<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฝุ่นละอองขนาดเล็ก | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Jun 2023 03:00:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ฝุ่นละอองขนาดเล็ก | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นาโนเทค สวทช. พัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น พร้อม NanoSampler ใช้วิเคราะห์ข้อมูลฝุ่น ใน 3 พื้นที่ กทม. หนุนรัฐจัดการมลพิษ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dust-nanosampler/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dust-nanosampler/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 May 2023 06:39:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[NanoSampler]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเทค สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ข้อมูลฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26544</guid>

					<description><![CDATA[<p> เมื่อฝุ่นละอองกลายเป็นวาระแห่งชาติ ทีมวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่นโดยประยุกต์ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ NanoSampler นำร่องติดตั้งใน 3 พื้นที่ของ กทม. (อารีย์, บางนา และดินแดง) ชูความต่างที่สามารถเก็บและแยกตามขนาดฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็น 6 ระดับชั้น ตั้งแต่ PM&#62;10 จนถึง PM0.1 พร้อมวิเคราะห์หาการกระจายขนาดและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละออง เพื่อสนับสนุนมาตรการการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการมลพิษ รวมถึงแนวทางการป้องกันและลดมลพิษที่ต้นทางได้ในอนาคต ดร.รัฐพร แสนเมืองชิน ทีมวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโน กลุ่มวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโนขั้นสูงและความปลอดภัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dust-nanosampler/">นาโนเทค สวทช. พัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น พร้อม NanoSampler ใช้วิเคราะห์ข้อมูลฝุ่น ใน 3 พื้นที่ กทม. หนุนรัฐจัดการมลพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> เมื่อฝุ่นละอองกลายเป็นวาระแห่งชาติ ทีมวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่นโดยประยุกต์ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ NanoSampler นำร่องติดตั้งใน 3 พื้นที่ของ กทม. (อารีย์, บางนา และดินแดง) ชูความต่างที่สามารถเก็บและแยกตามขนาดฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็น 6 ระดับชั้น ตั้งแต่ PM<sub>&gt;10</sub> จนถึง PM<sub>0.1</sub> พร้อมวิเคราะห์หาการกระจายขนาดและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละออง เพื่อสนับสนุนมาตรการการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการมลพิษ รวมถึงแนวทางการป้องกันและลดมลพิษที่ต้นทางได้ในอนาคต</strong><span id="more-26544"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26546" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-02.jpg" alt="ดร.รัฐพร แสนเมืองชิน" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.รัฐพร แสนเมืองชิน</span> ทีมวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโน กลุ่มวิจัยการวิเคราะห์ระดับนาโนขั้นสูงและความปลอดภัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า โครงการวิจัย <strong>“การตรวจวิเคราะห์หาการกระจายขนาดและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” </strong>นำโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล</strong></span> ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการศึกษาวิจัยในประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ร่วมกับภ<strong>าควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) </strong></p>
<p>ในช่วงต้นของทุกปี ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ &#8220;การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&#8221; เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &#8220;<strong>การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&#8221;</strong> เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีขั้นตอน/การปฏิบัติงานที่ชัดเจนในช่วงสถานการณ์วิกฤตปัญหาฝุ่นละอองด้วย 3 มาตรการ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่, การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26547" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-03.jpg" alt="โครงการวิจัยเก็บตัวอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็ก" width="540" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-03.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-03-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-03-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-03-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>“โครงการวิจัยนี้ เราได้ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและสัดส่วนแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็กในโดยเก็บตัวอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยายกาศสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สถานีตรวจวัดอากาศของกรมควบคุมมลพิษ 3 แห่ง ได้แก่ สถานีกรมประชาสัมพันธ์อารีย์ สถานีการเคหะชุมชนดินแดง และสถานีกรมอุตุนิยมวิทยาบางนา โดยใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่าง NanoSampler (Furuuchi <em>et al.,</em> Aerosol and Air Quality Research, 10: 185–192, 2010) ที่สามารถเก็บและแยกตามขนาดฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็น 6 ระดับชั้น คือ PM<sub>0.1</sub>, PM<sub>0.1-0.5</sub>, PM<sub>0.5-1</sub>, PM<sub>1-2.5</sub>, PM<sub>2.5-10 </sub>และ PM<sub>&gt;10</sub> ในเครื่องเดียว ซึ่งแตกต่างจากเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่นที่หน่วยงานต่างๆ ใช้ในปัจจุบัน ที่จะเก็บตัวอย่างฝุ่นและรายงานค่าความเข้มข้นฝุ่นเป็น PM<sub>2.5 </sub>และ PM<sub>10</sub> ตามชนิดของของเครื่องเก็บตัวอย่าง โดยส่วนใหญ่จะสามารถเก็บได้เพียงขนาดเดียวเท่านั้น” <strong>ดร.รัฐพร </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26548" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-04.jpg" alt="เครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น" width="540" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-04.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-04-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-04-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-04-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>สำหรับ <strong>เครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น</strong> ได้รับการออกแบบให้สามารถดูดอากาศโดยรอบเข้ามาในอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง NanoSampler ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนสุด ด้วยอัตรา 40 ลิตรต่อนาที ซึ่งจะทำการเก็บตัวอย่าง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นหนาแน่นในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูหนาวที่มีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ความกดอากาศสูง ส่งผลให้อากาศไม่ไหลเวียน ไม่กระจายตัว จนเกิดการสะสมของฝุ่น ซึ่งทีมวิจัยนาโนเทคเก็บตัวอย่างในช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2564 รวมทั้งหมด 40 ครั้งต่อสถานี จากนั้นนำตัวอย่างไปวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่น จากนั้นประเมินแหล่งกำเนิดของฝุ่นโดยอาศัยข้อมูลฝุ่นที่จำแนกทางเคมี แหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งเทคนิคทางสถิติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26549" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-05.jpg" alt="ไส้กรองจาก Nano Sampler" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<figure id="attachment_26550" aria-describedby="caption-attachment-26550" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-26550" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-06.jpg" alt="ไส้กรองจาก Nano Sampler" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26550" class="wp-caption-text">ไส้กรองจาก Nano Sampler</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.รัฐพร  </strong>กล่าวว่า ผลจากการวิเคราะห์ฝุ่นละอองที่เก็บจาก 3 สถานีตรวจวัด เมื่อมองจากความเข้มข้นโดยมวลและการกระจายตัวของฝุ่น พบว่า ความเข้มข้นฝุ่นสูง (80-180 มค.ก./ตร.ม.) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม และความเข้มข้นของฝุ่นต่ำลง (20-85 มค.ก./ตร.ม.) ในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (40-190 มค.ก./ตร.ม.) อีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม โดยพบฝุ่นช่วง PM<sub>0.5-1 </sub>และ PM<sub>2.5-10 </sub>มีสัดส่วนที่สูงที่สุด จากทุกสถานี และจากการศึกษาพบว่า ความเข้มข้นโดยจำนวนของฝุ่นขนาดเล็กละเอียด (PM<sub>0.1</sub>) พบในสัดส่วนที่มากที่สุดในทุกสถานีตลอดทั้งปี</p>
<figure id="attachment_26551" aria-describedby="caption-attachment-26551" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-26551" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-07.jpg" alt="ภาพขยายไส้กรองที่กรอง PM1-2.5 จากกล้อง SEM" width="720" height="517" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-07-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-07-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/dust-nanosampler-07-500x359.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26551" class="wp-caption-text">ภาพขยายไส้กรองที่กรอง PM1-2.5 จากกล้อง SEM</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านความเข้มข้นของสารคาร์บอนทั้งหมด (TC) ป</strong>ระกอบด้วยสารคาร์บอนอินทรีย์ (OC) และธาตุคาร์บอน (EC) พบว่า ความเข้มข้น TC สูงที่สุด ในช่วง PM<sub>0.5-1.0 </sub>และมีความเข้มข้น TC ต่ำสุดในช่วง PM<sub>&gt;10</sub> ซึ่งสารคาร์บอนทั้งหมดในแต่ละช่วงฝุ่นมีแนวโน้มสอดคล้องกันในทุกสถานี ความเข้มข้นของสารคาร์บอนอินทรีย์ที่พบในทุกช่วงฝุ่นสูงกว่าความเข้มข้นของธาตุคาร์บอน โดยที่มีความเข้มข้นที่สูงในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม และความเข้มข้นลดต่ำลงในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม และพบว่า สถานีดินแดงมีความเข้มข้นคาร์บอนสูงที่สุดทั้งสารคาร์บอนอินทรีย์ และธาตุคาร์บอน ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและฝุ่นทุติยภูมิ</p>
<p><strong>จากผลการวิเคราะห์ไอออนละลายน้ำในองค์ประกอบของฝุ่น</strong> พบค่าความเข้มข้นของไอออนรวมมีแนวโน้มสอดคล้องกับความเข้มข้นฝุ่นโดยมวล โดยในช่วง PM<sub>0.1</sub>, PM<sub>0.5-1 </sub>และ PM<sub>1-2.5 </sub>พบซัลเฟตไอออน (SO<sub>4</sub><sup>2–</sup>) ในสัดส่วนที่สูง และในช่วง PM<sub>2.5-10 </sub>และ PM<sub>&gt;10</sub> พบไนเทรตไอออน (NO<sub>3</sub><sup>–</sup>) ในสัดส่วนที่สูง โดยที่ทั้งไนเทรตไอออนและซัลเฟตไอออนมีแหล่งกำเนิดมาจากยานพาหนะและฝุ่นละอองลอยทุติยภูมิ</p>
<p><strong>ส่วนผลการวิเคราะห์ธาตุโลหะหนักในองค์ประกอบของฝุ่น</strong> พบว่า ความเข้มข้นธาตุโลหะหนักรวมมีปริมาณที่น้อยกว่าความเข้มข้นของสารคาร์บอนและไอออนละลายน้ำในทุกช่วงฝุ่น โดยความเข้มข้นของโลหะหนักแต่ละช่วงฝุ่นจะแตกต่างกันไป แต่พบเหล็ก (Fe), โซเดียม (Na), แมกนีเซียม (Mg), อะลูมิเนียม (Al) และโพแทสเซียม (K) ในปริมาณสูงในทุกสถานี ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากการจราจร อุตสาหกรรม ฝุ่นดิน ฝุ่นถนน และการเผาวัสดุชีวมวล</p>
<p><strong>ดร.รัฐพร  </strong>กล่าวถึง<strong>ประเด็นของแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน</strong> <strong>(PM<sub>2.5</sub>) และการมีส่วนร่วมของฝุ่นในแต่ละช่วง </strong>ได้แก่ PM<sub>0.1</sub>, PM<sub>0.5-2.5 </sub>และ PM<sub>2.5-10 </sub>ในกรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม 2564 ที่ระบุด้วยแบบจำลองการแยกตัวประกอบเมทริกซ์เชิงบวก (Positive Matrix Factorization (PMF) receptor model) โดยอาศัยข้อมูลหลักเกี่ยวกับฝุ่นและองค์ประกอบทางเคมี ผลการศึกษาพบว่า แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละอองขนาด ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM<sub>2.5</sub>) มาจาก<strong>ไอเสียรถยนต์สูงถึง 48% </strong>รองลงมาคือ ฝุ่นทุติยภูมิ, การเผาในที่โล่ง และฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมและฝุ่นถนน เป็นต้น</p>
<p><strong>เมื่อจำแนกแหล่งกำเนิดของฝุ่นตามช่วงขนาด</strong> พบว่า แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละอองขนาดเล็กละเอียด ละเอียด (PM<sub>0.1</sub>) มาจากไอเสียรถยนต์ถึง 65% สำหรับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM<sub>0.5-2.5</sub>) มีแหล่งกำเนิดหลักมาจากไอเสียรถยนต์ 41% และแหล่งที่มาสำหรับฝุ่นหยาบ (PM<sub>2.5-10</sub>) มีแหล่งกำเนิดหลักมาจากฝุ่นจากการก่อสร้างถึง 50% โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กส่วนใหญ่มาจากการมีส่วนร่วมของมนุษย์</p>
<p>“ผลจากการวิเคราะห์นี้จะเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ภาครัฐจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นข้อมูลเชิงวิชาการในด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขจะนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน  ส่วนการต่อยอดงานวิจัยนั้น หากมีโอกาสได้ไปเก็บตัวอย่างในที่ ๆ ตรงจุดที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ฝุ่นจากไอเสียรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแตกต่าง ๆ กัน ฝุ่นจากภาคการผลิตในอุตสาหกรรมก็อาจจะติดตั้งเครื่องวัดในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ  และเมื่อนำมาวิเคราะห์ ก็อาจจะเห็นสารที่เป็นตัวชี้วัด (Marker) ของฝุ่นในแต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”  <strong>ดร.รัฐพร</strong> กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dust-nanosampler/">นาโนเทค สวทช. พัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น พร้อม NanoSampler ใช้วิเคราะห์ข้อมูลฝุ่น ใน 3 พื้นที่ กทม. หนุนรัฐจัดการมลพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dust-nanosampler/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ๊อช จับมือภาคีเครือข่ายสรุปผลโครงการ &#8220;บลู สกาย&#8221; โครงการความร่วมมือระหว่างบ๊อช ประเทศไทย และหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%8a-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%8a-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jun 2022 03:33:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[air quality monitoring box]]></category>
		<category><![CDATA[Bosch]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[บลู สกาย]]></category>
		<category><![CDATA[บ๊อช]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลภาวะทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22374</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ๊อช ร่วมกับ สภาลมหายใจเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และตัวแทนครัวเรือนอาสาสมัครในชุมชนหมื่นสารจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสรุปโครงการ &#8220;บลู สกาย&#8221; โครงการความร่วมมือเพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้แนวคิดโครงการ &#8220;บ้านสู้ฝุ่น&#8221; ซึ่งริเริ่มโดย สภาลมหายใจเชียงใหม่ ในการจัดการพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นในครัวเรือนเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ ผลสรุปของโครงการพบว่าการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นจะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองมากน้อยอย่างไรนั้น ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สภาพอากาศ กิจกรรมในชีวิตประจำวันของครัวเรือนอาสาสมัคร รวมถึงจำนวนพรรณไม้ที่ปลูกและตำแหน่งการวาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศด้วย อย่างไรก็ดี การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากบ๊อชมีส่วนช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ จากการประมวลผลด้วยเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูง ข้อมูลเชิงลึก เช่น ส่วนประกอบก๊าซประเภทต่างๆ ในอากาศเป็นข้อมูลสำคัญที่ต่อยอดไปสู่ความเข้าใจในสาเหตุการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงมาตรการป้องกันและบรรเทามลภาวะทางอากาศ เช่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%8a-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">บ๊อช จับมือภาคีเครือข่ายสรุปผลโครงการ “บลู สกาย” โครงการความร่วมมือระหว่างบ๊อช ประเทศไทย และหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ๊อช ร่วมกับ สภาลมหายใจเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และตัวแทนครัวเรือนอาสาสมัครในชุมชนหมื่นสารจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสรุปโครงการ &#8220;บลู สกาย&#8221; โครงการความร่วมมือเพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้แนวคิดโครงการ &#8220;บ้านสู้ฝุ่น&#8221; ซึ่งริเริ่มโดย สภาลมหายใจเชียงใหม่ ในการจัดการพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นในครัวเรือนเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ ผลสรุปของโครงการพบว่าการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นจะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองมากน้อยอย่างไรนั้น ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สภาพอากาศ กิจกรรมในชีวิตประจำวันของครัวเรือนอาสาสมัคร รวมถึงจำนวนพรรณไม้ที่ปลูกและตำแหน่งการวาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศด้วย</strong><span id="more-22374"></span></p>
