<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/news-activities/industry-news/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 08:16:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 08:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43776</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี : บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี : <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ระดับ “AA+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”</strong></p>
<p><span id="more-43776"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นกู้สีเขียวที่ออกและจำหน่ายในคราวนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 ความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินและการบริหารประสิทธิภาพโครงการพลังงานทดแทนที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บริษัทฯ มีเงินหมุนเวียนสำหรับการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนในอนาคตด้วย ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 40 และร้อยละ 50 ภายในปี 2578 และ 2583 ตามลำดับ จากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 31 ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น</p>
<p>“การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการบริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์ของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนทางการเงินของสินทรัพย์พลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ในต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และยังเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ในอนาคต อันจะนำไปสู่การสร้างการเติบโตและความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว” นิทัศน์กล่าว</p>
<p>หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นไปตามกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยบริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดทำรายงานความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) เพื่อประเมินความสอดคล้องของกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ดังกล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 06:18:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Water Grid]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปา]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองการบินอู่ตะเภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43727</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้พิจารณาออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to proceed) ให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) โดยมีกำหนดเริ่มพัฒนาโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น   บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาในโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/">อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้พิจารณาออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to proceed) ให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) โดยมีกำหนดเริ่มพัฒนาโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น  </strong></p>
<p><span id="more-43727"></span></p>
<p>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาในโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา แสดงความพร้อมสนับสนุนการให้บริการระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำแบบครบวงจร เมื่อบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้าง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายจุมพล จันทร์คำ</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ อีสท์ วอเตอร์</strong> เปิดเผยว่า <em>“<strong>โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา เชื่อมต่อกับโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านน้ำ หรือ </strong></em><strong><em>Water Grid ของอีสท์ วอเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญๆ ทุกแห่งในภาคตะวันออก และยังมีสระเก็บน้ำดิบความจุ 12 ล้าน ลูกบาศก์เมตร อยู่ที่ ต.ทับมา จ.ระยอง ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทจะสามารถส่งจ่ายน้ำให้เมืองการบินได้อย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ บริษัทยังได้พัฒนาระบบผลิตน้ำประปาที่พร้อมให้บริการทั้งในช่วงเริ่มต้นโครงการ และมีความสามารถที่จะขยายระบบเพื่อรองรอบการเติบโตที่เกิดขึ้นในอนาคต</em></strong><em>”</em></p>
<p>นอกจากการผลิตน้ำประปาแล้ว อีสท์ วอเตอร์ยังมีความพร้อมที่จะพัฒนาและบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรบนพื้นที่ 6,500 ไร่ของเมืองการบินอู่ตะเภา ประกอบด้วยระบบน้ำประปา การบำบัดน้ำเสีย และอาจรวมถึงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ครอบคลุมถึงพื้นที่พัฒนาเมือง อาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์ประชุม ตอบโจทย์การเติบโตทางเศรษฐกิจระดับประเทศ ภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง</p>
<p>อีสท์ วอเตอร์เชื่อมั่นว่า ความมั่นคงด้านน้ำ (Water security) จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับเมืองการบินอู่ตะเภาให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนให้โครงการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยของภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/">อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:46:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Engine]]></category>
		<category><![CDATA[NNEG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43675</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : <strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) </strong>จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569</p>
<p><span id="more-43675"></span></p>
<p>ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ รวม 207.75 เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตไอน้ำรวม 48 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแล้ว ยังช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นคงด้านพลังงานด้วย</p>
<figure id="attachment_43677" aria-describedby="caption-attachment-43677" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-43677" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg" alt="พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-43677" class="wp-caption-text">พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร</figcaption></figure>
<p>พลอากาศเอก ดร<strong>. </strong>นพพร จันทวานิช ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือและความแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย  บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40% บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นฝ่ายละ 30% ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการส่วนขยายอย่างต่อเนื่องจนสามารถดำเนินงานมาถึงขั้นตอนการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ</p>
