<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TEI | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/tei/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Jul 2026 04:35:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>TEI | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TEI และ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-thaiscp-rbac/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 04:49:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[RBAC]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiSCP]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือวิกฤตโลกเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45250</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ ThaiSCP เดินหน้าสร้างเครือข่ายการศึกษาที่เข็มแข็ง ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมุ่งบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์รับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และนายกสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มากมายทั้งจากปัญหาฝุ่นPM2.5 รวมไปถึงปัญหาไมโครพลาสติกในร่างกายและที่สำคัญปัญหาที่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ดังนั้นเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมต่อกับระบบสาธารณสุขและการพยาบาล เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ลดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-thaiscp-rbac/">TEI และ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ ThaiSCP เดินหน้าสร้างเครือข่ายการศึกษาที่เข็มแข็ง ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมุ่งบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์รับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน</strong></p>
<p><span id="more-45250"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45252" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02-768x431.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และนายกสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มากมายทั้งจากปัญหาฝุ่นPM2.5 รวมไปถึงปัญหาไมโครพลาสติกในร่างกายและที่สำคัญปัญหาที่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ดังนั้นเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมต่อกับระบบสาธารณสุขและการพยาบาล เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ลดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการดูแลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45253" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03.jpg" alt="ศาสตราจารย์ ดร.มรรยาท รุจิวิชชญ์" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03-768x431.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.มรรยาท รุจิวิชชญ์</strong></span> <strong>คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต</strong> กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ มุ่งมั่นที่จะนำแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SCP)มาเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสังคมและสุขภาพผ่านการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับบุคลากรทางการพยาบาล เพื่อให้พร้อมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นและขยายผลการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ดังนั้นการลงนามในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานความร่วมมือทางวิชาการแบบไตรภาคีที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อสุขภาวะของชุมชน สังคม ให้ทันกับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45254" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04.jpg" alt="TEI และ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04-768x431.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tei-thaiscp-rbac-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับกรอบความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปีโดยมุ่งเน้นการบูรณาการงานวิจัย การบริการวิชาการ การฝึกอบรม และการสื่อสารผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนงานบริการสังคมและชุมชน เพื่อเสนอแนะแนวทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือ การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติในช่วงปลายปี 2570 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยกระดับการรับมือกับปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยและประชากรโลกสู่ความยั่งยืนต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-thaiscp-rbac/">TEI และ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก จุฬาฯ–TEI ดัน “Thai Water Expo 2026” ขึ้นแท่นเวทีน้ำระดับภูมิภาค เชื่อม “องค์ความรู้–นโยบาย–ธุรกิจ” รับมือวิกฤตโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-water-expo-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 May 2026 08:39:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Water Expo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[THW 2026]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44190</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง “น้ำ” กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และความไม่แน่นอนของทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่เป็นทั้งพื้นที่เสี่ยงและศูนย์กลางการเติบโตเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน Thai Water Expo 2026 (THW) ถูกยกระดับเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นโยบาย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าไว้ในระบบนิเวศเดียว เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงด้านน้ำและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-water-expo-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก จุฬาฯ–TEI ดัน “Thai Water Expo 2026” ขึ้นแท่นเวทีน้ำระดับภูมิภาค เชื่อม “องค์ความรู้–นโยบาย–ธุรกิจ” รับมือวิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – <strong>ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง “น้ำ” กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และความไม่แน่นอนของทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่เป็นทั้งพื้นที่เสี่ยงและศูนย์กลางการเติบโตเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์</strong><strong> (AI)</strong><strong> ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)</strong><strong> และระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ </strong><strong>ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน Thai Water Expo 2026 (THW) </strong><strong>ถูกยกระดับเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นโยบาย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าไว้ในระบบนิเวศเดียว เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงด้านน้ำและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค</strong></p>
<p><span id="more-44190"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44192" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02.jpg" alt="รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์</strong></span> <strong>คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า</strong> การบริหารจัดการน้ำในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และตัดสินใจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มุ่งผลักดัน “จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง” ผ่านการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะที่ผสาน AI, IoT และแบบจำลองเสมือน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ รองรับทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ควบคู่กับแนวคิด Circular Water 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน พร้อมกันนี้ ยังผลักดันแผนยุทธศาสตร์น้ำระยะ 5 ปี และพัฒนาโมเดลการลงทุนที่เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของประเทศ</p>
<p>ในงาน Thai Water Expo 2026 จุฬาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอำนวยการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Water Forum ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และนโยบาย จากผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ Water Forum จะช่วยต่อยอดความรู้ และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังร่วมจัดนิทรรศการนำเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำที่ทันสมัย และสนับสนุนการพัฒนาระบบน้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44193" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา </strong></span><strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) </strong><strong>กล่าวว่า</strong> น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยเผชิญทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม รวมทั้งการถูกซัดของน้ำเค็มในบางพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติของการปรับตัวและการลดผลกระทบ โดยต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี นโยบาย และ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในทุกระดับ ในฐานะองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค TEI มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านน้ำควบคู่กับสิ่งแวดล้อมของประเทศและภูมิภาค รวมถึงแนวทางการใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา (Nature-Based Solution) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับเมืองและชุมชนในการรับมือกับทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง</p>
<p>ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ TEI เข้าร่วมเป็นคณะอำนวยการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Water Forum ภายในงาน Thai Water Expo 2026 โดยจะร่วมจัดเวทีด้านนโยบาย พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาและประสบการณ์จากการทำงานร่วมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันแนวทางการบริหารจัดการน้ำสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ TEI ยังเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดแนวทางและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเสริมบทบาทในการเป็นเวทีกำหนดทิศทางด้านนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44194" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04.jpg" alt="นายสรรชาย นุ่มบุญนำ" width="850" height="477" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04-768x431.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสรรชาย นุ่มบุญนำ </strong></span><strong>ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในปีนี้ Thai Water Expo ก้าวสู่การจัดงานครบรอบ 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของงานในฐานะเวทีสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำของภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเป็นพื้นที่แสดงเทคโนโลยี แต่เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นโยบาย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือของอุตสาหกรรมน้ำทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ และในปีนี้มุ่งยกระดับให้เกิดการต่อยอดสู่การใช้งานจริง การลงทุน และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44197" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07.jpg" alt="Thai Water Expo 2026" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-07-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“พลิกโฉมอนาคตของภูมิภาค ด้วยโซลูชันน้ำที่ยั่งยืน”</strong> โดยรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันด้านการจัดการน้ำจากกว่า 200 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีบำบัดน้ำและน้ำเสีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ภายในงานยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีอำนาจตัดสินใจ หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำอุตสาหกรรม โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Water Forum ที่รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการบริหารจัดการน้ำของภูมิภาค ควบคู่กับเวที iFactory Stage และ GreenTech Stage รวมถึงกิจกรรม IWA YWP Workshop จากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาเครือข่ายเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44195" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05.jpg" alt="Thai Water Expo 2026" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโซนจัดแสดงพิเศษ อาทิ Insight Water, Greenergy Ideas Hub, Waste Processor Pavilion และ Green Fund Corner ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดความรู้สู่การใช้งานจริง ทั้งโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 19,000 คน จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ “เรามั่นใจว่า Thai Water Expo 2026 จะเป็นเวทีสำคัญที่ก่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำและเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว” นายสรรชาย กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44196" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06.jpg" alt="Thai Water Expo 2026" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-water-expo-2026-06-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ในโอกาสครบรอบ 10 ปี Thai Water Expo และ Water Forum 2026 พร้อมยกระดับสู่การเป็นแพลตฟอร์มความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างพันธมิตรเครือข่าย และความร่วมมือในระดับภูมิภาค จัดร่วมกับ Entech Pollutec Asia 2026 งานแสดงเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมชั้นนำ ระหว่างวันที่ <strong>1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong> กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ <a href="http://www.thai-water.com" target="_blank" rel="noopener">www.thai-water.