<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MOU | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/mou/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Sep 2025 09:48:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>MOU | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซินโครตรอน ผนึกกฟน.-มทส. ร่วมพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน – ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/slri-mou/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2025 09:48:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กฟน.]]></category>
		<category><![CDATA[ซินโครตรอน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มทส.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40597</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ลงนาม MOU ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในความร่วมมือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2568: สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดย สำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสนับสนุนเทคนิคและวิศวกรรม พร้อมด้วย    รศ.ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/slri-mou/">ซินโครตรอน ผนึกกฟน.-มทส. ร่วมพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน – ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ลงนาม MOU ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในความร่วมมือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</strong></p>
<p><span id="more-40597"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40599" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SLRI-MOU-02.jpg" alt="ซินโครตรอน ผนึกกฟน.-มทส. ร่วมพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน – ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SLRI-MOU-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SLRI-MOU-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SLRI-MOU-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SLRI-MOU-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2568: <strong>สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน</strong> โดย <strong><span style="color: #6cb742;">สำเริง ด้วงนิล</span> รองผู้อำนวยการสนับสนุนเทคนิคและวิศวกรรม</strong> พร้อมด้วย    <span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.อนันต์ ทอง</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">ระอา</span> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</strong> และ <strong><span style="color: #6cb742;">พิพัฒน์ ชลอำไพ</span> รองผู้ว่าการบริการระบบจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวง </strong>ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดยมี <strong><span style="color: #6cb742;">รศ.รังสรรค์ วงศ์สรรค์</span> ประธานอนุกรรมการ การจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม การไฟฟ้านครหลวง</strong> เป็นประธานในพิธี  ณ อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง กรุงเทพมหานคร</p>
<p>จากการลงนามในครั้งนี้ทั้งสามฝ่ายจะมีความร่วมมือในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมทั้งสนับสนุนการวิเคราะห์ พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ รวมถึงผลักดันผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่นวัตกรรมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อบรรลุเป้าหมายของบันทึกข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ยังจะมีความร่วมมือในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/slri-mou/">ซินโครตรอน ผนึกกฟน.-มทส. ร่วมพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน – ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/shell-dsd-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/shell-dsd-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2025 03:03:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาฝีมือแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่องเชลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เชลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39920</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 2 กรกฎาคม 2568 – บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือการพัฒนาฝีมือแรงงานการบำรุงรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อเพิ่มทักษะและความก้าวหน้าในอาชีพให้กับช่างประจำศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยผ่านการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก้าวเข้าสู่สายอาชีพอย่างมั่นคงในฐานะทีมช่างฝีมือของเชลล์ โครงการนี้มุ่งยกระดับศักยภาพของช่างบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องประจำศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วประเทศ ผ่านหลักสูตรที่พัฒนาร่วมกันระหว่างเชลล์และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเน้นทั้งความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคุณภาพระดับโลกของเชลล์ และการฝึกทักษะช่างยนต์เชิงปฏิบัติตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจเช็กพื้นฐานกว่า 10 รายการ ไปจนถึงการให้บริการอย่างมืออาชีพในศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ นางสาวอรอุทัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/shell-dsd-mou/">เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ </strong><strong>– </strong><strong>2 กรกฎาคม 2568</strong> – บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือ<strong>การ</strong><strong>พัฒนาฝีมือแรงงานการบำรุงรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อเพิ่มทักษะและความก้าวหน้าในอาชีพให้กับช่างประจำศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์</strong> ให้เป็นไปตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยผ่านการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก้าวเข้าสู่สายอาชีพอย่างมั่นคงในฐานะทีมช่างฝีมือของเชลล์</p>
<p><span id="more-39920"></span></p>
<p>โครงการนี้มุ่งยกระดับศักยภาพของช่างบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องประจำศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วประเทศ ผ่านหลักสูตรที่พัฒนาร่วมกันระหว่างเชลล์และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเน้นทั้งความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคุณภาพระดับโลกของเชลล์ และการฝึกทักษะช่างยนต์เชิงปฏิบัติตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจเช็กพื้นฐานกว่า 10 รายการ ไปจนถึงการให้บริการอย่างมืออาชีพในศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39924" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-04.jpg" alt="นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่</span> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย</strong> จำกัด กล่าวว่า “จากความร่วมมือ ที่ผ่านมา เชลล์เห็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของช่างเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกว่า 700 คนทั่วประเทศให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับแรงงานไทย เชลล์เชื่อว่าการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรคือรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของเชลล์ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต (Powering lives) ให้กับสังคมไทย พร้อมเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง</p>
<p>การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่รวมพลังระหว่างผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคุณภาพอันดับ 1 ของโลกที่มียอดขายสูงสุดติดต่อกันถึง 18 ปี เข้ากับทีมช่างมืออาชีพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับประเทศเพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ครบครันและน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า เชลล์ตั้งใจให้ทุกการเข้ารับบริการที่ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ความปลอดภัย พร้อมดูแลมอบความมั่นใจในทุกการเดินทางให้กับลูกค้าอย่างมืออาชีพ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39923" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-03.jpg" alt="นายภัทรวุธ เภอแสละ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายภัทรวุธ เภอแสละ</span> รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong> <strong>กระทรวงแรงงาน</strong> กล่าวว่า “จำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการด้านการบำรุงรักษาและตรวจสภาพสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และสะดวกสบาย มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น การลงทุนในการยกระดับทักษะของช่างประจำศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพบุคลากร</p>