<p>ทั้งนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการส่วนขยายนี้จะจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครโดยตรง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบพลังงานในพื้นที่ รองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ประเภทสัญญา Firm ระบบโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 125 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 30 ตันต่อชั่วโมง โดยผลิตกระแสไฟฟ้าและจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ 90 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 25 ปี ส่วนไฟฟ้าและไอน้ำที่เหลือจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2559 ต่อมาในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า เพิ่มอีก 54 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 จากนั้นในปี 2566 ได้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 28.75 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมจะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน ศกนี้</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนครสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พีทีที สเตชั่น เปิดทางเลือกใหม่  “บริการเติมเอง (Self Serve)” ชูจุดเด่น “สั่ง เติม จ่าย ครบ” จบในแอปเดียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-station-self-serve/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 09:42:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Self Serve]]></category>
		<category><![CDATA[บริการเติมเอง]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีที สเตชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43608</guid>

					<description><![CDATA[<p>หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คุณสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ และพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)(OR) ร่วมเปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” ที่ พีทีที สเตชั่น ชูจุดเด่น “สั่ง เติม จ่าย ครบ” จบในแอปเดียว ตอบโจทย์ Lifestyle&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-station-self-serve/">พีทีที สเตชั่น เปิดทางเลือกใหม่  “บริการเติมเอง (Self Serve)” ชูจุดเด่น “สั่ง เติม จ่าย ครบ” จบในแอปเดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คุณสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ และพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)(OR) ร่วมเปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” ที่ พีทีที สเตชั่น ชูจุดเด่น “สั่ง เติม จ่าย ครบ” จบในแอปเดียว ตอบโจทย์ Lifestyle ในยุคดิจิทัล ซึ่งบริการ Self Serve ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเติมน้ำมันได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย ลดเวลาการรอคิว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งรีบหรือช่วงที่สถานีมีผู้ใช้บริการหนาแน่น เติมเสร็จแล้วไปต่อได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในขั้นตอนที่ไม่จำเป็น พร้อมมอบความคุ้มค่าที่มากกว่า ด้วยส่วนลด 40 สตางค์ต่อลิตร สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการเติมเองผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ทุกชนิดน้ำมัน โดยไม่จำกัดยอดเติมขั้นต่ำ พร้อมขยายจุดให้บริการครอบคลุมกว่า 50 สถานี ในเดือนมีนาคม 2569</strong></p>
<p><span id="more-43608"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43610" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-02.jpg" alt="พีทีที สเตชั่น เปิดทางเลือกใหม่ “บริการเติมเอง (Self Serve)”" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>หม่อมหลวงปีกทอง</strong> เปิดเผยว่า “พีทีที สเตชั่น มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเติมน้ำมันให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ‘Self Serve’ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Easy &amp; Smart’ เพื่อให้ลูกค้าควบคุมทุกขั้นตอนได้ด้วยตนเอง ทั้งความรวดเร็ว ความสะดวก และค่าใช้จ่าย ซึ่งบริการนี้ช่วยลดเวลาการรอคิว โดยเฉพาะในช่วงเร่งรีบหรือชั่วโมงที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น พร้อมมอบความคุ้มค่าที่มากขึ้น ด้วยส่วนลดทันที 40 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันทุกประเภท รวมถึง E20 ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่ช่วยลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม สะท้อนถึงการเป็นทางเลือกใหม่ที่ทั้งเร็วกว่า สะดวกกว่า และประหยัดกว่าในทุกการเดินทาง โดยลูกค้าสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสั่งเติม ชำระเงิน ไปจนถึงการสะสมคะแนน ทำให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และควบคุมได้อย่างแท้จริง”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43611" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-03.jpg" alt="พีทีที สเตชั่น เปิดทางเลือกใหม่ “บริการเติมเอง (Self Serve)”" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ptt-station-self-serve-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>จุดเด่นบริการเติมเอง (Self Serve):</strong></p>
<p>คุ้มค่ากว่า: รับส่วนลดทันที 40 สตางค์/ลิตร สำหรับน้ำมันทุกชนิด โดยไม่จำกัดยอดการเติมขั้นต่ำ<br />
ง่ายกว่า: เพียงขั้นตอนสั้น ๆ ตั้งแต่สั่งเติมผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ไปจนถึงการเติมน้ำมันด้วยตนเอง<br />
สมาร์ทกว่า: ชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล (บัตรเครดิต/เดบิต) บนแอปพลิเคชันได้อย่างปลอดภัย พร้อมสะสมคะแนน blueplus+ ได้โดยอัตโนมัติหลังหักส่วนลด</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-station-self-serve/">พีทีที สเตชั่น เปิดทางเลือกใหม่  “บริการเติมเอง (Self Serve)” ชูจุดเด่น “สั่ง เติม จ่าย ครบ” จบในแอปเดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Integra R.E. ก้าวสู่พันธมิตรพลังงานที่เชื่อถือได้ ในงาน “THE RISE OF FUTURE ENERGY”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/integra-r-e-the-rise-of-future-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 08:07:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ESS]]></category>
		<category><![CDATA[Integra R.E.]]></category>
		<category><![CDATA[The Rise of Future Energy]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียนมา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเวอร์เตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43604</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : บริษัท Integra R.E. Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนและโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร เตรียมเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่อย่างเป็นทางการในงาน “INTEGRA R.E.: THE RISE OF FUTURE ENERGY”  ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Integra R.E. จึงมุ่งเสริมสร้างบทบาทของตนในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และภาคธุรกิจที่พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในเศรษฐกิจพลังงานแห่งอนาคต Junrhey Castro กรรมการผู้จัดการของ Integra R.E. กล่าวถึงงาน “The&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integra-r-e-the-rise-of-future-energy/">Integra R.E. ก้าวสู่พันธมิตรพลังงานที่เชื่อถือได้ ในงาน “THE RISE OF FUTURE ENERGY”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>บริษัท Integra R.E. Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนและโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร เตรียมเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่อย่างเป็นทางการในงาน “INTEGRA R.E.: THE RISE OF FUTURE ENERGY” </strong></p>
<p><span id="more-43604"></span></p>
