<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MA-RE-DESIGN | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/ma-re-design/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Jun 2026 06:16:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>MA-RE-DESIGN | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GIZ ส่งต่อ4  ปี โครงการ “MA-RE-DESIGN” นำร่อง 2 พื้นที่ เปลี่ยน ‘ขยะพลาสติก’ เป็นทรัพยากรที่มีค่า ปูทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/giz-ma-re-design/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 04:04:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[MA-RE-DESIGN]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[การป้องกันขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44864</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนากลไกทางกฎหมาย ทั้งร่าง พ.ร.บ. บรรจุภัณฑ์ และมาตรการ (Extended Producer Responsibility : EPR)  เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและลดปริมาณขยะอย่างเป็นรูปธรรมตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยข้อมูลสถิติในแต่ละปีคาดว่ามีพลาสติกไหลลงสู่มหาสมุทรถึง 11 ล้านตัน และอาจเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในปี พ.ศ. 2583 ขณะที่ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยในชุมชนมากกว่า 27 ล้านตัน โดยคิดเป็นขยะพลาสติกราว 18 % MA-RE-DESIGN ทะเลไม่ใช่ปลายทางของขยะ โครงการ &#8220;การป้องกันขยะทะเลด้วยการลดการใช้ การออกแบบอย่างยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-ma-re-design/">GIZ ส่งต่อ4  ปี โครงการ “MA-RE-DESIGN” นำร่อง 2 พื้นที่ เปลี่ยน ‘ขยะพลาสติก’ เป็นทรัพยากรที่มีค่า ปูทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนากลไกทางกฎหมาย ทั้งร่าง พ.ร.บ. บรรจุภัณฑ์ และมาตรการ (Extended Producer Responsibility : EPR)  เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและลดปริมาณขยะอย่างเป็นรูปธรรมตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยข้อมูลสถิติในแต่ละปีคาดว่ามีพลาสติกไหลลงสู่มหาสมุทรถึง 11 ล้านตัน และอาจเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในปี พ.ศ. 2583 ขณะที่ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยในชุมชนมากกว่า 27 ล้านตัน โดยคิดเป็นขยะพลาสติกราว 18 %</strong></p>
<p><span id="more-44864"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44866" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-02.jpg" alt="การป้องกันขยะทะเลด้วยการลดการใช้ การออกแบบอย่างยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก" width="600" height="624" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-02-288x300.jpg 288w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-02-150x156.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-02-481x500.jpg 481w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>MA-RE-DESIGN ทะเลไม่ใช่ปลายทางของขยะ</h3>
<p>โครงการ &#8220;<strong>การป้องกันขยะทะเลด้วยการลดการใช้ การออกแบบอย่างยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก&#8221; หรือโครงการ “MA-RE-DESIGN”</strong> จึงถูกริเริ่มขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ<strong> องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) </strong>ร่วมมือกับ<strong>กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)</strong> โดยได้รับงบโดยประมาณสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) เพื่อดำเนินงานในปี พ.ศ. 2565 – 2569</p>
<p>โครงการดังกล่าว ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2566 โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านหลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Eco-design) ให้กับภาคเอกชน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสถาบันการศึกษา เพื่อนำหลักการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling: D4R) และการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) มาใช้ในนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ จึงได้ผลลัพธ์เป็นคู่มือ D4R ฉบับปรับปรุงใหม่, ข้อเสนอแนะทางกฎหมายเพื่อรองรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน, การแลกเปลี่ยนความรู้ระดับนานาชาติร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี  รวมถึงสนับสนุนบริษัท 3 แห่งในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลง่ายขึ้นและใช้ประโยชน์จากวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยรางวัลนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ประจำปี (Packaging Innovation Award) ยังกระตุ้นนักนวัตกรรมรุ่นใหม่และ SME ให้เห็นว่าการออกแบบที่ยั่งยืนสามารถส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจได้</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการฯ ยังร่วมให้ข้อมูลสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการใช้ระบบ EPR โดยจัดทำคู่มือการคำนวณค่าธรรมเนียม EPR, ข้อเสนอการจัดตั้งองค์กรความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Producer Responsibility Organisation: PRO) ที่สอดคล้องกับบริบทของไทย และข้อเสนอแนะทางกฎหมายที่สอดรับกับมาตรฐานสากล เพื่อพัฒนารากฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกรมควบคุมมลพิษในการพัฒนานโยบายและข้อบังคับที่จำเป็นต่อการบังคับใช้ระบบ EPR ในอนาคต</p>
<h3>ความสำเร็จในพื้นที่สู่การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44867" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-03.jpg" alt="อัลวาโร่ ซูริต้า" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อัลวาโร่ ซูริต้า</span> ผู้อำนวยการโครงการ MA-RE-DESIGNจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)</strong>  กล่าวว่า โครงการ “MA-RE-DESIGN” ได้บรรลุผลการดำเนินงานที่สำคัญภายหลังจากการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการสะท้อนผ่านการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง 2 แห่ง ได้แก่ เ<strong>ทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี </strong>ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศทางทะเลสำคัญและเผชิญความเสี่ยงสูงหากขาดการจัดการขยะที่เหมาะสม โดยนำมาตรการจัดการขยะที่ชัดเจนมาใช้เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกเกิดขึ้นจริงภายในพื้นที่</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการฯ  ยังได้ขยายผลสู่ระดับภูมิภาคผ่านความร่วมมือกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)  ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมกับประเทศอื่นๆ อีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและ WWF Thailand ในการลดการรั่วไหลของพลาสติกสู่ธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีจากนานาชาติมาปรับใช้และแบ่งปันความสำเร็จของตนเองในเวทีระดับสากลได้</p>
