<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/news-activities/industry-news/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Oct 2026 03:39:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8220;สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ&#8221; ขึ้นแท่น MDใหม่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านตามแผน PDP 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/md-blcp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2026 03:39:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BLCP]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมการผู้จัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[บีแอลซีพี เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46615</guid>

					<description><![CDATA[<p>สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด อย่างเป็นทางการ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรนำทัพโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งสานต่อภารกิจการเป็นโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย ตลอดจนเป็นสะพานเชื่อมสู่เป้าหมายตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ ได้เผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารหลังรับตำแหน่งว่า ภารกิจสำคัญอันดับแรกคือ การสานต่อภารกิจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าฐานสำคัญของประเทศให้เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง ในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในการดำเนินการจะยึดมั่นในมาตรฐานหลักทั้ง 3 ด้านอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ประสิทธิภาพและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า, มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด, การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/md-blcp/">“สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ” ขึ้นแท่น MDใหม่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านตามแผน PDP 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด อย่างเป็นทางการ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรนำทัพโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งสานต่อภารกิจการเป็นโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย ตลอดจนเป็นสะพานเชื่อมสู่เป้าหมายตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026)</strong></p>
<p><span id="more-46615"></span></p>
<p>ในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ ได้เผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารหลังรับตำแหน่งว่า ภารกิจสำคัญอันดับแรกคือ การสานต่อภารกิจการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าฐานสำคัญของประเทศให้เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง ในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในการดำเนินการจะยึดมั่นในมาตรฐานหลักทั้ง 3 ด้านอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ประสิทธิภาพและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า, มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด, การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน</p>
<p>อีกภารกิจสำคัญ คือ การเตรียมพร้อมสำหรับการต่ออายุสัญญาการผลิตไฟ ซึ่งโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ดำเนินการล่วงหน้าพร้อมแล้วในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิค วิศวกรรม การบำรุงรักษา การตรวจสอบความพร้อมและความสมบูรณ์ของระบบและเครื่องจักร มาตรฐานความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อความมั่นใจในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงยังมีการศึกษา พัฒนาเทคโนโลยี และทดสอบการใช้เชื้อเพลิงร่วมในการผลิตไฟฟ้า ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ไฮโดรเจน หรือ แอมโมเนียคาร์บอนต่ำ ที่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าสะอาดขึ้น สอดคล้องกับกรอบนโยบายพลังงานตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและการวางบทบาทของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการดำเนินการผลิตไฟฟ้าสำหรับปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐาน สร้างสมดุล เป็นสะพานเชื่อมไปสู่เป้าหมายและบริบทของระบบพลังงานไฟฟ้าไทยในอนาคต</p>
<p>นอกจากภารกิจหลักดังกล่าวแล้ว ด้านการบริหารองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ทันต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรต้องมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการทำงาน และบุคลากร ต้องเปิดพื้นที่ให้คนในองค์กรได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันหาแนวทางที่ดีที่สุดในการก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>ดังนั้นการดำเนินงานของ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในวันนี้จึงชูแนวคิด &#8220;<strong>One BLCP</strong>&#8221; ที่มุ่งสร้างการทำงานและมองไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน โดยจะร่วมกันขับเคลื่อนใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่</p>
<p>1. การมีเป้าหมายเดียวกัน (One Goal) เดินเครื่องด้วยเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดในระดับสากล</p>
<p>2. การเป็นทีมเดียวกัน (One Team) นำประสบการณ์หน้างานอันทรงคุณค่าของบุคลากรที่สั่งสมมากว่า 20 ปี มาผสานเข้ากับมุมมอง นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ของคนรุ่นต่อไป เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพองค์กรร่วมกันอย่างราบรื่น</p>
<p>3. การเป็นหนึ่งเดียวกันกับพื้นที่จังหวัดระยอง (One Community) เพราะระยองคือสถาที่ตั้งของโรงไฟฟ้า เป็นเสมือนบ้านที่ต้องร่วมรับผิดชอบ ดูแลสิ่งแวดล้อม และเติบโตเคียงข้างชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46617" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/md-blcp-02.jpg" alt="สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/md-blcp-02.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/md-blcp-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/md-blcp-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/md-blcp-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p>&#8220;โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ยังคงยืนหยัดในเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกรอบแนวคิด ESG อย่างเคร่งครัด โดยจะยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในทุกมิติให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดูแลชุมชน สังคม และระบบนิเวศโดยรอบโรงไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด พร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างมั่นคงและยั่งยืน&#8221; <strong>สุรเชษฐ์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/md-blcp/">“สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ” ขึ้นแท่น MDใหม่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านตามแผน PDP 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ONNEX by SCG ผนึก Huawei Digital Power ยกระดับบริการหลังการขาย สร้างมาตรฐานการดูแลโซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/onnex-by-scg-x-huawei-digital-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 06:08:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Huawei Digital Power]]></category>
		<category><![CDATA[ONNEX by SCG]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46571</guid>

					<description><![CDATA[<p>ONNEX by SCG เดินหน้าสานต่อความร่วมมือ Huawei Digital Power ตอกย้ำการพัฒนาประสบการณ์การใช้โซลาร์เซลล์ ภายใต้แนวคิด “Power for Better Care” อัปเกรดการดูแล เพื่อพลังงานที่ดีกว่า นำเทคโนโลยี Huawei FusionSolar ยกระดับการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบให้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ONNEX by SCG ที่ใช้งาน String Inverter แบรนด์ใดก็ได้ สามารถอัปเกรดเป็น Huawei Inverter&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/onnex-by-scg-x-huawei-digital-power/">ONNEX by SCG ผนึก Huawei Digital Power ยกระดับบริการหลังการขาย สร้างมาตรฐานการดูแลโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ONNEX by SCG เดินหน้าสานต่อความร่วมมือ Huawei Digital Power ตอกย้ำการพัฒนาประสบการณ์การใช้โซลาร์เซลล์ ภายใต้แนวคิด “Power for Better Care” อัปเกรดการดูแล เพื่อพลังงานที่ดีกว่า นำเทคโนโลยี Huawei FusionSolar ยกระดับการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบให้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ONNEX by SCG ที่ใช้งาน String Inverter แบรนด์ใดก็ได้ สามารถอัปเกรดเป็น Huawei Inverter พร้อมการดูแลหลังการขายอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน</strong></p>
<p><span id="more-46571"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46573" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-02.jpg" alt="ภควันต์ ประคงบุญ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ภควันต์ ประคงบุญ</strong></span> <strong>Head of Smart Solutions Business, ONNEX by SCG</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันการเลือกใช้โซลาร์เซลล์ไม่ได้จบเพียงแค่การติดตั้งระบบ แต่สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้นคือการใช้งานในระยะยาว ทั้งเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานของระบบ เทคโนโลยีความปลอดภัย ความสะดวกในการติดตามการทำงาน รวมถึงการได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบริการหลังการขายเมื่อมีความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบ ONNEX by SCG จึงให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งาน ผ่านการพัฒนาบริการหลังการติดตั้งควบคู่ไปกับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานโซลาร์เซลล์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมั่นใจในระยะยาว</p>
<p>“ความร่วมมือกับ Huawei Digital Power ในครั้งนี้ จะช่วยให้เราเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำ Huawei Inverter และ โซลูชั่นจาก Huawei FusionSolar ช่วยให้ลูกค้าติดตามข้อมูลการผลิตพลังงานและสถานะการทำงานของระบบได้สะดวกขึ้น ซึ่งทาง ONNEX by SCG ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่าเมื่อเลือกใช้โซลาร์เซลล์กับ ONNEX by SCG แล้ว จะได้รับการดูแลตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว” ภควันต์ กล่าว</p>