<p>ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด <strong>Integra R.E.</strong> จึงมุ่งเสริมสร้างบทบาทของตนในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และภาคธุรกิจที่พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในเศรษฐกิจพลังงานแห่งอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43606" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Junrhey-Castro.jpg" alt="Junrhey Castro" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Junrhey-Castro.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Junrhey-Castro-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Junrhey-Castro-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Junrhey-Castro-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Junrhey Castro </strong></span><strong>กรรมการผู้จัดการของ </strong><strong>Integra R.E.</strong> กล่าวถึงงาน “<strong>The Rise of Future Energy</strong>” ว่า ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในการเติบโตของ Integra R.E. ที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภูมิทัศน์พลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ในการรุกตลาดประเทศไทยครั้งนี้ Integra R.E. ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน One-Stop Solution โดยการคัดสรรนวัตกรรมระดับโลกอย่างอินเวอร์เตอร์อัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) จาก Huawei Digital Power พร้อมด้วยแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงจาก JA Solar มาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้บริษัทยังเสริมทัพด้วยอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และระบบโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์ที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มที่พักอาศัยและภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือดิจิทัลและแพลตฟอร์มช่วยออกแบบระบบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วให้แก่คู่ค้าและผู้รับเหมาในไทยอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ขณะที่การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาค Integra R.E. ได้วางตำแหน่งของตนให้มีบทบาทมากขึ้นในการช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ จากภูมิทัศน์พลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง</p>
<p>พลังงานหมุนเวียนในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมในระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคต ตั้งแต่ระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงโซลูชันพลังงานแบบกระจายศูนย์รูปแบบใหม่ ความตั้งใจของเราคือการก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่าย เราต้องการช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเติบโตในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของตนเองได้ ผ่านความร่วมมือกับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Huawei และ JA Solar</p>
<p>ด้วยประสบการณ์เชิงลึกในภูมิภาคด้านห่วงโซ่อุปทาน การสนับสนุนโครงการ และความเชี่ยวชาญทางเทคนิค Integra R.E. กำลังสร้างแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้พันธมิตรสามารถขยายธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ</p>
<p><strong>Junrhey Castro</strong> กล่าวว่า การเติบโตของบริษัทยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งหลังจากการเข้าซื้อกิจการ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Tai Sin Electric Limited ผู้ให้บริการโซลูชันด้านไฟฟ้าที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์ และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 60 ปีทั่วเอเชีย โดย Tai Sin เป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสายไฟฟ้าและระบบจ่ายพลังงานชั้นนำที่ให้บริการแก่ภาคโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และพลังงานหมุนเวียนในภูมิภา</p>
<p>หลังการเข้าซื้อกิจการ Tai Sin ได้เพิ่มเงินทุนใหม่เข้าสู่ธุรกิจ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงินของ Integra R.E. และทำให้บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มเติมในศักยภาพด้านห่วงโซ่อุปทาน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค การสนับสนุนที่แข็งแกร่งนี้ช่วยสร้างเสถียรภาพและวางตำแหน่งให้บริษัทสามารถรองรับการเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคได้อย่างมั่นคง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/integra-r-e-the-rise-of-future-energy/">Integra R.E. ก้าวสู่พันธมิตรพลังงานที่เชื่อถือได้ ในงาน “THE RISE OF FUTURE ENERGY”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>OR เปิดตัว PTT Lubricants สู่ “The New Era” ชู EVOTEC Technology ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานระดับโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/or-ptt-lubricants/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 09:04:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EVOTEC Technology]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Lubricants]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันหล่อลื่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43566</guid>

					<description><![CDATA[<p>PTT Lubricants ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เดินหน้ารุกตลาดน้ำมันหล่อลื่นอย่างจริงจัง ผ่านการจัดงาน “POWER TO LAST LONGER with PTT Lubricants” เพื่อประกาศจุดยืนใหม่ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานพรีเมียมระดับโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ไม่เพียงแค่ในเชิงสมรรถนะ แต่รวมถึงความคุ้มค่าและความยั่งยืนของเครื่องยนต์ในทุกช่วงการใช้งาน รชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น OR เปิดเผยว่า แนวคิดหลักของแบรนด์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของน้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้เป็นเพียงของเหลวในเครื่องยนต์ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-ptt-lubricants/">OR เปิดตัว PTT Lubricants สู่ “The New Era” ชู EVOTEC Technology ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>PTT Lubricants ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เดินหน้ารุกตลาดน้ำมันหล่อลื่นอย่างจริงจัง ผ่านการจัดงาน “POWER TO LAST LONGER with PTT Lubricants” เพื่อประกาศจุดยืนใหม่ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานพรีเมียมระดับโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ไม่เพียงแค่ในเชิงสมรรถนะ แต่รวมถึงความคุ้มค่าและความยั่งยืนของเครื่องยนต์ในทุกช่วงการใช้งาน</strong></p>
<p><span id="more-43566"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43569" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-141.jpg" alt="รชา อุทัยจันทร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-141.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-141-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-141-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-141-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รชา อุทัยจันทร์</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น OR</strong> เปิดเผยว่า แนวคิดหลักของแบรนด์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของน้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้เป็นเพียงของเหลวในเครื่องยนต์ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน รองรับทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกล รวมถึงสภาพการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งสภาพการจราจรหนาแน่นและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยมองว่ารถยนต์คือ “คันสำคัญ” ของครอบครัว ซึ่งมีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและอารมณ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงต้องตอบโจทย์มากกว่าประสิทธิภาพเชิงเทคนิค แต่ต้องเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้</p>
<p>การประกาศก้าวสู่ “The New Era of PTT Lubricants” ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับสูตรหรือพัฒนาคุณสมบัติของสินค้าเท่านั้น แต่เป็นการรีแบรนด์ในเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งด้านภาพลักษณ์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิต เพื่อยกระดับสู่การแข่งขันในตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นต้องมีความสามารถรองรับเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนและต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้น ปกติแล้วการที่เราคิดว่ามาเป็นไรหรอก ความจริงภายในใจอาจไม่ได้คิดแบบนั้น</p>
