<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/news-activities/industry-news/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 07:04:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Industry News | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท ไตรมาสแรกปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-performance-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 07:04:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH Group]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44179</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) รับรู้กำไรจำนวน 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ EBITDA หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-performance-q1-2026/">ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท ไตรมาสแรกปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี- <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) รับรู้กำไรจำนวน 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ EBITDA หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 3,752 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.5 ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของ EBITDA มาจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์กลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมในออสเตรเลีย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป. ลาว เป็นสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-44179"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและความพร้อมจ่ายของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสแนปเปอร์ พอยต์ ในออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรับรู้เป็นจำนวนเงิน 12,321 ล้านบาท โดยกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักสามารถสร้างรายได้ เป็นจำนวน 10,476 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 85 ของรายได้รวม ส่วนรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เป็นจำนวน 1,292 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.5 ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าในการสร้างพอร์ตการลงทุนสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำที่ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถสร้างการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว</p>
<p>“ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งผลักดันการพัฒนาธุรกิจใหม่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีที่กำลังสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยจะหาแนวทางการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้าให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ที่จะต่อยอดศักยภาพจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานที่มีอยู่เดิมสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจรสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน น้ำ และระบบสาธารณูปโภคที่มีความมั่นคงสูง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ศึกษาและติดตามแนวโน้มและรูปแบบความต้องการพลังงานในอนาคตที่จะใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อาทิ ศูนย์อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ระบบการกักเก็บพลังงาน รูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิงในอนาคต เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็ยังคงเน้นการบริหารสินทรัพย์เดิมให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง” นายนิทัศน์ กล่าว</p>
<p>สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 239,183 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 125,660 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 113,523 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.11 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.90</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-performance-q1-2026/">ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท ไตรมาสแรกปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-bdc/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 07:06:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BDC]]></category>
		<category><![CDATA[Water Security Solution]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44172</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อีสท์ วอเตอร์” ประกาศเริ่มส่งน้ำให้ BDC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว ตอกย้ำบทบาท “ผู้สร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก” (Water Security Solution) พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระดับโลก และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง ล่าสุดกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ โดยบริษัท อีสท์วอเตอร์ สเตคอน ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (EWS) เริ่มส่งจ่ายน้ำ เพื่อรองรับการใช้น้ำของ บริษัท บริดจ์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ไอไอไอ (ประเทศไทย) จำกัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-bdc/">“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“อีสท์ วอเตอร์” ประกาศเริ่มส่งน้ำให้ BDC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว ตอกย้ำ</strong><strong>บทบาท “ผู้สร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก</strong><strong>” (Water Security Solution) พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระดับโลก และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง</strong></p>
<p><span id="more-44172"></span></p>
<p>ล่าสุดกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ โดยบริษัท อีสท์วอเตอร์ สเตคอน ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (EWS) เริ่มส่งจ่ายน้ำ <strong>เพื่อรองรับการใช้น้ำของ บริษัท บริดจ์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ไอไอไอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ </strong><strong>BDC พร้อมขยายการให้บริการแก่ลูกค้า Data Center อีก 2 ราย ภายในปี 2569 มูลค่าสัญญาภายใต้ EWS ตลอดอายุ 20 ปี</strong> <strong>รวมสูงสุด 3</strong><strong>,240 ล้านบาท</strong> สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมต่อศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>อีสท์ วอเตอร์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ Data Center ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อีกทั้ง Data Center เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI  ซึ่ง “น้ำ” ถือเป็นสาธารณูปโภคสำคัญ ของการดำเนินธุรกิจ Data Center จากระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็นจากน้ำที่ต้องมีเสถียรภาพตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มบริษัท อีสท์ วอเตอร์มีโครงข่ายท่อส่งน้ำที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งภูมิภาค สร้าง Water security ผ่านการบริหารจัดการแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำสำรอง ความต่อเนื่องในการส่งจ่าย และคุณภาพน้ำระดับอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าการส่งน้ำให้ผู้ใช้บริการจะมีความต่อเนื่องแม้ในช่วงภัยแล้งหรือภาวะสภาพอากาศแปรปรวน ก็ยังสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>อีสท์ วอเตอร์ ยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มศักยภาพสอดรับกับการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อเดินหน้าพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-bdc/">“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพัทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44131</guid>

