea-certificate-iso-iec-17025-2017/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bev-ea-certificate-iso-iec-17025-2017/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2023 03:59:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[Certificate ISO/IEC 17025 : 2017]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[มอก.17025-2561]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25448</guid>

					<description><![CDATA[<p>บจก. ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/IEC 17025 : 2017  ยกระดับมาตรฐานศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ เทียบเท่าระดับสากล โดยมี นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นประธานในพิธี มอบให้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bev-ea-certificate-iso-iec-17025-2017/">BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/IEC 17025 : 2017</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บจก. ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/IEC 17025 : 2017  ยกระดับมาตรฐานศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ เทียบเท่าระดับสากล โดยมี นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นประธานในพิธี มอบให้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์</strong><span id="more-25448"></span></p>
<p><strong>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.17025-2561</strong> (ISO/IEC 17025-2017) เป็นข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถห้องปฏิบัติการในการดำเนินงานการทดสอบ ซึ่งประกอบด้วยข้อกำหนดด้านการบริหารงานคุณภาพและข้อกำหนดทางวิชาการ โดยมาตรฐานนี้สามารถที่จะนำมาใช้ได้กับทุกองค์กรที่มีการดำเนินกิจกรรมการทดสอบ</p>
<p>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.17025 ที่กำหนดมีวัตถุประสงค์เพื่อ</p>
<ol>
<li>ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อยืนยันว่าห้องปฏิบัติการมีการดำเนินงานด้านระบบคุณภาพเป็นที่เชื่อถือเป็นมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามหลักวิชาการในระดับสากล</li>
<li>ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบของหน่วยรับรอง</li>
<li>ใช้ในการยืนยันและยอมรับความสามารถของห้องปฏิบัติการโดยผู้ใช้บริการห้องปฏิบัติการหรือองค์กรหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย</li>
</ol>
<p>โดยการรับรองคุณภาพของแบตเตอรี่ไฟฟ้าตามมาตรฐาน E-Mark UN100 ของยุโรป ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดระยะเวลาในการส่งไปทดสอบในต่างประเทศ สำหรับการได้รับมอบใบรับรองในวันนี้บริษัทใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพียง 3 เดือน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทคนไทย เทียบเท่ามาตรฐานสากล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bev-ea-certificate-iso-iec-17025-2017/">BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/IEC 17025 : 2017</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bev-ea-certificate-iso-iec-17025-2017/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เห็นชอบเพิ่มมาตรการหนุน EV ลดภาษีประจำปีร้อยละ 80 &#8211; เว้นอากรประกอบรถ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2022 09:39:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22861</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครม. เห็นชอบลดภาษีประจำปีรถ EV ระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน พร้อมยกเว้นอากรศุลกากรรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีในปี 2565 &#8211; 2568 จูงใจให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น กระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ 26 กรกฎาคม 2565 &#8211; นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. ลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ตาม กม. ว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/">ครม. เห็นชอบเพิ่มมาตรการหนุน EV ลดภาษีประจำปีร้อยละ 80 – เว้นอากรประกอบรถ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครม. เห็นชอบลดภาษีประจำปีรถ EV ระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน พร้อมยกเว้นอากรศุลกากรรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีในปี 2565 &#8211; 2568 จูงใจให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น กระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ</strong><span id="more-22861"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22862" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Thanakorn-Wangboonkongchana.jpg" alt="ธนกร วังบุญคงชนะ" width="640" height="456" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Thanakorn-Wangboonkongchana.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Thanakorn-Wangboonkongchana-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Thanakorn-Wangboonkongchana-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Thanakorn-Wangboonkongchana-500x356.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>26 กรกฎาคม 2565 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ</strong></span> <strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. ลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ตาม กม. ว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;. มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ลดอัตราภาษีประจำปี สำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่จดทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 65 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 68 ลงร้อยละ 80 ของอัตราที่กำหนดตาม (11) ของอัตราภาษีประจำปีท้าย พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 22 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ. รถยนต์ (ฉ. 14) พ.ศ. 50 เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน เพื่อเป็นการจูงใจให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปริมาณ PM 2.5 ในอากาศตลอดจนช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศด้วย</p>
