<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 05 Jun 2026 07:24:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 07:24:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[SKYWORTH Solar]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44449</guid>

					<description><![CDATA[<p>SKYWORTH Solar ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SKYWORTH Solar </strong>ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar</p>
<p><span id="more-44449"></span></p>
<p>การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem Leader) พร้อมกางโรดแมปเร่งเครื่องขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศที่เป็นเสาหลักสำคัญ</p>
<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ SKYWORTH Solar ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยเร่งจากความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ ตลอดจนแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปิดรับพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ ณ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในท้องถิ่นของ SKYWORTH Solar อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเติมเต็มศักยภาพให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบการดูแลและสนับสนุนลูกค้าตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเหนือระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดำเนินโครงการ บริการหลังการขาย การประสานงานห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการส่งมอบโครงการที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44451" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Wanfei Qu</span> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ SKYWORTH Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SKYWORTH Solar</strong> กล่าวว่า ประเทศไทย คือ โอกาสครั้งสำคัญในการเติบโตของ SKYWORTH Solar ในยามที่ภาคธุรกิจต่างมองหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่เปี่ยมด้วยเสถียรภาพและมีความคุ้มค่าในแง่ต้นทุน กลยุทธ์ของเราขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญา &#8216;Global Vision, Local Execution&#8217; ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับความร่วมมืออันแข็งแกร่งของพันธมิตรในประเทศ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจที่วางไว้ SKYWORTH Solar ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการโซลาร์เซลล์ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ CapSolar เพื่อรองรับความต้องการระบบโซลาร์รูฟท็อปที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่น ผ่านการลงทุนในด้านการพัฒนาโครงการ ความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน และการยกระดับขีดความสามารถด้านบริการ ซึ่งรวมไปถึงการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธนาคารร่วมกับธนาคารไอซีบีซี (ไทย) หรือ ICBC Thai ตลอดจนการเข้าถึงกองทุนสนับสนุนการลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในการพัฒนาและติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศไทยและตลาดสากลอื่นๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="338" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมของ SKYWORTH Solar ในประเทศไทย คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 เมกะวัตต์ (MW) ณ โรงงานเหล็ก UMC Steel ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ราว 4.4 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ภายในปีแรก ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างเห็นผล ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ความคืบหน้าและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทยในครั้งนี้ ถูกยกให้เป็นไฮไลท์สำคัญภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกของ SKYWORTH Solar ที่เปิดบ้านเผยโฉมในงาน SNEC 2026 โดยบริษัทฯ ได้ประกาศแผนการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปยังตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อตอบรับกับดีมานด์เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่กำลังทะยานสูงขึ้นทั่วโลก</p>
<p>ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต่างเร่งลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonisation) SKYWORTH Solar มุ่งมั่นที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับลูกค้า ด้วยการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น และศักยภาพการบริการระดับท้องถิ่นที่พร้อมตอบโจทย์ในทุกมิติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 02:14:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge CSS-OD 197]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44004</guid>

					<description><![CDATA[<p>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก โดยระบบ CSS-OD 197 ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-44004"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2927" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-390.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<p>โดยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงานขนาดใหญ่</p>
<h3>คุณสมบัติเด่นของ SolarEdge CSS-OD 197</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2928" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-402.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<ul>
<li>High Energy Density: แบตเตอรี่ความจุ 197 kWh ที่มาในรูปแบบตู้ Cabinet ดีไซน์กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้งาน</li>
<li>Scalability &amp; Flexibility: รองรับการเชื่อมต่อกับ Battery Inverter ทั้งรุ่น 50kW และ 100kW ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกขนาดระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและการใช้พลังงานจริง (Load profile) ของตนเองได้</li>
<li>Integrated Intelligence: ควบคุมด้วยระบบ SolarEdge ONE Controller ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ การกักเก็บ และการจ่ายพลังงานให้สัมพันธ์กับค่าไฟฟ้า (Time-of-Use) เพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานและเพิ่มผลกำไรสูงสุด</li>
