<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Carbon Neutrality | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/carbon-neutrality/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Oct 2024 08:21:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Carbon Neutrality | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“พีระพันธุ์” ชี้ภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือรัฐ ปรับตัวรับแผนพลังงานใหม่พร้อมเทรนด์โลกที่มุ่งลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Oct 2024 08:21:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36239</guid>

					<description><![CDATA[<p>17 ต.ค. 67 &#8211; นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอคคล้องกับแผนพลังงานใหม่เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality” ในการจัดสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2024 โดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งสาระสำคัญในการกล่าวปาฐกถาเป็นเรื่องการปรับตัว และไม่ใช่แค่ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัว ภาครัฐเองก็ต้องทำเช่นกัน โดยการปรับตัวไม่ได้แค่ให้สอดคล้องกับแผนพลังงานใหม่เท่านั้น แต่ต้องปรับให้เข้ากับเทรนด์โลกด้วย เพราะทุกภาคมีส่วนในการปล่อยมลภาวะส่งผลต่อภาวะโลกร้อน เห็นได้จากภัยน้ำท่วมในไทย พายุเฮอริเคน ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ สิ่งที่ต้องทำให้เราปรับตัวเข้ากับเทรนด์โลกคือ การลดคาร์บอนที่เกิดจากภาคพลังงาน เพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2050&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-carbon-neutrality/">“พีระพันธุ์” ชี้ภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือรัฐ ปรับตัวรับแผนพลังงานใหม่พร้อมเทรนด์โลกที่มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>17 ต.ค. 67 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอคคล้องกับแผนพลังงานใหม่เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality” ในการจัดสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2024 โดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งสาระสำคัญในการกล่าวปาฐกถาเป็นเรื่องการปรับตัว และไม่ใช่แค่ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัว ภาครัฐเองก็ต้องทำเช่นกัน โดยการปรับตัวไม่ได้แค่ให้สอดคล้องกับแผนพลังงานใหม่เท่านั้น แต่ต้องปรับให้เข้ากับเทรนด์โลกด้วย เพราะทุกภาคมีส่วนในการปล่อยมลภาวะส่งผลต่อภาวะโลกร้อน เห็นได้จากภัยน้ำท่วมในไทย พายุเฮอริเคน ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ</strong></p>
<p><span id="more-36239"></span></p>
<p>สิ่งที่ต้องทำให้เราปรับตัวเข้ากับเทรนด์โลกคือ การลดคาร์บอนที่เกิดจากภาคพลังงาน เพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2050 และ Net Zero 2065 ซึ่งภาคอุตสหากรรมยังต้องใช้พลังงานฟอสซิล เพราะฉะนั้นในแผนพลังงานใหม่จึงวางไว้ให้การผลิตไฟฟ้าที่มาจากเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งไทยเน้นที่พลังงานจากแสงแดด แผน PDP ใหม่จึงต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี การปรับตัวดังกล่าวทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีต้นทุนที่ต้องจ่าย นับว่าเป็นสิ่งท้าทายสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในความเป็นจริงต้นทุนการผลิตเชื้อเพลิงนั้นถูก แต่ระบบการผลิตแพง และมีกฎระเบียบเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความยุ่งยากเป็นอุปสรรค ผมในฐานะเข้ามารับผิดชอบกระทรวงพลังงานจึงกำลังศึกษาและร่างกฎหมาย เพื่อทำอย่างไรให้เอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมสามารถติดตั้งระบบไฟฟ้าได้เอง ง่าย เน้นให้สามารถผลิตในประเทศทำให้ต้นทุนต่ำ เพื่อลดต้นทุนให้กับทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรมด้วย โดยภาคอุตสาหกรรมอาจจะค่อนข้างเหนื่อย เพราะต้องเผชิญอุปสรรคทางการค้า หากสินค้าไม่ได้ผลิตจากพลังงานสะอาดก็จะถูกข้อกีดกันจากประเทศผู้นำเข้า อาจไม่รับซื้อ ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับแผนพลังงานใหม่ แต่ต้องปรับตัวเข้ากับโลกด้วย ซึ่งในภาคปฏิบัติ ภาคอุตสาหกรรมต้องช่วยคิดวิธีแก้ไขและนำเสนอมากับทางภาครัฐ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36240" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Energy-Symposium-2024_01.jpg" alt="สัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Energy-Symposium-2024_01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Energy-Symposium-2024_01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Energy-Symposium-2024_01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Energy-Symposium-2024_01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ภารกิจของแผนพลังงานฉบับใหม่จะต้องไม่ใช่เป็นภาระ แต่เพื่อประเทศเดินหน้าสอดคล้องโลก อย่างไรก็ดี ทั้งหมดของแผนต่างๆ ไม่ได้สำคัญไปกว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ ซึ่งภาครัฐพยายามดำเนินการให้มั่นใจได้ว่ากระทรวงพลังงานดำเนินการแผนพลังงานเพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่ออุตสาหกรรม เพื่อประชาชน ซึ่งขณะนี้แผน PDP อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น หวังว่าท่านที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมจะได้ช่วยระดมความคิดช่วยมองให้สอดคล้องกันหรือพูดง่ายๆว่า ทำอย่างไรให้คาร์บอนลดลงจากภาคการผลิตและการใช้พลังงานก่อนจะเดินทางไปสู่ Net Zero ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าเราจะทำได้หรือเปล่า แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำ และการจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจทุกฝ่าย เช่น ภาคอุตสาหกรรมทำอย่างไรให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง เพราะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำคัญต่อทุกภาคส่วน ภาระหน้าที่ของผมคือต้องสร้างความคล่องตัว ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ควบคุมไม่ได้จากการพึ่งพาเชื้อเพลิงในการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รวมทั้งที่นำเข้าจากเมียนมา ผมมั่นใจว่าวันนี้วิทยากรที่มาร่วมสัมมนามีองค์ความรู้เพื่อจะเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมรับมือกับเทรนด์โลกได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>“สิ่งที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญและดำเนินการอยู่ คือ การนำแผนไปสู่การปฏิบัติด้วยการ “รื้อ ลด ปลด สร้าง” เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมให้สามารถปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนก็สามารถประยุกต์แนวคิดดังกล่าวได้เช่นกัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการปล่อยคาร์บอนจากดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการดูดกลับด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือการชดเชยคาร์บอน จัดการสภาวะปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่าน โดย “รื้อ” ระบบการผลิตการใช้พลังงานเก่าที่ล่าสมัยไร้ประสิทธิภาพออกไป ซึ่งจะเป็นการ “ลด” การใช้พลังงานของตนเองไปโดยอัตโนมัติ นั่นคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้มีการผลิตที่ใช้พลังงานน้อยลง แต่ได้ผลผลิตที่มากขึ้นด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพพลังงานสูง “ปลด” พันธนาการจากการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกด้วยการผลิตพลังงานสะอาดใช้เอง ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกำหนดและควบคุมต้นทุนด้านพลังงานได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะต้นทุนด้านไฟฟ้าที่การผลิตไฟฟ้าของส่วนกลางต้องนำเข้าเชื้อเพลิง LNG จากต่างประเทศ ทำให้มีต้นทุนสูงและมีราคาผันผวนตามราคาตลาดโลก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและกระทบต่อความอยู่รอดของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น การที่ธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนต้องมีแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถบริหารจัดการได้เองที่จะช่วยลดปริมาณความต้องการไฟฟ้าได้ โดยปัจจุบันกระทรวงพลังงานอยู่ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เป็นต้น เพื่อให้มีความทันสมัย ปลดล็อคกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ลดขั้นตอนให้ผู้ประกอบการ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดใช้เอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังสามารถ “สร้าง” มูลค่าเพิ่มให้กับของเสียน้ำเสียจากกระบวนการผลิตของตนเองต่อยอดสู่การผลิตเป็นพลังงานทดแทนสำหรับนำกลับมาใช้เอง “สร้าง” ระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของตนเองด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การปรับปรุงระบบขนส่งเป็นรถไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น” <strong>นายพีระพันธุ์</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-carbon-neutrality/">“พีระพันธุ์” ชี้ภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือรัฐ ปรับตัวรับแผนพลังงานใหม่พร้อมเทรนด์โลกที่มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Eco Expo Asia 2023 มุ่งสู่ Carbon Neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2023-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2023-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 07:41:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Expo Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[HKTDC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31267</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางกองบรรณาธิการได้รับเชิญไปร่วมงาน Eco Expo Asia 2023 ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง เป็นงานนิทรรศการและการประชุมนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดย the Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) และ  Messe Frankfurt (HK) Ltd ร่วม co-organised กับ the Environment and Ecology Bureau&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2023-carbon-neutrality/">Eco Expo Asia 2023 มุ่งสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_31269" aria-describedby="caption-attachment-31269" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-31269" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-01.jpg" alt="Mr. TSE Chin-wan" width="740" height="323" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-01-300x131.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-01-150x65.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-01-500x218.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-31269" class="wp-caption-text"><strong>Mr. TSE Chin-wan</strong>, Secretary for Environment and Ecology, the government of the Hong Kong Special Administrative Region government Secretariat ประธานพิธีเปิดร่วมกับองค์กรสนับสนุน</figcaption></figure>
<p><strong>เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางกองบรรณาธิการได้รับเชิญไปร่วมงาน Eco Expo Asia 2023 ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง เป็นงานนิทรรศการและการประชุมนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดย the Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) และ  Messe Frankfurt (HK) Ltd ร่วม co-organised กับ the Environment and Ecology Bureau of the Hong Kong Special Administrative Region (HKSAR) ในงานนี้ นอกเหนือจากการเข้าชมงาน Expo ที่ AsiaWorld-Expo ระหว่างวันที่ 26 ถึง 29 ตุลาคม ผู้แสดงสินค้าอุตสาหกรรม และผู้ซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าชมและติดต่องานผ่าน Click2Match platform ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2566 เป็นวิธีการ the EXHIBITION+ hybrid model ที่ทาง HKTDC ได้พัฒนาขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-31267"></span></p>
<figure id="attachment_31270" aria-describedby="caption-attachment-31270" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-31270" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-02.jpg" alt="Ms. Sophia Chong" width="720" height="484" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-02-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-02-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-02-500x336.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-31270" class="wp-caption-text"><strong>Ms. Sophia Chong</strong>, Acting Executive Director, HKTDC กล่าวรายงานการจัดงาน Eco Expo Asia 2023</figcaption></figure>
<p>Theme ของงานปีนี้ <strong>“Taking the Leap towards Carbon Neutrality”</strong> มีผู้ร่วมแสดงนิทรรศการประมาณ 300 ราย จาก 12 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจ The Guandong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่งาน Expo นี้</p>
<figure id="attachment_31271" aria-describedby="caption-attachment-31271" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31271" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-03.jpg" alt="มอบของที่ระลึกจาก Green Network " width="720" height="546" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-03-300x228.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-03-150x114.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-03-500x379.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-31271" class="wp-caption-text">มอบของที่ระลึกจาก Green Network ให้ประธานในพิธีเปิด Mr. TSE Chin-wan</figcaption></figure>
<p><strong>Macao Pavilion และ Zhongshan Pavilion</strong> ได้แสดงเทคโนโลยีด้าน IoT, อุปกรณ์จัดการด้วย AI, เทคโนโลยีบำบัดอากาศ</p>
