<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>IoT | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/iot/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 07 Nov 2024 08:00:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>IoT | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SISTAM 2024: มุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยอุตสาหกรรมและการบำรุงรักษา ด้วยความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sistam-2024-postshow/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sistam-2024-postshow/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Nov 2024 08:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3S]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[SISTAM 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการบำรุงรักษา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36547</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนในแวดวงอุตสาหกรรมรวมตัวที่ SISTAM 2024 เพื่อเข้าร่วมสัมมนากว่า 70 หัวข้อและสัมผัสมุมมองนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, 7 พฤศจิกายน 2567 – งาน SISTAM 2024 งานประชุมและนิทรรศการ B2B ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีการบำรุงรักษาขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และยกระดับสถานะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมของประเทศไทย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคอุตสาหกรรม 3,024&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sistam-2024-postshow/">SISTAM 2024: มุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยอุตสาหกรรมและการบำรุงรักษา ด้วยความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li><strong>ผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนในแวดวงอุตสาหกรรมรวมตัวที่ SISTAM 2024 เพื่อเข้าร่วมสัมมนากว่า 70 หัวข้อและสัมผัสมุมมองนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน</strong></li>
</ul>
<p>กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, 7 พฤศจิกายน 2567 – <strong>งาน SISTAM 2024 งานประชุมและนิทรรศการ B2B ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีการบำรุงรักษาขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และยกระดับสถานะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมของประเทศไทย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคอุตสาหกรรม 3,024 คน รวมถึงผู้บริหารระดับสูง ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ผู้พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี และวิศวกรความปลอดภัย นับเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากการจัดงานครั้งก่อน</strong></p>
<p><span id="more-36547"></span></p>
<p>ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชน หน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษา <strong>งาน SISTAM 2024</strong> เป็นเวทีสำหรับผู้นำทางความคิดในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด สำรวจนวัตกรรม และกำหนดทิศทางอนาคตของความปลอดภัยและการบำรุงรักษาอุตสาหกรรม งานนี้ยังได้รับชื่นชมตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36549" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-02.jpg" alt="SISTAM 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ประสบการณ์การประชุมที่สร้างการเปลี่ยนแปลง</h3>
<p>การประชุมหลักของงานภายใต้หัวข้อ “<strong>3S &#8211; เทคโนโลยีอัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืนสู่อนาคต</strong>” ซึ่งมีไฮไลท์กว่า 70 หัวข้อการสัมมนาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และการบำรุงรักษา โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ การเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ด้วย IoT ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และระบบการจัดการความปลอดภัยขั้นสูง ผู้เข้าร่วมยังได้สำรวจเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ IoT และ 5G คอมพิวเตอร์คลาวด์ AI และข้อมูล หุ่นยนต์และการอัตโนมัติ ตลอดจนเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (AR, VR และ MR) และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นแนวทางเชิงบูรณาการที่จำเป็นสำหรับการเผชิญกับความท้าทายของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน</p>
<p>งานเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์</strong></span> <strong>คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ที่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการผนวกเทคโนโลยีความปลอดภัยและการบำรุงรักษาเข้ากับอุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนาของไทย ต่อด้วยการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “<em>แผนงานดิจิทัลเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในยุคดิจิทัล</em>” โดย<span style="color: #6cb742;"><strong>นางบุปผา กวินวศิน</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการ (พัฒนาอย่างยั่งยืน) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> โดยทั้งสองผู้นำได้เน้นถึงบทบาทสำคัญของการแปลงสู่ดิจิทัลในการเสริมสร้างศักยภาพและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย</p>
<p>มุมมองของทั้งสองท่านสอดคล้องโดยตรงกับพันธกิจของ SISTAM 2024 ในการเป็นเวทีขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยและการบำรุงรักษาในอุตสาหกรรม การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้ช่วยตอกย้ำบทบาทของ <strong>SISTAM 2024</strong> ในฐานะผู้สนับสนุนหลักที่ช่วยให้อุตสาหกรรมของไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความยั่งยืนเป็นสำคัญ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36550" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-03.jpg" alt="SISTAM 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>การเสวนาระดับ CEO ในมุมมองด้านดิจิทัลและความยั่งยืน</h3>
<p>ไฮไลท์สำคัญของงานคือการเสวนาระดับผู้บริหาร CEO เรื่อง “<em>ดิจิทัลขับเคลื่อนความยั่งยืนได้อย่างไร</em>” โดยมีผู้นำระดับสูงจากหน่วยงานภาคพลังงาน เคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยี เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เอสซีจี เคมิคอลส์ และหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลกำลังกำหนดอนาคตของความยั่งยืนทางอุตสาหกรรมในประเทศไทย  การเสวนาได้เจาะลึกถึงแนวทางที่อุตสาหกรรมสามารถนำโซลูชันดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p>
<p>ระหว่างการเสวนา ผู้ร่วมอภิปรายได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลในการปรับโฉมอุตสาหกรรมและส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน <span style="color: #6cb742;"><strong>คุณสมศักดิ์ กล่ำกลาย</strong></span> <strong>ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีดิจิตอล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> กล่าวว่า <em>“การเปลี่ยนสู่ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังหมายถึงการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย ผ่านแนวคิดคิดริเริ่มและโครงการต่างๆ เช่นงาน </em><em>SISTAM เราสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิดและโซลูชันที่จะนำพาความสำเร็จและความยั่งยืนในระยะยาวให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน</em>”</p>
<h3>ความร่วมมือที่สำคัญจากภาคอุตสาหกรรม</h3>
<p>ความสำเร็จของงาน <strong>SISTAM 2024</strong> ส่วนหนึ่งมาจากการมีส่วนร่วมที่ทรงคุณค่าของเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) (TPA) และสมาคมวิศวกรรมเคมีและเคมีประยุกต์แห่งประเทศไทย (TiChE) ในการกำหนดวาระและเนื้อหาของงาน เพื่อให้แน่ใจว่าครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านความปลอดภัยและการบำรุงรักษาในอุตสาหกรรม การมีส่วนร่วมของสมาคมทั้งสองได้ช่วยเสริมสร้างจุดยืนของ SISTAM ให้มั่นคงยิ่งขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณนุชรินทร์ ภารดีวิสุทธิ์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซโปซิส (ExpoSis) และผู้จัดงาน SISTAM</strong> เน้นย้ำถึงความร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า &#8220;<em>SISTAM 2024 จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากขาดการสนับสนุนจากเจ้าภาพร่วมของเรา TPA และ TiChe รวมถึงองค์กรชั้นนำอีก 17 หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการประชุมครั้งนี้  เราร่วมกันกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งความเป็นเลิศในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย และส่งเสริมความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต</em>”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36551" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-04.jpg" alt="SISTAM 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sistam-2024-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SISTAM 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-43.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SISTAM 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-77.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SISTAM 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SistamDay2-149.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<h3>ไฮไลท์ที่สำคัญภายในงาน SISTAM 2024: การประชุม 3S</h3>
<p>การประชุมครั้งนี้ได้เจาะลึกถึงแนวโน้มล่าสุดในด้านความปลอดภัยทางอุตสาหกรรม การบำรุงรักษาขั้นสูง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีพันธมิตรที่มีชื่อเสียง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม สถาบันไทย-เยอรมัน สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย ฯลฯ ร่วมบรรยายและจัดการเสวนาในหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มใหม่ๆ</p>
<p>งาน SISTAM 2024 ได้รับเกียรติจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Engineering) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นพันธมิตรองค์ความรู้ให้กับ SISTAM 2024 โดยความร่วมมือระหว่างความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัยของ Chula Engineering และหัวข้อของงาน &#8220;<strong>3S: เทคโนโลยีที่ฉลาด ปลอดภัย และยั่งยืนสู่อนาคต&#8221;</strong> ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนตลอดการประชุม ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมสร้างเนื้อหาของงานให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ทำให้การอภิปรายในเรื่องความปลอดภัยในอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และความยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนจากองค์ความรู้ทางวิชาการที่ก้าวล้ำและข้อมูลเชิงลึกจากอุตสาหกรรม การที่ Chula Engineering มีบทบาทเป็นผู้นำทางความคิดสอดคล้องกับเป้าหมายของ <strong>SISTAM 2024</strong> สะท้อนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงนวัตกรรมทางวิชาการเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<ul>