<p>ซึ่งการลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยคาดว่าจะมีรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจำนวน 128,736 คัน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประจำปีรถยนต์ไฟฟ้าปีงบประมาณ 2565 -2568 ประมาณ 18,974,572 บาท ซึ่งเป็นการสูญเสียรายได้เพียงร้อยละ 0.05 เป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บทั้งหมด ซึ่งไม่กระทบต่อรายได้ของกรุงเทพมหานครและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะนำไปจัดทำบริการสาธารณะให้กับประชาชน</p>
<p>นอกจากนี้ มติคณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่ประกอบหรือผลิตในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยส่งเสริมการผลิตหรือประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (ประเภท Battery Electric Vehicle หรือ BEV) ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีในปี 65 – 68</p>
<p>มีสาระสำคัญ คือ ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับ (1) รถยนต์นั่ง (2) รถยนต์โดยสาร ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และ (3) รถยนต์กระบะ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) ที่ประกอบหรือผลิตในเขตปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ร่างประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 68</p>
<p>โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่กำหนด เช่น ให้นับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศ สำหรับการนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ และนำไปผลิตหรือประกอบเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือเขตประกอบการเสรี รวมเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศสำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่ม ในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคายานยนต์ไฟฟ้า (BEV) หน้าโรงงาน และการยกเว้นอากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ดังกล่าว ต้องมีผลรวมของมูลค่าวัตถุดิบ ที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิก ASEAN มูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งของนั้น และกำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคาหน้าโรงงาน โดยผู้ขอใช้สิทธิต้องเป็นผู้ประกอบการในเขตปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ประกอบหรือผลิตในเขตปลอดอากรหรือในเขตประกอบการเสรี ในปี พ.ศ. 65 &#8211; 68 คาดว่าจะมีการสูญเสียรายได้ประมาณ 36,128 ล้านบาท และอาจจะเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณความต้องการภายในประเทศ แต่จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศ และช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (BEV)</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/">ครม. เห็นชอบเพิ่มมาตรการหนุน EV ลดภาษีประจำปีร้อยละ 80 – เว้นอากรประกอบรถ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลดภาษีนำเข้า “รถยนต์ไฟฟ้า” 40%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 09:37:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ลดภาษีนำเข้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22052</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 พฤษภาคม 2565 &#8211; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่นำเข้ามาทั้งคัน โดยมีสาระสำคัญคือ ปรับลดหรืองดเว้นอากรนำเข้า “รถยนต์ไฟฟฟ้าแบบแบตเตอรี่” (Battery Electric Vehicle : BEV) ขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน ซึ่งประกอบและนำเข้ามาแบบทั้งคัน (Completely Built Up : CBU) และได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิจากกรมสรรพสามิต โดยมีผลนับตั้งแต่ประกาศบังคับใช้ ถึงวันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลดภาษีนำเข้า “รถยนต์ไฟฟ้า” 40%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>3 พฤษภาคม 2565 &#8211; <strong>เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่นำเข้ามาทั้งคัน โดยมีสาระสำคัญคือ ปรับลดหรืองดเว้นอากรนำเข้า “รถยนต์ไฟฟฟ้าแบบแบตเตอรี่” (Battery Electric Vehicle : BEV) ขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน ซึ่งประกอบและนำเข้ามาแบบทั้งคัน (Completely Built Up : CBU) และได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิจากกรมสรรพสามิต โดยมีผลนับตั้งแต่ประกาศบังคับใช้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566</strong><span id="more-22052"></span></p>
<h2>ประกาศกระทรวงการคลัง</h2>
<h3>เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่เข้ามาทั้งคัน</h3>
<p>เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>ข้อ 1</strong> ในประกาศนี้</p>
<p>“รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป” หมายความว่า รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ซึ่งประกอบสำเร็จรูปและนำเข้ามาทั้งคัน (Completely Built Up : CBU)</p>
<p><strong>ข้อ 2</strong> ให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่นำเข้าตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ดังต่อไปนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">(1) รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกินสองล้านบาทให้ได้รับการลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากร ดังต่อไปนี้</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ก) ผู้นำของเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีแล้ว ยังมีอัตราอากรที่ต้องชำระไม่เกินร้อยละสี่สิบ ให้ได้รับการยกเว้นอากร</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ข) ผู้นำของเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีแล้ว ยังมีอัตราอากรที่ต้องชำระมากกว่าร้อยละสี่สิบ ให้ได้รับการลดอัตราอากรลงอีกร้อยละสี่สิบ</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ค) ผู้นำของเข้าที่ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีให้ได้รับการลดอัตราอากรลงเหลือร้อยละสี่สิบ</p>