<p><strong>Japan Pavilion</strong> และ <strong>Canada Pavilion</strong> นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Japan Pavilion นำเสนอระบบการขนส่งรูปแบบพลังงานใหม่ วัสดุเส้นใยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีเส้นใยย่อยสลาย Canada Pavilion นำเสนอการกำจัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่น</p>
<figure id="attachment_31272" aria-describedby="caption-attachment-31272" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31272 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-04.jpg" alt="ประธานกลุ่ม HKSTU พาชมธุรกิจ Startup 10 กิจการ ที่มีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="720" height="541" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-04-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-31272" class="wp-caption-text">ประธานกลุ่ม HKSTU พาชมธุรกิจ Startup 10 กิจการ ที่มีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</figcaption></figure>
<p><strong>พื้นที่ 9 Zone ตามกระแสโลกในงาน Expo ครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ (ที่เกี่ยวข้อง) </strong></p>
<p><strong>Green Transportation Zone </strong>แสดงยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ สถานีชาร์จ (ปะจุ)ไฟฟ้า  <strong>Wisdom Motor (HK) Limited</strong> นำรถบรรทุกและรถโดยสาร (truck &amp; bus) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่(BEV) หรือเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen FCEV) มาร่วมแสดงในงาน <strong> Huawei International Co. Limited </strong>แสดงสถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วได้ภายใน 10 นาที <strong>Jinjiang International (Hong Kong)</strong> แสดงวิธีการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า</p>
<figure id="attachment_31273" aria-describedby="caption-attachment-31273" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31273" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-05.jpg" alt="รถขนขยะพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Wisdom Motors (HK) Limited" width="720" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-31273" class="wp-caption-text">รถขนขยะพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Wisdom Motors (HK) Limited</figcaption></figure>
<p><strong>Waste Management and Circular Economy Zone</strong> มีแนวคิดไม่เพียงแต่เป็นการcircular economy การนำกลับมาใช้ใหม่ แนวคิดการผลิตสินค้าให้มีความคงทนใช้ได้นาน (more durable products) ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ลดการใช้ทรัพยากร ลดการเกิดของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการการผลิต บริษัทที่มาแสดงใน Zone นี้ประกอบด้วย<strong> Canvest Environmental Protection Group Company Limited, China Everbright Environment Group Limited และ Kum Shing E&amp;M limited </strong>แสดงผลงานโครงการ waste-to-energy projects<strong>; while Baguio Green Group Limited และ Pair Environment Protection Company Limited</strong> จาก Taiwan แสดงผลงานถังขยะอัจฉริยะ ช่วยการจัดเก็บมาเข้าสู่กระบวนการrecycle  <strong>NAGU Environment Technology</strong> จากสหรัฐอเมริกาเสนอขบวนการจัดเก็บจัดเก็บเศษอาหาร ที่สามารถแปลงเศษอาหารในครัวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้โดยง่าย</p>
<p><strong>Startup Zone</strong> ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล่าสุดด้านสิ่งแวดล้อม <strong>weplastic</strong> ร่วมกับ<strong> with tide และ Swiss </strong></p>
<figure id="attachment_31274" aria-describedby="caption-attachment-31274" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31274" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-06.jpg" alt="Dr. Barry Lee" width="720" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Eco-Expo-Asia-2023-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-31274" class="wp-caption-text">Dr. Barry Lee, President, The Hong Kong Institution of Engineers</figcaption></figure>
<p><strong>University of Applied Sciences</strong>ได้พัฒนาวิธีการนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้เศษวัสดุพลาสติกกลายเป็นวัตถุดิบที่มีค่า<strong> Meat The Next Co., Ltd</strong> นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาจากพืช ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) เป็นผลจากเทคโนโลยีอาหาร</p>
<p><strong>Hong Kong Science Park Zone</strong> มีบริษัทท้องถิ่น 10 บริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดที่ดูแลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้มาร่วมนำเสนอผลงานเพื่อหาเครือข่ายพันธมิตรในการมุ่งสู่สังคม Carbon Neutrality</p>
<p><strong>Public Day เปิดให้สาธารณชนทั่วไปเข้าร่วมงาน</strong> วันสุดท้ายของงาน Eco Expo Asia 29 ตุลาคม เพื่อให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน สาธารณชนทั่วไปเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดโอกาสผู้เข้าชมได้พบและเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการมีโอกาสเข้าร่วมสัมนาและเวิร์คช็อป กิจกรรมเด่น ๆ อาทิ<strong> The Application of smart technology in environmental enforcement, An Earth Imperilled By Climate Change, Future Green Leaders.</strong></p>
<p>มีกิจกรรมให้เยาวชนเรียนรู้วิชาชีพทางด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมหลากหลาย</p>
<hr />
<p><strong><u>About HKTDC</u></strong></p>
<p>The Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) is a statutory body established in 1966 to promote, assist and develop Hong Kong&#8217;s trade. With 50 offices globally, including 13 in Mainland China, the HKTDC promotes Hong Kong as a two-way global investment and business hub. The HKTDC organises international exhibitions, conferences, and business missions to create business opportunities for companies, particularly small and medium-sized enterprises (SMEs), in the mainland and international markets. The HKTDC also provides up-to-date market insights and product information via research reports and digital news channels. For more information, please visit: <a href="http://www.hktdc.com/aboutus/tc">www.hktdc.com/aboutus</a>.</p>
<p><strong>Background information on Messe Frankfurt</strong></p>
<p>The Messe Frankfurt Group is one of the world’s leading trade fair, congress and event organisers with their own exhibition grounds. With a workforce of some 2,160 people at its headquarters in Frankfurt am Main and in 28 subsidiaries, it organises events around the world. Group sales in financial year 2022 were around €454 million. The wide range of services includes renting exhibition grounds, trade fair construction and marketing, personnel and food services. Sustainability is a central pillar of our corporate strategy. Here, we strike a healthy balance between ecological and economic interests, social responsibility and diversity.</p>
<p>For more information, please visit our website at: <a href="http://www.messefrankfurt.com/sustainability">www.messefrankfurt.com/sustainability</a>.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2023-carbon-neutrality/">Eco Expo Asia 2023 มุ่งสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2023-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TGO ร่วมมือ กฟผ. เสวนาความรู้เรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนงาน “วันสิ่งแวดล้อม 2566”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tgo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tgo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jun 2023 03:36:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[The Standard]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27302</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมส่งเสริม กฟผ. สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในงาน “วันสิ่งแวดล้อม กฟผ. 2566”  เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดย นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ TGO ร่วมเสวนาหัวข้อ “ปรับชีวิต พิชิตความเป็นกลางทางคาร์บอน” ใน “วันสิ่งแวดล้อม กฟผ. ประจำปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tgo/">TGO ร่วมมือ กฟผ. เสวนาความรู้เรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนงาน “วันสิ่งแวดล้อม 2566”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมส่งเสริม กฟผ. สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในงาน “วันสิ่งแวดล้อม กฟผ. 2566” </strong></p>
<p><span id="more-27302"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27303" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02.jpg" alt="TGO ร่วมส่งเสริม กฟผ. " width="750" height="420" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02-768x430.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-02-500x280.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดย นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ TGO ร่วมเสวนาหัวข้อ “ปรับชีวิต พิชิตความเป็นกลางทางคาร์บอน” ใน “วันสิ่งแวดล้อม กฟผ. ประจำปี 2566” ซึ่งจัดโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ภายใต้แนวคิด “ชีวิตติด Neutral” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนโยบายและแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังรับรู้และเข้าใจภารกิจของ กฟผ. เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของทุกคนในสังคม อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้มี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กฟผ. รวมทั้งผู้ที่สนใจ เข้าร่วม ณ สำนักงานกลาง กฟผ. จังหวัดนนทบุรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27304" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01.jpg" alt="TGO ร่วมส่งเสริม กฟผ. " width="750" height="420" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01-768x430.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ความเป็นกลางทางคาร์บอน-01-500x280.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในการนี้ นายเกียรติชายฯ ผู้อานวยการ TGO ได้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับ กลไกการสนับสนุนองค์กรและสังคมสู่ Carbon Neutrality ผ่านภารกิจ กลไก และการดำเนินงานในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของ TGO เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายและเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งมุมมองและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อน กฟผ. ให้บรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน พิธีกรรายการเศรษฐกิจ Morning Wealth, The Standard และนายธวัชชัย สำราญวานิช ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ.</p>
<p>อีกทั้งภายในงาน TGO ยังได้มอบใบประกาศเกียรติคุณการรับรอง Carbon Neutral Event แก่ กฟผ. เพื่อรับรองงานวันสิ่งแวดล้อม กฟผ. ประจำปี 2566 เป็นอีเว้นท์ที่มีการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดภายในงานให้เป็นศูนย์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tgo/">TGO ร่วมมือ กฟผ. เสวนาความรู้เรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนงาน “วันสิ่งแวดล้อม 2566”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tgo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ECO EXPO ASIA 2022</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2022-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2022-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2023 09:36:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon peak]]></category>
		<category><![CDATA[ECO EXPO ASIA 2022]]></category>
		<category><![CDATA[Hong Kong]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมปกป้องสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการเกิดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25344</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลางเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน Eco Expo Asia 2022 จาก Hong Kong Trade Development Council (HKTDC), Messe Frankfurt (HK) และ The Environment and Ecology Bureau ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2022-carbon-neutrality/">ECO EXPO ASIA 2022</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลางเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน Eco Expo Asia 2022 จาก Hong Kong Trade Development Council (HKTDC), Messe Frankfurt (HK) และ The Environment and Ecology Bureau ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ธันวาคม 2565 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Center (HKCEC) มีการนำเสนองานนิทรรศการรูปแบบใหม่ EXHIBITION + Model ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้แสดงนิทรรศการและผู้ชมงานได้พบกัน (ปฏิสัมพันธ์) Onsite ตัวเป็นๆ ระหว่างวันที่ 14-17 ธันวาคม และสามารถพบกันทาง Online ผ่าน Platform “Click 2 Match” จนถึง 24 ธันวาคม 2565 ซึ่งน่าจะเป็นแบบอย่างการจัดงานอื่นๆในอนาคต</strong><span id="more-25344"></span></p>