<p>ให้มีความรู้ความสามารถและปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีพร้อมส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยให้กับประชาชน การร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเชลล์จึงเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนวิสัยทัศน์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการยกระดับขีดความสามารถแรงงานไทยสู่มาตรฐาน สากล และสร้างโอกาสให้ช่างฝีมือไทยมีอาชีพที่มั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p>เพื่อยกระดับมาตรฐานช่างยนต์อย่างเป็นรูปธรรม เชลล์ยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมจัดการแข่งขัน <strong>“</strong><strong>Shell Mechanic Champions League 2568”</strong> เพื่อเฟ้นหาช่างฝีมือยอดเยี่ยมระดับประเทศใน 3 ประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุก โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568 การแข่งขันนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงความสามารถ แต่ยังเป็นโอกาสในการยกระดับฝีมือ เพิ่มประสบการณ์และจุดประกายแรงบันดาลใจให้ช่างรุ่นใหม่ก้าวสู่ความก้าวหน้าในสายอาชีพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39922" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-02.jpg" alt="เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05.jpg" class="attachment-large size-large" alt="เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06.jpg" class="attachment-large size-large" alt="เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/shell-dsd-mou-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p>“ความร่วมมือระหว่างเชลล์และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในโครงการพัฒนาทักษะและสร้างโอกาสในสายอาชีพช่างประจำศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับการให้บริการ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับแรงงานไทย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยผ่านการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ก้าวเข้าสู่สายอาชีพอย่างมั่นคงในฐานะทีมช่างฝีมือของเชลล์ พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ โครงการนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญภายใต้แนวคิด Powering Lives ที่เชลล์ยึดมั่นมาโดยตลอด ด้วยเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สร้างโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ และเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการใช้รถของลูกค้าอย่างแท้จริง” <strong>นางสาวอรอุทัย</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/shell-dsd-mou/">เชลล์ผนึกความร่วมมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะเสริมประสิทธิภาพ ช่างบริการศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ทั่วไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/shell-dsd-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช. จับมือ IRD เดินหน้าวิจัยสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี AI เสริมบทบาทเยาวชนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-ird-ai-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-ird-ai-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jun 2025 09:45:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[IRD]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัยสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39746</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (IRD) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี เพื่อเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยพิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงของทั้ง สวทช. IRD และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นด้านวิทยาศาสตร์ระหว่างสองประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความท้าทายระดับโลกในยุคปัจจุบัน ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงนี้เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างปี พ.ศ.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nstda-ird-ai-mou/">สวทช. จับมือ IRD เดินหน้าวิจัยสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี AI เสริมบทบาทเยาวชนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (IRD) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี เพื่อเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยพิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงของทั้ง สวทช. IRD และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นด้านวิทยาศาสตร์ระหว่างสองประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความท้าทายระดับโลกในยุคปัจจุบัน</strong></p>
<p><span id="more-39746"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39748" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-02.jpg" alt="ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์</span> รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  </strong>กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงนี้เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างปี พ.ศ. 2568 – 2573 มุ่งเน้นการวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การกักเก็บคาร์บอน การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือน และสาขาอื่น ๆ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการความร่วมมือที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่างพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบร่วมกันของเราต่อโลกและชนรุ่นหลัง โดย สวทช. และ IRD มุ่งมั่นที่จะสร้างองค์ความรู้ พัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคล เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความยั่งยืนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39749" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-03.jpg" alt="ฌิล เปกาซู Mr. Gilles Pecassou" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฌิล เปกาซู Mr. Gilles Pecassou</span> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IRD</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ IRD ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2560 เราได้ร่วมมือกับ สวทช. ในโครงการต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง การต่ออายุบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความไว้วางใจและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันงานวิจัยสหวิทยาการ ส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านนวัตกรรมและการศึกษาที่เปิดกว้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39750" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-04.jpg" alt="ลีส ตาลโบต์ บาเร" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ลีส ตาลโบต์ บาเร</span> ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมและความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่เพียงเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่าง สวทช. และ IRD หากยังสะท้อนถึงสายใยมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศ ซึ่งยึดโยงกันด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และเจตจำนงร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>สำหรับโครงการความร่วมมือระหว่างสองสถาบันในระยะแรกประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น โครงการ BIMOMS (Biodiversity Modelling at Multiple Scale) ที่มุ่งพัฒนาแบบจำลองระบบนิเวศจากระดับท้องถิ่นสู่นโยบายระดับภูมิภาค ภายใต้โครงการ JEAI BIMOMS (พ.ศ. 2565–2567) ที่นำโดยนักวิจัยไทยรุ่นใหม่ โครงการนี้ผสานข้อมูลภาคสนาม ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องมือระดับโมเลกุล และ AI เพื่อวิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สู่ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ในระยะต่อไปจะขยายการใช้แบบจำลองร่วมกับโดรนและบูรณาการสู่ยุทธศาสตร์ด้านภูมิอากาศ</p>