<p>อย่างไรก็ดี การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากบ๊อชมีส่วนช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ จากการประมวลผลด้วยเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูง ข้อมูลเชิงลึก เช่น ส่วนประกอบก๊าซประเภทต่างๆ ในอากาศเป็นข้อมูลสำคัญที่ต่อยอดไปสู่ความเข้าใจในสาเหตุการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงมาตรการป้องกันและบรรเทามลภาวะทางอากาศ เช่น การจัดการฝุ่นควันที่เกิดจากการเผาทางการเกษตร หรือมลภาวะจากการจราจรบนท้องถนน เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22378" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign.jpg" alt="บ๊อช เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละออง" width="624" height="334" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign.jpg 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-300x161.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-150x80.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-500x268.jpg 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p>เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 บ๊อชได้ริเริ่มโครงการ &#8220;<strong>บลู สกาย</strong>&#8221; ดำเนินการติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละออง (air quality monitoring box) ในบริเวณชุมชนหมื่นสาร และร่วมมือกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในโครงการ &#8220;บ้านสู้ฝุ่น&#8221; สนับสนุนการติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ Dust Boy ในครัวเรือนอาสาสมัคร โดยโครงการ &#8220;บลูสกาย&#8221; ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงจากบ๊อชประมวลผลและนำเสนอดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในบริเวณพื้นที่รอบชุมชนหมื่นสารที่วัดได้ มาเปรียบเทียบกับข้อมูลคุณภาพอากาศ จากเครื่อง DustBoy ในครัวเรือนอาสาสมัครชุมชนหมื่นสารที่เข้าร่วมโครงการ &#8220;บ้านสู้ฝุ่น&#8221; และสนับสนุนการแจกพรรณไม้สู้ฝุ่นที่มีคุณสมบัติในการดูดซับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้แก่อาสาสมัครในชุมชนหมื่นสาร แนวคิดพรรณไม้สู้ฝุ่นมีงานวิจัยสนับสนุนโดย ผศ.ดร. เยาวนิตย์ ธาราฉาย อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปัจจุบัน โครงการบลู สกายได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22377" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P02.jpg" alt="โจเซฟ ฮง" width="624" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P02.jpg 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โจเซฟ ฮง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย และประเทศลาว</strong> กล่าวว่า &#8220;สถานการณ์มลภาวะทางอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน บ๊อชให้ความสำคัญกับการสรรสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สอดคล้องไปกับทิศทางการขยายตัวของสังคมเมืองทั้งในประเทศไทย และระดับโลก เทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศนี้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้คนอย่างยั่งยืน&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22376" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P01.jpg" alt="รศ.ดร. สมพร จันทระ" width="624" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P01.jpg 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร. สมพร จันทระ</strong></span> <strong>หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า &#8220;ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และระดับมลภาวะทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพของประชาชนชาวเชียงใหม่อย่างรุนแรง ความร่วมมือกับบ๊อช ในการนำเอาเทคโนโลยีที่สามารถติดตามสถานการณ์ค่าดัชนีคุณภาพอากาศในบริเวณที่กำหนด ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในชุมชน ช่วยสนับสนุนการต่อยอด คิดค้นการศึกษาวิจัยอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ได้อย่างยั่งยืน&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22379" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P03.jpg" alt="รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล" width="258" height="387" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P03.jpg 258w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P03-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P03-150x225.jpg 150w" sizes="(max-width: 258px) 100vw, 258px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล</strong></span> <strong>ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> เผยถึงผลสรุปโครงการ &#8220;บลู สกาย&#8221; ว่า เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละอองของบ๊อช นั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนแนวความคิดของโครงการ &#8220;บ้านสู้ฝุ่น&#8221; เพราะการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของดัชนีคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละอองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เป็นก้าวแรกที่สำคัญของการจัดการปัญหาฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม พบว่าในปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ประสบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน มีปริมาณฝนมากกว่าช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า รวมทั้งตัวแปรเกี่ยวกับจำนวนและตำแหน่งการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นในบริเวณพื้นที่โครงการ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันของครัวเรือนอาสาสมัครในช่วงการระบาดของโควิด ล้วนส่งผลต่อปริมาณฝุ่นซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ในช่วงกรอบเวลาของการดำเนินโครงการ ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างมีนัยสำคัญว่า พรรณไม้ที่ปลูกเพิ่มในครัวเรือนของอาสาสมัครในโครงการช่วยลดฝุ่นควันในอากาศได้มากน้อยเพียงใด ด้วยเหตุและปัจจัยดังที่กล่าวมานั้น แต่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในครัวเรือน รวมไปถึงในพื้นที่สาธารณะ ย่อมมีส่วนช่วยลดความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ โครงการ &#8220;บลู สกาย&#8221; นับได้ว่าเป็นความริเริ่มที่สำคัญในการสะท้อนความพยายามของหลายภาคส่วนที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในการสร้างพื้นที่สีเขียวซึ่งมีงานวิจัยรองรับแล้วว่าสามารถช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการสนับสนุนให้ครัวเรือนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินรอยตาม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22380" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P04.jpg" alt="สุรีรัตน์ ตรีมรรคา" width="500" height="333" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P04.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P04-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุรีรัตน์ ตรีมรรคา</strong></span> <strong>รองประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า &#8220;ปัญหามลภาวะในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีมาอย่างยาวนาน ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการบรรเทาปัญหาและสร้างความตระหนักรู้ในการสร้างพื้นที่สีเขียว การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากบ๊อช พันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ในการช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนอันจะนำไปสู่การบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่และในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน หนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการนี้คือ การที่พวกเราร่วมกันสร้างแรงกระเพื่อมที่จะช่วยผลักดันให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศรอบตัวมากขึ้น&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22381" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P05.jpg" alt="สนิท บุญแลน" width="516" height="344" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P05.jpg 516w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Bosch-Blue-Sky-Campaign-P05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 516px) 100vw, 516px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สนิท บุญแลน</strong></span> <strong>ตัวแทนชุมชนหมื่นสาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</strong> กล่าวเสริมว่า &#8220;ในฐานะคนเชียงใหม่ มลภาวะทางอากาศส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ซึ่งสาเหตุหลักของปัญหานี้ก็มาจากฝุ่นควันจากการเดินทาง การก่อสร้าง การเผาพืชผลทางการเกษตรตามฤดูกาลที่สะสมมายาวนาน หากมีการร่วมมือกันทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของครัวเรือนในการช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ก็จะส่งผลให้ประชาชนชาวเชียงใหม่สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้นักท่องเที่ยวกลับคืนมายังจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง&#8221;</p>
<h3>ก้าวต่อไปของบ๊อชและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน</h3>
<p>จำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นย่อมส่งผลต่อการขยายตัวของสังคมเมือง ปัญหามลภาวะทางอากาศจากภาคการขนส่งนั้นเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นควัน ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบริหารจัดการ ในฐานะองค์กรนวัตกรรม บ๊อช หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ เป็นกรณีศึกษาของการใช้เทคโนโลยีเพื่อบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการประสานความร่วมมือของหลายภาคส่วนร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ กระตุ้นภาคประชาชน ให้มีส่วนร่วมสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสัญจรอย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility) อันจะนำพาประเทศไทยมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้</p>
<p>&#8220;บ๊อช ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต มีแนวคิดการออกแบบระบบส่งกำลังยานยนต์ประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมความต้องการเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่หลากหลายก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยียานยนต์ไปยังการสัญจรแบบไร้มลพิษในอนาคต ตอบโจทย์การสัญจรที่มีเป้าหมายสู่ความยั่งยืน&#8221; <strong>ฮง</strong> กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%8a-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">บ๊อช จับมือภาคีเครือข่ายสรุปผลโครงการ “บลู สกาย” โครงการความร่วมมือระหว่างบ๊อช ประเทศไทย และหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหามลภาวะทางอากาศในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%8a-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมอนามัย แนะ ‘นักท่องเที่ยว-ประชาชน’ เที่ยวเหนือ สวมหน้ากาก เช็คค่าฝุ่น ลดเสี่ยง PM 2.5</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2021 03:18:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กรมอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวพื้นที่ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สวมหน้ากากอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[เช็คค่าฝุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16844</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ลดความเสี่ยงผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน แนะสวมหน้ากากป้องกัน และเช็คค่าฝุ่นทุกครั้ง พร้อมดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในภาพรวมระหว่าง 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2564 มีแนวโน้มเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบเกินค่ามาตรฐานในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าระหว่าง 15 &#8211;&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">กรมอนามัย แนะ ‘นักท่องเที่ยว-ประชาชน’ เที่ยวเหนือ สวมหน้ากาก เช็คค่าฝุ่น ลดเสี่ยง PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ลดความเสี่ยงผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน แนะสวมหน้ากากป้องกัน และเช็คค่าฝุ่นทุกครั้ง พร้อมดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง</strong><span id="more-16844"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย</strong></span> <strong>วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก <strong>PM 2.5</strong> ในภาพรวมระหว่าง 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2564 มีแนวโน้มเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบเกินค่ามาตรฐานในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าระหว่าง 15 &#8211; 402 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงสุดที่ตำบล เวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 3 &#8211; 5 เมษายน 2564 พื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือบางพื้นที่ มีแนวโน้มฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) เนื่องจากการเผาในประเทศเพื่อนบ้านและในประเทศ ประกอบกับสภาพอากาศ ที่ค่อนข้างนิ่ง ความเร็วลมลดลง แต่หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 4 &#8211; 6 เมษายน 2564 บางพื้นที่จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทำให้ปริมาณฝุ่นละออง <strong>PM 2.5</strong> มีแนวโน้มสะสมลดลงทำให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก (สีฟ้า) ถึงปานกลาง (สีเหลือง) ได้</p>
<p><strong>อธิบดีกรมอนามัย</strong> กล่าวต่อไปว่า นักท่องเที่ยวและประชาชนต้องดูแลป้องกันตนเองอยู่เสมอ ควรตรวจเช็คค่าฝุ่น และติดตามข่าวสารทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เช่น Air4Thai หรือ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ <strong>PM 2.5</strong>” รวมทั้งลด เลี่ยง งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นต้องออกจากบ้านให้สวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละออง โดยเลือกหน้ากากให้เหมาะสมกับลักษณะงานหรือกิจกรรมของผู้สวมใส่ มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าและหน้ากากต้องได้มาตรฐาน สะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติหรือฉีกขาด ต้องครอบจมูกและปาก นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ และดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก คลื่นไส้ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที</p>
<p>“ทั้งนี้ ข้อมูลอนามัยโพลเกี่ยวกับผลกระทบจากฝุ่นละออง <strong>PM 2.5</strong> ระหว่างวันที่ 1 &#8211; 31 มีนาคม 2564 พบว่า ร้อยละของผู้ที่มีอาการจากการรับสัมผัส <strong>PM 2.5</strong> มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ โดยอาการที่พบมากที่สุดยังคงเป็นอาการมีน้ำมูก ร้อยละ 17.67 รองลงมาคือ แสบจมูก ร้อยละ 15.07 อาการแสบตา/คันตา/ตาแดง ร้อยละ 14.18 อีกทั้งยังพบว่าประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ถึงร้อยละ 78.51 และมีพฤติกรรมในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก <strong>PM 2.5</strong> เพิ่มขึ้น โดยสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นถึงร้อยละ 82.07” <strong>อธิบดีกรมอนามัย</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>Source: กรมอนามัย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">กรมอนามัย แนะ ‘นักท่องเที่ยว-ประชาชน’ เที่ยวเหนือ สวมหน้ากาก เช็คค่าฝุ่น ลดเสี่ยง PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วช. ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยพัฒนานวัตกรรมรับมือฝุ่นจิ๋ว พร้อมแนะแนวทางแก้ปัญหาในแต่ละภูมิภาคของประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2021 03:53:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนีย์ เรืองติก]]></category>