<li>Superior Safety: มาพร้อมระบบจัดการความปลอดภัยในระดับเซลล์แบตเตอรี่ และการตรวจจับความร้อนที่ล้ำสมัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ SolarEdge</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2929" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-404.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับองค์กร</h3>
<p>ด้วยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ธุรกิจสามารถทำกำไรจากการใช้พลังงานได้มากขึ้นผ่านฟังก์ชันการโกนยอดการใช้ไฟฟ้า (Peak Shaving) และการดึงพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร (Self-Consumption) ให้สูงขึ้น ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>การติดตั้งระบบ <strong>SolarEdge CSS-OD 197</strong> เน้นความรวดเร็วและลดความซับซ้อนด้วยนวัตกรรมหลัก ดังนี้</p>
<ul>
<li>Modular Design: ออกแบบระบบเป็นรูปแบบโมดูลที่แยกส่วนประกอบมาอย่างชัดเจน ทำให้การขนส่งเข้าพื้นที่หน้างานและการประกอบตู้แบตเตอรี่ทำได้ง่ายและเป็นระเบียบ</li>
<li>Synergy Technology: ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทำงานประสานกันได้โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการเดินสายไฟที่ยุ่งยาก</li>
<li>Small &amp; Lightweight Components ชิ้นส่วนถูกออกแบบให้มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ใช้กำลังคนในการติดตั้งน้อย (เพียง 2 คนในบางส่วนงาน) ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในทุกขั้นตอน</li>
<li>Smart Commissioning: เริ่มระบบได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน SolarEdge Go ที่ช่วยตั้งค่าและตรวจสอบความถูกต้องของระบบผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที ลดเวลาการทำงานหน้างานลงอย่างมาก</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2930" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-307.jpg" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="850" height="567" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>การเปิดตัว CSS-OD 197 ถือเป็นก้าวสำคัญของ SolarEdge ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 07:47:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energyม โซลาร์รูฟท็อปม ติดตั้งโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ภาคครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43811</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า ล่าสุด Bangkok Cable หรือ “บางกอกเคเบิ้ล” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ ION Energy&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า</strong></p>
<p><span id="more-43811"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>Bangkok Cable</strong> หรือ “<strong>บางกอกเคเบิ้ล</strong>” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ<strong> ION Energy</strong> เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อต่อยอดโอกาสจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย และรองรับดีมานด์พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43813" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg" alt="พงศภัค นครศรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ก้าวใหม่ของ BCC สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงศภัค นครศรี</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เปิดเผยว่า ในปีที่ 62 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็น “มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า” และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรชั้นนำของไทย เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43814" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ 3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท</p>
<p>“เรามองว่าตลาดโซลาร์กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้” <strong>พงศภัค</strong> กล่าว</p>
<h3>3 จุดแข็ง ION Energy สู่เกมพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ</h3>
<p>การตัดสินใจของ Bangkok Cable ในการดึง ION Energy เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพอร์ตธุรกิจเท่านั้น แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์สู่ตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ION Energy ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของตลาดโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Sansiri, Supalai, SC Asset และ AP Thailand สะท้อนถึงมาตรฐานงานติดตั้งและความน่าเชื่อถือในระดับอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่</p>
<p>1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว</p>
<h3>ตลาดโซลาร์ไทยแตะหลักแสนล้าน โอกาสโตสูง แต่ฐานติดตั้งยังต่ำ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg" alt="พีรกานต์ มานะกิจ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>พีรกานต์ มานะกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ION Energy</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น</p>
<p>การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” <strong>พีรกานต์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg" alt="ติดตั้งโซลาร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์สูงสุด 2,000 ครัวเรือน ภายในปีนี้</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569</p>
<p><strong>พีรกานต์</strong> กล่าวอีกว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์กำลังถูกมองว่าเป็นทางออกสำคัญทั้งในมิติของการลดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการลงทุนระบบขนาดประมาณ 10 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณราว 200,000 บาท สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 4,000–5,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่อาจมีค่าไฟสูงถึง 6,000–7,000 บาท ส่งผลให้ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3–4 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของระบบยาวนานถึง 25–30 ปี ทำให้ภาพรวมการลงทุนมีความคุ้มค่าอย่างชัดเจน แม้จะคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแล้วก็ตาม โดยผู้ประกอบการมองว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น โซลาร์เซลล์ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและจับต้องได้มากกว่า</p>