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-water-expo-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก จุฬาฯ–TEI ดัน “Thai Water Expo 2026” ขึ้นแท่นเวทีน้ำระดับภูมิภาค เชื่อม “องค์ความรู้–นโยบาย–ธุรกิจ” รับมือวิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 01:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ทำแนวกันไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เมียนมา]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43418</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดกิจกรรม “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI </strong>ร่วมกับ <strong>จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา </strong>จัดกิจกรรม<strong> “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” </strong>ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า</p>
<p><span id="more-43418"></span></p>
<p>โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน ลดการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ลดการเผาในหมู่บ้านชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดประชุมหารือขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก เพื่อยกระดับการประสานงานและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องของสองประเทศในการดูแลผืนป่า ลดหมอกควันข้ามแดน และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อลมหายใจที่ดีร่วมกันต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43420" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02.jpg" alt="ชูชีพ พงษ์ไชย" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชูชีพ พงษ์ไชย</span> ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  </strong>กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันของภาคเหนือ เนื่องจากการเผาป่าและการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM<sub>2.5</sub> เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ กิจกรรม “<strong>Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” </strong>ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับความร่วมมือเชิงพื้นที่สู่กลไกเชิงนโยบาย โดยมุ่งลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือแบบ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ติ้น เหว่ ต่ง</span> ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก </strong>กล่าวว่า จังหวัดท่าขี้เหล็กในฐานะ <strong>“เมืองคู่ขนานชายแดน” </strong>ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจังหวัดเชียงราย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การคมนาคม และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน มีความพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนความร่วมมือในการลดหมอกควันข้ามพรมแดน เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจของประชาชนร่วมกัน การดำเนินงานดังกล่าวจะมุ่งลดมลพิษทางอากาศจากทุกแหล่งกำเนิด ภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน และภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าไส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้กับพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43421" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย </strong>กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไฟป่าตั้งแต่แหล่งกำเนิด ลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง และสร้างกลไกการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างเมืองคู่ขนานของทั้งสองประเทศ โดยการดำเนินงานมุ่งขยายความร่วมมือของเมืองชายแดนในรูปแบบ <strong>“เมืองคู่ขนาน” </strong>ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพและกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน และ โครงการพัฒนากลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ให้เกิดการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วรายุทธ ค่อมบุญ</span> นายอำเภอแม่สาย </strong>กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ลดการเผา และลดการลุกลามของไฟในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ อำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก ในฐานะเมืองคู่ขนาน ได้ร่วมประชุมกำหนดกรอบความร่วมมือและประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และชุมชนของทั้งสองฝั่งชายแดน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04.jpg" alt="ความร่วมมือ การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทย-เมียนมา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมยืนยันความพร้อมของอำเภอแม่สายในการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว” <strong>วรายุทธ </strong> กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฉัตรชัย ชัยศิริ</span> นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ </strong>กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานจากจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และเมืองท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมอย่างเป็นทางการทั้งสองฝ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่ก้าวข้ามการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นการรวมพลังของทั้งสองพื้นที่ชายแดน พร้อมระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวมีศักยภาพพัฒนาไปสู่ต้นแบบของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนร่วมกันต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05.jpg" alt="ความร่วมมือ การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทย-เมียนมา" width="750" height="296" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-300x118.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-150x59.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-500x197.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นพเกล้า รุ่งเพชร สาคร</span> ผู้ใหญ่บ้านผาหมี หมู่ 6 </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บ้านผาหมีได้รับเลือกเป็นพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน ร่วมกับบ้านสามปี ฝั่งเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของชุมชนชายแดนในการร่วมป้องกันไฟป่าและลดการเผาอย่างจริงจัง การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือจากระดับชุมชนสู่ความร่วมมือเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีของ “เมืองคู่ขนาน” ไทย–เมียนมา ในระดับฐานราก ซึ่งประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดนมีส่วนร่วมโดยตรง ผู้ใหญ่บ้านผาหมียังย้ำว่า พลังของชุมชนคือกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงไฟป่าในพื้นที่ หากทั้งสองฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าจะสามารถลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน และสร้างความยั่งยืนให้กับผืนป่าและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศได้ในระยะยาว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิน  เตง</span> ผู้แทนกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา</strong> กล่าวว่า ฤดูการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในหลายรัฐของประเทศเมียนมาได้เริ่มต้นขึ้น และส่งผลต่อการเกิดหมอกควันข้ามแดน ซึ่งทางรัฐบาลพม่าได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการเผาในที่โล่ง กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านคุณภาพอากาศพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานและจะเดินหน้าเพื่อส่งเสริมความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 07:44:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42789</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยสู่ตลาดอินเดียร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) ระหว่าง Confederation of Indian Industry’s Sohrabji Godrej Green Business Centre (CII–GBC) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) โดยมี Mr. K. S. Venkatagiri Executive&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/">ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยสู่ตลาดอินเดียร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) ระหว่าง Confederation of Indian Industry’s Sohrabji Godrej Green Business Centre (CII–GBC) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) โดยมี Mr. K. S. Venkatagiri Executive Director of CII–GBC และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้ลงนาม ภายใต้นโยบาย SDG Together สร้างความร่วมมือไทย–อินเดียในห่วงโซ่อุปทานภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผลักดันการยอมรับมาตรฐานสินค้าฉลากเขียวระหว่างกัน โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยาน</strong></p>
<p><span id="more-42789"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42793" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04.jpg" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเยือนนครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 8–9 มกราคม 2569 นำโดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และผู้ประกอบการจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้ากว่า 50 คน 230 คู่ธุรกิจถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตไทย ผู้ผลิตอินเดียกับผู้ใช้งานวัสดุในภาคก่อสร้างและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย ผ่านความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย (The Confederation of Real Estate Developers&#8217; Associations of India: CREDAI) สมาคมรับเหมาก่อสร้าง (Builders Association of India: BAI) รวมทั้งอุตสาหกรรมและการค้าอื่นที่มีศักยภาพ ได้แก่ ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42792" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03.jpg" alt="ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="530" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-500x358.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong> กล่าวว่า ประเด็นด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม และไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ ที่แสดงความรับผิดชอบตลอดห่วงโช่อุปทาน การขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน “สีเขียว” ซึ่งเป็นจุดโฟกัสสำคัญ เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากร ความพยายาม และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตลอดเกิดการจับคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายรายการ</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า การร่วมมือกับ CII ภายใต้โครงการ SDG Together Program จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างมาตรฐานและแนวทางการยอมรับร่วมกันในด้านฉลากสิ่งแวดล้อม ที่ได้เคยมีความร่วมมือกันมาก่อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและอินเดียในตลาดต่างประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”<br />