					<description><![CDATA[<p>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ในพิธีลงนามครั้งนี้ พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พร้อมด้วย สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์ ผู้จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ ปรเมศวร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-44131"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg" alt="EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในพิธีลงนามครั้งนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์</strong></span> ผู้<strong>จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR</strong> เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์</strong></span> <strong>นายกเมืองพัทยา</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปาณรดา </strong></span><span style="color: #6cb742;"><strong>อัตโตหิ</strong> </span><strong>รองปลัดเมืองพัทยา</strong> ณ เมืองพัทยา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> กล่าวว่า พันธกิจหลักของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดสำหรับการเดินทาง รวมถึงมุ่งให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตอบสนองความต้องการในการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในปัจจุบัน</p>
<p>ความร่วมมือกับเมืองพัทยาครั้งนี้ EV Station PluZ ได้นำเสนอติดตั้งสถานีชาร์จด้วยเครื่องชาร์จรูปแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ขนาด 40-180 กิโลวัตต์ โดยกำหนดรูปแบบเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>EV Station PluZ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและไร้รอยต่อผ่านรูปแบบ Unmanned Station โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ผ่าน แอปพลิเคชัน EV Station PluZ เพียงแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็น:</p>
<ul>
<li>การวางแผนการเดินทางผ่านระบบนำทางไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด</li>
<li>การจองคิวล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจว่ามีหัวชาร์จพร้อมใช้งาน</li>
<li>การสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จ และชำระเงินออนไลน์</li>
<li>การสะสมคะแนน blueplus+ และตรวจสอบประวัติการใช้งานย้อนหลัง</li>
</ul>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับกับนโยบาย “Pattaya Go Green” ของเมืองพัทยาที่มุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Decarbonized Sustainable City) โดยทางเมืองพัทยา และ EV Station PluZ ร่วมคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองและจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนและเข้าถึงง่ายสำหรับประชาชน บุคลากร และนักท่องเที่ยว</p>
<p>“การติดตั้งสถานีชาร์จที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในเมืองพัทยา ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในภาคการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายใหญ่ของ OR ที่มุ่งมั่นบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 เพื่อสร้างโลกที่มีอากาศบริสุทธิ์และสังคมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน” <strong>พิมาน</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงาน เดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-performance-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 04:13:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44096</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 12 พ.ค. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 CKPower มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-performance-q1-2026/">CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงาน เดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 12 พ.ค. 2569 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 CKPower มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 82.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong></p>
<p><span id="more-44096"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44098" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-02.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยลดลลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44099" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนเช่นกัน จากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ ช่วงต้นปี 2569 สูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 1 ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเสริมว่า จากโครงสร้างสัดส่วนกำลังการผลิตของ CKPower ซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะมีผลกระทบเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดของ CKPower เท่านั้น</p>
<p>&#8220;จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 72 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44097" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-01.jpg" alt="โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-performance-q1-2026-01-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.78 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ทั้งนี้ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศและสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บริษัทเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-performance-q1-2026/">CKPower เผยกำไรสุทธิ Q1/2569 เติบโตต่อเนื่องแม้ในฤดูแล้ง พอร์ตพลังงานหมุนเวียนสะท้อนความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนราคาพลังงาน เดินหน้ารับมือเอลนีโญด้วยระบบคาดการณ์น้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-debentures/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 06:08:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Green Debentures]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44067</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 8 พ.ค. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 &#8211; 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-debentures/">CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 8 พ.ค. 2569 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 &#8211; 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก</strong></p>
