<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SDGs | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/sdgs/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 01:38:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>SDGs | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“Green That Scales” เปิดมุมมองใหม่แห่งการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-that-scales/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 01:37:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Pack Asia 20026]]></category>
		<category><![CDATA[Green That Scales]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จรัสพร นิ่มกิตติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แอดวานซด์ โนวฮาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43784</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด จัดสัมมนาในหัวข้อ “Green That Scales” เปิดมุมมองใหม่แห่งการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก จรัสพร นิ่มกิตติกุล Founder &#38; CEO บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด เป็นวิทยากร ภายในงาน Food Pack Asia 20026 ณ ไบเทค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-that-scales/">“Green That Scales” เปิดมุมมองใหม่แห่งการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด จัดสัมมนาในหัวข้อ “</strong><strong>Green That Scales” เปิดมุมมองใหม่แห่งการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก จรัสพร นิ่มกิตติกุล Founder &amp; CEO บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด เป็นวิทยากร ภายในงาน Food Pack Asia 20026 ณ ไบเทค บางนา</strong></p>
<p><span id="more-43784"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43786" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-02.jpg" alt="จรัสพร นิ่มกิตติกุล" width="500" height="625" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-02.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-02-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-02-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-02-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จรัสพร นิ่มกิตติกุล</strong></span> <strong>Founder &amp; CEO บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด</strong> กล่าวว่า ในโลกของธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “ภาระ” แต่ควรเป็น “ระบบ” ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและวัดผลได้จริง การนำแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) มาปรับใช้จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตแบบ Scalable Growth</p>
<p>ปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มตั้งคำถามว่า สินค้าที่เคยผลิตและจำหน่ายมาอย่างยาวนาน กลับเริ่มเผชิญข้อจำกัดทางการตลาด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ หลายคนอาจสงสัยว่า สาเหตุเกิดจากมาตรฐานการผลิตลดลง หรือเป็นเพราะราคาวัตถุดิบเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่คำตอบที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่คุณภาพสินค้า หรือราคาวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ “ความยั่งยืน” ของผลิตภัณฑ์นั้นเอง</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ถุงพลาสติกที่เคยใช้กันมายาวนานกว่า 10 ปี ในปี 2026 กลับไม่สามารถผ่านข้อกำหนดของตลาดโลกได้เหมือนเดิม ทั้งที่คุณภาพเท่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “กฎของโลก” ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นคำว่า “ความยั่งยืน” หรือ Sustainability ที่เราเคยได้ยินกำลังเปลี่ยนบทบาทจากแนวคิดเชิงภาพลักษณ์ ไปเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43789" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-05.jpg" alt="SDGs และ ESG" width="740" height="556" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-05-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>จากเป้าหมายโลกสู่การบริหารธุรกิจ: SDGs และ ESG</h3>
<p>หากมองภาพในระดับโลก จะพบว่า United Nations ได้กำหนด เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) จำนวน 17 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศและองค์กรทั่วโลกใช้เป็นทิศทางในการพัฒนา</p>
<p>แม้ SDGs จะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อนำมาปรับใช้ในระดับองค์กร จะอยู่ในรูปแบบของแนวคิดที่เรียกว่า ESG ประกอบด้วย 3 มิติหลัก ได้แก่ E &#8211; Environment (สิ่งแวดล้อม) S &#8211; Social (สังคม) G &#8211; Governance (ธรรมาภิบาล)</p>
<p>โดยทั้งสามองค์ประกอบนี้ เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนระยะยาว บริหารความเสี่ยง และตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เพียงมองกำไรในระยะสั้นเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43788" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-04.jpg" alt="ESG" width="740" height="512" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-04-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-04-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-04-500x346.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>ประโยชน์ของ </strong><strong>ESG ธุรกิจ</strong></p>
<ol>
<li><strong> ความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ</strong></li>
</ol>
<p>ในปัจจุบัน ตลาดยุโรปได้ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ เช่น SUP Directive (Single Use Plastic Directive) และ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) แม้บางกฎจะยังไม่ได้บังคับใช้เต็มรูปแบบ แต่หลายบริษัทในยุโรปได้นำข้อกำหนดเหล่านี้ไปใช้เป็นเงื่อนไขกับคู่ค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากผู้ผลิตไม่ปรับตัว อาจถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานได้ทันที</p>
<ol start="2">
<li><strong> โอกาสเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (Green Loan)</strong></li>
</ol>
<p>ในภาคการเงิน ปัจจุบันมีสินเชื่อที่เรียกว่า Green Loan ซึ่งสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ESG เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย การใช้พลังงานหมุนเวียน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การปรับปรุงอาคารเพื่อความปลอดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งข้อดีคือ ธนาคารสามารถเสนออัตราดอกเบี้ยที่คงที่และต่ำกว่า สินเชื่อทั่วไปในระยะยาว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจ</p>
<ol start="3">
<li><strong> สิทธิประโยชน์ทางภาษี</strong></li>
</ol>
<p>การลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมบางประเภท สามารถได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ เช่น ลดหย่อนภาษีได้นานถึง 3 ปี และลดหย่อนได้สูงสุดประมาณ 50% ของค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) หรือพลาสติกย่อยสลายได้ (Compostable Plastic) ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น (ประมาณ 1-1.5 เท่า) แม้จะไม่ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<ol start="4">
<li><strong> การสร้างคุณค่าของแบรนด์</strong></li>
</ol>
<p>การดูแลสิ่งแวดล้อม การใส่ใจสังคม และการสื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกไปอย่างจริงใจ สามารถสร้างคุณค่าของแบรนด์ได้มากกว่าการโฆษณาทั่วไป และยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43787" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-03.jpg" alt="ESG" width="740" height="556" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/green-that-scales-03-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>การเริ่มต้นทำ ESG</h3>
<p>องค์กรแต่ละแห่งมีบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้น การทำ ESG จึงไม่มีสูตรสำเร็จเดียว ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง ควรให้ความสำคัญกับ Environment ธุรกิจที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ควรให้ความสำคัญกับ Social ซึ่งการเริ่มต้นทำ ESG สามารถทำได้ด้วยการสร้าง รายการตรวจสอบ (Checklist) เพื่อดูว่าองค์กรมีสิ่งใดทำอยู่แล้ว และควรพัฒนาอะไรเพิ่มเติม</p>
<h3>ตัวอย่างการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ Amway</h3>
<p>บริษัทได้ดำเนินโครงการ Circular Economy โดยรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วจากเครือข่ายสาขา เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ภายในระยะเวลา 3–4 ปี โครงการนี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 3,400 ต้นต่อปี</p>
<h3>ประกอบการ SME ไทย</h3>
<p>ผู้ผลิตขนมปังรายหนึ่ง ได้เปลี่ยนซองบรรจุภัณฑ์มาใช้วัสดุ Bio-Based ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ เครื่องจักรทำงานได้เหมือนเดิม ความเร็วการผลิตเท่าเดิม ฐานลูกค้าเดิมยังอยู่ สามารถขยายตลาดใหม่ได้ แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสามารถทำได้จริง แม้ในธุรกิจขนาดเล็ก</p>
<p>ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ESG ไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่เป็น “เส้นทาง” การลงทุนใน ESG ไม่ใช่ต้นทุนที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว การเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จดังนั้น ESG จึงไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่เป็น กลยุทธ์สำคัญที่สามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจ จากการสร้างกำไรบนกระดาษ ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-that-scales/">“Green That Scales” เปิดมุมมองใหม่แห่งการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช.ผนึกพันธมิตร 10 หน่วยงาน พัฒนา “ฐานข้อมูลและตัวชี้วัด” หนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero และ SDGs</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-net-zero-sdgs/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-net-zero-sdgs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Jul 2025 09:48:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานข้อมูลและตัวชี้วัด]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40087</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ รวม 10 แห่ง ผนึกความร่วมมือพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยใช้กลไกการวิจัยและพัฒนาของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นแกนกลาง และร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานพันธมิตร ครอบคลุมทั้งหน่วยงานด้านนโยบาย สถิติ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nstda-net-zero-sdgs/">สวทช.ผนึกพันธมิตร 10 หน่วยงาน พัฒนา “ฐานข้อมูลและตัวชี้วัด” หนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero และ SDGs</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ รวม 10 แห่ง ผนึกความร่วมมือพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยใช้กลไกการวิจัยและพัฒนาของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นแกนกลาง และร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานพันธมิตร ครอบคลุมทั้งหน่วยงานด้านนโยบาย สถิติ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)</strong></p>
<p><span id="more-40087"></span></p>
<p>นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและภาคธุรกิจ อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันระดมข้อมูล องค์ความรู้ และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสังคมที่ยั่งยืนในระดับประเทศ</p>
<p>โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) ที่ถูกต้อง ครอบคลุม และเชื่อมโยงได้ โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบฐานข้อมูลระดับชาติที่สามารถสะท้อนสถานการณ์ด้านการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประเมินประสิทธิภาพเชิงนโยบาย การวางแผนการพัฒนา และการเตรียมพร้อมรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการ สวทช.</strong> กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังหลักของประเทศในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของงานวิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์สำคัญของประเทศ ดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด &#8220;S&amp;T Implementation for Sustainable Thailand&#8221; โดยมีสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนแผนงาน “การพัฒนาตัวชี้วัดและฐานข้อมูลด้าน CO2, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน” มีบทบาทด้านการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับก๊าซเรือนกระจก (GHGs) เศรษฐกิจหมุนเวียน (CE) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี พ.ศ.2573 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593</p>