<li><strong> คลินิกให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยฟรีสำหรับ SMEs </strong></li>
</ul>
<p>อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของงานคือคลินิกให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยฟรีสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จัดโดยสมาคมวิศวกรรมความปลอดภัย (SEA) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติแก่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในด้านการประเมินความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<ul>
<li><strong> นิทรรศการนวัตกรรมล้ำสมัย </strong></li>
</ul>
<p>ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับการจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่เทคโนโลยี IoT หุ่นยนต์ และ AI ไปจนถึงโซลูชันวิศวกรรมความปลอดภัยขั้นสูง</p>
<h3>โอกาสการสร้างเครือข่ายที่ไม่เหมือนใคร</h3>
<p>ด้วยผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน <strong>SISTAM 2024</strong> ได้สร้างโอกาสในการสร้างเครือข่ายที่โดดเด่น นำพาผู้นำในอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้มีอำนาจตัดสินใจมาเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์อันมีค่า งานนี้ได้ตอกย้ำบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่ผู้ที่มุ่งมั่นต่อความปลอดภัยในอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีต้องไม่พลาด</p>
<h3>SISTAM 2024: กำหนดอนาคต</h3>
<p>เมื่อมองไปข้างหน้า ในขณะที่ประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตและความปลอดภัยอัจฉริยะ งาน <strong>SISTAM 2024</strong> ได้วางรากฐานสำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภาคส่วนสำคัญเหล่านี้ ความสำเร็จอย่างท่วมท้นของงานนี้สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อผลักดันความปลอดภัยและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมของไทย</p>
<p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน SISTAM 2024 และงานที่จะจัดขึ้น สามารถเยี่ยมชมได้ที่ <a href="http://www.sistam-asia.com" target="_blank" rel="noopener">www.sistam-asia.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sistam-2024-postshow/">SISTAM 2024: มุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยอุตสาหกรรมและการบำรุงรักษา ด้วยความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sistam-2024-postshow/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge เข้าซื้อกิจการ Hark Systems ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์พลังงานและ IoT ในยุโรป</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-hark-systems/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-hark-systems/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2023 03:06:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Hark Systems]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24995</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสามารถของ Hark จะขยายการตรวจสอบติดตามและการจัดการพลังงานของ SolarEdge ไปยังส่วนพาณิชย์และอุตสาหกรรม เมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร และเมืองมิลปิทัส รัฐแคลิฟอร์เนีย &#8212; (BUSINESS WIRE) — 3 มกราคม 2566 – SolarEdge Technologies, Inc. (“SolarEdge”) (NASDAQ: SEDG) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศในวันนี้ว่า ได้ทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ Hark Systems Ltd. (“Hark”)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-hark-systems/">SolarEdge เข้าซื้อกิจการ Hark Systems ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์พลังงานและ IoT ในยุโรป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>ความสามารถของ </em></strong><strong><em>Hark </em></strong><strong><em>จะขยายการตรวจสอบติดตามและการจัดการพลังงานของ </em></strong><strong><em>SolarEdge </em></strong><strong><em>ไปยังส่วนพาณิชย์และอุตสาหกรรม</em></strong></p>
<p>เมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร และเมืองมิลปิทัส รัฐแคลิฟอร์เนีย &#8212; (BUSINESS WIRE) — 3 มกราคม 2566 – SolarEdge Technologies, Inc. (“SolarEdge”) (NASDAQ: SEDG) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศในวันนี้ว่า ได้ทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ Hark Systems Ltd. (“Hark”) Hark ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 และตั้งอยู่ในเมืองลีดส์ ประเทศสหราชอาณาจักร ให้บริการแพลตฟอร์ม Software as a Service (SaaS) Internet of Things (IoT) ที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งช่วยให้องค์กรและผู้ปฏิบัติงานสินทรัพย์เชื่อมต่อ, วิเคราะห์, และเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์อุตสาหกรรมและพลังงานในไซต์เชิงพาณิชย์ของตน เทคโนโลยีของ Hark ช่วยให้สามารถปรับใช้และทดสอบการใช้งานได้อย่างรวดเร็วในหลายไซต์ ฐานลูกค้าของ Hark ประกอบด้วยอุตสาหกรรมที่หลากหลาย รวมถึงเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดบางแห่งในสหราชอาณาจักร</p>
<p>การซื้อกิจการของ Hark นั้นคาดว่าจะทำให้ SolarEdge สามารถขยายขีดความสามารถให้กับลูกค้าในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&amp;I) ในการจัดการพลังงานและการเชื่อมต่อ รวมถึงการระบุศักยภาพในการประหยัดพลังงาน, การตรวจจับความผิดปกติในการใช้พลังงานของสินทรัพย์, และการปรับการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหมาะสมที่สุด ผ่านการจัดการโหลดและการควบคุมการจัดเก็บ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Zvi Lando </strong></span><strong>CEO</strong> ของ <strong>SolarEdge Technologies</strong> กล่าวว่า &#8220;แพลตฟอร์ม SaaS ของ Hark จะช่วยให้เราสามารถขยายพอร์ตโฟลิโอการจัดการพลังงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่กว้างขวางของเรา และนำเสนอบริการเพิ่มเติมแก่ลูกค้า C&amp;I ของเรา เมื่อรวมกับโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะของเรา ความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูงของ Hark สามารถช่วยให้องค์กรมีความโปร่งใสมากขึ้นและควบคุมการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอน”</p>
<p><strong>“</strong><strong>SolarEdge ได้ปฏิวัติวิธีเก็บเกี่ยวและจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ และได้ติดตั้งระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะหลายล้านระบบทั่วโลก เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ SolarEdge และเข้าร่วมโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของพวกเขาเพื่อช่วยเหลือองค์กรในตลาด C&amp;I เพื่อจัดการพลังงานของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” <span style="color: #6cb742;">Jordan Appleson</span> CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hark Systems กล่าว</strong></p>
<p>การซื้อกิจการอยู่ภายใต้เงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียมและการอนุมัติตามกฎระเบียบ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาสที่สองของปี พ.ศ. 2566</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-hark-systems/">SolarEdge เข้าซื้อกิจการ Hark Systems ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์พลังงานและ IoT ในยุโรป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-hark-systems/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-seminar-digital-transformation-102022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-seminar-digital-transformation-102022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2022 02:33:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Blockchain]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Security]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Machine Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23935</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE PES Thailand ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วม สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน” ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 2 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) เข้ามา มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาศักยภาพขององค์กรและภาคธุรกิจ ต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-seminar-digital-transformation-102022/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE PES Thailand ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วม สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน” ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 2 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong><span id="more-23935"></span></p>
<p>ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) เข้ามา มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาศักยภาพขององค์กรและภาคธุรกิจ ต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลยังช่วยให้เราสามารถดึงเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงที่สุดอีกด้วย กระแสอนาคตที่กําลังเป็นที่จับตามองในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น AI, Machine Learning, IoT, Quantum, Blockchain, Cloud, Big Data and Cyber Security ฯลฯ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนโลก องค์กร ธุรกิจ ไม่เพียงแต่ในอนาคตเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้ก็มีผล ต่อรูปแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าแล้วเช่นกัน ยกตัวอย่าง เช่น การนํา AI และ Machine Learning มาใช้ในภาคพลังงานทดแทน รวมถึงประยุกต์ใช้ ในการวิเคราะห์กริดไฟฟ้า การนํา IoT มาใช้ในการจัดการพลังงาน การใช้ Quantum มาช่วยในการประมวลผลที่เร็วขึ้น การประยุกต์ใช้ Blockchain กับโรงไฟฟ้าเสมือน การนํา Big Data และ Data Analytics มาใช้ในการจัดการทรัพยากรในอุตสาหกรรม พลังงาน การสร้างความปลอดภัยทาง Cyber เพื่อให้เกิดความมั่นคง เสถียร และปลอดภัยของระบบกริดไฟฟ้า เป็นต้น ในการจะนําเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ ให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงที่สุด ผู้ใช้จําเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาพรวมของ Digital Transformation และหลักการเบื้องต้น และการนําไปประยุกต์ใช้ รวมไปถึงเทคโนโลยีและความก้าวหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนํามาใช้ในการพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จํากัดอย่างคุ้มค่า</p>