<p><span id="more-44067"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44069" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-02.jpg" alt="CKPower" width="720" height="405" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท และแนวทางการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายธนวัฒน์กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44071" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-04.jpg" alt="CKPower" width="720" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>สำหรับหุ้นกู้ของ CKPower ในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยทริสเรทติ้งที่ “A-” แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และได้รับการจัดประเภทเป็น “หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures)” ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021, Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) สะท้อนถึงมาตรฐานการระดมทุนที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล โดยหุ้นกู้มีจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>หุ้นกู้อายุ 4 ปี จำนวน 2,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 89 ต่อปี</li>
<li>หุ้นกู้อายุ 7 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 46 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด และ</li>
<li>หุ้นกู้อายุ 10 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด</li>
</ul>
<p>เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศไทย และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานของโลก ความสำเร็จในการเสนอขายครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ CKPower ในฐานะผู้ออก Green Bond ที่เชื่อมโยงการระดมทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44070" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-03.jpg" alt="CKPower" width="720" height="405" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ckpower-green-debentures-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong>กล่าวว่า สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการยื่นประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 2568 ที่ร้อยละ 65 และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามแผนในปี 2573 ทั้งนี้ CKPower พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจบนสมดุลของความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนทิศทางการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-debentures/">CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 02:14:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge CSS-OD 197]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44004</guid>

					<description><![CDATA[<p>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก โดยระบบ CSS-OD 197 ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-44004"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2927" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-390.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<p>โดยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงานขนาดใหญ่</p>
<h3>คุณสมบัติเด่นของ SolarEdge CSS-OD 197</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2928" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-402.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<ul>
<li>High Energy Density: แบตเตอรี่ความจุ 197 kWh ที่มาในรูปแบบตู้ Cabinet ดีไซน์กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้งาน</li>
<li>Scalability &amp; Flexibility: รองรับการเชื่อมต่อกับ Battery Inverter ทั้งรุ่น 50kW และ 100kW ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกขนาดระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและการใช้พลังงานจริง (Load profile) ของตนเองได้</li>
<li>Integrated Intelligence: ควบคุมด้วยระบบ SolarEdge ONE Controller ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ การกักเก็บ และการจ่ายพลังงานให้สัมพันธ์กับค่าไฟฟ้า (Time-of-Use) เพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานและเพิ่มผลกำไรสูงสุด</li>
<li>Superior Safety: มาพร้อมระบบจัดการความปลอดภัยในระดับเซลล์แบตเตอรี่ และการตรวจจับความร้อนที่ล้ำสมัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ SolarEdge</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2929" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-404.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับองค์กร</h3>
<p>ด้วยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ธุรกิจสามารถทำกำไรจากการใช้พลังงานได้มากขึ้นผ่านฟังก์ชันการโกนยอดการใช้ไฟฟ้า (Peak Shaving) และการดึงพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร (Self-Consumption) ให้สูงขึ้น ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>การติดตั้งระบบ <strong>SolarEdge CSS-OD 197</strong> เน้นความรวดเร็วและลดความซับซ้อนด้วยนวัตกรรมหลัก ดังนี้</p>
<ul>
<li>Modular Design: ออกแบบระบบเป็นรูปแบบโมดูลที่แยกส่วนประกอบมาอย่างชัดเจน ทำให้การขนส่งเข้าพื้นที่หน้างานและการประกอบตู้แบตเตอรี่ทำได้ง่ายและเป็นระเบียบ</li>
<li>Synergy Technology: ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทำงานประสานกันได้โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการเดินสายไฟที่ยุ่งยาก</li>
<li>Small &amp; Lightweight Components ชิ้นส่วนถูกออกแบบให้มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ใช้กำลังคนในการติดตั้งน้อย (เพียง 2 คนในบางส่วนงาน) ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในทุกขั้นตอน</li>
<li>Smart Commissioning: เริ่มระบบได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน SolarEdge Go ที่ช่วยตั้งค่าและตรวจสอบความถูกต้องของระบบผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที ลดเวลาการทำงานหน้างานลงอย่างมาก</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2930" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-307.jpg" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="850" height="567" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>การเปิดตัว CSS-OD 197 ถือเป็นก้าวสำคัญของ SolarEdge ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 09:11:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle Platform]]></category>