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันการผลิตและการจัดซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมของไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินเดียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโครงการ Green Building Initiative ที่อินเดียให้ความสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42794" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05.jpg" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" width="740" height="471" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/">ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI หนุน “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ครอบคลุมวงจรชีวิต 125 กลุ่มสินค้า เตรียมขยายผลรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 02:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41805</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดงานสัมมนา “TEI-Ecolabelling Forum 2025: Ecolabel for the Future ฉลากสิ่งแวดล้อมกับการสร้างมูลค่าใหม่ทางธุรกิจ” ตอกย้ำบทบาทของ &#8220;ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม&#8221;ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนหลักด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนมาตรฐานและระบบการรับรอง “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะ “ฉลากเขียว (Green Label)” ที่รับรองผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานประเภทที่ 1 (ISO 14024) ซึ่งครอบคลุมการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future/">TEI หนุน “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ครอบคลุมวงจรชีวิต 125 กลุ่มสินค้า เตรียมขยายผลรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดงานสัมมนา “TEI-Ecolabelling Forum 2025: Ecolabel for the Future ฉลากสิ่งแวดล้อมกับการสร้างมูลค่าใหม่ทางธุรกิจ” ตอกย้ำบทบาทของ &#8220;ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม&#8221;ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนหลักด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนมาตรฐานและระบบการรับรอง “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะ “ฉลากเขียว (Green Label)” ที่รับรองผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานประเภทที่ 1 (ISO 14024) ซึ่งครอบคลุมการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้การรับรองสะท้อนถึงความยั่งยืนอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><span id="more-41805"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41807" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-02.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span></strong> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ผ่านการเลือกใช้สินค้าฉลากเขียวคือจุดหนึ่งที่เราช่วยสังคมได้ ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าการค้าในตลาดโลกฉลากสิ่งแวดล้อมคือกลไกสำคัญหนึ่งที่ขับเคลื่อนตลาดสีเขียว ซึ่งไทยมีข้อตกลงร่วมกันก็ว่า 15 ประเทศสมาชิก โดยล่าสุดนี้ได้ลงนามกับ สิงคโปร์ ศรีลังกา และอุซเบกิสถาน ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองฉลากเขียวของประเทศที่เราลงนามข้อตกลงได้สะดวกขึ้น</p>
<p>การพัฒนาเกณฑ์ฉลากเขียวของไทยไม่ได้ทำเพียงในห้องวิชาการ แต่เป็นกระบวนการที่เปิดกว้าง โดย TEI ทำงานร่วมกับ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาด เพื่อให้เกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มทางธุรกิจ เช่น ในช่วงที่กระแส “รีไซเคิล” ได้รับความสนใจมากขึ้น ทีมงานได้พัฒนาเกณฑ์เฉพาะที่สามารถตรวจสอบและรับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีการใช้วัสดุรีไซเคิลจริง และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ</p>
<p>ขณะที่ “ผลิตภัณฑ์แผงโซลาร์เซลล์” ซึ่งแม้จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีสะอาด แต่ในความเป็นจริงยังมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องควบคุม เช่น การจัดการวัสดุ การรีไซเคิล และผลกระทบจากกระบวนการผลิต ซึ่งในขณะนี้ TEI อยู่ระหว่างการปรับปรุงเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีผู้ประกอบการรายหนึ่งแสดงความสนใจที่จะยื่นขอรับรองเป็นรายแรกในประเทศ</p>
<p>“โซลาร์เซลล์อาจดูเหมือนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่ทุกกระบวนการจะเป็นเช่นนั้น หากไม่ควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” <strong>ดร.วิจารย์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41808" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-03.jpg" alt="ดร.ฉัตรตรี ภูรัต" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ฉัตรตรี ภูรัต</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกณฑ์ฉลากเขียวกว่า 125 กลุ่มผลิตภัณฑ์ แต่มีการรับรองจริงเพียง ประมาณ 33 กลุ่ม หรือราว 30% ของทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งภาครัฐนิยมใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวันยังมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากที่ผ่านมา การขับเคลื่อนระบบฉลากเขียวของไทยมุ่งเน้นไปที่ภาคการจัดซื้อภาครัฐเป็นหลัก</p>
<p>ขณะที่การขยายการรับรองไปยังกลุ่มสินค้าบริโภคทั่วไปก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปัจจุบันมีเพียง “ฉลากประหยัดพลังงาน” ซึ่งมุ่งดูเฉพาะด้านการใช้พลังงานเท่านั้น ขณะที่ “ฉลากเขียว” จะพิจารณาครอบคลุมทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม การขยายผลฉลากสิ่งแวดล้อมยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย การขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และความเข้าใจของผู้บริโภค TEI จึงเร่งพัฒนาแนวทางสนับสนุน ทั้งการลดค่ารับรอง การอบรมเสริมศักยภาพ และการสื่อสารสร้างการรับรู้ เพื่อผลักดันให้ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2025-ecolabel-for-the-future/">TEI หนุน “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ครอบคลุมวงจรชีวิต 125 กลุ่มสินค้า เตรียมขยายผลรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ “ลอยกระทง ไม่หลงทาง” มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ “ต้องปลอดเข็มหมุด 100%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-loy-krathong-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 04:54:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์แหล่งน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะกระทง]]></category>
		<category><![CDATA[ลอยกระทง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41723</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ได้ออกมาแนะแนวทาง &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; เพื่อให้ประชาชนได้สืบสานประเพณีควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยชู 2 แนวทางสำคัญคือ การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติแท้ 100% และการมุ่งสู่ &#8220;ประเพณีคาร์บอนต่ำ&#8221; (Low Carbon) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันแนวโน้มการใช้กระทงโฟมจะลดลงมาก และคนหันมาใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในกระทงธรรมชาติที่วางจำหน่ายทั่วไปก็มี โดยในปีที่ผ่านTEI ได้ลงพื้นที่เก็บขยะกระทงที่ชายหาดบางแสนพบกว่า กระทงธรรมชาติ หลายใบมีสิ่งแปลกปลอมอันตรายซ่อนอยู่ข้างใน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-loy-krathong-2025/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ “ลอยกระทง ไม่หลงทาง” มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ “ต้องปลอดเข็มหมุด 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนื่องในเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ได้ออกมาแนะแนวทาง &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; เพื่อให้ประชาชนได้สืบสานประเพณีควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยชู 2 แนวทางสำคัญคือ การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติแท้ 100% และการมุ่งสู่ &#8220;ประเพณีคาร์บอนต่ำ&#8221; (Low Carbon)</strong><span id="more-41723"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41726" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-02.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong>  เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันแนวโน้มการใช้กระทงโฟมจะลดลงมาก และคนหันมาใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในกระทงธรรมชาติที่วางจำหน่ายทั่วไปก็มี โดยในปีที่ผ่านTEI ได้ลงพื้นที่เก็บขยะกระทงที่ชายหาดบางแสนพบกว่า กระทงธรรมชาติ หลายใบมีสิ่งแปลกปลอมอันตรายซ่อนอยู่ข้างใน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41731" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-07.jpg" alt="ลอยกระทง" width="650" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-07.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-07-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-07-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-07-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p><em>“การเลือกกระทงที่ทำจากใบตอง/หยวกกล้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเมื่อหน่วยงานจัดเก็บขึ้นมา สามารถนำไปหมักทำปุ๋ย (สารบำรุงดิน) ได้ ไม่เปลืองพื้นที่ฝังกลบ แต่ขณะเดียวกันปีที่แล้ว (</em><em>2567) ที่เราลงพื้นที่เทศบาลแสนสุขเก็บขยะกระทงเราพบทั้ง เข็มหมุด ตะปู หรือลวดเย็บกระดาษ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสัตว์น้ำที่อาจกินเข้าไป บางกระทงเราพบเข็มมากถึง 40-50 เล่ม นี่คือประเด็นที่ต้องรณรงค์เร่งด่วน จึงอยากแนะนำให้ประชาชนและผู้ค้า หันมาใช้วัสดุธรรมชาติแท้ๆ ในการยึดติด เช่น ไม้กลัด หรือ การเย็บด้วยด้าย แทนการใช้เข็มหมุด งดการใส่ ของแปลกปลอม”</em></p>
<p>นอกจากการเลือกกระทงที่ปลอดภัยต่อสัตว์น้ำแล้ว TEI ยังเน้นย้ำถึงแนวคิด ลอยกระทงคาร์บอนต่ำคือ การเลือกวัสดุที่จะมาใช้ทำกระทบสนับสนุนให้ใช้วัสดุที่หาได้ใกล้บ้านหรือในท้องถิ่น เช่น ใช้ใบตองหรือดอกไม้ที่ปลูกเอง แทนที่จะซื้อดอกไม้หรือใบตองที่ขนส่งมาจากแหล่งไกลๆ เพราะทุกการขนส่งนั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้วัสดุใกล้ตัวจึงเป็นการช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในเทศกาลได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41728" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-04.jpg" alt="ขยะกระทง" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="ขยะกระทง" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="ขยะกระทง" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="ขยะกระทง" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/tei-loy-krathong-2025-06.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>นอกจากนี้ TEI ได้ฝากทิ้งท้าย ถึงแนวทางในการลอยกระทง ไม่หลงทาง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คือ</p>
<ul>
<li>การใช้กระทงขนมปัง : แม้จะเป็นกระทงที่ได้รับความนิยมแต่ ไม่แนะนำ ให้ลอยในแหล่งน้ำปิด เช่น สระในสวนสาธารณะ หรือบึงที่ปลาไม่เพียงพอ เพราะขนมปังจะเน่าเสียอย่างรวดเร็ว กลายเป็นมลพิษทำให้น้ำเน่าได้</li>
<li>กระทงน้ำแข็ง : แม้จะละลายได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำในปริมาณมาก เพราะกระบวนการผลิตน้ำแข็งใช้พลังงานสูง และการปล่อยน้ำแข็งจำนวนมากลงแหล่งน้ำอาจทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ส่งผลต่อระบบนิเวศได้</li>
<li>1 กระทง 1 ครอบครัว : ครอบครัวเดียวกัน กลุ่มเพื่อนเดียวกัน ลอยกระทง 1 ใบเพื่อลดปริมาณขยะกระทง</li>
<li>ลดขนาดกระทง (ยิ่งเล็ก ยิ่งดี) : การเลือกกระทงที่มีขนาดเล็ก จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิต (เช่น ใบตอง หยวกกล้วย ดอกไม้) และช่วยลดปริมาณขยะโดยรวมหลังเทศกาล แต่อย่าลืมหาวัสดุในพื้นที่เพื่อลดการขนส่ง</li>
<li>ลอยกระทงออนไลน์ : ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีในการสืบสานประเพณี โดยไม่สร้างผลกระทบต่อแหล่งน้ำเลย</li>
</ul>