<p>โครงการ SIMPLE (Sustainability Issue Metaverse for Building Participatory Learning Environments) เป็นความร่วมมือของนักวิจัยจากฝรั่งเศส เวียดนาม และไทย ในการใช้เทคโนโลยี AR/VR เพื่อการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม “BiodiVRestorer” ที่เข้าถึงนักเรียนกว่า 200 คนใน 3 จังหวัด ผลลัพธ์พบว่านักเรียนมีความเข้าใจประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น และครูระบุว่าเทคโนโลยีช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนได้ดี โดยทีมวิจัยเตรียมจัดทำหลักสูตรฉบับสมบูรณ์ในต้นปี 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39751" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-05.jpg" alt="NATURAL FORESTORE" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโครงการ NATURAL FORESTORE ซึ่งได้รับทุนจากมูลนิธิ BNP Paribas มุ่งศึกษาการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในป่าเขตร้อนผ่านแนวทางสหวิทยาการ โดยใช้เมตาจีโนมิกส์ การสำรวจระยะไกล AI และ machine learning วิเคราะห์โครงสร้างป่าและบทบาทของจุลินทรีย์ในกระบวนการกักเก็บคาร์บอน จากพื้นที่ศึกษาหลากหลายทั้งในไทยและลาว โครงการนี้จะพัฒนาแบบจำลองการกักเก็บคาร์บอนที่แม่นยำ รองรับการวางแผนและนโยบายด้านการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพตามดัชนีของสหประชาชาติ เพื่อนำไปสู่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39752" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-06.jpg" alt="ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/NSTDA-IRD-AI-MOU-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา</span> ผู้อำนวยการทางชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand: NBT) </strong>กล่าวถึงแนวทางใหม่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาโลกร้อนและการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ว่า หากมองในแง่หนึ่ง การซื้อขายคาร์บอนเครดิตเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถใช้ต่อรองและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการอนุรักษ์ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เครื่องมือที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS), การถ่ายภาพจากดาวเทียม หรือการพัฒนาโมเดล AI ในการประเมินจำนวนต้นไม้ที่หายไปจากป่า หากเราสามารถติดตั้งและใช้โมเดลเหล่านี้ในระดับประเทศ การสังเกตการณ์ และการติดตามจะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ศักยภาพในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศก้าวกระโดดไปอีกขั้น</p>
<p>“สำหรับการมีส่วนร่วมของเยาวชน จากตัวอย่างของโครงการ SIMPLE ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่นำเทคโนโลยี AR/VR เข้ามาใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เด็ก ๆ ไม่เพียงแค่เรียนรู้จากหนังสือ แต่ยังได้มีประสบการณ์จริงจากการจำลองสถานการณ์เสมือน เช่น การเห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า หรือการวิเคราะห์ระบบนิเวศ ที่สำคัญคือกระบวนการนี้ได้เปิดพื้นที่ให้กับนักการศึกษาเข้ามามีบทบาทร่วมในการออกแบบเนื้อหาและกิจกรรม เทคโนโลยีจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีความหมาย” <strong>ดร.ศิษเฎศ </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nstda-ird-ai-mou/">สวทช. จับมือ IRD เดินหน้าวิจัยสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี AI เสริมบทบาทเยาวชนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-ird-ai-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ KHNP เกาหลีใต้ ร่วมเดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-khnp-smr-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-khnp-smr-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 09:02:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[KHNP]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี SMR]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า SMR]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39515</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. และ บริษัท Korea Hydro &#38; Nuclear Power Co.,Ltd. (KHNP) เกาหลีใต้ ร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR พร้อมวางแนวทางพัฒนาบุคลากรรองรับ เตรียมพร้อมยุคเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด นายปาร์ค อินซิก (Mr. Park Insik) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท Korea Hydro &#38; Nuclear Power Co.,Ltd. (KHNP) สาธารณรัฐเกาหลี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-khnp-smr-mou/">กฟผ. จับมือ KHNP เกาหลีใต้ ร่วมเดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. และ บริษัท Korea Hydro &amp; Nuclear Power Co.,Ltd. (KHNP) เกาหลีใต้ ร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR พร้อมวางแนวทางพัฒนาบุคลากรรองรับ เตรียมพร้อมยุคเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด</strong></p>
<p><span id="more-39515"></span></p>
<p><strong>นายปาร์ค อินซิก</strong> (Mr. Park Insik) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท Korea Hydro &amp; Nuclear Power Co.,Ltd. (KHNP) สาธารณรัฐเกาหลี พร้อมด้วย <strong>นายทิเดช เอี่ยมสาย</strong> รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ณ กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายปาร์ค อินซิก</strong></span> <strong>รองประธานบริหารสายงานธุรกิจต่างประเทศ KHNP</strong> เผยว่า เกาหลีใต้และไทย มีความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานในหลายด้าน รวมถึงด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ ที่ได้ลงนามเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการสร้างกรอบความร่วมมือและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางนิวเคลียร์ระหว่างสองประเทศ นำมาสู่จุดเริ่มต้นความร่วมมือและการขับเคลื่อนเจตนารมณ์อย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง กฟผ. ผู้นำในด้านการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย และ KHNP ในฐานะผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก มีประสบการณ์ด้านนิวเคลียร์มานานกว่า 50 ปี ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เริ่มตระหนักว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) เป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและมีความเป็นไปได้สูงสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายทิเดช เอี่ยมสาย</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน</strong> เสริมว่า ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ให้ความสำคัญในการกระจายแหล่งพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตด้านพลังงานสะอาดของประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ.2025 ของ กฟผ. และของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นในการศึกษาเทคโนโลยี SMR ซึ่งมีความเหมาะสมกับบริบทของระบบพลังงานประเทศไทย ที่ผ่านมา กฟผ. เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น</p>
<p><strong>สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคนิคที่จำเป็นของเทคโนโลยี SMR เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า SMR แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติด้านพลังงาน อีกทั้งยังร่วมกันวางแนวทางเพื่อพัฒนาบุคลากรสำหรับการรองรับโครงการดังกล่าวในอนาคต ผ่านโครงการฝึกอบรม โครงการดูงาน ฯลฯ รวมถึงกรอบความร่วมมือทางเทคนิคในด้านอื่นๆ ด้วย</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-khnp-smr-mou/">กฟผ. จับมือ KHNP เกาหลีใต้ ร่วมเดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-khnp-smr-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 May 2025 08:46:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39122</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 9 หน่วยงานหลักด้านน้ำ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ,กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย   เพื่อเร่งผลักดันการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ภายใต้แนวคิด “น้ำมั่นคง น้ำยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจน้ำที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/">ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 9 หน่วยงานหลักด้านน้ำ <strong>ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ,กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) </strong>และ<strong>สมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย </strong>  เพื่อเร่งผลักดันการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ<strong> ภายใต้แนวคิด “น้ำมั่นคง น้ำยั่งยืน” </strong>สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจน้ำที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><span id="more-39122"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39124" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ชนะ ภูมี</span> ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และความยั่งยืนของเศรษฐกิจโดยรวม เราต้องยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีประสิทธิภาพการใช้น้ำเฉลี่ยเพียง 7.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 238 บาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.76 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมซึ่งมีการใช้น้ำถึง 75% ของประเทศ แต่สร้างมูลค่าเพียง 11.4 บาท/ลบ.ม. ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและบริการ ใช้น้ำน้อยกว่า (รวม 25%) แต่สร้างมูลค่าสูงถึง 1,059 และ 931 บาท/ลบ.