<p>สำหรับลูกค้าเก่าของ ONNEX by SCG ที่ใช้ String Inverter ที่ใช้งานอยู่เดิม แบรนด์ใดก็ได้ และต้องการอัปเกรดเป็น Huawei Inverter สามารถรับสิทธิพิเศษทั้งส่วนลดค่าสินค้า และบริการติดตั้งในราคาพิเศษ อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์การรับประกัน Huawei Inverter ตามมาตรฐานผู้ผลิต และสามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่าน Huawei FusionSolar พร้อมรับคำแนะนำและการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>แจ็ค เจิ้ง</strong></span> <strong>President of Digital Power Dept., Huawei Technologies (Thailand) Co., Ltd.</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ได้จบอยู่ที่การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้พลังงานสามารถถูกบริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาดและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว ความร่วมมือกับ ONNEX by SCG จึงเป็นการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของ Huawei Digital Power มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันและการบริการของ ONNEX by SCG เพื่อยกระดับระบบพลังงานให้มีทั้งประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และสะดวกในการบริหารจัดการ เราเชื่อว่าการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการดูแลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้อย่างคุ้มค่า และวางแผนการใช้พลังงานในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ลูอี้ หู</strong></span> <strong>Vice President of FusionSolar Residential Business, Digital Power Department, Huawei Technologies (Thailand) Co., Ltd.</strong> กล่าวว่า สำหรับการใช้งานโซลาร์เซลล์ในบ้าน สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่เพียงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ แต่คือการรู้ว่าระบบกำลังทำงานอย่างไรในแต่ละวัน และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ง่าย Huawei FusionSolar จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามการทำงานของระบบและข้อมูลการผลิตพลังงานได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับ ONNEX by SCG ลูกค้ายังได้รับคำแนะนำและการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ประสบการณ์การใช้โซลาร์เซลล์ตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการใช้งานในระยะยาวมีความต่อเนื่องและมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46574" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-03.jpg" alt="งานโซลาร์เซลล์ในบ้าน" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้านการบริการ ONNEX by SCG มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านบริการแบบ One-stop Service ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย โดยมีระบบ Operations &amp; Maintenance (O&amp;M) ที่ครอบคลุมทั้งการตรวจเช็กระบบประจำปี การล้างแผงโซลาร์เซลล์ และทีมงาน Support ที่พร้อมเข้าดูแลหน้างานเมื่อเกิดปัญหา เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในระยะยาว นอกจากนี้ ONNEX by SCG ยังมาพร้อมการรับประกันทั้งตัวระบบและงานติดตั้ง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากทีมงานมืออาชีพ ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้ให้บริการหายหรือขาดการดูแลในอนาคต สะท้อนความเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณภาพและบริการหลังการขาย ทำให้ลูกค้า “มั่นใจได้ยาวๆ” เมื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกับ ONNEX by SCG ทั้งในเรื่องความปลอดภัย อุ่นใจ และคุ้มค่าในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-04.jpg" alt="งานโซลาร์เซลล์ในบ้าน" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ONNEX-by-SCG-x-Huawei-Digital-Power-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/onnex-by-scg-x-huawei-digital-power/">ONNEX by SCG ผนึก Huawei Digital Power ยกระดับบริการหลังการขาย สร้างมาตรฐานการดูแลโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูพัฒนา AI ยกระดับการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น เสริมแกร่งการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-energy-trading/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2026 04:21:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46473</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถด้านการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ในตลาดซื้อขายไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ Banpu Power Trading G.K. ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายไฟฟ้า โดยบ้านปูได้พัฒนาโมเดล AI ที่ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของเทรดเดอร์เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและแนวโน้มราคาพลังงาน เพื่อช่วยประเมินโอกาสในการซื้อขาย กำหนดขนาดการซื้อขาย และบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการยกระดับองค์ความรู้ด้านการซื้อขายพลังงานภายใต้กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Power+) เดิมการซื้อขายพลังงานอาศัยประสบการณ์ของเทรดเดอร์โดยใช้หลักคิด ประสบการณ์ และเกณฑ์การตัดสินใจที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ บ้านปูจึงนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดเป็นระบบที่สามารถทดสอบและตรวจสอบได้ ก่อนต่อยอดและพัฒนาเป็นโมเดล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-energy-trading/">บ้านปูพัฒนา AI ยกระดับการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น เสริมแกร่งการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถด้านการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ในตลาดซื้อขายไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ Banpu Power Trading G.K. ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายไฟฟ้า โดยบ้านปูได้พัฒนาโมเดล AI ที่ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของเทรดเดอร์เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและแนวโน้มราคาพลังงาน เพื่อช่วยประเมินโอกาสในการซื้อขาย กำหนดขนาดการซื้อขาย และบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการยกระดับองค์ความรู้ด้านการซื้อขายพลังงานภายใต้กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong></p>
<p><span id="more-46473"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46483" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Energy-Trading_BJP.jpg" alt="เทรดเดอร์" width="740" height="558" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Energy-Trading_BJP.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Energy-Trading_BJP-300x226.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Energy-Trading_BJP-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Energy-Trading_BJP-500x377.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เดิมการซื้อขายพลังงานอาศัยประสบการณ์ของเทรดเดอร์โดยใช้หลักคิด ประสบการณ์ และเกณฑ์การตัดสินใจที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ บ้านปูจึงนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดเป็นระบบที่สามารถทดสอบและตรวจสอบได้ ก่อนต่อยอดและพัฒนาเป็นโมเดล AI โดยช่วยวิเคราะห์ตั้งแต่ปริมาณพลังงานที่จัดซื้อ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจำหน่ายไฟฟ้าสู่ตลาด ไปจนถึงประเมินความไม่แน่นอนของสัญญาณการซื้อขาย* โดยยังมีเทรดเดอร์กำกับดูแลและตัดสินใจในขั้นสุดท้าย</p>
<h3>AI ที่ไม่ได้มองแค่ว่า “ซื้อหรือขาย”</h3>
<p>ตลาดไฟฟ้ามีความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งอุปสงค์ อุปทาน สภาพอากาศ และต้นทุนทางพลังงาน ทำให้ข้อมูลที่ทันเวลาและแม่นยำมีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อขายไฟฟ้า สองโมเดล AI จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์สัญญาณจากตลาดและบริหารความเสี่ยง โดยโมเดลแรก วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินทิศทางราคาพลังงานและค้นหาโอกาสในการซื้อขาย พร้อมประเมินความเชื่อมั่นของแต่ละสัญญาณ หากสัญญาณยังไม่ชัดเจน ระบบสามารถลดขนาดการซื้อขายหรือเลือกไม่ดำเนินการเพื่อควบคุมความเสี่ยง ขณะที่ โมเดลที่สอง ประเมินสภาวะตลาดในภาพรวม เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางและกำหนดขนาดการซื้อขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาด</p>
<p>ทั้งสองโมเดล AI ผ่านการทดสอบการซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบจำลองระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม ในปี 2569 โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังในตลาดไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่นมาวิเคราะห์ ซึ่งสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าวิธีการซื้อขายแบบเดิม เนื่องจากมีความสมดุลระหว่างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่า</p>
<h3>จากแบบจำลองสู่การทำงานร่วมกันระหว่าง “คน” และ “AI”</h3>
<p>บ้านปูได้ประยุกต์ใช้ AI Model ร่วมกับเทรดเดอร์เพื่อซื้อขายไฟฟ้าในตลาดพลังงานประเทศญี่ปุ่น เป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัทฯ ใน 6 ภูมิภาค นอกจากนี้โมเดลยังถูกนำไปใช้งานจริงในฐานะ ‘ผู้ช่วยอัจฉริยะ’ ที่สนับสนุนการทำงานของเทรดเดอร์ โดยพนักงานยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบคำแนะนำจาก AI และเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายก่อนดำเนินการซื้อขายจริง แนวทางดังกล่าวยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการตัดสินใจและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการซื้อขายพลังงานของบ้านปูให้แข็งแกร่ง พร้อมส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างศักยภาพของมนุษย์ และ AI</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิติ พิทักษ์ธีระธรรม</strong></span> <strong>Country Head – Japan บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “การนำ โมเดล AI เข้ามาเสริมในการซื้อขายไฟฟ้า ไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทำงานแทนคน แต่เป็นการนำ AI มาช่วยเสริมความสามารถของเทรดเดอร์ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและประเมินสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งช่วยให้การทำงานสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทรดเดอร์เองก็มีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาไปจนถึงการทดสอบโมเดลกับการทำงาน ทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาไปพร้อมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับศักยภาพของธุรกิจซื้อขายพลังงาน และต่อยอดการเติบโตของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Power+) ในระยะยาว”</p>
<p>ทั้งนี้ บ้านปูยังมีแนวทางศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดโมเดล AI สู่ตลาดซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในประเทศอื่น ๆ รวมถึงในกลุ่มธุรกิจอื่น เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของทั้งองค์กร และบุคลากร รองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานในระยะยาว</p>
<p>*สัญญาณการซื้อขาย: ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดที่ใช้บ่งชี้ทิศทางของส่วนต่างราคาระหว่างตลาด Day-Ahead (การซื้อขายไฟฟ้าสำหรับการส่งมอบในวันถัดไป) และ Imbalance (ราคาที่ใช้คำนวณส่วนต่างเมื่อปริมาณไฟฟ้าที่ซื้อขายไว้ล่วงหน้าไม่ตรงกับการใช้ไฟฟ้าจริง) ซึ่งช่วยให้ระบบประเมินโอกาสในการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา โดยโมเดล AI ไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าควรซื้อหรือขาย แต่ประเมินด้วยว่าสัญญาณนั้นมีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหน&#8221; <strong>นิติ</strong> กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-energy-trading/">บ้านปูพัฒนา AI ยกระดับการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น เสริมแกร่งการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cpf-bosch-mou-data-ai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2026 08:29:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Bosch]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Data–AI]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46438</guid>