		<category><![CDATA[นเรศ เชื้อสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ ทีฆสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิภารัตน์ ดีอ่อง]]></category>
		<category><![CDATA[สุรัตน์ บัวเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16476</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ เครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “วิจัย นวัตกรรม สู้ฝุ่นจิ๋ว” เพื่อนำเสนองานวิจัยและนวัตกรรมในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ วช. เผย 2-3 ปีที่ผ่านมาปัญหาฝุ่น PM2.5เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">วช. ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยพัฒนานวัตกรรมรับมือฝุ่นจิ๋ว พร้อมแนะแนวทางแก้ปัญหาในแต่ละภูมิภาคของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ เครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “วิจัย นวัตกรรม สู้ฝุ่นจิ๋ว” เพื่อนำเสนองานวิจัยและนวัตกรรมในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ</strong><span id="more-16476"></span></p>
<h2>วช. เผย 2-3 ปีที่ผ่านมาปัญหาฝุ่น PM2.5เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16487" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P01.jpg" alt="ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง" width="600" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P01.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P01-300x220.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P01-150x110.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P01-500x366.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง</strong></span> <strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)</strong> กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ <strong>PM2.5</strong> เป็นปัญหาที่ไทยได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์เริ่มรุนแรง มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวในประเทศไทย ในช่วง เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพและกระทบกับสิ่งแวดล้อมในวงกว้างขึ้น สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหา รัฐบาลยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมทำวิจัย สร้างนวัตกรรมที่ช่วยชะลอ ยับยั้ง ตรวจสอบพื้นที่ที่มี<strong>ปัญหาฝุ่น PM2.5</strong> ซึ่ง วช. ก็เป็นอีกหนึ่ง</p>
<p>หน่วยงานที่ได้เข้าร่วมขับเคลื่อนด้วย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ตามแพลตฟอร์มที่ 2 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม โปรแกรมที่ 7 โจทย์ท้าทายด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการเกษตร แผนงานที่สไคัญ (Flagship Project) กลุ่มเรื่อง <strong>PM2.5</strong> เพื่อใช้การวิจัยและนวัตกรรมจัดการกับปัญหา ท้าทายเร่งด่วนสไคัญของประเทศในเรื่องคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เพื่อมุ่งเน้นการลดปัญหามลพิษทางอากาศ สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ วิจัยศึกษาองค์ประกอบและแหล่งกไเนิดมลพิษทางอากาศ การตรวจสอบ คุณภาพการแพร่กระจายของหมอกควัน การใช้งานระบบพยากรณ์คุณภาพ อากาศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง รวมทั้งการติดตามการเฝ้าระวังและการเตือนภัยคุณภาพอากาศของประเทศไทย เป็นต้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16481" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-01.jpg" alt="ต้นเหตุการเกิดฝุ่น PM2.5" width="600" height="489" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-01.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-01-300x245.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-01-150x122.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-01-500x408.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โดย วช. ได้มอบทุนให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่จะนำไปใช้ทำงานวิจัย สร้างนวัตกรรมในการตรวจสอบ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> เช่น เครื่องวัดฝุ่นละออง ขนาดเล็ก หรือ Dustboy ที่สามารถวัดค่า <strong>PM2.5</strong> ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ รายงานค่าที่วัดได้แบบเรียลไทม์ ที่สำคัญพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้อย่างน้อย 3 วัน ขณะนี้ได้นำไปติดตั้งจุดพื้นที่เสี่ยงที่เกิด<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> แล้วกว่า 200 จุดทั่วประเทศ</p>
<p>นอกจากนี้ วช. ได้ใช้งานวิจัยพัฒนานวัตกรรมเรื่อง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> สร้าง เครือข่ายงานวิจัยสนับสนุนผลงานเชิงรุกเพิ่มเติมทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละพื้นที่นำงานวิจัยนวัตกรรมที่คิดค้นได้ไปช่วยให้ฝุ่นในแต่ละพื้นที่ลดลงอย่างยั่งยืน</p>
<h2>ผลการศึกษาพบ กทม. มีฝุ่นละเอียดที่มีสารก่อมะเร็งเกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์จำนวนมาก</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16486" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P02.jpg" alt="ผศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ" width="600" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P02-300x220.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P02-150x110.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P02-500x366.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ</strong></span> <strong>คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำงานวิจัยฝุ่น PM2.5 เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยจาก วช. ในการวิจัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นได้ศึกษาชั้นบรรยากาศและมลภาวะทางอากาศบนตึกสูงของกรุงเทพมหานคร พบว่า กรุงเทพมหานครนั้นมีฝุ่นละเอียดที่มีองค์ประกอบของสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์จำนวนมาก และมีวัฏจักรเกิดฝุ่น 4 แบบในรอบปี ได้แก่ 1. ฝุ่นหลังเที่ยงคืน ที่ความเข้มข้นของฝุ่นสูงมากถึง 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มักจะเกิดในช่วงเดือนพฤศจิกายน- เดือนธันวาคม เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์ในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ 2. ฝุ่นจากอุณหภูมิผกผัน ซึ่งอุณหภูมิที่ผกผันทำให้เกิดสภาวะลมนิ่งเหมือน มีฝาชีครอบ ทำให้ฝุ่นระบายออกจากพื้นที่ไม่ได้ ทำให้อากาศไม่บริสุทธิ์หายใจอึดอัด และส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจตามมาได้ มักจะเกิดในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ เช่น เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 14-15 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา จากการเผาไหม้ของรถยนต์และการเผาในภาคการเกษตร เป็นต้น 3. ฝุ่นเคลื่อนที่ระยะไกล ซึ่งเป็นฝุ่นที่ถูกพัดพามาจากพื้นที่อื่น เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาของทุกๆ เดือน แต่เกิดใน ปริมาณมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม และจะมีปริมาณฝุ่นมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละช่วงปีประกอบด้วย และ 4. ฝุ่นทุติยภูมิ ที่เกิดขึ้นเมื่อมีแสงแดดจัดและทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีกลายเป็น ฝุ่นขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องมีการทำวิจัยฝุ่นในแต่ละช่วงอย่างละเอียดและสร้างนวัตกรรม ลดการใช้รถยนต์ในบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้ง การฉีดพ่นน้ำเพื่อกำจัดฝุ่นในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นจำนวนมากให้เบาบางลง เช่น พื้นที่เขตดินแดง อโศก สุขุมวิท ในช่วงเวลาการจราจรเร่งด่วน ในช่วงเช้า 07.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-18.00 น. และควรใช้ กฎหมายที่ควบคุมห้ามรถบรรทุกทุกชนิดเข้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาที่เกิด<strong>ปัญหาฝุ่น PM2.5</strong> โดยเด็ดขาด อีกทั้งควรมีการควบคุมการก่อสร้างอาคารสูงให้มีการใช้ผ้าคลุมในระหว่างทำการก่อสร้างใหม่ หรือทุบทิ้งอาคารเก่า ซึ่งหลายๆ ครั้งจะพบว่าการก่อสร้างจะส่งผลให้เกิด ฝุ่นจำนวนมากเช่นเดียวกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16480" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-02.jpg" alt="ต้นเหตุการเกิดฝุ่น PM2.5" width="600" height="556" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-02-300x278.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-02-150x139.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-02-500x463.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครควรร่วมกับพื้นที่ใกล้เคียงหาวิธีการ และแนวทางในการควบคุมการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง สาเหตุในอนาคตที่จะเพิ่มความรุนแรงของ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> เข้าในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานการเกษตรลงพื้นที่แนะนำเกษตรกรให้เข้ามามี ส่วนร่วมในการลดการเผาเศษเหลือจากการทำการเกษตรไปทำเป็นปุ๋ยหมัก นำไปฝังกลบเพื่อเพิ่มธาตุอินทรีย์ในดิน หรือแม้กระทั่งใช้มาตรการรุนแรงทางกฎหมาย จับและปรับเกษตรกรที่เผาเศษเหลือจากการทำการเกษตรให้เป็นกรณีตัวอย่าง เป็นต้น</p>
<h2>แหล่งกำนิดของ PM2.5 ในพื้นที่ภาคอีสานมาจากรถยนต์-โรงงาน-การเผา</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16485" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P03.jpg" alt="รศ. ดร.นเรศ เชื้อสุวรรณ" width="600" height="438" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P03-300x219.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P03-150x110.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P03-500x365.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.นเรศ เชื้อสุวรรณ</strong></span> <strong>หัวหน้าวิจัยสถานวิจัย สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)</strong> กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วแหล่งที่มาของ <strong>PM2.5</strong> มาจากการเผาไหม้จากเชื้อเพลิงรถยนต์ทุกประเภทที่ไม่สมบูรณ์ประมาณ 30% โรงงานภาคอุตสาหกรรมประมาณ 30% การเผาจากการทำการเกษตรประมาณ 30% และการใช้ ชีวิตประจำวันของคนเราประมาณ 10% ขึ้นอยู่กับการเก็บข้อมูลในแต่ละพื้นที่ด้วย จึงจำเป็นต้องทำการศึกษาและเก็บข้อมูลเป็นสถิติในทุกๆ ปีเพื่อนำมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ เพื่อที่จะทำการสร้างนวัตกรรมในการที่จะเริ่มแก้ไขปัญหาในแต่ละปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งประเทศไทยเพิ่ง จะทำการวิจัยและคิดค้นสร้างนวัตกรรมในการควบคุม ตรวจสอบ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> อย่างจริงจังเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง</p>
<p>“อยากให้หลายงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเก็บรวบรวมข้อมูลที่ตัวเอง มีอยู่แล้วนำมาสู่หน่วยงานกลาง รวบรวมแหล่งกำเนิดหลักว่าปัญหาของ <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> จะเปลี่ยนแปลงไปตามพื้นที่ใดบ้าง และการเปลี่ยนแปลงจะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อมาจัดทำมาตรฐานสภาพอากาศของไทย โดยนำมาตรฐานสภาพอากาศของสากลมาเปรียบเทียบด้วย” <strong>รศ. ดร.นเรศ</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ส่วนใหญ่แล้ว<strong>ปัญหา PM2.5</strong> จะเกิดจากการเผาทางการเกษตร เผาฟางข้าว เศษใบอ้อย เป็น ส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ทำการเกษตร รองลงมาจะมาจากการใช้ รถยนต์ รถบรรทุก และรถอื่นๆ สัญจรนั่นเอง การที่จะสามารถทราบสภาพอากาศ สภาพ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ได้แบบเรียลไทม์มากขึ้น คือ การสร้างสถานีตรวจวัดสภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ และปัจจุบันนี้มีการ สร้างสถานีตรวจวัดสภาพอากาศที่มากขึ้น ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีที่ในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา ในตัวเมืองขอนแก่น และในตัวเมืองเลย เป็นต้น แต่สิ่งที่จำเป็นและต้องปรับให้ทันกับ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> คือ การบังคับ ใช้กฎหมายในทุกๆ พื้นที่ควบคุมแก้ปัญหาเรื่อง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> อย่างเข้มงวดและทำงานร่วมกันโดยมีหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นศูนย์รวมการจัดทำบัญชีแหล่งกำเนิดของ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> อาจจะเป็น กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแห่งใด เพื่อให้หน่วยงานเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ไปใช้ แก้ปัญหาการเกิด<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> สะดวก รวดเร็ว แก้ปัญหาได้ตรงจุด มากที่สุด</p>
<p>“หากแก้ปัญหาในระดับมหภาคไม่ได้ ก็ให้เริ่มแก้ปัญหาเรื่อง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ที่ตัวเราก่อน เริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้รถบริการสาธารณะที่มีอยู่ ปั่นจักรยาน ไปสอนในมหาวิทยาลัย ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมทั้งช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการไม่ก่อ<strong>มลพิษฝุ่น PM2.5</strong> ให้แก่เยาวชน อีกด้วย” <strong>รศ. ดร.นเรศ</strong> กล่าว</p>
<h2>ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นจากฝีมือคนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16484" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P04.jpg" alt="รศ. ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง" width="600" height="444" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P04-300x222.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P04-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P04-500x370.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง</strong></span> <strong>ผู้อำนวยโครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า <strong>ปัญหาฝุ่น PM2.5</strong> เป็นปัญหาซับซ้อน ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิชาการเพียงอย่างเดียว และเป็นปัญหาเชิงพฤติกรรมทางสังคม นับเป็นความท้าทายของรัฐบาลไทยและเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะมีทั้งฝุ่นที่ เกิดขึ้นจากฝีมือคนไทยและมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากทำได้ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ระยะยาว</p>
<p>สำหรับภาคเหนือใน 10 จังหวัดนั้น มีหลายปัจจัยทำให้ เกิดฝุ่น ทั้งลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ มีทั้งแอ่งลำพูน แอ่งเชียงใหม่ และแอ่งลำปาง เป็นต้น ลักษณะภูมิอากาศที่เอื้อให้เกิดฝุ่นตามฤดูกาล อีกทั้งในพื้นที่เกิดไฟป่าทุกปี แต่ละปีมีกว่า 30-50 ไร่ที่ถูกเผาโดยน้ำมือมนุษย์ และอีกประมาณ 10 กว่าไร่ที่ถูกเผาโดยธรรมชาติ ซึ่งในอดีตไม่มีผลกระทบมากนัก แต่เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2558-พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา มีปัญหามากขึ้น เพราะบริบททางสังคม เศรษฐกิจ อากาศ และอาชีพของคนเปลี่ยนไปเป็นการประกอบอาชีพนำพืชผลเชิงเดี่ยวที่มีมูลค่าไปปลูกมากขึ้นเนื่องจากราคาพืชผลชนิดนี้มีราคาสูงและตลาดมีความต้องการ จึงเป็นปัญหายากที่จะแก้จวบจนปัจจุบัน</p>