ม. ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าจากการใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด และความจำเป็นในการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การอุปโภคบริโภค และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>“เรากำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ด้านทรัพยากรน้ำในทุกมิติ การร่วมมือกันในวันนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนให้การจัดการน้ำไม่ใช่เพียงเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมของทั้งสังคมไทย ที่สะท้อนถึงความตระหนักร่วมกันของทุกภาคส่วน ต่อความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งมาโดยตลอด แต่การผนึกกำลังครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน”<strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศ จะมีการดำเนินงานผ่าน 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>สมดุลน้ำและข้อมูล (Water Balance &amp; Data):</strong> ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล การติดตาม ประเมิน และคาดการณ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>การบริหารจัดการเชิงระบบ (Systematic Management):</strong> สนับสนุนข้อมูลและการบริหารจัดการแบบบูรณาการ สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของน้ำทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ</li>
<li><strong>องค์ความรู้และนวัตกรรม (Water Innovation):</strong> ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ผ่านการฝึกอบรมและศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ</li>
<li><strong>เครือข่าย WARROOM ระดับพื้นที่ (Local Water War Room):</strong> ยกระดับการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ด้วยการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประเมินสถานการณ์น้ำ</li>
<li><strong>การสื่อสารข้อมูล (Water Communication):</strong> สังเคราะห์และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย</li>
</ol>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้มีพันธมิตรจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ด้านนโยบายและแหล่งน้ำ:</strong> สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล</li>
<li><strong>ด้านข้อมูลและการพยากรณ์:</strong> สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ</li>
<li><strong>ด้านการใช้น้ำและภาคเอกชน:</strong> การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สมาคมผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมเอกชน, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39125" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03.jpg" alt="ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำ (Water Management) และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้น้ำ (Water Productivity) อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยง และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศไปสู่ความยั่งยืน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/">ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริทาเนีย ลงนาม MOU กับการประปานครหลวง ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bri-mwa-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bri-mwa-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Apr 2025 08:05:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BRI]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การประปานครหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริทาเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ประหยัดน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38969</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บริทาเนีย” ลงนามความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) กับการประปานครหลวง (กปน.) ส่งเสริมให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ติดตั้งใช้งานภายในโครงการบ้านของบริทาเนีย 14 โครงการบนทำเลศักยภาพเพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืน บริษัท บริทาเนีย จํากัด (มหาชน) หรือ BRI โดย ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ลงนามความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) กับการประปานครหลวง (กปน.) ว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับฉลากแสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ประหยัดน้ำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bri-mwa-mou/">บริทาเนีย ลงนาม MOU กับการประปานครหลวง ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“บริทาเนีย” ลงนามความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) กับการประปานครหลวง (กปน.) ส่งเสริมให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ติดตั้งใช้งานภายในโครงการบ้านของบริทาเนีย 14 โครงการบนทำเลศักยภาพเพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-38969"></span></p>
<p><strong>บริษัท บริทาเนีย จํากัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BRI</strong> โดย ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ลงนามความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) กับการประปานครหลวง (กปน.) ว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับฉลากแสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ประหยัดน้ำ (ฉลากประหยัดน้ำ) ของการประปานครหลวง โดยมี นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง ร่วมลงนาม ณ การประปานครหลวง เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568</p>
<p>การลงนามความเข้าใจความร่วมมือครั้งนี้ การประปานครหลวง (กปน.) และบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและความจำเป็นในการบริหารจัดการการใช้น้ำ (Demand Side Management : DSM) เพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืน</p>
<p>ทั้งสองฝ่ายจึงได้จัดทําบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับฉลากแสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ประหยัดน้ำ (ฉลากประหยัดน้ำ) ของ การประปานครหลวง (กปน.) ติดตั้งใน 14 โครงการบนทำเลทอง ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>BELGRAVIA บางนา-พระราม 9</li>
<li>BRITANIA บางนา-สุวรรณภูมิ</li>
<li>GRAND BRITANIA วงแหวน-รามอินทรา</li>
<li>GRAND BRITANIA ราชพฤกษ์-พระราม 5</li>
<li>GRAND BRITANIA นนทบุรี สเตชั่น</li>
<li>BRITANIA HOME บางนา กม.17</li>
<li>BRITANIA TOWN บางนา กม.17</li>
<li>BRITANIA บางนา-ศรีวารี</li>
<li>GRAND BRITANIA วงแหวน-ประชาอุทิศ</li>
<li>GRAND BRITANIA ทวีวัฒนา</li>
<li>GRAND BRITANIA กรุงเทพกรีฑา-สุวรรณภูมิ</li>
<li>GRAND BRITANIA บางนา-สุวรรณภูมิ</li>
<li>GRAND BRITANIA บางนา กม.12</li>
<li>BRISTOL BANGKOK</li>
</ol>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวสุวรา ทวิชศรี</strong></span> <strong>ผู้ว่าการการประปานครหลวง</strong> กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐคือ กปน. และบริทาเนีย ซึ่งเป็นภาคเอกชนนอกจากจุดประสงค์ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าทางหนึ่งแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เป็นการเพิ่มจํานวน อุปกรณ์ประหยัดน้ำให้มีความหลากหลาย ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ทุกคนให้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริทาเนีย จํากัด (มหาชน)</strong> หรือ BRI ผู้ประกอบการธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้คอนเซ็ปต์ &#8220;CRAFT a life you love ดีที่สุดคือใช้ชีวิตในแบบที่รัก” กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้แนวคิด CRAFTING FOR EVERLASTING GROWTH เราเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงนั้นไม่เพียงแค่การสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่สวยงามและใช้งานได้จริง แต่ยังรวมถึงการผลิตบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายและเป้าหมายในการจัดการด้านความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำเสนอกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ชัดเจน เช่น การประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการลดปริมาณการใช้น้ำ โดยมีตัวชี้วัดและเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>