<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE PES Thailand ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญจึงได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยน รูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อนําไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยการสนับสนุนวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบัน อุดมศึกษา Solution Providers และ Start Up ด้านไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งเป็นผู้มี ประสบการณ์ในงานด้านนี้โดยตรง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23936" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/AI-Seminar-10-2022.jpg" alt="การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน" width="595" height="842" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/AI-Seminar-10-2022.jpg 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/AI-Seminar-10-2022-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/AI-Seminar-10-2022-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/AI-Seminar-10-2022-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></p>
<h3>วัตถุประสงค์</h3>
<ol>
<li>สร้างความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT), ควอนตัม (Quantum), บล็อกเชน (Blockchain), คลาวด์ (Cloud), ข้อมูลมหัต (Big Data), ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) แก่ผู้ สนใจลงทุน ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้ง ตลอดจนวิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง</li>
<li>เข้าใจถึงวิธีการที่จะนําองค์ความรู้เกี่ยวกับ AI, Machine Learning, IoT, Quantum, Blockchain, Cloud, Big Data and Cyber Security มาทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สู่ยุค ดิจิทัลของธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้า</li>
<li>สร้างความตระหนักรู้ถึงความสําคัญของ Digital Transformation โดยการนํา AI, Machine Learning, IoT, Quantum, Blockchain, Cloud, Big Data, Cyber Security มาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้า ในธุรกิจพลังงานและ โรงไฟฟ้า รวมถึงการนําเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในด้านการ จัดการธุรกิจและทรัพยากร</li>
<li>เปิดโอกาสให้ปรึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้า อบรมทุกคนและรับทราบแนวทางในการประยุกต์และนําเอา องค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในธุรกิจและหน่วยงานของตน เพื่อให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้าต่อไป</li>
</ol>
<h3>กลุ่มเป้าหมาย</h3>
<ol>
<li>หน่วยงานภาครัฐ ผู้กําหนดนโยบายทางด้านไฟฟ้าพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค และบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน, SPP, VSPP ฯลฯ</li>
<li>มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา</li>
<li>ผู้ผลิต ผู้รับเหมา ผู้รับติดตั้ง วิศวกร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบํารุง รักษา ผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้สนใจทั่วไป</li>
</ol>
<h3>กำหนดการและสถานที่</h3>
<p>วันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 2 พฤศจิกายน 2565  ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</p>
<p><strong>สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียน Online สำรองที่นั่งได้ที่ <a href="http://www.greennetworkseminar.com/ai/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/ai/</a></strong></p>
<p><strong>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 0-2354-5333 Ext. 500/503<br />
</strong><strong>หรือที่ e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-seminar-digital-transformation-102022/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-seminar-digital-transformation-102022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 03:08:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[ReAcc]]></category>
		<category><![CDATA[ROOTCLOUD]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23382</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ นายนายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc) (ขวา) และ Mr. Ho Howe Tian กรรมการผู้จัดการ บริษัท Rootcloud Technology (Singapore) จำกัด (ซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain โดยผนึกความเชี่ยวชาญของ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/">ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายนายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการบริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc)</strong> (ขวา) และ <span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Ho Howe Tian</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท Rootcloud Technology (Singapore) จำกัด</strong> (ซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain <span id="more-23382"></span>โดยผนึกความเชี่ยวชาญของ ROOTCLOUD บริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นที่ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์ม Industrial IoT เชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่า 900,000 ชุด ใน 112 ประเทศทั่วโลก กับ ReAcc ตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อขยายขอบเขตและเพิ่มศักยภาพการทำธุรกรรมด้านพลังงานสะอาด จัดการข้อมูล Big Data และรองรับทุก IoT Solutions สำหรับการให้บริการของ ReAcc ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรม IoT ของประเทศไทย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียนหันมาผลิตและใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) และนับเป็นครั้งแรกของ ROOTCLOUD ที่มีความร่วมมือกับบริษัทในประเทศไทย เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่พร้อมสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/">ReAcc ผนึก ROOTCLOUD เสริมแกร่งอุตสาหกรรมแพลตฟอร์ม IoT ชูนวัตกรรมซื้อ-ขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/reacc-x-rootcloud-iot-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนา “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-digital-transformation/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-digital-transformation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2021 04:25:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Blockchain]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Security]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Machine Learning]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการด้านดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15900</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) และIEEEPower &#38; EnergySociety-ThailandChapter ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน The Digital Transformation of The Energy Industry: AI, Machine Learning, IoT, Blockchain, Cloud, Big Data and Cyber security” ในระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-digital-transformation/">สัมมนา “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) และIEEEPower &amp; EnergySociety-ThailandChapter ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน The Digital Transformation of The Energy Industry: AI, Machine Learning, IoT, Blockchain, Cloud, Big Data and Cyber security” ในระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2564 ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong><span id="more-15900"></span></p>
<h3>หลักการและเหตุผล</h3>
<p>ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล(DigitalTransformation) เข้ามามีบทบาท สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาศักยภาพขององค์กรและภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึง อุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลยังช่วย ให้เราสามารถดึงเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงที่สุดอีกด้วย กระแสอนาคตที่กำลังเป็นที่จับตามองในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นAI, MachineLearning, IoT, Blockchain,Cloud,BigData and CyberSecurity ฯลฯ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญ อย่างยิ่งในการขับเคลื่อนโลก องค์กร ธุรกิจ ไม่เพียงแต่ในอนาคตเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ก็มีผลต่อรูปแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจโรงไฟฟ้าแล้วเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การนำ AI และ MachineLearning มาใช้ในภาคพลังงานทดแทน รวมถึงประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์กริดไฟฟ้า, การนำ IoT มาใช้ในการจัดการพลังงาน, การประยุกต์ใช้Blockchain กับโรงไฟฟ้าเสมือน, การนำ BigData และ DataAnalytics มาใช้ในการจัดการทรัพยากรในอุตสาหกรรมพลังงาน, การสร้างความปลอดภัยทาง Cyber เพื่อให้เกิดความมั่นคง สเถียร และปลอดภัยของระบบกริดไฟฟ้า เป็นต้น ในการจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงที่สุด ผู้ใช้จำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาพรวมของDigitalTransformation และหลักการเบื้องต้นและการนำไปประยุกต์ใช้รวมไปถึงเทคโนโลยีและความก้าวหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานและ ธุรกิจโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15904" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/Seminar-AI-03-2021.jpg" alt="สัมมนา “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”" width="650" height="919" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/Seminar-AI-03-2021.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/Seminar-AI-03-2021-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/Seminar-AI-03-2021-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/Seminar-AI-03-2021-354x500.jpg 354w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://bit.ly/3oBoIpM" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><strong><button style="display: inline-block; border-radius: 4px; background-color: #66cc00; border: none; color: #ffffff; text-align: center; font-size: 18px; padding: 10px; width: 250px; transition: all 0.5s; cursor: pointer; margin: 3px;" type="button">ดาวน์โหลดโบรชัวร์</button></strong></a> <a href="https://bit.ly/3t7Hd8G" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><strong><button style="display: inline-block; border-radius: 4px; background-color: #ff9933; border: none; color: #ffffff; text-align: center; font-size: 18px; padding: 10px; width: 250px; transition: all 0.5s; cursor: pointer; margin: 3px;" type="button">ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา</button></strong></a></p>
<div class="mailmunch-forms-in-post-middle" style="display: none !important;"></div>
