<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>COP21 | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/cop21/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Nov 2021 07:17:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>COP21 | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8220;ความตกลงปารีส&#8221; (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa-paris-agreement/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa-paris-agreement/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Nov 2021 06:40:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[COP21]]></category>
		<category><![CDATA[Paris Agreement]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความตกลงปารีส]]></category>
		<category><![CDATA[ความตกลงปารีสของไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19738</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความตกลงปารีส (Paris Agreement) เกิดขึ้นจากการประชุม COP ครั้งที่ 21 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นส่วนขยายและเพิ่มเติม (Supplementary Agreement) ต่อจาก พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol–KP) ปี พ.ศ. 2540 เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากพิธีสารเกียวโตนั้นมีข้อจำกัดไม่สามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความตกลงปารีส (Paris Agreement) เกิดขึ้นจากการประชุม COP ครั้งที่ 21 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นส่วนขยายและเพิ่มเติม (Supplementary Agreement) ต่อจาก พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol–KP) ปี พ.ศ. 2540 เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากพิธีสารเกียวโตนั้นมีข้อจำกัดไม่สามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีของพิธีสารฯ ดังกล่าว</strong><span id="more-19738"></span></p>
<p>&#8220;<strong>ความตกลงปารีส</strong>&#8221; นั้นมุ่งเน้นที่จะให้มีข้อตกลงใหม่นอกเหนือจากพิธีสารเกียวโต เพื่อให้มีผลผูกพันครอบคลุมประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก</p>
<p>ภายหลังจากการประชุม COP21 ในการประชุมครั้งถัดมา หรือ COP22 ได้มีการเปิดให้ลงนาม &#8220;<strong>ความตกลงปารีส</strong>&#8221; อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 ซึ่งตรงกับวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์ก และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 หลังมีประเทศภาคีร่วมให้สัตยาบันเกิน 55 ประเทศ และมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันมากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ของโลก นับจากนั้นเป็นต้นมา มีประเทศต่างๆ เข้าร่วมข้อตกลงนี้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีประเทศภาคีสมาชิกร่วมลงนามในความตกลงปารีสแล้วทั้งสิ้น 197 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19743" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/climate-change-1.jpg" alt="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" width="680" height="476" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/climate-change-1.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/climate-change-1-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/climate-change-1-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/climate-change-1-500x350.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<h2>สาระสำคัญของความตกลงปารีส</h2>
<p>&#8220;<strong>ความตกลงปารีส</strong>&#8221; มุ่งเน้นให้ประเทศภาคีเกิดการเสริมสร้างการตอบสนองต่อภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในศตวรรษนี้ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และพยายามรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ครอบคลุมในเรื่องของการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) โครงสร้างทางการเงิน (Climate Finance) กลไกการสร้างความโปร่งใส (Transparency) การทบทวนการดำเนินงานระดับโลก (Global Stocktake) และการให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านการพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงทางการเงิน โดยประเทศภาคีต้องมีข้อเสนอการดำเนินการที่เรียกว่า Nationally Determined Contribution (NDC) ของประเทศทุก ๆ 5 ปี<br />
โดยประเทศภาคี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มภาคผนวกที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และกลุ่มที่ 2 กลุ่มประเทศนอกกลุ่มภาคผนวกที่ 1 ซึ่ง เป็นประเทศกำลังพัฒนา</p>
<h2>&#8220;ความตกลงปารีส&#8221; กับสหรัฐอเมริกา</h2>
<p>สหรัฐอเมริกา ภายใต้การดำเนินการของคณะบริหารอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 26-28 เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยในปี พ.ศ. 2548 ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2568 แต่ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้กฎระเบียบและนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ต้องหย่อนยาน และทรัมป์ ยังได้เป็นผู้สั่งการให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงปารีสอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่ถอนตัวอย่างเป็นทางการออกจาก &#8220;<strong>ความตกลงปารีส</strong>&#8221; นับตั้งแต่ข้อตกลงนี้ได้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2558<br />
ต่อมาในสมัย โจ ไบเดน หลังจากได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง และหลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ เมื่อ 20 มกราคม 2564 นำสหรัฐฯ กลับเข้าเป็นภาคีในความตกลงปารีสอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเร่งด่วนตามที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ โดยคาดว่าไบเดนจะสามารถผลักดันแผนเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเดินหน้ากระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. 2578 และบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593</p>