<p>“บริทาเนียเรามีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม บ้านซีรีส์ใหม่ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์ ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชั่น และเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน จึงให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า และรักษ์โลกอย่างแท้จริง” <strong>ดร.ศุภลักษณ์</strong> กล่าวในตอนท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bri-mwa-mou/">บริทาเนีย ลงนาม MOU กับการประปานครหลวง ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bri-mwa-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยวิวัฒน์ จับมือ AISมุ่งแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมประกันภัยสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaivivat-x-ais/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaivivat-x-ais/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 02:11:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[e-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยวิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37889</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในปี 2566 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ประมาณ 680,386 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีปริมาณ 676,146 ตัน หรือเพิ่มขึ้นราว 0.63% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียง 21% ของขยะอันตรายทั้งหมด ที่เข้าสู่ระบบการจัดการที่ถูกต้อง และมีการ รีไซเคิลเพียง 15% เท่านั้น ทำให้ขยะส่วนใหญ่ถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ส่งผลให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีอันตราย เช่น ตะกั่ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaivivat-x-ais/">ไทยวิวัฒน์ จับมือ AISมุ่งแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมประกันภัยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในปี 2566 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ประมาณ 680,386 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีปริมาณ 676,146 ตัน หรือเพิ่มขึ้นราว 0.63% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียง 21% ของขยะอันตรายทั้งหมด ที่เข้าสู่ระบบการจัดการที่ถูกต้อง และมีการ รีไซเคิลเพียง 15% เท่านั้น ทำให้ขยะส่วนใหญ่ถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ส่งผลให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และสารหนู ซึ่งสามารถปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ นอกจากนี้ การขาดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพยังทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการนำวัสดุมีค่ากลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม ดังนั้น การพัฒนาแนวทางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการรีไซเคิล และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดปัญหามลพิษและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</p>
<p>ในฐานะองค์กรนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน <strong>บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)</strong> จึงได้จับมือกับพันธมิตรสำคัญ <strong>บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ลงนามความร่วมมือ (MOU) ในโครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’</strong> ตั้งจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายผลกับสถานศึกษาหรือโรงเรียนที่ใกล้เคียงเพื่อผลักดันการทิ้งและการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้อมส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นโลก ร่วมเดินทางเป็นหนึ่งใน Ecosystem ในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงสร้างกระบวนการจัดเก็บเพื่อให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบ Zero Landfill ตามมาตรฐานสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37891" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ยังมุ่งมั่นสู่ความเป็นองค์กรด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืนเติบโตควบคู่ธุรกิจ พร้อมวางเป้าหมายใหญ่ปี 2568 ภายใต้แนวคิด &#8220;Beyond Insurance มากกว่าการประกันภัย&#8221; ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าเติบโตถึง 2 หลัก โดยมีเป้าหมายรายได้ของปี 2568 นี้ที่ 8,500 ล้านบาท พร้อมนำหลัก ESG ผสานการดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุม ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานด้านสังคม เยาวชนและการศึกษา สิ่งแวดล้อม พร้อมผนึกองค์กรพันธมิตรเดินหน้าขับเคลื่อนและยกระดับการทำงาน เพื่อเดินหน้าสู่ความยั่งยืน และชูองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<figure id="attachment_37892" aria-describedby="caption-attachment-37892" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-37892" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thaivivat-x-AIS_03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-37892" class="wp-caption-text">เทพพันธ์ อัศวะธนกุล (ขวา) รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p><strong>เทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนโดยเน้นส่งเสริมใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสังคม ด้านเยาวชนและการศึกษา และด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านสังคม บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เข้าถึงง่ายและสะดวกขึ้น โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นคือ “การประกันรถเปิดปิด” ขณะเดียวกันยังให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดิม ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ “รถติด ไม่คิดเบี้ย” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถในเมือง หลังเปิดตัว บริษัทฯ ยังริเริ่มโครงการ “Thaivivat Caring Forword คิดเผื่อเพื่อสังคม” ซึ่งให้ผู้เอาประกันภัยที่ขับรถปลอดภัยได้รับสิทธิ์ส่วนลดเบี้ยประกัน และสามารถร่วมบริจาคเงินในนามของตนเองให้กับมูลนิธิเพื่อสังคม โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้</p>
<p>ด้านเยาวชนและการศึกษา บริษัทฯ เชื่อว่าการศึกษาคือรากพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ จึงร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” เพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้ทักเทียมนานาชาติ โดยสนับสนุนทุนการศึกษาพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนและครู และจัดทำระบบ Smart e-Learning ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ สนับสนุน 5 โรงเรียนใน 5 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สตูล ระนอง ยโสธร และพะเยา</p>
<p>นอกจากโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมด้านนวัตกรรมให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านโครงการ <strong>Thaivivat Innovation Awards</strong> โครงการประกวดนวัตกรรมประกันภัยสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนคิดและนำเสนอไอเดียในการพัฒนาประกันภัยเพื่อจัดการความเสี่ยงในสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์ประกอบของ IoT (Internet of Things) , เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) , Big Data และ Lifestyle ในผลงาน ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และมีนักเรียนให้ความสนใจและเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 1,500 คน จากสถาบันการศึกษากว่า 100 สถาบัน ทั้งในกรุงเทพปริมณฑลและในภูมิภาค โดยโครงการที่ได้นำเสนอเข้ามาแข่งขันใน โครงการ Thaivivat Innovation Awards ถึงปัจจุบันมี กว่า 300 โครงการ</p>
<p><strong>เทพพันธ์</strong> กล่าวต่อว่า ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ทราบดีว่าความยั่งยืนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่การดูแลโลกของเราให้คนรุ่นต่อไปก็เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องให้ความใส่ใจ บริษัทฯ จึงนำแนวคิดที่จะนำ Greenovation และ Digital Transformation มาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยริเริ่มการดำเนินงานจากภายในองค์กรผ่านโครงการ Thaivivat Greenovation เปลี่ยนโลกด้วยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรให้กับพนักงาน เปลี่ยนของใช้มาเป็นของใช้ที่สามารถนำมารีไซเคิลต่อได้ อาทิ ของชำร่วย ยูนิฟอร์มพนักงาน รวมถึงน้ำดื่มของบริษัทและส่งเสริมการแยกขยะให้ถูกวิธีมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนภายในองค์กรเพราะต้องการจุดประกายและส่งเสริมให้พนักงานได้ตระหนักและหันมาให้ความสำคัญจากเรื่องใกล้ตัว</p>