<p>สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) และIEEEPower &amp; EnergySociety-ThailandChapter ได้เล็งเห็นถึงความ สำคัญจึงได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “ก<strong>ารเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัล ของอุตสาหกรรมพลังงาน</strong>” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยการสนับสนุนวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศสถาบันอุดมศึกษา Solution Providers และ StartUp ด้านไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในงานด้านนี้โดยตรง</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><span style="color: #ff0000;"><strong>***</strong></span> สมาคมฯ ให้ความสำคัญกับมาตรการของภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 แก่ผู้เข้าสัมมนาและวิทยากรทุกท่าน ทางสมาคมฯ ได้จัดสัมมนาให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>วัตถุประสงค์</h3>
<ol>
<li>สร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence:AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง(InternetofThings: IoT), บล็อกเชน (Blockchain), คลาวด์(Cloud), ข้อมูลมหัต (Big Data), ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์(Cyber Security) แก่ผู้สนใจลงทุนผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งตลอดจนวิศวกรและ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง</li>
<li>เข้าใจถึงวิธีการที่จะนำองค์ความรู้เกี่ยวกับ AI, Machine Learning, IoT, Blockchain, Cloud, BigData, CyberSecurity มาทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลของธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้า</li>
<li>สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ DigitalTransformation โดยการนำ AI, Machine Learning, IoT, Blockchain, Cloud, BigData, CyberSecurity มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าในธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้า รวมถึงการนำ เทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในด้านการจัดการธุรกิจและทรัพยากรอีกด้วย</li>
<li>เปิดโอกาสให้ปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าอบรมทุกคน และรับทราบแนวทางในการประยุกต์และปรับนำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในธุรกิจและหน่วยงานของตนเพื่อให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้าต่อไป</li>
</ol>
<h3>กลุ่มเป้าหมาย</h3>
<ol>
<li>หน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบายทางด้านไฟฟ้าพลังงาน การ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค และบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน, SPP,VSPP</li>
<li>มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา</li>
<li>ผู้ผลิต ผู้รับเหมา ผู้รับติดตั้ง ผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้สนใจทั่วไป</li>
</ol>
<h3>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
<p><strong>บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด</strong><br />
(ผู้ได้รับการมอบหมายจากสมาคม ฯ ในการดำเนินการรับลงทะเบียน รับชำระค่าลงทะเบียน และออกใบเสร็จรับเงิน)<br />
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400</p>
<p>โทร: 0-2354-5333 Ext. 500 (คุณภัทรกันต์) / 503 (คุณศิริภักตร์)<br />
แฟกซ์: 0-2354-5322<br />
อีเมล์: seminar@greennetworkseminar.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-digital-transformation/">สัมมนา “การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมพลังงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-digital-transformation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 06:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาบรีส กู๊ดซ์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แคโรลีน ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย มนตรีอมรเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15276</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด โดย นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว</strong><span id="more-15276"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15278" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg" alt="บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิอคลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า" width="680" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด</strong> โดย <strong>นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> และ <strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน ประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม</strong> ร่วมลงนามความร่วมมือกับ <strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการลงนามระหว่าง บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรม ร่วมกับ 3 บริษัทของบี.กริม ได้แก่ บริษัท บี.กริม เทรดดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้านวิศวกรรมจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก, บริษัท ฮาม่อน บี กริม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบายความร้อนสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และ บริษัท บี.กริม แบบคอค เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และการให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรที่สุดแก่กลุ่มลูกค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับทั้งผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และบำรุงรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมแพลตฟอร์มที่สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า ช่วยป้องกันชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดการทำงานของโรงงานพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15279" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg" alt="แคโรลีน ลิงค์" width="680" height="544" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-300x240.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-500x400.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวแคโรลีน ลิงค์</strong></span> กล่าวว่า สำหรับการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของ บี.กริม ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั้งทางเทคนิคและทางธุรกิจ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าได้ในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน</strong></span> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือนี้จะมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกลุ่มบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ล้ำสมัยที่สุด โดยที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การศึกษาทางวิศวกรรมที่จะร่วมกันให้บริการลูกค้า และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างร่วมกันศึกษาอีกกว่า 10 โครงการ ทาง บี.กริม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโครงการที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต อีกทั้งยังให้ความมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตในระยะยาว โดยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทั้งธุรกิจของ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด และโครงการของลูกค้าที่มีร่วมกันอย่างดีที่สุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong></span> กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองกลุ่มบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม เราพร้อมที่จะนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในการเป็นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และเทคโนโลยีไอโอทีที่ครบวงจรมาร่วมกับ บี.กริม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการผลิตแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด พร้อมทั้งขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ช่วยทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นมา</p>
<p><strong>บี.กริม</strong> ก่อตั้งในปี 1878 และดำเนินกิจการในประเทศไทยมาถึง 142 ปี เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำที่มีธุรกิจหลากหลาย ซึ่งกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม แบ่งกิจการออกเป็น 4 สาย ประกอบด้วยด้านอุปกรณ์พลังงาน ด้านระบบทำความเย็น ด้านคมนาคม และด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</p>
<p><strong>บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการดูแลบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงให้กับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีมากว่า 30 ปี ต่อยอดเป็นนวัตกรรมสินค้าและโซลูชันที่พร้อมส่งต่อให้กับลูกค้าเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงงานให้ดียิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรม Big Data ยกประสิทธิภาพระบบข้อมูลราชการ ยุคดิสรัปชั่น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-big-data-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-big-data-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2020 03:40:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Energy 5.0]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Open Data]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การประมวลผลข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา AI]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย Energy For All]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคดิสรัปชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี Big Data]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12519</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกอนาคตการพัฒนานวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์ จะถูกนำมาใช้กับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังมีบทบาทสำคัญกับผู้คนไปทั่วโลก และขณะนี้ทุกวงการอุตสาหกรรมกำลังตื่นตัวกับการนำ Big Data มาใช้ประโยชน์ในการนำข้อมูลเพื่อประมวลผลช่วยให้การวิเคราะห์บริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Big Data คือทรัพยากรชนิดหนึ่ง เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการรวบรวมข้อมูลหรือวิเคราะห์ประเมินผลแผนโครงสร้างธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและยังสามารถสร้างทักษะและความรู้ให้กับมนุษย์เชิงลึกถึงข้อมูลขนาดใหญ่นี้ สำหรับประเทศไทยนั้น ในส่วนของหน่วยงานราชการแต่ละกระทรวง กรม กอง เกิดการขับเคลื่อนระบบราชการในรูปแบบใหม่เพื่อรองรับยุคดิสรัปชั่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “Energy 5.0 โครงการศึกษาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และออกแบบการพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศไทย”ได้ประกาศความร่วมมือการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลพลังงานโดยจัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ ที่มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน อาทิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-big-data-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/">นวัตกรรม Big Data ยกประสิทธิภาพระบบข้อมูลราชการ ยุคดิสรัปชั่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในโลกอนาคตการพัฒนานวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์ จะถูกนำมาใช้กับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังมีบทบาทสำคัญกับผู้คนไปทั่วโลก และขณะนี้ทุกวงการอุตสาหกรรมกำลังตื่นตัวกับการนำ Big Data มาใช้ประโยชน์ในการนำข้อมูลเพื่อประมวลผลช่วยให้การวิเคราะห์บริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Big Data คือทรัพยากรชนิดหนึ่ง เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการรวบรวมข้อมูลหรือวิเคราะห์ประเมินผลแผนโครงสร้างธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและยังสามารถสร้างทักษะและความรู้ให้กับมนุษย์เชิงลึกถึงข้อมูลขนาดใหญ่นี้</strong><span id="more-12519"></span></p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น ในส่วนของหน่วยงานราชการแต่ละกระทรวง กรม กอง เกิดการขับเคลื่อนระบบราชการในรูปแบบใหม่เพื่อรองรับยุคดิสรัปชั่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “<strong>Energy 5.0 โครงการศึกษาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และออกแบบการพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศไทย</strong>”ได้ประกาศความร่วมมือการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลพลังงานโดยจัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ ที่มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมธุรกิจพลังงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือภายใต้การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลพลังงาน หน่วยงานสังกัดกระทรวงพลังงาน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12521 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption.jpg" alt="Energy 5.0 โครงการศึกษาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และออกแบบการพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศไทย" width="800" height="304" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption-300x114.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption-768x292.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption-150x57.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/big-data-disruption-500x190.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><strong>เทคโนโลยี</strong>และ<strong>นวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์</strong>ที่จะเป็นเหมือนฐานข้อมูลหลักของประเทศด้านพลังงาน ซึ่งมีความคล้ายกับสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เป็นอีกหนึ่งนโยบายในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลพลังงาน เพื่อยกระดับการวางแผน การกำหนดนโยบาย และการพัฒนาขับเคลื่อนแผนพัฒนาพลังงานของประเทศต่อไป และเป็นการรองรับยุค New Oil แหล่งน้ำมันดิบใหม่ของโลก</p>
<p>สำหรับกระบวนการเก็บข้อมูลของ <strong>Big Data</strong> นี้ จะสามารถเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดให้ละเอียดยิ่งขึ้น ระบบการทำงานของซอฟต์แวร์จะรวดเร็วขึ้น ถี่ขึ้นและกว้างขึ้น เช่น การเก็บข้อมูลการใช้พลังงานจาก Internet of Things (IoT) การนำข้อมูลมาสร้างนวัตกรรมด้านพลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานคาดหวังว่า การตั้งศูนย์ที่เป็นแหล่ง Big Data ด้านพลังงานขึ้นมาจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ต้องเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัล เพื่อการสอดรับไปกับ</p>
<p><strong>นโยบาย Energy for All ของกระทรวงพลังงาน</strong>ที่วางไว้โดยถือว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รุกเดินหน้าปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารราชการใหม่ทั้งระบบอย่างมีบูรณาการ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันในด้านระบบบริการประชาชนใหม่ให้ทันสมัยและถูกต้อง ด้วยการนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารข้อมูลจัดการระบบราชการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้พลังงานยุคดิจิทัลที่มีความละเอียดขึ้น รวดเร็วขึ้น รวมถึงการพัฒนาสู่นวัตกรรมพลังงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการประชาชนในอนาคต เพื่อผู้ใช้ข้อมูลจะได้ปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคใหม่คือ <strong>Energy 5.0</strong> ดังนั้น ระบบบริการข้อมูลต่างๆ จึงอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย ซึ่งจะนำไปสู่ความน่าเชื่อถือในการแก้ปัญหา การบริหารจัดการด้านพลังงาน ทั้งเรื่องต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้ ราคาพลังงานที่เป็นธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ซึ่งกระทรวงพลังงานจะเป็นกระทรวงแรกในการปฏิวัติระบบบริการประชาชนไปสู่ข้อมูล <strong>Big Data</strong>, <strong>AI</strong>, <strong>IoT</strong> และ <strong>Open Data</strong> โดยทุกหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงพลังงานจะต้องมีการเชื่อมโยงด้วยฐานข้อมูล Big Data อย่างบูรณาการร่วมกัน เพื่อผลักดันข้อมูลให้กลายเป็นพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่า ดังนั้นข้อมูลจึงเป็นเหมือน New Oil ที่เป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับองค์กร</p>
<p><strong>Big Data และการพัฒนา AI ถือเป็นข้อมูลขนาดใหญ่มากจนซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะจัดการได้ เรียกได้ว่าการนำเทคโนโลยี Big Data มาเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในการประมวลวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ที่จะสร้างมูลค่าของธุรกิจจากการนำเข้ามูลจำนวนมากทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาวิเคราะห์ประมวลผล และเป็นระบบในการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณใหญ่ๆ ที่จะช่วยในด้านการจ้างแรงงานในการประมวลผลข้อมูล หรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับการปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างฐานนวัตกรรมในอนาคต</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 97 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2563<br />
คอลัมน์ GREEN Technology &amp; Innovation โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-big-data-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/">นวัตกรรม Big Data ยกประสิทธิภาพระบบข้อมูลราชการ ยุคดิสรัปชั่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-big-data-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กรีนซัพพลายเชน” ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ SMEs</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-green-supply-chain/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-green-supply-chain/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jan 2020 02:21:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Green Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[กรีน ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เฟดเอ็กซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12038</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน ผู้บริโภคล้วนคำนึงถึงการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ พวกเขาต้องการจะทราบข้อมูลของบริษัท ก่อนตัดสินใจจะร่วมทำธุรกิจด้วย อาทิ สินค้าผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนและซัพพลายเชนของบริษัทฯ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และบริษัทเหล่านี้สามารถลดอัตราการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าเมื่อใช้เครื่องมือดิจิทัลและเครือข่ายที่เหมาะสม ทำให้ธุรกิจ SMEs มีความคล่องตัวมากขึ้นและสามารถตอบสนองต่อความต้องการซัพพลายเชนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าได้อีกด้วย ในขณะเดียวกันปัญหาหลักของกลุ่มธุรกิจ SMEs คือ จะทำอย่างไรให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ บนรากฐานธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างเต็มความสามารถมากที่สุด ซึ่งในความจริงแล้วสามารถทำได้บนปัจจัยหลัก 4 ประการ คือ : มีระบบซัพพลายเชนที่โปร่งใส ประการแรก บริษัทฯ ต้องสร้างความโปร่งใสให้กับระบบซัพพลายเชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-green-supply-chain/">“กรีนซัพพลายเชน” ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ SMEs</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในปัจจุบัน ผู้บริโภคล้วนคำนึงถึงการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ พวกเขาต้องการจะทราบข้อมูลของบริษัท ก่อนตัดสินใจจะร่วมทำธุรกิจด้วย อาทิ สินค้าผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนและซัพพลายเชนของบริษัทฯ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และบริษัทเหล่านี้สามารถลดอัตราการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่</strong><span id="more-12038"></span></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าเมื่อใช้เครื่องมือดิจิทัลและเครือข่ายที่เหมาะสม ทำให้<strong>ธุรกิจ SMEs</strong> มีความคล่องตัวมากขึ้นและสามารถตอบสนองต่อความต้องการซัพพลายเชนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าได้อีกด้วย ในขณะเดียวกันปัญหาหลักของ<strong>กลุ่มธุรกิจ SMEs</strong> คือ จะทำอย่างไรให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ บนรากฐานธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างเต็มความสามารถมากที่สุด ซึ่งในความจริงแล้วสามารถทำได้บนปัจจัยหลัก 4 ประการ คือ :</p>
<h3>มีระบบซัพพลายเชนที่โปร่งใส</h3>
<p>ประการแรก บริษัทฯ ต้องสร้างความโปร่งใสให้กับระบบซัพพลายเชน นั่นหมายถึง ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีอย่าง <strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong> (AI) การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things &#8211; IOT) เซนเซอร์เพื่อติดตามสถานะการขนส่ง หรือระบบอัตโนมัติขั้นสูง ทำให้ผู้ประกอบการ <strong>SMEs</strong> สามารถเข้าใจระบบซัพพลายเชนแบบครบวงจรได้มากขึ้น</p>
<p>นอกจากสร้างความโปร่งใสให้กับระบบซัพพลายเชนแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการ <strong>SMEs</strong> สามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ในหลาย ๆ ครั้ง <strong>ธุรกิจ SMEs</strong> มักได้เปรียบด้าน<strong>ระบบซัพพลายเชน</strong>มากกว่าบริษัทรายใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพ เนื่องจากสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถควบคุมซัพพลายเออร์ หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจได้ นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถกำหนดโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กรได้ โดยเลือกซัพพลายเออร์ที่คำนึงถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมระบบกรีนซัพพลายเชน</p>
