<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Plantar Fasciitis | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/plantar-fasciitis/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Dec 2024 03:16:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Plantar Fasciitis | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรค “รองช้ำ” (Plantar Fasciitis) อาการ สาเหตุ แนวทางการรักษา และการป้องกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/plantar-fasciitis/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/plantar-fasciitis/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Dec 2024 03:07:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Plantar Fasciitis]]></category>
		<category><![CDATA[รองช้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอโฆษิต]]></category>
		<category><![CDATA[อาการรองช้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรครองช้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37109</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนได้พบผู้ป่วยที่ป่วยด้วยอาการเจ็บบริเวณส้นเท้า อาจจะเป็นส้นเท้าซ้ายหรือส้นเท้าขวา หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 ข้าง บางรายมีอาการปวดร้าวขึ้นมาบริเวณข้อเท้า รอบๆ ข้อเท้าที่อยู่ใกล้บริเวณส้นเท้า ปวดมากปวดน้อยแล้วแต่ความรุนแรงและระยะเวลาที่มีอาการ ชาวบ้านตามชนบทมักจะเรียกว่า “รองช้ำ” ส่วนใหญ่มักเป็นกับผู้สูงวัยตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป เป็นได้ทั้งชายและหญิง แต่ร้อยละ 80% มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับสภาพการใช้งานในชีวิตประจำวัน พบว่าสุภาพสตรีมีการใช้งานกับส่วนของเท้ามากกว่าของสุภาพบุรุษ รวมถึงสภาพร่างกาย ซึ่งทางฝ่ายหญิงมีอาการของวัยหมดประจำเดือนเกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้ผู้หญิงเป็นโรค “รองช้ำ” มากกว่าผู้ชาย และสภาพจิตใจด้วย ความกังวลและเครียดเกินไป มีผลทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้าได้มากขึ้น มาทำความเข้าใจว่ารองช้ำคืออะไรกันแน่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/plantar-fasciitis/">โรค “รองช้ำ” (Plantar Fasciitis) อาการ สาเหตุ แนวทางการรักษา และการป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนได้พบผู้ป่วยที่ป่วยด้วยอาการเจ็บบริเวณส้นเท้า อาจจะเป็นส้นเท้าซ้ายหรือส้นเท้าขวา หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 ข้าง บางรายมีอาการปวดร้าวขึ้นมาบริเวณข้อเท้า รอบๆ ข้อเท้าที่อยู่ใกล้บริเวณส้นเท้า ปวดมากปวดน้อยแล้วแต่ความรุนแรงและระยะเวลาที่มีอาการ ชาวบ้านตามชนบทมักจะเรียกว่า “<strong>รองช้ำ</strong>” ส่วนใหญ่มักเป็นกับผู้สูงวัยตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป เป็นได้ทั้งชายและหญิง แต่ร้อยละ 80% มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับสภาพการใช้งานในชีวิตประจำวัน พบว่าสุภาพสตรีมีการใช้งานกับส่วนของเท้ามากกว่าของสุภาพบุรุษ รวมถึงสภาพร่างกาย ซึ่งทางฝ่ายหญิงมีอาการของวัยหมดประจำเดือนเกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้ผู้หญิงเป็นโรค “<strong>รองช้ำ</strong>” มากกว่าผู้ชาย และสภาพจิตใจด้วย ความกังวลและเครียดเกินไป มีผลทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้าได้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-37109"></span></p>
<p>มาทำความเข้าใจว่า<strong>รองช้ำ</strong>คืออะไรกันแน่ และมีโครงสร้างร่างกายอย่างไร บริเวณส้นเท้าทั้ง 2 ข้างมีส่วนประกอบที่สำคัญของเท้า คือ</p>
<ol>