					<description><![CDATA[<p>การผลิตอาหารให้ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตอาหารกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจึงช่วยนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในโรงงาน เพื่อใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดีต่อกาย พร้อมความสบายใจที่ได้เลือกอาหารจากกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จากัด (มหาชน) หรือ CPF จึงจับมือบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จากัด นาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีความร้อน Data และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการดาเนินงานด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งสองบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-bosch-mou-data-ai/">CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การผลิตอาหารให้ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตอาหารกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจึงช่วยนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในโรงงาน เพื่อใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดีต่อกาย พร้อมความสบายใจที่ได้เลือกอาหารจากกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-46438"></span></p>
<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จากัด (มหาชน) หรือ CPF จึงจับมือบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จากัด นาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีความร้อน Data และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการดาเนินงานด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหาร</p>
<p>ทั้งสองบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะที่ 2 ขยายความร่วมมืออีก 2 ปี เพื่อต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสาหรับอุตสาหกรรมอาหาร จากการปรับปรุงระบบหม้อต้มไอน้าและการใช้เชื้อเพลิงสะอาด สู่การนาข้อมูลการทางานของเครื่องจักรมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ช่วยให้บริหารจัดการพลังงานและวางแผนการทางานได้แม่นยายิ่งขึ้น</p>
<h3>ต่อยอดความสำเร็จระยะแรก สู่การใช้ข้อมูลและ AI</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46440" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_2.jpg" alt="CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero " width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_2.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ความร่วมมือระยะแรกของ CPF และ Bosch ได้นาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพระบบหม้อต้มไอน้า ซึ่งเป็นระบบสำคัญของโรงงานแปรรูปอาหาร พร้อมศึกษาแนวทางเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่เชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผลจากความร่วมมือระยะแรกในโรงงานต้นแบบสามารถเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 97 จึงได้ขยายความร่วมมือสู่ระยะที่ 2 โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ และใช้ AI วิเคราะห์การทางาน เพื่อค้นหาจุดที่สามารถลดการใช้พลังงาน ตรวจจับความผิดปกติ และวางแผนบารุงรักษาได้อย่างเหมาะสม</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.อรรถพล เพ็ชรพลาย</strong></span> <strong>ผู้อานวยการ วิศวกรรมด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ซีพีเอฟ</strong> กล่าวว่า CPF มุ่งผลิตอาหารที่ดีต่อกายและใจ มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม การทาให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดผลเป็นรูปธรรมต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะกับการใช้งานจริงในกระบวนการผลิตอาหาร</p>
<p>ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของ Bosch จะช่วยให้ CPF นาข้อมูลจากการใช้งานจริงมาวิเคราะห์ร่วมกัน มองเห็นจุดที่ใช้พลังงานสูง และพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับกระบวนการผลิตของ CPF เพิ่มประสิทธิภาพการทางาน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการผลิตอาหารที่มีคุณภาพสาหรับผู้บริโภค</p>
<p>“CPF มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ Bosch เป็นผู้นาด้านเทคโนโลยีหม้อต้มไอน้า โดยทั้งสองบริษัทมีนโยบายที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนในทิศทางเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอาหาร โดยเราหวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้อุตสาหกรรมอื่นนาไปประยุกต์ใช้ได้” <strong>ดร.อรรถพล</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46441" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_3.jpg" alt="CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero " width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_3.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/CPF-Bosch-MOU_3-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุธรรม เกษแก้วเกลี้ยง</strong></span> <strong>Country Head – Bosch Industrial Heat บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด</strong> กล่าวว่า “Bosch ได้ผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบ Boiler เข้ากับเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และเทคโนโลยีการผลิตไอน้าจากพลังงานสะอาด เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโรงงานควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยโซลูชันของบ๊อช ได้ติดตั้งใช้งานจริงในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงภายในกลุ่ม CPF ภายใต้ความร่วมมือนี้ เรายังได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น การผลิตไอน้าด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และระบบผลิตไอน้าแบบ Hybrid ที่ผสานการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ร่วมกับไบโอมีเทน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการเชื่อมต่อและบริหารจัดการข้อมูลด้านพลังงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อวางรากฐานสาหรับการพัฒนา Centralized Smart Energy Management System และเปิดโอกาสให้นา Industrial AI และ Predictive Analytics มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้นในอนาคต”</p>
<p>“ด้วยเครือข่ายการดาเนินงานของบ๊อช ที่ครอบคลุมทั่วโลก เราสามารถนาองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีจากหลากหลายประเทศมาสนับสนุนการดาเนินงานของ CPF ในแต่ละภูมิภาค เพื่อร่วมกันยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net-Zero ของ CPF อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” <strong>นายสุธรรม</strong> กล่าว</p>
<p><strong>ทั้งนี้ CPF และ Bosch จะร่วมกันทางานและประเมินผลการดาเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนาข้อมูลมาพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของทั้งสองบริษัท เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับสังคมในระยะยาว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-bosch-mou-data-ai/">CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูเข้าซื้อสินทรัพย์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์โดย BKV พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์มก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 08:02:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[Barnett Shale]]></category>
		<category><![CDATA[BKV]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46223</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อสินทรัพย์ธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Sequestration: CCS) ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett Shale) โดย BKV Corporation (BKV) บริษัทพลังงานในสหรัฐฯ ที่บ้านปูถือหุ้นใหญ่ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางธุรกิจของ BKV ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ และสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบ้านปู ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets/">บ้านปูเข้าซื้อสินทรัพย์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์โดย BKV พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์มก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย</strong> ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อสินทรัพย์ธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Sequestration: CCS) ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett Shale) โดย BKV Corporation (BKV) บริษัทพลังงานในสหรัฐฯ ที่บ้านปูถือหุ้นใหญ่ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางธุรกิจของ BKV ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ และสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบ้านปู ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics</p>
<p>การเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติและปริมาณสำรองคุณภาพสูงที่มีอัตราการลดลงของกำลังการผลิตต่ำ (High-quality, Low-decline Production) ให้กับการดำเนินงานของ BKV พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจกลางน้ำและโครงการ CCS ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยสินทรัพย์ที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการใช้เงินลงทุนจากการมีธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นและจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีร่วมกัน รวมถึงเพิ่มปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบาร์เนตต์เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในเขตแดลลัส-ฟอร์ตเวิร์ธ (Dallas-Fort Worth) และภูมิภาคชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก (Gulf Coast)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46226" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-1024x682.jpg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-1024x682.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-1536x1023.jpg 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-2048x1364.jpg 2048w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>สินทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วยการผลิตก๊าซธรรมชาติที่มีกำลังการผลิตประมาณ <strong>65 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน</strong> โดยมากกว่าร้อยละ 50 เป็นการผลิตไฮโดรคาร์บอนเหลว และมีอัตราการลดลงของปริมาณการผลิตจากแหล่งผลิตที่พิสูจน์แล้วและอยู่ระหว่างการผลิต (Proved Developed Producing: PDP) ในระดับต่ำ รวมถึงมีปริมาณสำรอง PDP ประมาณ <strong>0.35 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่า</strong> ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ <strong>117,000 เอเคอร์</strong> ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตมอนเทก (Montague County) รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ และมีหลุมผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ <strong>1,000 หลุม</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโครงการ CCS ซึ่งสามารถดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า <strong>100,000 ตัน</strong> ในช่วง 12 เดือนย้อนหลังจนถึงไตรมาส 1 ปี 2569 รวมถึงท่อส่งคาร์บอนและหลุมฉีดก๊าซใต้ดิน (Injection Well) ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจกลางน้ำประกอบด้วยโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่มีกำลังการผลิต <strong>180 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน</strong> ท่อก๊าซธรรมชาติระยะทางประมาณ <strong>340 ไมล์</strong> โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ (Water Gathering System) ระยะทางประมาณ <strong>225 ไมล์</strong> และหลุมกำจัดน้ำเค็ม (Saltwater Disposal Wells) จำนวน <strong>2 หลุม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46224" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-1024x683.jpg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-1536x1024.jpg 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-2048x1365.jpg 2048w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets_01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p><strong>สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า การเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ของกลุ่มบ้านปู การต่อยอดความแข็งแกร่งของ BKV ในฐานะผู้นำในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ และการขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจกลางน้ำ และการดักจับคาร์บอน จะช่วยเสริมศักยภาพของธุรกิจให้พร้อมรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความต้องการพลังงานที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่น พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีวินัย โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและสินทรัพย์ที่เราสั่งสมในตลาดสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง และมองหาโอกาสในการสร้างคุณค่าจากการขยายธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และแนวทางการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าพลังงานของเรา</p>