<p>“การลงนามความร่วมมือในวันนี้ สวทช. จะมีบทบาทเป็นเลขานุการเครือข่ายร่วมกับ สอวช. และเป็นหน่วยงานวิจัยที่ร่วมดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำฐานข้อมูล และตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สำคัญต่อประเทศ สนับสนุนกระบวนการทำงานและกิจกรรมที่เกิดขึ้น ตลอดจนร่วมผลักดันโจทย์วิจัยที่เกี่ยวข้องและร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นของสมาชิกเครือข่ายฯ เพื่อให้สามารถผลักดันให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40089" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02.jpeg" alt="วรรณภา คล้ายสวน" width="936" height="622" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02.jpeg 936w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02-300x199.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02-768x510.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-02-500x332.jpeg 500w" sizes="(max-width: 936px) 100vw, 936px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วรรณภา คล้ายสวน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการสร้างความร่วมมือวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ ที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินระดับการพัฒนาของประเทศ โดยเฉพาะตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ เช่น ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ถูกกำหนดเป้าหมายไว้ในหมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 อีกทั้งเป็นการตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น มาตรการของสหภาพยุโรป CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ดังนั้นการมีข้อมูลและตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้ภาครัฐสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40090" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03.jpeg" alt="รองศาสตราจารย์ เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์" width="936" height="622" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03.jpeg 936w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03-300x199.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03-768x510.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/nstda-net-zero-sdgs-03-500x332.jpeg 500w" sizes="(max-width: 936px) 100vw, 936px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รองศาสตราจารย์ เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระบบข้อมูลของประเทศ ซึ่งเมื่อดำเนินงานไประยะหนึ่ง ทุกฝ่ายจะเริ่มเห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้น และสามารถวางแนวทางการพัฒนาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบเหมือนที่ผ่านมา รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่จะได้รับการสนับสนุนให้ปรับกระบวนการผลิตสู่แนวทางอุตสาหกรรมสีเขียว และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำแนวคิด BCG มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ในขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านวิจัยจะร่วมกันเสนอโจทย์งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลดคาร์บอน โดยอาศัยฐานข้อมูลที่แม่นยำเป็นรากฐานสำคัญ นำไปสู่การจัดทำนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์ การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “กลไกความร่วมมือเชิงระบบ” ที่ทุกฝ่ายมีบทบาท ทั้งการให้ข้อมูล การสนับสนุนองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี และการสื่อสารเชิงนโยบาย เพื่อร่วมกันพาประเทศไทยก้าวสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nstda-net-zero-sdgs/">สวทช.ผนึกพันธมิตร 10 หน่วยงาน พัฒนา “ฐานข้อมูลและตัวชี้วัด” หนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero และ SDGs</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nstda-net-zero-sdgs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าลดคาร์บอน ก้าวสู่วัฏจักรอาหารยั่งยืน พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี’68</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ajinomoto-sdgs-68/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ajinomoto-sdgs-68/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 09:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38109</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากกล่าวถึง เครื่องปรุงรสและผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำ ในประเทศไทย ชื่อของ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ย่อมเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงและคุ้นหู ด้วยความเป็นผู้นำด้านรสชาติที่ช่วยปรุงความอร่อยให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ผงปรุงรส ที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์คู่ครัวไทยที่ทุกบ้านต้องมี หรือ กาแฟเบอร์ดี้ กาแฟกระป๋องยอดนิยมที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สำหรับการผลิต ผงปรุงรส “รสดี” ผลิตภัณฑ์เติมความหอมและความอร่อยให้กับทุกเมนูอาหาร เริ่มจากการคัดสรรเนื้อหมูสดคุณภาพสูง บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเองในทุกขั้นตอน จากนั้นเนื้อหมูส่วนสะโพกจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการอบแห้งและบดละเอียด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการปรุงรสให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จากนั้นนำไปสกัดและควบคุมปริมาณไขมันให้เหมาะสม และนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ก่อนบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่พร้อมใช้งาน ในส่วนของกระบวนการผลิตกาแฟกระป๋อง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ajinomoto-sdgs-68/">อายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าลดคาร์บอน ก้าวสู่วัฏจักรอาหารยั่งยืน พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี’68</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หากกล่าวถึง เครื่องปรุงรสและผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำ ในประเทศไทย ชื่อของ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ย่อมเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงและคุ้นหู ด้วยความเป็นผู้นำด้านรสชาติที่ช่วยปรุงความอร่อยให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ผงปรุงรส ที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์คู่ครัวไทยที่ทุกบ้านต้องมี หรือ กาแฟเบอร์ดี้ กาแฟกระป๋องยอดนิยมที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน</strong></p>
<p><span id="more-38109"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38111" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02.jpg" alt="รสดี" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>สำหรับการผลิต ผงปรุงรส “รสดี” ผลิตภัณฑ์เติมความหอมและความอร่อยให้กับทุกเมนูอาหาร เริ่มจากการคัดสรรเนื้อหมูสดคุณภาพสูง <strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เป็นผู้ดำเนินการเองในทุกขั้นตอน จากนั้นเนื้อหมูส่วนสะโพกจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการอบแห้งและบดละเอียด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการปรุงรสให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จากนั้นนำไปสกัดและควบคุมปริมาณไขมันให้เหมาะสม และนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ก่อนบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่พร้อมใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38112" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-03.jpg" alt="เบอร์ดี้" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในส่วนของกระบวนการผลิตกาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้” เริ่มต้นจากการใช้ เมล็ดกาแฟคุณภาพสูง โดย 70% ของเมล็ดกาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์ เมล็ดกาแฟจะถูก คั่วจนได้กลิ่นหอมที่ลงตัว จากนั้นนำไปบดเป็นผงหยาบ ก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัดผ่าน 8 คอลัมน์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดึงรสชาติของกาแฟออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อสกัดเสร็จแล้ว กาแฟจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการบรรจุด้วย เครื่องจักรความเร็วสูง โดยสามารถบรรจุได้ 20 กระป๋องต่อวินาที หรือ 72,000 กระป๋องต่อชั่วโมง ต่อ 1 เครื่องบรรจุ ทำให้มั่นใจได้ว่ากาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้” ที่ออกสู่ตลาดนั้นมีคุณภาพและมาตรฐานสูงในทุกกระป๋อง</p>
<p>อายิโนะโมะโต๊ะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การตอบโจทย์ด้านรสชาติเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบัน บริษัทฯ จึงกำหนด แผนพัฒนาความยั่งยืน และเดินหน้าสู่ แผนงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2568 ด้วยหลักการ “วัฏจักรอาหารยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนใน 4 มิติ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดขยะพลาสติก และการลดขยะอาหาร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38113" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-04.jpg" alt="บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด " width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> จึงเร่งเดินหน้าลดคาร์บอนและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งยกระดับโครงการ <strong>“Thai Farmer Better Life Partner” </strong>เพื่อสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่กาแฟ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตต้นน้ำ และเสริมสร้างความ “กินดี มีสุข” ให้กับทั้งสังคมและเกษตรกรไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอายิโนะโมะโต๊ะในการเป็นมากกว่าผู้นำด้านรสชาติ แต่ยังเป็นองค์กรที่เติบโตควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-05.jpg" alt="สมิชฌน์ เพ็ชร์ดี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมิชฌน์ เพ็ชร์ดี</span> ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่าการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอาหาร เป็นหัวใจสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต ผ่านการใช้องค์ความรู้ด้าน “AminoScience”  ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทฯ มาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหาร ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดี ควบคู่ไปกับการดำเนินการที่ลดผลกระทบ พร้อมช่วยฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเป้าหมายหลักของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2568 จะโฟกัสไปที่ “วัฏจักรอาหารยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นไปที่ 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน 2) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3) การลดพลาสติก 4) การลดขยะอาหาร ควบคู่ไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ วัฏจักรอาหารยั่งยืนประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่ การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างระบบการจัดซื้อวัตถุดิบแบบหมุนเวียนและยั่งยืน บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายบรรลุผลสำเร็จให้ได้ 75% ภายในปี 2568 โดยเน้นการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบที่ไม่รุกล้ำระบบนิเวศหรือรบกวนสิ่งแวดล้อม สำหรับเมล็ดกาแฟ บริษัทฯ รับซื้อจากไร่ที่มีคุณภาพตาม “หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)” ของกรมส่งเสริมการเกษตร</p>
<p><strong>สมิชฌน์ </strong>กล่าวว่า ในส่วนของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ ดำเนินงานตามแนวทาง Ajinomoto Bio-cycle ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือกับภูมิภาคท้องถิ่นในการจัดการการผลิตและการเกษตรอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ปัจจุบันโรงงานการผลิตทั้งหมด 7 แห่งเป็นโรงงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการภายในโรงงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายตรวจสอบ carbon footprint ทั้งหมด พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าเพื่อลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การลดพลาสติก บริษัทฯ มุ่งเน้นการลดพลาสติกในบรรจุภัณฑ์โดยลดการใช้พลาสติกใหม่และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างเป็นรูปธรรม และการลดขยะอาหาร ปัจจุบัน 6 โรงงานของอายิโนะโมะโต๊ะสามารถลดขยะอาหารได้ 100%</p>
<p>ส่วนโรงงานเบอร์ดี้ลดขยะอาหารได้สำเร็จ 82% ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าจากปีก่อนหน้า บริษัทฯ ยังร่วมมือกับชุมชนรอบโรงงานในการลดขยะอาหาร โดยนำวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิต “รสดี” และ “เบอร์ดี้” ไปใช้เป็นอาหารสัตว์หรือปุ๋ยแจกจ่ายให้ชุมชน นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “Too Good To Waste กินหมดลดโลกร้อน” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคร่วมลดขยะอาหารผ่าน “สูตรอาหารรักษ์โลก” ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญเมนู “Too Good To Waste” ร่วมกับร้านอาหารชื่อดัง เช่น ร้านเป็นลาว และร้านจิรกาล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคหันมาลดขยะอาหารไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38115" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-06.jpg" alt="การดำเนินงานด้านความยั่งยืน" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ในปีงบประมาณ 2568 อายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความยั่งยืนในหลายมิติ โดยตั้งเป้าหมายสำคัญ ได้แก่การลดการปล่อยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนใน Scope1&amp;2 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope3 ลง 10% รวมถึงยังให้ความสำคัญกับการลดขยะพลาสติกลง 8% และเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 68% ในด้านการลดปริมาณการสูญเสียอาหาร เราตั้งเป้าลดขยะอาหารลง 82% ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาแหล่งน้ำ โดยมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จที่ 92% สำหรับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนอายิโนะโมะโต๊ะให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ โดยกำหนดให้เมล็ดกาแฟ 10% มาจากแหล่งผลิตที่ผ่านมาตรฐาน GAP และเนื้อหมู 100% ต้องมาจากแหล่งผลิตที่คำนึงถึง Animal Welfare รวมถึงแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างวัฏจักรอาหารยั่งยืนในอนาคตต่อไป” <strong>สมิชฌน์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38116" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-07.jpg" alt="นพดล จิตรมั่น" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Ajinomoto-SDGs-68-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นพดล จิตรมั่น</strong></span> <strong>ผู้จัดการหน่วยงานผลิตและพัฒนา บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า เราเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่มีการดำเนินงานหลัก 2 ส่วนด้วยกัน คือการเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ที่ได้จากกระบวนการผลิตมาพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์สำหรับพืช และอาหารสำหรับสัตว์ โดยปีที่ผ่านมา สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ถึง 30% และการสานต่อโครงการ &#8220;Thai Farmer Better Life Partner&#8221; เป็นปีที่ 5 เพื่อยกระดับผลผลิตและความรู้แก่เกษตรกรไทย ปัจจุบันมีพี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 1,300 ครัวเรือน โครงการนี้ช่วยให้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 30% โดยเป้าหมายในปี 2573 บริษัทฯ มุ่งดำเนินธุรกิจแบบ Net Zero พร้อมขยายวัตถุดิบทางการเกษตรที่ตรวจสอบกลับได้เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนเพาะปลูกไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินการลด CO<sub>2</sub> scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>สำหรับแผนการดำเนินงาน 5 กิจกรรมหลักคือ 1) AFDG one-stop service ครบวงจรทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์ เช่น คูโบต้าในเรื่องการเตรียมดิน เก็บเกี่ยว และสตาร์ทอัปการเกษตร ListenField พัฒนาแอปพลิเคชันการเกษตรที่มีการพยากรณ์อากาศ การเจริญเติบโต การเก็บเกี่ยว และการตรวจสอบกลับได้ 2) นำระบบ AI มาสร้าง supply chain เพื่อช่วยในการจับคู่โรงงานแป้งและเกษตรกร 3) ร่วมมือกับโรงแป้ง ในการรับมันสำปะหลังของโครงการ &#8220;Thai Farmer Better Life Partner&#8221; 4) พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ปุ๋ยชีวภาพ/สารกระตุ้นชีวภาพเพื่อเสริมการเจริญเติบโตของพืช และการจัดการน้ำ 5)  Farm School สานต่อโครงการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งเน้นการให้ความรู้และเทคนิคการเพาะปลูกที่ทันสมัยแก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและกาแฟเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทย</p>