<p>“<strong>การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</strong> ต้องอาศัยความร่วมมือจาก ท้องถิ่น ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เปรียบเสมือนต้นน้ำของปัญหา เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่งเป็นกลางน้ำในการนำนโยบายการแก้ไขปัญหาเข้าไป แนะนำไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ซ้ำซาก พร้อมแนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชเศรษฐกิจพอเพียงกันมากขึ้น รวมทั้งนำงานวิจัย นวัตกรรม และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นปลายน้ำเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้เข้มข้น เพื่อลดสาเหตุและต้นเหตุ ของแหล่งที่เกิดไฟป่า ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ภาคเหนือที่ปัจจุบันกลาย เป็นแหล่งไม่น่าเที่ยว ไม่มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่เกิดมลพิษฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว และผลผลิตไม้ผลเมืองหนาวออกสู่ตลาดให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเดิมอีกครั้ง” <strong>รศ. ดร.เสริมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<h2>ฝุ่น PM2.5 ในภาคใต้มาจากรถติดและจากการเผาป่าพรุในอินโดนีเซีย</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16483" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P05.jpg" alt="ศ. ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล" width="600" height="446" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P05-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/PM2.5-P05-500x372.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)</strong> กล่าวว่า ปกติภาคใต้มีอากาศสะอาดทั้งปี เพราะมีพื้นที่ขนาบด้วยทะเลทั้งสองฝั่ง อาจมีปัญหารถติดในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวบ้าง เช่น จังหวัดภูเก็ต สุราษฎ์ธานี ตรัง และนครศรีธรรมราช รวมทั้งปัญหาฝุ่นละอองจากประเทศเพื่อนบ้านจากการเผาป่าพรุในอินโดนีเซียในช่วงประมาณเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนมกราคมในปีถัดไป หากในปีนั้น มีช่วงฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้น้อยกว่าปกติ ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็กจากอินโดนีเซียนี้มีระยะทางพัดไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร จะถูกกระแสลมบนพัด มาถึงประเทศไทยในเวลาเพียง 1-2 วัน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ยิ่งมีปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ยิ่งทำให้ไฟป่ารุนแรงและมีปริมาณ <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ที่สูงมาก และพบความเป็นพิษของฝุ่นสูง ทำให้เกิด โรคทางเดินหายใจในพื้นที่มากขึ้นตามไปด้วย จึงต้องแก้ปัญหาทั้งระบบอย่างจริงจัง หากเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ควรพูดคุย เจรจากันในระดับรัฐ ส่วนในระดับประเทศไทยนั้น ในเชิงการทำงานควรร่วมมือกันอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาที่แหล่งกำเนิดทั้งในชุมชน ในสังคมเมือง โดยให้เจ้าของพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในทุกกระบวนการ</p>
<p>“อย่าทำเพียงภาครัฐ หรือทำเพียงชุมชนครั้งสองครั้งแล้วละทิ้ง ไม่มีการต่อยอดการทำงาน จะสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญ ต้องสร้างการตระหนักรู้ด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เจ้าของพื้นที่อนุรักษ์และรับผิดชอบพื้นที่ พร้อมดูแลให้ เรื่อง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> เป็นเรื่องที่ทุกๆ คนต้องช่วยกันอย่างจริงจัง หากจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเข้าไปจัดการก็ควรชี้แจงให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทราบ ไม่ใช้กฎหมายบังคับเพราะจะไม่ได้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา และการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ในแต่ละพื้นที่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เพื่อที่จะนำมาเปรียบเทียบ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป” <strong>ศ. ดร.พีระพงศ์</strong> กล่าว</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong style="font-family: inherit; font-size: inherit;">เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง </strong><span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="ผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพจากมลพิษฝุ่น PM 2.5 และข้อปฏิบัติตัวที่สำคัญ" href="https://www.greennetworkthailand.com/มลพิษฝุ่นจิ๋ว-pm-2-5/">ผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพจากมลพิษฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 และข้อปฏิบัติตัวที่สำคัญ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-หน้าหนาว/">ถึงเวลาคนไทยร่วมใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วงหน้าหนาวสู้ภัยฝุ่นจิ๋ว</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm2-5-ค่า-aqi-ตัวชี้วัด/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-ข้อคิดเห็น-ข้อเสนอแนะ/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-รู้ให้ไว-ไหวให้ทัน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-สถานการณ์-กทม/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-มาตรฐานที่ต่างกัน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-ความเข้าใจพื้นฐาน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 103 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 คอลัมน์ Report โดย ทัศนีย์ เรืองติก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">วช. ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยพัฒนานวัตกรรมรับมือฝุ่นจิ๋ว พร้อมแนะแนวทางแก้ปัญหาในแต่ละภูมิภาคของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2019 03:41:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชัย พรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือมลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริมา ปัญญาเมธีกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11151</guid>

					<description><![CDATA[<p>ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเรื่องมลพิษอากาศโดยเฉพาะเรื่องฝุ่นจิ๋ว PM2.5 เป็นเรื่องซับซ้อนที่ทำความเข้าใจได้ไม่ง่าย แต่ในความซับซ้อนนั้นเราก็อยากจะแสดงบทบาทนักวิชาการให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะดังนี้ เรื่องแรก มาตรา 157 : เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนที่เป็นข้าราชการ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ คือเราได้เรียนรู้มาตลอดว่า คุณภาพอากาศของบ้านเรามีอยู่บ่อยครั้งที่มีค่าเกินมาตรฐาน บางกรณีถึงกับขึ้นป้ายแถบสีแดงที่บ่งว่าอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากด้วยซ้ำ สำหรับปัญหานี้ประชาชนอาจถามว่าถ้าอากาศไม่สะอาด ไม่ควรหายใจ แล้วความผิดความบกพร่องนี้อยู่ที่ใคร หากมีคนลุกขึ้นมาฟ้องศาลปกครองด้วยมาตรา 157 อันว่าด้วยการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วเราจะทำอย่างไรกับมัน เพราะเห็นๆอยู่ว่าเหตุการณ์เช่นว่านี้เกิดขึ้นในทุกๆปีที่ผ่านมา ดังรูปที่ 1 และยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดใดๆออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะถ้ามันแก้ได้จริงป่านนี้เขาคงแก้กันไปได้หมดแล้ว ถ้าฟ้องแล้วศาลพิจารณาตัดสินว่าเจ้าหน้าที่รัฐผิดตามมาตรา 157 ที่ว่า ! แล้วไงต่อ?&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเรื่องมลพิษอากาศโดยเฉพาะเรื่องฝุ่นจิ๋ว PM2.5 เป็นเรื่องซับซ้อนที่ทำความเข้าใจได้ไม่ง่าย แต่ในความซับซ้อนนั้นเราก็อยากจะแสดงบทบาทนักวิชาการให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะดังนี้</strong><span id="more-11151"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องแรก มาตรา 157 :</strong></span> เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนที่เป็นข้าราชการ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ คือเราได้เรียนรู้มาตลอดว่า คุณภาพอากาศของบ้านเรามีอยู่บ่อยครั้งที่มีค่าเกินมาตรฐาน บางกรณีถึงกับขึ้นป้ายแถบสีแดงที่บ่งว่าอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากด้วยซ้ำ สำหรับปัญหานี้ประชาชนอาจถามว่าถ้าอากาศไม่สะอาด ไม่ควรหายใจ แล้วความผิดความบกพร่องนี้อยู่ที่ใคร หากมีคนลุกขึ้นมาฟ้องศาลปกครองด้วยมาตรา 157 อันว่าด้วยการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วเราจะทำอย่างไรกับมัน เพราะเห็นๆอยู่ว่าเหตุการณ์เช่นว่านี้เกิดขึ้นในทุกๆปีที่ผ่านมา ดังรูปที่ 1 และยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดใดๆออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะถ้ามันแก้ได้จริงป่านนี้เขาคงแก้กันไปได้หมดแล้ว</p>
<figure id="attachment_11158" aria-describedby="caption-attachment-11158" style="width: 601px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11158 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561.jpg" alt="ความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2554 - 2561" width="601" height="290" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561.jpg 601w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561-300x145.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561-150x72.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-2554-2561-500x241.jpg 500w" sizes="(max-width: 601px) 100vw, 601px" /></a><figcaption id="caption-attachment-11158" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2554 &#8211; 2561</figcaption></figure>
<p>ถ้าฟ้องแล้วศาลพิจารณาตัดสินว่าเจ้าหน้าที่รัฐผิดตามมาตรา 157 ที่ว่า ! แล้วไงต่อ? ใครได้ประโยชน์จากการพิจารณาตัดสินเช่นนี้? จะให้เจ้าหน้าที่รัฐชดเชยความเสียหายก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ในความเห็นเราเจ้าหน้าที่รัฐจึงต้องระมัดระวังตัวและเร่งหามาตรการเด็ดขาด ที่มีขั้นตอนการสั่งการชัดเจน มีกฎหมายรองรับ ให้ทุกหน่วยงานพร้อมนำไปปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัดและรวดเร็ว (ดูรายละเอียดในตอนที่ 4 ของซีรีส์บทความนี้)</p>
<p>มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องเป็นแพะรับบาปเสียเองอย่างมิควรให้เกิดขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 2 ข้อเสนอแนะ :</strong></span> นอกจากมาตรการป้องกันและหรือลดฝุ่นจิ๋ว <strong>PM2.5</strong> ตั้งแต่ต้นกำเนิด (ดูมาตรการระยะสั้นและยาวในตอนที่ 4) แล้ว เรายังมีข้อคิดที่อยากขอเสนอแนะให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษและกรุงเทพมหานคร นำไปใช้อยู่ 4 ข้อ คือ</p>
<p>1) รัฐควรมีหน่วยหรือทีมงานปฏิบัติการตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Emergency Response Team ขึ้นมาสำหรับปัญหามลพิษอากาศเป็นการเฉพาะ โดยเป็นทีมงานที่มีตัวแทนระดับตัดสินใจได้มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรง เช่น ค่าฝุ่นจิ๋ว <strong>PM2.5</strong> เกินมาตรฐานไป 2 เท่าจะต้องทำอย่างไร, 3 เท่าทำอย่างไร, และ 4 เท่าทำอย่างไร เป็นต้น ตามแผนปฏิบัติการที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างชัดเจนก่อนล่วงหน้าแล้ว (ดูเรื่องที่ 3 ในตอนที่ 4)</p>
<p>2) รัฐควรมีระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว ฉับไว แม่นยำ เที่ยงตรง เอาไว้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจปัญหาที่แท้จริง อย่างแท้จริง แต่เท่าที่ผ่านมาเราเห็นได้ว่ารัฐสอบตกในประเด็นนี้อย่างสิ้นเชิง เราจึงอยากเสนอแนะว่ารัฐต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (media specialists) และที่ปรึกษาด้านสื่อ (media consultants) ไว้ในทีมงานตามข้อ 1) ข้างต้นด้วย</p>
<p>3) ในการแก้ปัญหาให้ถูกจุด ใครก็รู้ว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุ และเราค่อนข้างมั่นใจกันในหมู่นักวิชาการแล้วว่าสาเหตุหลักของ PM2.5 ในกรุงเทพมหานครคือมาจากไอเสียรถยนต์ โดยเฉพาะดีเซล โชคดีที่รัฐได้มีโครงการขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถไฟไฟฟ้า (electric train) มาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อมีได้ครบตามโครงการ ก็หวังกันว่าจะมีคนหันมาใช้ระบบรถไฟไฟฟ้านี้กันมากขึ้น แต่ก็มีคนตั้งคำถามว่าความหวังนี้จะเป็นจริงหรือไม่ โดยคนตั้งคำถามนั้นได้ให้พวกเราถามตัวเองว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกขับรถยนต์ส่วนตัวแล้วหันมาใช้รถไฟไฟฟ้าจริงหรือไม่</p>
<p>อุปสรรคหนึ่งที่ทำให้คนไม่หันมาใช้รถไฟไฟฟ้า คือไม่รู้ว่าจะออกจากบ้านไปที่สถานีรถไฟไฟฟ้าได้อย่างไรจึงจะสะดวกและทำให้อยากเปลี่ยนพฤติกรรม หากเราหันไปมองดูญี่ปุ่นและยุโรปที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนทางรางอย่างมาก เราจะรู้ได้ว่าเขาใช้ระบบเดินและจักรยานมาเป็นตัวเสริม ซึ่งก็มีคำถามตามมาว่าแล้วจะเดิน จะขี่จักรยานไปสถานีได้อย่างไร ในเมื่อทางเดินมันเดินไม่ได้และทางจักรยานก็ไม่มี</p>
<p>คำตอบสำหรับคำถามนี้ คือต้องมองไปข้างหน้า อย่าจมปลักกับปัญหาที่มีในปัจจุบัน และหามาตรการทำให้มันเดินได้และขี่จักรยานได้ ซึ่งต้องทำให้ได้จริง เพราะวิธีนี้นอกจากจะลดปัญหามลพิษอากาศ และประหยัดพลังงานของประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถไฟไฟฟ้าให้มากขึ้นได้ ซึ่งทำให้โครงการไม่ขาดทุนและรัฐไม่ต้องจัดงบมาอุดหนุนเป็นสวัสดิการในส่วนนี้อีกด้วย</p>
<p>มีข้อสังเกตด้วยว่าความเร็วของการจราจรหรือการขับรถยนต์ส่วนตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานครเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ชาวบ้านธรรมดาใช้จักรยานบ้านๆธรรมดาๆขี่จักรยาน จะทำความเร็วได้ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนชรา ขออย่างเดียว ขอให้มีระบบที่ขี่จักรยานได้ปลอดภัยและต่อเนื่องเท่านั้น</p>
<p>4) คำถามที่ผู้เขียนได้รับบ่อยมาก คือ แล้วคุณภาพอากาศตามสวนสาธารณะเป็นอย่างไร ไปออกกำลังกายได้หรือไม่ เพราะเห็นกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศแนะนำไม่ให้ออกกำลังกายนอกบ้าน เราจึงคิดว่าหน่วยงานรัฐก็ควรพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศไปติดตั้งที่สวนสาธารณะ และลานกว้างของสถานที่ราชการบางแห่งที่มีประชาชนไปออกกำลังกาย เพื่อจะได้มีข้อมูลมาให้ประชาชนตัดสินใจกับชีวิตตัวเองได้ง่ายขึ้น อย่าลืมว่านโยบายหลักสำคัญอันหนึ่งของรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข คือการสนับสนุนให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องผลกระทบทางสังคม (social impact) ที่พึงพิจารณาไว้ด้วยก็ดี</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 3 ฝนชะฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ได้ไหม :</strong></span> หลายคนซึ่งรวมถึงนักวิชาการอีกมากคนที่เชื่อว่า เมื่อฝนตกฝนจะชะเอาฝุ่นออกไปจากชั้นบรรยากาศ ทำให้เราหายใจสะดวกขึ้น ซึ่งก็จริง แต่จริงเฉพาะฝุ่นใหญ่ๆเท่านั้น จากการตรวจวัดของหน่วยงานทั้งทางเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทางการศึกษา ยืนยันตรงกันว่าฝนไม่ได้ช่วยลดความเข้มข้นของฝุ่นจิ๋ว <strong>PM2.5</strong> ในบรรยากาศไปได้มากสักเท่าไร และเมื่อขนาดฝนตกยังช่วยลดความเข้มข้นของฝุ่นจิ๋วนี้ไม่ได้ การล้างถนนและการฉีดน้ำเป็นละอองฝอยตามถนนหรือที่ต่างๆ ก็ยิ่งไร้ประโยชน์ ฉะนั้นหากจะแก้ปัญหานี้ให้ได้จริง ต้องไม่พึ่งฟ้าฝน แต่ต้องพึ่งตัวเอง และหาทางลดมันที่ต้นกำเนิดให้ได้ ส่วนต้นกำเนิดมาจากไหนนั้นขอให้ย้อนกลับไปดูเรื่องที่ 2 ในตอน 3</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 4 จะเชื่อตัวเลขของใครดี :</strong></span> ได้บอกไปแล้วว่ากรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มีสถานีตรวจวัดมลพิษอากาศที่มีการตรวจวัด <strong>PM2.5</strong> ด้วยอยู่เพียง 6 สถานี (ดังรูปที่ 2) มีมากสถานีกว่านี้ไม่ได้เพราะติดที่ราคาอุปกรณ์มันแพงมาก แต่ไม่ใช่เพียง คพ. เท่านั้นที่มีสถานีตรวจวัด ปัจจุบันกรุงเทพมหานครก้าวหน้าไปกว่าเดิมอย่างมาก ตอนนี้มีสถานีที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศกระจายทั่วกทม.ทั้งหมด 46 สถานีโดยมีสถานีที่ตรวจวัด <strong>PM2.5</strong> ถึง 23 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ริมถนน(roadside area) 18 สถานี พื้นที่ทั่วไป(ambient area) 5 สถานี (ดูรูปที่ 3)</p>
<figure id="attachment_11159" aria-describedby="caption-attachment-11159" style="width: 568px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11159 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street.jpg" alt="สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัด PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ" width="568" height="365" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street.jpg 568w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street-300x193.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Bangkok-PM-2-5-Street-500x321.jpg 500w" sizes="(max-width: 568px) 100vw, 568px" /></a><figcaption id="caption-attachment-11159" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 2</span> สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัด PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ</figcaption></figure>