<p>อีกทั้งยังมีการดำเนินงานด้าน Digital Transformation ผ่านการใช้งานบน <strong>Thaivivat Application</strong> เพื่อลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสภาพรถก่อนทำประกัน เพื่อลดการขับขี่ส่งเสริมการลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ลดการใช้กระดาษด้วยการออกกรมธรรม์แบบ e-Policy รวมถึงการเคลมประกันผ่าน e-Claim โดยไม่ต้องใช้เอกสารและลดการเดินทางของพนักงานในการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินที่เอาประกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินธุรกิจที่หลากหลายอุตสาหกรรมและมีสาขาทั่วโลก <strong>บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ITOCHU Corporation)</strong> แห่งประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมผลักดันและพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมประกันภัย ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อให้โอกาสคนไทยได้เข้าถึงการประกันภัยได้มากขึ้นอันจะเป็นการสร้างสังคมแห่งความยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนั้นยังเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaivivat-x-ais/">ไทยวิวัฒน์ จับมือ AISมุ่งแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมประกันภัยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaivivat-x-ais/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิศวฯ มช. กับ Hitachi Energy ลงนาม MOU สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mou-cmu-hitachi-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mou-cmu-hitachi-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Sep 2024 07:39:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Hitachi Energy]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวฯ มช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35869</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันจันทร์ที่ 23  กันยายน 2567 ณ หอเกียรติยศ ชั้น 6 อาคาร 30 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.วรวุฒิ วรุตตมพรสุ Country Managing Director บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-cmu-hitachi-energy/">วิศวฯ มช. กับ Hitachi Energy ลงนาม MOU สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันจันทร์ที่ 23  กันยายน 2567 ณ หอเกียรติยศ ชั้น 6 อาคาร 30 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.วรวุฒิ วรุตตมพรสุ Country Managing Director บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการสนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี</strong> โดยมีผู้ร่วมลงนามพยานได้แก่<span id="more-35869"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35871" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-02.jpg" alt="วิศวฯ มช. กับ Hitachi Energy ลงนาม MOU สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<ul>
<li><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล สมุทคุปติ์</strong> รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีรพล จิราพงศ์</strong> อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล</strong> Director &amp; Vice President บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>คุณสรวดี ทองภูมิ</strong> Head of Legal บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</li>
</ul>
<p>โดยการลงนาม MOU ในครั้งนี้เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การวิจัยพัฒนา และการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีให้นักศึกษาและคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในประเด็นเกี่ยวกับพลังงานในปัจจุบันและอนาคต อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางพลังงาน (Energy Transition) ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ไมโครกริด (Microgrid) ระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (BESS) สถานีไฟฟ้าดิจิทัล (Digital Substation) การขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (e-Mobility) ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และอนาคตทางพลังงานที่ยั่งยืน (Sustainable Energy Future) รวมทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับมาตรฐานการศึกษา พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถด้านพลังงานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศได้ในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35872" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-03.jpg" alt="วิศวฯ มช. กับ Hitachi Energy ลงนาม MOU สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/MOU-CMU-x-Hitachi-Energy-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรู้ ประสบการณ์ ประกอบด้วย หัวข้อหลัก ๆ ดังนี้</p>
<ul>
<li>Apprentice Program &#8211; 4 Students</li>
<li>Engineering Essential &#8211; Factory Visits</li>
<li>Special Instructor Dispatching Program</li>
<li>Webinars &#8211; Energy Transition</li>
<li>Equipment Donation for Education</li>
<li>Demo for Education Related to Technology Enabling Energy Transition</li>
<li>Engineering Program Linked to COE at CMU</li>
<li>Exchanged Program (Study Tour or Site Visit)</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-cmu-hitachi-energy/">วิศวฯ มช. กับ Hitachi Energy ลงนาม MOU สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mou-cmu-hitachi-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กทม. ร่วมมือภาคี เปิดตัวโครงการใหม่ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.” พัฒนาทักษะให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-mou-dow-ef/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-mou-dow-ef/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Aug 2024 06:28:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dow]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะสมอง EF]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35557</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มบริษัทดาว ประเทศไทย (Dow) สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินโครงการ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.” โดยนำแนวทางการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ EF (Executive Functions) ในเด็กปฐมวัย มาส่งเสริมในโรงเรียน และ ศูนย์เด็กเล็กในสังกัดของกทม. ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-mou-dow-ef/">กทม. ร่วมมือภาคี เปิดตัวโครงการใหม่ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.” พัฒนาทักษะให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มบริษัทดาว ประเทศไทย (Dow) สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินโครงการ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.” โดยนำแนวทางการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ EF (Executive Functions) ในเด็กปฐมวัย มาส่งเสริมในโรงเรียน และ ศูนย์เด็กเล็กในสังกัดของกทม.</strong></p>
<p><span id="more-35557"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35559" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-02.jpg" alt="ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย</span> ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย </strong>เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติด และปัญหาการใช้ความรุนแรงของเด็กมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เราจึงคิดริเริ่มวิธีในการแก้ปัญหา ซึ่งหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหานี้คือการพัฒนาทักษะสมอง EF ของเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และเกิดกระบวนการแยกแยะถึงสิ่งที่ดีและไม่ดีได้ ดังนั้นเราจึงต้องการส่งเสริมโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยกันสร้างคนเก่งและคนดีสำหรับประเทศไทย ทักษะสมอง EF ถือเป็นความสามารถในการจัดการชีวิต ที่จะช่วยให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ ยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิจดจ่อ รู้จักปรับตัว กำกับตนเองได้ รวมถึงสามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะ และตัดสินใจด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสม ด้วยความสามารถดังกล่าวเป็นเหตุผลให้กลุ่มบริษัทดาวประเทศไทย ได้ดำเนินการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในจังหวัดระยองตั้งแต่ปี 2561 จนทำให้เด็กในโครงการฯ มีความสามารถในการจัดการตนเองและมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงริเริ่มอาสานำมาส่งเสริมสนับสนุนเด็กในกทม.</p>
<p>“Dow ตระหนักอยู่เสมอว่าการพัฒนากำลังคนเป็นพลังที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เราจึงให้การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยในหลายกลุ่มวัยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลสำเร็จของการพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทาง EF ที่จังหวัดระยอง ทำให้เราเชื่อมั่นที่จะสานต่อการดำเนินการในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยผ่านการนำร่องในพื้นที่หนองแขมตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 ซึ่งได้มีการจัดอบรมและนิเทศติดตามให้กับสถานศึกษากว่า 20 แห่ง และพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมระดับปฐมวัยอีก 2 แห่ง นอกจากนี้ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดทำคู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF ให้เด็กปฐมวัยในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมกรุงเทพมหานครให้ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ซึ่งจะเป็นการขยายองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาเด็กๆ ให้แพร่หลายต่อไป” <strong>ฉัตรชัย</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35560" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-03.jpg" alt="ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</span> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของการพัฒนากทม.คือความต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ และอยากให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น กทม. ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชนหรือครอบครัว ร่วมมือกันพัฒนาเด็กเหล่านี้ให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม</p>