<p>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 (China’s 14th Five-year Plan) เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดทิศทางพัฒนาของจีนในช่วงปี 2021-2025 เน้นนวัตกรรมปกป้องสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายหลัก “Carbon peak และ Carbon neutrality” นโยบายนี้ถูกนำไปใช้กับกลุ่มปกครองท้องถิ่น รวมถึงคลัสเตอร์เมืองยุทธศาสตร์ “The Guangdong &#8211; Hong Kong – Macao Greater Bay Area” เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกงถูกกำหนดให้บรรลุ carbon neutrality ภายในปี 2050 รวมถึงเป็นศูนย์กลางทางการเงินสีเขียว “Global green finance hub”</p>
<p>ธีมหลักของงาน <strong>ECO EXPO ASIA 2022</strong> คือ “<strong>Carbon Neutrality</strong>” เน้นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ช่วยลดการเกิดคาร์บอนในโลก มีการแสดงสินค้าและบริการสีเขียว ได้เรียนรู้แนวโน้มล่าสุดและเครือข่ายทางธุรกิจจากงานนี้</p>
<p><strong>Eco Asia Conference 2022</strong> มีส่วนของการประชุมที่รวบรวมผู้นำทางอุตสาหกรรมมาเปิดเผย/เผยแพร่เทคโนโลยีล่าสุด และแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยหลากหลายหัวข้อหลักที่ปกป้องสิ่งแวดล้อม</p>
<p>1) Potential of Repair and Reuse in Achieving a Circular Business Model</p>
<p>2) Carbon Neutrality – Challenges and Opportunities Ahead</p>
<p>3) Advancing Net Zero – Retrofit for Building Energy Efficiency</p>
<p>4) Green &amp; Sustainable Finance Session: Establishing Hong Kong as a Regional Carbon Trading Hub</p>
<p>5) 3rd Hydrogen Economy Forum</p>
<p><strong><u>กิจกรรมในส่วนที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วม</u></strong></p>
<p><strong>1. Eco Expo Asia’s opening ceremony</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25345" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-01-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>Mr.Tse Chin-wan, The Secretary for Environment and Ecology, HKSA Government  ได้กล่าวว่า ภาครัฐได้ประกาศแผน Hong Kong’s Climate Action Plan 2050 เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2021 ได้กำหนดเป้าหมายเฉพาะและ road map เพื่อนำ Hong Kong บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปี 2050 ผ่านกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1.net-zero electricity generation 2.energy saving and green building 3. green transportation และ 4. waste reduction งาน Expo ครั้งนี้จะเป็นส่วนส่งเสริมเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><strong>2. Japan Pavilion and Conference</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25346" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ขนาดของพาวิลเลี่ยนใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมาถึง 4 เท่า มีประมาณ 30 รายที่เข้าร่วมแสดงสินค้า เสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสำหรับ green transportation, resource upcycling, green finance และ ESG รวมถึงประเทศญี่ปุ่นถูกจัดอันดับที่ 2 ของโลก ด้าน recycling plastics ตามหลังเพียงประเทศเยอรมันนี ด้วยอัตรา plastics recycling ถึงกว่า 85% ,  Mt. Fuji Springs (HK) แสดงการใช้ขวด PET รีไซเคิล 100%  Mitsubishi Chemical Hong Kong แสดงเทคโนโลยีการพิมพ์ 3D โดยใช้ bio-based plastic, การใช้ไฮโดรเจนในรถยานยนต์, และใน Hydrogen Gas Turbine</p>
<p><strong>3. Eco Asia Conference:</strong> Advancing Net Zero-Retro-fit for Building Energy Efficiency</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25347" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>การบรรยายได้กล่าวถึง The HKGBC Retrofitting Guidebook ที่เป็นผลงานร่วมของกลุ่ม Developers, Consultants, Service providers และหน่วยปฏิบัติ O&amp;M คาดว่าจะนำเสนอได้ในเดือนมกราคม 2023 มีเนื้อหานำเสนอกว่า 50 แนวคิด 19 กรณีศึกษา มีการนำเสนอแนวคิดและตัวอย่างหลากหลายในการบรรยายเป็นประโยชน์ต่อการนำแนวทางมาปรับปรุงอาคารดั้งเดิม ให้มีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ Baseline 2018 ว่าภายในปี 2030 ลดได้ 53.1% GHG Emission per sq.m. มี Decarbonization Blueprint Initiatives to meet 2030 targets improve climate resilience ส่วน Development : Low-Carbon Construction ส่วน Operation : Energy Reduction &amp; Transition ส่วน Collaboration : Stakeholder Engagement มีตัวอย่าง การปรับปรุงกล่าวถึงการปรับปรุงส่วนต่างๆของระบบปรับอากาศ การนำ AI มาช่วยการควบคุมและบริหารจัดการ, การติดตั้งแผง Solar Cell, การปรับปรุงระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน, การเพิ่มจุด EV Charging station, การเพิ่มขึ้นของ renewable energy</p>
<p><strong>4. Green &amp; Sustainable Finance Session:</strong> Establishing Hong Kong as a Regional Carbon Trading Hub</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25348" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="534" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ด้วยความที่มีตลาดขนาดใหญ่ใน Mainland China  และความเป็นศุนย์กลางทางการเงินของ Hong Kong ได้เอื้ออำนวยให้ Hong Kong เป็นศูนย์กลางภูมิภาคของ Carbon Trading Market อย่างแน่นอน</p>
<p><strong>5. Latest Development of Government Project</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25349" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ได้กล่าวถึงพัฒนาการโครงการภาครัฐที่ดำเนินลดระดับการปล่อย CO2 โครงการการก่อสร้าง Built Better, Build to Net Zero, การลดการใช้น้ำ, สนับสนุนการให้เป็น Green Building ระดับ Gold และ Platinum, การปรับพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ Sponge City Concept ; ส่งเสริมนวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน ติดตั้งการผลิตพลังงานหมุนเวียนบนอาคารหรือพื้นที่ของภาครัฐ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมในระบบสาธารณูปโภค และตัวอย่างที่น่าสนใจอีกมาก</p>
<p><strong>6. 3rd Hydrogen Economy Forum</strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25350" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="571" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06-768x548.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-06-500x357.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></strong></p>
<p>กล่าวถึงความเชื่อมั่นในการนำ Hydrogen มาใช้ในงานการขนส่ง การผลิตพลังงานไฟฟ้า ในงานมีการนำ The first tri-axles hydrogen base และ HKPC’s award winning integrated Fuel Cell Hybrid Pauses  System ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของการไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality</p>
<p><strong><u>ภาพกิจกรรมต่างๆในงาน </u></strong><strong><u>Eco Expo Asia 2022</u></strong></p>
<figure id="attachment_25351" aria-describedby="caption-attachment-25351" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25351 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25351" class="wp-caption-text">Tse Chin-wan, Secretary for Environment and Ecology, HKSA Government และ Sophia Chong, Deputy Executive Director, HKTDC ร่วมในพิธีเปิดงาน Eco Expo Asia ภายใต้ธีม “Green Innovations for Carbon Neutrality”</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25352" aria-describedby="caption-attachment-25352" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25352 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-08-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25352" class="wp-caption-text">กลุ่มผู้บริหารด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) Mr.Avis Chan, Section Head.</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25346" aria-describedby="caption-attachment-25346" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25346 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25346" class="wp-caption-text">Japan Pavilion มีองค์กร 38 รายร่วมแสดงสินค้าและเทคโนโลยี มีการบรรยายประสบการณ์ และสิ่งที่วางแผนไว้ด้านพลังงานทดแทน พลังงานไฮโดรเจน อาทิ Toyota Tsusho, Mitsubishi Heavy Industry, Mitsubishi chemical HK, Mt. Fuji springs (HK), YKK HK</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25353" aria-describedby="caption-attachment-25353" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25353 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-10-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25353" class="wp-caption-text">Canada Pavilion นำเสนอบำบัดของเสีย, green building, Solar Power generation และ IoT</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25354" aria-describedby="caption-attachment-25354" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25354 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-11-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25354" class="wp-caption-text">Green Transportation แสดงระบบพลังงานไฮโดรเจน รถพลังงานไฟฟ้า EV</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25355" aria-describedby="caption-attachment-25355" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-25355" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-12-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25355" class="wp-caption-text">ผลิตภัณฑ์ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก SSGE Bio-Energy ใช้เศษวัสดุการเกษตรนำมาเป็น AGRI Bio Coal</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25356" aria-describedby="caption-attachment-25356" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-25356" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-13-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25356" class="wp-caption-text">ผลิตภัณฑ์ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก SSGE Bio-Energy ใช้เศษวัสดุการเกษตรนำมาเป็น AGRI Bio Coal</figcaption></figure>
<figure id="attachment_25357" aria-describedby="caption-attachment-25357" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25357 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14.jpg" alt="ECO EXPO ASIA 2022" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ECO-EXPO-ASIA-2022-Carbon-Neutrality-14-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25357" class="wp-caption-text">Green Building and Energy Efficiency Zone แสดงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง, กังหันลมไฟฟ้าชนิดความเร็วต่ำ, ระบบกักเก็บพลังงานจากแผงโซล่า ที่ back up ระบบที่เกิดจากการ power outage ได้ภายใน 5 วินาที</figcaption></figure>
<p><strong>Background information on Messe Frankfurt </strong></p>
<p>The Messe Frankfurt Group is one of the world&#8217;s leading trade fair, congress and event organisers with their own exhibition grounds. With a workforce of some 2,200 people at its headquarters in Frankfurt am Main and in 28 subsidiaries, it organises events around the world. As in the previous year, annual sales for 2021 were significantly lower owing to the COVID-19 pandemic: approximately €154 million compared with Group sales as high as €736 million in pre-pandemic 2019. We serve our customers&#8217; business interests efficiently within the framework of our Fairs &amp; Events, Locations and Services business fields.</p>
<p>For more information, please visit our website at: <a href="http://www.messefrankfurt.com" target="_blank" rel="noopener">www.messefrankfurt.com</a></p>
<p><strong>About the HKTDC </strong></p>
<p>The Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) is a statutory body established in 1966 to promote, assist and develop Hong Kong&#8217;s trade. With 50 offices globally, including 13 in Mainland China, the HKTDC promotes Hong Kong as a two-way global investment and business hub. The HKTDC organises international exhibitions, conferences and business missions to create business opportunities for companies, particularly SMEs, in the mainland and international markets. The HKTDC also provides up-to-date market insights and product information via research reports and digital news channels. For more information, please visit: <a href="http://www.hktdc.com/aboutus" target="_blank" rel="noopener">www.hktdc.com/aboutus</a>. Follow us on Twitter @hktdc in Linkedln</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2022-carbon-neutrality/">ECO EXPO ASIA 2022</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eco-expo-asia-2022-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 03:08:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[ReAcc]]></category>