<p>ธุรกรรมครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ BKV ในฐานะผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในแหล่งก๊าซบาร์เนตต์ และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ 15 อันดับแรกของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ยังช่วยให้ BKV ขยายฐานธุรกิจในตลาดสหรัฐฯ และต่อยอดแพลตฟอร์มก๊าซธรรมชาติครบวงจรให้ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจกลางน้ำ การผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน โดยธุรกรรมดังกล่าวมีแหล่งเงินทุนจากเงินสดของ BKV และเงินกู้ภายใต้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน (Revolving Credit Facility)</p>
<p>*มีอัตราการลดลงของกำลังการผลิตต่ำ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-bkv-barnett-shale-natural-gas-assets/">บ้านปูเข้าซื้อสินทรัพย์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์โดย BKV พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์มก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 03:30:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[บริการที่ปรึกษา Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46164</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกของประเทศไทยให้สามารถจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและข้อบังคับจากคู่ค้าระดับสากลที่เข้มข้นขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบหลายด้าน ทั้งมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป* (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)1 และภาษีคาร์บอน2 (Carbon Tax) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/">บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกของประเทศไทยให้สามารถจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและข้อบังคับจากคู่ค้าระดับสากลที่เข้มข้นขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก</strong></p>
<p><span id="more-46164"></span></p>
<p>ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบหลายด้าน ทั้งมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป* (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)<sup>1</sup> และภาษีคาร์บอน<sup>2</sup> (Carbon Tax) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของสหภาพยุโรป<sup>3</sup> (ESPR) ที่กำหนดให้สินค้าใน EU ต้องจัดทำ Digital Product Passport (DPP) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงนโยบายของคู่ค้าสากล ที่ให้ผู้ผลิตและส่งออกต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการลดคาร์บอนเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออก ขณะที่ในประเทศไทยก็มีนโยบายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล ESG<sup>4</sup> ตามมาตรฐานรายงานความยั่งยืนสากล และเข้ารับการประเมินหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเลือกลงทุนในบริษัทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล</p>
<p>เพื่อสนับสนุนให้ทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการผลิตเพื่อส่งออกพร้อมสำหรับความท้าทายดังกล่าว บ้านปู เน็กซ์ นำเสนอบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint for Product: CFP) ครอบคลุม Scope 1-3 บริการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต การติดตามและบริหารจัดการคาร์บอนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม การเสนอแนวทางลดการปล่อยคาร์บอน ไปจนถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล รวมถึงการวางแผนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งแนวทางจัดการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนจากมาตรการภาษีคาร์บอนได้ในระยะยาว เสริมความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46166 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO.jpg" alt="สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า กฎระเบียบด้านคาร์บอนและมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลกำลังเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจของภาคการผลิตเพื่อส่งออกและอีกหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก สะท้อนผ่านการปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งสู่การรับรอง UI Green Metric<sup>5</sup> กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอาคารพาณิชย์ที่ต้องการมาตรฐาน LEED<sup>6</sup> หรือ TREES<sup>7</sup> กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ<sup>8</sup> (Eco Industrial Town) ตามแนวทางของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยโซลูชันการจัดการคาร์บอนและความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ บ้านปู เน็กซ์ ในฐานะพันธมิตรระยะยาวด้าน Net Zero มุ่งสนับสนุนทุกธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการวางกลยุทธ์ Net Zero เราพร้อมส่งมอบโซลูชันครบวงจรที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในทุก Scope ลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>ปัจจุบัน <strong>บ้านปู เน็กซ์</strong> ได้ให้บริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แก่ลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก สถาบันการศึกษา และธุรกิจบริการภาคพื้นท่าอากาศยาน สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของแต่ละธุรกิจ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่คาร์บอนต่ำ</p>
<p>หมายเหตุ<br />
*มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) คือการกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงเข้าสู่สหภาพยุุโรป (EU) รับภาระต้นทุนคาร์บอนเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตใน EU เพื่อป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน (Carbon Leakage) ซึ่งเกิดจากการย้ายฐานการผลิตสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงไปยังประเทศที่มีกฎหมายการปล่อยก๊าซฯ ไม่เข้มงวด แล้วจึงนำสินค้ากลับเข้ามาขายใน EU ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นประเทศคู่ค้าให้ปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<hr />
<p>อ้างอิง</p>
<p>1 กรมศุลกากร: <a href="https://www.customs.go.th/cont_strc_simple_with_date.php?current_id=14232b32404e505f4c464a4e464b4b" target="_blank" rel="noopener">คู่มือเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการต่อการบังคบใช้มาตรการ EU CBAM</a> และ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์: <a href="https://mocplan.ops.moc.go.th/th/content/category/detail/id/5360/iid/105849" target="_blank" rel="noopener">มาตรการว่าด้วยการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)</a></p>
<p>2 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย: <a href="https://fti.or.th/Articles/details?id=51" target="_blank" rel="noopener">รู้จักภาษีคาร์บอน (Carbon TAX)</a></p>
<p>3 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์: <a href="https://brussels.thaiembassy.org/th/content/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-digital-product-passport-dpp-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-es?cate=69834ed4d432552c5b215f13">Digital Product Passport (DPP) ภายใต้ ESPR และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ</a></p>
<p>4 SET Sustainability: <a href="https://setsustainability.com/page/disclosure" target="_blank" rel="noopener">การเปิดเผยข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืน Sustainability Disclosure and Reporting</a></p>
<p>5 UI Green Metric: <a href="https://uigreenmetric.com/about/who-we-are" target="_blank" rel="noopener">The Global Benchmark for Institutional Sustainability and Environmental Leadership</a></p>
<p>6 U.S. Green Building Council: <a href="https://www.usgbc.org/leed" target="_blank" rel="noopener">LEED Rating System</a></p>
<p>7 Thai Green Building Institute: <a href="https://tgbi.or.th/about/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันอาคารเขียวไทย</a></p>
<p>8 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย: <a href="https://eco.ieat.go.th/th/eco-development-concept" target="_blank" rel="noopener">แนวคิดการพัฒนาของเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/">บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลัง COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-cod/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 06:59:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46068</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 8 ก.ย. 2569 –  นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพิ่มเติม ขนาดกำลังการผลิตรวม 5&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-cod/">CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลัง COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 8 ก.ย. 2569 –  <span style="color: #6cb742;"><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพิ่มเติม ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท พร้อมสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-46068"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46070" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-XPCL.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-XPCL.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-XPCL-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-XPCL-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-XPCL-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน CKPower ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 สะท้อนสภาพน้ำในแม่น้ำโขงที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรก</p>