<p>ในฐานะที่อายิโนะโมะโต๊ะ เป็นผู้ผลิตกาแฟ “เบอร์ดี้” ที่เป็นกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มเจ้าตลาดในประเทศไทย บริษัทฯ จึงพร้อมสนับสนุนการเติบโตของเกษตรกรไทยอย่างครบวงจร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตาม “หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)” กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ควบคู่ไปกับการไม่ทำให้เกิดมลพิษ และเกิดความยั่งยืนทางการเกษตรในระยะยาว</p>
<p>“บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า Roadmap สู่ความยั่งยืนนี้จะช่วยสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจด้านการเกษตรของไทย พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สู่อนาคตที่สดใสไปด้วยกัน” <strong>นพดล</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ajinomoto-sdgs-68/">อายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าลดคาร์บอน ก้าวสู่วัฏจักรอาหารยั่งยืน พิชิตเป้าหมายความยั่งยืนปี’68</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ajinomoto-sdgs-68/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อว. เปิดเวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ชูแนวคิด “เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนยกระดับบุคลากร ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/integrating-sdgs-in-higher-education/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/integrating-sdgs-in-higher-education/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 02:27:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35937</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ด้วยแนวคิด “เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: บูรณาการ SDGs สู่อุดมศึกษา”  (Empowering Minds for a Sustainable Future: Integrating SDGs in Higher Education) มุ่งเสริมศักยภาพบุคลากรและนิสิตนักศึกษา ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา ผู้นำนักศึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เข้าร่วมงานสัมมนา ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integrating-sdgs-in-higher-education/">อว. เปิดเวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ชูแนวคิด “เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนยกระดับบุคลากร ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ด้วยแนวคิด “เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: บูรณาการ SDGs สู่อุดมศึกษา”  (Empowering Minds for a Sustainable Future: Integrating SDGs in Higher Education) มุ่งเสริมศักยภาพบุคลากรและนิสิตนักศึกษา ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา ผู้นำนักศึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เข้าร่วมงานสัมมนา ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2567 ณ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ</strong></p>
<p><span id="more-35937"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35939" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image002.jpg" alt="วราภรณ์ รุ่งตระการ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image002.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image002-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image002-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image002-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราภรณ์ รุ่งตระการ</span> ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม </strong> กล่าวว่า “กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการนักศึกษาและการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับปรุงระบบงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมทั้งสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาไทยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs)”</p>
<p>“กระทรวง อว. จึงจัดงานสัมมนาวิชาการด้านพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ภายใต้แนวคิด <strong>&#8220;เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8221; </strong><strong>: บูรณาการ SDGs สู่อุดมศึกษา  (Empowering Minds for a Sustainable Futures: Integrating SDGs in Higher Education)</strong> เพื่อบูรณาการผสานแนวทางการพัฒนานักศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตนักศึกษา เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต รวมทั้งมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรด้านการพัฒนานักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้การจัดงานสัมมนาครั้งนี้    เป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษาในบริบทที่ก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  เพื่อให้สามารถนำความรู้และข้อมูลที่ได้รับจากการสัมมนาไปปรับใช้ในการพัฒนางานกิจการนักศึกษาในสถาบันของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารและบุคลากรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนานักศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย อันจะเป็นการเสริมสร้างทักษะและความสามารถในการแก้ปัญหาสำหรับงานด้านกิจการนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตนักศึกษาในการเป็นผู้นำและผู้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35940" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image003.jpg" alt="ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image003.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image003-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image003-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image003-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การเปิดเวทีสัมมนาวิชาการครั้งนี้จะเป็นการพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์</span> ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคมอย่างยั่งยืน บริษัท กลุ่ม เซ็นทรัล จำกัด </strong>ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ<strong> “พลังการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การนำเสนอวิสัยทัศน์เรื่องเสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”  การบูรณาการ </strong><strong>SDGs สู่อุดมศึกษาไทย จากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในระดับอุดมศึกษา</strong> กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติทักษะทุนชีวิต โดยสัดส่วนประชากรเยาวชน และผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 15-64 ปี จำนวนมากขาดทักษะทุนชีวิต จากข้อมูลโครงการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชาชนวัยแรงงาน โดยแบ่งเป็น ทักษะดิจิตอล  74.1% การรับรู้หนังสือ 64.7% ทักษะทางอารมณ์และสังคมการมีส่วนร่วม 30.3% ทักษะทางอารมณ์และสังคมค้นหาสิ่งใหม่ๆ 30.3%  จะเห็นได้ว่าสถานะของทักษะทุนชีวิตในประเทศไทย ทำให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล ซึ่งมีมูลค่าถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของ GDF ในปี 2565 ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัล (CENTRAL GROUP)และการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน กว่า 75 ปี ได้ตอกย้ำเสมอถึงความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นจากทุกภาคส่วนให้มีความเท่าเทียมในสังคม และตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจในเชิงคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของสังคม ยกระดับการดำเนินงานพัฒนา CSR สู่ CSV เพื่อสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและสังคมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน  สร้างอาชีพสร้างชุมชนให้พนักงาน ที่สอดคล้องกับเป้าหมายพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาของไทยมากว่า 40 ปี ในด้านการสนับสนุนการสร้างอาคารเรียน ผสมผสานการให้ด้านวัตถุและกระบวนการเรียนรู้ ในด้านการร่วมการก่อตั้งโรงเรียนประชารัฐ พัฒนาแบบเชื่อมต่อท่อการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาส กับภาคการศึกษาวิทยาลัยห้องเรียนอาชีวะ พร้อมทั้งพัฒนาการศึกษาเชื่อมโยงทุกระดับชั้นของการศึกษาไปจนถึงมหาวิทยาลัย โดยกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า การพัฒนาการศึกษาเชื่อมโยงทุกระดับนั้น จะก่อให้เกิดพลังทางการศึกษา ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียน มีการเตรียมความพร้อม วางแผน พัฒนาทักษะตนเองตลอดจนเรียนรู้สิ่งต่างๆเพื่อในไปใช้การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม ในแต่ละดับ</p>
<p>อย่างไรก็ตามพลังการศึกษาที่จะสามารถพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยการบูรณาการทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยรัฐต้องกำหนดนโยบายการศึกษาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ก้าวข้ามข้อจำกัดและกฎระเบียบเดิม ในการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพเน้นการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เน้นคิด วิเคราะห์แก้ไขปัญหาในชีวิตได้จริง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ลดการสร้างผลงานวิชาการของบุคลากรทางการศึกษาลง เน้นการการพัฒนาบุคลากรที่ทันสมัย ปรับปรุงหลักสูตร เสริมทัพการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ และผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพสามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เพื่อพลังการศึกษาสู่การบูรณาการ SDGs อย่างยั่งยืน</p>
<p>อีกทั้งกิจกรรมภายในงาน ยังได้รับฟัง การเสวนาจากวิทยากรรับเชิญ คุณธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด เจ้าของยาดมกระปุกเขียวแบรนด์ “หงส์ไทย” ในหัวข้อ “มุมมองแนวคิดเจ้าของธุรกิจ” และรับพลังบวกกับการเลือกใช้ชีวิตอย่างไม่รู้สึกว่าต้องขออนุญาตใครกับนักแสดงชื่อดังที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยาบำบัด “เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” ซึ่งจะมาร่วมพูดคุยในหัวข้อ “เส้นทาง แรงบันดาลใจ สู่จุดพักใจ” เพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35941" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image004.jpg" alt="กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image004.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image004-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image004-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/image004-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาพิเศษเรื่องการบูรณาการกิจกรรมนักศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจากคณาจารย์ผู้ทรวงคุณวุฒิในระดับอุดมศึกษา  พร้อมชมนิทรรศการแสดงผลงานและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนานักศึกษา และบูธกิจกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่างๆ อาทิ Mental Health Check in และการบริการให้คำปรึกษา โดยกรมสุขภาพจิต Sustainable Market จากสถาบันอุดมศึกษา กิจกรรม Check in จุดไฮไลต์เพื่อรับของรางวัล ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลผลงานนวัตกรรมเพื่อการพัฒนานักศึกษาดีเด่น</p>
<p>สำหรับการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ มีสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักศึกษา เข้าร่วมงานกว่า 800 คน ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านการพัฒนานักศึกษา และเตรียมความพร้อมในการพัฒนานิสิตนักศึกษาให้สามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไปในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integrating-sdgs-in-higher-education/">อว. เปิดเวทีสัมมนาพัฒนานักศึกษา ปี 2567 ชูแนวคิด “เสริมพลังนิสิตนักศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนยกระดับบุคลากร ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/integrating-sdgs-in-higher-education/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green &#038; Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Sep 2024 04:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทยสาขาเอ็มสเฟียร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35754</guid>