<p><strong>ดร.วิจารย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่แพ้การเลือกกระทง คือ การจัดการหลังค่ำคืนวันลอยกระทงหน่วยงานท้องถิ่นควรมีแผนการเก็บกวาดที่มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ทุ่นกั้นดักขยะกระทง และเร่งเก็บกระทงในคืนนั้นหรือเช้าวันรุ่งขึ้นทันที เพื่อนำขยะกระทงไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกต้อง ป้องกันไม่ให้ขยะเหล่านี้กลายเป็นมลพิษหรือไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักและออกสู่ทะเลต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-loy-krathong-2025/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ “ลอยกระทง ไม่หลงทาง” มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ “ต้องปลอดเข็มหมุด 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/world-ecolabel-day-green-label/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 08:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[World Ecolabel Day]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41337</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (World Ecolabel Day) จัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม โดยเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network: GEN) เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของ“ฉลากสิ่งแวดล้อม” ในการขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production : SCP) ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ที่สื่อสารว่า สินค้านี้ดีต่อโลกกว่าสินค้าทั่วไป ในประเทศไทย ฉลากสิ่งแวดล้อมที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ “ฉลากเขียว” ซึ่งดำเนินการโดย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/world-ecolabel-day-green-label/">9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก <strong>(World Ecolabel Day)</strong> จัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม โดยเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network: GEN) เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของ“ฉลากสิ่งแวดล้อม” ในการขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production : SCP) ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568</p>
<p><span id="more-41337"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41339" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-Label.jpg" alt="ฉลากเขียว" width="300" height="285" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-Label.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-Label-150x143.jpg 150w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ที่สื่อสารว่า สินค้านี้ดีต่อโลกกว่าสินค้าทั่วไป ในประเทศไทย ฉลากสิ่งแวดล้อมที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ “<strong>ฉลากเขียว</strong>” ซึ่งดำเนินการโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) การรับรองฉลากเขียวไม่ได้พิจารณาเพียงคุณภาพสินค้า แต่ครอบคลุม ตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41338" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Consumer.jpg" alt="ผู้บริโภค" width="750" height="530" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Consumer.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Consumer-300x212.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Consumer-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Consumer-500x353.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากผู้ผลิตแล้ว ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทสำคัญ ทุกครั้งที่เราเลือกสินค้าฉลากเขียว เท่ากับเราสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 12 : การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</p>
<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรฐานและสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ฉลากเขียวเป็นสัญลักษณ์ที่ทั้งคนไทยและผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อมั่น ดังนั้นวันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก จึงเป็นมากกว่าวันรณรงค์ แต่คือโอกาสที่เราทุกคนจะร่วมกันเลือกทางเดินใหม่ที่เป็นมิตรกับโลก เพียงแค่เลือกสินค้าฉลากเขียวในชีวิตประจำวัน เราก็ได้ร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/world-ecolabel-day-green-label/">9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI ร่วมกับ TBCSD และ BEDO ผนึกกำลังร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-tbcsd-bedo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-tbcsd-bedo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 May 2025 03:19:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[BEDO]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39322</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศที่เกิดจากการรวมตัวกันขององค์กรภาคธุรกิจไทยและรัฐวิสาหกิจชั้นแนวหน้า จำนวน 46 องค์กรที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนอันครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมในการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอันครอบคลุมทุกมิติ และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (Biodiversity-Based Economy&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-tbcsd-bedo/">TEI ร่วมกับ TBCSD และ BEDO ผนึกกำลังร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศที่เกิดจากการรวมตัวกันขององค์กรภาคธุรกิจไทยและรัฐวิสาหกิจชั้นแนวหน้า จำนวน 46 องค์กรที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนอันครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมในการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอันครอบคลุมทุกมิติ และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (Biodiversity-Based Economy Development Office (Public Organization) หรือ BEDO) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเป็นกลไกการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานได้มีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน จึงได้จัดงานสัมมนาเรื่อง Business for Biodiversity ร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และ งานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับ สำนักงาน พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรภาคธุรกิจไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึง บทบาทขององค์กร</strong></p>
<p><span id="more-39322"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39330" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-02.jpg" alt="TEI ร่วมกับ TBCSD และ BEDO ผนึกกำลังร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-02.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>ภาคธุรกิจไทยในการร่วมขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business for Biodiversity) เพื่อนำ แนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปผนวกอยู่ในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นกุญแจสำคัญสู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน รวมถึง เพื่อแถลงข่าวกรอบของข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง TEI และ TBCSD ร่วมกับ BEDO ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายได้ตกลงความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยการส่งเสริมและ สนับสนุนการเพิ่มศักยภาพด้านการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39327" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TBCSD-P01.jpg" alt="นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TBCSD-P01.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TBCSD-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TBCSD-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TBCSD-P01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong></span> <strong>ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศมีความมุ่งมั่น ในการร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจไทยได้เข้ามามี บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอันสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศ โดยประเด็น ด้านความหลากหลายทางชีวภาพได้เป็นประเด็นใหม่ที่ TBCSD ได้นำมาหารือกับองค์กรสมาชิกเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเด็น ธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business for Biodiversity) โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39324" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.Joe-Phelan.jpg" alt="Mr. Joe Phelan" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.Joe-Phelan.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.Joe-Phelan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.Joe-Phelan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.Joe-Phelan-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>ในช่วงการบรรยายเรื่อง “<strong>Global Trends on Biodiversity &amp; Climate Change</strong>” โดย <span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Joe Phelan</strong></span>, <strong>Executive Director, Asia Pacific, World Business Council for Sustainable Development (WBCSD)</strong> กล่าวว่า “การแก้ปัญหาการสูญเสียธรรมชาติมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความเท่าเทียม การหยุดยั้งและฟื้นฟูธรรมชาติยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อความยืดหยุ่นและการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของภาคธุรกิจ เมื่อความคาดหวังต่อภาคเอกชนเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงจากการไม่ลงมือทำก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่นเดียวกับโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39325" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ms.Eva-Zabey-CEOBusiness-for-Nature.jpg" alt="Ms. Eva Zabey" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ms.Eva-Zabey-CEOBusiness-for-Nature.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ms.Eva-Zabey-CEOBusiness-for-Nature-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ms.Eva-Zabey-CEOBusiness-for-Nature-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ms.Eva-Zabey-CEOBusiness-for-Nature-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>และการบรรยายเรื่อง “<strong>Business Actions on Nature (ACT-D)</strong>” โดย <span style="color: #6cb742;"><strong>Ms. Eva Zabey</strong></span>, <strong>CEO, Business for Nature</strong> กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนประเทศไทยและได้ร่วมสนับสนุนงานที่ทั้งทางภาครัฐและภาคธุรกิจกำลังดำเนินการเพื่อปกป้องและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นการผนึกกำลังที่เข้มแข็งแสดงถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปดำเนินการได้ ตั้งแต่การพัฒนากลยุทธ์ด้านธรรมชาติไปจนถึงการมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มเครือข่ายธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ โดยการต่อยอดจากความร่วมมือในปัจจุบันนี้ประเทศไทยสามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทั้งในด้านนโยบายและระดับปฏิบัติการที่ส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดย Business for Nature มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนและขยายผลของงานสำคัญในครั้งนี้”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39326" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/P02.jpg" alt="นางภัทรินทร์ ทองสิมา" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/P02.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/P02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>นอกจากนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นางภัทรินทร์ ทองสิมา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ได้มาบรรยายเรื่อง “<strong>การดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย</strong>” กล่าวว่า “สผ. ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นหน่วยงานหลักด้านนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ มีภารกิจหลักในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง หลักเกณฑ์ และกลไกการดำเนินงานระดับชาติและระดับนานาชาติในการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้ถ่ายทอดเป้าหมายตามกรอบงานคุนหมิง – มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: GBF) มาสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศผ่านแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (The National Biodiversity Action Plan 2023-2027) พ.ศ. 2566 – 2570 โดยให้ความสำคัญกับการ</p>