<li>กระดูกส้นเท้า กระดูกนี้อยู่ส่วนท้ายสุดของเท้า บริเวณส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง และเป็นกระดูกที่มีส่วนเชื่อมโยงกับกระดูกข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง ดังนั้นหากมีอะไรผิดปกติที่ส้นเท้าจึงมักจะมีผลกระทบถึงบริเวณข้อเท้าด้วย</li>
<li>กล้ามเนื้อ พังผืดที่ห่อหุ้มบริเวณส้นเท้า มีความหนาและเหนียวเพื่อการยึดเหนี่ยวโครงสร้างของส้นเท้าและบริเวณใกล้เคียงให้กระชับและคล่องตัวต่อการเคลื่อนไหวของเท้า รวมถึงการยืนและการเดินด้วย</li>
<li>มีเนื้อเยื่อมาปกคลุมร่วมกับกล้ามเนื้อ พังผืด เพื่อเสริมความมั่นคงและแข็งแรงของส้นเท้าในการเคลื่อนไหวและรับน้ำหนักตัว รวมถึงการเคลื่อนไหวในท่ายืน ท่าเดินเป็นหลัก และบางอิริยาบถของท่านั่งด้วย</li>
</ol>
<p>ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าบริเวณส้นเท้าโครงสร้างที่สัมพันธ์กันมีกระดูก กล้ามเนื้อ พังผืด เยื่อหุ้มข้อเท้าและส่วนของส้นเท้า เส้นเอ็น และพังผืด จึงมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกัน</p>
<p>ทุกครั้งที่ร่างกายทั้งชายและหญิงที่มีการยืน เดิน ท่านั่งในบางอิริยาบถ จึงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมด</p>
<p>เมื่ออายุที่มากขึ้นเกิน 45 ปีขึ้นไป มีความเสื่อมของโครงสร้างดังกล่าว กระดูกส้นเท้าเริ่มมีการเสื่อมตัว แคลเซียมหรือหินปูนเริ่มดูดซึมมาเลี้ยงน้อยลง หรือเกิดภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง กระดูกส้นเท้ามีผลต่อการรับน้ำหนักตัวในท่ายืนและท่าเดินไม่มั่นคงเหมือนตอนหนุ่มสาว การทรงตัวไม่มั่นคงและมีอาการปวดร่วมด้วย กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด เยื่อต่างๆ ภายในเริ่ม<u>ตึงตัว</u> และ<u>ระบม</u> อาการ ปวด เจ็บ จะเกิดขึ้นกับบริเวณส้นเท้า หรือรอบๆ ส้นเท้าที่อยู่ใกล้กับส่วนของข้อเท้า ที่เรียกว่า <u>ตาตุ่ม</u> ผู้ป่วยบางรายมีอาการบวมที่ส้นเท้าและรอบๆ ส้นเท้าใกล้กับตาตุ่มทั้ง 2 ด้าน อาการทั้งหมดนี้ชาวบ้านเรียกกันและเข้าใจกันว่า “รองช้ำ” มีตั้งแต่<u>เฉียบพลัน</u>และ<u>เรื้อรัง</u> แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบเรื้อรัง มีอาการปวดตึงเส้นน้อย และค่อยๆ มีอาการรุนแรงมากขึ้น จนไม่สามารถยืนและเดินอย่างปกติได้ ผู้ป่วยบางรายต้องใช้ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน หรือเครื่องช่วยพยุงการเดิน จึงจะมั่นคงและป้องกันการหกล้ม</p>
<p><strong><u>การรักษา</u></strong> มักต้องพบแพทย์เพื่อการตรวจและวินิจฉัย มักจะต้องรักษาด้วยยา หากไม่มีกระดูกส้นเท้าแตก ร้าว หรือกล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด ฉีกขาภายใน ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใส่เฝือก ผู้ป่วยรักษาทางยา และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง สามารถหายจาก<u>โรครองช้ำ </u>นี้ได้</p>
<p><strong><u>การป้องกัน</u></strong> ผู้ที่ยังไม่มีอาการหรือมีอาการ “รองช้ำ” แล้ว</p>
<ol>
<li>ระวังน้ำหนักตัว ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป ไม่เป็นโรคอ้วน</li>
<li>งดหรือเลี่ยงรองเท้าส้นสูง เนื่องจากมีส่วนก่อให้เกิดการเสียสมดุลของเท้าทั้ง 2 ข้างเวลายืนและเดิน และท่านั่งในท่านั่งยองๆ และนั่งขัดสมาธิ ควรใส่รองเท้าส้นเรียบหรือรองเท้ายางที่นุ่มสบาย</li>
<li>ช่วงจังหวะยืนและเดิน ความทรงตัวให้ดีจึงยืนและเดินให้มั่นคง และหมั่นออกกำลังกายเท้าทั้ง 2 ข้างและเคลื่อนไหวส้นเท้าให้แข็งแรง ด้วยการกระดกข้อเท้าขึ้นลงบ่อยๆ</li>
</ol>
<p><strong>ทั้ง 3 ข้อปฏิบัติได้เคร่งครัดท่านจะมีโอกาสเกิด “รองช้ำ” น้อยลง</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: หมอโฆษิต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/plantar-fasciitis/">โรค “รองช้ำ” (Plantar Fasciitis) อาการ สาเหตุ แนวทางการรักษา และการป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/plantar-fasciitis/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