<p>“EVOTEC Technology” ถือเป็นหัวใจของการพัฒนาในครั้งนี้ ซึ่งนวัตกรรมที่ PTT Lubricants วิจัยและพัฒนาขึ้น โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล เทคโนโลยีดังกล่าวเน้นการสร้าง “เกราะป้องกันระดับโมเลกุล” ให้กับเครื่องยนต์ ช่วยลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของชิ้นส่วนสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน ลดการสะสมของคราบสกปรก และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นต่อเนื่องในทุกสภาวะ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยยืดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43568" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-5.jpg" alt="PTT Lubricants" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-5.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PTT-5-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาภายใต้ EVOTEC Technology เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Performa Super Synthetic 0W-30</strong> น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% สำหรับเครื่องยนต์เบนซินสมรรถนะสูง ได้รับมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7A จากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วย SMART Molecules ที่ช่วยสร้างฟิล์มน้ำมันแข็งแรง ลดแรงเสียดทาน เพิ่มการประหยัดเชื้อเพลิง และยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและการตอบสนองที่รวดเร็ว</li>
<li><strong>Dynamic Commonrail Synthetic 5W-30</strong> น้ำมันเครื่องดีเซลสังเคราะห์ 100% ที่ผ่านมาตรฐาน ACEA C2 จากยุโรป รองรับเครื่องยนต์มาตรฐาน EURO 5 มาพร้อมเทคโนโลยี CLEAN AND LOCK ที่ช่วยทำความสะอาดและป้องกันคราบสะสมในเครื่องยนต์และเทอร์โบชาร์จเจอร์ ช่วยรักษากำลังเครื่องและอัตราเร่งให้คงที่ พร้อมยืดระยะการเปลี่ยนถ่าย</li>
<li><strong>CHALLENGER 4T-AT 10W-40</strong> น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ที่ได้มาตรฐาน API SP และ JASO MB ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในเมืองที่ต้องเร่ง-เบรกบ่อย ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ทันใจ ลดการสะดุด และรักษาความสะอาดภายในเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ PTT Lubricants ที่มุ่งพัฒนาสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งาน พร้อมผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความยั่งยืนในระยะยาว โดยบริษัทให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-ptt-lubricants/">OR เปิดตัว PTT Lubricants สู่ “The New Era” ชู EVOTEC Technology ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan” ตอกย้ำความเชื่อมั่นสถานะเครดิต เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานน้ำอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eastw-smtbt-blue-loan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 03:54:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Loan]]></category>
		<category><![CDATA[EASTW]]></category>
		<category><![CDATA[SMTBT]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43516</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) ประกาศความสำเร็จในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน โดยได้ลงนามในสัญญาสินเชื่อระยะยาวในรูปแบบ “Blue Loan” กับธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SMTBT) เพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการพัฒนาและยกระดับระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินชั้นนำที่มีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและความน่าเชื่อถือทางเครดิตของบริษัท สะท้อนสถานะเครดิตแข็งแกร่งและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ การได้รับการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้ แสดงถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงและความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อ EASTW ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการน้ำดิบรายสำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจาก TRIS Rating&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastw-smtbt-blue-loan/">EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan” ตอกย้ำความเชื่อมั่นสถานะเครดิต เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานน้ำอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (</strong><strong>EASTW) ประกาศความสำเร็จในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน โดยได้ลงนามในสัญญาสินเชื่อระยะยาวในรูปแบบ “Blue Loan” กับธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SMTBT) เพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการพัฒนาและยกระดับระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินชั้นนำที่มีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและความน่าเชื่อถือทางเครดิตของบริษัท</strong></p>
<p><span id="more-43516"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43518" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-02.jpg" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" width="740" height="536" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-02-300x217.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-02-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-02-500x362.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>สะท้อนสถานะเครดิตแข็งแกร่งและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ</h3>
<p>การได้รับการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้ แสดงถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงและความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อ EASTW ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการน้ำดิบรายสำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจาก TRIS Rating ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Stable” และผลการดำเนินงาน ปี 2568 บริษัทสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA เติบโต 12.34% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของบริษัท ซึ่งครอบคลุมโครงข่ายท่อส่งน้ำรวมระยะทางกว่า 553 กิโลเมตร</p>
<h3>ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน</h3>
<p>ความร่วมมือระหว่าง EASTW และ SMTBT ในครั้งนี้ ทั้ง 2 หน่วยงานมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดหาเงินทุนให้แก่ “Eligible Blue Projects” ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43520" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-04.jpg" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบดินทร์ อุดล</strong></span> <strong>กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) (EASTW)</strong> เปิดเผยว่า การได้รับ Blue Loan จาก SMTBT ในครั้งนี้ สอดคล้องอย่างชัดเจนกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทโดยเฉพาะในมิติของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสังคม  เสริมศักยภาพให้ EASTW สามารถพัฒนาโครงการด้านน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p>
<h3>SMTBT สนับสนุน Blue Loan แก่ EASTW ครั้งแรก ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43519" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-03.jpg" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเคนอิจิ ซาโต้</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SMTBT)</strong> เปิดเผยว่า ทาง SMTBT มีความยินดีในการสนับสนุนสินเชื่อ Blue Loan ให้แก่ EASTW ซึ่งนับเป็น Blue Loan ครั้งแรกของทั้ง SMTBT และ EASTW ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของการเงินเพื่อความยั่งยืน</p>
