<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chula Thailand Presidents Summit 2025 | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/chula-thailand-presidents-summit-2025/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 Feb 2025 08:48:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Chula Thailand Presidents Summit 2025 | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Chula Thailand Presidents Summit 2025 เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร ชี้อนาคตไทย ท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chula-thailand-presidents-summit-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/chula-thailand-presidents-summit-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 09:06:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Chula Thailand Presidents Summit 2025]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37861</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ครั้งแรกของการรวมตัวของสุดยอดผู้นำองค์กรชั้นนำระดับประเทศ แสดงวิสัยทัศน์เพื่อขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย เวที “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ถือเป็นงานสัมมนาครั้งสำคัญที่รวมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งประสบความสำเร็จในการบริหารงานทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อันมีค่า พร้อมนำเสนอกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปี 2568 สู่ความสำเร็จ ตามวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเป็น“มหาวิทยาลัยไทยระดับโลกที่มุ่งสร้างประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้วยปัญญานวัตกรรมและจิตวิญญาณแห่งการให้” และได้รับเกียรติจากศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นเกียรติในงานสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้นำองค์กรระดับประเทศร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยครอบคลุมทุกองค์ความรู้ ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chula-thailand-presidents-summit-2025/">Chula Thailand Presidents Summit 2025 เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร ชี้อนาคตไทย ท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ครั้งแรกของการรวมตัวของสุดยอดผู้นำองค์กรชั้นนำระดับประเทศ แสดงวิสัยทัศน์เพื่อขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-37861"></span></p>
<p><strong>เวที “Chula Thailand Presidents Summit 2025”</strong> ถือเป็นงานสัมมนาครั้งสำคัญที่รวมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งประสบความสำเร็จในการบริหารงานทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อันมีค่า พร้อมนำเสนอกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปี 2568 สู่ความสำเร็จ ตามวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเป็น“มหาวิทยาลัยไทยระดับโลกที่มุ่งสร้างประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้วยปัญญานวัตกรรมและจิตวิญญาณแห่งการให้” และได้รับเกียรติจาก<strong>ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม </strong>ร่วมเป็นเกียรติในงานสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้นำองค์กรระดับประเทศร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยครอบคลุมทุกองค์ความรู้</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37863" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-02.jpg" alt="ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" width="625" height="625" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-02.jpg 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย</span> นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Future Thailand : The Comprehensive View โดยเน้นว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทยคือ <strong>“ความปั่นป่วนของโลก”</strong> (Global Disruptions) ที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความปั่นป่วนทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเห็นได้จากการมาของ DeepSeek ที่เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัล ประเทศไทยเองก็มีโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง แต่ต้องเร่งลงทุนด้านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรมให้มากขึ้นเพื่อแข่งขันในเวทีโลก ความปั่นป่วนทางด้านประชากร ก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลให้จำนวนแรงงานลดลง กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานและระบบสวัสดิการจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ความปั่นป่วนทางด้านโรคระบาด </strong>ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง แม้ว่าผลกระทบของโควิด-19 จะเริ่มลดลง แต่โลกยังมีความเสี่ยงต่อโรคอุบัติใหม่ การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขและระบบป้องกันโรคจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ</p>
<p><strong>ด้านความปั่นป่วนทางสิ่งแวดล้อม</strong> ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะอากาศสุดขั้วจึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน อีกปัจจัยที่สำคัญคือ ความปั่นป่วนทางด้านอาชีพ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจ งานจำนวนมากอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ทำให้แรงงานต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคต</p>
