<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SAF | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/saf/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Feb 2025 07:16:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>SAF | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>BAFS คว้าใบรับรองมาตรฐานระดับสากล &#8220;ISCC-CORSIA&#8221; ตอกย้ำผู้นำขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-iscc-corsia/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-iscc-corsia/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Feb 2025 07:26:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ISCC-CORSIA]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[บาฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37837</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาฟส์ บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC-CORSIA (International Sustainability and Carbon Certification &#8211; Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองคาร์บอนและความยั่งยืนระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมรองรับการให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel (SAF) กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ตอบโจทย์ด้านพลังงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bafs-iscc-corsia/">BAFS คว้าใบรับรองมาตรฐานระดับสากล “ISCC-CORSIA” ตอกย้ำผู้นำขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาฟส์ บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC-CORSIA (International Sustainability and Carbon Certification &#8211; Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองคาร์บอนและความยั่งยืนระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมรองรับการให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel (SAF) กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ตอบโจทย์ด้านพลังงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-37837"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>บาฟส์</strong> กล่าวว่า บาฟส์ พร้อมสนับสนุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions และตามเป้าหมายของ ICAO ที่กำหนดให้สายการบินทั่วโลกต้องเติมน้ำมัน SAF ไว้ราว 5% ภายในปี 2573 ทำให้หลายองค์กรเตรียมพร้อมการบังคับใช้น้ำมัน SAF โดยล่าสุด บาฟส์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบินสำหรับการรับรองความยั่งยืน ในขอบเขตของ Logistic Center ทั้งสถานีบริการจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานดอนเมือง และสถานีบริการจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ สำหรับการรับรองน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้มากถึง 80% ตลอดวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงเมื่อเทียบกับน้ำมัน Jet A-1 แบบดั้งเดิม เข้าข่ายตามเกณฑ์กลไกชดเชยและการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับการบินระหว่างประเทศ โดยมี บริษัท คอนโทรล ยูเนี่ยน (ประเทศไทย) เป็นผู้ให้การรับรองระบบ ซึ่งนับเป็นการเตรียมพร้อมยกระดับการให้บริการที่สอดรับกับนโยบายอุตสาหกรรมการบินคาร์บอนต่ำและรองรับการให้บริการ SAF ของผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทย</p>
<p>การรับรอง ISCC-CORSIA ในครั้งนี้ เป็นการรับรองถึงการบริหารจัดการของบาฟส์ เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำมัน SAF ตั้งแต่การรับน้ำมัน SAF เข้ามาในระบบคลังน้ำมันอากาศยานและการให้บริการน้ำมันอากาศยานแก่สายการบินซึ่งครอบคลุมทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง นอกจากนี้บาฟส์ ยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจรับรองน้ำมันอากาศยานทั้งในด้านคุณภาพน้ำมันว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานที่ AFQRJOS Checklist กำหนด สามารถจัดเก็บและขนส่งรวมกับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบดั้งเดิม (Jet A-1) เพื่อใช้กับเครื่องบินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ และในด้านการตรวจประเมินทวนสอบย้อนกลับและความโปร่งใสถึงความสอดคล้องด้านความยั่งยืนของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ไปจนถึงการจัดทำบัญชีน้ำมัน SAF ตามหลักการ Mass Balance</p>
<p>“บาฟส์ ในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน มีภารกิจจัดเตรียมการขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นมายังสนามบินหลักที่ให้บริการ หากประเทศไทยมีการผลิต SAF และนำมาให้บริการที่สนามบิน โดยผ่านกระบวนการโลจิสติกส์ของบาฟส์ จะสามารถการันตีในด้านการควบคุมคุณภาพน้ำมัน การตรวจสอบแหล่งที่มา รวมถึงการตรวจสอบด้านความยั่งยืนของน้ำมันที่จะให้บริการ เพื่อให้สายการบินมั่นใจได้ว่า น้ำมัน SAF ที่ใช้ผ่านการรับรองด้วยมาตรฐาน ISCC-CORSIA ตลอดห่วงโซ่อุปทาน SAF เพื่อให้สายการบินสามารถนำไปใช้ในการชดเชยคาร์บอนเครดิตต่อไป”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bafs-iscc-corsia/">BAFS คว้าใบรับรองมาตรฐานระดับสากล “ISCC-CORSIA” ตอกย้ำผู้นำขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-iscc-corsia/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เปิดตัวบริการใหม่ GoGreen Plus ช่วยลูกค้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-gogreen-plus/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-gogreen-plus/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 May 2023 02:23:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GoGreen Plus]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26534</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  ประเทศไทย : ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศชั้นนำของโลกประกาศเปิดตัว GoGreen Plus บริการใหม่ ที่จะช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งชิปเมนต์ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF)1 