<p>สำหรับโครงการนี้มีแผนดำเนินงาน 5 ปี ตั้งแต่ 2567 -2571 โดยในระยะที่ 1 ซึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ได้จัดการอบรมและติดตามนิเทศให้ความรู้แก่ครูปฐมวัยไปแล้ว 221 คน จาก 10 โรงเรียน 11 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในเขตหนองแขม และพัฒนาโรงเรียนต้นแบบส่งเสริม EF ปฐมวัยแล้วจำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนวัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ และโรงเรียนวิชากร เขตดินแดง รวมจำนวนเด็กปฐมวัยที่ได้รับการพัฒนาจากครูประมาณ 3,000 คน นอกจากนี้ยังได้เปิดเวทีให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในสถานศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจในการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่ส่งเสริมทักษะสมอง EF อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35561" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-04.jpg" alt="โครงการ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.”" width="749" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-04.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Bangkok-MOU-DOW-EF-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p>สำหรับโครงการระยะที่ 2 นี้ จะรับสมัครครูจากศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจำนวน 200 คน เพื่อเข้ารับการอบรมและนิเทศพร้อมกับการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเพิ่มจาก 2 เป็น 7 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่กทม. 6 โซนเขต ประกอบด้วยเขตดินแดง บางเขน ปทุมวัน ลาดกระบัง บางพลัด และราษฎร์บูรณะ ซึ่งรวมครูและพี่เลี้ยงเด็กทั้งสิ้นในระยะที่ 2 ที่ได้รับการพัฒนาประมาณ 320 คน ครอบคลุมการพัฒนาเด็กปฐมวัยประมาณ 5,000 คน จากความร่วมมือของกทม.กับภาคีเครือข่ายภายใน 5 ปี คาดว่าจะสามารถขยายผลการให้ความรู้เรื่องทักษะสมอง EF ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัดสำนักพัฒนาสังคม จำนวน 271 ศูนย์ ,สังกัดสำนักอนามัย จำนวน 12 ศูนย์ และโรงเรียนในสังกัด กทม.ครบทั้ง 437 แห่ง ด้วยการร่วมกันจัดให้มีการทำความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียน การฝึกอบรมครู รวมถึงครูพี่เลี้ยงให้มีความเข้าใจในการพัฒนา EF สามารถนำไปสร้างการเรียนรู้ และสอดแทรกในการเรียนการสอนกับกิจวัตรประจำวันของเด็ก เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้และการเติบโตให้เด็กๆ สามารถคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ เรียนรู้ แก้ปัญหา และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตลอดจนจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการดูแลและพัฒนาเด็ก</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สุภาวดี หาญเมธี</span> ประธานสภารักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป </strong>กล่าวว่า ในฐานะผู้ที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้ EF มาตั้งแต่ปี 2567 สถาบันรักลูกฯ ยังเดินหน้าพัฒนาขยายชุดความรู้ EF ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้ความรู้นี้เป็นความรู้สามัญประจำบ้านที่ผู้ใหญ่ทุกคนเข้าใจ และนำไปใช้พัฒนาลูกหลานกับลูกศิษย์ของตนเองได้ เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตอย่างมีหลักคิด เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันที่ดี และสามารถเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกำลังหลักในอนาคตต่อการพัฒนาประเทศชาติให้มั่นคงต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-mou-dow-ef/">กทม. ร่วมมือภาคี เปิดตัวโครงการใหม่ “ภาคี ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็กกทม.” พัฒนาทักษะให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-mou-dow-ef/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EGCO Group ผนึกกำลัง NSM ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egco-group-x-nsm/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egco-group-x-nsm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Aug 2024 06:38:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EGCO Group]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[NSM]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35445</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ผนึกกำลัง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้และการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและประชาชนอย่างรอบด้าน ประเดิมภารกิจแรกด้วยการจัดนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Climate Tech เด็กเปล่งแสง ลดโลกเดือด” ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egco-group-x-nsm/">EGCO Group ผนึกกำลัง NSM ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ผนึกกำลัง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้และการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและประชาชนอย่างรอบด้าน ประเดิมภารกิจแรกด้วยการจัดนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Climate Tech เด็กเปล่งแสง ลดโลกเดือด” ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดำเนินการโดย NSM</strong></p>
<p><span id="more-35445"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group</strong> กล่าวว่า “ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่แห่งแรกของไทย EGCO Group มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ความเชื่อเรื่อง “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ในเยาวชน ซึ่งเป็นต้นทางอนาคตของประเทศ รวมถึงการเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนได้เข้าถึงองค์ความรู้และมีส่วนร่วมในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของ NSM ทั้งนี้ EGCO Group มุ่งหวังว่าจะร่วมเผยแพร่องค์ความรู้ด้านไฟฟ้าและพลังงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา สนับสนุนให้เกิด Green Citizen ที่มีพฤติกรรมการบริโภคและการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต แต่ยังมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลกด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการ NSM</strong> กล่าวว่า “NSM มีภารกิจในการสร้างความตระหนักให้สังคมไทย เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชน และประชาชนให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ผ่านแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ความร่วมมือกับ EGCO Group ครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังร่วมกันเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการจัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “เอกชนนำ-รัฐสนับสนุน” ตามนโยบายของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่สนับสนุนให้ดึงความเข้มแข็งของภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”</p>