<p>สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง CKPower ประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยสนับสนุนต่อการผลิตไฟฟ้าของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขง ประกอบกับแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าในช่วงปลายปี โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย โดย CKPower ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านระบบ Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคาดการณ์ปริมาณน้ำและการวางแผนการผลิตไฟฟ้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46069" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-NN2.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-NN2.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-NN2-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-NN2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKPower-NN2-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้านบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 32.53 ของความจุน้ำใช้การได้ โดยยังมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูฝนและสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความพร้อมด้านน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ตามแผนการดำเนินงานของบริษัท หลังจากบริษัทบริหารการประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าอย่างระมัดระวังในช่วงครึ่งปีแรก</p>
<p>ส่วนบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ภายหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสที่ 1 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าสามารถกลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="โซลาร์รูฟท็อป" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-01.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="โซลาร์บริเวณอาคารสำนักงาน" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="โครงการโซลาร์ฟาร์ม" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/CKP-BEM-02.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>นายธนวัฒน์กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีหลัง CKPower มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายส่วน ทั้งกำลังการผลิตใหม่จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM สถานการณ์น้ำที่ยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของ XPCL แนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของ NN2 ตลอดจนการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของ BIC หลังการซ่อมบำรุงตามแผน ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของพอร์ตโดยรวม บริษัทจะมุ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานในระยะยาว”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-cod/">CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลัง COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูเติบโตแข็งแกร่งหลังควบรวม ผสานทุกแพลตฟอร์มและโซลูชันพลังงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ รองรับดีมานด์พลังงานโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/integrated-energy-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 05:32:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45798</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ประกาศความพร้อมของบริษัทใหม่หลังควบรวมกับ BPP เดินหน้าขับเคลื่อนบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” อย่างเข้มข้น เผยวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ และโอกาสเติบโตที่ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ บ้านปูพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ออกแบบและเชื่อมโยงระบบพลังงานที่พร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง ด้วยแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร (Integrated Energy Platform) ที่ผสานแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน และโซลูชันด้านพลังงานเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญขององค์กร สะท้อนจุดมุ่งหมายของแบรนด์ “ขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ” (Expand the&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integrated-energy-platform/">บ้านปูเติบโตแข็งแกร่งหลังควบรวม ผสานทุกแพลตฟอร์มและโซลูชันพลังงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ รองรับดีมานด์พลังงานโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ประกาศความพร้อมของบริษัทใหม่หลังควบรวมกับ BPP เดินหน้าขับเคลื่อนบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” อย่างเข้มข้น เผยวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ และโอกาสเติบโตที่ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong><br />
<span id="more-45798"></span></p>
<p>จากวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ บ้านปูพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ออกแบบและเชื่อมโยงระบบพลังงานที่พร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง ด้วยแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร (Integrated Energy Platform) ที่ผสานแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน และโซลูชันด้านพลังงานเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญขององค์กร สะท้อนจุดมุ่งหมายของแบรนด์ “ขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ” (Expand the world’s energy capacity, responsibly) ผ่านศักยภาพของ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ดำเนินงานอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45800" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Khun-Sinon-CEO-of-Banpu.jpg" alt="สินนท์ ว่องกุศลกิจ" width="740" height="513" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Khun-Sinon-CEO-of-Banpu.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Khun-Sinon-CEO-of-Banpu-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Khun-Sinon-CEO-of-Banpu-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Khun-Sinon-CEO-of-Banpu-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บ้านปูกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตด้วยความแข็งแกร่ง ที่มีธุรกิจพลังงานครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ การอยู่ในประเทศที่มีการเติบโตด้านพลังงานและเป็นแกนหลักทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตและการจำหน่ายพลังงาน ไปจนถึงการรองรับธุรกิจไฮเปอร์สเกลเลอร์(Hyperscalers) ที่ต้องการพลังงานสูง บ้านปูจึงมีความแตกต่างและอยู่ในตำแหน่งทางธุรกิจที่ดี โดยมั่นใจว่าจะเป็นบริษัทพลังงานที่สร้างคุณค่าทั้งต่ออุตสาหกรรมพลังงานโลก ธุรกิจและผู้คนที่ต้องการพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ และผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นในบริษัทฯของเราเสมอมา</p>
<p>“เรามีการ Transform ธุรกิจ มองว่า Data Management มีความสำคัญมาก เราต้องการเป็น AI-Native นำข้อมูลมาบริหารธุรกิจ มีการใช้ข้อมูลในการตัดสินลงทุนทั้งใน สหรัฐอเมริกา จีน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย พร้อมตั้งเป้าต้องเป็นบริษัทที่มีบุคลากรที่มีศักยภาพ” สินนท์ กล่าว</p>
<p>บ้านปูยังมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานผ่าน 4กลุ่มธุรกิจหลัก ตามกลยุทธ์ “Energy Symphonics” โดยมีทิศทางและไฮไลท์ที่สำคัญ ดังนี้</p>
<p>1.กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) ยกระดับแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจรที่เชื่อมโยงธุรกิจก๊าซธรรมชาติสู่การผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี2569 ตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ผลิตได้ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน พร้อมต่อยอดกำลังผลิตไฟฟ้า 1.5 กิกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I&amp;II ในปัจจุบัน สู่การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่ Jack County รัฐเท็กซัส บนทำเลศักยภาพมากกว่า 6,000 เอเคอร์ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้ ปัจจุบันมี 3 โครงการ โดยตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571 ผ่านการดำเนินงานของBKV ซึ่งเป็นธุรกิจที่ Unique ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) รองรับความต้องการพลังงานของกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี คลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers)</p>
<p>2.กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยธุรกิจแหล่งพลังงานและแร่เชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานต้นน้ำ โดยบริษัทฯ ยังคงลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) อย่างต่อเนื่อง เช่นการดักจับก๊าซมีเทนจากการดำเนินงานเหมืองใต้ดินกลับมาผลิตไฟฟ้า มีแผนที่จะนำรถ EV Truck กว่า 100 คันมาใช้พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI)และแพลตฟอร์มข้อมูลแบบบูรณาการมาใช้ในเหมืองในอินโดนีเซีย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมการทำงานบนฐานข้อมูล เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ขณะเดียวกันบริษัทฯ เดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจแร่กลยุทธ์ (Strategic Minerals) เช่น นิกเกิล (Nickel) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับการเติบโตในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัทฯ</p>
<p>3.กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง(Power+) ขยายศักยภาพแพลตฟอร์มไฟฟ้าครบวงจรในตลาดสำคัญ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภคที่เสถียรและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน (Thermal)พลังงานหมุนเวียน (Renewables)ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน พร้อมยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ มั่นคง และยั่งยืน โดยบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ในสหรัฐฯ และเอเชีย รองรับแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่เติบโต เชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานและอุตสาหกรรมดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่อนาคตสังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาภายในปี 2572 รวมทั้งหมด 10 โครงการ รวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่ โครงการเมกะเมาท์ (Megamouth) ความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทฯ ในสหรัฐฯ และโครงการวูรีน (Wooreen) ความจุพลังงาน 1,400เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย</p>
<p>4.กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบ Net-Zero Solutions แบบครบวงจรและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้และคุ้มค่าด้านต้นทุนพลังงาน สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายNet Zero ของลูกค้าทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของ AI นอกจากนี้ ยังเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) หรือหน่วยงานลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45799" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Smittipon-Srethapramote.jpg" alt="สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Smittipon-Srethapramote.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Smittipon-Srethapramote-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Smittipon-Srethapramote-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Smittipon-Srethapramote-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสายอาวุโส – ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันมีความต้องการใหม่ๆในยุโรปมากขึ้น เนื่องจากมีมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism :CBAM) และ Net Zero Target อีกทั้งมีบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งในไทย เช่น Data Center และบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งใช้ไฟฟ้าต่างจาก Data Center ทั่วไป</p>
<p>CVC ของบ้านปูจะช่วยลูกค้า Data Center ประหยัดพลังงานและใช้ไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ เพราะลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยี มีความต้องการไฟฟ้ามากที่สุด และที่สำคัญมีกำลังในการจ่ายราคาค่าไฟฟ้า เพื่อใช้พลังงานสะอาด</p>