					<description><![CDATA[<p>สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking พร้อมด้วย พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ประธานผู้บริหาร Legal Compliance &#38; Financial Crime ประกายดาว ดำรงพันธ์ ผู้บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย และ อรธิรา ภาคสุวรรณ์ Senior Vice President Em District ร่วมงานเปิดตัวธนาคารกรุงไทย “สาขาเอ็มสเฟียร์” สาขารูปแบบใหม่ พร้อมสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับลูกค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/">กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green & Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking</strong> พร้อมด้วย <strong>พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข</strong> <strong>ประธานผู้บริหาร Legal Compliance &amp; Financial Crime</strong> <strong>ประกายดาว ดำรงพันธ์ </strong>ผู้<strong>บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย</strong> และ <strong>อรธิรา ภาคสุวรรณ์</strong> <strong>Senior Vice President Em District</strong> ร่วมงานเปิดตัวธนาคารกรุงไทย <strong>“สาขาเอ็มสเฟียร์”</strong> สาขารูปแบบใหม่ <strong>พร้อมสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับลูกค้า </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>“Green</strong><strong> &amp; Modular” </strong>ปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น ช่วยประหยัดพื้นที่และตอบโจทย์การใช้งาน ทำให้ลูกค้าและพนักงานได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล <strong>(</strong>ESG<strong>) </strong>ก้าวสู่ธนาคารเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35754"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35756" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02.jpg" alt="ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์" width="750" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-500x351.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์</strong> ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุหลักของสภาวะโลกร้อน อาทิ เคาน์เตอร์บริการลูกค้า ทำจากวัสดุลามิเนตคุณภาพสูง ลดการปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOCs) มาตรฐานยุโรป กระเบื้องปูพื้นทำจากวัสดุธรรมชาติ ผสมกับวัสดุรีไซเคิล ผนังเก็บเสียง ผลิตจากเส้นใยของวัสดุรีไซเคิลและนำมาขึ้นรูปใหม่ หลอดไฟประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างมากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำ เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน มีระบบควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35757" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03.jpg" alt="ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในปีนี้  ธนาคารกรุงไทยมีแผนพัฒนาสาขา Stand Alone จำนวน 10 สาขา เป็นสาขาอนุรักษ์พลังงาน  ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้ในสาขา และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน รวมถึงปรับเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าพร้อมติดตั้งสถานีชาร์จในสาขา เพื่อลดมลพิษ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 38.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonneCO<sub>2</sub>e) และในปี 2568 ธนาคารมีแผนปรับปรุงสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 40  สาขา โดยยังคงให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 468.74 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(TonneCO<sub>2</sub>e) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ด้านการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวคิด <strong>“นวัตกรรมสร้างคุณค่าตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน” </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/">กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green & Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Sustrends 2025” เปิดมุมมองใหม่เรื่องความยั่งยืน ทุนมนุษย์ ความเท่าเทียม การผลิตอาหาร พร้อมปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sustrends-2025-sdg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sustrends-2025-sdg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 03:16:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrends 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35664</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เทรนด์ “ความยั่งยืน” จะมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และถูกนำมาพูดถึงเยอะมาก แต่ความเข้าใจและการผลักดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2030 ดูเหมือนยังคงห่างไกล “Sustrends 2025” งานสัมมนาที่รวม 45 เทรนด์ความยั่งยืน จาก 15 วงการ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกในทุกมิติ จัดโดย The Cloud ร่วมกับ UNDP, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, UN Global Compact Network Thailand,&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustrends-2025-sdg/">“Sustrends 2025” เปิดมุมมองใหม่เรื่องความยั่งยืน ทุนมนุษย์ ความเท่าเทียม การผลิตอาหาร พร้อมปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แม้เทรนด์ “ความยั่งยืน” จะมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และถูกนำมาพูดถึงเยอะมาก แต่ความเข้าใจและการผลักดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2030 ดูเหมือนยังคงห่างไกล “Sustrends 2025” งานสัมมนาที่รวม 45 เทรนด์ความยั่งยืน จาก 15 วงการ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกในทุกมิติ จัดโดย The Cloud ร่วมกับ UNDP, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, UN Global Compact Network Thailand, กระทรวงต่างประเทศ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโลกสีเขียว และหน่วยงานความยั่งยืนกว่า 20 องค์กร ชวนเปิดมุมมองใหม่และทำความเข้าใจแง่มุมของความยั่งยืนในวงการต่าง ๆ มากขึ้น ผ่านหัวข้องานสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ</strong></p>
<p><span id="more-35664"></span></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="713" height="475" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Sustrends 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="713" height="475" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Sustrends 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></a>

<h3>Beyond 2030: ทิศทางเป้าหมาย SDGs หลังปี 2030</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35668" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P01.jpg" alt="ผศ.ชล บุนนาค" width="713" height="475" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P01.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ชล บุนนาค</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> ยอมรับว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคงไม่สามารถบรรลุได้ในปี 2030 โดยข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) พบว่ากลุ่มบรรลุได้มีเพียง 12% เท่านั้น แต่เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติและโลกใบนี้ จึงต้องเร่งเดินหน้าต่อไป ซึ่งการเรียนรู้จากอดีตทำให้พอมีความหวังและมองเห็นทางออก โดยตอนนี้มีความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีและโซลูชันอยู่พอสมควร ส่วนสิ่งที่ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายมีทั้งเรื่องของโรคระบาด และอำนาจภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงประเด็นของกลไกขับเคลื่อนที่ยังไม่ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p>สำหรับการไปต่อในระดับโลกสรุปได้ว่าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย ยังเป็นฐานสำคัญ แต่จะมีการอัพเดทเพิ่มเติม เช่น เรื่อง AI ความขัดแย้งในโลก สันติภาพ ตัวชี้วัดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นความท้าทายในภูมิภาคต่าง ๆ และมีข้อเสนอให้การทำ SDGs เห็นภาพอย่างเป็นระบบมากขึ้น พร้อมทั้งปฏิรูประบบการขับเคลื่อนของ UN ทำให้บทบาทของประเทศพัฒนาแล้ว มีความเข้มข้นและเข้มแข็งมากขึ้นในการพัฒนา SDGs และมีการทบทวนให้ถี่ขึ้น รวมถึงปรับเป้าหมายให้มีความท้าทายเหมาะกับบริบท นอกจากนี้ ต้องมีการปฏิรูปเรื่องการเงินเพื่อการพัฒนาให้สนับสนุนการค้าที่ยั่งยืนมากขึ้น และที่เป็นประเด็นสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนคือ ทำให้การขับเคลื่อนโลกในปัจจุบันคิดถึงคนในอนาคต โดยมีการวางแผนรองรับความเสี่ยงในอนาคตมากยิ่งขึ้น</p>
<p>จากการศึกษาวิกฤติการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ขอเสนอให้ขับเคลื่อนแบบมียุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเน้นที่ 6 ประเด็น ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหารให้ยั่งยืนขึ้น 2. การเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจให้มีความเป็นธรรมและยั่งยืน 3. การรับมือกับภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในอนาคต 4. ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค 5. เรื่องสุขภาพและสุขภาวะ โดยมีข้อกังวล เช่น คุณภาพทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การตายบนท้องถนน ซึ่งเหล่านี้ยังเป็นวิกฤติของไทย และ 6. เรื่องระบบอภิบาลและกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงกลไก 4 เรื่อง ดังนี้ 1. ทำให้กลไกการเงินเพื่อการพัฒนากลายเป็นวาระสำคัญใน Thailand SDGs Roadmap ของสภาพัฒน์ และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐ แต่ต้องเป็นกลไกที่มาสนับสนุนภาคประชาสังคมและชุมชนในขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ด้วย 2. เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและภาควิชาการมีส่วนร่วมในนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3. ทำให้เกิดกลไกการรับผิด รับชอบของภาครัฐในการขับเคลื่อน SDGs โดยให้มีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลต้องรับผิดรับชอบต่อการบรรลุหรือไม่บรรลุเป้าหมาย 4. การเสริมสร้างศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกลไกในการสร้างศักยภาพให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทำความเข้าใจเรื่องความยั่งยืน เพื่อพร้อมไปขับเคลื่อน และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ยังไม่ถูกฝังเข้าไปอยู่ในระบบการศึกษาไทย</p>
<p>“เราต้องการสร้างคนรุ่นใหม่มาเพื่อขับเคลื่อน SDGs ในอนาคตและทำให้การทำงานภาครัฐมีความต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่กับที่เมื่อมีการเปลี่ยนตัวของผู้คน เรายังมีหวัง จึงต้องลงมือทำกันต่อไป เพื่อให้ทุกคนบนโลกให้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำให้โลกใบนี้อุ้มชูทุกชีวิตได้” <strong>ผศ.ชล</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<h3>Sustainable Intelligence: แนวทางปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนไป</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35669" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P02.jpg" alt="ดร. ธันยพร กริชติทายาวุธ" width="713" height="475" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P02.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></p>
<p>เมื่อโลกเปลี่ยนไป นอกจากหาทางแก้ปัญหาแล้ว เรายังต้องหาทางปรับตัวด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ธันยพร กริชติทายาวุธ</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย</strong> ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวและปรับใจในการใช้ชีวิต โดยการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งการปรับตัวมีทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การปรับตัวสู่งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ green collar เพราะในอนาคตจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก และสุดท้ายเป็นประเด็นสำคัญที่กำลังจะถูกพูดถึงกันมากในอนาคตอันใกล้นี้คือ Inner Development Goals หมายถึงการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของบุคคล โดยก่อนจะเปลี่ยนโลกได้เราต้องเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมของตัวเองก่อน ซึ่งจะเป็นหนทางที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกับโลกที่เปลี่ยนไปได้</p>
<p>การมีสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Intelligence จะทำให้มนุษย์อยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนไป โดย 3 เรื่องสำคัญที่คนต้องมีองค์ความรู้ นั่นคือต้องรู้ลึก รู้จริง ได้แก่ เรื่องอากาศ น้ำ และอาหาร แม้จะไม่ใช่เรื่องยาก แต่จากการวิเคราะห์มีเพียง 10% ของภาคธุรกิจที่รู้ว่าจะรับมือและจัดการกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ มีบริษัทไม่เกิน 10% บนโลกใบนี้ที่มีแผนทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์ภายในเป้าหมายอันสั้น แม้อีก 90% ไม่ได้ปล่อยวาง แต่ก็ทำไม่ได้ หรือบางส่วนรู้ว่าต้องทำ แต่ยังไม่มีแผน หรือที่แย่กว่านั้นบางคนยังไม่รู้ว่าอะไรคือ Net Zero เช่นเดียวกับเรื่องน้ำและเรื่องอาหารที่หลายคนยังไม่รู้วิธีการจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องอาหาร หรือ Food system จะเป็นเทรนด์ที่ปี 2025 เวทีระดับโลกจะกลับมาพูดถึงเรื่องของครัวโลกกันมาก ซึ่งใครที่มีองค์ความรู้เรื่องอากาศ น้ำ อาหาร จะได้รับการจ้างงานในภาคธุรกิจ</p>
<p>“สุดท้ายเป็นเรื่อง IDGs หรือ Inner Development Goals หรือการพัฒนาริเริ่มจากตัวเรา เมื่อมีปัญญาแล้วสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ ซึ่งมี 5 มิติของการนำเอา IDGs มาทำให้เกิดความยั่งยืน คือ Beingความเป็นตัวเรา Thinking สิ่งที่เราคิด Relating ออกนอกตัวเรา ความสัมพันธ์ Collaborating ความร่วมมือ และ Acting การลงมือปฏิบัติ พูดง่าย ๆ คือหากสามารถที่จะเอากระบวนการของตัวเองมาเป็นการริเริ่มสร้างสรรค์ มีการคิดอย่างแยบยล มีการวิเคราะห์และกลั่นกรองความรู้ของตัวเองที่มีอยู่เอามาเลือกใช้ สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เราทำกับคนอื่นได้ ปลดล็อกเรื่องการเห็นคนสำคัญ เหล่านี้ไม่ได้มีแค่วิธีคิด แต่ทำให้เรารู้ตัวว่าทำอะไรได้บ้าง และอนาคตต้องรอดด้วยองค์ความรู้แบบไหน เราอาจต้องผนึกกำลังกันว่าการพัฒนาที่มองย้อนกลับไปมองตัวตน อาจเป็น Next Solution ที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่น แต่พึ่งภายในตัวตนของเราเอง สามารถปลุกพลังและช่วยให้เทรนด์ปี 2025 บรรลุมิติของการอยู่รอด”</p>