<h2>&#8220;ความตกลงปารีส&#8221; กับประเทศไทย</h2>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้นได้เข้าร่วม &#8220;<strong>ความตกลงปารีส</strong>&#8221; เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้มอบสัตยาบันสารเข้าเป็นภาคีความตกลงปารีสของไทยให้กับนายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้ข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับประชาคมโลก (National Determined Contribution – NDC) โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 20–25 ภายในปี พ.ศ. 2573 ตามร่างแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564–2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on Mitigation 2021–2030 หรือ NDC Roadmap on Mitigation 2021–2030) ผ่านการดำเนินการในสาขาต่าง ๆ อาทิ สาขาพลังงานและขนส่ง สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และสาขาการจัดการของเสีย</p>
<hr />
<p><strong>แหล่งข้อมูลอ้างอิง:</strong></p>
<ul>
<li>www.unfccc.int/process-and-meetings/the-paris-agreement/the-paris-agreement/key-aspects-of-the-paris-agreement</li>
<li>www.nrdc.org/stories/paris-climate-agreement-everything-you-need-know#sec-whatis</li>
<li>www.thai-inter-org.mfa.go.th/th/page/ความตกลงปารีส?menu=5d847835517e9b159b5eba97</li>
<li>www.climate.onep.go.th/th/topic/policy-and-strategy/thailand-ndc-roadmap-on-mitigation/</li>
<li>www.tgo.or.th/2020/index.php/th/post/โจ-ไบเดน-นำสหรัฐฯ-กลับเข้าร่วมความตกลงปารีส-paris-agreement-เพื่อแก้ปั-หาโลกร้อน-703</li>
<li>www.tgo.or.th/2020/index.php/th/post/สหรัฐอเมริกา-กลับสู่-ความตกลงปารีส-อย่างเป็นทางการ-440</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa-paris-agreement/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2021 02:55:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[COP21]]></category>
		<category><![CDATA[Enapter]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการบ้านผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15763</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า &#8220;Hydrogen Valleys&#8221; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/">โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า &#8220;Hydrogen Valleys&#8221; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก</strong><span id="more-15763"></span></p>
<p>จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่น ๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา</p>
<p>แนวคิด Mission Innovation ริเริ่มจากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส เมื่อปี 2015 เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดในระดับโลก การเปิดตัวแพลตฟอร์มในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านนวัตกรรม 1 ใน 8 ด้าน นำโดยประเทศออสเตรเลีย เยอรมนี และสหภาพยุโรป ในฐานะผู้นำร่วมของเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและไฮโดรเจนสะอาด</p>
<p>&#8220;ประเทศไทยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทน 30% ภายในปี 2037 ทั้งนี้ ความท้าทายไม่ใช่แค่การผลิตพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศไทยเห็นว่าการกักเก็บพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีที่ทราบว่าประเทศไทยมีโครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ในแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation และหวังว่าบ้านผีเสื้อจะไม่เป็นเพียงโครงการเดียวแต่เป็นโครงการแรกของอีกหลาย ๆ โครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&#8221;</p>
<p>&#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร</span> หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน</strong></p>
<p>&#8220;ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ โครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นว่าพลังงานไฮโดรเจนสามารถนำมาใช้ได้แล้วในวันนี้ เป็นต้นแบบของ Enapter บริษัทสัญชาติเยอรมันที่เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมัน&#8221;</p>
<p>&#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>Georg Schmidt</strong></span> <strong>เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย</strong></p>
<p>บ้านผีเสื้อเป็นกลุ่มอาคารบ้านพักที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานแบบไฮบริดไฮโดรเจนร่วมกับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน โครงการต้นแบบนี้พัฒนาโดยนายเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Enapter ผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่ติดตั้งอยู่ในโครงการบ้านผีเสื้อ ทำงานโดยการผลิตไฮโดรเจนจากน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์<br />
Enapter เป็นผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM รายเดียวของโลก ที่มีประสิทธิภาพสูงและทำงานแบบโมดูลาร์ เครื่องผลิตไฮโดรเจนชนิดนี้ถูกใช้อยู่ในกลุ่มลูกค้ามากกว่า 100 ราย กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ Enapter ได้เลือกประเทศเยอรมนีเป็นฐานผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์แห่งใหม่ จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022 ฐานผลิตแห่งใหม่จะสามารถผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์ได้มากกว่า 100,000 โมดูลต่อปี</p>
<p>&#8220;บ้านผีเสื้อทำให้เรารู้แล้วว่าเราเป็นได้มากกว่า เราทำได้มากกว่า และได้จารึกสิ่งเล็ก ๆ นี้ไว้ในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับโครงการบ้านผีเสื้อและผู้ก่อตั้งโครงการ คุณเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ และบริษัท Enapter สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้&#8221;</p>
<p>&#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/">โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