<p>เราลงทุนในบริษัทที่ช่วยบริหารการจ่ายพลังงาน เพราะ Data Center เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในไทยและทั่วโลก เช่น ลงทุนจ่ายความเย็น เพื่อช่วยยืดอายุชิปของ NVEDIA เป็นต้น ตอนนี้กำลังศึกษาลงทุนซื้อพลังงาน เพราะพลังงานเป็นคอขวด เนื่องจาก AI เติบโตเกินปริมาณพลังงานที่จะนำมาใช้ได้</p>
<p>”ในประเทศไทยอีก 2 ปี จะมีไฟฟ้าเหลือน้อยมาก จึงมีความต้องการหาแหล่งผลิตไฟฟ้าและวิธีบริหารจัดการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด” สมิทธิพร กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวประกาศทิศทางธุรกิจ บ้านปูยังเปิดตัวตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของแบรนด์ (Brand mascot) “Flamo” ที่สะท้อนบุคลิกของแบรนด์บ้านปูในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตร และสร้างสรรค์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของบ้านปูอย่างมีสีสันและสร้างความผูกพันกับผู้คนได้ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integrated-energy-platform/">บ้านปูเติบโตแข็งแกร่งหลังควบรวม ผสานทุกแพลตฟอร์มและโซลูชันพลังงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ รองรับดีมานด์พลังงานโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นูออโว พลัส ชูโซลูชันแบตเตอรี่ BESS สำหรับอุตสาหกรรมและ EV หนุนไทยเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-bess-ev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 07:24:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[นูออโว พลัส]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45704</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : นูออโว พลัส (Nuovo Plus) ชูโซลูชันแบตเตอรี่สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ควบคู่การเดินหน้าประกอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านการร่วมลงทุนกับGotion High-tech Co., Ltd. ผู้ผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของโลก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขยายการใช้พลังงานสะอาด เสริมความมั่นคงทางไฟฟ้า พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบาย &#8220;30@30&#8221;  ในภาคขนส่ง ซึ่งตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030  เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-bess-ev/">นูออโว พลัส ชูโซลูชันแบตเตอรี่ BESS สำหรับอุตสาหกรรมและ EV หนุนไทยเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ  : นูออโว พลัส (</strong><strong>Nuovo Plus) </strong><strong>ชูโซลูชันแบตเตอรี่สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ควบคู่การเดินหน้าประกอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า (</strong><strong>EV) </strong><strong>ผ่านการร่วมลงทุนกับGotion High-tech Co., Ltd. ผู้ผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของโลก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขยายการใช้พลังงานสะอาด เสริมความมั่นคงทางไฟฟ้า พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบาย &#8220;30@30&#8221;  ในภาคขนส่ง ซึ่งตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030  เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย </strong><strong>Net Zero </strong><strong>อย่างยั่งยืน</strong><span id="more-45704"></span></p>
<p>ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ ทั้งนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เกิดจากสภาวะสงคราม</p>
<p>ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับล่าสุด รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้ได้ถึง 70% ของความต้องการทั้งหมด โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวของโซลาร์ฟาร์ม พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานน้ำ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ไว้ที่ขนาด 10 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าจากรูปแบบเดิมที่รัฐเป็นผู้ผลิตรายเดียว (Enhanced Single Buyer) ไปสู่รูปแบบการกระจายตัวที่ผู้บริโภคสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและเกิดการซื้อขายไฟฟ้าในอนาคตผ่านระบบ Wheeling Access</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45706" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-02.jpg" alt="ดรุณพร กมลภุส" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดรุณพร กมลภุส</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด  (Nuovo Plus)  </strong>กล่าวว่า องค์กรยุคใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ของประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม ทั้งการเพิ่มเสถียรภาพในระบบโครงข่ายไฟฟ้าและการส่งเสริมระบบขนส่งสะอาด <strong>บริษัท นูออโว พลัส จำกัด </strong>ภายใต้กลุ่มปตท.จึงก่อตั้งขึ้นในปี  2022   เพื่อวางยุทธศาสตร์สำคัญในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานครบวงจร  เน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้ BESS เพื่อเปลี่ยนต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจสู่ความได้เปรียบ พร้อมสนับสนุน ระบบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเร่งการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง</p>
<p>นูออโว พลัส ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Battery at the Core” โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>1. โซลูชัน </strong><strong>BESS </strong><strong>สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</strong> ให้บริการบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์รูปแบบการใช้ไฟฟ้า การออกแบบติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ร่วมกับ Solar PV การบริหารจัดการช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) ผ่านระบบ Nuovo Plus Energy Management System (EMS) ควบคู่กับบริการ Energy-as-a-Service (EaaS) แบบ Zero Upfront Investment เพื่อช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และบรรลุเป้าหมาย ESG   คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 30%</p>
<p>และ<strong>2. การผลิตและประกอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า</strong> ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ด้วยการร่วมลงทุนกับ Gotion High-tech Co., Ltd. ผู้ผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของโลก และผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับ 3 ของจีน จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เอ็นวี โกชัน (NV Gotion)  ที่จังหวัดระยอง ภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion) เพื่อเป็นฐานการประกอบแบตเตอรี่คุณภาพสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รองรับตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลไฟฟ้าและยานยนต์เชิงพาณิชย์ และขยายการบริการไปสู่ระบบ Power Train และงานบริการหลังการขายแบบครบวงจรคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 70%</p>
<p><strong>ดรุณพร</strong> กล่าวต่อว่า สถานการณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคครัวเรือนของประเทศไทยในปัจจุบัน มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาค่ำจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่การใช้เครื่องปรับอากาศจะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางวัน ส่งผลให้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบช่วงเวลาการใช้ (Time of Use: TOU) มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของผู้บริโภค โดยมีการเปรียบเทียบระหว่างอัตราค่าไฟฟ้าในช่วง On-peak ประมาณ 5 บาทต่อหน่วย และช่วง Off-peak หลัง 22:00 น. ที่ประมาณ 3 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งจูงใจให้ผู้รับเหมาและผู้บริโภคหันมาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ควบคู่กับแบตเตอรี่ (BESS) มากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45707" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-03.jpg" alt="บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า" width="600" height="336" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-03-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/nuovo-plus-bess-ev-03-500x280.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยต้องบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าที่มีปริมาณความต้องการสูงถึงประมาณ 230 tWh ต่อปี ซึ่งหากรวมการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคขนส่งที่ปัจจุบันใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าอีก 230 tWh ต่อปี</p>
<p>“ดังนั้นระบบไฟฟ้าทั้งประเทศจึงจำเป็นต้องรองรับพลังงานมหาศาล ทำให้ระบบกักเก็บพลังงานเป็นกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและมีความน่าเชื่อถือสูงเมื่อเทียบกับวิธีอื่น เมื่อต้องการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ประเทศไทยอาจต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์ในขนาดที่ใหญ่กว่าความต้องการเฉลี่ยถึง 6 เท่า เพื่อใช้พลังงานโดยตรง 1 ส่วนและกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่อีก 5 ส่วน ซึ่งอาจต้องใช้พื้นที่ติดตั้งรวมเทียบเท่ากับพื้นที่ของจังหวัดสระบุรีทั้งจังหวัด&#8221; <strong>ดรุณพร</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและพาณิชย์ (C&amp;I) ถือเป็นกลุ่มที่ตื่นตัวในการใช้ระบบ BESS สูงที่สุด เนื่องจากต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้เกินขีดจำกัดเดิมที่ 30% ไปสู่ระดับ 50-100% และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับระบบการผลิต</p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">สุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ</span> ผู้อำนวยการ &#8211; กลยุทธ์และธุรกิจองค์กร บริษัท นูออโว พลัส จำกัด</strong> กล่าวว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ถือเป็นเทคโนโลยีหัวใจสำคัญที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน โดยเทคโนโลยีนี้จะทำหน้าที่เป็น &#8220;Buffer&#8221; ช่วยลดความผันผวนและเปลี่ยนพลังงานที่ไม่เสถียรให้เป็นพลังงานที่สามารถสั่งจ่ายได้ตามความต้องการ ดังนั้นการนำ BESS มาใช้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบสายส่งและลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม แต่ยังช่วยจัดการปรากฏการณ์ Duck Curve ที่เกิดจากปริมาณไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ล้นระบบในช่วงกลางวันจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  โดยหากสามารถบริหารจัดการการกักเก็บและจ่ายไฟฟ้าให้เส้นกราฟการผลิตมีความราบเรียบที่สุด จะช่วยให้โรงไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้งานได้ในระยะยาว</p>
<p>อย่างไรก็ดี ศักยภาพของตลาดแบตเตอรี่ในประเทศไทยถือว่ามีโอกาสเติบโตสูงมากเมื่อพิจารณาจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานที่ 230,000 ล้านหน่วยต่อปี และการใช้น้ำมันในภาคขนส่งที่สูงถึง 222,000 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน  การที่รัฐบาลไทยได้ขับเคลื่อนนโยบาย &#8220;30@30&#8221; โดยตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมทั้งออกมาตรการสนับสนุนอย่าง EV 3.0 และ 3.5 ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิตในรูปแบบเงินอุดหนุนตั้งแต่ 100,000 ถึง 150,000 บาทต่อคัน ช่วยดึงดูดให้ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีการใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยอดจดทะเบียนเพียงประมาณ 20,000 คันในปี 2022 พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 100,000 คันในปี 2023 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องสู่ระดับเกือบ 150,000 คันภายในช่วงปี 2024-2025</p>