<h3>Equality in Diversity: ความเท่าเทียมแห่งความหลากหลาย</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35670" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P03.jpg" alt="กิตตินันท์ ธรมธัช" width="713" height="476" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P03.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></p>
<p>ประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศถูกหยิบมาพูดเยอะมากในช่วงนี้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ประเด็นปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่าก็คือ ความหลากหลายทางเพศที่ทับซ้อนกับกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ “<span style="color: #6cb742;"><strong>กิตตินันท์ ธรมธัช</strong></span>” <strong>นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย</strong> ฉายภาพว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาคมโลกต่างขานรับการยุติการเลือกปฏิบัติต่อความหลากหลายของมนุษย์ และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยแบ่งประชากรกลุ่มเปราะบางเป็น 13 กลุ่ม และพยายามจัดการแก้ปัญหาด้วยแนวทางเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่ม ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชากรกลุ่มเปราะบางจำนวนมากมีอัตลักษณ์ทับซ้อน คือมีความเปราะบางหลายด้านพร้อมกัน ทำให้การแก้ปัญหาองค์กรใดองค์กรหนึ่งทำไม่ได้ ต้องช่วยกัน ดังนั้น จึงต้องมีความเข้าใจและต้องเป็นการแก้ที่เฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องมุ่งส่งเสริมศักยภาพเพื่อให้เขาได้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคกับคนทั่วไป</p>
<p>“สิ่งที่จะส่งเสริมความหลากหลายได้ดีที่สุดก็คือ การขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และนั่นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่สุด แต่แนวทางนี้ปรากฏน้อยมาก โดยในประเทศไทยมักมองไปที่ความเปราะบางและเข้าไปสงเคราะห์เยียวยา เราเห็นทฤษฎีเกือบแก่รอการเข้าสู่ระบบรับเบี้ยคนชรา มันเป็นทฤษฎีที่ผิด เพราะประเทศอื่นพยายามจ้างคนแก่ทำงานหากมีศักยภาพเพียงพอ ถ้าเปลี่ยนจากการสงเคราะห์เยียวยาเป็นการส่งเสริม ทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี กลายเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ แม้ตอนนี้ไทยเป็นชาติแรกของอาเซียนในที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นของสิ่งที่เรายังต้องทำกันต่อไป เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม”</p>
<p>สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเรื่องมาตรฐานของความเป็นมนุษย์ หลักง่าย ๆ ที่จะดูว่ามีสิทธิมนุษยชนครบถ้วนหรือไม่มี 3 ข้อคือ ต้องอยู่รอด ต้องมีความมั่นคงในชีวิต และต้องมีโอกาสพัฒนาตัวเอง และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการลดทอนศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์คือ การเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การตีตรา หากต้องการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะต้องมีการกฎหมายที่พยายามขจัดการเลือกปฏิบัติต่อทุกรูปแบบในกลุ่มเปราะบางทั้งหมด</p>
<h3>Farming for Tomorrow: ปฏิรูประบบอาหารปรับเปลี่ยนแหล่งโปรตีน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35671" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P04.jpg" alt="จักรชัย โฉมทองดี" width="713" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P04.jpg 713w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P04-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P04-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Sustrends-2025-P04-500x327.jpg 500w" sizes="(max-width: 713px) 100vw, 713px" /></p>
<p>การปฏิรูประบบการผลิตอาหารเป็นประเด็นที่สำคัญมากของไทย เพราะจะส่งผลต่อมิติของสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ “<span style="color: #6cb742;"><strong>จักรชัย โฉมทองดี</strong></span>” <strong>ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ PlantWorks</strong> สะท้อนความเป็นจริงและปัญหาของระบบอาหารว่า 1 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกของโลกมาจากระบบอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปศุสัตว์สร้างปัญหาให้กับโลกอย่างมาก ซึ่งหากสามารถปรับเปลี่ยนแหล่งโปรตีนได้ก็จะแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ทำให้การปฏิรูประบบการผลิตอาหารและการบริโภคกลายเป็นกระแสใหญ่และมาแรง โดยกระแสแรกเป็นการปลูกความยั่งยืน (Planting Sustainability) ที่ตอนนี้ผู้บริโภคตั้งใจปรับสัดส่วนให้ที่มาของอาหารมีสมดุลระหว่างโปรตีนจากเนื้อสัตว์และความหลากหลายของพืช ด้วยสาเหตุสำคัญคือ การเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า Planetary Boundary หรือขอบเขตของโลกใบนี้ ในการช่วยลดโลกร้อน เนื่องจาก 2 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกในระบบอาหารมาจากปศุสัตว์ และเมื่อเทียบเนื้อหมูกับถั่ว เพื่อให้ได้โปรตีนปริมาณเท่ากัน เนื้อหมูต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าถั่วถึง 9 เท่า นั่นสะท้อนว่าการมีสมดุลที่เหมาะสมระหว่างโปรตีนจากพืชและโปรตีนจากสัตว์สามารถส่งผลดีมากกว่าเมื่อเทียบกับการขับรถอีวี</p>
<p>กระแสต่อมาเป็นเรื่อง Growing Health -Spam การบริโภคให้ตอบโจทย์สุขภาพที่ดีจะได้ยินบ่อยขึ้น โดยเฉพาะสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยด้วยความเร็วแรง ดังนั้น โจทย์เรื่องการบริโภคที่เป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพจึงตามมาอย่างกระชั้นชิด ซึ่งมีข้อมูลว่าประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงไทยนอกจากจะบริโภคเนื้อสัตว์เกินกว่าขอบเขตของโลกแล้ว ยังบริโภคจนทะลุขอบเขตจำกัดของสุขภาพเกินกว่าสองเท่า ทำให้เป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อ กลายเป็นภาระที่ใหญ่ที่สุดของระบบสาธารณะสุขไทยในปัจจุบัน ส่วนกระแสสุดท้ายเป็นเรื่อง Kichen of the Future นั่นคือ ประเทศไทยคือครัวโลก เป็นประเทศทรงอิทธิพลทางด้านอาหาร ดังนั้น การเข้าใจโจทย์ของโลกจะสร้างโอกาสให้กับเศรษฐกิจ โดยเทรนด์ที่จะเห็นชัดในต่างประเทศ เช่น การออกมาตรการทางภาษีกับสินค้าที่จะเข้าไปประเทศในยุโรป บางประเทศมีการออกข้อแนะนำการปรับลดการบริโภคเนื้อสัตว์และเพิ่มการบริโภคพืช เป็นต้น</p>
<p>“รัฐบาลต้องหันกลับมามองเรื่องเหล่านี้ ว่าอาหารของไทยจะเดินไปข้างหน้าหรือย่ำอยู่กับที่ นอกจากโอกาสของอาหารในอนาคตแล้ว เรายังมีอาหารแห่งวันวานที่เป็นขุมทรัพย์ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุกรรมท้องถิ่น ผักพื้นบ้านที่อยู่ในเมนูของปู่ย่าตายาย ซึ่งสามารถดึงมาเป็นพลังส่วนหนึ่งของอาหารไทย นอกจากเป็นคำตอบให้กับเศรษฐกิจไทย ยังเป็นคำตอบให้ชุมชนและเกษตรกรไทยได้ด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ไทยมีโอกาสและเป็นเทรนด์ที่เราไม่น่าจะพลาด ขอย้ำว่าเรื่องของการปฏิรูประบบอาหารมาแน่ เพราะมีเทนเป็นบทบาทสำคัญในภาคเกษตรอยู่กับเราแค่เป็นหลักทศวรรษ ถ้าโลกนี้จะรอดต้องจัดการเรื่องของมีเทนให้ได้เร็วที่สุด แม้เราจะใช้พลังงานสะอาดในระบบอาหาร แต่ถ้าไม่มีการปรับการบริโภคโปรตีนให้สมดุลและยั่งยืน พบว่าเราก็ยังทะลุตัวเลขปลอดภัยของก๊าซเรือนกระจกอยู่ดี ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสร่วมระหว่างบุคคล สังคม และโลกใบนี้” <strong>นายจักรชัย</strong> กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustrends-2025-sdg/">“Sustrends 2025” เปิดมุมมองใหม่เรื่องความยั่งยืน ทุนมนุษย์ ความเท่าเทียม การผลิตอาหาร พร้อมปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sustrends-2025-sdg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทุกอย่างต้องยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 04:03:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30713</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ “ความยั่งยืน” คือเป้าหมายของทุกองค์กรและทุกชุมชนในสังคมโลก ความยั่งยืน ขององค์กรจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความยั่งยืนของโลก เพราะถ้าองค์กรต่างๆ ไม่ยั่งยืนแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนก็คงเป็นไปได้ยาก “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development) จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้นำ และผู้บริหารทุกระดับในปัจจุบัน ในความเป็นจริงแล้ว ความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ “กำไร-ขาดทุน” และ “ความต่อเนื่องของกิจการ” เป็นหลัก ส่วนความยั่งยืนของชุมชนและสังคมโลกจะอยู่ที่ “สิ่งแวดล้อม” และ “คุณภาพชีวิต” ของชุมชนและชาวโลกเป็นสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ ทั้งในและรอบชุมชน (กากขยะ น้ำเสีย และอากาศ)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/">ทุกอย่างต้องยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อ “ความยั่งยืน” คือเป้าหมายของทุกองค์กรและทุกชุมชนในสังคมโลก ความยั่งยืน ขององค์กรจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความยั่งยืนของโลก เพราะถ้าองค์กรต่างๆ ไม่ยั่งยืนแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนก็คงเป็นไปได้ยาก</strong></p>
<p><span id="more-30713"></span></p>
<p>“<strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” (Sustainable Development) จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้นำ และผู้บริหารทุกระดับในปัจจุบัน</p>
<p>ในความเป็นจริงแล้ว ความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ “กำไร-ขาดทุน” และ “ความต่อเนื่องของกิจการ” เป็นหลัก ส่วนความยั่งยืนของชุมชนและสังคมโลกจะอยู่ที่ “สิ่งแวดล้อม” และ “คุณภาพชีวิต” ของชุมชนและชาวโลกเป็นสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ ทั้งในและรอบชุมชน (กากขยะ น้ำเสีย และอากาศ) ต้องมีคุณภาพดีตามมาตรฐาน รวมถึง “สิ่งแวดล้อมของโลก” ที่มีปัจจัยในเรื่องของ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) เกี่ยวข้องด้วย</p>
<p>การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) ที่ชาวโลกทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้เป็นสีเขียว เพื่อให้ชีวิตของมนุษย์และสัตว์โลกอยู่ด้วยกันได้ภายใต้ “สิ่งแวดล้อมที่ดี” อันทำให้ “คุณภาพ ชีวิต” ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>ทุกวันนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์การสหประชาชาติและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้น และต้องการเป็น ส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้ยั่งยืน ด้วยการกระตุ้นให้พวกเราตระหนักรู้ เรียนรู้ (ขวนขวายหาความรู้) และยอมรับที่จะปฏิบัติตาม “มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี” ด้วย ความเต็มใจ</p>
<p>ปัจจุบันแหล่งความรู้เกี่ยวกับ “<strong>การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>” และ “<strong>การลดโลกร้อน</strong>” มีมากมาย ไม่ว่าจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานต่างๆ (ทั้งภาครัฐและเอกชน) ตำราวิชาการ บทความงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และอื่นๆ อีกมากมายหลายช่องทาง รวมตลอดถึงยุทธศาสตร์ และนโยบายของภาครัฐที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้กระแสรักษ์ สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นและกระจายกว้างขวางไปทั่วโลก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ “<strong>ความรับผิดชอบต่อสังคม</strong>” ด้วยการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญมากขึ้นทุกที</p>
<p>ศัพท์แสงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “<strong>การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม</strong>” และ “<strong>การจัดการภาวะโลกร้อน</strong>” ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจจึงมีมากมาย อาทิ SDGs, BCG, ESG, CE, GI, GHG, Carbon Footprint, Carbon Credit, Net Zero, Climate Change, CBAM เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มุ่งสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อคงไว้ซึ่ง “คุณภาพชีวิต ที่ดี” ของสิ่งมีชีวิตบนโลกสีเขียวใบนี้</p>
<p>“<strong>จิตสำนึกในการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” จึงมี ความสำคัญต่อทุกผู้คนที่ประกอบอาชีพต่างๆ ทั้งที่เป็นพนักงานลูกจ้าง หรือผู้บริหารแต่ละคน หรือเป็นองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรม (ค้าขาย บริการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม) คือจิตสำนึก แห่งการรักและหวงแหนธรรมชาติ การรัก สิ่งแวดล้อม การไม่ทำลายหรือเบียดเบียน สิ่งแวดล้อม การไม่ฉกฉวยและใช้ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันอย่าง สิ้นเปลือง จนรุ่นลูกหลานของเราไม่มีโอกาส ได้เห็น ไม่ได้ใช้สิ่งนั้นในวันหน้า เป็นต้น</p>
<p>สิ่งต่างๆ ที่เรามีใช้ในวันนี้ ลูกหลาน ของเราก็มีใช้ของเขาในวันหน้าเช่นเดียวกัน รุ่นเราได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ (ผืนป่าและสัตว์ป่า) รุ่นลูกรุ่นหลานก็ได้เห็น ได้สัมผัสเหมือนเราในชั่วอายุของเขาด้วย ไม่ใช่คนยุคเราใช้จนหมด ลูกหลานไม่มีใช้ หรือรุ่นลูกหลานไม่ได้เห็นป่าไม้ที่เขียวขจี ลำธารที่ใสสะอาด และสัตว์ป่าอย่างที่รุ่นเราเห็น (เราเห็นแรดสีขาว ลูกหลานเราก็เห็นแรด สีขาว ไม่ใช่เห็นแต่รูปที่อยู่ในหนังสือเพราะ แรดสีขาวสูญพันธุ์แล้ว) ดังนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น “<strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>”</p>
<p><strong>วันนี้ของเราทุกคนจึงต้องช่วยกันสร้าง องค์กรให้ยั่งยืนด้วยจิตสำนึกและการกระทำ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโลก เพื่อให้ยั่งยืนพร้อมๆ กันไป ด้วยการยึดมั่นใน หลักการที่ว่า “คุณภาพคือความอยู่รอดและ ยั่งยืน” ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 119 กันยายน – ตุลาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/">ทุกอย่างต้องยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP ตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าด้วยความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Aug 2023 02:34:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28776</guid>