<p>บูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในนโยบายและแผนทุกระดับและทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมกลไกทางการเงินเศษฐศาสตร์ และมาตรการจูงใจ ร่วมกับเครือข่ายภาคธุรกิจและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้สามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้ ลดช่องว่างระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์เป้าหมายระดับโลกและเป้าหมายชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39328" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TEI-P03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TEI-P03.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TEI-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TEI-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TEI-P03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>ในช่วงการบรรยายเรื่อง “<strong>บทบาทของภาคธุรกิจไทยในการขับเคลื่อนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ</strong>” โดย <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> กล่าวว่า“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญระดับประเทศระดับภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบหลากหลายรูปแบบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเด็นปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) นับเป็น 1 ใน 3 วิกฤตฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมของโลกควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหามลภาวะ ซึ่ง “ความหลากหลายทางชีวภาพ” (Biodiversity) นับว่าเป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่มีความสำคัญอย่างมากและต้องได้รับการดูแล ฟื้นฟู อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน แต่เมื่อเราทราบว่าในอนาคตจะเกิดวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นนั้น องค์กรภาคธุรกิจไทยควรที่จะต้องเริ่มนำแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปผนวกอยู่ในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นกุญแจสำคัญสู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการแข่งขันในอนาคต ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึง การเข้าถึงกลไกการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ อีกด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39323" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BEDO-04.jpg" alt="นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BEDO-04.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BEDO-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BEDO-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BEDO-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>และ <span style="color: #6cb742;"><strong>นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ</strong> ได้มาบรรยายเรื่อง“BEDO’s Program on Biodiversity &amp; Business Sustainability” กล่าวว่า “BEDO สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยผลักดันให้การจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ”</p>
<p>โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงานหลักที่ดำเนินงานในการขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจเพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ (Business for Biodiversity) อย่างยั่งยืน ได้แก่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ซึ่งทั้ง3 หน่วยงาน TEI และ TBCSD ร่วมกับ BEDO พร้อมร่วมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปพร้อมกับภาคีทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39331" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-03.jpg" alt="การเสวนา" width="643" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-03.jpg 643w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/tei-tbcsd-bedo-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 643px) 100vw, 643px" /></p>
<p>ช่วงการเสวนาเรื่อง “<strong>แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับภาคธุรกิจสู่การสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</strong>” มีผู้บริหารจากองค์กรสมาชิกของ TBCSD จากแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business for Biodiversity) โดยการนำแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปผนวกอยู่ในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นกุญแจสำคัญสู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.อรทัย พงศ์รักธรรม</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกิจการด้านความยั่งยืน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “Dow เป็นบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ใช้ความเชี่ยวชาญและความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับนโยบายของ Dow ทั่วโลก เพื่อต้านโลกร้อน เปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และส่งเสริมวงจรรีไซเคิลด้วยนวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์เพื่อนำทรัพยากรกลับมารีไซเคิลหรือกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นเวลากว่า 16 ปีที่กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อรักษาและฟื้นฟูป่าชายเลน โดยเริ่มจากโครงการอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ปากน้ำประแสในปี พ.ศ. 2552 และขยายขอบเขตการทำงานภายใต้ความร่วมมือ Dow &amp; Thailand Mangrove Alliance ในปี พ.ศ. 2563 จนกระทั่งปัจจุบันได้รับการยกระดับเป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศ “Thailand Mangrove Alliance” ภายใต้การนำของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงชุมชนโดยรอบ มุ่งหวังเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และลดผลกระทบของขยะทะเล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือภายใต้ภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย จะเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนและความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวชิระชัย คูนำวัฒนา</strong></span> <strong>Net Zero Accelerator Director SCG</strong> กล่าวว่า “เอสซีจีให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสู่แนวทางการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน (Inclusive Green Growth) ที่คำนึงถึงทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างสมดุล โดยบูรณาการเข้ากับกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้สอดคล้องกับ Global Biodiversity Framework บริษัทจึงได้นำกรอบ TNFD มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านกลยุทธ์และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส มุ่งสู่เป้าหมาย “Nature Positive” เช่น การทำเหมืองแบบอนุรักษ์ การฟื้นฟูเหมือง การจัดการน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นต้น การดำเนินการโครงการของเอสซีจีให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน (Public – Private &#8211; People Partnership) โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมทั้งร่วมคิด ร่วมทำและร่วมรับประโยชน์ ตัวอย่างเช่น “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ที่ใช้พื้นที่จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ในด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในอนุรักษ์ ฟื้นฟู เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนจังหวัดสระบุรี เพื่อสร้างความสมบูรณ์ ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นแหล่งอาหาร สร้างรายได้โดยต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการกักเก็บคาร์บอน”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ</strong></span> <strong>Vice President &#8211; Corporate Affairs Corporate Communications Division บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ด้วยความเชื่อองค์กร “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี”เอ็กโก กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในทุกพื้นที่ที่ดำเนินการขององค์กร จึงประกาศคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ (Biodiversity and Forested Resource Conservation Commitments) เพื่อเป็นหลักการในการดำเนินงานขั้นพื้นฐานสำหรับโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการใหม่ รวมถึงคู่ค้าที่ทำธุรกิจร่วมกับ เอ็กโก กรุ๊ป ในห่วงโซ่อุปทานให้มีแนวทางการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร และเป็นไปตามเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นที่ได้ประกาศไว้ในนโยบายด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบเชิงลบจากกระบวนการดำเนินงานและเพิ่มผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศโดยรวมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก รวมทั้ง ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศล ที่เอ็กโก กรุ๊ปก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 22 ปี”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสุศมา ปิตากุลดิลก</strong></span> <strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ด้วยพื้นที่ปฏิบัติการส่วนใหญ่ของบริษัทฯ อยู่บริเวณนอกชายฝั่งทะเล ปตท.สผ. จึงตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลทางทะเลเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง โดยมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงระบบนิเวศทางทะเล โดยอาศัยจุดแข็งของ ปตท.สผ. ด้านพื้นที่ปฏิบัติการ ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผนวกกับความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ตลอดจนชุมชนซึ่งเป็นเหมือนเพื่อนบ้านของเรา เพื่อผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) ผ่านการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ การตรวจติดตามสุขภาพและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล รวมไปถึงการส่งมอบคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบชายฝั่ง เพื่อเพิ่มพูนทรัพยากรทางทะเล รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อาศัยและพึ่งพาทรัพยากรจากทะเล โดยคำนึงถึงความต้องการของชุมชนเป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองของชุมชนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังยกระดับการนำข้อมูลทางทะเลจากโครงการของ ปตท.สผ. เปิดเผยสู่สาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ในวงกว้างต่อไป”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี</strong></span> <strong>ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า“บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนแนวปฏิบัติที่ดีของภาคธุรกิจสู่เครือข่ายความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ในฐานะองค์กรผู้ผลิตอาหารระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ซึ่งถือเป็นรากฐานของระบบอาหารและการเกษตร เป็นเสาหลักความมั่นคงด้านวัตถุดิบ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เรามุ่งส่งเสริมการสร้างวัฏจักรอาหารที่ยั่งยืน ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า พร้อมดูแลและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ภายใต้กรอบนโยบายและแนวทาง “การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน” (Ajinomoto Group Creating Shared Value – ASV)” โดยเน้นการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ใส่ใจระบบนิเวศ การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และพร้อมส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ คือกุญแจสำคัญสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และเป็นพลังขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจชีวภาพที่สมดุลกับธรรมชาติอย่างแท้จริง”</p>
<p><strong>ท้ายนี้ องค์กรภาคธุรกิจไทยควรที่จะต้องเริ่มนำแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปผนวกอยู่ในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นกุญแจสำคัญสู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-tbcsd-bedo/">TEI ร่วมกับ TBCSD และ BEDO ผนึกกำลังร่วมสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-tbcsd-bedo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โตโยต้า-สวทช.-TEI ผนึกกำลังผลักดันโครงการลดเปลี่ยนโลก หนุนเยาวชน – ชุมชนสร้างนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/lod-plien-lok-project/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/lod-plien-lok-project/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 03:37:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการประกวด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการลดเปลี่ยนโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38761</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์นาโนเทคแห่งชาติ (NANOTEC) จัดพิธีมอบรางวัล ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และรางวัลเกียรติคุณ โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2 ให้แก่ผู้ชนะ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและเยาวชนไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยมีโครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก และนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลกเป็นโครงการประกวด สุวิทย์ ไชยประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lod-plien-lok-project/">โตโยต้า-สวทช.-TEI ผนึกกำลังผลักดันโครงการลดเปลี่ยนโลก หนุนเยาวชน – ชุมชนสร้างนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์นาโนเทคแห่งชาติ (NANOTEC) จัดพิธีมอบรางวัล ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และรางวัลเกียรติคุณ โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2 ให้แก่ผู้ชนะ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและเยาวชนไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยมีโครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก และนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลกเป็นโครงการประกวด</strong></p>