<figure id="attachment_11156" aria-describedby="caption-attachment-11156" style="width: 571px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11156 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018.jpg" alt="สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัด PM2.5 ของกรุงเทพมหานคร" width="571" height="434" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018.jpg 571w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018-300x228.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018-150x114.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Bangkok-March-2018-500x380.jpg 500w" sizes="(max-width: 571px) 100vw, 571px" /></a><figcaption id="caption-attachment-11156" class="wp-caption-text">รูปที่ 3 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัด PM2.5 ของกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ประเทศจีนเคยมีปัญหาค่า <strong>PM2.5</strong> ในกรุงปักกิ่ง และไม่ได้แจ้งข้อมูลให้ชาวบ้าน จึงเกิดมีธุรกิจผลิตเครื่องมือวัด <strong>PM2.5</strong> แบบง่ายๆ ออกมาขายในราคาเพียงไม่กี่พันบาท ชาวบ้านสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์มาวัดเพื่อหาข้อมูลเอง ในเมืองไทยเข้าใจว่าก็มีกลุ่มคนเช่นตามโรงเรียนดังเริ่มเอามาใช้แล้ว นัยว่าเอาไว้ใช้ป้องกันตัวเอง</p>
<p>ปัญหามันคือ เครื่องพวกนี้ราคาถูกแพงต่างกันมาก ซึ่งแน่นอนที่ความแม่นยำในการวัดก็ต้องต่างกัน และเมื่อวัดได้ค่าต่างกัน เราจะเชื่อใคร สำหรับข้อมูลของชาวบ้านที่ใช้เครื่องราคาถูกอาจไม่แม่นยำและมีข้อโต้แย้งได้ แต่ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง วัดได้ค่าต่างกันแล้วเราจะแจ้งประชาชนให้ทราบและเชื่อข้อมูลนั้นได้อย่างไร เราจึงอยากจะเสนอให้หน่วยงานรัฐรวมทั้งหน่วยงานทางการศึกษาคุยและสรุปกันให้รู้เรื่องเสียก่อนตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อ้างอิงถึงกันและกันได้</p>

<img loading="lazy" decoding="async" width="275" height="365" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-01.jpg" class="attachment-large size-large" alt="รูปที่ 4 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบมาตรฐาน ของกรุงเทพมหานคร ที่สำนักงานเขตราชเทวี" columns="2" link="none" size="large" ids="11155,11154" orderby="post__in" include="11155,11154" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-01.jpg 275w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-01-226x300.jpg 226w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-01-150x199.jpg 150w" sizes="(max-width: 275px) 100vw, 275px" />
<img loading="lazy" decoding="async" width="204" height="365" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-02.jpg" class="attachment-large size-large" alt="รูปที่ 5 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบตั้งบนเสาเหล็กของกรุงเทพมหานคร ที่บริเวณริมถนนปทุมวัน" columns="2" link="none" size="large" ids="11155,11154" orderby="post__in" include="11155,11154" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-02.jpg 204w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-02-168x300.jpg 168w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/PM-2-5-Station-02-150x268.jpg 150w" sizes="(max-width: 204px) 100vw, 204px" />

<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 5 ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว :</strong></span> เรื่องคุณภาพอากาศไม่ใช่เรื่องที่คนท้องถิ่นหรือคนกทม.เท่านั้นที่ต้องพิจารณา หากแต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะคนต่างประเทศ เขาก็พิจารณาหากต้องการจะมาเยือนหรือมาท่องเที่ยว ขอให้ข้อสังเกตว่าโอลิมปิกเมื่อปี ค.ศ. 2008 ที่กรุงปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองที่อื้อฉาวเรื่องอากาศไม่สะอาดพอที่จะให้หายใจ อันทำให้นักกีฬาทุกชาติมีความกังวลและส่งเสียงบ่นปนเรียกร้อง จนผลสุดท้ายบีบให้รัฐบาลปักกิ่งต้องสั่งโรงงานอุตสาหกรรมทั้งในและรอบกรุงปักกิ่งหยุดการผลิตในช่วงก่อนหน้าการเปิดการแข่งขันเป็นเดือน เพื่อปรับปรุงให้คุณภาพอากาศดีขึ้นไว้ต้อนรับนักกีฬาต่างชาติ</p>
<p>สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ ถ้ามีข่าวออกมาบ่อยๆ ว่า <strong>PM2.5</strong> เกินมาตรฐาน ค่า AQI เกิน 100 หรือมากกว่ามาตรฐานทั่วโลก สิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวในปัจจุบันถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญเป็นอันดับสองของประเทศไทยแล้ว หากนักท่องเที่ยวไม่มา เศรษฐกิจไทยก็พังเอาง่ายๆ ซึ่งก็แน่นอนที่ไม่มีใครอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น มิใช่หรือ</p>
<p><strong>เรื่องทั้งหมดที่เขียนมาหลายตอนนี้เป็นเรื่องซีเรียสและหนักจนน่าเบื่อที่จะอ่าน ผู้เขียนจึงใคร่ขอแก้ตัวโดยขอตบท้ายด้วยเรื่องที่ออกแนวชวนขันอยู่สองเรื่อง คือ เรื่อง “การเรียกชื่อ PM2.5” และเรื่อง “ดราม่าทุบรถ” เอาเรื่องแรกก่อน สังเกตไหมว่าเราเรียก PM2.5 ว่าพีเอ็มสองจุดห้า แต่เราเรียก PM10 ว่าพีเอ็มเท็น เหตุใดจึงไม่เรียก PM2.5 ว่าพีเอ็มทูพอยต์ไฟว์ หรือ PM10 ว่าพีเอ็มสิบ อันนี้เราไม่มีคำตอบ เพียงแค่อยากเล่าปรากฎการณ์ทางสังคมมาให้ฟังเล่น ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องดราม่าทุบรถ ซึ่งเรื่อง PM2.5 นี่ก็เช่นกัน หากไม่มีดราม่าเมื่อต้นปี 2561 แบบดราม่าทุบรถ ผู้คนก็คงไม่สนใจ และผู้เขียนคงไม่ต้องมาตรากตรำนั่งอธิบายที่มาที่ไปของมัน เรื่อง ดราม่าทุบรถจบลงที่รัฐต้องลงมาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาในวงกว้างแบบเบ็ดเสร็จ เราก็หวังว่าเรื่องดราม่าฝุ่นจิ๋ว PM2.5 จะทำให้รัฐหันมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจังและหาทางแก้ไขป้องกันมันอย่างจริงๆต่อไปเช่นกัน</strong></p>
<p><strong>ขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ(ครับ)</strong></p>
<p>ได้ที่ https://github.com/LILCMU/cmu-cleanair1</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">บทความที่เกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 กับค่า AQI" href="http://bit.ly/37aiqWl">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 รู้ให้ไว ไหวให้ทัน" href="http://bit.ly/2pPI025">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 สถานการณ์ของ กทม." href="http://bit.ly/2RvZkmY">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 มาตรฐานที่ต่างกัน" href="http://bit.ly/2G7OSwA">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
<li><a title="ความเข้าใจพื้นฐาน เรื่องฝุ่น PM 2.5" href="http://bit.ly/3atzIzu">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Article โดย รศ. ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล, ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ที่มารูป :</p>
<p><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา. “ฝุ่น PM2.5 แก้อย่างไรให้ตรงจุด.” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม., กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561.<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 2</span> เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ. “สถานการณ์และการดำเนินการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่ผ่านมา.” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม., กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Oct 2019 03:32:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชัย พรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือมลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริมา ปัญญาเมธีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10451</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอย้ำอีกครั้งว่า แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องไว้ในตอนที่ 1 ว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลายซึ่งจริงๆไม่ได้มีแค่เพียง PM2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆกับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย แต่เราจะต้องมาทำตัวแบบ“รู้ให้ไว ไหวให้ทัน” เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยต้องเรียนรู้ในรายละเอียดที่จะกล่าวถึงต่อไป ดังนี้ เรื่องแรก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก ซีเรียสจนต้องรู้ให้ไว ไหวให้ทัน คือองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ที่ปัจจุบันกำหนดให้ค่ามาตรฐานเฉลี่ย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขอย้ำอีกครั้งว่า แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องไว้ในตอนที่ 1 ว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลายซึ่งจริงๆไม่ได้มีแค่เพียง PM2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆกับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย แต่เราจะต้องมาทำตัวแบบ“รู้ให้ไว ไหวให้ทัน” เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยต้องเรียนรู้ในรายละเอียดที่จะกล่าวถึงต่อไป ดังนี้</strong><span id="more-10451"></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #6cb742; text-decoration: underline;">เรื่องแรก</span></strong></span> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก ซีเรียสจนต้องรู้ให้ไว ไหวให้ทัน คือองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ที่ปัจจุบันกำหนดให้ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของคุณภาพอากาศในรูป<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> ไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่มาตรฐานของไทยเราอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รวมถึงค่ามาตรฐานเฉลี่ยรายปี <strong>PM2.5</strong> ของ WHO ก็อยู่ที่เพียง 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ค่ามาตรฐานเฉลี่ยรายปีของไทยเป็น 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ได้มีเสียงเรียกร้องและสอบถามว่าเหตุใดไทยเราจึงไม่ลดค่ากำหนดนี้ให้ลงมาเท่ากับของ WHO</p>
<p>กับเพียงแค่มาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงปัจจุบันที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เราก็ยังทำไม่ได้ในทุกๆปี ถ้าลดไปเป็น 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามองค์กรWHO ก็คงไม่ได้มาตรฐานกันเกือบทุกวันในช่วงเดือนเสี่ยง(ฤดูลมสงบ) และกรุงเทพมหานครรวมทั้งอีกหลายเมืองในประเทศไทยถ้าดูเฉพาะจากตัวเลขก็จะกลายเป็นเมืองที่มีอากาศหายใจไม่ได้เอาทีเดียว และดราม่าก็จะมาอย่างรุนแรงกว่าเมื่อต้นปี 2561 นี้อีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย ก็อย่างที่บอกแหละว่าต้องรู้ให้ไว ไหวให้ทัน และจัดเตรียมนโยบายและแผนงาน รวมทั้งมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เอาไว้สำหรับรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #6cb742; text-decoration: underline;"><strong>เรื่องที่ 2 มาตรการเด็ดขาด</strong></span></span> ค่าฝุ่นจิ๋ว <strong>PM2.5</strong> ปกติไม่ได้สูงตลอดปี ค่านี้จะลดลงเมื่อภูมิอากาศมีสภาพลมแรง และสารมลพิษถูกพัดพาให้กระจายตัวไปได้มากและเร็ว ค่า <strong>PM2.5</strong> จะสูงเป็นบางวันในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม และเมื่อมีค่าสูงในบางวันนั้นภาคราชการก็จะออกประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้าน(ไม่น่าเวิร์ก เพราะคนมันต้องออกจากบ้านไปทำธุรกิจและภารกิจ รวมทั้งคุณภาพอากาศในหลายบ้านแย่กว่าอากาศภายนอกเสียอีกด้วยซ้ำ), ให้ประชาชนใช้หน้ากากป้องกันมลพิษแบบ N95 ที่ละเอียดมาก(ไม่เวิร์ก เพราะหายใจไม่สะดวกเรียกว่าไม่ได้เลยก็คงไม่ผิดนัก), งดการออกกำลังกายนอกบ้าน(ข้อนี้อาจพอได้ แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาจริง) ฯลฯ</p>
<p>รวมทั้งภาครัฐก็จะขอความร่วมมือไปยังผู้ก่อมลพิษอากาศทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การขับรถยนต์ การเผาเชื้อเพลิงในโรงงาน การเผาในที่โล่ง ซึ่งปรากฎว่าที่ผ่านมาหลายปีนั้นไม่มีผู้ใดให้ความร่วมมือเลย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่รุนแรงนี้จะมามัวขอแต่ความร่วมมือจากคนอื่นไม่ได้ รัฐนั้นแหละที่ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดมาบังคับสถานเดียว จึงจะเวิร์ก</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 3 มาตรการระยะสั้น</strong></span> จากการที่ได้พูดคุยและรับฟังเจ้าหน้าที่รัฐ พอจะสรุปได้ว่ามาตรการระยะสั้นที่ภาครัฐวางแผนไว้สำหรับต่อกรเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน คือค่า <strong>PM2.5</strong> เกินมาตรฐาน มีดังนี้</p>
<p>(1) ในสายวิชาการเราค่อนข้างเชื่อกันแล้วว่าสาเหตุหลักของ <strong>PM2.5</strong> มาจากไอเสียของรถยนต์ดีเซล และควันพิษจากรถยนต์ไม่ว่าจะประเภทอะไรจะสูงขึ้นถ้าสปีดหรือความเร็วของรถยนต์ต่ำลง (ดูรูปที่ 1) ดังนั้นถ้าต้องการจะลดปัญหามลพิษอากาศ เราต้องทำให้การจราจรคล่องตัวและรถวิ่งได้เร็วขึ้น<br />
(2) ห้ามจอดในที่ห้ามจอด, ตรวจจับรถควันดำอย่างเข้มงวด, ห้ามรถควันดำวิ่งบนท้องถนน, รถบรรทุกต้องมีผ้าใบคลุมมิดชิด ฯลฯ<br />
(3) ประกาศให้รถเลขทะเบียนเลขคู่วิ่งได้เฉพาะวันคู่ และรถทะเบียนเลขคี่วิ่งได้เฉพาะวันคี่<br />
(4) หากคุณภาพอากาศเลวลงไปอีก ให้ประกาศสั่งห้ามรถดีเซลวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรถราชการหรือรถเอกชน</p>
<figure id="attachment_10453" aria-describedby="caption-attachment-10453" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-graph-01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10453 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-graph-01.jpg" alt="วามสัมพันธ์ระหว่างค่าตัวคูณการปลดปล่อยฝุ่นละอองจากยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลกับความเร็วของรถ" width="680" height="455" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-graph-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-graph-01-300x201.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10453" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ความสัมพันธ์ระหว่างค่าตัวคูณการปลดปล่อยฝุ่นละอองจากยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลกับความเร็วของรถ</figcaption></figure>
<p>สี่เรื่องนี้กองบังคับการตำรวจจราจรต้องเป็นหน่วยงานที่รับเรื่องไป แต่สองเรื่องแรกเป็นเรื่องที่มีระเบียบมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว คงไม่ต้องรอให้มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน <strong>PM2.5</strong> เกินมาตรฐาน ผู้คนหายใจไม่ออก และดราม่าล้นโซเชียลกระมังจึงจะมาลงมือทำ มันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ฉะนั้นสิ่งนี้ภาครัฐต้องนำไปปฏิบัติทันที ถ้าไม่ทำก็ขอให้มีคนใจกล้าฟ้องศาลด้วยมาตรา 157 ว่าด้วยการละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่กันสักทีเถิด ปอดของเราจะได้สะอาดกันเสียที</p>
<p>(5) ควบคุมและกำกับดูแลการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นอาคารหรือทางรถไฟไฟฟ้า ฯลฯ ในพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร มิให้มีการปล่อยฝุ่นออกมาเกินมาตรฐานที่กำหนด เช่นต้องใช้รั้วทึบ ต้องมีผ้าใบคลุม รถขนวัสดุ ต้องทำความสะอาดบริเวณก่อสร้าง ต้องล้างล้อรถขนวัสดุเข้าออก และห้ามก่อสร้างยามวิกาล ฯลฯ<br />
(6) ทำความสะอาดถนน (อันนี้ไม่เวิร์กสำหรับ PM2.5 ได้อธิบายไว้ในเรื่องที่ 3 ตอน ๕<br />
(7) เพิ่มพื้นที่สีเขียว (ข้อนี้มันต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมี<strong>ปัญหา PM2.5</strong> หรือไม่มี)<br />
(8) รณรงค์ให้ผู้ขายอาหารปิ้งย่างใช้เตาลดมลพิษ (ข้อนี้คงหน่อมแน้มไปเล็กน้อย แต่ก็ดี คือพยายามดูไปทุกมาตรการที่พอจะช่วยกันได้)</p>
<p>ข้อ (5)-(8) นี้กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับหน้าเสื่อ แต่ก็อีกนั่นแหละทุกข้อนี้มันต้องทำอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับมีหรือไม่มี<strong>ปัญหา PM2.5</strong> ส่วนที่น่าจะเสริมเพิ่มจากมาตรการ 4 ข้อหลังนี้ คือมาตรการข้อ (9) ที่เราจะขอนำสนอเพื่อพิจารณา</p>
<p>(9) หากใช้มาตรการอื่นๆแล้วปัญหายังมิได้ลดลง ก็ต้องใช้มาตรการสั่งหยุดก่อสร้างทันที อาจจะเป็นการก่อสร้างในโครงการของรัฐก่อนเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยโครงการของเอกชนในลำดับต่อไป<br />
(10) ควบคุมกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งโรงไฟฟ้าที่มีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล และระบบควบคุม มลพิษมิให้ปล่อยสารมลพิษเกินมาตรฐาน<br />
(11) สั่งลดหรือหยุดการผลิต เมื่อเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นๆ</p>
<p>สองข้อล่าสุดนี้เป็นส่วนที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องเป็นผู้รับผิดชอบและบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีซึ่งต้องทำอยู่แล้วเป็นปกติวิสัย ไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดเหตุฉุกเฉิน</p>
<p>(12) ประกาศห้ามประชาชนเผาขยะ สิ่งเหลือใช้หรือของเสียจากการเกษตร ฯลฯ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล</p>
<p>ข้อนี้กรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เกี่ยวข้อง คือ เทศบาลปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ต้องทำอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับมีหรือไม่มีปัญหา<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong></p>
<p>ในมาตรการต่างๆเหล่านี้ มีข้อสังเกตคือ ส่วนใหญ๋มีกฎหมายรองรับอยู่แล้วและต้องปฏิบัติอยู่แล้ว แต่บางข้ออาจมีปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจมิกล้าสั่งการทันที เช่น ข้อ (3) ให้รถวิ่งวันคู่วันคี่, ข้อ (4) ห้ามรถดีเซลวิ่ง, ข้อ (9) สั่งหยุดการก่อสร้าง, ข้อ (11) สั่งโรงงานลดหรือหยุดการผลิต และข้อ (12) ห้ามประชาชนเผาขยะ เพราะติดที่ตัวบทกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของทางราชการ ซึ่งถ้าจะแก้ปัญหาให้ได้ทันท่วงทีก็จำเป็นต้องมีกฎระเบียบใหม่มารองรับ ให้เจ้าหน้าที่รัฐมีหลังพิง และกฎระเบียบรวมทั้งขั้นตอนสั่งการที่เด่นชัดเหล่านี้ต้องเตรียมไว้ตั้งแต่บัดนี้ หากต้องอาศัยอำนาจบริหารของรัฐบาล เช่นจัดเป็นมติครม. ฯลฯ ก็ต้องทำ เพราะมิฉะนั้นเมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะมาพูดถึงมาตรการสิบกว่าข้อนี้กันอีกครั้งและอีกครั้ง ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาอย่างไรและปอดคนกรุงเทพก็ต้องพังกันต่อไป</p>
<p>โปรดสังเกตว่าผู้เขียนไม่ได้เอ่ยถึงกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เลยในเรื่องมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหา เพราะสธ.ก็เหมือนภาคประชาชน คือเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่เป็นผู้กระทำ ดังนั้นหากเราแก้ปัญหาโดยให้ผู้กระทำนั้นรับผิดชอบในการแก้ปัญหาจนสำเร็จได้ ผู้ถูกกระทำก็ไม่มีอะไรจะต้องทำอีกต่อไป และเราเชื่อในมาตรการป้องกันปัญหาแต่ต้นเหตุมากกว่ามาตรการการป้องกันปัญหา(ส่วนบุคคล)ที่ปลายเหตุ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 4 มาตรการระยะยาว</strong></span></span> มาตรการพวกนี้เป็นมาตรการระดับนโยบาย จึงจะขอเอ่ยถึงไว้เพียงสั้นๆ ในที่นี้ว่ามีอะไรบ้างดังนี้</p>
<p>(1) ต้องเปลี่ยนให้น้ำมันรถยนต์มีคุณภาพดีขึ้น โดยเปลี่ยนจากมาตรฐานยูโร 4 เป็นยูโร 5 และยูโร 6 ในที่สุด ยิ่งถ้าจะเป็นทางลัดโดยปรับจากยูโร 4 ไปเป็นยูโร 6 เลยก็น่าจะดีต่อประเทศเราเร็วขึ้นเท่านั้น<br />
(2) ถ้าเปลี่ยนเป็นมาตรฐานยูโร 6 นั่นหมายถึงผู้ผลิตรถยนต์จะต้องปรับข้อกำหนดของเครื่องยนต์ตามมาตรฐาน<span style="color: #ff0000;">*</span> เช่นเครื่องยนต์ของรถยนต์ดีเซลต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด (clean diesel engine) สามารถปล่อย PM: Particulate Matter (ฝุ่นละอองทุกขนาดรวมกัน) ได้เพียง 5 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร จากข้อกำหนดยูโร 4 กำหนดให้ปล่อยได้ที่ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร(2) และสำหรับเครื่องยนต์ของรถยนต์เบนซินจำกัดการปล่อย PM ที่ 4.5 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร (บังคับใช้เฉพาะเครื่องยนต์ direct injection) จากข้อกำหนดยูโร 4 เดิมที่ไม่มีการกำหนดค่าของ PM (3) นอกจากนี้ในมาตรฐานยูโร 6 ยังเพิ่มข้อกำหนดของจำนวนอนุภาคฝุ่นละออง (PN: Particulate Number) เป็น 6 x 1011 #/km (อนุภาคต่อกิโลเมตร) สำหรับเครื่องยนต์ทั้งประเภทดีเซลและเบนซิน<br />
(3) รับรถขนส่งมวลชนทุกคัน ทั้งของรัฐและของเอกชน เป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งไม่ปล่อยฝุ่นละอองและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง<br />
(4) จัดให้มีระบบ NMT หรือ Non-Motorized Transportation ที่เป็นจริง ใช้งานได้ และสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้งาน จนเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม ลดหรือเลิกการใช้รถยนต์ส่วนตัวที่ใช้เครื่องยนต์มาใช้รถทีไม่ใช้เครื่องยนต์ โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน<br />
(5) จัดทำผังเมืองที่บูรณาการ เอาประเด็นลดมลพิษอากาศเข้าไปในกระบวนการคิดและกระบวนการการทำงานรวมทั้งจัดวางผัง<br />
(6) จัดเก็บภาษีมลพิษจากผู้ก่อให้เกิดมลพิษ</p>
<p><strong>ซึ่งถ้าเราทำได้จริงทั้งหมด ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาวที่กล่าวมานี้อย่างเด็ดขาดและทันท่วงที เราก็คงจะมีอากาศที่มีคุณภาพที่เราสามารถหายใจกันได้เต็มปอด เหมือนที่เคยทำกันมาได้ในอดีต และเราภาวนาขอให้เป็นเช่นนั้นได้จริงในเร็ววัน</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;">*</span> มาตรฐานไอเสียรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก Light Commercial Vehicles ≤1305 kg</p>
<p>ได้ที่ https://github.com/LILCMU/cmu-cleanair1</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">บทความที่เกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 กับค่า AQI" href="http://bit.ly/37aiqWl">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ" href="http://bit.ly/2rLInvs">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 สถานการณ์ของ กทม." href="http://bit.ly/2RvZkmY">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 มาตรฐานที่ต่างกัน" href="http://bit.ly/2G7OSwA">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
<li><a title="ความเข้าใจพื้นฐาน เรื่องฝุ่น PM 2.5" href="http://bit.ly/3atzIzu">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 95 กันยายน-ตุลาคมคม 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย รศ. ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล, ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์<br />
ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง:</p>
<p><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ความสัมพันธ์ระหว่างค่าตัวคูณการปลดปล่อยฝุ่นละอองจากยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลกับความเร็วของรถ<br />
ที่มา: สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา. “ฝุ่น PM2.5 แก้อย่างไรให้ตรงจุด.” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม., กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561.</p>
<p>เอกสารอ้างอิง:</p>
<p>(1) สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา. “ฝุ่น PM2.5 แก้อย่างไรให้ตรงจุด.” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม., กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561.<br />
(2) สำนักงานคุณภาพเชื้อเพลิง. “น้ำมันยูโร 4 คืออะไร.” กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน. http://www.doeb.go.th/knowledge/data/uro_4.pdf (สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561).<br />
(3) Williams, M. and R. Minjares. “A technical summary of Euro 6/VI vehicle emission standards.” The International Council on Clean Transportation. https://www.theicct.org/sites/default/files/publications/ICCT_Euro6-VI_briefing_jun2016.pdf (accessed April 10, 2018).</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Aug 2019 04:23:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชัย พรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือมลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริมา ปัญญาเมธีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10101</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยปกติแล้วฝุ่นโดยเฉพาะฝุ่นขนาดใหญ่ เดิมไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่รัฐเท่ากับสารมลพิษอากาศตัวอื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เราเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นว่าฝุ่น หากมีขนาดเล็กมากๆ ก็สามารถมีอันตรายไม่น้อยกว่าสารมลพิษอากาศตัวอื่นๆ จนถึงขนาดองค์การอนามัยโลกต้องเข้ามามีบทบาทชี้นำในระดับนานาชาติ เรื่องแรก เรื่อง PM 2.5 นี้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ให้ความสนใจมากมาตลอด เพราะมันเกี่ยวกับสุขภาพของคนและสัตว์โดยตรงและอย่างมาก เพราะปัญหามันไม่ใช่เพียงแค่ฝุ่นจิ๋วนี้ที่เข้าไปในปอดได้ แต่เป็นเพราะมันสามารถทำตัวเป็นศูนย์กลางให้สารพิษอื่นๆ เช่น สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนักฯลฯ มาเคลือบหรือเกาะอยู่บนผิวของมัน และจากนั้นมันก็จะเป็นตัวพาเอาสารพิษต่างๆ เหล่านั้นที่ปกติจะล่องลอยอยู่ในอากาศ เข้าไปในส่วนลึกของร่างกายของเราได้ อันตัวฝุ่นนั้นถ้าจะว่าไปไม่มีอันตรายรุนแรงเป็นแบบเฉียบพลัน เราต้องรับฝุ่นเข้าไปสะสมในร่างกายนับเป็นสิบๆ ปี จึงจะมีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้น แต่มีสารมลพิษอากาศอื่นๆ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดยปกติแล้วฝุ่นโดยเฉพาะฝุ่นขนาดใหญ่ เดิมไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่รัฐเท่ากับสารมลพิษอากาศตัวอื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เราเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นว่าฝุ่น หากมีขนาดเล็กมากๆ ก็สามารถมีอันตรายไม่น้อยกว่าสารมลพิษอากาศตัวอื่นๆ จนถึงขนาดองค์การอนามัยโลกต้องเข้ามามีบทบาทชี้นำในระดับนานาชาติ</strong><span id="more-10101"></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องแรก</strong></span> เรื่อง PM 2.5 นี้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ให้ความสนใจมากมาตลอด เพราะมันเกี่ยวกับสุขภาพของคนและสัตว์โดยตรงและอย่างมาก เพราะปัญหามันไม่ใช่เพียงแค่ฝุ่นจิ๋วนี้ที่เข้าไปในปอดได้ แต่เป็นเพราะมันสามารถทำตัวเป็นศูนย์กลางให้สารพิษอื่นๆ เช่น สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนักฯลฯ มาเคลือบหรือเกาะอยู่บนผิวของมัน และจากนั้นมันก็จะเป็นตัวพาเอาสารพิษต่างๆ เหล่านั้นที่ปกติจะล่องลอยอยู่ในอากาศ เข้าไปในส่วนลึกของร่างกายของเราได้</p>
<p>อันตัวฝุ่นนั้นถ้าจะว่าไปไม่มีอันตรายรุนแรงเป็นแบบเฉียบพลัน เราต้องรับฝุ่นเข้าไปสะสมในร่างกายนับเป็นสิบๆ ปี จึงจะมีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้น แต่มีสารมลพิษอากาศอื่นๆ อีก เช่น โอโซน (O3) หรือ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ที่เป็นอันตรายแบบเฉียบพลันได้ทันที และอันตรายกว่าฝุ่นหลายสิบหลายร้อยเท่าและเนื่องจากฝุ่นสามารถเป็นตัวพาเอาสารพิษอื่นๆ พวกนั้นติดตัวมันเข้ามาในร่างกายเราได้ ฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นสารมลพิษอากาศที่กล่าวได้ว่าจะเฉียบพลันก็ไม่ใช่ จะเรื้อรังก็ไม่เชิง ค่ามาตรฐานของ PM 2.5 ในอากาศจึงเป็นค่าที่อยู่กลางๆ คือไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรายชัวโมง (ที่เป็นตัวชี้วัดของอันตรายแบบเฉียบพลัน) แต่เป็นค่าเฉลี่ยรายวันหรือค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยมีค่าเฉลี่ยรายปี (ซึ่งเป็นผลกระทบแบบเรื้อรังนานมาก) เพิ่มแถมขึ้นมาอีกในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย</p>
<p>สาเหตุที่องค์การอนามัยโลกสนใจตัวฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 นี้เป็นพิเศษ เพราะเอกสารทางการแพทย์ บ่งชี้ว่ามันสามารถทำให้เส้นเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น ไปจนถึงปัญหาด้านหลอดเลือดหัวใจ และหัวใจขาดเลือด ซึ่งทำให้กลุ่มเสี่ยงหรือคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วถึงกับเสียชีวิตได้ (ดังรูปที่ 1)</p>
<p>ตรงนี้จึงไม่ใช่ดราม่า แต่เป็นเรื่องจริง</p>
<figure id="attachment_10107" aria-describedby="caption-attachment-10107" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10107 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg" alt="ผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่นจิ๋ว PM 2.5" width="600" height="470" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01-300x235.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10107" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่นจิ๋ว PM 2.5</figcaption></figure>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่อง 2</strong></span> ต้นกำเนิดของ PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครมาจากไหน ต้นเหตุหลักๆ ของ PM 2.5 คือ (1) ไอเสียจากรถยนต์หรือจากการจราจร (2) อากาศพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะถ่านหิน หรือเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ (3) การเผาในที่โล่งและในที่ไม่โล่ง ซึ่งมาได้จากทั้งในเขตกรุงเทพมหานครเองและจากพื้นที่โดยรอบหากทิศทางลมมันพัดพามาสู่เมือง และจากงานวิจัยล่าสุด เราเชื่อว่าสาเหตุที่สำคัญที่สุดของฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ในกรุงเทพ มหานครมาจากนํ้ามันดีเซล ซึ่งมาจากการจราจรที่ติดขัดนั่นเอง</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่อง 3</strong></span> ปัญหาฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ไม่ใช่เพิ่งมีและไม่ใช่เพิ่งจะมาเกินมาตรฐานเอาในช่วงปี พ.ศ. 2561 นี้ แต่เคยมีมาก่อนหน้านี้แล้วทุกปี เช่นในปี พ.ศ. 2556 พื้นที่ริมถนนดินแดง มีค่า PM 2.5 สูงถึง 112 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (โปรดสังเกตว่ามีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรด้วย ไว้จะกลับมาอธิบายในตอนที่ 6 ต่อไปว่าทำไมต้องสังเกตเรื่องหน่วยวัดตรงจุดนี้ไว้) ดูรูปที่ 2 (http://www.pcd.go.th/public/publications/print_report.cfm?task=report2556) ในขณะที่ในเหตุการณ์ดราม่าเมื่อเร็วๆ นี้หรือต้นปี พ.ศ. 2561 มีค่า PM 2.5 อยู่ที่ 69-94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์เกินมาตรฐาน (เฉลี่ยรายวัน) ของบ้านเราที่อยูที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทั้งคู่ แต่จะด้วยเหตุใดก็ไม่รู้ที่เมื่อปีพ.ศ. 2556 และปีอื่นๆ ที่มีค่าเกินมาตรฐานนั้นไม่มีเหตุการณ์ดราม่าขึ้นในโซเชียลไทย แต่ที่สังเกตได้ชัดเจน คือในปี พ.ศ. 2561 นี้มีอากาศหนาวในเดือนมกราคมเกิดขึ้นหลายครั้งและยาวนาน ทำให้อากาศนิ่งอยู่เป็นสัปดาห์ ผลกระทบจึงมองเห็นด้วยตาได้ชัดกว่าปีที่ผ่านๆ มา</p>
<figure id="attachment_10108" aria-describedby="caption-attachment-10108" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10108 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic02.jpg" alt="ความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2554-2561" width="800" height="398" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic02-300x149.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic02-768x382.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10108" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 2</span> ความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2554-2561</figcaption></figure>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่อง 4</strong></span> การวัด PM 2.5 ในอากาศในไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เพิ่งทำกันเมื่อประมาณ 6-7 ปี ที่ผ่านมานี้เอง ถามว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่วัด ที่ไม่วัดก็เพราะไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ในการวัด ถามว่าทำไมไม่ซื้อมาวัดก่อนหน้านี้นานๆ ล่ะ ติดปัญหาอะไร…ก็ติดปัญหาที่ไม่มีงบประมาณจัดซื้อ ถามรุกต่อว่า ทำไมไม่ตั้งงบประมาณ อันนี้ไม่ขอตอบก็แล้วกัน เพราะบางคนหากคุ้นชินกับระบบราชการที่อุ้ยอ้ายอยู่บ้าง ก็คงรู้คำตอบนี้ได้ด้วยตนเอง และขอปล่อยให้กรมควบคุมมลพิษมาตอบคำถามนี้เองน่าจะชัดเจนกว่า</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่อง 5</strong></span> ถ้าไม่ได้วัดมาก่อนหน้านี้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ก่อนนี้มีหรือไม่มีปัญหา PM 2.5 คำตอบนี้ดูได้จากเรื่องที่ 3 และรูปที่ 2 คือ แม้จะไม่ได้วัดมาก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ในระยะเวลา 5-6 ปีนี้ ก็มีค่าเกินอยู่ทุกปีอยู่แล้วและหากมองสภาพปัญหาจราจรซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหา PM 2.5 ที่ไม่ได้ดีขึ้นเลยใน 10 ปีที่ผ่านมาก็คงอนุมานได้ว่าปัญหานี้มีมานานแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้ ไม่มีข้อมูล จึงไม่มีเรื่องร้องเรียน และไม่มีดราม่า</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่อง 6</strong></span> อันนี้ก็ยังเป็นเรื่องของความเข้าใจผิด คือเมื่อเราพูดถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร มันกว้างใหญ่ไพศาลถึง 1,569 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 40&#215;40 กิโลเมตร แต่เรามีสถานีตรวจวัดฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ที่เป็นทางการของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) อยู่เพียง 6 สถานี คือ พญาไท บางนา วังทองหลาง ริมถนนพระราม 4 ริมถนนลาดพร้าวและริมถนนอินทรพิทักษ์ ดังนั้นการที่บอกว่าคุณภาพอากาศใน 6 สถานีนั้นได้มาตรฐานไม่ได้หมายความว่าคุณภาพอากาศของทั่วกรุงเทพมหานครได้มาตรฐาน ในทางตรงข้ามการที่บอกว่าตัวเลขสารมลพิษอากาศใน 6 พื้นที่เกินมาตรฐาน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพอากาศเลวไปทั่วกรุงเทพมหานคร และดราม่าอาจเกิดขึ้นได้จากความเข้าใจผิดนี้ในทั้งสองกรณี</p>