<p>ตลอดเวลากว่า 32 ปี ของการดำเนินธุรกิจ EGCO Group มีส่วนร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ในเยาวชนและประชาชน โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ผสานกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านการดำเนินโครงการร่วมกับโรงเรียน ครู อาจารย์ และเยาวชนในทุกพื้นที่ที่ EGCO Group ดำเนินกิจการการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์และผลิตสื่อการเรียนการสอนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประกวดไอเดียและสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>สำหรับภารกิจแรกของ EGCO Group ภายใต้การลงนาม MOU นี้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Climate Tech เด็กเปล่งแสง ลดโลกเดือด” ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งจัดโดยกระทรวง อว. และดำเนินการโดย NSM ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อสร้างประสบการณ์ จุดประกายไอเดีย และแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egco-group-x-nsm/">EGCO Group ผนึกกำลัง NSM ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egco-group-x-nsm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บีไอจี” จับมือ “กรมสรรพสามิต” ลงนาม MOU เพื่อสร้างความร่วมมือในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-excise-mou-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-excise-mou-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 01:40:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[การวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34189</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีไอจี จับมือ กรมสรรพสามิต ลงนามความร่วมมือในการจัดการตรวจสอบและวิเคราะห์ แนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้งานและการบำรุงรักษาพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยใช้ Carbon Management Platform ที่พัฒนาโดยบีไอจี โดยสามารถใช้เป็นข้อมูลจำแนกแหล่งปล่อยคาร์บอนเพื่อใช้ในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมร่วมกันศึกษาการนำ Climate Technology มาใช้ประโยชน์นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรม การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต และ คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-excise-mou-2/">“บีไอจี” จับมือ “กรมสรรพสามิต” ลงนาม MOU เพื่อสร้างความร่วมมือในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีไอจี จับมือ กรมสรรพสามิต ลงนามความร่วมมือในการจัดการตรวจสอบและวิเคราะห์ แนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้งานและการบำรุงรักษาพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยใช้ Carbon Management Platform ที่พัฒนาโดยบีไอจี โดยสามารถใช้เป็นข้อมูลจำแนกแหล่งปล่อยคาร์บอนเพื่อใช้ในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมร่วมกันศึกษาการนำ Climate Technology มาใช้ประโยชน์นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรม</strong></p>
<p><span id="more-34189"></span></p>
<p>การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต และ คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เป็นผู้ลงนาม ณ หอประชุม กรมสรรพสามิต กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือระหว่างกรมสรรพสามิต และบีไอจี ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชนในการนำนวัตกรรม Climate Technology มาใช้ในการตรวจสอบและช่วยลด การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า “จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนทั่วทั้งโลก กรมสรรพสามิตตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงเร่งผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกมิติ โดยมีการเดินหน้าในเรื่องนโยบายและมาตรการต่างๆ ในการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ไม่ว่าจะเป็น มาตรการรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 และ EV 3.5 พลาสติกชีวภาพ ภาษีคาร์บอน และอื่น ๆ เป็นต้น นอกเหนือจากบทบาทสำคัญของกรมฯ ในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Net Zero แล้ว ภายในองค์กรกรมฯ ได้มีการเดินหน้าและดำเนินการมาตรการต่างๆ รวมถึงส่งเสริมให้มีการลดการใช้ทรัพยากรหรือใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกมิติ</p>
<p>การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้กรมฯ ทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแนวทางการใช้พลังงานที่เกิดประสิทธิภาพ เพื่อเป็นข้อมูลที่กรมฯ จะใช้ในการวางแนวทางการยกระดับ การบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรทั้งระบบ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของกรมสรรพสามิตทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”</p>
<p>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวเพิ่มเติม “บีไอจี ในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้าน Climate Technology และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนระดับโลก บีไอจีจึงตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน จึงมีการพัฒนา Carbon Management Platform เพื่อใช้จัดการ ตรวจสอบและวิเคราะห์การปล่อยคาร์บอนฯ พร้อมนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับภาครัฐเป็นครั้งแรกในการตรวจสอบการใช้งานและการบำรุงรักษาพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้งาน Carbon Management Platform จากบีไอจีนั้น สามารถนำไปวางแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลจำแนกแหล่งปล่อยคาร์บอนเพื่อใช้ในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยอาศัยความชำนาญของบีไอจีมาช่วยสนับสนุนให้กับกรมสรรพสามิต มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีไอจีที่จะสร้างอนาคตที่สะอาดตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ GENERATING A CLEANER FUTURE ร่วมกัน”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-excise-mou-2/">“บีไอจี” จับมือ “กรมสรรพสามิต” ลงนาม MOU เพื่อสร้างความร่วมมือในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-excise-mou-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 May 2024 03:27:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าสวีเดน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33676</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ การค้าสวีเดน ร่วมลงนามแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้านเชื้อเพลิงชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน หวังเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emission 30 เมษายน 2567 &#8211; นางแอนนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna. Hammargren) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/">กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ การค้าสวีเดน ร่วมลงนามแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้านเชื้อเพลิงชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน หวังเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emission</strong></p>
<p><span id="more-33676"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33679" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02.jpg" alt="กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>30 เมษายน 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นางแอนนา ฮัมมาร์เกรน</strong></span> (<strong>H.E. Mrs. Anna. Hammargren</strong>) <strong>เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong> ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการค้าสวีเดน ณ อาคารสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33680" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03.jpg" alt="นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์" width="600" height="517" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-300x259.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-150x129.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-500x431.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ.</strong> กล่าวว่า ราชอาณาจักรสวีเดนถือเป็นประเทศผู้นำในการใช้พลังงานสะอาดของโลก ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับการค้าสวีเดนในครั้งนี้มีระยะเวลาความร่วมมือรวมทั้งสิ้น 2 ปี เพื่อเป้าหมายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทยภายใต้กรอบการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวลตั้งแต่กระบวนการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกป่าที่เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบและติดตามเพื่อพิสูจน์แหล่งที่มาของเชื้อเพลิงชีวมวลตลอดทั้งกระบวนการ และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน รวมถึงการสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทางวิชาการ เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ การบริหารจัดการความยืดหยุ่นในการจัดการแหล่งพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33681" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04.jpg" alt="นายแคสเปอร์ ปิแอร์ซินอฟสกี้" width="600" height="517" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-300x259.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-150x129.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-500x431.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายแคสเปอร์ ปิแอร์ซินอฟสกี้</strong></span> <strong>กรรมาธิการการค้าสวีเดน</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงทำให้โลกต้องการแนวทางการพัฒนาพลังงานที่มีความยั่งยืนอย่างเร่งด่วน ซึ่งความร่วมมือในการสำรวจพลังงานชีวมวลผ่านหลักการจัดการป่าไม้ที่มีประสิทธิภาพ และการนำศักยภาพของไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า จะช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านพลังงานและโอกาสทางธุรกิจของทั้งสองประเทศ อันจะนำไปสู่การพลิกโฉมภูมิทัศน์ด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/">กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