		<category><![CDATA[ROOTCLOUD]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23382</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ นายนายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc) (ขวา) และ Mr. Ho Howe Tian กรรมการผู้จัดการ บริษัท Rootcloud Technology (Singapore) จำกัด (ซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain โดยผนึกความเชี่ยวชาญของ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/">ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายนายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการบริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc)</strong> (ขวา) และ <span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Ho Howe Tian</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท Rootcloud Technology (Singapore) จำกัด</strong> (ซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain <span id="more-23382"></span>โดยผนึกความเชี่ยวชาญของ ROOTCLOUD บริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นที่ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์ม Industrial IoT เชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่า 900,000 ชุด ใน 112 ประเทศทั่วโลก กับ ReAcc ตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อขยายขอบเขตและเพิ่มศักยภาพการทำธุรกรรมด้านพลังงานสะอาด จัดการข้อมูล Big Data และรองรับทุก IoT Solutions สำหรับการให้บริการของ ReAcc ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรม IoT ของประเทศไทย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียนหันมาผลิตและใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) และนับเป็นครั้งแรกของ ROOTCLOUD ที่มีความร่วมมือกับบริษัทในประเทศไทย เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่พร้อมสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/">ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิงห์ เอสเตท มุ่งสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutrality 2030 จับมือพันธมิตร สยามคูโบต้า ไทยคม Kick off แคมเปญ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ตั้งเป้าสร้างพื้นที่ป่า 1 ล้านตร.ม. บริเวณสิงห์ ปาร์ค เชียงราย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/singha-estate-carbon-neutrality-2030/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/singha-estate-carbon-neutrality-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2022 07:05:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ปาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23311</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ (29 สิงหาคม 2565) – สิงห์ เอสเตท และพันธมิตรด้านความยั่งยืน สยามคูโบต้า ไทยคม พร้อมชุมชนในพื้นที่บริเวณสิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย Kick off โครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกรวน ตามแผนการพัฒนาอย่างยืน SDG13 Climate Change ขององค์การสหประชาชาติ มุ่งสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutrality ของสิงห์ เอสเตท ในปี 2030 โดยตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้พื้นที่อย่างน้อย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/singha-estate-carbon-neutrality-2030/">สิงห์ เอสเตท มุ่งสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutrality 2030 จับมือพันธมิตร สยามคูโบต้า ไทยคม Kick off แคมเปญ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ตั้งเป้าสร้างพื้นที่ป่า 1 ล้านตร.ม. บริเวณสิงห์ ปาร์ค เชียงราย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ (</strong><strong>29 สิงหาคม 2565) – สิงห์ เอสเตท และพันธมิตรด้านความยั่งยืน สยามคูโบต้า ไทยคม พร้อมชุมชนในพื้นที่บริเวณสิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย Kick off โครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกรวน ตามแผนการพัฒนาอย่างยืน SDG13 Climate Change ขององค์การสหประชาชาติ มุ่งสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutrality ของสิงห์ เอสเตท ในปี 2030 โดยตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้พื้นที่อย่างน้อย 1 ล้านตารางเมตร หรือกว่า 625 ไร่ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อรักษาความสมดุลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างจิตสำนึกกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเมืองสู่สังคม low carbon พร้อมเป็นตัวแทนในการต่อยอดกิจกรรมปลูกป่าร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ด้วยมาตราฐาน AGI (Asian Green Initiative)</strong><span id="more-23311"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า จากแผนการเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำของสิงห์ เอสเตท ภายในปี 2030 หนึ่งในดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ ภารกิจการกำหนดให้มีพื้นที่การสร้างพื้นที่สีเขียว ให้เท่ากับพื้นที่ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้าน ตร.ม. ภายใน 10 ปี</p>
<p>“สิงห์ เอสเตท ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำมาซึ่งปัญหาภาวะโลกร้อน ภัยภิบัติ และส่งผลกระทบด้านสังคม และชุมชน และเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก บริษัทเล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในอนาคต จึงได้มีการเก็บข้อมูลคาร์บอนองค์กรในระยะเวลาที่ผ่านมา และตั้งเป้าสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน หรือการปลูกป่าให้ได้มากที่สุด รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ และส่งต่อความรู้ในการช่วยกันลดคาร์บอนให้กับคนในเมืองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จึงเป็นที่มาของ ‘โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว’ โดยได้รับการสนับสนุนด้านพื้นที่ปลูกป่าจากสิงห์ปาร์ค เชียงราย จำนวน 625 ไร่ เป็นเขตพื้นที่เชิงเขา และเขตป่ารอยต่อ ที่มีความสำคัญในการสร้างป่าในระยะยาว นอกจากนี้ยังได้เทคโนโลยีในการสำรวจติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ และปริมาณการดูดซับคาร์บอน จากทางไทยคมมาช่วยตลอดระยะเวลาโครงการ สยามคูโบต้า ที่ให้นวัตกรรมเข้ามาช่วยให้การปลูกป่าจำนวนมากได้เร็วขึ้น รวมถึงหน่วยงานราชการจากทางจังหวัดเชียงราย และชุมชนในพื้นที่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด อย่างน้อยคือต้องเพิ่มให้ได้เท่ากับพื้นที่ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท หรือไม่น้อยกว่า 1 ล้าน ตร.ม. ในระยะเวลา 10 ปี นอกจากนี้ยังมุ่งหวังในการสร้างความตระหนักรู้ให้คนเมืองที่ไม่ได้มีเวลาหรือพื้นที่ในการไปปลูกป่า แต่ก็สามารถช่วยลดคาร์บอนได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน” CEO สิงห์ เอสเตท กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23316 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-04.jpg" alt="ปลูกป่า" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวศิริธร ธำรงนาวาสวัสดิ์</span> ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> เล่าถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้วว่า “คอนเซปท์ของโครงการนี้คือ การดูแลป่าทำได้ง่าย…ใช้แค่ปลายนิ้ว ช่วยกันลดการปล่อยคาร์บอนในชีวิตประจำวัน จากแคมเปญออนไลน์เมื่อเดือนที่ผ่านมากับ Environman เราได้ไอเดียลดการปล่อยคาร์บอน หรือการปลูกป่าด้วยปลายนิ้วของผู้ร่วมแคมเปญมามากกว่า 500 ไอเดีย ซึ่งทุกไอเดียที่ส่งเข้ามาร่วมกิจกรรมจะถูกนำไปต่อยอดสร้างกระแสสังคม Low carbon ต่อไป หรือ ‘Enriching Community’ พร้อมทั้งต่อยอดการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ‘Life on Land Biodiversity’ ด้วยการตั้งเป้าโครงการดูแลป่า และเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในพื้นที่ทั้ง 3 ป่า ทั้งป่าต้นน้ำ ป่ากลางน้ำหรือป่าในเมือง และป่าปลายน้ำหรือป่าโกงกาง เนื่องจาก 3 ป่านั้นมีความสำคัญเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และยังสำคัญต่อการสร้าง Blue Carbon ที่สำคัญเราดำเนินการปลูกป่าบนมาตรฐาน AGI (Asian Green Initiative) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล มีการประเมินวัดผลการเติบโต และขยายตัวของพื้นที่ป่า รวมถึงต้องเป็นพื้นที่ป่าที่เปิดโอกาสให้ชุมชนรอบข้างเข้ามามีส่วนร่วม และใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมร่วมกันปลูกป่าในวันนี้ จะถือเป็นการ kick off การเดินหน้าสร้างพื้นที่สีเขียว 1 ล้าน ตร.ม. ในป่าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างเป็นทางการและต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี”</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นาย<em>พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ</em></strong></span><strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค</strong> เชียงราย กล่าวว่า “สิงห์ปาร์ค คือ Social enterprise ของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น และบริษัทในเครือ โดยมุ่งหวังในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้วนี้ ถือเป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทในเครือ ทางสิงห์ปาร์คจึงยินดีอย่างยิ่งในความร่วมมือครั้งนี้ โดยได้จัดพื้นที่ประมาณ 625 ไร่ไว้ให้เป็นพื้นปลูกป่า และพื้นที่ดูแลป่า ซึ่งบริเวณนี้เป็นเขตป่ารอยต่อที่มีความสำคัญ และเป็นแนวป้องกันภัยทางธรรมชาติ ซึ่งถ้ามีการเพิ่มพื้นที่ป่าบริเวณนี้ก็จะยิ่งทำให้เกิดความสมบูรณ์ของป่ามากยิ่งขึ้น และเกิดประโยชน์มากที่สุด”</p>
<p>“โครงการนี้เปรียบเสมือนการต่อยอดการดูแลป่าของสิงห์ปาร์ค ซึ่งจากมาตรฐานการดูแลและตรวจวัดการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ สิงห์ปาร์คมีทั้งชุมชน และกลุ่มชาติพันธุ์อยู่หลากหลาย ถือเป็นโครงการที่ดีที่จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกอีกด้วย” <strong>นายพงษ์รัตน์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23315 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-03.jpg" alt="ปลูกป่า" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้วยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรอื่นอีกด้วย โดย บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ให้บริการธุรกิจดาวเทียม โดย <span style="color: #6cb742;"><strong>นายปฐมภพ</strong> <strong>สุวรรณศิริ</strong></span><strong>  </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> <strong>บมจ</strong><strong>.</strong><strong>ไทยคม</strong> กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจของไทยคม เราไม่เพียงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีเจตนารมณ์ในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีอวกาศ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดบริการ พร้อมสร้างโซลูชันที่สนับสนุนการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจอวกาศใหม่ หรือ New Space Economy เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านของสิ่งแวดล้อมและภาคเกษตรที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเราได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบนิเวศต่างๆ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีของดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก หรือ Earth Observation ที่มาบูรณาการร่วมกับความเชี่ยวชาญทางด้านแบบจำลอง AI/ML ของทางไทยคมเอง ดังเช่นความร่วมมือกับสิงห์ เอสเตท, สิงห์ปาร์ค และสยามคูโบต้าในครั้งนี้ ที่ไทยคมได้นำเทคโนโลยีดังกล่าว มาใช้เป็นนวัตกรรมสำหรับการติดตามและตรวจสอบการเติบโต รวมถึงสุขภาพของต้นไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่แปลงปลูกป่าขนาดใหญ่ที่ยากต่อการเข้าไปดูแลรักษา เพื่อสนับสนุนการรักษาสมดุลระหว่างการดูดซับก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ มุ่งสู่ความเป็นกลางของคาร์บอนในอนาคต”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23314" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-02.jpg" alt="ปลูกป่า" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพิษณุ มิลินทานุช </strong></span><strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> กล่าวด้วยว่า “สยามคูโบต้า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสยามคูโบต้าที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้น “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ SDGs โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาด้านความมั่นคงทางอาหาร การศึกษาของเยาวชน ความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม และรักษาสิ่งแวดล้อม ในฐานะธุรกิจที่อยู่ในภาคการเกษตร จึงได้ผลักดันให้เกิดการทำเกษตรปลอดการเผา หรือ Zero Burn ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ตลอดจนสร้างรายได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ และยังมีแผนขยายผลสู่โครงการเกษตรลดโลกร้อน รองรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรให้เป็นศูนย์ Net Zero Emission ภายในปี 2050”</p>