					<description><![CDATA[<p>BPP จัดตั้งคณะกรรมการ ESG ขับเคลื่อนธุรกิจไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน จัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environment Social and Governance: ESG) อย่างเป็นทางการ เน้นความโปร่งใสและความเป็นอิสระในการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนและคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สอดคล้องกับ 6 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals:&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-2/">BPP ตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าด้วยความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BPP จัดตั้งคณะกรรมการ ESG ขับเคลื่อนธุรกิจไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-28776"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28777" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu.jpg" alt="BPP-ESG" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/banpu-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน จัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environment Social and Governance: ESG) อย่างเป็นทางการ เน้นความโปร่งใสและความเป็นอิสระในการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนและคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สอดคล้องกับ 6 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ สู่เป้าหมายการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า 5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Powering Energy Sustainability with Quality Megawatts” มุ่งสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานด้วยเมกะวัตต์คุณภาพ</p>
<p>คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ของ BPP มีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทกำกับดูแลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ เช่น อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น โดยคณะกรรมการ ESG ของ BPP ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พัชณิตา ธรรมยงค์กิจ ประธานของคณะกรรมการ ESG นายหยกพร ตันติเศวตรัตน์ เเละนายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการ ซึ่งล้วนเป็นกรรมการอิสระทั้งหมด จึงโดดเด่นในความโปร่งใสและเป็นกลางในการดำเนินงาน คณะกรรมการ ESG ทั้งสามท่านมีหน้าที่ในการพิจารณาทิศทางและนโยบาย ESG ของบริษัทฯ ติดตามและตรวจสอบการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญและเสริมสร้างกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน รวมทั้งติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานด้าน ESG ให้ตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</p>
<p>ศาสตราจารย์ ดร.พัชณิตา ธรรมยงค์กิจ ประธานคณะกรรมการสิ่งเเวดล้อม สังคม เเละการกำกับดูเเลกิจการ (ESG) บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โลกปัจจุบันเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงคุณภาพชีวิต ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวและพัฒนาองค์กรให้มีความยั่งยืนตามหลัก ESG BPP อยากสร้างความมั่นใจกับทุกภาคส่วนว่าเราไม่ได้มองแต่เพียงผลลัพธ์ทางด้านเศรษฐกิจ แต่มองรอบด้านว่าเราให้อะไรกับสังคม กับชุมชน และเราช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นได้อย่างไรด้วย คณะกรรมการ ESG จึงเปรียบเสมือนหางเสือเรือในการร่วมกำหนดทิศทางและนโยบาย ESG ของบริษัทฯ ให้มีความเหมาะสม ชัดเจน นำพา BPP สู่เป้าหมายในการขับเคลื่อนอนาคตแห่งการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนได้สำเร็จ และสร้างการเติบโตในทิศทางที่สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนโลก ภายใต้กลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ที่ต้องทั้งชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”</p>
<p>ปัจจุบัน BPP ขยายพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุลทั้งจากพลังงานความร้อนที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลัง (backbone) ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก ควบคู่ไปกับพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านการผลิตพลังงานไปสู่ความยั่งยืน ภายใต้กรอบการดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทาง ESG อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs จำนวน 6 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดราคาถูก เป้าหมายที่ 8 งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ เป้าหมายที่ 13 การแก้ปัญหาโลกร้อน และเป้าหมายที่ 16 สันติภาพ ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง</p>
<p>การทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ESG และคณะผู้บริหารของ BPP เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าใน 8 ประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่</p>
<p>สิ่งแวดล้อม (E) เน้นตอบโจทย์เทรนด์ Decarbonization มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีในการผลิตขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) สำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน รวมไปถึงการเร่งขยายกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ที่จะสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด นำไปสู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p>สังคม (S) จากการดำเนินธุรกิจใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้ BPP เข้าใจในหลากหลายประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน และสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กรให้เป็นแนวปฏิบัติในมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทระดับท้องถิ่นในแต่ละประเทศ ส่วนภายในองค์กรคือ การดูแลและพัฒนาศักยภาพของพนักงาน BPP และภายนอกองค์กรคือ การพัฒนาและอยู่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>การกำกับดูแลกิจการ (G) บริหารจัดการภาพรวมของทั้งองค์กรด้วยความโปร่งใส โดยมีกรรมการอิสระจำนวน 5 ท่าน จากคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งหมด 10 ท่าน นอกจากนี้ BPP ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</p>
<p>นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจของ BPP ให้ความสำคัญกับหลัก ESG มาโดยตลอด สะท้อนจากแนวทาง Triple E ได้แก่ 1. Ecosystem มุ่งสร้างเมกะวัตต์คุณภาพด้วยสมดุลพอร์ตธุรกิจจากการต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจ<br />
2. Excellence มีความสามารถปรับตัวท่ามกลางความท้าทายโดยคงประสิทธิภาพของการดำเนินงาน และ 3. ESG ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักความยั่งยืน ปัจจุบัน ESG เป็นยุทธศาสตร์ที่องค์กร สาธารณชน และนักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก BPP ซึ่งได้รับการประเมินจากทั้งองค์กรระดับชาติและระดับสากลว่ามีมาตรฐานด้าน ESG ที่น่าพอใจ จึงได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ การที่เราจัดตั้งคณะกรรมการ ESG จึงจะยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจในด้านการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งนี้ เราจะยังคงดำเนินธุรกิจโดยเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามหลัก ESG มุ่งสร้างสมดุลของพอร์ตธุรกิจทั้งจากพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน ตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter เพื่อสร้างเมกะวัตต์คุณภาพ อันจะนำไปสู่ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม”</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ BPP ได้ที่ <a href="https://www.banpupower.com/">www.banpupower.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-2/">BPP ตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าด้วยความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FENRI นำแพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะรุกตลาดไทย ในงาน “Taiwan Excellence “Empowering a Green Future”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fenri-taiwan-excellence-empowering-a-green-futur/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fenri-taiwan-excellence-empowering-a-green-futur/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jul 2023 09:32:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FENRI]]></category>
		<category><![CDATA[FENRI Cloud Collection advanced]]></category>
		<category><![CDATA[FENRI Cloud Mobile]]></category>
		<category><![CDATA[Green Future]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงสินค้าไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียวเพื่ออนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28627</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 21 กรกฎาคม 2566 : กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (BOFT) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) จัดแถลงข่าวในหัวข้อ &#8220;Taiwan Excellence Empowering a Green Future Press Conference&#8221;  ณ  ห้องประชุม Silk 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อนำเสนอความสำเร็จของไต้หวันในกลุ่มธุรกิจสีเขียวเพื่ออนาคต (Green Future Sector)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fenri-taiwan-excellence-empowering-a-green-futur/">FENRI นำแพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะรุกตลาดไทย ในงาน “Taiwan Excellence “Empowering a Green Future”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 21 กรกฎาคม 2566 : <strong>กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน </strong><strong>(BOFT) </strong>และ<strong>สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน </strong><strong>(TAITRA) </strong>จัดแถลงข่าวในหัวข้อ <strong>&#8220;Taiwan Excellence Empowering a Green Future Press Conference&#8221;  </strong>ณ  ห้องประชุม Silk 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อนำเสนอความสำเร็จของไต้หวันในกลุ่มธุรกิจสีเขียวเพื่ออนาคต (Green Future Sector) โดยวิทยากรหลักคือผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำในไต้หวัน ได้แก่ ICP DAS Co., Ltd, INNOTRIO Co., Ltd, และ FENRI Co., Ltd. เพื่อเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยบริษัทที่ได้รับรางวัล Taiwan Excellence</p>
<p><span id="more-28627"></span></p>
<p>ทั้งนี้งานแถลงข่าวดังกล่าวยังตอบสนองนโยบายของรัฐบาลไทยในเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้คนในทุกภาคส่วนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีสื่อมวลชนและสมาคมต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>
<p>งาน <strong>“</strong><strong>Taiwan Excellence &#8220;Empowering a Green Future&#8221; </strong> จัดขึ้นภายใน <strong>งานแสดงสินค้าไต้หวันในประเทศไทย </strong><strong>Taiwan Expo 2023</strong>  ตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 22 กรกฎาคม ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)  โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์ 64 รายการจากบริษัทที่ได้รับรางวัล Taiwan Excellence Awards จำนวน 28 บริษัท นิทรรศการครอบคลุมธีม หลัก 4 หัวข้อ ได้แก่ <strong>อุตสาหกรรมอัจฉริยะ </strong><strong>(Smart Industry) </strong><strong>การใช้ชีวิตอัจฉริยะ </strong><strong>(Smart Living) </strong><strong>สมาร์ทไอซีที </strong><strong>(Smart ICT)</strong> และ <strong>ESG </strong>เพื่อนำบริษัทไต้หวันขยายตลาดเข้าสู่ประเทศไทยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไต้หวันและไทย<strong>  </strong></p>