<p><strong>แล้วทำไมไม่ติดตั้งเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศให้ทั่วๆ คำตอบคือราคามันไม่ถูก คพ.จึงเลือกที่จะติดตั้งเครื่องมือไว้ในจุดที่เสี่ยงอันตรายกว่าที่อื่น โดยมีสมมุติฐานว่าถ้าพื้นที่นี้โอเค พื้นที่อื่นก็จะโอเคไปด้วย แต่หากเราต้องการได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนจริงของทั้งกรุงเทพมหานคร พวกเราคงต้องช่วยกันเรียกร้องภาครัฐและรัฐบาลด้วยเสียงที่ดังกว่านี้เพื่อให้รัฐบาลจัดหางบประมาณให้ คพ.และ กทม.ให้มากพอ และเมื่อนั้นเราจึงจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงและจำนวนมากพอที่จะมาสรุปเพื่อหาทางทำให้อากาศที่เราหายใจกันอยู่ทุกวันนี้สะอาดขึ้น</strong></p>
<p>ได้ที่ https://github.com/LILCMU/cmu-cleanair1</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">บทความที่เกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 กับค่า AQI" href="http://bit.ly/37aiqWl">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ" href="http://bit.ly/2rLInvs">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 รู้ให้ไว ไหวให้ทัน" href="http://bit.ly/2pPI025">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 มาตรฐานที่ต่างกัน" href="http://bit.ly/2G7OSwA">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
<li><a title="ความเข้าใจพื้นฐาน เรื่องฝุ่น PM 2.5" href="http://bit.ly/3atzIzu">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย รศ. ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล, ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์<br />
ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง:<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา “ฝุ่น PM 2.5 แก้อย่างไรให้ตรงจุด” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ใน กทม. กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 2</span> ขจรศักดิ์ แก้วขจร “การพิทักษส์ ุขภาพประชาชนจากฝุน่ PM 2.5 : ความร่วมมือของเครือข่าย” ทางออก<br />
ร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ใน กทม. กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2019 09:16:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือมลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10169</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่างที่เกริ่นไว้ในตอน 1 ว่า “แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลาย ซึ่งจริงๆไม่ได้มีแค่เพียง PM2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆกับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย” แต่เรื่องนี้มันสำคัญต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่จะทำตัวไม่รู้ไม่ชี้และปล่อยไปตามยถากรรม ตลอดจนต้องถือเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องเรียนรู้ในหลายๆสิ่ง โดยเฉพาะสิ่งที่เข้าใจไปผิดๆ เพื่อลดปัญหาและขจัดดราม่าอันไม่พึงประสงค์ ดังนี้ เรื่องแรก เรื่องนี้ว่าด้วยความรุนแรงของความเป็นพิษของสสาร สสารใดที่แสดงพิษได้อย่างเฉียบพลันทันที เช่นก๊าซโอโซน ค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศก็ต้องเป็นแบบบังคับให้เป็นเช่นนั้นได้ตลอดเวลา นั่นหมายถึง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อย่างที่เกริ่นไว้ในตอน 1 ว่า “แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลาย ซึ่งจริงๆไม่ได้มีแค่เพียง PM2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆกับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย” แต่เรื่องนี้มันสำคัญต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่จะทำตัวไม่รู้ไม่ชี้และปล่อยไปตามยถากรรม ตลอดจนต้องถือเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องเรียนรู้ในหลายๆสิ่ง โดยเฉพาะสิ่งที่เข้าใจไปผิดๆ เพื่อลดปัญหาและขจัดดราม่าอันไม่พึงประสงค์ ดังนี้</strong><span id="more-10169"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9553 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg" alt="ฝุ่น PM 2.5 มลพิษทางอากาศจากไอเสียรถยนต์" width="888" height="597" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg 888w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03-768x516.jpg 768w" sizes="(max-width: 888px) 100vw, 888px" /></a></p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องแรก</strong></span> เรื่องนี้ว่าด้วยความรุนแรงของความเป็นพิษของสสาร สสารใดที่แสดงพิษได้อย่างเฉียบพลันทันที เช่นก๊าซโอโซน ค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศก็ต้องเป็นแบบบังคับให้เป็นเช่นนั้นได้ตลอดเวลา นั่นหมายถึง เราจะต้องกำหนดมาตรฐานเป็นรายเวลาในช่วงสั้นๆ เช่น เป็นรายชั่วโมง และในทุกชั่วโมงหนึ่งๆคุณภาพอากาศควรต้องได้รับการจัดการให้ได้ตามมาตรฐานนั้นตลอดเวลา ถ้าทำได้เช่นว่านี้ชาวบ้านประชาชนคนเดินถนนก็จะปลอดภัย แต่ถ้าเป็นสสารอื่นที่มีพิษเหมือนกัน แต่ไม่แสดงผลหรือผลกระทบอย่างปัจจุบันทันด่วน หากต้องสะสมไว้ในร่างกายนานๆ เป็นปีหรือหลายปี จึงจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพหรือแสดงอาการป่วยอย่างเรื้อรัง แบบนี้มาตรฐานเขาก็จะกำหนดเป็นตัวเลขในระยะเวลายาวๆ ได้แก่ 1) เฉลี่ยรายวัน เช่นมาตรฐานสำหรับฝุ่นละออง หรือ 2) เฉลี่ยรายปี เช่น มาตรฐานของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds, VOCs) ส่วนผลกระทบของ<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> ที่เรากำลังพูดถึงนี้เป็นแบบกึ่งๆ คือ มีผลกระทบได้ทั้งสองแบบ (ดูรูปที่ 1)</p>
<figure id="attachment_10107" aria-describedby="caption-attachment-10107" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10107 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg" alt="ผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่นจิ๋ว PM 2.5" width="600" height="470" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/pm-2-5-pic01-300x235.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10107" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่นจิ๋ว PM 2.5</figcaption></figure>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #6cb742; text-decoration: underline;"><strong>เรื่องที่ 2</strong></span></span> มาตรฐานของ<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> มีอยู่ 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ 1) มาตรฐานเฉลี่ยราย 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้อันตรายในลักษณะกึ่งเฉียบพลัน คือโดนปั๊บอันตรายปุ๊บ และกึ่งเรื้อรัง คือต้องได้รับไปนานๆจึงจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพ กับ 2) มาตรฐานเฉลี่ยรายปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้อันตรายในลักษณะที่ต้องได้รับสารติดต่อกันเป็นเวลานานๆหลายสิบปีจนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง มาตรฐานของ<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> ของแต่ละประเทศแม้จะเป็นของสารมลพิษตัวเดียวกันกลับมีค่าแตกต่างกันมาก (ดูตารางที่ 1) เช่นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของไทยคือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ของสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียอยู่ที่ 35 และ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ ในขณะที่ของอังกฤษกลับไม่ได้กำหนดค่านี้ไว้เลย ในทางตรงข้ามส่วนของอินเดียและบราซิลกำหนดค่าไว้สูงมาก คือ 60 และ 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามลำดับ</p>
<figure id="attachment_10172" aria-describedby="caption-attachment-10172" style="width: 432px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-table01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10172 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-table01.jpg" alt="ฝุ่น PM 2.5" width="432" height="689" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-table01.jpg 432w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-table01-188x300.jpg 188w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10172" class="wp-caption-text">หมายเหตุ : โปรดสังเกตว่าไม่มีมาตรฐานรายชั่วโมง ซึ่งแสดงว่าผลกระทบของฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ไม่ได้เป็นแบบปัจจุบันทันด่วน ที่มา : ดูเอกสารอ้างอิง 2-17</figcaption></figure>
<p>คำถามคือทำไมถึงมีค่าแตกต่างกันได้มากเช่นนี้ เป็นเพราะปอดคนอินเดียซึ่งใช้มาตรฐานอะลุ้มอะล่วยมาก (60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) แข็งแรงและทนสารมลพิษได้มากกว่าปอดคนไทย (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) หรือ? และปอดคนไทยทนสารมลพิษได้ดีกว่าของคนอเมริกา (35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) หรือออสเตรเลีย (25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)หรือ? หรือเป็นเพราะว่าสิทธิมนุษยชนของคนอเมริกาและคนออสเตรเลียมีมากกว่าของคนไทยและคนอินเดีย</p>
<p>ถ้าเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่ว่าเช่นนั้นจริง แล้วเราจะยอมได้อย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นคนอเมริกัน คนไทย คนอินเดีย ต่างก็เกิดมาเท่ากัน มีสิทธิพื้นฐานเท่ากัน แล้วทำไมต่างรัฐบาลจึงดูแลต่างกัน นี่ก็เป็นประเด็นที่มีคนเอาเรื่องนี้มากระทุ้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดราม่า<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> เมื่อต้นปี 2561</p>
<p>สิ่งที่ผู้เขียนคิดและเชื่อ คือ บริบทของแต่ละประเทศมันแตกต่างกัน สภาพเศรษฐกิจสังคมมันก็ต่างกัน ความพร้อมทางเทคโนโลยีและการเงินรวมทั้งลักษณะนิสัยของคนในประเทศนั้นๆมันก็ต่างกันอีก จึงทำให้แต่ละประเทศกำหนดมาตรฐานขึ้นมาที่ค่าแตกต่างกัน จะว่าประเทศใดผิด ประเทศใดถูก ก็คงจะสรุปหรือมโนกันไม่ได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมกว่าไทยยังไม่มีแม้กระทั่งมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในขณะที่ไทยมีแล้ว จะว่าไทยล้ำหน้ากว่าอังกฤษก็คงไม่ใช่ เพราะแม้น<strong>มาตรฐานฝุ่นจิ๋ว PM2.5</strong> ของเราเข้มงวดกว่าเขาแต่คุณภาพอากาศของเราก็เลวกว่าค่ามาตรฐานกันมาทุกปีๆ</p>
<p>เรื่องของเรื่อง คือ เราเชื่อว่ามันยังไม่มีวิธีคิดวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานของโลก ความรู้ทางวิชาการยังมีไม่พอหรือยังลึกไม่พอที่ใครจะมาอ้างได้ว่าต้องเป็นวิธีนี้วิธีนั้นเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ต่างคนต่างประเทศจึงพากันคิดกันคนละอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของบ้านตัวเอง การที่จะเอาแค่เพียงตัวเลขมาเล่น มาวิจารณ์ มาดราม่า มันก็ทำให้สังคมสับสน และไม่เป็นผลดีต่อประเทศโดยรวมได้</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 3</strong></span> เป็นเรื่องของความเข้าใจผิดในการเอาตัวเลขไปใช้ เรื่องนี้ชาวบ้านบางคนเอาตัวเลข <strong>PM2.5</strong> ไปใช้อย่างผิดๆ แบบไม่เข้าใจในหลักการการกำหนดมาตรฐาน (ดูเรื่องแรก) โดยเอาค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง(ซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นพิษเฉียบพลัน)ที่วัดได้ ซึ่งมีโอกาสได้ค่าทั้งสูงทั้งต่ำในเวลาต่างกัน เช่นกลางวันและกลางคืน หรือช่วงมีรถวิ่งในชั่วโมงเร่งด่วนกับไม่มีรถวิ่ง ไปเทียบกับมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง(หรือเฉลี่ยรายวัน ซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นพิษชนิดไม่เฉียบพลัน) โอกาสที่จะมีค่าที่ตรวจวัดได้(ในหนึ่งชั่วโมง)เกินมาตรฐาน(24 ชั่วโมง)ก็มีได้มาก แต่การเอาไปเปรียบเทียบกันเช่นที่ว่านั้นเป็นการดราม่าที่สรุปผิดในทางหลักคิดทางวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง เพราะมันเป็นคนละเรื่อง จะเห็นได้ว่า “เรา” ซึ่งหมายถึงทั่วโลกด้วย ไม่มีมาตรฐานฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 เป็นรายชั่วโมง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เราก็ยังมีการวัดค่า<strong>ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5</strong> นี้เป็นรายชั่วโมงด้วยอยู่ดี ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะเราจะใช้ค่าที่วัดได้เฉพาะชั่วโมงนั้นๆนี้ ไปเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีประวัติเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือทางเดินหายใจ เป็นต้น แต่ห้ามเอาค่าที่วัดได้รายชั่วโมงนี้ไปเทียบกับมาตรฐานราย 24 ชั่วโมง เพราะนั่นมันคนละเรื่อง ชนิดห่างไกลกันคนละโยชน์</p>
<p>ได้ที่ https://github.com/LILCMU/cmu-cleanair1</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">บทความที่เกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 กับค่า AQI" href="http://bit.ly/37aiqWl">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ" href="http://bit.ly/2rLInvs">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 รู้ให้ไว ไหวให้ทัน" href="http://bit.ly/2pPI025">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 สถานการณ์ของ กทม." href="http://bit.ly/2RvZkmY">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ความเข้าใจพื้นฐาน เรื่องฝุ่น PM 2.5" href="http://bit.ly/3atzIzu">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 93 พฤษภาคม-มิถุนายน 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย รศ. ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล, ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์<br />
ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง:<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา “ฝุ่น PM 2.5 แก้อย่างไรให้ตรงจุด” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ใน กทม. กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561</p>
<p>เอกสารอ้างอิง:<br />
(1) ขจรศักดิ์ แก้วขจร. “การพิทักษ์สุขภาพประชาชนจากฝุ่น PM2.5 :ความร่วมมือของเครือข่าย.” ทางออกร่วมกันในการลดฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม., กรมควบคุมมลพิษ, 23 มีนาคม 2561.<br />
(2) กรมควบคุมมลพิษ. “มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไป.” มาตรฐานคุณภาพอากาศและเสียง.<br />
http://www.pcd.go.th/info_serv/reg_std_airsnd01.html (สืบค้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561).<br />
(3) European commission. “Air quality standards.” Environment.<br />
http://ec.europa.eu/environment/air/quality/standards.htm (accessed March 2, 2018).<br />
(4) United States Environmental Protection Agency: US EPA. “National ambient air quality standards.” Criteria air pollutants. https://www.epa.gov/criteria-air-pollutants/naaqs-table (accessed March 2, 2018).<br />
(5) California Environmental Protection Agency. “California ambient air quality standards.” Ambient air quality standards. https://www.arb.ca.gov/research/aaqs/common-pollutants/pm/pm.htm (accessed March 2, 2018).<br />
(6) Department for Environment Food &amp; Rural affairs. “UK-Air.” Air information resources. https://uk-air.defra.gov.uk/ (accessed March 2, 2018).<br />
(7) World Health Organization: WHO, 2006. “WHO Air Quality Guidelines for particulate matter, ozone, Nitrogen dioxide and Sulfur dioxide.” Global Update 2005. Summary of Risk Assessment. http://whqlibdoc.who.int/hq/2006/WHO_SDE_PHE_OEH_06.02_eng.pdf (accessed March 2, 2018).<br />
(8) Australian government: Department of Environment and Energy. “Ambient air quality standards.” Air quality standards. http://www.environment.gov.au/protection/air-quality/air-quality-standards (accessed March 2, 2018).<br />
(9) International Council on Clean Transportation and DieselNet. “National ambient air quality standards.” India: Air quality standards. https://www.transportpolicy.net/ standard/india-air-quality-standards/ (accessed March 2, 2018).<br />
6<br />
(10) International Council on Clean Transportation and DieselNet. “National ambient air quality standards.” China: Air quality standards. https://www.transportpolicy.net/standard/china-air-quality-standards/ (accessed March 2, 2018).<br />