		<category><![CDATA[SENA]]></category>
		<category><![CDATA[SENA Green Auto]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43969</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เดินหน้าสู่ธุรกิจ “New S-Curve” ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ “Green Lifestyle Platform” โดย “SENA Green Auto” เป็นกลไกในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร ในฐานะทั้งดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าและ EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/">SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA </strong>เดินหน้าสู่ธุรกิจ “New S-Curve” ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ <strong>“Green Lifestyle Platform”</strong> โดย “SENA Green Auto” เป็นกลไกในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร ในฐานะทั้งดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าและ EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บ้าน (Home) โซลาร์ (Solar) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับ “บ้านในอนาคต” ให้เป็น Energy Hub ที่สามารถผลิต ใช้ และบริหารพลังงานได้เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และรองรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเชื่อม “บ้าน การเดินทาง พลังงาน และการเงิน” เข้าไว้ในระบบเดียว ทำให้ Green Lifestyle เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้จริง</p>
<p><span id="more-43969"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43971" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02.jpg" alt="ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า SENA Green Auto ไม่ได้เป็นแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘รถ พลังงาน และการเงิน’ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว   โดยSENA พัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ “The One Platform” สำหรับลูกบ้าน SENA ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถ EV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ในระบบเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นกลไกด้านการเงิน และ “SenX” เป็นจิ๊กซอสำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว</p>
<p>ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายสู่ “The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงโซลูชัน บ้านทั่วไป รถ EV โซลาร์ และการเงินได้ แม้ไม่ได้เป็นลูกบ้าน SENA โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงการบริหารพลังงานในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p>“วันนี้พลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่า EV เข้าถึงยาก และโซลาร์เซลล์เป็นเรื่องยุ่งยาก จริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง ‘รถ’ หรือ ‘พลังงาน’ แต่คือ ‘ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน’  SENA จึงพัฒนาSENA Green Auto ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘รถ พลังงาน และการเงิน’ เข้าไว้ด้วยกัน  เพื่อลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว ”  <strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับ3 แกนธุรกิจช่วยขับเคลื่อน SENA Ecosystem เชื่อม “การอยู่อาศัย พลังงาน และการเดินทาง” เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร  ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>ธุรกิจที่อยู่อาศัย ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมทุกความต้องการ</strong></li>
</ol>
<p>SENA มุ่งพัฒนาโครงการในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นความต้องการจริงของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ พร้อมออกแบบโซลูชันเพื่อลดอุปสรรคในการมีบ้าน ผ่านทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่กับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง และในช่วงไตรมาส 2 นี้ จะเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น</p>
<ol start="2">
<li><strong>ธุรกิจพลังงานโซลาร์</strong> <strong>“SENA Solar Energy” </strong></li>
</ol>
<p>SENA Solar Energy พัฒนาธุรกิจพลังงานต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) ด้วยโซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงานในอนาคต</p>
<p>บริษัทฯ ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&amp;M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจาก Solar ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้ง “การอยู่อาศัย” และ “การเดินทาง” ได้อย่างเป็นระบบ</p>
<p>ปัจจุบัน SENA มียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสู่การพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<ol start="3">
<li><strong>ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า “SENA Green Automotive”</strong></li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43972" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03.jpg" alt="SENA Green Auto" width="745" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03.jpg 745w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 745px) 100vw, 745px" /></p>
<p>SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็น EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า โดยคัดสรรรุ่นที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA &amp; JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร ครอบคลุมการตรวจเช็คและดูแลแบตเตอรี่ EV แบบครบระบบ ผ่านศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้นำเสนอ EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้ง Solar และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดค่าไฟและค่าเชื้อเพลิง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวรวมถึงโซลูชันทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น</p>
<p>โดย SENA Green Auto สร้างความแตกต่างผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่  <strong>1.Easy</strong> – จบทุกเรื่องในที่เดียว ทั้งรถ Solar และการเงิน <strong>2.Trusted</strong> – มาตรฐาน SENA พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร  และ <strong>3.Smart Finance</strong> – โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น สะท้อนแนวคิด <strong>“Infinite Clean Energy Loop”</strong> ที่ทำให้บ้านสามารถผลิตไฟ ใช้ในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV ได้จริง</p>