<p>“กิจกรรมครั้งนี้ สยามคูโบต้าได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ รถขุดคูโบต้า ขนาด 3 ตัน รุ่น U35 และ รุ่น KX91-3S2 รวมถึงแทรกเตอร์คูโบต้า 50 แรงม้า รุ่น L5018 SP พร้อมเครื่องเจาะหลุม DR550 สำหรับเตรียมหลุมให้เหมาะสมต่อการปลูกต้นกล้า นอกจากนี้ยังมีโดรนการเกษตร ขนาด 20 ลิตร รุ่น AGRAS T20 สำหรับพ่นปุ๋ยบำรุงหลังการปลูกป่า เพื่อร่วมสนับสนุน “โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” บนพื้นที่ 124 ไร่ อีกทั้งความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ Co-Branding ในการผนึกกำลังสร้างสรรค์ “สังคมแห่งความยั่งยืน” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน Net Zero Emission ในประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายไปพร้อมกัน” <strong>นายพิษณุ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23313" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-01.jpg" alt="สิงห์ปาร์ค" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/singha-estate-carbon-neutrality-2030-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ทั้งนี้โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว โดยสิงห์ เอสเตท ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปลูกป่าให้ได้อย่างน้อย 1 ล้าน ตร.ม. โดยเริ่มที่ป่าต้นน้ำในบริเวณไร่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย จำนวน 625 ไร่ และจะขยายต่อสู่ป่ากลางน้ำหรือป่าในเมือง โดยคาดว่าจะเป็นพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ต่อด้วยพื้นที่ป่าปลายน้ำ หรือป่าโกงกาง ที่เกาะพีพี ตั้งเป้าโครงการระยะยาว 10 ปี ที่จะมีการติดตาม ตรวจวัด และประเมินผล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด รวมถึงการจัดแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปลูกจิตสำนึกควบคู่กันไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/singha-estate-carbon-neutrality-2030/">สิงห์ เอสเตท มุ่งสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutrality 2030 จับมือพันธมิตร สยามคูโบต้า ไทยคม Kick off แคมเปญ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ตั้งเป้าสร้างพื้นที่ป่า 1 ล้านตร.ม. บริเวณสิงห์ ปาร์ค เชียงราย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/singha-estate-carbon-neutrality-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ มุ่งสู่เป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดโครงการโซลาร์ฟาร์ม “TAP’s Brewed by the Sun” นำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในการผลิตเครื่องดื่ม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-tap-brewed-by-the-sun/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-tap-brewed-by-the-sun/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 May 2022 09:16:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[TAP]]></category>
		<category><![CDATA[ติดตั้งแผงโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮเนเก้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22334</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 27 พฤษภาคม 2565 &#8211; ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ มุ่งสู่เป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดโครงการ “TAP’s Brewed by the Sun” ติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงเบียร์ เพื่อนำพลังงานสะอาดที่ได้จากแสงอาทิตย์เข้ามาแทนที่การใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของไฮเนเก้นในการบรรลุเป้าหมายทำให้ค่าคาร์บอนให้เป็นกลาง หรือ Carbon Neutrality ภายในพ.ศ. 2573 “TAP’s Brewed by the Sun” เป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-tap-brewed-by-the-sun/">ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ มุ่งสู่เป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดโครงการโซลาร์ฟาร์ม “TAP’s Brewed by the Sun” นำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในการผลิตเครื่องดื่ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ &#8211; 27 พฤษภาคม 2565 &#8211; ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ มุ่งสู่เป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดโครงการ “TAP’s Brewed by the Sun” ติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงเบียร์ เพื่อนำพลังงานสะอาดที่ได้จากแสงอาทิตย์เข้ามาแทนที่การใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของไฮเนเก้นในการบรรลุเป้าหมายทำให้ค่าคาร์บอนให้เป็นกลาง หรือ Carbon Neutrality ภายในพ.ศ. 2573</strong><span id="more-22334"></span></p>
<p>“TAP’s Brewed by the Sun” เป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่ทางไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ได้ริเริ่มขึ้นมาตามยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของไฮเนเก้น “Brew A Better World” ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นต่อทั้งธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานอื่นให้ได้สูงสุด อันเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนของภาคการผลิตให้ได้ตามเป้าหมายภายในพ.ศ. 2573 และตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจภายในพ.ศ. 2583 ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ไฮเนเก้นได้ระบุไว้ให้โรงเบียร์ทุกแห่งทั่วโลกมีความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30% ในพ.ศ. 2573</p>
<p>โครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 10 ไร่ เทียบเท่าได้กับสนามฟุตบอล 2 สนาม สามารถผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละปีเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือน จำนวน 736 ครัวเรือน หรือ คิดเป็นประมาณ 30% ของครัวเรือนทั้งหมดในตำบลไทรใหญ่ ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โรงเบียร์ตั้งอยู่ และเมื่อระบบพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมสำหรับการผลิตอย่างเต็มศักยภาพ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในส่วนของกระบวนการผลิตเบียร์ได้ถึง 720 ตัน CO2e ต่อปี หรือ 1.48 kgCO2e/HL โดยเทียบเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนคิดเป็น 30% ของไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานผลิตทั้งหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22335" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Solar-Farm.jpg" alt="โครงการโซลาร์ฟาร์ม" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Solar-Farm.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Solar-Farm-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Solar-Farm-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Solar-Farm-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การนำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในการผลิตเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในแนวทางเพื่อให้ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ บรรลุเป้าหมายแนวทางการผลิตอย่างยั่นยืนให้สำเร็จ ซึ่งทางบริษัทได้วางเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกมิติทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่ม รวมถึง</p>
<ul>
<li><strong>Wastewater Management</strong> ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำเสีย โดยได้ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพน้ำหลังการบำบัดอย่างใกล้ชิดก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยภายในปี 2025 ได้ตั้งเป้าการลดปริมาณการใช้น้ำลงจากปี 2021 ให้ได้ 28.4%</li>
<li><strong>Zero Waste to Landfill</strong> การกำจัดกากของเสียโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และหันมากำจัดของเสียด้วยวิธีเผาในเตาที่มีอุณหภูมิสูงแทนการฝังกลบแบบเดิมๆ ที่สร้างปัญหาผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าของเสีย โดยการนำเอาของเสียต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์ได้นำไปขายเพื่อรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายในปี 2022</li>
<li><strong>100% Renewable Electricity</strong> ตั้งเป้าใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในการผลิตให้ได้ 100% ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด 12,600 ตันต่อปี ภายในปี 2025</li>
<li><strong>Carbon Neutrality</strong> ตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตให้ได้ 100% ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 21,300 ตันต่อปี ภายในปี 2030</li>
</ul>
<p>“ทุกสิ่งที่เราทำไป เราต้องแน่ใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและกับคนรุ่นต่อไปในอนาคต การบรรลุเป้าหมายครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งความมุ่งมั่นและจุดหมายของเราสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และเป็นไปตามพันธกิจที่ไฮเนเก้นได้วางไว้ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์โดยสุทธิ (net zero) ทุกคนมีส่วนช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งเราตระหนักถึงความรับผิดชอบและได้ลงมือทำให้เกิดขึ้นในวันนี้” <span style="color: #6cb742;"><strong>นายธัม ซี่ เหยียน</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด</strong> กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-tap-brewed-by-the-sun/">ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ มุ่งสู่เป้าหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดโครงการโซลาร์ฟาร์ม “TAP’s Brewed by the Sun” นำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในการผลิตเครื่องดื่ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-tap-brewed-by-the-sun/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รมว.วราวุธ” เร่งสำรวจพื้นที่ปลูกป่ากักเก็บคาร์บอน สู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Feb 2022 03:14:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20928</guid>

					<description><![CDATA[<p>2 กุมภาพันธ์ 2565 &#8211; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ ร่วมด้วยคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การเคหะแห่งชาติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2-carbon-neutrality/">“รมว.วราวุธ” เร่งสำรวจพื้นที่ปลูกป่ากักเก็บคาร์บอน สู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>2 กุมภาพันธ์ 2565 &#8211; <strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ ร่วมด้วยคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การเคหะแห่งชาติ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงฯ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference )</strong></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> รมว.ทส. ได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสร้างความเข้าใจกับบุคลากรและพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับแนวคิดคาร์บอนเครดิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเชิญชวนพี่น้องประชาชนและชุมชนร่วมกันปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในอนาคตจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยเชื่อว่า มูลค่าคาร์บอนเครดิตจะสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน พร้อมมอบหมายให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทบทวนศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของป่า แต่ละประเภทให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด ตลอดจนจัดทำหลักเกณฑ์ในการจัดสรรพื้นที่การปลูก อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าไม้ ให้แก่หน่วยงานภายนอก รวมทั้งแนวทางการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ต่อไป</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานเร่งสำรวจพื้นที่เป้าหมายสำหรับการกักเก็บคาร์บอนโดยเร็ว พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลพื้นที่ที่มีความพร้อมดำเนินการ ในปี พ.ศ.2565 และแผนการดำเนินงาน ให้กับฝ่ายเลขานุการฯ ภายในวันที่ 18 ก.พ. 2565 ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhouse Gas Emission development Strategy) ที่คาดว่าจะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2580 โดยในปัจจุบัน มีพื้นที่เป้าหมายของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่มีศักยภาพ จำนวนมากกว่า 1.1 ล้านไร่ และมีความพร้อมดำเนินการ ในปี 2565 มากกว่า 6 แสนไร่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 181,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2-carbon-neutrality/">“รมว.วราวุธ” เร่งสำรวจพื้นที่ปลูกป่ากักเก็บคาร์บอน สู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2021 04:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[COP26]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP26]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญากลาสโกว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19781</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส (CMA3)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร</strong><span id="more-19781"></span></p>
<p>การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg" alt="การประชุม COP26" width="750" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-300x163.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-500x272.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคี<a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">ความตกลงปารีส</a> (CMA3) มีผู้นำจาก 117 ประเทศได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ประเด็นการเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP26</h2>
<ul>
<li>การกำหนดกลไกความร่วมมือสำหรับการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ</li>
<li>การกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeframe) ในการดำเนินงานตามเป้ามายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC)</li>
<li>การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>การกำหนดรูปแบบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory)</li>
<li>การรายงานความก้าวหน้าด้านการดำเนินงานของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด</li>
</ul>
<h2>บทบาทประเทศไทยในเวที COP26</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></span><strong> นายกรัฐมนตรี</strong> ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในห้วงการประชุม COP26 เพื่อแสดงเจตจำนงของกระเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategies : LT-LEDS) ของประเทศไทย รวมถึงประกาศเป้าหมาย<a title="ความเป็นกลางทางคาร์บอน" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/"><strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></a> (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ๆ ของโลกที่สามารถดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกรอบมาตรการในการดำเนินงานที่ชัดเจน</p>