<p>SMTBT เล็งเห็นถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ EASTW ในการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในประเทศไทย</p>
<p>การสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางด้านความยั่งยืนของ Sumitomo Mitsui Trust Group (SMTG) ที่มุ่งส่งเสริมโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย SMTBT ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่สนับสนุนลูกค้าในการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05.jpg" class="attachment-large size-large" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="528" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06.jpg" class="attachment-large size-large" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-06-500x357.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07.jpg" class="attachment-large size-large" alt="EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/eastw-smtbt-blue-loan-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p>การลงนามในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ EASTW ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องทางการเงิน ควบคู่กับการเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่มีความยั่งยืน พร้อมสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการเงินในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastw-smtbt-blue-loan/">EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan” ตอกย้ำความเชื่อมั่นสถานะเครดิต เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานน้ำอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยแผนปี&#8217;69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 07:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43441</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><span id="more-43441"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อิศรา นิโรภาส</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดไฟฟ้า ERCOT ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 14% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578</p>
<p>การยกระดับ BPP สู่กลุ่มธุรกิจ Power+ จึงเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ระดับ Utility-scale ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนในบริษัท BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I &amp; II ในสหรัฐฯ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนในโครงการพลังงานใหม่ ๆ เช่น โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth BESS ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความสามารถแข่งขันในตลาดพลังงานโลก</p>
<h3>รุกพลังงานสะอาดในจีน เสริมรายได้ขายสิทธิปล่อยคาร์บอน</h3>
<p>สำหรับโครงการพลังงานสะอาด บริษัทเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน ไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกันบริษัทมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสิทธิการปล่อยคาร์บอนของโรงไฟฟ้า CHP ในจีน ผ่านระบบ Carbon Emission Allowances (CEAs) มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg" alt="โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง" width="658" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-300x192.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-500x320.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg" alt="โครงการ Iwate Tono BESS ในญี่ปุ่น" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>เร่งขยายลงทุน BESS ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น</h3>
<p>อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของธุรกิจคือ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ซึ่งบริษัทเร่งขยายการลงทุนในทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยโครงการ Megamouth BESS ในสหรัฐฯ มีกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนในญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono BESS ขนาด 14.5 เมกะวัตต์ / 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเริ่มดำเนินการแล้ว ขณะที่โครงการ Aizu, Tsuno และโครงการร่วมทุน Kamigumi-Tokyo ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2571</p>
<p>ด้าน ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) บริษัทฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นรวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้กับลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในสหรัฐฯ บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ Power Trading ในตลาด ERCOT ผ่านแพลตฟอร์มของ Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</p>
<h3>ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ผ่าน CCS และ Banpu NEXT</h3>
<p>อิศรา กล่าวว่า BPP ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Decarbonization ผ่านการร่วมลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Cotton Cove CCS ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 32,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมทั้งต่อยอดการลงทุนผ่านบริษัท Banpu NEXT เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero Solutions ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง SolarBK และอมตะวีเอ็น พัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อปกำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะในเวียดนาม 2 แห่ง</p>
<h3>ดัน BESS ขึ้นแท่นหัวใจธุรกิจพลังงานใหม่</h3>
<p>สำหรับภาพรวมกำลังการผลิต ปัจจุบัน BPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงาน 673 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจ Battery Energy Storage System (BESS) กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยภายในหนึ่งปีบริษัทสามารถเก็บพลังงานได้รวม 444 เมกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้เมื่อรวมกำลังการผลิตและศักยภาพระบบกักเก็บพลังงานของทั้งกลุ่มแล้ว จะมีขนาดรวมประมาณ 1.3 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยระบบกักเก็บพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพของระบบสายส่ง และสร้างโอกาสทำกำไรในช่วงที่ตลาดไฟฟ้ามีความผันผวน</p>
<p>แม้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนบางส่วนจะยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Jinhu Qianfeng BESS ขนาด 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่เพิ่มเติม 20 เมกะวัตต์ ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้น ไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนทิศทางของ BPP ที่มุ่งเสริมพอร์ตพลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโครงสร้างพลังงานยุคใหม่ในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 04:22:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU (NewCo)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43381</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยังคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันอุปทานพลังงานและผลักดันราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้น สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลังงานในตลาดโลกลดลงและทำให้ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหินและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยั<wbr />งคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรั<wbr />ฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวั<wbr />นออกกลางที่กดดันอุปทานพลั<wbr />งงานและผลักดันราคาพลั<wbr />งงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้<wbr />าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคั<wbr />ญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลั<wbr />งงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานโลกที่เพิ่มขึ้น</p>