<p>“บริษัทฯ มองว่า “วิกฤตพลังงาน” ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว พลังงานไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือ ตัวกำหนดคุณภาพชีวิต ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 15 ปี และการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ SENA จึงก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต (Lifestyle Infrastructure)” ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว ตามวิสัยทัศน์องค์กร  “Lifelong Trusted Partner”  <strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong>กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/">SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 06:26:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43892</guid>

					<description><![CDATA[<p>อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันว่าบีไอจีไม่ได้มองบทบาทของตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำของประเทศ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ในระยะยาว และมั่นใจว่าบีไอจีจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาวิกฤต ยกระดับสู่ Low-Carbon Industrial Gas &#38; Energy Solution Provider อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/">บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง </strong><strong>3–5 </strong><strong>ปีข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันว่าบีไอจีไม่ได้มองบทบาทของตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำของประเทศ</strong> <strong>เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีความมั่นคงด้านพลังงาน </strong><strong>(</strong><strong>E</strong><strong>nergy Security) </strong><strong>ในระยะยาว และมั่นใจว่าบีไอจีจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาวิกฤต</strong></p>
<p><span id="more-43892"></span></p>
<h3>ยกระดับสู่ Low-Carbon Industrial Gas &amp; Energy Solution Provider</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อรลา เจริญลาภ</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) </strong>กล่าวว่า บีไอจีวางยุทธศาสตร์ระยะกลางถึงยาว ในการขยายการลงทุนด้านก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและโซลูชันจากก๊าซอุตสาหกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับกระบวนการผลิต เช่น การใช้ออกซิเจนคาร์บอนต่ำเพื่อช่วยให้กระบวนการเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้เชื้อเพลิงหลักและลดการปล่อยคาร์บอน โดยมีการใช้งานจริงแล้วในอุตสาหกรรมโรงกระดาษและอุตสาหกรรมเหล็ก</p>
<p>“ความผันผวนของราคาพลังงาน โดยเฉพาะจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เป็นความท้าทายระดับโลก แต่สำหรับบีไอจี เรามองว่านี่คือบทพิสูจน์ของความจำเป็นในการวางระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนในระยะยาว อุตสาหกรรมไทยต้องมองเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน เทคโนโลยี และการลดคาร์บอน เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขัน” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>Global Synergy จาก Air Products เสริมศักยภาพการแข่งขัน</h3>
<p>การเป็นส่วนหนึ่งของ Air Products ผู้นำระดับโลกด้านก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไฮโดรเจน ช่วยยกระดับบีไอจีจากผู้เล่นในประเทศสู่การเป็น <strong>ผู้ขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม (</strong><strong>Industrial Decarbonization Enabler)</strong> โดยสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้นทั่วโลก เช่น เคมี ปิโตรเคมี เหล็ก ซีเมนต์ และพลังงาน มาประยุกต์ใช้กับบริบทของอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>บีไอจีได้นำเทคโนโลยีด้าน  Air Separation และ Hydrogen Production ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง รวมถึงโซลูชันก๊าซคาร์บอนต่ำ มาช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริงในระดับการผลิต ไม่ใช่เพียงการชดเชยคาร์บอนในภายหลัง</p>
<p>“เราไม่ได้แข่งขันกันแค่ที่ผลิตภัณฑ์หรือราคา แต่แข่งขันกันที่โซลูชันและผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับ บีไอจีทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านการลดคาร์บอน เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมไทยพร้อมรองรับมาตรฐาน ESG และกฎระเบียบคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>MAP2 โครงสร้างพื้นฐานสำคัญก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ</h3>
<p>หนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ที่สะท้อนการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐาน คือ <strong>โครงการโรงแยกอากาศจากการใช้ประโยชน์ความเย็นจาก LNG แห่งที่ 2 (MAP2) </strong>ซึ่งบีไอจีร่วมลงทุนกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อต่อยอดการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ โดยนำความเย็นที่เหลือจากกระบวนการแปรสภาพ LNG (Cold Energy Utilization) มาใช้ในการแยกอากาศ ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มเสถียรภาพในการผลิตก๊าซภายในประเทศ และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว</p>
<p>โรงแยกอากาศแห่งแรกที่ระยองเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 และสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 100,000 ตันต่อปี โดยโรงแยกอากาศ MAP2 มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571 เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำกว่า 450,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ปิโตรเคมี โลหะ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร</p>
<p>“นี่คือการลดคาร์บอนตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงการชดเชยในภายหลัง และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>เดินหน้า Hydrogen Economy ด้วยความร่วมมือแบบ Ecosystem</h3>
<p>บีไอจียังคงเดินหน้าส่งเสริมการใช้ไฮโดรเจนอย่างต่อเนื่องทั้งในภาคขนส่งและพลังงาน โดยมองว่าวิกฤตพลังงานโลกเป็นโอกาสในการเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือกที่สะอาดและมั่นคง บีไอจีร่วมมือกับ PTT Group และ Toyota ร่วมก่อตั้งสมาคมไฮโดรเจน ประเทศไทย ในการพัฒนาเศรษฐกิจไฮโดรเจนในลักษณะ Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนนโยบายและมาตรฐานด้านพลังงานไฮโดรเจน</p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไฮโดรเจนไปใช้ร่วมกับการผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต</p>
<h3>ความยั่งยืนคือแหล่งเติบโตทางธุรกิจ</h3>
<p>บีไอจีมองการลดคาร์บอนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนระยะยาว ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการพัฒนาโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ บีไอจีตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ.2050</p>