<p>พร้อมกันนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายดอน ปรมัตถ์วินัย</strong></span><strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg" alt="พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" width="750" height="431" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทย</strong> ได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดแก่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมที่จะยกระดับการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 หากได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) เป็นร้อยละ 40 ได้และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงระบบนิเวศ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาประเทศ เนื่องจากเราไม่มี “แผนสอง” เพื่อเยียวยาสภาพภูมิอากาศ และเราไม่มี “โลกที่สอง” ที่เป็นบ้านของพวกเราได้เหมือนอย่างโลกใบนี้อีกแล้ว</p>
<h2>ปฏิญญาสำคัญ ที่ UK เชิญชวนให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมในระหว่างการประชุม COP26</h2>
<p>สหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะประธานการประชุม COP26 ได้เชิญชวนประเทศต่าง ๆ พิจารณาเข้าร่วมปฏิญญาสำคัญที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><strong>Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญากลาสโกว์</strong> แสดงความมุ่งมั่นของผู้นำที่จะร่วมกันหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี ค.ศ. 2030 เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน และหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าและความเสื่อมโทรมของที่ดิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>Global Coal to Clean Power Transition Statement</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญาการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินสู่พลังงานสะอาด</strong> มุ่งสู่การเปลี่ยนการใช้พลังงานจากพลังงานถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด โดย 1] เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดและศักยภาพการใช้พลังงาน 2] ยกระดับเทคโนโลยีและนโยบายภายในปี ค.ศ. 2040 (ภายใน 10 ปีนี้ สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่) 3] หยุดการออกใบอนุญาตและโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และภาครัฐหยุดสนับสนุนโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าถ่านหิน</p>
<p><strong>World Leader Summit Statement on the Breakthrough Agenda</strong></p>
<p>แสดงความตั้งใจของประเทศ ที่จะร่วมกันในระดับสากลเพื่อเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสะอาดและทางเลือกที่ยั่งยืนไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส โดยมีราคาที่เหมาะสม เข้าถึงได้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด การสร้างงาน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นทางเลือกแก่ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 2030 (ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า การขนส่งทางถนน เหล็ก และไฮโดรเจน)</p>
<p><strong>COP26 Declaration on Accelerating the Transition to 100% Zero Emission Cars and Vans</strong></p>
<p>ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรอื่น ๆ ตั้งใจเร่งการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งบรรลุตามเป้าหมายของความตกลงปารีส โดยจะร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกจำหน่ายยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2040 และภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับตลาดที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้</p>
<h2>นโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</h2>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 1</span></strong> ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)</p>
<p>ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>1.ลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจก<br />
2.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<br />
3.การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<br />
4.รับมือต่อโรคอุบัติใหม่/โรคอุบัติซ้ำจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 2</span></strong></p>
<ul>
<li>แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
<ul>
<li>เรื่องสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ 3 ผลักดันทุกภาคส่วนให้ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>เรื่องระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯ ประเด็นที่ 8 การปฏิรูปกฎหมาย (ร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ)</li>
</ul>
</li>
<li>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
<ul>
<li>ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการรับตัวฯ</li>
<li>กรอบแผนฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 10 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ และหมุดหมายที่ 11 การลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
</ul>
</li>
<li>นโยบายและแผนว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ 11 รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>แผนระดับ 3</strong></span></p>
<ul>
<li>แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก 20.8% จากกรณีปกติ ณ ปี 2030</li>
<li>แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 รายสาขา ในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรม/น้ำเสียอุตสาหกรรม และการจัดการของเสีย</li>
<li>แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ด้านการปรับตัวฯ การลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขีดความสามารถ</li>
<li>แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ด้านการจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg" alt="ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality)" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>มาตรการสำคัญในการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission)</h2>
<p><strong>พลังงานและขนส่ง</strong></p>
<ul>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน / ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น Electric Vehicles (EV), Carbon Capture and Storage (CCS), Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS), Bio-Energy with CSS (BECCS)</li>
<li>เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้าและความร้อน</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคไฟฟ้า</li>
<li>พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านนโยบาย 4D1E</li>
<li>ใช้พลังงานทดแทนในยานยนต์ (เอทานอลและไบโอดีเซล)</li>
</ul>
<p><strong>กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์</strong></p>
<ul>
<li>การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ดในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและคอนกรีตผลสมเสร็จ และการใช้เทคโนโลยีในการลดการปล่อย CO₂ ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์</li>
<li>การจัดการมีเทน (CH4) ในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม</li>
<li>ปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants)</li>
<li>การจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม โดยเพิ่มการผลิตก๊าซชีวิภาพจากน้ำเสียอุตสาหกรรมด้วยการนำก๊าซมีเทนกลับมาใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p><strong>ของเสีย</strong></p>
<ul>
<li>การจัดการขยะชุมชน เช่น
<ul>
<li>ลดปริมาณขยะ</li>
<li>นำก๊าซจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (Landfill Gas) ไปเผาทิ้ง หรือนำไปใช้ประโยชน์</li>
<li>นำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก (Composting)</li>
</ul>
</li>
<li>การจัดการน้ำเสียชุมชน
<ul>
<li>เพิ่มการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบ</li>
<li>เพิ่มจำนวนระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>การเกษตร</strong></p>
<ul>
<li>จัดการมูลสัตว์ และการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์</li>
<li>การทำเกษตรแบบยั่งยืน</li>
<li>การปลูกพืชแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ</li>
</ul>
<p><strong>ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong></p>
<ul>
<li>ปลูกป่าและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</li>
<li>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</li>
<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</li>
<li>ป้องกันการบุกพื้นที่ป่าและการเผาป่า</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19820 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Greenhouse-Gas-Emissions-e1637296766614.jpg" alt="ก๊าซเรือนกระจก" width="750" height="422" /></p>
<h2>บัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</h2>
<p>ข้อมูลจากการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System : TGEIS) คำนวณตามคู่มือ IPCC2006 พบว่า ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 354,357.61 GgCO₂eq และปล่อยสุทธิ (รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 263,223.46 GgCO₂eq โดยแบ่งเป็น</p>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์<br />
</strong>จำนวน 31.531.41 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์แร่ 18,968.93 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มเคมี 11,970.64 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มอื่น ๆ 591.84 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร</strong><br />
จำนวน 52.158.70 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มปลูกข้าว 26.639.52 GgCO₂eq</li>
<li>การปล่อยก๊าซ N2O ทางตรงจากดินเกษตร 8,42.98 GgCO₂eq</li>
<li>ระบบย่อยอาหารของสัตว์ 8,477.89 GgCO₂eq</li>
<li>อื่น ๆ 8,615.31 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสีย</strong><br />
จำนวน 16.771.89 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มระบบบำบัดน้ำเสีย 8,310,24 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มการจัดการขยะ 8.139.72 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากจากภาคพลังงาน</strong><br />
จำนวน 253.895.61 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>การผลิตไฟฟ้า/ความร้อน 108,238.60 GgCO₂eq</li>
<li>คมนาคมขนส่ง 68,260.17 GgCO₂eq</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้าง 49.538.34 GgCO₂eq</li>
<li>การรั่วไหล 10.684.61 GgCO₂eq</li>
<li>อื่นๆ 16.993.90 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p>โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ -91,134.15 GgCO₂eq แบ่งเป็น จากกลุ่มพื้นที่เพาะปลูกยังคงเป็นพื้นที่เพาะปลูก -73,457 GgCO₂eq และกลุ่มป่าไม้ที่ยังคงเป็นป่าไม้ &#8211; 25,117 GgCO₂eq</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg" alt="ป่าไม้" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>การดำเนินงานในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติ 113.23 ล้านไร่ (ร้อยละ 35) พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 48.42 ล้านไร่ (ร้อยละ 15) และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 16.17 ล้านไร่ (ร้อยละ 5)</p>
<p><strong>ปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 102.04 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 11.29 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 1,2) ป่าชุมชน ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน พื้นที่ ส.ป.ก. ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง/นิคมสหกรณ์ เป็นต้น</p>
<p><strong>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 32.65 ล้านไร่ ตั้งเป้าปลูกป่าเพิ่ม 15.99 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในส่วนของพื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 3,4,5) สวนป่าของ อ.อ.ป. พื้นที่ ส.ป.ก. ในเขตป่าสงวน พื้นที่ปลูกยางพารา และพื้นที่เอกชน (ที่ดินกรรมสิทธิ์) เป็นต้น</p>
<p><strong>พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</strong></p>
<p>ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท ทุกจังหวัด รวมทั้งประเทศให้ได้ 3 ล้านไร่</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าตามข้อมูลข้างต้นทั้ง 3 เป้าหมายแล้ว ยังได้กำหนดมาตรการ/เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเผาป่าด้วย ซึ่งศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิของภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่จำนวนทั้งสิ้น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂eq) ในปี พ.ศ. 2580</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #ffffff; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ปฏิญญากลาสโกว์ ผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong><br />
<strong>(Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use)</strong>ในส่วนของการเข้าร่วมปฎิญญากลาสโกว์นั้น เนื่องจาก UK ประสานงานเชิญชวนให้เข้าร่วมปฏิญญาฯ ในเวลากระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทัน ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถลงนามเข้าร่วมปฏิญญาฯ ได้ในการประชุม COP26อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยพร้อมเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าว เพื่อหยุดตัดไม้ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผส.) ในฐานะ UNFCCC National Focal Point จะเร่งประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงต้องวิเคราะห์ข้อดี/ข้อเสีย ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างรอบคอบ เพื่อพิจารณาการเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวของประเทศไทย ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>คาร์บอนเครดิต และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและดูแลป่า</h2>