<p>สุดท้ายคือ <strong>ความปั่นป่วนด้านภูมิรัฐศาสตร์</strong> ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคที่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจโลกทวีความรุนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนด้านการค้าและการลงทุนอาจส่งผลกระทบต่อไทยในแง่ของการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน ประเทศไทยจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศให้รอบคอบและยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ </strong>กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางอนาคตของประเทศไทย การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยต้องอาศัยแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Tourism) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้มหาศาล รวมถึงการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยทางสุขภาพ เพื่อรองรับประชากรในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ การปฏิรูปการศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่ โดยมุ่งเน้น Action Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับอาชีพแห่งอนาคต นอกจากนี้ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) จะมีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถรับมือกับความปั่นป่วนของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37864" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-03.jpg" alt="ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร" width="625" height="625" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-03.jpg 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-03-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-03-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-03-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</span> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวถึง Future Thailand: Future Education ว่า รากฐานของทั้งหมดคือการศึกษา เพราะการศึกษาจะเป็นตัวสร้างคน และเป็นรากฐานของระบบทุนนิยม หากไม่มีระบบทุนนิยม โลกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และ ระบบทุนนิยมที่สามารถทำให้ชนชั้นกลางและชนชั้นล่างเติบโตขึ้นมาได้ มีเพียงการศึกษาเท่านั้น ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต ดังนั้น รูปแบบการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยต้องมองให้ไกล มองให้กว้าง และมองให้ลึก</p>
<p>ในวันนี้ การสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก (Global Competitiveness) ต้องอาศัย ทุนมนุษย์ (Human Capital) ซึ่งเกิดจากสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีคะแนนด้าน การสอนให้คิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) เพียง 37 คะแนน ขณะที่ ฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศอันดับหนึ่ง มีคะแนนสูงถึง 89 คะแนน นั่นหมายความว่า อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องไม่เป็นเพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ (Reader) แต่ต้องสามารถทำให้นักศึกษาเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ได้อย่างลึกซึ้ง</p>
<p>“ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยต้องเป็น แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) ที่เหมาะกับผู้เรียนทุกวัย รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการกลับมาเรียนรู้เพิ่มเติม ทั้งนี้ การศึกษาไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้เพื่อให้รู้ แต่ต้อง เรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผล ดังนั้น คุณภาพของการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเราต้องมุ่งพัฒนาประเทศก่อนมหาวิทยาลัย ภายในปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเปิดตัว Chulalongkorn Extension School ซึ่งเป็นศูนย์รวมสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ต้องการมาเรียนรู้” <strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันต้องมุ่งเน้นที่ Holistic Skill Change หรือการยกเครื่องการพัฒนาทักษะ (Upskill) ของบุคลากรในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ทักษะใดทักษะหนึ่ง อีกทั้ง องค์กรต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับยุคใหม่ โดยงานที่ทำซ้ำซากควรถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ องค์กรต้องส่งเสริมให้บุคลากรไม่ยึดติดกับรูปแบบการทำงานแบบเดิม ๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37865" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-04.jpg" alt="ธนินท์ เจียรวนนท์" width="625" height="625" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-04.jpg 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-04-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-04-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-04-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธนินท์ เจียรวนนท์</span> ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong>  กล่าวถึง Future Thailand: Next Growth ว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยมีอนาคตที่สดใส แม้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านสภาพอากาศ การเมือง และเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนของเครือซีพี ไม่ว่าจะไปที่ประเทศไหน จะนำคนไทยไปด้วย และถือว่าเป็นการลงทุนในทุกประเทศ โดยยึดหลัก 3 ประโยชน์ ได้แก่ ประเทศไทยต้องได้ประโยชน์ ประชาชนต้องได้ประโยชน์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ถึงจะได้ประโยชน์ เพราะถ้าประชาชนไม่ให้ความนิยม สินค้าก็ไม่สามารถขายได้</p>
<p>“ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส ขณะเดียวกัน เมื่อมีโอกาสก็ต้องคำนึงถึงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นแนวทางที่ถูกต้องของรัฐบาล โดยการยกเลิกวีซ่าช่วยให้ประเทศไทยสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้รวดเร็ว การท่องเที่ยวถือเป็น Soft Power ที่ใกล้ตัวที่สุด และสร้างรายได้ให้ประเทศได้เร็วที่สุด ดังนั้นอยากฝากรัฐบาลให้ตั้งเป้าหมาย ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโต” <strong>ธนินท์ </strong>กล่าว</p>