<p>“แม้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำจะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะสั้น แต่การลงทุนวันนี้คือการประกันความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทยในอีก 20–30 ปีข้างหน้า บีไอจีไม่ได้มุ่งแค่การขายก๊าซ แต่ต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกคาร์บอนต่ำ” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/">บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 07:47:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energyม โซลาร์รูฟท็อปม ติดตั้งโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ภาคครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43811</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า ล่าสุด Bangkok Cable หรือ “บางกอกเคเบิ้ล” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ ION Energy&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า</strong></p>
<p><span id="more-43811"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>Bangkok Cable</strong> หรือ “<strong>บางกอกเคเบิ้ล</strong>” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ<strong> ION Energy</strong> เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อต่อยอดโอกาสจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย และรองรับดีมานด์พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43813" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg" alt="พงศภัค นครศรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ก้าวใหม่ของ BCC สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงศภัค นครศรี</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เปิดเผยว่า ในปีที่ 62 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็น “มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า” และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรชั้นนำของไทย เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43814" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ 3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท</p>
<p>“เรามองว่าตลาดโซลาร์กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้” <strong>พงศภัค</strong> กล่าว</p>
<h3>3 จุดแข็ง ION Energy สู่เกมพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ</h3>
<p>การตัดสินใจของ Bangkok Cable ในการดึง ION Energy เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพอร์ตธุรกิจเท่านั้น แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์สู่ตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ION Energy ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของตลาดโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Sansiri, Supalai, SC Asset และ AP Thailand สะท้อนถึงมาตรฐานงานติดตั้งและความน่าเชื่อถือในระดับอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่</p>
<p>1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว</p>
<h3>ตลาดโซลาร์ไทยแตะหลักแสนล้าน โอกาสโตสูง แต่ฐานติดตั้งยังต่ำ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg" alt="พีรกานต์ มานะกิจ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>พีรกานต์ มานะกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ION Energy</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น</p>
<p>การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” <strong>พีรกานต์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg" alt="ติดตั้งโซลาร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์สูงสุด 2,000 ครัวเรือน ภายในปีนี้</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569</p>
<p><strong>พีรกานต์</strong> กล่าวอีกว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์กำลังถูกมองว่าเป็นทางออกสำคัญทั้งในมิติของการลดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการลงทุนระบบขนาดประมาณ 10 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณราว 200,000 บาท สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 4,000–5,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่อาจมีค่าไฟสูงถึง 6,000–7,000 บาท ส่งผลให้ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3–4 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของระบบยาวนานถึง 25–30 ปี ทำให้ภาพรวมการลงทุนมีความคุ้มค่าอย่างชัดเจน แม้จะคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแล้วก็ตาม โดยผู้ประกอบการมองว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น โซลาร์เซลล์ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและจับต้องได้มากกว่า</p>
<h3>นโยบาย-การเงิน หนุนโซลาร์เข้าถึงง่าย เร่งตลาดโต</h3>
<p>ในเชิงนโยบาย ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ตลาดเติบโตมากขึ้น ทั้งมาตรการสนับสนุนทางภาษีและการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น สินเชื่อเฉพาะสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกันในลักษณะเดียวกับสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงโมเดล Subscription ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถผ่อนจ่ายค่าใช้ระบบได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืน (Net Metering/Net Billing) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาอัตรารับซื้ออยู่ในระดับต่ำและยังไม่ต่อเนื่อง หากสามารถปรับอัตราให้เหมาะสม เช่น 2–4 บาทต่อหน่วย ก็จะช่วยจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวัน ซึ่งสามารถผลิตไฟและขายคืนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 08:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43776</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี : บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี : <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ระดับ “AA+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”</strong></p>
<p><span id="more-43776"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นกู้สีเขียวที่ออกและจำหน่ายในคราวนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 ความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินและการบริหารประสิทธิภาพโครงการพลังงานทดแทนที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บริษัทฯ มีเงินหมุนเวียนสำหรับการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนในอนาคตด้วย ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 40 และร้อยละ 50 ภายในปี 2578 และ 2583 ตามลำดับ จากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 31 ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น</p>