<p><span id="more-38761"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38763" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-02.jpg" alt="โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุวิทย์ ไชยประสิทธิ์</strong></span> <strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด</strong> กล่าวว่า โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมเยาวชนและชุมชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้และการดำเนินกิจกรรมที่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและขยายผลได้ในระดับประเทศ โดยอาศัยองค์ความรู้จากโครงการ ประสานกับหน่วยงาน เพื่อให้ตรงกับบริบทในพื้นที่ และประสบความสำเร็จ ซึ่งเกิดจากการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของโครงการลดเปลี่ยนโลก ปัจจุบันผลการดำเนินงานสำหรับโครงการพบว่า มีชุมชนกว่า 354 แห่ง และโรงเรียน 351 แห่ง เข้าร่วมโครงการ โดยสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 26,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จิรพงศ์ ถาวรแก้ว</strong></span> <strong>ตัวแทนจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช</strong> รางวัลชนะเลิศโครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก เผยถึงนวัตกรรมกังหันลมดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เสริมประสิทธิภาพด้วยเส้นใยไมซีเลียมว่า สาเหตุที่ทำนวัตกรรมนี้เกิดจากการตระหนักถึงปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการผลิตพลังงานและภาคการขนส่ง จึงได้พัฒนาวัสดุดูดซับก๊าซดังกล่าวร่วมกับกังหันลมในรูปแบบของโมเดลอัตราส่วน 1:2 เพื่อเตรียมต่อยอดสู่ขนาดจริงในอนาคต พร้อมทั้งวางแผนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และการเผยแพร่ต่อไป โดยแผ่นกรองที่ใช้ในกังหันลมผลิตจากเยื่อของหิน ซึ่งสามารถร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่เพื่อจัดหาวัตถุดิบและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในท้องถิ่น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38764" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-03.jpg" alt="โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“สำหรับกังหันลมที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบแกนตั้งซึ่งสามารถรับลมได้หลายทิศทาง เหมาะสำหรับติดตั้งบนเกาะกลางถนนซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสัญจรหนาแน่น และลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของรถยนต์สามารถนำมาใช้ในการหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ โดยระบบยังเสริมด้วยแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้แม้ในช่วงที่รถน้อย ทั้งนี้แนวคิดสำคัญของนวัตกรรมชิ้นนี้คือการออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอก เป็นการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้ากับการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์อย่างยั่งยืน” <strong>จิรพงศ์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38765" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-04.jpg" alt="โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ยศธร บูรณะบัญญัติ</strong></span> <strong>นายกเทศมนตรีตำบลวังหิน จังหวัดนครราชสีมา</strong> เจ้าของรางวัลชนะเลิศโครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก เผยถึงแนวคิดในการพัฒนาชุมชนบ้านดอนยาวน้อยร่วมใจว่า ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่ประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในเวลาใกล้เคียงกัน จึงน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ โดยนำน้ำมาเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหา ตำบลวังหินจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ บริหารจัดการน้ำตั้งแต่ระดับผิวดิน ใต้ดิน และเชื่อมโยงระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับการพัฒนาระบบคลองส่งน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ ทำนาได้ทั้งปี และยังใช้น้ำที่เหลือทำเกษตรต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนี้ ชุมชนยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม เช่น การเลิกเผาฟาง เพราะมีทีมงานช่วยเก็บฟาง และหากชาวบ้านไม่ต้องการ ก็สามารถขายได้ในราคาก้อนละ 2 บาท หรือหากต้องการนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ต่อก็ได้เช่นกัน โดยฟางเหล่านี้นำไปใช้เลี้ยงโค กระบือ และมูลสัตว์ที่ได้ก็นำไปผลิตแก๊สชีวภาพและทำธนาคารมูลสัตว์ เพื่อลดการใช้สารเคมีในเกษตรกรรม ขณะเดียวกันชุมชนตำบลวังหินยังไม่มีถังขยะ ไม่มีบ่อขยะ และไม่มีรถเก็บขยะ แต่ทุกครัวเรือนต้องจัดการขยะเอง ขยะเปียกส่วนใหญ่จะนำไปเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ซึ่งหนอนเหล่านี้นำไปเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ และเมื่อได้ผลผลิต เช่น ปลาดุก ก็จะนำมาแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียวด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากตู้อบของชุมชน</p>
<p>“เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็เริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ชุมชนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งนกเหยี่ยว นกกา ปูนา หนูนาเริ่มกลับมาอาศัยในพื้นที่มากขึ้น โดยทั้งหมดนี้เกิดจากการจัดการน้ำที่ดีเป็นจุดเริ่มต้น พร้อมกันนี้ยังมีแผนต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ เพื่อส่งต่อให้กับชุมชนใกล้เคียงและคนรุ่นใหม่ โดยยืนยันว่าแม้วันนี้จะประสบความสำเร็จแล้ว แต่ชุมชนจะไม่หยุดนิ่ง พร้อมเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” <strong>ยศธร</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38766" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-05.jpg" alt="โครงการลดเปลี่ยนโลก ปีที่ 2" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/lod-plien-lok-project-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า ทีมที่ชนะเลิศจากโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนต่อยอดให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรมการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยจัดตั้งเป็นโครงการนำร่อง ณ สถานศึกษาที่ได้รับรางวัล ชี้ให้เห็นภาพของโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้เยาวชนสามารถบูรณาการความรู้มาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยนาโนเทคโนโลยีที่จับต้องได้</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศทั้ง 2 โครงการ จะได้ไปนำเสนอผลงานแก่ผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรขัน ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงศึกษาดูงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมต่างๆ จากญี่ปุ่น เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดผลงาน โดยชุมชนบ้านดอนยาวน้อยร่วมใจจะได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” ในขณะที่โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนสร้าง “นวัตกรรมต้นแบบ” ขนาดใช้ได้จริงเพื่อนำไปสู่ชุมชนต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lod-plien-lok-project/">โตโยต้า-สวทช.-TEI ผนึกกำลังผลักดันโครงการลดเปลี่ยนโลก หนุนเยาวชน – ชุมชนสร้างนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/lod-plien-lok-project/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 06:14:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38171</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างความพร้อมและเพิ่มความสามารถในการปรับของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดขึ้น  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ วราวุธ  ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์” โดยเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยกันกำหนดทิศทางที่เราต้องทำร่วมกัน  พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองและการรับมือ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเร่งขับเคลื่อนภารกิจอื่นของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือและเยียวยาคนกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมได้ นอกจากนี้การดำเนินการครั้งนี้ก็สนับสนุนการดำเนินการตาม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/">พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างความพร้อมและเพิ่มความสามารถในการปรับของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดขึ้น  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ</strong></p>
<p><span id="more-38171"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38175" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02.jpg" alt="วราวุธ  ศิลปอาชา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราวุธ  ศิลปอาชา</span>  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวปาฐกถาพิเศษใน<strong>หัวข้อ “การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์”</strong> โดยเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยกันกำหนดทิศทางที่เราต้องทำร่วมกัน  พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองและการรับมือ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเร่งขับเคลื่อนภารกิจอื่นของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือและเยียวยาคนกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมได้ นอกจากนี้การดำเนินการครั้งนี้ก็สนับสนุนการดำเนินการตาม MOU 7 กระทรวง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38176" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ได้ข้อสรุปข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม ว่าร่างนโยบายและกรอบการดำเนินการการคุ้มครองทางสังคมในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้รับมอบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ทำการศึกษาและพัฒนาในครั้งนี้ได้ถอดบทเรียนจากต่างประเทศและการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ได้กรอบนโยบายหลัก 4 ประเด็น ได้แก่ (1) การสนับสนุนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (2) การยกระดับกลไกภายในกระทรวง พม. ให้สามารถดำเนินการคุ้มครองทางสังคมแก่กลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (3) การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศของกลุ่มเปราะบาง และ (4) การบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม นโยบายเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ เชื่อมโยงและสนับสนุนกัน และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มาก นโยบายเหล่านี้ ได้นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38177" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04.jpg" alt="อนุกูล ปีดแก้ว" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อนุกูล ปีดแก้ว</span> ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบหลากหลาย การสูญเสียรายได้และทรัพย์สินของมนุษย์ โดยประชากรกลุ่มเปราะบาง มักจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนกลุ่มอื่น อีกทั้งยังมี</p>