<p><strong>สุทธิภูมิ </strong>กล่าวต่อว่า จากสถิติในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้พบว่ามียอดการเติบโตที่เกือบจะเท่ากับยอดรวมของปีก่อนหน้าทั้งปีแล้ว  สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้ผลิตในเชิงธุรกิจและการผลิต ระบุว่ายอดการส่งมอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในปีปัจจุบันเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026  นูออโว พลัสได้ส่งมอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 10,000 แพ็คต่อ 1 คัน และคาดการณ์ว่าเมื่อจบปีจะมียอดรวมประมาณ 16,000 ถึง 17,000 แพ็ค ซึ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณเพียง 3,000-4,000 แพ็ค  นอกจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแล้ว นูออโว พลัสยังผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถบัสไฟฟ้าโดยตั้งเป้าหมายปีนี้ที่ 500 คัน ซึ่งรถบัส 1 คันจะใช้จำนวนแพ็คแบตเตอรี่เทียบเท่ากับรถยนต์นั่งถึง 8-10 คัน</p>
<p>ปัจจุบันราคาของแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้ามีปัจจัยความผันผวนของราคาลิเทียมและนโยบายภาษีส่งออกของประเทศจีนที่เป็นความท้าทายด้านต้นทุน ซึ่งผู้ผลิตในไทยกำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีสัดส่วนมูลค่าในประเทศ (Local Content) ที่ 40% เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการส่งออก</p>
<p>&#8220;นูออโว พลัส เดินหน้ายกระดับการบริการครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ (Battery Life-Cycle Services) ตั้งแต่การดูแลบำรุงรักษา การนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ซ้ำ (Second-Life Battery) ไปจนถึงการศึกษากระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างยั่งยืน&#8221; <strong>สุทธิภูมิ  </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-bess-ev/">นูออโว พลัส ชูโซลูชันแบตเตอรี่ BESS สำหรับอุตสาหกรรมและ EV หนุนไทยเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอบีบีชูแนวทาง Automation Extended หนุนไทยเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/abb-automation-extended/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 04:45:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ABB]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Expansion and Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เอบีบี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45684</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอบีบี (ABB) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) โดยกลุ่มธุรกิจ Energy Industries ร่วมกับ Verdantix  จัดทำรายงานวิจัยอิสระเกี่ยวกับการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Expansion and Transformation) โดยผลการวิจัยได้ศึกษาเจาะลึกถึงแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิตแบบเดิม ควบคู่ไปกับการบูรณาการแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่การขยายขีดความสามารถด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านระบบ จะต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างสอดคล้องและมีระบบ ประเด็นนี้ได้ทวีความสำคัญสำหรับประเทศไทย เนื่องจากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และการผลิตขั้นสูงในประเทศไทย จะเห็นได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ฺฺฺBOI) ที่ทุบสถิติสูงถึง 1.88 ล้านล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/abb-automation-extended/">เอบีบีชูแนวทาง Automation Extended หนุนไทยเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอบีบี (ABB) </strong>ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) โดย<strong>กลุ่มธุรกิจ Energy Industries</strong> ร่วมกับ Verdantix  จัดทำ<strong>รายงานวิจัยอิสระเกี่ยวกับการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน</strong> (Energy Expansion and Transformation) โดยผลการวิจัยได้ศึกษาเจาะลึกถึงแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิตแบบเดิม ควบคู่ไปกับการบูรณาการแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่การขยายขีดความสามารถด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านระบบ จะต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างสอดคล้องและมีระบบ</p>
<p><span id="more-45684"></span></p>
<p>ประเด็นนี้ได้ทวีความสำคัญสำหรับประเทศไทย เนื่องจากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และการผลิตขั้นสูงในประเทศไทย จะเห็นได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ฺฺฺBOI) ที่ทุบสถิติสูงถึง 1.88 ล้านล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังผลักดันความต้องการพลังงานที่มั่นคง ยืดหยุ่น และสะอาดให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยว่าจะรักษาขีดความสามารถการแข่งขันและแรงขับเคลื่อนนี้ไว้ได้ด้วยการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า การปรับปรุงระบบส่งจ่ายไฟฟ้า และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคงไม่เพียงพอ แต่จะต้องมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิตด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเดิมที่มีการใช้งานอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45686" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/abb-automation-extended-02.jpg" alt="แอนเดอร์ มัลทีเซ็น" width="600" height="401" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/abb-automation-extended-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/abb-automation-extended-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/abb-automation-extended-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/abb-automation-extended-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">แอนเดอร์ มัลทีเซ็น</span> ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี</strong> <strong>ประจำภูมิภาคเอเชีย</strong> กล่าวว่า การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสองสิ่งที่จะต้องทำพร้อมกัน คือการขยายกำลังการผลิตพลังงาน และการเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบัน ทุกวันนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) , โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การใช้ไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูงได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงาน ทำให้การขยายและการเปลี่ยนผ่านระบบต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสร้างระบบพลังงานที่มีความพร้อมรับมือ ยืดหยุ่น และมีความสามารถในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทศวรรษต่อไป</p>
<p>สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วในภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่เพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าในสามพื้นที่สามารถเพิ่มกำลังการจ่ายไฟได้ถึง 550 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่าการยกระดับระบบเดิมสามารถตอบสนองความต้องการได้จริง  ขณะที่โครงการใหม่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a>   ส่วนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการอัปเกรดระบบส่งไฟฟ้าและหม้อแปลง เพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทัลและอุตสาหกรรมระยะต่อไป  กระทรวงพลังงานได้อนุมัติการลงทุนเร่งด่วนเพื่อเพิ่มจุดจ่ายไฟและหม้อแปลงรวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์ในจังหวัดชลบุรีและระยอง รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่<a href="#_ftn2" name="_ftnref2">[2]</a>  ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับความต้องการในอนาคต และบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้น<a href="#_ftn3" name="_ftnref3">[3]</a></p>
<p><strong>แอนเดอร์ มัลทีเซ็น </strong>กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย การขยายกำลังการผลิตและการปรับปรุงระบบที่มีอยู่จะต้องจัดการในสองเรื่องสำคัญควบคู่กัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า การเสริมความสามารถในการมองเห็นสถานะของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ที่มีอยู่ และการใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อระบุจุดที่มีประสิทธิภาพต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างที่โครงการใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา นอกจากนี้ เมื่อระบบพลังงานมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างลื่นไหลแล้ว ความยืดหยุ่นของระบบยังต้องอาศัยการจัดการผสานรวมพลังงานหมุนเวียน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเสถียรภาพของการดำเนินงานไปพร้อมกัน</p>
<p>“ในส่วนของประเทศไทย หากต้องการจะขยาย Grid Capacity สามารถเรียนรู้จากออสเตรเลียว่า หากสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ามาก มีจุดไหนบ้างที่จะส่งผลกระทบในแง่ลบมากกว่าบวก เพราะหากสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ามาก Grid จะมีปัญหา และไม่มีที่กักเก็บพลังงาน” <strong>แอนเดอร์ มัลทีเซ็น </strong>กล่าว</p>
<p>งานวิจัยของเอบีบีได้ชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญอีกด้านหนึ่ง โดยร้อยละ 79 ของผู้ตอบแบบสำรวจการเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมประจำปี 2568 ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ที่มีอยู่จะส่งผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานได้มากที่สุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และผลผลิตจากระบบเดิม สามารถเสริมความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน ทั้งยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้พร้อมกัน</p>
<p>“ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ยังคงมีความจำเป็น ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเป็นประวัติการณ์  กระบวนการผลิตอาหาร เราต้องขยายการผลิตไฟฟ้ามากขึ้นด้วย ฝั่ง Grid ต้องผลิตไฟฟ้าให้ทันความต้องการ  เอบีบีมุ่งเน้นด้านพลังงาน สำหรับโรงไฟฟ้าและบริษัทลูกค้าที่ดำเนินการด้าน Control System  ทำอย่างไรให้โรงไฟฟ้าและบริษัทลูกค้าที่ดำเนินการด้าน Control System มีประสิทธิภาพมากขึ้น Operationดีขึ้น  ร้อยละ 79 ของลูกค้าให้ความสำคัญในเรื่องนี้ในอันดับต้นๆ ขณะที่การตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” <strong>แอนเดอร์ มัลทีเซ็น </strong>กล่าว</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย นอกจากความมั่นคงและความปลอดภัยในการดำเนินงานแล้ว ยังต้องยกระดับประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และระบบไฟฟ้าและโซลูชันดิจิทัลทั้งผู้ผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า เอบีบีใช้เทคโนโลยี Data Science ที่ใช้ Solar Panel เท่าเดิม แต่ Output มากกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสามารถ Optimize ได้ทุกกระบวนการ</p>
<p>ด้านความร่วมมือ เอบีบีพร้อมทำงานกับกลุ่มอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และคู่ค้า ภาคการศึกษารอบโลก โดยร่วมกับภาคการศึกษาด้านความปลอดภัย เพื่อช่วยลูกค้าให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดการผลิต (Downtime)</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้นำเสนอแนวทาง Automation Extended ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถนำระบบดิจิทัล รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) และ AI เข้ามาใช้งานควบคู่กับระบบควบคุมที่มีอยู่ได้ โดยไม่รบกวนการดำเนินงานหลัก<a href="#_ftn4" name="_ftnref4">[4]</a>   ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านระบบในจังหวะที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการรักษาความเสถียร ความปลอดภัย และความพร้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่องของระบบควบคุมหลักที่สำคัญสามารถประเมินการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติที่มีอยู่ และปรับปรุงประสิทธิภาพในแบบที่คาดการณ์ได้และผสานระบบอัตโนมัติมากขึ้นในระยะยาวและขีดความสามารถทางดิจิทัลเข้ามาใช้งานได้อย่างเป็นขั้นตอน</p>