<p>“การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการบริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์ของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนทางการเงินของสินทรัพย์พลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ในต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และยังเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ในอนาคต อันจะนำไปสู่การสร้างการเติบโตและความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว” นิทัศน์กล่าว</p>
<p>หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นไปตามกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยบริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดทำรายงานความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) เพื่อประเมินความสอดคล้องของกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ดังกล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 06:18:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Water Grid]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปา]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองการบินอู่ตะเภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43727</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้พิจารณาออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to proceed) ให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) โดยมีกำหนดเริ่มพัฒนาโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น   บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาในโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/">อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้พิจารณาออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to proceed) ให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) โดยมีกำหนดเริ่มพัฒนาโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น  </strong></p>
<p><span id="more-43727"></span></p>
<p>บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาในโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา แสดงความพร้อมสนับสนุนการให้บริการระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำแบบครบวงจร เมื่อบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้าง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายจุมพล จันทร์คำ</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ อีสท์ วอเตอร์</strong> เปิดเผยว่า <em>“<strong>โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา เชื่อมต่อกับโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านน้ำ หรือ </strong></em><strong><em>Water Grid ของอีสท์ วอเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญๆ ทุกแห่งในภาคตะวันออก และยังมีสระเก็บน้ำดิบความจุ 12 ล้าน ลูกบาศก์เมตร อยู่ที่ ต.ทับมา จ.ระยอง ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทจะสามารถส่งจ่ายน้ำให้เมืองการบินได้อย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ บริษัทยังได้พัฒนาระบบผลิตน้ำประปาที่พร้อมให้บริการทั้งในช่วงเริ่มต้นโครงการ และมีความสามารถที่จะขยายระบบเพื่อรองรอบการเติบโตที่เกิดขึ้นในอนาคต</em></strong><em>”</em></p>
<p>นอกจากการผลิตน้ำประปาแล้ว อีสท์ วอเตอร์ยังมีความพร้อมที่จะพัฒนาและบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรบนพื้นที่ 6,500 ไร่ของเมืองการบินอู่ตะเภา ประกอบด้วยระบบน้ำประปา การบำบัดน้ำเสีย และอาจรวมถึงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ครอบคลุมถึงพื้นที่พัฒนาเมือง อาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์ประชุม ตอบโจทย์การเติบโตทางเศรษฐกิจระดับประเทศ ภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง</p>
<p>อีสท์ วอเตอร์เชื่อมั่นว่า ความมั่นคงด้านน้ำ (Water security) จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับเมืองการบินอู่ตะเภาให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนให้โครงการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยของภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/east-water-water-grid/">อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:46:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Engine]]></category>
		<category><![CDATA[NNEG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43675</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : <strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) </strong>จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569</p>
<p><span id="more-43675"></span></p>
<p>ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ รวม 207.75 เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตไอน้ำรวม 48 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแล้ว ยังช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นคงด้านพลังงานด้วย</p>
<figure id="attachment_43677" aria-describedby="caption-attachment-43677" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-43677" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg" alt="พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-43677" class="wp-caption-text">พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร</figcaption></figure>
<p>พลอากาศเอก ดร<strong>. </strong>นพพร จันทวานิช ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือและความแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย  บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40% บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นฝ่ายละ 30% ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการส่วนขยายอย่างต่อเนื่องจนสามารถดำเนินงานมาถึงขั้นตอนการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ</p>
<p>ทั้งนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการส่วนขยายนี้จะจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครโดยตรง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบพลังงานในพื้นที่ รองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ประเภทสัญญา Firm ระบบโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 125 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 30 ตันต่อชั่วโมง โดยผลิตกระแสไฟฟ้าและจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ 90 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 25 ปี ส่วนไฟฟ้าและไอน้ำที่เหลือจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2559 ต่อมาในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า เพิ่มอีก 54 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 จากนั้นในปี 2566 ได้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 28.75 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมจะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน ศกนี้</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนครสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