ซึ่งเป็นวิธีการลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (Insetting) ภายในกระบวนการซัพพลายเชน โดยดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศรายแรกของโลกที่ให้ลูกค้าได้มีโอกาสใช้ SAF เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป บริการ GoGreen Plus ออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้ารายย่อย และลูกค้าประจำที่มีบัญชีส่งออกและนำเข้ากับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลังจะสามารถเลือกปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้องการจะลดได้และปริมาณของ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-gogreen-plus/">ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เปิดตัวบริการใหม่ GoGreen Plus ช่วยลูกค้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ  ประเทศไทย : ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศชั้นนำของโลกประกาศเปิดตัว GoGreen Plus บริการใหม่ ที่จะช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งชิปเมนต์ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF)<sup>1</sup> ซึ่งเป็นวิธีการลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (Insetting) ภายในกระบวนการซัพพลายเชน โดยดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศรายแรกของโลกที่ให้ลูกค้าได้มีโอกาสใช้ SAF เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป</strong><span id="more-26534"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26536" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/DHL-GoGreen-Plus-SAF-02.jpg" alt="DHL เปิดบริการ GoGreen Plus" width="720" height="413" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/DHL-GoGreen-Plus-SAF-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/DHL-GoGreen-Plus-SAF-02-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/DHL-GoGreen-Plus-SAF-02-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/DHL-GoGreen-Plus-SAF-02-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>บริการ GoGreen Plus ออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้ารายย่อย และลูกค้าประจำที่มีบัญชีส่งออกและนำเข้ากับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลังจะสามารถเลือกปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้องการจะลดได้และปริมาณของ SAF ที่ต้องการใช้</p>
<p>บริการ GoGreen Plus ใหม่นี้เกิดขึ้นหลังความร่วมมือล่าสุดระหว่างดีเอชแอล bp และ Neste โดยทั้งสองบริษัทตกลงจัดหา SAF ให้ฮับของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสทั่วโลก เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนนี้ผลิตขึ้นจากน้ำมันใช้แล้วและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องบินทั่วไปที่ใช้ก่อนหน้านี้</p>
<p>เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า เรามีพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นความยั่งยืนจึงเป็นแก่นสำคัญในธุรกิจของเรา ปัจจุบัน SAF เป็นแนวทางหลักในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบิน ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสภูมิใจที่บริการ GoGreen Plus ของเราทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ SAF เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งทางอากาศได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>การลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (Insetting) ผ่านบริการ GoGreen Plus จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อมอื่นๆ (Scope 3) ที่เกิดขึ้นในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท รวมถึงการขนส่งปลายน้ำและการกระจายสินค้า การลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (Insetting) แตกต่างจากการชดเชยคาร์บอน (Offsetting) โดยกาลดคาร์บอนแบบอินเซ็ตนั้นได้รับการรับรองภายใต้โครงการกำหนดเป้าหมายที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Target) ว่าเป็นแนวทางที่ออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการภายในธุรกิจนั้นๆ</p>
<p>บริการ GoGreen Plus เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทดอยช์โพสต์ ดีเอชแอล เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยช่วยสนับสนุนเป้าหมายระหว่างทางในการใช้ SAF สำหรับการขนส่งทางอากาศให้ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573 การนำเสนอตัวเลือกสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วหน่วยธุรกิจของกลุ่มดอยช์โพสต์ ดีเอชแอลนี้สอดคล้องกับโรดแมปเส้นทางสู่ความยั่งยืนของบริษัทฯ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-gogreen-plus/">ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เปิดตัวบริการใหม่ GoGreen Plus ช่วยลูกค้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-gogreen-plus/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางจาก ผนึก บีบีจีไอ – วช. – มทร.อีสาน ร่วมพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ทดลองผลิต SAF เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-saf/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-saf/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jan 2022 08:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[บีบีจีไอ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เอทานอล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20841</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อทดลองผลิต Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือ เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืนจากเอทานอล สู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำจากฐานงานวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” เมื่อปี พ.ศ. 2563 ดำเนินการโดย มทร.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-saf/">บางจาก ผนึก บีบีจีไอ – วช. – มทร.