<h3>เพิ่มขีดจำกัดด้วยพลังดิจิทัล</h3>
<p>ปัจจุบันนี้ <strong>เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง</strong> (<strong>Cloud Computing</strong>) และฐานข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligent database) ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างดิจิทัลแดชบอร์ด ที่แสดงให้เห็นมาตรวัดต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและคู่มือการทำธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากที่สุด สำหรับเฟดเอ็กซ์ เราจัดส่งพัสดุไปยังจุดหมายปลายทางหลาย ๆ แห่งพร้อมกัน เพื่อลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งกลยุทธ์ในการจัดส่งพัสดุนี้ทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายพันเมตริกตันต่อปี</p>
<h3>ขยายธุรกิจเพื่อสร้างโซลูชันที่ยั่งยืน</h3>
<p><strong>ผู้ประกอบการ SMEs</strong> ควรมองหาโซลูชั่นต่างๆ ในการขยายธุรกิจและลงทุนกับแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงลดมลพิษในชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลก ในหลาย ๆ ครั้ง ผู้ประกอบการอาจขยายธุรกิจและเครือข่ายระดับโลกโดยเลือกใช้ซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่ หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ที่เฟดเอ็กซ์ ร้อยละ 91 ของพัสดุภัณฑ์ที่มีโลโก้ของบริษัท สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (รีไซเคิล) และพัสดุภัณฑ์มากกว่าครึ่งหนึ่งทำมาจากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์เสมอ เพราะการใช้พัสดุที่เหมาะสมกับขนาดและดีไซน์ของสินค้าจะช่วยลดค่าใช้จ่าย พื้นที่การจัดเก็บ รวมถึงปริมาณการขนส่งสินค้าต่อครั้ง และยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<h3>ลดการใช้พลังงานและปล่อยมลพิษ</h3>
<p>โดยเฉลี่ยแล้ว ประชากร 7 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทุกปี เพราะมลพิษทางอากาศ โดย 4 ล้านคนจากจำนวนนี้อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดังนั้น ผู้ประกอบการ SMEs ควรคิดวิธีการบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน โดยคำนึงถึงพลังงานที่จำกัดในปัจจุบัน เช่น ปรับปรุงการกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดเส้นทาง การใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ และขั้นตอนการทำงานอื่น ๆ รวมถึงลดการปล่อยมลพิษ หาเชื้อเพลิงทดแทน และการใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่อสร้างระบบซัพพลายเชนที่ยั่งยืนในอนาคต</p>
<h3>การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นผลดีต่อธุรกิจ</h3>
<p>องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจมูลค่ามากถึง 5 – 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจะถูกปลดล็อค หากเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนบรรลุผลภายในปี 2573 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางสภาวะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างความโปร่งใสในระบบซัพพลายเชนจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและดึงลูกค้าที่สนใจในสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ในหลาย ๆ ครั้ง การเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถสร้างกำไรให้กับธุรกิจโดยตรงได้ ซึ่ง<strong>เฟดเอ็กซ์</strong> เคยทำรายได้ถึง 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการแสดงข้อมูลการจัดการก๊าซเรือนกระจกในบัญชีการเงินปีที่ผ่านมาให้กับลูกค้า</p>
<p>สำหรับ <strong>SMEs</strong> ถึงแม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะมีรูปแบบในการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้ยึดตามแบบเดิม ๆ โดยโครงการพื้นฐานดิจิทัลช่วยส่งเสริมให้<strong>ผู้ประกอบการ SMEs</strong> สามารถปรับตัวและเรียนรู้การทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถมองภาพใหญ่ของธุรกิจได้มากขึ้น และมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ยังให้ความสำคัญในเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนน้อยกว่าในยุโรปหรืออเมริกา นั่นหมายความว่า บริษัทที่ให้ความสำคัญในด้านนี้ก่อน ย่อมได้เปรียบมากกว่าบริษัทอื่น ๆ</p>
<p><strong>หากบริษัทขนาดเล็กมีแนวคิดที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนกรีนซัพพลายเชน จะส่งผลให้บริษัท ฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน</strong></p>
<hr />
<p>Source: คาเรน เรดดิงตัน บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-green-supply-chain/">“กรีนซัพพลายเชน” ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ SMEs</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-green-supply-chain/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 09:08:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทซิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดรูว์ ตัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11595</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือ เมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้วางผังเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถลดภาระของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะเดียวกัน พลเมืองของสมาร์ทซิตี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการอัตโนมัติ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การหาข้อมูลออนไลน์ โมบายล์แอพพลิเคชั่น หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐผ่านโซเชียลมีเดีย เมืองจึงเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่สามารถดูแลตนเอง และใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอ ในเชิงเทคนิค สมาร์ทซิตี้ คือเมืองที่มีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลระยะไกลที่ช่วยในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีการอัพเดตแบบเรียลไทม์ฐานข้อมูลนี้บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ สถานะของสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม หรือแพลตฟอร์มไอโอทีขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอตามความต้องการต่างๆ ของเมือง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เช่นนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/">การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือ <a title="เมืองอัจฉริยะ" href="https://www.greennetworkthailand.com/เมืองอัจฉริยะ-smart-city/">เมืองอัจฉริยะ</a> หมายถึง เมืองที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้วางผังเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถลดภาระของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะเดียวกัน พลเมืองของสมาร์ทซิตี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการอัตโนมัติ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การหาข้อมูลออนไลน์ โมบายล์แอพพลิเคชั่น หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐผ่านโซเชียลมีเดีย เมืองจึงเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่สามารถดูแลตนเอง และใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอ</strong><span id="more-11595"></span></p>
<p>ในเชิงเทคนิค <strong>สมาร์ทซิตี้</strong> คือเมืองที่มีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลระยะไกลที่ช่วยในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีการอัพเดตแบบเรียลไทม์ฐานข้อมูลนี้บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ สถานะของสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม หรือแพลตฟอร์ม<strong>ไอโอที</strong>ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอตามความต้องการต่างๆ ของเมือง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เช่นนี้ ช่วยในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จาก<strong>เทคโนโลยีอัจฉริยะ</strong> เช่น <strong>Machine Learning</strong> และ <strong>AI</strong> (<strong>Artificial Intelligence</strong>) ระบบดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ได้หลายด้าน ตั้งแต่การแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับจุดอ่อนต่างๆ ภายในเมือง การเฝ้าระวังและวิเคราะห์ปัญหาจะช่วยในการตัดสินใจตอบสนองต่อปัญหา และวางแผนต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีข้อมูลรองรับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11598 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg" alt="“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือเมืองอัจฉริยะ" width="680" height="616" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-300x272.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-150x136.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-500x453.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แอนดรูว์ ตัน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของบริษัทไอที เน็กไซน์ จากประเทศรัสเซีย </strong>ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชีย รวมถึงประเทศไทย กล่าวว่า“<strong>เน็กไซน์</strong> พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่กับการสร้าง<strong>สมาร์ทซิตี้</strong>ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถเข้าถึงสาเหตุหลักของปัญหาอย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาได้โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด ซึ่งการใช้โซลูชั่น<strong>ไอโอที</strong>ในการจัดการจราจรช่วยให้ผู้ดูแลสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวม หากมีอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ หน่วยดับเพลิง รถพยาบาล บริษัทแก๊ส ประปา และไฟฟ้า หรือปรับไฟสัญญาณจราจร อีกทั้งมีการจัดทำรายงานปัญหาบนท้องถนนแบ่งตามช่วงเวลา วันในสัปดาห์ และสถานที่ เพื่อให้เห็นจุดที่เกิดปัญหาบ่อยและช่วยในการวางแผนแก้ไข การวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ไ<strong>อโอที</strong>ต่างๆ แบบเรียลไทม์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแต่ยังช่วยป้องกันการเกิดอุปกรณ์ขัดข้องหรือล้มเหลวได้ ด้วยการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและซ่อมบำรุงก่อนเกิดปัญหา”</p>