<p dir="ltr"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
</div>
</div>
<p><span id="more-43381"></span></p>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รั<wbr />บผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้<wbr />งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวั<wbr />นออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลั<wbr />งงานในตลาดโลกลดลงและทำให้<wbr />ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตั<wbr />วเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยั<wbr />งส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหิ<wbr />นและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ใช้พลังงานมีแนวโน้<wbr />มปรับเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิ<wbr />งทดแทนกันมากขึ้นตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการพลังงานจากประเทศผู้<wbr />บริโภครายใหญ่ เช่น จีน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคง</p>
<p dir="ltr">ในส่วนของตลาดก๊าซธรรมชาติสหรั<wbr />ฐฯ โดยเฉพาะดัชนี Henry Hub มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิ<wbr />ศทางราคาพลังงานโลก เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางอ้<wbr />อมจากราคาน้ำมันและ LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทประเมินว่าราคาก๊<wbr />าซในตลาดสหรัฐฯ มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิ<wbr />จของบ้านปูในปี 2569 ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับมั่<wbr />นคง ทั้งในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุ<wbr />รกิจไฟฟ้า</p>
<p dir="ltr">ด้านราคาถ่านหินซึ่งเป็นหนึ่<wbr />งในสินค้าหลักของบริษัท ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนั<wbr />ยสำคัญ จากระดับประมาณ 100–110 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงเดื<wbr />อนมกราคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 136 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของปีที่<wbr />ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวดีขึ้น แต่บริษัทก็ยังเผชิญแรงกดดันด้<wbr />านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่มี<wbr />แนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้บริษัทต้องบริหารจั<wbr />ดการต้นทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการปรับแผนการผลิต การเพิ่มประสิทธิ<wbr />ภาพกระบวนการดำเนินงาน และการลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติ<wbr />กส์</p>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์</strong> กล่าวอีกว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการดำเนินงานธุ<wbr />รกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยตั้งเป้าปริมาณการผลิตมากกว่<wbr />า 42 ล้านตันต่อปี และปริมาณการขายมากกว่า 45 ล้านตัน สะท้อนทิศทางการฟื้นตั<wbr />วของตลาดพลังงานและความต้<wbr />องการใช้ถ่านหินในหลายภูมิภาค สำหรับแผนการดำเนินงานรายพื้นที่<wbr /> เหมืองถ่านหินใน มองโกเลีย มีแผนเพิ่มกำลังการผลิ<wbr />ตและการจำหน่ายอีกประมาณ 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรวมเพิ่<wbr />มเป็น 3 ล้านตันต่อปี ขณะที่เหมืองใน ออสเตรเลีย ตั้งเป้ายอดขายถ่านหินในปีนี้ที่<wbr />ประมาณ 8.3 ล้านตัน ส่วนเหมืองใน จีน จะยังคงรักษาระดับการผลิ<wbr />ตและการขายใกล้เคียงกับปีก่<wbr />อนหน้า</p>
<p dir="ltr">ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซีย ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการอนุ<wbr />มัติโควตาการผลิตจากภาครัฐ โดยบริษัทคาดว่าปริมาณการผลิ<wbr />ตในปีนี้จะไม่ต่ำกว่าระดับของปี<wbr />ก่อน ขณะที่ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทวางแผนการผลิตถ่านหินไว้<wbr />ที่ประมาณ 5.1 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้<wbr />องการในตลาดพลังงานที่ยังคงมี<wbr />แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p dir="ltr">ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ BANPU (NewCo) จะขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และ เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ซึ่งเป็นโครงสร้างธุรกิจที่<wbr />สอดคล้องกับกลยุทธ์ Energy Symphonics ที่บริษัทใช้เป็นแนวทางขับเคลื่<wbr />อนองค์กรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิ<wbr />จที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573</p>
<p dir="ltr">สำหรับธุรกิจ Next-Gen Mining ในปี 2568 บริษัทเริ่มดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์เหมืองถ่านหิ<wbr />นในประเทศมองโกเลียเป็นปีแรก โดยมีปริมาณการขายรวม 1.62 ล้านตัน ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซียได้จั<wbr />ดตั้ง Transformation Office เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุ<wbr />งประสิทธิภาพและลดต้นทุ<wbr />นการดำเนินงาน ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ส่วนเหมืองในออสเตรเลี<wbr />ยสามารถลดต้นทุนเงินสดได้อีก 75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุ<wbr />รกิจแร่แห่งอนาคตผ่านการลงทุ<wbr />นในธุรกิจนิกเกิลต้นน้ำในอิ<wbr />นโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุ<wbr />ณภาพสูงและรองรับความต้<wbr />องการของอุตสาหกรรมพลั<wbr />งงานสะอาดในอนาคต</p>
<p dir="ltr">ในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ<wbr />ครบวงจรในสหรัฐฯ U.S. Closed-Loop Gas บริษัทได้ลงทุนในแหล่งก๊าซ Bedrock และเริ่มรับรู้ผลประกอบการหลั<wbr />งการทำธุรกรรมแล้วเสร็จในเดื<wbr />อนกันยายน 2568 ส่งผลให้ปริมาณการขายก๊<wbr />าซธรรมชาติรวมของบริษัทเพิ่มขึ้<wbr />นเป็น 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้บริษัทได้ดำเนิ<wbr />นการปรับโครงสร้างธุรกิ<wbr />จโดยรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊<wbr />าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ไว้ภายใต้บริษัท BKV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริ<wbr />หารธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร</p>
<p dir="ltr">นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ การดักจับและกักเก็บคาร์<wbr />บอนไดออกไซด์ (CCUS) ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกั<wbr />บกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners ประเทศเดนมาร์ก โดยโครงการ Barnett Zero สามารถอัดเก็บคาร์บอนได้ 138,280 ตันในปี 2568 และเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์โครงการ Cotton Cove ซึ่งมีกำลังการกักเก็บคาร์บอน 32,000 ตันต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569</p>
<p dir="ltr">ด้านธุรกิจ Power+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านไฟฟ้<wbr />าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน บริษัทกำลังพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้<wbr />าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนิ<wbr />นการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายธุรกิจระบบกักเก็<wbr />บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) อย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์<wbr />โครงการ Iwate Tono ในประเทศญี่ปุ่น และลงทุนพัฒนาโครงการใหม่<wbr />ในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิ<wbr />ตรวมของระบบ BESS อยู่ที่ประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นมี<wbr />ยอดจำหน่ายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง และธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ ภายใต้บริษัท BKV Energy ยังได้รับรางวัล “Best Electricity Provider” จากเวที Best of the Best 2025 ของ Houston Chronicle จากการโหวตของผู้บริโภคในรัฐเท็<wbr />กซัส</p>