อีสาน ร่วมพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ทดลองผลิต SAF เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อทดลองผลิต Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือ เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืนจากเอทานอล สู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำจากฐานงานวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” เมื่อปี พ.ศ. 2563 ดำเนินการโดย มทร. อีสาน ภายใต้การสนับสนุนการวิจัยโดย วช. ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าของเอทานอลจากการเปลี่ยนเป็นแก๊สโซฮอล์ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในการผลิต SAF และช่วยส่งเสริมการพัฒนาเครือข่าย Supply Chain ของเชื้อเพลิงชีวภาพ ตอบรับความต้องการใช้งาน SAF ที่กำลังขยายตัวสูงขึ้นเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการบิน ทั่วโลก พร้อมรองรับการก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่การใช้พลังงานสะอาด</strong><span id="more-20841"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท บางจาก</strong> กล่าวว่า ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปีพ.ศ. 2593 โดยมีเป้าหมายสำคัญเป้าหมายแรกคือความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ในปี พ.ศ. 2573 บางจากฯ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพแทนการใช้ฟอสซิล เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคขนส่ง ซึ่งบางจากฯ ได้พัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับใช้ในการขนส่งทางบกมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้มีโอกาสนำองค์ความรู้จากฐานงานวิจัยในประเทศมาทดลองผลิตเพื่อพัฒนา SAF ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุด ถึง 80% ตลอดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานทั่วไป แต่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำมันอากาศยานคุณภาพสูงเหมาะสำหรับเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นขับไล่ของกองทัพอากาศอีกด้วย</p>
<p>“การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้เป็นก้าวสำคัญเพื่อขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ที่บางจากฯ ได้นำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการกลั่นผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงการบิน และความชำนาญในธุรกิจเอทานอลของบริษัท บีบีจีไอฯ ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและกำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง มาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ SAF สนับสนุนอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืน โดยเครื่องบินสามารถขับเคลื่อนโดย SAF โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงเครื่องยนต์ใดๆ” <strong>นายชัยวัฒน์</strong> กล่าว</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า การศึกษาต่อยอดจากฐานงานวิจัยในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ชีวภาพในประเทศให้มีมูลค่าสูงขึ้น จากวัตถุดิบภาคการเกษตรที่มีอยู่มากมาย พัฒนาเป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่มีประโยชน์มหาศาลต่ออุตสาหกรรมการบิน โดยองค์ความรู้ในการผลิต SAF นี้ มีฟูเซลแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการกลั่นเอทานอลเป็นวัตถุดิบ ซึ่งบีบีจีไอฯ มีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายไบโอดีเซลและเอทานอล ด้วยโรงงานผลิตไบโอดีเซลกำลังการผลิตรวม 1,000,000 ลิตรต่อวัน และโรงงานผลิตเอทานอลที่มีกำลังการผลิตรวมสำหรับเอทานอลทั้งหมด 600,000 ลิตรต่อวัน ทำให้มีความเชี่ยวชาญเต็มศักยภาพและพร้อมสนับสนุนการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าจากกระบวนการผลิตเอทานอลและสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานสีเขียว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในนามกลุ่มบางจากฯ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</strong> กล่าวว่า โครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” นี้ประสบผลสำเร็จในระดับห้องปฏิบัติการหรือ Lab Scale ในการผลิตน้ำมันชีวภาพ สำหรับใช้ในเครื่องบินซึ่งเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูงจากวัตถุดิบที่เรียกว่า “ฟูเซล (Fusel)” ของโรงงานผลิต เอทานอลที่มีวัตถุดิบจากอ้อย มันสำปะหลัง และกากส่า ถือเป็นพืชเศรษฐกิจตามการส่งเสริมของนโยบายภาครัฐ อีกทั้งงานวิจัยชิ้นนี้ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ประเทศกำลังมุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานในระดับประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์และการลงทุนเพื่อผลิตน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ของโรงงานเอทานอลในเชิงพาณิชย์ ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาคุณภาพน้ำมันเครื่องบินที่มีคุณภาพสูงและคาร์บอนต่ำ สำหรับส่งออกและใช้ภายในประเทศ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p>ขณะที่ <strong><span style="color: #6cb742;">รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร</span> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน</strong> กล่าวว่า โครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มุ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการหมักวัสดุทางการเกษตร เพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำมัน SAF ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการยกระดับเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมสีเขียวให้กับภาคอุตสาหกรรม และเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่หน่วยงานของภาครัฐทำหน้าที่ช่วยผลักดันให้เกิดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมขึ้นในภาคธุรกิจ ทั้งจากการให้ทุนวิจัยและจับคู่พันธมิตร ด้านงานวิจัยให้กับภาคธุรกิจ รวมถึงการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-saf/">บางจาก ผนึก บีบีจีไอ – วช. – มทร.อีสาน ร่วมพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ทดลองผลิต SAF เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-saf/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