<p style="padding-left: 40px;">(2) รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่มีขนาดตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไปและมีราคาขายปลีกแนะนำมากกว่าสองล้านบาทแต่ไม่เกินเจ็ดล้านบาท ให้ได้รับการลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากร ดังต่อไปนี้</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ก) ผู้นำของเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีแล้ว ยังมีอัตราอากรที่ต้องชำระไม่เกินร้อยละยี่สิบ ให้ได้รับการยกเว้นอากร</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ข) ผู้นำของเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีแล้ว ยังมีอัตราอากรที่ต้องชำระมากกว่าร้อยละยี่สิบ ให้ได้รับการลดอัตราอากรลงอีกร้อยละยี่สิบ</p>
<p style="padding-left: 80px;">(ค) ผู้นำของเข้าที่ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีให้ได้รับการลดอัตราอากรลงเหลือร้อยละหกสิบ</p>
<p><strong>ข้อ 3</strong> การลดอัตราอากร หรือยกเว้นอากร ตามข้อ 2 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">(1) ผู้นำของเข้าตามข้อ 2 (1) ต้องแสดงหนังสือรับรองการแสดงการได้รับสิทธิจากกรมสรรพสามิต (ยฟ. 01-02/1)</p>
<p style="padding-left: 40px;">(2) ผู้นำของเข้าตามข้อ 2 (2) ต้องแสดงหนังสือรับรองการแสดงได้รับสิทธิจากกรมสรรพสามิต (ยฟ. 01-02/2)</p>
<p><strong>ข้อ 4</strong> ในกรณีที่ผู้นำของเข้าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนดและกรมสรรพสามิตได้แจ้งเพิกถอนหนังสือรับรองการแสดงการได้รับสิทธิสำหรับของใดกับกรมศุลกากรแล้ว ให้ถือว่าของนั้นไม่ได้รับสิทธิลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามประกาศนี้ตั้งแต่วันนำของเข้า และผู้นำของเข้ามีหน้าที่</p>
<p>ต้องแจ้งขอชำระค่าภาษีอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนสิทธิ และต้องชำระค่าภาษีอากรให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินค่าภาษีอากร แต่ไม่ถูกตัดสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรในการลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามความตกลงการค้าเสรีที่ได้ยื่นไว้ในขณะนำของเข้า</p>
<p><strong>ข้อ 5</strong> ผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามพิธีการที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด</p>
<p><strong>ข้อ 6</strong> ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป</p>
<p><strong>ลงประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน 2565</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลดภาษีนำเข้า “รถยนต์ไฟฟ้า” 40%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-ev-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;โออาร์&#8221; จับมือ &#8220;อีวีโซไซตี้&#8221; ลุยพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่อย่างครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-bev-battery-electric-vehicle/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-bev-battery-electric-vehicle/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2019 09:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมพล สุรพิทยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บุรณิน รัตนสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[อีวีโซไซตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โออาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10956</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน และนายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีวีโซไซตี้ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV: Battery Electric Vehicle) ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่อย่างครบวงจร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-bev-battery-electric-vehicle/">“โออาร์” จับมือ “อีวีโซไซตี้” ลุยพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่อย่างครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;"> นายบุรณิน รัตนสมบัติ</span> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน และ<span style="color: #6cb742;">นายชุมพล สุรพิทยานนท์</span> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;">นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล</span> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีวีโซไซตี้ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV: Battery Electric Vehicle) ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่อย่างครบวงจร</strong><span id="more-10956"></span></p>
<p><strong>นายบุรณิน</strong> เปิดเผยว่า จากแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งค่ายรถยนต์ในไทยได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่หลายรุ่นในราคาที่แข่งขันได้กับราคารถยนต์ทั่วไป ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค โออาร์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV: Electric Vehicle) และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ โออาร์ จึงได้ขยายขอบเขตการให้บริการทางด้านพลังงานให้ครอบคลุมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จำนวน 17 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/11/Battery-Electric-Vehicle.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-10957 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/11/Battery-Electric-Vehicle.jpg" alt="ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV: Battery Electric Vehicle)" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/11/Battery-Electric-Vehicle.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/11/Battery-Electric-Vehicle-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/11/Battery-Electric-Vehicle-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ฝึกอบรมให้ความรู้แก่ช่างของศูนย์บริการรถยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) ให้รองรับการตรวจสภาพและซ่อมบำรุงรักษายานยนต์ไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบติดผนัง (EV Charger) ภายใต้แบรนด์ อัลตร้า อีวี (Ultra EV) ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ดีไซน์โดดเด่น พร้อมบริการติดตั้งและบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย</p>