<p><strong>แอนเดอร์ มัลทีเซ็น </strong>กล่าวว่า <strong>เอบีบีได้นำแนวทางดังกล่าวเข้าไปสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทย   ได้แก่ โรงไฟฟ้าไออาร์พีซี (</strong><strong>IRPC)  </strong><strong>โดยเอบีบีได้นำซอฟต์แวร์ของช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้สามารถลดความผันผวนของแรงดันลงได้สูงสุดถึงร้อยละ </strong>50 ขณะ<strong>ที่กลุ่มมิตรผล (</strong><strong>Mitr Phol Group) </strong><strong>นำเทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติและดิจิทัลของเอบีบีได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับประสิทธิภาพการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น และโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เขื่อนอุบลรัตน์  เอบีบีได้เสริมความยืดหยุ่นให้ระบบ เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า รองรับการผสานพลังงานหมุนเวียน</strong></p>
<p>“สำหรับโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชน เอบีบีมองว่าเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของเอบีบีในการผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ส่วน<strong>การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความซับซ้อนในการทำงานร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำ และดิจิทัล เอบีบีจึงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในระบบนิเวศนี้ เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า และดิจิทัลมาสนับสนุนการบูรณาการที่เชื่อถือได้ พร้อมดึงประสิทธิภาพสูงสุดระบบอัตโนมัติสำหรับกร</strong>ะบวนการผลิตเดิม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานระยะยาว” <strong>แอนเดอร์ มัลทีเซ็น </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<hr />
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a><a href="https://www.egat.co.th/home/en/20260616e/?" target="_blank" rel="noopener"> การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), “EGAT highlights ‘clean, stable, and sufficient power,’ upgrading energy infrastructure to drive Thailand toward a data center hub,” 16 มิถุนายน 2569.</a></p>
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn2">[2]</a><a href="https://energy.go.th/th/hot-news/30403" target="_blank" rel="noopener"> กระทรวงพลังงาน, “ปลัดกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามสถานีไฟฟ้าแรงสูง จ.ชลบุรี เตรียมรองรับ Data Center”, 14 กุมภาพันธ์ 2569.</a></p>
<p><a href="#_ftnref3" name="_ftn3">[3]</a><a href="https://energy.go.th/th/minister-news/30463" target="_blank" rel="noopener"> กระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษในงาน ROAD TO NET ZERO 2026, 25 มิถุนายน 2569.</a></p>
<p><a href="#_ftnref4" name="_ftn4">[4]</a><a href="https://www.abb.com/global/en/areas/automation/control-systems/campaigns/automation-extended?" target="_blank" rel="noopener"> ABB, “<em>Automation Extended.</em>” เปิดตัวในปี 2026  ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำระบบ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และดิจิทัล เข้ามาใช้งานได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของระบบควบคุมหลัก.</a> คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม: <a href="https://www.abb.com/global/en/areas/automation/control-systems/campaigns/automation-extended">Automation extended | ABB</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/abb-automation-extended/">เอบีบีชูแนวทาง Automation Extended หนุนไทยเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป เผยครึ่งปีแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 04:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45641</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี &#8211; บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ประจำปี 2569 รับรู้กำไรสุทธิ จำนวน 2,628 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2569/">ราช กรุ๊ป เผยครึ่งปีแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี &#8211; <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ประจำปี 2569 รับรู้กำไรสุทธิ จำนวน 2,628 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท โดยร้อยละ 96 มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า คิดเป็นจำนวนเงิน 24,866 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 90 คิดเป็นจำนวน 22,506 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คิดเป็นร้อยละ 10 เป็นจำนวน 2,360 ล้านบาท ส่วนรายได้อีกร้อยละ 4 คิดเป็นจำนวนเงิน 1,149 ล้านบาท มาจากธุรกิจอื่น ๆ</strong></p>
<p><span id="more-45641"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปี 2569 ของบริษัทฯ มุ่งเน้นการรักษาประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก เพื่อดำรงความพร้อมจ่าย และคงความสามารถในการสร้างรายได้ให้ต่อเนื่อง ขณะที่ผลการดำเนินงานกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับผลบวกมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมสตาร์ฟิชฮิลล์, เมาท์เอเมอรัลด์ และคอลเล็กเตอร์ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป. ลาว ที่ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำครึ่งปีแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ติดตามโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความก้าวหน้าและคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องในปีนี้ 2 โครงการ รวมสัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 76.6 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ NPSI ในฟิลิปปินส์ สัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง 1 กำลังผลิตตามการถือหุ้น 5.55 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย รวมถึงแสวงหาการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านไฟฟ้า และพลังงานที่มีศักยภาพอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” <strong>นายนิทัศน์</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 245,655 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 131,235 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 114,420 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.15 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.56</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2569/">ราช กรุ๊ป เผยครึ่งปีแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 07:35:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45635</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,979 ล้านบาท) สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/">บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,979 ล้านบาท) สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตภายหลังการควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ใหม่ (&#8220;BANPU&#8221;) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และหุ้น BANPU เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569</strong></p>
<p><span id="more-45635"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า &#8220;ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนถึงจุดแข็งของบ้านปูจากพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การจัดตั้ง BANPU ภายหลังการควบบริษัทถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถผสานศักยภาพระหว่างธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI และ Data Centers&#8221;</p>
<p>ในครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ของบ้านปูมีผลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตที่สำคัญ ดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45637" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01.jpg" alt="โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas)</strong> มีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 172 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II สามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 90 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Sequestration: CCS) Barnett Zero มีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจำนวน 64,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่โครงการ Cotton Cove และ Eagle Ford ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โดยคาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ยประมาณ 32,000 และ 90,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตามลำดับ</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)</strong> มีปริมาณการขายถ่านหินรวม 18 ล้านตัน โดยธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและมองโกเลียมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในธุรกิจแร่เชิงกลยุทธ์ เช่น นิกเกิล (Nickle) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโอกาสใหม่ในระยะยาว</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong> สินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,011 เมกะวัตต์ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ ผ่านการแสวงหาโอกาสลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวม 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐฯ โดยมีขนาดกำลังไฟฟ้ารวม 692 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้านธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ในญี่ปุ่น สามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 3,045 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45638" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02.jpg" alt="โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Barnett Zero." width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)</strong> เดินหน้าขยายบริการ Net Zero Solutions โดยให้บริการที่ปรึกษา Net Zero (Net Zero Consultation) แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย กราวด์ เอวิเอชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด (AOTGA) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital (CVC) โดยปัจจุบันมีการลงทุนในกองทุนรวม 16 กองทุน และการลงทุนโดยตรงใน 6 บริษัท โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมศึกษาโอกาสการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าของ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของพอร์ตธุรกิจในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>BANPU</strong> ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics</p>
<p>*ข้อมูลที่รายงานเป็นผลการดำเนินงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ก่อนการจดทะเบียนควบบริษัทแล้วเสร็จ จึงยังไม่สะท้อนฐานะทางการเงิน โครงสร้างทุน และทุนจดทะเบียนของ BANPU ภายหลังการควบบริษัท</p>
<p>**คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยครึ่งปีแรก 2569 ที่ USD 1: THB 32.0962</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/">บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