<p>“แม้ว่าโครงการจะเสร็จสิ้นลง แต่การจัดการขยะพลาสติกถือเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องดำเนินต่อไปเสมือนฟันเฟืองในเครื่องยนต์ ซึ่งความท้าทายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือการจัดทำกรอบระเบียบและข้อบังคับทางกฎหมายให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อเป็นรากฐานในการบังคับใช้นโยบายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว” <strong>อัลวาโร่ </strong>กล่าว</p>
<h3>เปลี่ยนขยะกลับเข้าสู่ระบบไม่ใช่หลุดสู่ทะเล</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44868" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-04.jpg" alt="เอกนฤน อริยวงศ์วิวัฒน์" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เอกนฤน อริยวงศ์วิวัฒน์</span> ผู้อำนวยการส่วนงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้จัดการโครงการ WWF ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า การดำเนินงานของ WWF ได้สร้างการเชื่อมโยงส่วนที่ขาดหายไปแทนการตั้งคำถามเรื่องปริมาณการเก็บขยะ เพื่อให้วัสดุมีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบ โดยกระบวนการทำงานในภาคสนามเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ผ่านเส้นทางการจัดการขยะ เพื่อระบุจุดที่ต้องได้รับการยกระดับและเชื่อมต่อให้เป็นระบบที่สมบูรณ์ โดยข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาแปลงเป็นแผนปฏิบัติการที่กำหนดลำดับความสำคัญร่วมกับเทศบาลและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติจริงมากกว่าเพียงแค่การทำรายงานข้อเสนอแนะ</p>
<p>ภายใต้โครงการ “MA-RE-DESIGN” WWF เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อการขนส่งวัสดุจากเกาะกลับเข้าสู่ฝั่งเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานรีไซเคิล ในพื้นที่เทศบาลนครตรัง  จังหวัดตรัง และพื้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงการจัดตั้งระบบมัดจำคืนเงิน (Deposit Return System: DRS) การขยายจุดเติมน้ำเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การสร้างระบบขนส่งย้อนกลับสำหรับขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำ และการจัดตั้งธนาคารขยะชุมชน จนปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนขยะมีค่าเกาะเต่าได้กลายมาเป็นผู้นำในการจัดการขยะบนเกาะได้สำเร็จ</p>
<p>นอกจากนี้ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นยังถูกส่งต่อสู่ระดับภูมิภาคผ่านเครือข่ายของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และหน่วยงานประสานงานทางทะเลเอเชียตะวันออก (COBSEA) เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำงานร่วมกับประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ ในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับการจัดการขยะพลาสติกในระดับสากลต่อไป</p>
<h3>พื้นที่นำร่อง “ขยะมีค่าเกาะเต่า” เปลี่ยน “วิกฤตขยะ” สู่การเป็น “Living Lab” ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44869" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-05.jpg" alt="ศรายุทธ ธนะโสธร" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศรายุทธ ธนะโสธร</span> ประธานวิสาหกิจชุมชน ขยะมีค่าเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong> กล่าวว่า เกาะเต่ามีพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร แต่ต้องแบกรับจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 700,000 คนต่อปี และปริมาณขยะอีกกว่า 30 ตันต่อวัน ภายใต้การสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่จากโครงการ ชุมชนได้เปลี่ยนผ่านจากการรับมือกับ “วิกฤตขยะ” สู่การเป็น “Living Lab” ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการพลิกมุมมองจากการเห็นขยะเป็นภาระ มาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ผ่านการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การพัฒนาระบบภาชนะหมุนเวียน (Reusable Packaging) และการรักษามูลค่าของวัสดุให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจให้นานที่สุด ส่งผลให้เกาะเต่าสามารถสร้างโมเดลการจัดการทรัพยากรที่ก้าวข้ามการแก้ปัญหาปลายทางไปสู่การออกแบบทั้งระบบ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44870" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-06.jpg" alt="วิสาหกิจชุมชนขยะมีค่าเกาะเต่า" width="600" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-06.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-06-300x249.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-06-150x125.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/giz-ma-re-design-06-500x415.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ “วิสาหกิจชุมชนขยะมีค่าเกาะเต่า” และธนาคารขยะที่สามารถจัดการขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำที่เป็นปัญหาสะสมของพื้นที่มาอย่างยาวนานให้กลับเข้าสู่ระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ปัจจุบันหลายประเทศกำลังร่วมสร้างกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อป้องกันมลพิษจากพลาสติกผ่านคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (INC) ในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังขับเคลื่อนกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) รวมถึงกฎระเบียบการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อลดภาระสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (Ecodesign for Sustainable Products Regulation: ESPR) ซึ่งส่งผลต่อผู้ส่งออกและผู้ผลิตชาวไทยโดยตรง</p>
<p><strong>ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ MA-RE-DESIGN มาตลอด 4 ปีจะช่วยขับเคลื่อนไทยในการบริหารจัดการพลาสติกในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-ma-re-design/">GIZ ส่งต่อ4  ปี โครงการ “MA-RE-DESIGN” นำร่อง 2 พื้นที่ เปลี่ยน ‘ขยะพลาสติก’ เป็นทรัพยากรที่มีค่า ปูทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