(11) National Environment Agency. “Singapore Ambient Air Quality Targets.” Air quality in Singapore. http://www.nea.gov.sg/anti-pollution-radiation-protection/air-pollution-control/air-quality-and-targets (accessed March 2, 2018).<br />
(12) Department of Environment. “New Malaysia Ambient Air Quality Standards.” https://www.doe.gov.my/portalv1/wp-content/uploads/2013/01/Air-Quality-Standard-BI.pdf (accessed March 2, 2018).<br />
(13) Clean Air Initiative for Asian Cities (CAI-Asia) Center. (2010) “Air Quality in Asia: Status and Trends.” http://cleanairasia.org/wp-content/uploads/portal/files/documents/ AQ_in_Asia.pdf (accessed March 2, 2018).<br />
(14) International Council on Clean Transportation and DieselNet. “National ambient air quality standards.” Japan: Air quality standards. https://www.transportpolicy.net/ standard/japan-air-quality-standards/ accessed March 2, 2018).<br />
(15) Xinhua. “Philippines sets air quality standard on PM2.5.” China.org.cn., April 2, 2013, under “Environment,” http://china.org.cn/environment/2013-04/02/content_28424841.htm (accessed March 2, 2018).<br />
(16)International Council on Clean Transportation and DieselNet. “National ambient air quality standards.” Brazil: Air quality standards. https://www.transportpolicy.net/ standard/brazil-air-quality-standards/ (accessed March 2, 2018).<br />
(17) Byeong-Uk Kim, Okgil Kim, Hyun Cheol Kim, and Soontae Kim. “Influence of fossil-fuel power plant emissions on the surface fine particulate matter in the Seoul Capital Area, South Korea.” Journal of the Air &amp; Waste Management Association. Volume 66, 2016 &#8211; Issue 9: A Special Issue of JA&amp;WMA on NOAA&#8217;s 7th International Workshop on Air Quality Forecasting Research (IWAQFR) https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/ 10962247.2016.1175392 (accessed March 2, 2018).</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 May 2019 07:03:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่มาฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชัย พรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษในอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือมลพิษฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริมา ปัญญาเมธีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=9478</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์ เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM 2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลายซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีแค่เพียง PM 2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย เรื่องที่จะเขียนต่อไป ขอบอกให้ชัดเจนก่อนว่าจะไม่ใช่เรื่องดราม่า แต่เป็นข้อเท็จจริงที่อย่างน้อยก็เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราควรเรียนรู้และ ทำความเข้าใจกับมัน (แม้ออกจะยากสักหน่อยสำหรับคนทั่วไป) จึงจะจัดการกับมันได้ และเลิกดราม่าแบบไร้เหตุผลกันเสียที และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แม้จะเขียนจั่วหัวเรื่องว่าเป็นเรื่องดราม่า อันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครที่เลวมากในช่วงปลายมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์ เมื่อต้นปี 2561 โดยดูหรือวัดเอาจากค่าสารมลพิษอากาศหรือ PM 2.5 แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพลมฟ้าดีขึ้น ลมร้อนเริ่มมาและพัดแรงขึ้น มลพิษทั้งหลายซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีแค่เพียง PM 2.5 ก็ถูกพัดพาให้กระจายออกไป ปัญหามลพิษอากาศจึงน้อยลง และดราม่าเรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับเรื่องอื่นๆ คือจางหายไปกับสายลม แต่ในกรณีนี้มันหายไปกับสายลมจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเปรียบเปรย</strong><span id="more-9478"></span></p>
<p>เรื่องที่จะเขียนต่อไป ขอบอกให้ชัดเจนก่อนว่าจะไม่ใช่เรื่องดราม่า แต่เป็นข้อเท็จจริงที่อย่างน้อยก็เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราควรเรียนรู้และ ทำความเข้าใจกับมัน (แม้ออกจะยากสักหน่อยสำหรับคนทั่วไป) จึงจะจัดการกับมันได้ และเลิกดราม่าแบบไร้เหตุผลกันเสียที และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ ที่มีอะไรสลับซับซ้อนอยู่ในตัวของมันเยอะมาก เราจึงจะขออธิบายแยกออกเป็น 6 ตอน โดยมีรายละเอียดที่พยายามให้จบในแต่ละตอน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9552 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-02.jpg" alt="ฝุ่น PM 2.5 จากการจราจร การใช้รถใช้ถนน" width="900" height="647" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-02-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-02-768x552.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">เรื่องแรก</span></strong> แม้ในเหตุการณ์ดราม่าเมื่อต้นปี ที่ผู้คนต่างได้พูดถึงเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 แต่จริงๆ แล้วสารมลพิษอากาศมีมากกว่านั้นที่โลกให้ความสนใจกันจริงจัง และประเทศไทยมีการกำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ มีอยู่ 8 ตัว คือ ก๊าซโอโซน (O3) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซคาร์บอน มอนอกไซด์ (CO) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ตะกั่ว (Lead) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน (Total Suspended Particles : TSP) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (Coarse Particulate Matter, Particulate Matter Less Than 10 Micron : PM 10) และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (Fine Particle, Fine Particulate Matter, Particulate Matter Less Than 2.5 Micron : PM 2.5)</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีสารมลพิษอากาศที่ถูกกำหนดค่าการปลดปล่อยจากปล่องอุตสาหกรรมอีก เช่น สารปรอท (Mercury) สารประกอบไดออกซิน (Dioxins) สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds : VOCs) และ ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นแต่ยังไม่มีมาตรฐานกำหนด เช่น สารประกอบโพลีไซคลิก อะโรมาติกส์ไฮโดรคาร์บอน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “พาห์” (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons : PAHs) และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายมาก (Very Volatile Organic Compounds : VVOCs) แต่ละตัวจะมีอันตรายหรือความเป็นพิษแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรังต่างกัน ยกตัวอย่าง สารคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือ CO ที่จะ อันตรายแบบปัจจุบันทันที เพราะ CO จะไปแย่งออกซิเจนในเลือด ทำให้คนขาดออกซิเจนและตายได้ ตายแบบที่นอนในรถยนต์ติดเครื่อง แล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยนั่นแหละ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9553 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg" alt="ฝุ่น PM 2.5 มลพิษทางอากาศจากไอเสียรถยนต์" width="888" height="597" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03.jpg 888w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-03-768x516.jpg 768w" sizes="(max-width: 888px) 100vw, 888px" /></a></p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 2</strong></span> แม้บทความนี้จะเน้นเรื่อง PM 2.5 ซึ่งเป็นเรื่องของฝุ่น แต่ฝุ่นก็ไม่ได้มีเพียงแค่ PM 2.5 ฝุ่นในอากาศมีหลายขนาด คือ TSP, PM 10, PM 2.5 และ PM 1.0 ทั้งนี้ TSP หรือ Total Suspended Particles คือฝุ่นละอองรวม หรือ ฝุ่นละอองขนาด 100 ไมครอน* หรือต่ำกว่า ซึ่งจะขอเรียกรวมๆ ว่า “ฝุ่นใหญ่” ส่วน PM 10 หมายถึง ฝุ่นที่เล็กลงมา คือขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน มีขนาดประมาณ เทียบเท่ากับ 1 ใน 5 ของเส้นผม ซึ่งเราขอเรียกว่า “ฝุ่นเล็ก” ฝุ่นขนาดนี้ขนจมูกกรองไม่ได้ มันจะเข้าไปในปอด จึงเป็นอันตรายได้ ฝุ่นที่เล็กลงไปอีกคือ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งคือฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน ฝุ่นนี้นอกจากขนจมูกกรองไม่ได้แล้ว ยังทะลุทะลวง เข้าไปได้ถึงในสุดของปอด จึงอันตรายกว่า PM 10 เราขอเรียกฝุ่นนี้ว่า “ฝุ่นจิ๋ว” และฝุ่นจิ๋วนี้แหละที่เป็นต้นเหตุแห่งความเข้าใจผิด ซึ่งนำมาซึ่งดราม่าเมื่อตอนปี ที่ผ่านมา</p>
<p>แต่ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่เล็กสุด ปัจจุบันบางประเทศที่วิทยาการทางเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมไปไกลมาก ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของฝุ่น PM 1.0 (หรือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 1 ไมครอน) ด้วย เช่น บริเวณสนามบินฮีทโทรว์ (Heathrow Airport) (http://www.airqualityengland.co.uk/site/latest?site_id=LHR2) เพราะเขาคิดว่ามันอันตรายกว่าฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 เสียอีก เพราะฝุ่นนี้หากขนาดยิ่งเล็กลง ก็ยิ่งมุดเข้าไปได้ลึกขึ้นในร่างกายเรา ถึงขนาดสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ อันตรายจึงมากขึ้น ขอเรียกฝุ่นนี้ว่า “ฝุ่นไมโคร” เพื่อให้ฟังดูขึงขัง เข้าใจยาก และชวนติดตาม</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 3</strong></span> อันมลพิษอากาศนั้นมี ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้อยู่ 2 ประการ ปัจจัยแรก ได้แก่ สารมลพิษที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดต่างๆ ส่วน ปัจจัยที่สอง ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ เราจะเห็นได้ว่าปัจจัยที่เราพอจะควบคุมได้และจัดการได้ คือ ปัจจัยแรกเท่านั้น ส่วนปัจจัยที่สองนั้นเราควบคุมหรือทำอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) อย่างรุนแรง จนเราคาดเดาอะไรล่วงหน้านานๆ แทบไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าเราจะมีมาตรการใดๆ ออกมาเพื่อลดปัญหา ก็ต้องเพ่งเล็งไปที่ปัจจัยแรกเป็นประการเดียวเท่านั้น และสำหรับในกรุงเทพมหานคร จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในช่วงปลายปีต่อต้นปี หรือตั้งแต่เดือนธันวาคม-มีนาคม (ถ้าเป็นพื้นที่ภาคเหนือก็จะเริ่ม ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) ซึ่งมักเป็นช่วงที่อากาศสงบ ลมนิ่ง สารมลพิษอากาศจึงสะสมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ยาวนานกว่าในช่วงฤดูอื่นๆ ดังจะเห็นได้ว่าดราม่าในกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นปี 2561 ได้จางหายไป เมื่อลมร้อนเดือนมีนาคม-เมษายนเริ่มเข้ามาไล่สารมลพิษอากาศเหล่านั้นให้กระจายหายไป</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>เรื่องที่ 4</strong></span>  แม้จะมีดราม่าว่ามลพิษอากาศบ้านเราแย่มาก จนจะอยู่กันไม่ได้แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า จะมีจำนวนรถยนต์ในกรุงเทพมหานครมากขึ้นทุกปีๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วคุณภาพอากาศควรจะต้องเลวลงๆ แต่ คุณภาพอากาศของเราโดยเฉพาะ PM 10 เฉลี่ยรายปีแล้ว กลับดีขึ้นทุกปี (http://air4thai.pcd.go.th/web/index.php) จากกราฟในรูปที่ 1-3 แม้ว่าข้อมูลจะเป็นตัวเลขของ PM 10 มิใช่เป็นข้อมูลของฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 แต่ก็ชี้ชัดได้ว่า ทั้งเราและรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้คุณภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงคือ เราได้มีการออก กฎหมายที่ทำให้สภาพการณ์ดีขึ้น โดยได้เปลี่ยนมาตรฐานไอเสียของรถยนต์และมาตรฐานของน้ำมันเชื้อเพลิงจากมาตรฐานยูโร 3 เป็นมาตรฐานยูโร 4 อันทำให้มลพิษต่างๆ ลดลงไปได้มาก นอกจากนี้ เรายังได้มีการควบคุมการ ก่อสร้างไม่ให้ปล่อยฝุ่นออกมามากเหมือนแต่ก่อน รวมทั้งมีการล้างทำความสะอาดถนนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจายทำอันตรายต่อสุขภาพ ของเราและลูกหลาน ซึ่งคุณความดีนี้ต้องยกให้กับ เจ้าหน้าที่รัฐทุกท่านที่มี ส่วนทำให้อากาศของเราสะอาดขึ้น โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมธุรกิจพลังงาน และกรุงเทพมหานคร ที่ช่วยทำสิ่งดีๆ นี้ให้แก่สังคมคน กทม. (http://www.doeb.go.th/v5/show_km.php?tid=71)</p>
<figure id="attachment_9554" aria-describedby="caption-attachment-9554" style="width: 527px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-04.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9554 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-04.jpg" alt="รูปที่ 1 ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดตั้งแต่ปี 2539-2555 ค่ามาตรฐาน 120 มคก./ลบ.ม." width="527" height="309" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-04.jpg 527w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-04-300x176.jpg 300w" sizes="(max-width: 527px) 100vw, 527px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9554" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1</span> ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดตั้งแต่ปี 2539-2555 ค่ามาตรฐาน 120 มคก./ลบ.ม.</figcaption></figure>
<figure id="attachment_9555" aria-describedby="caption-attachment-9555" style="width: 527px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-05.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9555 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-05.jpg" alt="ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10)ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยรายปีตั้งแต่ปี 2539-2555 ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม." width="527" height="312" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-05.jpg 527w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-05-300x178.jpg 300w" sizes="(max-width: 527px) 100vw, 527px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9555" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 2</span> ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10)ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยรายปีตั้งแต่ปี 2539-2555 ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม.</figcaption></figure>
<figure id="attachment_9556" aria-describedby="caption-attachment-9556" style="width: 527px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-06.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9556 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-06.jpg" alt="ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10)ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยรายปีตั้งแต่ปี 2549-2559 ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม." width="527" height="312" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-06.jpg 527w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/pm-2-5-knowledge-06-300x178.jpg 300w" sizes="(max-width: 527px) 100vw, 527px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9556" class="wp-caption-text"><span style="color: #ff0000;">รูปที่ 3</span> ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10)ในกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยรายปีตั้งแต่ปี 2549-2559 ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม.</figcaption></figure>
<p>ได้ที่ https://github.com/LILCMU/cmu-cleanair1</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">บทความที่เกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 กับค่า AQI" href="http://bit.ly/37aiqWl">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ" href="http://bit.ly/2rLInvs">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 รู้ให้ไว ไหวให้ทัน" href="http://bit.ly/2pPI025">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 สถานการณ์ของ กทม." href="http://bit.ly/2RvZkmY">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ฝุ่น PM 2.5 มาตรฐานที่ต่างกัน" href="http://bit.ly/2G7OSwA">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย รศ. ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล, ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์<br />
ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง:<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 1-2</span> กรมควบคุมมลพิษ (2555) รายงานสถานการณ์ประจำปี พ.ศ. 2555<br />
<span style="color: #ff0000;">รูปที่ 3</span> กรมควบคุมมลพิษ (2559) รายงานสถานการณ์ประจำ พ.ศ. 2559</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