<p>ความสามารถในการปรับตัวจำกัด จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยตรง ในการสนับสนุนให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางสามารถ มีการเตรียมความพร้อม รับมือ และปรับตัว เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  จึงเน้นให้ทุกภาคส่วนร่วมออกแบบนโยบายการคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกรอบการดำเนินงานร่วมกัน การขับดำเนินการดังกล่าวจะเกิดผลได้ โดยได้รับความร่วมมือกับทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ นโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ ในครั้งนี้ จะได้นำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมต่อไป</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38178" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05.jpg" alt="ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง</span> หัวหน้าโครงการ </strong>กล่าวว่า การร่างกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายมาจากการรับฟังความคิดเห็นกิจกรรมกลุ่มย่อย ที่ได้ร่วมกันแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรอบการดำเนินงาน เพื่อนำความคิดเห็นที่เหมาะสมมาคัดกรอง ในห้องปฏิบัติการนโยบายทำให้ได้เห็นกลุ่มคนที่ประสบกับปัญหาอย่างแท้จริง  ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ การยกระดับกลไกภายในกระทรวงเพื่อเพิ่มพูนความคุ้มครองทางสังคมต่อกลุ่มเปราะบาง การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศของกลุ่มเปราะบาง และสิ่งสำคัญคือ การบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว ที่ต้องอาศัยภาคเอกชนในการเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของภาครัฐเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือเพิ่มความคุ้มครองด้านเกิดภัยพิบัติในพื้นที่กลุ่มเปราะบางแล้ว เรื่องการปรับตัวด้านอาชีพที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเน้นการสร้างอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ เช่น ส่งเสริมอาชีพการปลูกพื้นที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพให้เข้ากับบริบทสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการการประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มย่อยระดมความเห็นของนักวิจัยนี้จะสร้างความชัดเจนมากขึ้น เพื่อจัดทำร่างประกอบการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดความสมบูรณ์นำเสนอสู่กระทรวงฯ พิจารณานโยบายเป็นลำดับต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38179" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06.jpg" alt="การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38180" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07.jpg" alt="การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/">พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 03:29:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Right to Repair]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรังสิต]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิในการซ่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37998</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” (Right to Repair – R2R) แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/">3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” (Right to Repair – R2R)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38000" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02.jpg" alt="" width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p>แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อะไหล่ทดแทนใช้งานได้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Parts Pairing’ หรือ การจับคู่ชิ้นส่วน ที่ส่งผลให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก</p>
<p>การขาดทางเลือกของผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ R2R เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์สามารถซ่อมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้นแก่ผู้บริโภค หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายดังกล่าวแล้ว และปัจจุบันมีอีก 30 รัฐที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้กฎหมาย R2R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งห้ามผู้ผลิตกำหนดข้อจำกัดในการซ่อม และบังคับให้ผู้ผลิตต้องจัดหาอะไหล่และเครื่องมือในราคาที่สมเหตุสมผล</p>
<figure id="attachment_38001" aria-describedby="caption-attachment-38001" style="width: 700px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38001" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03.jpg" alt="มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ (ขวา) กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ " width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /><figcaption id="caption-attachment-38001" class="wp-caption-text">มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ (ขวา) กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</figcaption></figure>
<p><strong>มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า เหตุผลในการเลือกเปิดโครงการในไทย ซึ่งปัจจุบันไม่เฉพาะประเทศไทย ทั่วโลกควรมีโครงการนี้ด้วย เหตุผลสำคัญ 3 ประการคือ 1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึง 14 ล้านเครื่องในปี 2566 คาดว่าอัตราการใช้สมาร์ทโฟนจะสูงถึง 97% ภายในปี 2572 โดยพบว่าไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 65% ของขยะอันตรายจากชุมชน ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 450,000 ตันต่อปี ขยะจากโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต คิดเป็นประมาณ 25,200 ตัน แต่มีเพียง 21% เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่จีนสั่งห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2560 ทำให้ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าในไทยเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า โดยในปี 2564 ไทยนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 28 ล้านตัน ทำให้เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการออกกฎหมาย R2R ที่ก้าวหน้า</p>
<p>2.เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ทั่วโลกประสบปัญหาเงินเฟ้อ การทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้นานขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระดับโลก 25% และ3.เศรษฐกิจในประเทศ งานวิจัยในภาคส่วนต่างๆ พบว่ามี SMEรายย่อยจำนวนมาก แต่ประสบปัญหาในการซ่อม</p>
<p>รายงานฉบับนี้ได้เสนอข้อแนะนำสำคัญในการพัฒนากรอบการทำงานของ R2R ที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการห้ามการจับคู่ชิ้นส่วน (Parts Pairing) เพื่อให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น การกำหนดราคามาตรฐาน และการให้สิ่งจูงใจสำหรับธุรกิจซ่อมแซม ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)</p>
<p><strong>มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์</strong> กล่าวว่า การที่สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่กรกฎาคม 2567 พบว่าช่วยกระตุ้นให้คนอียูตื่นตัวในเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ ได้มีการใช้เวลาในการหารือตอบข้อสนองของผู้บริโภคเรื่องซ่อม ซึ่งสินค้าที่ใช้ส่วนใหญ่ในบ้านจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เมื่อชิ้นส่วนอุปกรณ์ตัวใดหนึ่งเสีย ไม่สามารถซ่อมได้ หรือค่าซ่อมแพง แสดงให้เห็นว่าในอียู นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วมีประเด็นค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย สามารถลดขยะ e-waste 20-30% และลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค 25%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38002" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04.jpg" alt="" width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p>ด้าน<strong>ดร.กฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต</strong> กล่าวว่า รายงานวิจัยฉบับใหม่นี้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการซ่อมกว่า 40 รายในกรุงเทพฯ โดยมีการสัมภาษณ์ในเชิงลึก ครอบคลุมตลาดใหญ่ เช่น MBK บิ๊กซี และโลตัส พบปัญหาสำคัญในระบบซ่อมแซมของไทย โดย 54% ของร้านซ่อมอิสระไม่มีคู่มือการซ่อม ขณะที่ 96% ไม่สามารถเข้าถึงอะไหล่จากศูนย์บริการหรือผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต “ความท้าทายในการซ่อม เครื่องมือในการซ่อม เป็นการเรียนรู้จากร้านซ่อม หรือถามจากช่างข้างร้าน อีกทั้งผู้ประกอบการร้านซ่อมรายย่อยยังประสบปัญหาความน่าเชื่อถือและความไม่ปลอดภัยในเรื่องข้อมูล  ถ้าสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ จะผลักดันให้สิทธิด้านการซ่อมได้การยอมรับมากขึ้น&#8221;<strong> ดร.กฤษฎา</strong> กล่าว</p>
<p>งานวิจัยนี้เผยแพร่ในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า” หรือที่รู้จักกันในชื่อ &#8220;เลมอน ลอว์&#8221; (Lemon Law) ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งช่วยชดเชยค่าเสียหายให้ผู้บริโภค โดยเชื่อว่าแนวคิด R2R ช่วยจุดประกายให้สังคมไทยตระหนักถึงการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>ทั้งนี้ รายงานฉบับเต็มได้ทำการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในโลกเกี่ยวกับนโยบาย R2R และได้เสนอข้อแนะนำที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในการพัฒนากรอบงานของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำในด้านการบริโภคที่ยั่งยืนและการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/">3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI นำทัพภาคีส่งเสริมนโยบายจัดซื้อจัดจ้างหนุนผู้ประกอบการสินค้าและบริการตอบโจทย์การผลิตสีเขียวด้วยฉลากสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Oct 2024 07:26:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36100</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI จัดเสวนา “TEI-Ecolabelling Forum 2024: Green Solution for Production ตอบโจทย์การผลิตสีเขียวด้วยฉลากสิ่งแวดล้อม ในการสนับสนุนนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ เพื่อการผลิตและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เนื่องจากการผลิตสีเขียวถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิล เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และการใช้พลังงานที่สะอาด สามารถช่วยให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น โดยฉลากเหล่านี้จะบ่งบอกถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และยังส่งเสริมให้ผู้ผลิตมีแรงจูงใจในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น  จึงจัดเสวนาขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2024/">TEI นำทัพภาคีส่งเสริมนโยบายจัดซื้อจัดจ้างหนุนผู้ประกอบการสินค้าและบริการตอบโจทย์การผลิตสีเขียวด้วยฉลากสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI จัดเสวนา “TEI-Ecolabelling Forum 2024: Green Solution for Production ตอบโจทย์การผลิตสีเขียวด้วยฉลากสิ่งแวดล้อม ในการสนับสนุนนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ เพื่อการผลิตและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เนื่องจากการผลิตสีเขียวถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิล เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และการใช้พลังงานที่สะอาด สามารถช่วยให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น โดยฉลากเหล่านี้จะบ่งบอกถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และยังส่งเสริมให้ผู้ผลิตมีแรงจูงใจในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น  จึงจัดเสวนาขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-36100"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36102" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-02.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ </strong><strong>TEI</strong> กล่าวว่า นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมว่า “ฉลากสิ่งแวดล้อมคือกลไกสำคัญหนึ่งที่ขับเคลื่อนตลาดสีเขียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ ในฐานะผู้บริหารสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินงานฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ เพื่อการผลิตและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ตลอดจนเพื่อสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมในการผลิตและบริโภคสีเขียว และมุ่งสู่การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนต่อไป</p>