<p><strong>แอนดรูว์</strong> ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีแผนพัฒนาสู่การเป็นชาติอัจฉริยะ (Smart Nation) โดยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเตอร์<strong>ไอโอที</strong> 2014 และระบบวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่การจราจรไปจนถึงการสาธารณสุข ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นหนึ่งใน<strong>สมาร์ทซิตี้</strong>ต้นแบบ โดยประชาชนกว่าร้อยละ 80 ใช้บริการจากภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยลดปริมาณคนที่มาเข้าคิวบริการตามสถานที่ราชการต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลางและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมือง การแพทย์ การศึกษา พลังงาน ความปลอดภัย บริการสาธารณะ เป็นต้น เพราะมีการเชื่อมระหว่างผู้คน ข้อมูล และสิ่งต่างๆ และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของทุกระดับการปกครอง การพาณิชย์ และกิจกรรมทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะในการจัดการระบบสาธารณูปโภค การขนส่งและการจราจรในหลายเมือง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มไอโอทีที่สามารถรวบรวมและประมวลผลข้อมูลไอโอทีจากซอฟต์แวร์ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของเมือง ซึ่งถือเป็นระบบอัจฉริยะเพื่อสังคมที่ดีกว่า และประชากรในเมืองทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสู่การเป็นชาติอัจฉริยะ</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ SMART City โดย เน็กไซน์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/">การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ. เชิญชวนร่วมสัมมนา &#8220;การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation)&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/iot-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/iot-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 09:57:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Internet of Things]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[การประยุกต์ใช้ IoT]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[งานสัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาฟรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11027</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation) ในวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00-16.30 น. ณ ห้อง Training Room 1 อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/iot-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">พพ. เชิญชวนร่วมสัมมนา “การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation)”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation) ในวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00-16.30 น. ณ ห้อง Training Room 1 อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี</strong><span id="more-11027"></span></p>
<p>สำหรับการสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ <strong>การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation)</strong> จัดสัมมนาขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเชื่อมโยงเครื่องจักรที่ใช้พลังงานกับอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการทำงาน การใช้พลังงาน และศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการถ่ายทอดประสบการณ์จากสถานประกอบการที่ได้ดำเนินการจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้</p>
<ol>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาฯ ได้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับ Internet of Things ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักพลังงานในทุกๆ ด้าน</li>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ได้ทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการอนุรักษ์พลังงานด้วยอุปกรณ์ IoT ในปัจจุบัน</li>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้เห็นสถานประกอบการตัวอย่างที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการอนุรักษณ์พลังงานด้วยอุปกรณ์ IoT ไปใช้และประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม</li>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ได้มีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการนำ IoT ไปใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน</li>
<li>เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://www.dede.go.th/images/bannerProject_62/IoT_EE_project.png" /></p>
<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย</strong> บุคลากรของอาคาร โรงงาน และสถานศึกษา จํานวน 400 คน</p>
<p><strong>สนใจเข้าร่วมสัมมนา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ <a href="http://bit.ly/2La2gTZ" target="_blank" rel="noopener noreferrer">http://bit.ly/2La2gTZ</a></strong><br />
<strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Tel. 02-577-7035-41 ต่อ 108, 112 หรือ 061-787-9108 </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/iot-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">พพ. เชิญชวนร่วมสัมมนา “การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy Conservation)”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/iot-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>INNO จับมือ ENRES จัดการพลังงานในอาคาร พร้อมเดินหน้าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2019 09:09:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ENRES]]></category>
		<category><![CDATA[INNO]]></category>
		<category><![CDATA[Internet of Things]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Building Energy Management]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษฎา ตั้งกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการด้านพลังงานในอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[การประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการพลังงานในอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พงค์พัฒน์ มั่งคั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10554</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด หรือ INNO ผู้เชี่ยวชาญในงานระบบวิศวกรรมอาคาร การจัดการด้านพลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน จับมือบริษัท เอ็นเนอร์จี้ เรสปอนส์ จำกัด หรือ ENRES ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารข้อมูลพลังงาน ด้วยเทคโนโลยี IoT (Platform ENRES) เพิ่มศักยภาพบริการจัดการด้านพลังงานในอาคาร ช่วยประหยัดพลังงานของธุรกิจต่างๆ ในเมืองไทย ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้าเดินธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ นายพงค์พัฒน์ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">INNO จับมือ ENRES จัดการพลังงานในอาคาร พร้อมเดินหน้าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด หรือ INNO ผู้เชี่ยวชาญในงานระบบวิศวกรรมอาคาร การจัดการด้านพลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน จับมือบริษัท เอ็นเนอร์จี้ เรสปอนส์ จำกัด หรือ ENRES ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารข้อมูลพลังงาน ด้วยเทคโนโลยี IoT (Platform ENRES) เพิ่มศักยภาพบริการจัดการด้านพลังงานในอาคาร ช่วยประหยัดพลังงานของธุรกิจต่างๆ ในเมืองไทย ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้าเดินธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ</strong></p>
<p><span id="more-10554"></span></p>
<figure id="attachment_10557" aria-describedby="caption-attachment-10557" style="width: 420px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Pongpat-INNO.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10557 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Pongpat-INNO.jpg" alt="นายพงค์พัฒน์ มั่งคั่ง" width="420" height="554" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Pongpat-INNO.jpg 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Pongpat-INNO-227x300.jpg 227w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10557" class="wp-caption-text">นายพงค์พัฒน์ มั่งคั่ง</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพงค์พัฒน์ มั่งคั่ง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด</strong> หรือ <strong>INNO</strong> กล่าวว่า บริษัท INNO คำนึงถึงความสำเร็จของลูกค้าเสมอมา ได้มีการจัดเตรียมนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการพลังงานที่ครอบคลุม รวมถึงการบริหารต้นทุนของระบบปฏิบัติการภายในอาคาร ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของอาคารแต่ละแห่ง โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้พลังงาน</p>
<p>“ซึ่งการจับมือกับ <strong>ENRES</strong> จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ สามารถทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำ นำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคงของระบบ เรื่องพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตและหวังว่าธุรกิจต่างๆ ที่เป็นลูกค้าเรา จะได้รับบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ”</p>
<figure id="attachment_10556" aria-describedby="caption-attachment-10556" style="width: 420px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Kritsada-ENRES.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10556 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Kritsada-ENRES.jpg" alt="นายกฤษฎา ตั้งกิจ" width="420" height="420" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Kritsada-ENRES.jpg 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Kritsada-ENRES-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Kritsada-ENRES-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10556" class="wp-caption-text">นายกฤษฎา ตั้งกิจ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายกฤษฎา ตั้งกิจ</strong></span> <strong>กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเนอร์จี้ เรสปอนส์ จำกัด</strong> หรือ <strong>ENRES</strong> ผู้พัฒนาซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารข้อมูลพลังงาน ด้วยเทคโนโลยี IoT (Platform ENRES) กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านการจัดการระบบวิศวกรรม และการจัดการพลังงานอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการ บริหารจัดการอาคารของลูกค้ามีประสิทธิภาพ ทำงานได้รวดเร็ว ตอบโจทย์ได้ตรงจุด</p>
<p>“เทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT จาก ENRES จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการ บำรุงรักษามอร์นิเตอร์คุณภาพการให้บริการระบบต่างๆ ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ และอากาศ ได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การกำหนดวิธีการช่วยในการวางแผน และควบคุมเป้าหมายการปฏิบัติงาน การบำรุงรักษา ตลอดจนความปลอดภัย ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”</p>