<p dir="ltr">ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Future Tech มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ Net Zero ผ่านความร่วมมือกับพันธมิ<wbr />ตรในหลายประเทศ โดยธุรกิจโซลาร์บนหลั<wbr />งคาและโซลาร์ลอยน้ำของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ ได้ร่วมมือกับบริษัทอมตะ วีเอ็น และ SolarBK พัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคาในนิ<wbr />คมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวี<wbr />ยดนามรวมกำลังการผลิต 227 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทมีกำลั<wbr />งการผลิตรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และมีการบริหารจัดการยานยนต์<wbr />ไฟฟ้ารวม 876 คัน</p>
<p dir="ltr">ขณะเดียวกันบริษัทยังลงทุนผ่<wbr />านหน่วยงาน Corporate Venture Capital ในบริษัทเทคโนโลยีด้านโครงสร้<wbr />างพื้นฐาน AI อย่าง Mixx Technologies และบริษัท ARC Clean Technology ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานไฟฟ้าปลอดคาร์บอนของผู้ใช้<wbr />ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ผลิตไฮโดรเจน</p>
<p dir="ltr">สินนท์ กล่าวเสริมว่า ในอนาคตบ้านปู<wbr />จะวางบทบาทของตนเองในฐานะ “Energy Architect” หรือผู้ออกแบบและพัฒนาระบบพลั<wbr />งงานเพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการเติบโตอย่<wbr />างรวดเร็วของเทคโนโลยีปั<wbr />ญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้องการพลังงานไฟฟ้าปริ<wbr />มาณมหาศาล โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่<wbr />วนพลังงานสีเขียวในพอร์ตธุรกิ<wbr />จให้มากกว่า 50% ภายในปี 2030 ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิ<wbr />ตพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิ<wbr />ดชอบ</p>
<p dir="ltr">“แม้บริษัทจะศึกษาความเป็นไปได้<wbr />ในการลงทุนในธุรกิจเศรษฐกิจหมุ<wbr />นเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย แต่การตัดสินใจลงทุนยังต้องพิ<wbr />จารณาถึงขนาดตลาดและศั<wbr />กยภาพในการขยายธุรกิจเป็นสำคัญ ปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่ของบริ<wbr />ษัทจึงยังมุ่งไปยังประเทศที่มี<wbr />ตลาดขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่<wbr />วงของการติดตามและศึกษาความเป็<wbr />นไปได้ของโครงการในอนาคต” <strong>สินนท์</strong> กล่าว</p>
</div>
</div>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 173,423 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 1,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,108 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็<wbr />งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงผลกระทบจากรายการอนุพันธ์<wbr />ทางการเงินและรายการพิเศษอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุ<wbr />ทธิ 61.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,025 ล้านบาท</p>
</div>
</div>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) แกร่งหลายมิติ! โชว์ EBITDA ปี 68 พุ่ง 12% สะท้อนศักยภาพบริหารต้นทุน เดินหน้าแผนรับมือภัยแล้ง หนุนเทรนด์ Data Center &#8211; อุตสาหกรรมไฮเทค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eastw-ebitda-68/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 02:45:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EASTW]]></category>
		<category><![CDATA[EBITDA]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43311</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  (EASTW) เผยผลประกอบการปี 2568 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ดัน EBITDA เติบโตมากกว่า 12%  แม้เผชิญปัจจัยภายนอกทั้งสภาพอากาศฝนตกชุกและสภาวะเศรษฐกิจโลก มุ่งเน้นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่รองรับความต้องการน้ำจากกลุ่มลูกค้า Data Center และอุตสาหกรรมไฮเทคในพื้นที่ EEC นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastw-ebitda-68/">อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) แกร่งหลายมิติ! โชว์ EBITDA ปี 68 พุ่ง 12% สะท้อนศักยภาพบริหารต้นทุน เดินหน้าแผนรับมือภัยแล้ง หนุนเทรนด์ Data Center – อุตสาหกรรมไฮเทค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  (</strong><strong>EASTW) เผยผลประกอบการปี 2568 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ดัน EBITDA เติบโตมากกว่า 12%  แม้เผชิญปัจจัยภายนอกทั้งสภาพอากาศฝนตกชุกและสภาวะเศรษฐกิจโลก มุ่งเน้นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่รองรับความต้องการน้ำจากกลุ่มลูกค้า Data Center และอุตสาหกรรมไฮเทคในพื้นที่ EEC</strong><span id="more-43311"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2035" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/EASTW-EBITDA-68-04.jpg" alt="นายบดินทร์ อุดล" width="597" height="525" /></p>
<p><span style="color: #1b2f9f;"><strong>นายบดินทร์ อุดล</strong></span> <strong>กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>อีสท์ วอเตอร์  (EASTW)</strong>  เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา TRIS RATING จัดอันดับเครดิตองค์กร อยู่ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้จัดหาน้ำดิบรายใหญ่ซึ่งมีโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบที่ครอบคลุมพื้นที่ EEC รวมถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการที่ดีได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดปี 2568 อีสท์ วอเตอร์มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 1,732.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.34 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน</p>
<h3>แจงปัจจัยกระทบระยะสั้น แต่ย้ำพื้นฐานแกร่ง</h3>
<p>จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำในภาคการผลิตชะลอตัวลง รวมทั้งปัจจัยทางธรรมชาติที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนถึง 5 ลูกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและระดับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติสูงขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมบางส่วนใช้แหล่งน้ำภายในพื้นที่แทนการซื้อน้ำ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะสั้น ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการในปี 2568 อยู่ที่ 3,552.50 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีการบันทึกค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ  เพื่อรองรับความต้องการน้ำจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมไฮเทคในพื้นที่ EEC ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) ในระยะยาว โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำหากเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในปี 2569 โดยอีสท์ วอเตอร์ ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพและลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2034" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/EASTW-EBITDA-68-03.jpg" alt="อีสท์ วอเตอร์" width="800" height="450" /></p>
<h3>มองอนาคต: พร้อมทะยานรับ New S-Curve และ EEC</h3>
<p><strong>นายบดินทร์</strong> แสดงความเชื่อมั่นว่า อีสท์ วอเตอร์ได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานไว้อย่างมั่นคงเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันมีโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบรวม 553 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างทั่วถึง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2033" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/EASTW-EBITDA-68-02.jpg" alt="อีสท์ วอเตอร์" width="800" height="530" /></p>