<h3>คาร์บอนเครดิต คืออะไร</h3>
<p>&#8220;<strong>คาร์บอนเครดิต</strong>&#8221; คือ ตัวเลขปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้จากโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่าอนุรักษ์ การปลูกป่าเศรษฐกิจ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน (CCS) ฯลฯ ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปแลกเปลี่ยนหรือ ซื้อ-ขายได้ โดยต้องมีการเปลี่ยนหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19822" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg" alt="ป่าไม้ แหล่งพื้นที่สีเขียว" width="750" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></h2>
<p>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คือ กลไกลภายในประเทศที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการฯ มีระบบขึ้นทะเบียนการตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบบัญชี T-VER Credits ให้แก่ผู้ดำเนินโครงการ หรือผู้ซื้อ-ผู้ขายคาร์บอนเครดิต</p>
<h3>มาตรการส่งเสริมการปลูก รักษาและพื้นฟูป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</h3>
<ul>
<li>ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูก บำรุงอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2564)</li>
<li>ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน 2564)</li>
</ul>
<p>ภาคเอกชนผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าต้องขึ้นทะเบียนกับโครงการ T-VER ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ของรัฐ โดยผู้พัฒนาโครงการฯ จะได้รับการแบ่งปันปริมาณคาร์บอนเครดิตร้อยละ 90 และหน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ ร้อยละ 10 หรือตามตกลง</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>รวบรวมข้อมูลจาก:</strong></p>
<p><a href="https://www.onep.go.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a> (FB <a href="https://www.facebook.com/onep.gov.th/" target="_blank" rel="noopener">@onep.gov.th</a>)<br />
ข้อมูลโดย กองประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ. ขานรับนโยบายภาครัฐ ประกาศ มุ่งสู่ &#8220;KMUTT Carbon Neutrality 2040&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-carbon-neutrality-2040/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-carbon-neutrality-2040/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2021 02:50:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[KMUTT]]></category>
		<category><![CDATA[KMUTT Carbon Neutrality 2040]]></category>
		<category><![CDATA[การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19805</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในที่ประชุมระดับผู้นำสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ว่า ประเทศไทย มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ.2050 และเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก๊อตแลนด์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายชัดเจนด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-carbon-neutrality-2040/">มจธ. ขานรับนโยบายภาครัฐ ประกาศ มุ่งสู่ “KMUTT Carbon Neutrality 2040”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในที่ประชุมระดับผู้นำสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ว่า ประเทศไทย มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ.2050 และเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก๊อตแลนด์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายชัดเจนด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วม อีกทั้งได้กำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืน จึงได้ประกาศเจตนารมณ์การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของ มจธ. ภายในปี ค.ศ. 2040 (KMUTT Carbon Neutrality 2040) เพื่อขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนในการเตรียมความพร้อมของประเทศสู่ Carbon Neutrality 2050</strong><span id="more-19805"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19809" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia.jpg" alt="รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Suvit-Tia-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong></span> <strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change เริ่มแสดงผลกระทบในด้านต่างๆ กับมนุษยชาติและโลกจะเห็นได้จากการเกิดน้ำท่วม ไฟป่า คลื่นความร้อน และธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเกิดปะการังฟอกขาว เป็นหลักฐานที่ปรากฏชัดขึ้นและใกล้ถึงจุดอันตราย สอดคล้องกับรายงานผลการศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC ของสหประชาชาติ ที่ส่งสัญญาณเตือนว่าโลกร้อนใกล้ถึงจุดวิกฤตและเตือนให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งลงมือทำทันทีเพื่อกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศก่อนที่จะสายเกินไป จนไม่อาจย้อนคืนดังเดิมได้ ซึ่งการที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการกระทำและความต้องการของมนุษย์ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ยิ่งทำให้ความต้องการบริโภคเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน</p>
<p>&#8220;สาเหตุที่อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นเกิดจากการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อสถานการณ์ใกล้ถึงจุดอันตราย อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกและจะกลับคืนมาไม่ได้ ทำให้แต่ละประเทศ รวมทั้งองค์กรและบริษัทขนาดใหญ่ เริ่มออกมาประกาศเจตนารมณ์ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 มจธ. ในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมายาวนานกว่า 20 ปี จึงมีความพร้อมทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากร และเทคโนโลยี นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าเรื่องการอนุรักษ์พลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการทำงานที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยที่มีความเข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว</p>
<p>มหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจประกาศเจตนารมณ์ ในการลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2040 (<strong>KMUTT Carbon Neutrality 2040</strong>) โดยการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารและการเดินทาง การใช้ทรัพยการอย่างคุ้มค่า และการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนฯ เพื่อช่วยลดผลกระทบของสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ให้เป็นแบบอย่าง และสาเหตุที่ มจธ. ดำเนินการให้เร็วกว่าที่รัฐบาลประกาศไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนของประเทศไม่ได้นิ่งเฉย เมื่อมีความพร้อมก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ก่อน และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีสถาบันการศึกษาอื่นๆ มีนโยบายที่สอดรับกับนโยบายของประเทศในข้างต้นออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศและโลก&#8221;</p>
<p><strong>อธิการบดี มจธ.</strong> กล่าวว่า สาเหตุที่ มจธ. ให้ความสำคัญกับการลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เพราะหากมหาวิทยาลัยสามารถทำให้เป็นตัวอย่างได้ หน่วยงานอื่นๆ ซึ่งอาจจะยังไม่พร้อมก็สามารถมาเรียนรู้หรือมาดูตัวอย่างที่ มจธ. โดยเฉพาะภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ซึ่ง มจธ. เรามีผู้เชี่ยวชาญ และมีเทคโนโลยีที่นำไปใช้หรือไปช่วยได้ จะเป็นการสร้างแรงบังดาลใจไปกระตุ้นให้ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นที่จะลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตได้มากขึ้น</p>
<p>&#8220;เมื่อ มจธ. มีประกาศเจตนารมณ์ออกไปแล้วก็จะมีการจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ว่าจากนี้ไป ในแต่ละช่วงมหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการเรื่องอะไรบ้าง และจะต้องมีการประเมินผลทุกปี เพื่อให้สามารถบรรลุไปสู่เป้าหมายในแต่ละระยะ รวมถึงสามารถบรรลุเจตนารมณ์ที่จะทำให้การปลดปล่อยคาร์บอน ของ มจธ.เป็นศูนย์ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19806" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy.jpg" alt="เป้าหมายเชิงกลยุทธ์อีก 5 ด้าน" width="780" height="975" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy-768x960.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-Strategy-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>KMUTT Carbon Neutrality 2040</strong> ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของ มจธ. ซึ่งจะบูรณาการกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อีก 5 ด้าน (KMUTT Sustainable University for Sustainable Development Goals) ได้แก่ 1. การสร้างการมีส่วนร่วมของนักศึกษา (Increasing the Student Engagement) 2. การสร้างผลกระทบเชิงบวกจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม (Demonstrating the Impact of Research and Innovation) 3. การสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน (Encouraging the Community Engagement) 4. การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Building Green Infrastructure &amp; Environment) และ 5. การสร้างสรรค์ระบบการบริหารที่ยั่งยืน (Creating a Sustainable Management System)</p>
<p>&#8220;จากนี้ไปการลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและร่วมกันลดผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้ มจธ. ในฐานะหน่วยงานภาควิชาการ ก็พร้อมที่จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและระดับสากลในการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กรและทุกพื้นที่การศึกษา&#8221; <strong>ดร.สุวิทย์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19807" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040.jpg" alt="KMUTT Carbon Neutrality 2040" width="780" height="975" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-768x960.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KMUTT-Carbon-Neutrality-2040-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ด้วยเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์กรไปสู่การลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (KMUTT Carbon Neutrality 2040) มจธ.จึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network) ที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) และเครือข่าย Race to Zero ที่เป็นความร่วมมือในระดับนานาชาติในการไปสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ นอกจากนี้ มจธ. จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศไทยไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน 100% (RE 100) โดยได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ RE100 Thailand Club ซึ่งริเริ่มโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-carbon-neutrality-2040/">มจธ. ขานรับนโยบายภาครัฐ ประกาศ มุ่งสู่ “KMUTT Carbon Neutrality 2040”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-carbon-neutrality-2040/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2021 07:43:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวดล เหล่าศิริพจน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีวิศวกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เอทานอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19709</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการใช้พลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับข้อตกลงร่วมกันของประชาคมโลกในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงประกาศให้ทุกประเทศจะต้องมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ล่าสุด ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกและเป็นก้าวสำคัญด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจต่างเร่งปรับแผนการใช้พลังงานทั้งในภาคการผลิต อาทิ การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินทยอยเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ในภาคการขนส่งปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงใช้น้ำมัน แต่แน่นอนว่าเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์สันดาป ทำให้อนาคตความต้องการใช้พลังงานน้ำมันจะค่อยๆลดลง ซึ่งน้ำมันดีเซลและแก๊สโซลีน(น้ำมันเบนซิน) จะมี Biofuel คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล (Biomass) เข้าไปผสมในสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด แต่หลังจากนี้อีก 10-20 ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อการใช้พลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับข้อตกลงร่วมกันของประชาคมโลกในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงประกาศให้ทุกประเทศจะต้องมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</strong><span id="more-19709"></span></p>