<p><strong>ซึ่งความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัทในครั้งนี้จะเข้ามาเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในเรื่องการบริหารจัดการด้านพลังงานในอาคาร (Smart Building Energy Management) ช่วยแก้ปัญหาทางด้านการประหยัดพลังงานของธุรกิจต่างๆ ในเมืองไทย ได้ครบทุกมิติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">INNO จับมือ ENRES จัดการพลังงานในอาคาร พร้อมเดินหน้าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบบิ๊กดาต้า IoT ซิเคียวริตี้ ส่งภาครัฐสู่ Smart Government</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-iot-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-iot-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2019 06:39:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[Big Dat]]></category>
		<category><![CDATA[CDG Group]]></category>
		<category><![CDATA[Data Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Government]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทซีดีจี]]></category>
		<category><![CDATA[นาถ ลิ่วเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบบิ๊กดาต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=6617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ มีการคาดการณ์จาก IDC ว่า ประเทศไทยจะมีเงินหมุนเวียนในตลาดไอทีสูงถึง 470,000 ล้านบาทในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินหน้างาน ดิจิทัลทรานส์ ฟอร์เมชั่น โดยภายในปี พ.ศ. 2563 กว่า 20% จะปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ด้วยการคาดการณ์ดังกล่าว บริษัทที่ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐ กลุ่มบริษัทซีดีจี (CDG Group) ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศในประเทศไทย ได้ชู 3 จุดเด่นโซลูชั่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-iot-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89/">ระบบบิ๊กดาต้า IoT ซิเคียวริตี้ ส่งภาครัฐสู่ Smart Government</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อเร็วๆ นี้ มีการคาดการณ์จาก IDC ว่า ประเทศไทยจะมีเงินหมุนเวียนในตลาดไอทีสูงถึง 470,000 ล้านบาทในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินหน้างาน ดิจิทัลทรานส์ ฟอร์เมชั่น โดยภายในปี พ.ศ. 2563 กว่า 20% จะปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ด้วยการคาดการณ์ดังกล่าว บริษัทที่ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐ กลุ่มบริษัทซีดีจี (CDG Group) ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศในประเทศไทย ได้ชู 3 จุดเด่นโซลูชั่น คือ 1) Big Data/Data Analytics 2) IoT และ 3) Privacy/Security ซึ่งโซลูชั่นเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ก้าวสู่ความเป็น Smart City</strong><span id="more-6617"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/smart-city.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-6621 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/smart-city.jpg" alt="ระบบบิ๊กดาต้า IoT ซิเคียวริตี้ ส่งภาครัฐสู่ Smart Government" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/smart-city.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/smart-city-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/smart-city-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นาถ ลิ่วเจริญ</strong></span> <strong>ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ซีดีจี</strong> กล่าวว่า การที่รัฐบาลได้เดินหน้าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ทำให้คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในตลาดมหาศาล โดยคลาวด์ เซอร์วิส (Cloud Service) ยังคงเป็นส่วนที่ได้รับความสนใจ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำรายได้ให้ตลาดไอทีได้สูงกว่า 48,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ตัวเลขจากงานวิจัยของ IDC ยังระบุ ว่า ภายในปี พ.ศ. 2563 มากกว่า 20% ขององค์กรจะปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ เพื่อเสริมศักยภาพและพร้อมแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<figure id="attachment_6619" aria-describedby="caption-attachment-6619" style="width: 360px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/nart-cdg.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6619" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/nart-cdg.jpg" alt="นาถ ลิ่วเจริญ" width="360" height="459" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/nart-cdg.jpg 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/nart-cdg-236x300.jpg 236w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-6619" class="wp-caption-text">นาถ ลิ่วเจริญ</figcaption></figure>
<p>“ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทางบริษัทมี 3 จุดเด่นโซลูชั่นที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานให้กับองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ 1) Big Data/Data Analytics 2) IoT และ 3) Privacy/Security โดยในส่วนของ Big Data และ Data Analytics ทั้งภาครัฐและเอกชนจะพบว่า ข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลยังไม่ได้ ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่ข้อมูลเหล่านั้นเองคือโอกาสที่สามารถนำมาจัดการและรวบรวมให้เป็นหมวดหมู่ ให้ง่ายต่อการวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ในขณะเดียวกัน เทรนด์ในการพัฒนาเมืองของภาครัฐ สู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง IoT ในการบูรณาการเข้ากับระบบ เสริมด้วยงาน E-citizen Services เพื่อการบริการประชาชนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อข้อมูลกลายเป็นหัวใจของการทำงาน Privacy/Security หรือการจัดการระบบการเข้าถึงข้อมูลและการปกป้องข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกหน่วยงาน โดยทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้การผลักดันให้เกิดเป็นโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการให้ลูกค้า ตั้งเป้าเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา โดยยังคงสัดส่วนหลักจากภาครัฐที่ 90%” นาถ กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ของ Gartner ในบทความ Gartner Top 10 Strategic Technology Trends for 2019 พบว่า Technology Trends ที่น่าจับตามอง และมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อภาคธุรกิจหลักๆ คือ Blockchain, Artificial Intelligence (AI), Augmented Reality (AR) and Virtual Reality (VR) และ Global Internet of Things (IoT) Security Breach</p>
<h2>Top Technology Trends ที่น่าจับตามองสำหรับภาคธุรกิจปี 2019</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)</strong></span> คือการนำมาใช้ให้เป็น รูปธรรมสำหรับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพเรื่องของความถูกต้อง แม่นยำของข้อมูลและความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เสริมการทำงานร่วมกันระหว่างแผนก หน่วยงาน และองค์กร เช่น เอกสารสำคัญ โฉนดที่ดิน และการดำเนินธุรกรรมต่างๆ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Artif icial Intelligence</strong></span> หรือ <span style="color: #6cb742;"><strong>AI</strong></span> ปัญญาประดิษฐ์ที่ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ การเกษตร และทางการแพทย์ หากจะมองให้แคบลงอีก สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนในปีนี้คือ การนำแมชชีนเลิร์นนิง และ AI มาใช้สร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจ และขับเคลื่อนการกระบวนการทำงาน หรือแม้แต่การนำ Chatbot เข้ามาใช้โต้ตอบกับลูกค้าเพื่อการบริการ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ Chatbot ยังถูกนำมาใช้ในองค์กร เพื่อลดจำนวนงานและขั้นตอนการทำงานให้กระชับยิ่งขึ้น คาดว่าปลายปี พ.ศ. 2562 กว่า 40% ของธุรกิจขนาดใหญ่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กรด้วยการนำ Chatbot มาประยุกต์ใช้</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Augmented Reality (AR) and Virtual Reality (VR)</strong></span> แม้ในปีที่ผ่านมา กระแสของ VR จะยังมาไม่แรงเท่า AR แต่การตื่นตัวของภาคธุรกิจทั่วโลกที่อยากผลักดันเทคโนโลยีนี้ เราจึงเห็นความพยายามในการนำเสนอต้นทุนอุปกรณ์ที่ต่ำลงเพื่อให้เข้าถึงคนทั่วไปได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ซึ่งเป็นส่วนผสมของ AR และ VR เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมทับซ้อนพื้นที่จริงแบบเรียลไทม์ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเข้าถึงวัตถุเสมือนจริง ได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Global Internet of Things (IoT) Security Breach</strong></span> แนวโน้มของการเกิดความไม่ปลอดภัยหรือการรั่วไหลของข้อมูลจากการเชื่อมต่อของอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น จากการพัฒนาและนำมาใช้อย่างแพร่หลายของอุปกรณ์ IoT ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ Gartner คาดการณ์ว่า จากนี้จนถึงปี พ.ศ. 2563 จะมี การเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ทั่วโลกถึง 20.4 ล้านชิ้น จึงเกิดกระแสการตื่นตัวจากผู้ผลิตชิ้นส่วน IoT ที่เริ่มมองหาการรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ที่รัดกุมขึ้น</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/cdg-technology.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6620 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/cdg-technology.jpg" alt="CDG Technology &amp; Exportise" width="650" height="556" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/cdg-technology.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/cdg-technology-300x257.jpg 300w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a></p>
<p><strong>จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้ทุกภาคส่วน มีการปรับตัวเพื่อสอดรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยปัจจุบันจะเห็นได้จากการ Transform ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการร่วมกันผลักดันของทุกภาคส่วนตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศสู่ Thailand 4.0 จากข้อมูลของ BOI ระบุว่า ภาครัฐมีการเดินหน้าโครงการต่างๆ เพื่อ ผลักดันให้เกิดความพร้อมในการใช้ระบบ E-documents โดยตั้งเป้าในปี พ.ศ. 2564 มากกว่า 80% ของหน่วยงานภาครัฐ ต้องเข้าสู่เปเปอร์เลส ออฟฟิศ (Paperless Office) ซึ่งหมายถึงโอกาสในการบริการประชาชนที่มีศักยภาพมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2563 สัดส่วนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะเติบโตถึง 10% ซึ่งเป็นผลมาจาก Mobile Payment โดยหากมองจากเทรนด์นี้ โอกาสที่น่าจับตามองในการเติบโตของธุรกิจ IT คือเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงถึงโซลูชั่นในการรองรับความปลอดภัย ที่เป็นอีกหนึ่งโอกาสเช่นกัน</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ SMART City โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-iot-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89/">ระบบบิ๊กดาต้า IoT ซิเคียวริตี้ ส่งภาครัฐสู่ Smart Government</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-iot-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