<p>&#8220;เราไม่ได้มองเพียงแค่ผลประกอบการระยะสั้น แต่เราวางแผนไปยังอนาคตด้วยการสร้างความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายการลงทุนของกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมไฮเทคขั้นสูงในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ตามนโยบายผลักดันของภาครัฐ ซึ่งให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ความมั่นคง และความต่อเนื่องในการส่งจ่ายน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้เติบโตได้บนพื้นฐานทรัพยากรน้ำที่มั่นคงและยั่งยืน&#8221; <strong>นายบดินทร์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastw-ebitda-68/">อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) แกร่งหลายมิติ! โชว์ EBITDA ปี 68 พุ่ง 12% สะท้อนศักยภาพบริหารต้นทุน เดินหน้าแผนรับมือภัยแล้ง หนุนเทรนด์ Data Center – อุตสาหกรรมไฮเทค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 02:43:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43293</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – <strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 81 จากปีก่อน</strong></p>
<p><span id="more-43293"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43295" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเติบโตดังกล่าวมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือร้อยละ 202 จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 7 ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาทหรือร้อยละ 7 จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43294" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนมกราคมมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่1 ของปี 2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนมกราคมสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>CKPower</strong> ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ &#8220;AAA&#8221; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจ 160 โครงการ ย้ำจุดยืน ‘พันธมิตรที่ลูกค้าไว้ใจ’</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-solutions-160-project-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 06:04:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43272</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยความสำเร็จที่ได้ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรม (C&#38;I) 160 โครงการทั่วประเทศไทย ทั้งโครงการโซลาร์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการจัดการฟลีทรถขนส่งเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 82,000 ตันต่อปี ตอกย้ำการเป็นพันธมิตรระยะยาวด้าน Net Zero ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจและผลตอบแทนที่ยั่งยืน สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-solutions-160-project-2/">บ้านปู เน็กซ์ ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจ 160 โครงการ ย้ำจุดยืน ‘พันธมิตรที่ลูกค้าไว้ใจ’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยความสำเร็จที่ได้ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรม (C&amp;I) 160 โครงการทั่วประเทศไทย ทั้งโครงการโซลาร์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการจัดการฟลีทรถขนส่งเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 82,000 ตันต่อปี ตอกย้ำการเป็นพันธมิตรระยะยาวด้าน Net Zero ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจและผลตอบแทนที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-43272"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า ผลงานของเราสะท้อนถึงการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้* มีผลจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการจึงหันมาใช้โซลูชันพลังงานสะอาดที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งระบบโซลาร์ รถขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ระบบจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่ล้ำสมัย เช่น ชิลเลอร์และระบบทำความเย็นต่างๆ โดยคาดว่าการใช้โซลูชันพลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 10% ในช่วงปี 2568-2573** จากแนวโน้มนี้จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์การลดคาร์บอนที่ชัดเจนและครอบคลุม รวมถึงการดำเนินงานแบบองค์รวมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ โมเดลบริการแบบครบวงจรและความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดอัจฉริยะ ช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รอบด้าน</p>
<p>จุดแข็งของบ้านปู เน็กซ์ คือการสร้างระบบนิเวศ Net Zero ครบวงจร เริ่มต้นจากการให้คำปรึกษาด้าน Net Zero โดยใช้แพลตฟอร์มที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI เสริมการทำงาน ช่วยคำนวณและติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กร ตลอดจนสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยคาร์บอน และเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Net Zero จากภาระค่าใช้จ่ายสู่การลงทุนที่คุ้มค่า แนวทางการให้คำปรึกษาของบ้านปู เน็กซ์ จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสด้วยการให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง เช่น การระบุจุดที่พลังงานรั่วไหลและมีการใช้พลังงานอย่างไม่จำเป็น การแสดงให้เห็นถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มมูลค่าแบรนด์สู่ความร่วมมือกับคู่ค้าระหว่างประเทศ และการเตรียมพร้อมสำหรับภาษีคาร์บอน</p>
<p>นอกเหนือจากการให้คำปรึกษา บริษัทฯ ยังนำเสนอโซลูชันครบวงจรที่ผสาน AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้งระบบโซลาร์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการขนส่งอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนทุกขอบเขตพร้อมกับช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน โซลูชันครบวงจรเหล่านี้ทำให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบและตอบโจทย์ทุกปัญหาได้ดีกว่าการใช้โซลูชันแบบแยกส่วน</p>
<p><strong>บ้านปู เน็กซ์</strong> แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญด้วยการให้บริการลูกค้าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (C&amp;I) ที่หลากหลาย ทั้งการผลิต ค้าปลีก และโรงแรมที่ใช้ระบบโซลาร์และชิลเลอร์พร้อมดิจิทัลแพลตฟอร์ม ช่วยลดการปล่อย CO2 และประหยัดพลังงานได้จำนวนมากต่อปี รวมถึงธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ที่ใช้ระบบจัดการฟลีทรถขนส่งและสถานีชาร์จ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ควบคู่ไปกับการลด CO2 โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำสัญญาใหม่ 48 โครงการและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) 19 โครงการ ซึ่งผลงานของบ้านปู เน็กซ์ สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประหยัดต้นทุนพลังงานได้สูงสุดถึง 55% ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุน ระยะเวลาคืนทุนที่ลดลงเหลือ 5-6 ปี*** และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สะท้อนศักยภาพของบ้านปู เน็กซ์ ในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ</p>
<p>ในอนาคต บ้านปู เน็กซ์ จะมุ่งขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมด้วยโซลูชันแบบครบวงจร และสนับสนุนเส้นทางสู่ Net Zero ของลูกค้า ไปพร้อมกับการบริหารต้นทุนพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันก็ช่วยลดคาร์บอนในซัพพลายเชนของบริษัทฯ สอดคล้องกับเป้าหมายที่จะเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2583</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-solutions-160-project-2/">บ้านปู เน็กซ์ ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจ 160 โครงการ ย้ำจุดยืน ‘พันธมิตรที่ลูกค้าไว้ใจ’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