<p>ล่าสุด ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกและเป็นก้าวสำคัญด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจต่างเร่งปรับแผนการใช้พลังงานทั้งในภาคการผลิต อาทิ การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินทยอยเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ในภาคการขนส่งปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงใช้น้ำมัน แต่แน่นอนว่าเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์สันดาป ทำให้อนาคตความต้องการใช้พลังงานน้ำมันจะค่อยๆลดลง ซึ่งน้ำมันดีเซลและแก๊สโซลีน(น้ำมันเบนซิน) จะมี Biofuel คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล (Biomass) เข้าไปผสมในสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด แต่หลังจากนี้อีก 10-20 ปี เมื่อเครื่องยนต์สันดาปภายในหมดไปและจะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั่นหมายความว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตามมา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์</strong></span> <strong>อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ</strong> กล่าวว่า ในอดีตกว่าสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายเพิ่มการปลูกอ้อยและปาล์ม ทำให้มีอุตสาหกรรมผลิต เชื้อเพลิงชีวภาพค่อนข้างมาก แต่เมื่อสถานการณ์พลังงานโลกจากนี้จะถูกกระตุ้นด้วยความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการมาของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ความต้องการเอทานอลและไบโอดีเซลในตลาดพลังงานจะถูกปรับลดลง ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตและเกษตรกรได้หากไม่มีการเตรียมความพร้อม ดังนั้น หากจะไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions ) รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายและแผนออกมารองรับระหว่างทางว่าจะทำอะไรหรือมีมาตรการอะไรมาช่วยลดผลกระทบให้กับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<p>“ชุดโครงการวิจัยที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีนี้ เป็นความพยายามที่จะนำปาล์มน้ำมันและชีวมวลจากอ้อยมาเพิ่มมูลค่า จากจุดเริ่มต้นงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของราคาเอทานอลและไบโอดีเซลที่ผันผวน จนถึงงานวิจัยเพื่อรองรับและหาแนวทางการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลในกรณีที่ความต้องการเอทานอลและไบโอดีเซลลดลง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรรวมถึงอุตสาหกรรมผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ จึงมีแนวคิดการนำเอาชีวมวล รวมถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอลและน้ำมันปาล์ม) ไปแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูงแทน โดยชุดโรงการที่มีการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมา ได้แก่ งานวิจัยและพัฒนากระบวนการแปรสภาพชีวมวลจากซังข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว กะลาปาล์ม และเศษวัสดุเหลือจากการเกษตร หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงและผลิตสารเคมีมูลค่าสูง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานและต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมพืชน้ำมันเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม Bio-complex เป็นต้น โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญทางด้านเคมีวิศวกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมกันระหว่าง มจธ.และ สวทช.”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19710" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products.jpg" alt="IBL Products" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ศ. ดร.นวดล</strong> กล่าวอีกว่า “ ในรายละเอียดคณะวิจัยพยายามหาแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมพืชน้ำมัน อันได้แก่ น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว เพื่อแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามโจทย์ของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สารหล่อลื่นชีวภาพ สารทำความสะอาดในระดับอุตสาหกรรม สารเปลี่ยนสถานะ เป็นต้น โดย มจธ. และหน่วยงานเครือข่ายเข้าไปเป็นที่ปรึกษาและดำเนินงานวิจัยร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในระยะที่ผ่านมา”</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีชุดโครงงานวิจัยเพื่อแปรสภาพเอทานอล และชีวมวลจำพวกอ้อยไปเป็นผลิตภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูงเช่นกัน ศ. ดร.นวดล กล่าวว่า “นอกเหนือจากการนำอ้อยไปผลิตเป็นน้ำตาล สารให้ความหวานอื่นๆ รวมถึงเอทานอลแล้ว ชีวมวลจากอ้อยยังสามารถนำไปแยกส่วนเพื่อสกัดเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนิน ซึ่งสารทั้งสามกลุ่มนี้สามารถนำไปต่อยอดแปรสภาพใช้ผลิตเป็นวัสดุชีวภาพต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ สารทนไฟ และสาร anti-oxidant ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟม เป็นต้น”</p>
<p>งานวิจัยดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 วัตถุประสงค์หลัก คือต้องการเพิ่มมูลค่าของเศษวัสดุทางการเกษตรในประเทศ โดยทำการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อหากระบวนการในการแยกส่วนและแปรสภาพชีวมวลที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ รวมถึงความเหมาะสมกับชีวมวลที่มีอยู่ในประเทศไทยภายใต้แนวคิดการสร้างกระบวนการใช้ประโยชน์จากชีวมวลของประเทศแบบไร้ของเสียในอนาคต ผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติแล้วกว่า 200 ฉบับ อีกทั้งเป็นงานวิจัยที่เชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม และพร้อมรับโจทย์จากอุตสาหกรรมมาต่อยอด โดยมีการนำผลงานวิจัยไปจดสิทธิบัตรในต่างประเทศร่วมกับอุตสาหกรรมเครือข่าย 3 เรื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา</p>
<p><strong>จากผลงานวิจัยชุดนี้ ศ.ดร.นวดล ยังได้รับ “รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ประเภทบุคคลประจำปี 2563 จากมูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ในฐานะนักวิจัยผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการทำวิจัยในด้านการบูรณาการการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงควบคู่กับการผลิตสารเคมีมูลค่าสูง ที่นอกจากช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรแล้ว ยังสามารถสร้างความเข้มแข็งและเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ด้านที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and clean energy), ด้านที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน (Industry, innovation, and infrastructure), ด้านที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible consumption and production) และด้านที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate action)</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กพช. เคาะกรอบ &#8220;แผนพลังงานชาติ&#8221; เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 – 2070</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 03:36:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นำเข้าแอลเอ็นจี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18322</guid>

					<description><![CDATA[<p>กพช. พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ดันเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 50%  มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070 4 สิงหาคม 2564 &#8211; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">กพช. เคาะกรอบ “แผนพลังงานชาติ” เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 – 2070</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กพช. พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ดันเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 50%  มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070 </strong><span id="more-18322"></span></p>
<p>4 สิงหาคม 2564 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบ<a title="แผนพลังงานชาติ คืออะไร" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานชาติ-คืออะไร/"><strong>แผนพลังงานชาติ</strong></a> ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070</p>
<p>สำหรับแนวนโยบายของแผนพลังงานชาติ (Policy Direction) เพื่อขับเคลื่อนให้ภาคพลังงานสามารถบรรลุเป้าหมายการมุ่งสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ โดยการส่งเสริมการลงทุนพลังงานสีเขียวในภาคพลังงาน อาทิ</p>
<ol>
<li>เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 พิจารณาร่วมกับต้นทุนระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว</li>
<li>ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ตามนโยบาย 30@30 การปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งมาเป็น EV เป็นแนวทางที่ช่วยในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มความสามารถในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศจากภาวะฝุ่นละออง PM 2.5</li>
<li>ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มากกว่าร้อยละ 30 โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานสมัยใหม่ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงาน</li>
<li>ปรับโครงสร้างกิจการพลังงานรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ตามแนวทาง 4D1E (Decarbonization: การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงาน Digitalization: การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการระบบพลังงาน Decentralization: การกระจายศูนย์การผลิตพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน Deregulation: การปรับปรุงกฎระเบียบรองรับนโยบายพลังงานสมัยใหม่ และ Electrification: การเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานมาเป็นพลังงานไฟฟ้า)</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้เป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในช่วงดังกล่าว ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางการเงิน</p>
<p>เพื่อให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2608 &#8211; 2613 อย่างต่อเนื่อง และเพื่อแสดงถึงจุดยืนและการเตรียมการในการปรับเปลี่ยนให้รองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจสู่ neutral-carbon economy การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยและโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่มีนโยบายมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดภายในช่วงเวลา 1-10 ปีข้างหน้า (2564 &#8211; 2573) กพช. จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการระยะเร่งด่วน ดังนี้</p>
<ol>
<li>จัดทำแผนพลังงานชาติ ภายใต้กรอบนโยบายที่ทำให้ภาคพลังงานขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้สามารถรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจ neutral-carbon economy ได้ในระยะยาว ครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน</li>
<li>พิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในรูปแบบต่างๆ และปรับลดสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ภายใต้ PDP2018 rev.1 ในช่วง 10 ปีข้างหน้า (2564 &#8211; 2573) ตามความเหมาะสม อาทิ ปรับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าให้มีการผูกพันเชื้อเพลิงฟอสซิลเท่าที่จำเป็นและสามารถรองรับการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้ในระยะยาว การคำนึงถึงต้นทุนและความก้าวหน้าเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้นำหลักการวางแผนเชิงความน่าจะเป็นโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) มาใช้เป็นเกณฑ์ แทนกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ซึ่งไม่สามารถวิเคราะห์ผลจากความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้การประเมินและการวางแผนความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศมีความแม่นยำมากขึ้น</li>
<li>ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งและจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในอนาคต และสามารถตอบสนองต่อการผลิตไฟฟ้าได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ</li>
</ol>
<p>สำหรับกระบวนการจัดทำแผนพลังงานชาติ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2565 โดยจะมีรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ ในช่วงเดือนสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2564 เพื่อนำความเห็นมาประกอบการจัดทำแผน 5 แผนหลัก และรวมเป็นแผนพลังงานชาติ หลังจากนั้นจะมีการรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพลังงานชาติ ก่อนนำเสนอ กพช. ให้ความเห็นชอบต่อไป</p>
<p>ที่ประชุม กพช. ยังได้เห็นชอบโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 (ใหม่) โดยโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ จำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ราคาก๊าซธรรมชาติที่ขายให้กับโรงแยกก๊าซธรรมชาติ 2. ราคาก๊าซธรรมชาติที่ Shipper ปตท. ขายในกลุ่ม Old Supply และ 3. ราคาก๊าซธรรมชาติที่ New Shipper ขายไฟฟ้าเข้าระบบใน Regulated Market พร้อมกำหนดอัตราค่าผ่านท่อก๊าซใหม่ ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าในภาพรวมลดลงประมาณ 56 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นค่า Ft ลดลงประมาณ 0.39 สตางค์ต่อหน่วย</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการนำเข้าแอลเอ็นจีที่ไม่กระทบต่อ Take or Pay สำหรับ ปี 2564 -2566 แบ่งเป็นปี 2564 จะมีปริมาณนำเข้า 0.48 ล้านตัน ปี 2565 อยู่ที่ 1.74 ล้านตัน และปี 2566 อยู่ที่ 3.02 ล้านตัน โดยมอบหมายให้ กบง. พิจารณาทบทวนหากพบว่าปริมาณความสามารถในการนำเข้า LNG มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากตัวเลขดังกล่าว และมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดสรรปริมาณการนำเข้า LNG ตามโครงสร้างของกิจการก๊าซธรรมชาติ ในระยะที่ 2 คือ Regulated Market และ Partially Regulated Market สำหรับ New Demand และกำหนดหลักเกณฑ์ในการนำเข้าของ Shipper รวมทั้งกำกับดูแลต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">กพช. เคาะกรอบ “แผนพลังงานชาติ” เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 – 2070</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