<p><strong>สำหรับ บริษัท อีวีโซไซตี้ จำกัด (EV Society) ซึ่งเป็นผู้นำในการนำยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่มาใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยนำรถแท็กซี่ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่แบบวีไอพี จำนวน 90 คัน ให้บริการรับส่งผู้โดยสารเป็นรายแรกของไทย มีจุดให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้ โออาร์ และอีวีโซไซตี้ สามารถพัฒนารูปแบบธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ได้ตรงกับความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง รวมถึงช่วยให้ระบบอีวี อีโคซิสเท็มส์ (EV Ecosystem) สมบูรณ์และพัฒนาได้ดียิ่งขึ้นต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-bev-battery-electric-vehicle/">“โออาร์” จับมือ “อีวีโซไซตี้” ลุยพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่อย่างครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-bev-battery-electric-vehicle/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 01:55:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green People]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[เมอร์เซเดส-เบนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเธียมม รถยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8407</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าประเภทรถไฮบริด หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-In HYBRID) ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้าที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซลกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้โดยการเสียบปลั๊กไฟฟ้า หรือสถานีชาร์จไฟ ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ทั่วโลกเกิดความตื่นตัวและปรับเปลี่ยนการผลิตรถยนต์ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับขี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมเพิ่มมากขึ้น เฉกเช่นนี้ จึงทำให้ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งเดินหน้าผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicle – BEV) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับในประเทศไทยบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ได้มีการเดินสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าประเภทรถไฮบริด หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-In HYBRID) ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้าที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซลกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้โดยการเสียบปลั๊กไฟฟ้า หรือสถานีชาร์จไฟ ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ทั่วโลกเกิดความตื่นตัวและปรับเปลี่ยนการผลิตรถยนต์ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับขี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมเพิ่มมากขึ้น</strong><span id="more-8407"></span></p>
<p>เฉกเช่นนี้ จึงทำให้ <strong>บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> มุ่งเดินหน้าผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicle – BEV) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับในประเทศไทยบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ได้มีการเดินสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (EQ Power) มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 โดยปัจจุบันการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรวม 6 รุ่น ทั้ง C-Class E-Class และ S-Class เป็นการตอบรับต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์จากประเทศเยอรมนีจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8432 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg" alt="อันเดรอัส เลทเนอร์" width="600" height="548" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas-300x274.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. อันเดรอัส เลทเนอร์</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ต้องการยกระดับการผลิตรถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียเลย เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมสู่รูปแบบการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ อีกทั้งเล็งเห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันในปี 2565 บริษัทฯ จะผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่รถยนต์จากแบรนด์สมาร์ทไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพนักงานของเราที่จะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ๆ ที่ต้องใช้ทักษะความรู้ขั้นสูง และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มบทบาทสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรของเราในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไปให้ประสบความสำเร็จ”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8409 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong>การเดินหน้าก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ เป็นอีกขั้นสำหรับการตอกย้ำถึงแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนของบริษัทฯ แต่อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดแล้ว บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ยังได้ร่วมมือกับธนบุรีประกอบรถยนต์ลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในจังหวัดสมุทรปราการซึ่งนับเป็นแห่งที่ 6 ของโลก โดยล่าสุดได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์พร้อมการทดสอบแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เป็นการยกระดับความสามารถของคนไทย และสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ GREEN People โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