<p>ภายในงานมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้แก่ เครื่องพิมพ์ซีเมนต์อัดขึ้นรูป 3 มิติของ Everplast, กล้องถ่ายภาพของ PaperShoot, Cardio Climber ของ Dyaco, และ Stampede ของ SHENNONA</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28630" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-02.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร</strong><strong>. </strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">นิค นี</span> ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย </strong><strong>(TECO) </strong>กล่าวว่า <strong>&#8220;ESG&#8221;</strong> และ <strong>&#8220;</strong><strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong><strong>&#8221; </strong>เป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการส่งเสริมแนวคิด ESG อย่างจริงจังทั้งในภาคสังคมและธุรกิจ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาห้าปีติดต่อกันในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติประจำปี พ.ศ. 2566 โดยได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติ ในทางกลับกัน ไต้หวันเองก็มีความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่งในด้านพลังงานหมุนเวียน การจัดการทรัพยากรน้ำ และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก บริษัทต่างๆ ในไต้หวันกำลังลดการใช้พลังงานและพลาสติกเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหลือน้อยที่สุด และได้รับการยกย่องจากนานาชาติ ด้วยความพยายามร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ เชื่อว่าประเทศไทยจะยังคงตำแหน่งผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28631" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-03.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร</strong><strong>. </strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">ฟิลิกซ์ ชิว</span> รองประธานกรรมการบริหาร สภาส่งเสริมการค้า และการส่งออกแห่งไต้หวัน </strong><strong>(TAITRA) </strong>กล่าวถึงที่มาของรางวัล <strong>Taiwan Excellence Award</strong> ว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงเศรษฐกิจในปี 2536 และมีดำเนินการคัดเลือกที่เข้มงวดตามหลักเกณฑ์ที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ &#8220;R&amp;D&#8221;, &#8220;การออกแบบ&#8221;, &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;การตลาด&#8221; ในแต่ละปี ผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึง &#8221; คุณค่าทางนวัตกรรม&#8221; ได้รับการประเมินและคัดเลือกอย่างรอบคอบ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28632" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-04.jpg" alt="Taiwan Excellence Pavilion at Taiwan Expo" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทที่ได้รางวัล Taiwan Excellence ที่นำเสนอในงานนี้  เน้นถึงคุณสมบัติสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแต่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและเมดอินไต้หวัน เท่านั้น แต่ยังเน้นถึงอนาคตสีเขียวด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกลยุทธ์เพื่ออนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28633" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-05.jpg" alt="ชูชาติ สายถิ่น " width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชูชาติ สายถิ่น</span> รองประธานกรรมการ สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </strong><strong>(</strong><strong>ส</strong><strong>.</strong><strong>อ</strong><strong>.</strong><strong>ท</strong><strong>.) </strong> กล่าวว่า นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับธุรกิจ เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค การสร้างแบรนด์และกลยุทธ์ทางการตลาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจจากคู่แข่งและสร้างชื่อเสียงให้เพิ่มมากขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น การนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในเชิงรุกอาจช่วยให้เข้าถึงสิ่งจูงใจ เงินช่วยเหลือ และความร่วมมือจากรัฐบาล ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<h2><strong>FENRI </strong><strong>พร้อมนำแพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะบุกตลาดไทย</strong></h2>
<p>สำหรับ<strong>บริษัท </strong><strong>FENRI Co., Ltd.</strong>  เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับรางวัล Taiwan Excellence ซึ่งเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดย <strong> </strong>FENRI เป็นบริษัทสัญชาติไต้หวัน ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีระบบการจัดการเรื่องน้ำมากว่า 26 ปี  ปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ พร้อมนำเสนอแพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะแบบครบวงจร ผ่านระบบ AIoT (Artificial Intelligence of Things)  2 แพลตฟอร์ม  ได้แก่ แพลตฟอร์ม <strong>FENRI Cloud Collection advanced (FCC+)</strong> และ <strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>FENRI Cloud Mobile (FCM)</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28634" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-06.jpg" alt="" width="540" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-06.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-06-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-06-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/FENRI-Taiwan-Excellence-Empowering-a-Green-Future-06-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>สำหรับแพลตฟอร์ม <strong>FENRI Cloud Collection advanced (FCC+)</strong>  เป็นระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะที่สามารถรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์และส่งไปยังแพลตฟอร์มคลาวด์ที่เรียกว่า FENRI  ซึ่งได้รับ<strong>รางวัล </strong><strong>Taiwan Excellence Award</strong> <strong>ปี </strong><strong>2023</strong> ซึ่งเป็นรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวัน ถือเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมไต้หวันอย่างแท้จริง และเป็นตราสัญลักษณ์ที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของไต้หวันที่ยอดเยี่ยมและเปี่ยมด้วยคุณภาพ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก</p>
<p>ส่วน <strong>FENRI Cloud Mobile (FCM)</strong> เป็นระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน เช่น ถ้ำ ในป่า บริเวณแม่น้ำ หรือระบบท่อน้ำทิ้งใต้ท่อระบายน้ำ เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ แพลตฟอร์มคลาวด์ของ FENRI ยังให้บริการตามความต้องการของลูกค้า เช่น การนำแพลตฟอร์มการจัดการน้ำอัจฉริยะมาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล การทำนายความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น การแจ้งเตือน และการแสดงข้อมูลเป็นภาพ แพลตฟอร์มผ่านเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) สำหรับลูกค้าที่ต้องการรักษาหรือปรับปรุงคุณภาพน้ำ รวมถึงต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28658" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Kelly-Chang.jpg" alt="Kelly Chang" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Kelly-Chang.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Kelly-Chang-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Kelly-Chang-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Kelly-Chang-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Kelly Chang </strong></span><strong>ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด  บริษัท </strong><strong>FENRI  </strong><strong>จำกัด</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ให้บริการ คลาวด์แพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะกับลูกค้าที่หลากหลาย โดยกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ  ได้แก่ หน่วยงานราชการ, โรงเรียน, ฟาร์มเกษตรและปศุสัตว์, สวนอุตสาหกรรม, อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, หน่วยงานที่ดูแลการป้องกันภัยพิบัติ, การประปาเทศบาลและหน่วยงานที่ดูแลการบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น   นอกจากนี้บริษัทฯ  ยังได้รับการตอบรับจากลูกค้าในระดับความพึงพอใจมากกว่า 90% อย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราความพึงพอใจสูงถึง 90% สำหรับเมืองอัจฉริยะ</p>
<p>สำหรับการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น บริษัทฯ  มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ขณะนี้กำลังมองหา Distributor ในประเทศไทย เพื่อรุกตลาดประเทศไทยเต็มรูปแบบ</p>
<p>“น้ำเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่าที่สุดสำหรับทุกประเทศในโลก ในภูมิภาคเอเชีย เราได้เห็นความถี่ของการเกิดน้ำท่วมและภัยแล้งในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยประสบการณ์ของบริษัทฯ ในด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ เรามุ่งมั่นที่จะนำโซลูชันระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะมาใช้นำเสนอในตลาดประเทศไทย” <strong>Kelly Chang</strong> กล่าว</p>
<p>บริษัทฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (SDG6 และ ESG) รวมถึงมุ่งมั่นที่จะดูแลจัดการน้ำสะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนซึ่งส่งเสริมอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นใหม่</p>
<p>สำหรับ<strong>Taiwan Excellence </strong>ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการจัดกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทย เช่น <strong>Taiwan Excellence Pavilion</strong> ในงาน <strong>Manufacturing Expo </strong>และงาน <strong>Taiwan Excellence Pop-up Store</strong> และในอนาคตอันใกล้นี้ จะจัดแสดง <strong>Taiwan Excellence Pavilion</strong> ใน<strong>งาน </strong><strong>Medical Fair Thailand</strong> 2023 ในวันที่ 13-15 กันยายน  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยจะนำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จากบริษัทที่ได้รับรางวัลของไต้หวันจำนวน 15 บริษัท เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางอุตสาหกรรมในอนาคตระหว่างไต้หวันและไทย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fenri-taiwan-excellence-empowering-a-green-futur/">FENRI นำแพลตฟอร์มระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะรุกตลาดไทย ในงาน “Taiwan Excellence “Empowering a Green Future”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fenri-taiwan-excellence-empowering-a-green-futur/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Green กันหรือยัง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-environmental-conservation/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-environmental-conservation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jun 2023 02:05:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Green]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27485</guid>

					<description><![CDATA[<p>คํายอดฮิตในแทบทุกวงการของวันนี้ ก็คือคําว่า “Green” วันนี้จึงปรากฏคําว่า Green ใน (แทบ) ทุกเรื่อง อาทิ Green Industry, Green Logistics, Green Supply Chain, Green Energy, Green Manufacturing, Green Cleaning, Green GDP, Green Economy, Green Label, Green Culture&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-environmental-conservation/">Green กันหรือยัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>คํายอดฮิตในแทบทุกวงการของวันนี้ ก็คือคําว่า “Green”</h3>
<p><strong>วันนี้จึงปรากฏคําว่า Green ใน (แทบ) ทุกเรื่อง อาทิ Green Industry, Green Logistics, Green Supply Chain, Green Energy, Green Manufacturing, Green Cleaning, Green GDP, Green Economy, Green Label, Green Culture และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหลายท่านใช้คําไทยว่า “สีเขียว” เช่น อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นต้น</strong><span id="more-27485"></span></p>
<p>คําว่า “<strong>Green</strong>” จะหมายถึง “<strong>สิ่งแวดล้อม</strong>” และเป็น แนวความคิดเกี่ยวกับ “<strong>การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>” เป็นหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของ “การสงวนรักษาและหวงแหนสิ่งแวดล้อม” พูดง่ายๆ ว่า การกระทําใดๆ ควรจะต้องเอาเรื่องของจิตสํานึกและ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต การประกอบกิจการธุรกิจ อุตสาหกรรม และหรือการบริการ</p>
<p>ดังนั้นการกระทําใดๆ จะต้องยึดในหลักการของ “<strong>การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong>” เป็นสําคัญ คือ ไม่ทําให้สิ่งแวดล้อม (ดิน นํ้า อากาศ ฯลฯ) ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบในเชิงลบ เช่น ทําให้ดินเป็นพิษ ทําให้นํ้าเสีย อากาศเสีย หรือสร้างขยะ จนเป็นปัญหาต่อ “คุณภาพชีวิต” ของทุกคนที่อาศัยบนโลกใบนี้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p>คําว่า <strong>Green</strong> จึงแสดงให้เห็นถึง “<strong>ความรับผิดชอบต่อสังคม</strong>” ของทุกผู้คนบนโลก รวมตลอดถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กรต่างๆ ด้วย เช่น โรงงาน สถานประกอบการ ร้านค้า ธุรกิจอุตสาหกรรม วิสาหกิจ บ้านพักอาศัย และชุมชน ต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>ทุกวันนี้กระแสด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสําคัญที่ทุกธุรกิจอุตสาหกรรมต้องให้ความสําคัญมากขึ้น เพราะในปัจจุบันมีสมาชิกสหประชาชาติ รวม 193 ประเทศ ได้ร่วมกันลงนามรับรองวาระของ “<strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” (Sustainable Development : SD) โดยกําหนดให้ “เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals : SDGs) จํานวน 17 เป้าหมาย เป็นเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของประเทศต่างๆ ด้วย</p>
<p>ดังเห็นได้จากกรณีตัวอย่างของโรงงานพลาสติก เพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หมุนเวียน และนํากลับมาใช้ใหม่ได้ (ตามหลักการ 3R คือ Reduce Reuse และ Recycle) ซึ่งก่อให้เกิดของเสียและมลพิษจากกระบวนการผลิตน้อย และยังลดการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วย ทําให้สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์หรือรถยนต์ทั่วโลก จะได้รับแรงกดดันอย่างมากจากสังคม ทั้งจากวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติการขาดแคลนพลังงาน ความผันผวนของราคาพลังงาน การใช้หุ่นยนต์ โดยเฉพาะวิกฤติสิ่งแวดล้อม ก็าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศ ตลอดจนปัญหาการจัดการเศษซากรถยนต์หลังหมดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุให้แนวโน้มของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์มุ่งไปสู่การใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น (คือ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น) เช่น รถยนต์ที่ใช้ก็าซประเภท CNG และเอทานอล รถยนต์รุ่น Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด เช่น รถยนต์ ไฟฟ้า (Electric Economy : EV) ซึ่งมีผลกระทบต่ออุปกรณ์ชิ้นส่วน และแรงงาน ตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันอย่างมากด้วย</p>