<p>ด้านการเกษตร ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเพราะไม่มีภัยพิบัติที่รุนแรงเหมือนประเทศอื่น แต่จะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนเข้าสู่พื้นที่เกษตร ปรับรูปที่ดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก และพัฒนาระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ต้องพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเกษตร รวมถึงการจัดการปุ๋ยและอาหารสัตว์ให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิต และส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตมีที่ถือว่ามีความจำเป็น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อลดการปนเปื้อนและเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้า (DC) และการค้าปลีก ซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่ยาวที่สุดของอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า ไปจนถึงโต๊ะอาหารของผู้บริโภค</p>
<p>“สำหรับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เราดำเนินธุรกิจในแนวดิ่ง (Vertical Integration) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ใช่การผูกขาด แต่เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการผลิตสอดคล้องกัน หากผลิตมากเกินไป ขายไม่หมดก็เสียหาย ถ้าผลิตน้อยเกินไปก็ไม่มีของขาย ดังนั้น การควบคุมทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจึงมีความจำเป็น ซึ่งสินค้าเกษตรของเครือซีพีส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นสินค้าของประเทศไทย และถือเป็น “น้ำมันบนดิน” ที่มีคุณค่าต่อเศรษฐกิจของประเทศ” <strong>ธนินท์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37866" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-05.jpg" alt="สารัชถ์ รัตนาวะดี" width="624" height="624" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-05.jpg 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-05-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-05-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chula-Thailand-Presidents-Summit-2025-05-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สารัชถ์ รัตนาวะดี</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS </strong>กล่าวถึง Future Thailand: Energizing Society ว่า เมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นพลังงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนต่ำและใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “Clean Grow” ในเวลานั้น ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเต็มที่ แต่ก็เผชิญแรงต่อต้านจากประชาชนและสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ที่ อำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง และอ.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม้ต้องใช้เวลาดำเนินการถึง 7 ปี ผ่าน 4 รัฐบาล แต่ท้ายที่สุด ประเทศไทยก็เริ่มปรับเปลี่ยนจากพลังงานถ่านหินมาใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. โดยมีแหล่งก๊าซจากอ่าวไทย พม่า และมาเลเซียเป็นหลัก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น ก๊าซธรรมชาติก็สามารถนำเข้าจากทั่วโลกได้ ผ่านกระบวนการทำให้เป็นของเหลว (LNG) และขนส่งผ่านเรือ ทำให้ก๊าซธรรมชาติกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศ แต่ราคาของก๊าซธรรมชาติก็มีความผันผวน โดยเฉพาะจากผลกระทบของสงครามระหว่าง ยูเครนและรัสเซีย ต่อมา เมื่อพลังงานหมุนเวียนอย่าง โซลาร์และพลังงานลม เริ่มเข้ามาเป็นทางเลือก แต่เนื่องจากในช่วงแรก ต้นทุนยังสูงมาก ทำให้การลงทุนยังไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ราคาของพลังงานหมุนเวียนลดลงเหลือเพียง 2-3 บาทต่อหน่วย ทำให้ทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ พลังงานสะอาดที่มีต้นทุนต่ำและมั่นคง ซึ่งอนาคตของพลังงานต้องเป็นการ ผสมผสานแหล่งพลังงานหลายประเภท (Energy Mix) เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>กัลฟ์ฯ ได้ขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เช่น โครงการพลังงานลมที่ North Sea ประเทศเยอรมนี กำลังการผลิต 500 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ ชิคาโก สหรัฐอเมริกา และ โครงการพลังงานลมที่ North Sea ประเทศอังกฤษ กำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่ต้องการพลังงานสะอาดมากขึ้น และได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น แผงโซลาร์เซลล์ที่มีราคาถูกลงมากเมื่อเทียบกับอดีต</p>
<p>เทคโนโลยีอัตโนมัติมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เช่น ที่ ท่าเรือคอนเทนเนอร์แหลมฉบัง มีการใช้ระบบ Fully Automated ซึ่งสามารถบริหารเครนได้ 5-6 เครน โดยไม่ต้องใช้คน ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานและลดต้นทุนลงอย่างมาก นอกจากนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับ Data จะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดที่เคยมีมานานแล้ว แต่การหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมยังเป็นเรื่องยาก จนกระทั่งช่วงโควิด-19 ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงและเปิดโอกาสให้ กัลฟ์ฯ ลงทุนใน AIS ส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนที่ดี</p>
<p>“ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย และอาจถูกลืมในเอเชียหากไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะช่วยพัฒนาประเทศให้กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและผู้นำในภูมิภาค สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในอนาคต” <strong>สารัชถ์ </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chula-thailand-presidents-summit-2025/">Chula Thailand Presidents Summit 2025 เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร ชี้อนาคตไทย ท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/chula-thailand-presidents-summit-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