<p>“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มีส่วนร่วมในการริเริ่มฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่หนึ่งของไทย นั่นคือฉลากเขียว ในปี 2536 โดยมีมีภารกิจที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การพัฒนาข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการประเภทต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ให้มีแนวปฏิบัติเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  2) การให้การรับรองฉลากเขียวกับผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าและบริการที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นไปตามเกณฑ์ข้อกำหนด และ 3) การประสานความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36103" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-03.jpg" alt="ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง</span> รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นฉลากสิ่งแวดล้อมกับการผลิตสีเขียว ว่า “กรมควบคุมมลพิษได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดให้พัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือ ซึ่งการพิจารณาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะพิจารณาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตามความสำคัญและความพร้อมของผู้ผลิตในการดำเนินการ โดยเกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กำหนดให้สินค้าต้องผ่านคุณภาพหรือมาตรฐานเทียบเท่าสินค้าทั่วไป หรือได้รับ มอก. และมีคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อาทิเช่น การพิจารณาประสิทธิภาพพลังงานระหว่างการผลิตหรือการใช้งาน ไม่ใช้สารเคมีหรืออันตรายต่างๆ ในการผลิต มีการจัดการวัตถุดิบ ขบวนการผลิต ที่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดหรือขยะหลังผลิตภัณฑ์หมดอายุ มีอายุการใช้งาน การสำรองอะไหล่ยาวนานขึ้น ปัจจุบัน บัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2567 มีรายการสินค้าและบริการที่ขึ้นทะเบียน 42 ประเภท 1683 รายการ ประกอบด้วย 1. ฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 หรือฉลากเขียว ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายบริหารฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม โดยมีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นฝ่ายเลขานุการ ตามที่ท่านผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้กล่าวแล้ว 2. สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมควบคุมมลพิษ หรือตะกร้าเขียว 3. ฉลากทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ฉลากลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ สำหรับสินค้าที่ไม่มีเกณฑ์ของฉลากเขียวหรือตะกร้าเขียวเป็นการเฉพาะ ซึ่งหน่วยงานที่สนใจสามารถตรวจสอบ บัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ ได้ที่เว็บเพจของกรมควบคุมมลพิษ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36104" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-04.jpg" alt="ดร.ฉัตรตรี ภูรัต" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ฉัตรตรี ภูรัต</span> ผู้อำนวยการฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม</strong> <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ฉลากสิ่งแวดล้อมคือฉลากที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์หรือบริการคุณภาพที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยว่า เป็นข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการ ได้ลดการใช้ทรัพยากรหรือลดการก่อมลพิษในกระบวนการผลิต ใช้งาน และหลังใช้งาน รวมถึงเป็นกลไกสื่อสารและบ่งบอกความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ และยังเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ผู้บริโภค เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการโฆษณาชวนเชื่อสีเขียว (Greenwashing) ที่เป็นการหลอกหลวงผู้บริโภค พูดเกินจริงว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งยังเป็นการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งความกังวลของคนไทยด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น แต่แนวโน้มปัจจุบันของผู้บริโภคด้านสิ่งแวดล้อมยังมีความตระหนักรู้เพิ่มขึ้นแต่ยังคงต่ำ ความเข้าใจยังมีจำกัด อีกทั้งยังมีความท้าทายที่ผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมีราคาแพงกว่า การเข้าถึงผลิตภัณฑ์นั้นยังจำกัดแต่พื้นที่ในเมือง และยังต้องการรายละเอียดที่ชัดเจนของผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อ โดยปัจจัยความสำเร็จของการผลิตสีเขียวคือการมีส่วนร่วมของห่วงโซ่ทั้งหมด ทั้งภาครัฐ ภาคผู้ผลิต และผู้บริโภค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36105" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-05.jpg" alt="ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์</span> สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ฉลากสิ่งแวดล้อมที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยให้การรับรองในปัจจุบันนี้ มี 4 ฉลาก คือ 1) ฉลากเขียว เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่1 ที่ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกัน ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ 2) ฉลากผลิตภัณฑ์หมุนเวียน (Circular Mark) ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพื่อรักษาฐานทรัพยากรของประเทศ     ทำให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎระเบียบและนโยบายด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและพัฒนานวัตกรรมในการใช้วัสดุหมุนเวียน 3) ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (EPD) เป็นฉลากที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฎจักรชีวิต ได้แก้ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานและทรัพยากรของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก  4) ฉลากผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค (CEC) เป็นฉลากที่สนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการที่มีขนาดกลางและขนาดย่อม ให้มีการผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้การรับรอง ได้แก่ บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ ผ้าและผลิตภัณฑ์ทำจากผ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป</p>
<p><strong>ทั้งนี้สำหรับกภายงานยังพบกับเวทีเสวนา เรื่อง “</strong><strong>Green Solution for Production” ที่มีประเด็นน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจ ยกระดับผู้ประกอบการต่อฉลาก</strong><strong>สีเขียว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-06.jpg" alt="ศุธาศินี  สมิตร" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TEI-Ecolabelling-Forum-2024-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศุธาศินี  สมิตร</span> ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนรักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (</strong><strong>BOI) </strong>กล่าวในหัวข้อ  Green Production Promotion ปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนของกลุ่มผู้ประกอบการ ทั้งรายใหญ่ และSME ระยะเวลา 5 ปีข้างหน้านั้น ยังคงมองเป็นเรื่องของการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมในการลดคาร์บอน ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นส่วนหลัก (Climate Change) และการมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality &amp; Net Zero  รวมถึงกติกาภาษีใหม่ของโลกที่ส่งผลต่อการวางแผนการลงทุนของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ขณะที่ BOI นั้นยังคงมีบทบาทในการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริม BCG และการนำเทคโนโลยีนั้นเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกระดับมาตราการอุตสาหกรรมสู่การเป็น Smart &amp; Sustainable Industry ในประกาศ กกท. /2565 เรื่องการมอบสิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการ ยกเว้นภาษีเงินได้ 3ปี สัดส่วนวงเงิน 50%ของเงินลงทุนในการปรับปรุง แต่ยกเว้นเรื่องอากรขาเข้าเครื่องจักร ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่ 4.0 ทั้งภาคการผลิตและบริกการให้เร่งสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืน  อีกทั้งยังให้ความสำคัญด้านภาคพลังงาน ส่งเสริมให้มีการผลิตพลังงานสะอาด รวมถึงร่วมผลักดันกลไกลจัดหาพลังงานสะอาด (UGT) ในด้านอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ในด้านของภาคการขนส่งที่ส่งเสริมรถยนต์ EV ทุกประเภท ตลาดจนให้ความสำคัญด้านภาคชุมชนต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชน อาทิ ด้านการเกษตร หรือแม้แต่กรณีการลดฝุ่นค่า PM2.5</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วัณณะวัฒน์ โอภาสวัฒนา</span> ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนส่งเสริม </strong><strong>SMEs สำนักงานส่งเสริมวิหาสกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) </strong> กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบโดยตรงไปยังทุกภาคส่วนให้ต้องมีการเร่งปรับตัวนับเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ SME ที่ต้องเผชิญในปัจจุบัน ทั้งภาคการส่งออก หรือกลุ่ม SMEที่อยู่ในการแข่งขันในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chains) หรือ GVC ตลอดทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ต้องเร่งปรับตัวต่อไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความท้าทายนี้ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงความสำคัญ ในด้านมีองค์ความรู้ที่จะทำอย่างถูกต้อง  มีการจัดเตรียมความพร้อมทรัพยากรการดำเนินการต่าง ๆ ไปสู่การดำเนินการอย่างเหมาะสมสามารถมีกระบวนการการตัดสินใจอย่างมีระบบ หากเกิดการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเติบโตนำไปสู่ความยั่งยืน อย่างไรก็ดี สสว.ในความร่วมมือระหว่าง TEI ในการขอรับรองฉลากเขียวได้มอบให้กับ SME ผู้ประกอบการสามารถสมัครฟรี มูลค่า 5,000 บาท พร้อมทั้งส่วนลดค่าธรรมเนียมการรับรองตรวจประเมินสถานประกอบการ กว่า2หมื่นบาท กรณีหากมีการมาตราฐานระบบบริหารคุณภาพ เช่น ISO 9001 และ ISO 14001 หรือมาตรฐานการรับรองฉลาดสีเขียวจากประเทศสมาชิก จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการควบคุมสอบ และรายการส่วนลดอื่นๆ อีกมากมายตามเงื่อนไข พร้อมทั้งข้อเสนอกองทุน “Thai Climate Initiative Fund” สำหรับแหล่งเงินทุน SME เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ได้รับเงินสนับสนุนนจาก IKI ของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)  ในด้านธุรกิจโรงแรมธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า โดยระยะที่1ด้านบริการของธุรกิจโรงแรมและที่พักนั้นเปิดรับข้อเสนอ ตุลาคม 2567  ในการจัดงบประมาณสนับสนุน กรอบวงเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 40 ล้านบาท หรือร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท   ทั้งนี้ สสว.พร้อมมุ่งมั่นเดินหน้ากำหนดนโยบาย และเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการด้านการส่งเสริม SME ของประเทศสู่ความยั่งยืน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พงษ์สันติ์ วงษ์เสริมหิรัญ</span> ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) </strong><strong>กล่าวถึง </strong><strong>Green Production Practices </strong>ในเวทีเสวนาว่า  วาโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารตามหลัก BCG-Model เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว ยังสอดรับกับหลักการ ESG ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในปัจจุบัน รวมถึงการดำเนินกิจการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งวาโก้เป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร หรือ Circular Economy Management System : CEMS จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอร์ทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานระดับโลก</p>
<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จในการทำ CEMS ของไทยวาโก้ คือผลจากการทำความเข้าใจกับพนักงานให้มองเห็นประโยชน์ร่วมกันตามแนวทาง BCG รวมถึงการทุ่มเทศึกษาวิจัยในการคัดสรรวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือใช้ทดแทน เช่นเส้นใยจากขวดพลาสติก เส้นใยจากแหอวน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นแบบ ผลิต-ใช้-ทิ้ง แต่การนำหลักการ BCG และ ESG มาใช้ จะทำให้การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมีความคุ้มค่ามากขึ้น  ตอบโจทย์การเป็นแบรนด์ที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมในที่สุด จนทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ Green Label หรือฉลากเขียวเป็นรายแรกของประเทศไทย</p>
<p>นอกจากนี้ ไทยวาโก้ยังได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าลดโลกร้อน (Cool Mode) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (ในกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม) และกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ จากการผลิตเสื้อผ้าที่สามารถซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี สวมใส่สบาย ซึ่งเกิดจากการเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษในการซับเหงื่อจากผิวหนังและระเหยออก ดังคอนเซ็ปสินค้า WACOAL COOL INNOVATION และยังผ่านการรับรองเสื้อผ้าเบอร์ 5 เป็นเสื้อผ้าใส่สบายและไม่ต้องรีด ในผลิตภัณฑ์ชุดชั้นนอก (Uniform &amp; Work wear ) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอีกด้วย<strong> (พงษ์สันติ์ กล่าวปิดท้าย) </strong></p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี การเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่รัฐบาล บริษัท ไปจนถึงผู้บริโภค การผลิตสีเขียวและการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม เป็นแนวทางที่สำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับโลกของเรา เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น จะนำไปสู่การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2024/">TEI นำทัพภาคีส่งเสริมนโยบายจัดซื้อจัดจ้างหนุนผู้ประกอบการสินค้าและบริการตอบโจทย์การผลิตสีเขียวด้วยฉลากสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-ecolabelling-forum-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