<p><strong>วันนี้จึงเป็นยุคของ “Green” ที่เราทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกันและรับผิดชอบในการสร้างโลกใบนี้ให้เป็น สีเขียว (Green) เพื่อจะได้ส่งมอบต่อให้ลูกหลานอย่างภาคภูมิใจจากคนรุ่นเรา ครับผม!&#8217;</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 115 พฤษภาคม – มิถุนายน 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-environmental-conservation/">Green กันหรือยัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-environmental-conservation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/esg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/esg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 07:41:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรษัทภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด ESG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27469</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ ความเจริญและความทันสมัยของโลกในหลายๆ ด้าน ได้นำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ได้ซ้ำเติมปัญหาต่างๆ ให้ขยายวงกว้างขวางขึ้นทั่วโลก ดังนั้น ความร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่อดูแลโลกอย่างเร่งด่วน จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น ”ทางรอด” สำหรับมนุษยชาติที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกนี้อย่างสงบสุขและมีคุณภาพเท่านั้น นักลงทุนจากสถาบันและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก จึงรวมตัวกันภายใต้ ชื่อ “UN PRI” (Principle for Responsible Investment) (จากการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ) เพื่อยึดหลักปฏิบัติสำหรับ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg/">นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้ ความเจริญและความทันสมัยของโลกในหลายๆ ด้าน ได้นำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ได้ซ้ำเติมปัญหาต่างๆ ให้ขยายวงกว้างขวางขึ้นทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-27469"></span></p>
<p>ดังนั้น ความร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่อดูแลโลกอย่างเร่งด่วน จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น ”ทางรอด” สำหรับมนุษยชาติที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกนี้อย่างสงบสุขและมีคุณภาพเท่านั้น</p>
<p>นักลงทุนจากสถาบันและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก จึงรวมตัวกันภายใต้ ชื่อ “UN PRI” (Principle for Responsible Investment) (จากการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ) เพื่อยึดหลักปฏิบัติสำหรับ “<strong>การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ</strong>” ซึ่งเน้นการปฏิบัติในประเด็นสำคัญด้าน “<strong>ESG</strong>” ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า “ธุรกิจควรเติบโตควบคู่ไปกับการคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล”</p>
<p>“<strong>ESG</strong>” จึงยึดเอา “<strong>ความยั่งยืน</strong>” ของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สังคม และส่วนรวมเป็น “เป้าหมาย” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ของโลก หรือ Sustainable Development Goals (SDGs 17 ข้อ) ที่ประเทศต่างๆ เห็นชอบร่วมกันตามรายงานของ World Economic Forum (WEF) เมื่อ ค.ศ. 2015 แล้ว</p>
<p>ปัจจุบันแนวโน้มในการกีดกันสินค้าและบริการที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นทุกที โดยผ่านมาตรการทางการค้าระหว่าง ประเทศ อาทิ “European Green Deal” ซึ่งมีการบังคับใช้มาตรการปรับภาษีสินค้าที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสูง (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) นั้นได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p>“<strong>ESG</strong>” จึงเป็นทั้งแนวความคิด และยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตและ พัฒนาที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดย <strong>E คือ Environmental</strong> หมายถึง การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม <strong>S คือ Social</strong> หมายถึง การจัดการด้านสังคม และ <strong>G คือ Governance</strong> หมายถึง การจัดการด้านธรรมาภิบาล</p>
<p><strong>ESG</strong> จะเป็นปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน พร้อมๆ กับสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย นักลงทุนจึงควรนำปัจจัย <strong>ESG</strong> มาประกอบการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุน ในกิจการต่างๆ โดยเปิดเผยข้อมูลด้าน “<strong>ESG</strong>” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ลงทุนได้มั่นใจว่ามีส่วนร่วมสนับสนุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจและประกอบกิจการอย่างมีความรับผิดชอบและเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>ปัจจุบันแนวความคิดในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดกรอบของ <strong>ESG</strong> กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ทั้งจากบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบในบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง ความยั่งยืนทั้งของกิจการและสังคมโดยรวม โดยจะใช้ผลการดำเนินงานด้าน “<strong>ESG</strong>” ของธุรกิจเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณา เพื่อประเมินความยั่งยืน ความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และความสามารถในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อการตัดสินใจว่าจะร่วมลงทุน หรือไม่ต่อไป</p>
<p>หลักการหรือแนวความคิดในเรื่องของ <strong>ESG</strong> จึงสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต้องการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบและแสวงหาผลตอบแทนที่ไม่ใช่อยู่ในรูปของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการเห็นการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของกิจการมากขึ้นด้วย</p>
<p>การบังคับใช้มาตรการ CBAM ไม่เพียงแต่กระทบธุรกิจ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป เท่านั้น แต่กิจการขนาดกลางและเล็กประเภท SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันด้วย เพราะการคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภายใต้มาตรการ CBAM จะคิดตลอดทั้งวงจรการผลิตสินค้านั้นๆ</p>
<p>ดังนั้น SMEs จึงต้องเร่งปรับตัว ปรับรูปแบบ และปรับกระบวนการผลิต หรือวิธีทำงาน เพื่อให้สามารถรองรับกฎกติกาการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนับวันจะยิ่งมีบทบาทต่อความอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจอุตสาหกรรมทุกขนาด</p>
<p>ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ “BCG Economy” Model เป็นแนวความคิดและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมของประเทศ คือการพัฒนา “เศรษฐกิจชีวภาพ” (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่ยุค “Thailand 4.0” ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคุณภาพชีวิตคนไทยและประเทศชาติอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>แนวความคิดของ SDGs-ESG-BCG ในวันนี้ จึงสอดรับกันในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งเป็นการอยู่บนโลกใบนี้อย่างรับผิดชอบร่วมกันและแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 116 มีนาคม – เมษายน 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg/">นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/esg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยั่งยืนด้วย Green</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-sustainability-green-productivity/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-sustainability-green-productivity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Mar 2023 07:22:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Green Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภาพสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27464</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมในวันนี้ นอกจากต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “กำไรขาดทุน” แล้ว (โดยเฉพาะ เรื่อง “รายได้และผลประโยชน์ระยะสั้น” แล้ว) “ผู้บริหาร” ยังจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความอยู่รอด” และ “ความยั่งยืน” ในระยะยาวอย่างเป็นระบบด้วย ดังนั้น ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่กับ “ความอยู่รอด” เฉพาะหน้า ด้วยการบริหารจัดการในเรื่องของ “ต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความรวดเร็ว” อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในขณะเดียวกัน “ผู้บริหาร” ยังจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความปลอดภัย สุขอนามัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-sustainability-green-productivity/">ยั่งยืนด้วย Green</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมในวันนี้ นอกจากต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “กำไรขาดทุน” แล้ว (โดยเฉพาะ เรื่อง “รายได้และผลประโยชน์ระยะสั้น” แล้ว) “ผู้บริหาร” ยังจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความอยู่รอด” และ “ความยั่งยืน” ในระยะยาวอย่างเป็นระบบด้วย</strong></p>
<p><span id="more-27464"></span></p>
<p>ดังนั้น ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่กับ “ความอยู่รอด” เฉพาะหน้า ด้วยการบริหารจัดการในเรื่องของ “ต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความรวดเร็ว” อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล</p>
<p>ในขณะเดียวกัน “ผู้บริหาร” ยังจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม” ด้วยแนวความคิดของ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibility) อย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อ “ความยั่งยืนของกิจการ” โดยเฉพาะเรื่องของ “ผลิตภาพสีเขียว” (Green Productivity)<br />
ทุกวันนี้ธุรกิจอุตสาหกรรมได้รับแรงกดดันจากสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึง “ความรับผิดชอบ” ต่อปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและอันตรายต่างๆ ที่เกิดจากการประกอบกิจการ องค์กรต่างๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประเมินและการจัดการความเสี่ยงในการทำงานและต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตและประกอบกิจการด้วย</p>
<p>“ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร” (Corporate Social Responsibility : CSR) จะหมายถึง การที่องค์กร ธุรกิจอุตสาหกรรมดำเนินงานและประกอบกิจการอย่าง มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ขององค์กร ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ</p>
<p>ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรต่างๆ อาจแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละธุรกิจอุตสาหกรรม โดยทั่วไปแล้ว “ผู้มีส่วนได้เสีย” ประกอบด้วย พนักงาน ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ลูกค้า คู่ค้า คู่ธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึง หน่วยงานกำกับดูแล ภาครัฐ NGOs และสื่อมวลชน เป็นต้น</p>
<p>ปัจจุบัน “ความรับผิดชอบต่อสังคม” สามารถจำแนกตามระดับปฏิบัติการของ องค์กรเป็น 4 ระดับ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย (Legislation)</strong> หมายถึง ธุรกิจอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้อง อันมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม เช่น กฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายอุตสาหกรรม กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</li>
<li><strong>การดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Prof it)</strong> หมายถึง ธุรกิจอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันเพื่อ ความอยู่รอดและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม องค์กรจึงควรหมั่นตรวจสอบด้วยว่ารายได้และกำไรที่ได้มานั้น ต้องไม่ได้มาจากการประกอบกิจการที่เบียดเบียนสังคมหรือสร้างปัญหาให้กับชุมชน</li>
<li><strong>การยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct)</strong> หมายถึง ธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถสร้างผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในอัตราที่เหมาะสม และผู้ประกอบกิจการได้ใส่ใจในการที่จะสร้างประโยชน์ตอบแทนแก่สังคมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมที่อยู่รอบข้างสถานประกอบการ ซึ่งชุมชนมักมีความคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลหรือเอาใจใส่จากผู้ประกอบกิจการ</li>
<li><strong>การดำเนินการด้วยความสมัครใจ (Voluntary Action)</strong> หมายถึง การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมควบคู่กับการปฏิบัติตามแนวทาง ความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยความสมัครใจ คือ ไม่ได้ทำเพราะถูกเรียกร้องหรือกดดัน จากสังคมแต่อย่างใด การดำเนินธุรกิจจะอยู่บนพื้นฐานของการให้ความสำคัญต่อประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับชุมชน สังคม และประเทศชาติเป็นหลัก</li>
</ol>
<p>ทั้งหมดทั้งปวงนี้ องค์กรจำเป็นต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายให้ได้ ระดับที่ (1.) เป็นขั้นต่ำ ส่วนการพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นนั้น จะเป็นไปตามความพร้อม และการให้ความสำคัญของผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันไป ในแต่ละองค์กร</p>
<p>สังคมโลกในปัจจุบันมีความคาดหวังต่อองค์กรต่างๆ ในระดับที่สูงขึ้น ผู้นำ องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ทำให้แนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในประเด็นสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ การผลิตด้วยความรับผิดชอบ การยึดมั่นใน หลักบรรษัทภิบาล การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริต การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ความรับผิดชอบต่อ ผู้บริโภค การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การยึดมั่น ใน SDGs การพัฒนาที่ยั่งยืน การปฏิบัติตามพันธสัญญา COP26, COP27 เป็นต้น</p>
<p><strong>แต่นี้ไป “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ด้วยจิตสำนึกแห่ง “ผลิตภาพสีเขียว” (Green Productivity) จึงเป็นเรื่องที่ผู้นำและผู้บริหารไม่รู้ไม่ได้เลย และไม่ทำ ก็ไม่ได้ด้วย เพราะเป็นความอยู่รอดและยั่งยืนขององค์กร ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 115 มกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-sustainability-green-productivity/">ยั่งยืนด้วย Green</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-sustainability-green-productivity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