<h3>นโยบาย-การเงิน หนุนโซลาร์เข้าถึงง่าย เร่งตลาดโต</h3>
<p>ในเชิงนโยบาย ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ตลาดเติบโตมากขึ้น ทั้งมาตรการสนับสนุนทางภาษีและการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น สินเชื่อเฉพาะสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกันในลักษณะเดียวกับสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงโมเดล Subscription ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถผ่อนจ่ายค่าใช้ระบบได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืน (Net Metering/Net Billing) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาอัตรารับซื้ออยู่ในระดับต่ำและยังไม่ต่อเนื่อง หากสามารถปรับอัตราให้เหมาะสม เช่น 2–4 บาทต่อหน่วย ก็จะช่วยจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวัน ซึ่งสามารถผลิตไฟและขายคืนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:41:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop ครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดหย่อนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43667</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม</strong></p>
<p><span id="more-43667"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43669" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg" alt="จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์</span> นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ถูกออกแบบมาเพื่อให้ “เจ้าของบ้าน” ได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในมิติของการลดภาระค่าไฟฟ้าระยะยาว และการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครัวเรือน โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ตามมาตรา 40 (1)–(8) เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนที่อยู่อาศัยจริง มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องซื้ออุปกรณ์จากผู้ประกอบการที่สามารถออก e-Tax Invoice และเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้แล้วเสร็จภายในปีภาษีที่ยื่นขอใช้สิทธิ ทั้งนี้ มาตรการกำหนดให้ “หนึ่งหลังต่อหนึ่งสิทธิ์” และใช้ได้เพียงครั้งเดียวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43670" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg" alt="ติดตั้งระบบโซลาร์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ติดตั้งระบบ 5 กิโลวัตต์ สร้างผลกระทบหลักหมื่นล้านบาท</h3>
<p>ในเชิงความคุ้มค่า การติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมในภาคครัวเรือน สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ราว 2,000–2,500 บาทต่อเดือน ขณะที่ภาครัฐตั้งเป้าหมายให้มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 90,000 ครัวเรือน</p>
<p>“มาตรการลดหย่อนภาษีในครั้งนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ราว 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้า LNG ประมาณ 94,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 0.28 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งสร้างการจ้างงานในระบบกว่า 450 ตำแหน่ง” จารุวรรณ กล่าว</p>
<h3>กระแสโซลาร์เติบโต รอเปิดโควตาใหม่แผน PDP</h3>
<p>จารุวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกใช้ภายในครัวเรือนเป็นหลัก และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้ภาครัฐได้ในอัตราประมาณ 2.2 บาทต่อหน่วย ภายใต้สัญญา 10 ปี ที่ผ่านมาโครงการได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับประมาณ 5 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนโควตาการรับซื้อไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์เต็มลง และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดโควตาใหม่ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP)</p>
<p>ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ยังสะท้อนว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้ไฟฟ้าเองมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 800–1,000 เมกะวัตต์ สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐย้ำว่าประชาชนควรศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43671" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg" alt="เอกภัทร ปัญญาแก้ว" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>โมเดลพลังงานบ้านใหม่เร่งตลาดโซลาร์</h3>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>เอกภัทร ปัญญาแก้ว</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า หลังจากที่ภาครัฐประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ส่งผลให้ดีมานด์ในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยยอดติดตั้งเติบโตราว 30–40% ปัจจัยสนับสนุนไม่ได้มาจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงพีคของการใช้ไฟฟ้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ทำให้เกิดภาพการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ในครัวเรือน คือ “ผลิตไฟใช้เอง–ชาร์จรถเอง–ลดค่าใช้จ่ายได้จริง</p>
<p>A Solar ของเรามีความพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินหน้างาน การคำนวณความคุ้มค่า การอธิบายมาตรฐานการติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลเอกสาร เช่น e-Tax Invoice และการขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วน โดยระบบที่เหมาะสมกับบ้านส่วนใหญ่ในไทยยังคงเป็นแบบ On-grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp ซึ่งสามารถรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 50–60% ของครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้ไฟในช่วงเวลากลางวัน เช่น เครื่องปรับอากาศ และยังสามารถต่อยอดไปสู่ระบบ Smart Home หรือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43672" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“โซลาร์รูฟท็อปขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ยังคงเป็นขนาดยอดนิยม สำหรับบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากสมดุลทั้งด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายติดตั้งเฉลี่ยตั้งแต่หลักแสนต้นถึงแสนกลาง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบ้าน เช่น โครงสร้างหลังคาและข้อจำกัดของพื้นที่ติดตั้ง สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ระบบขนาดดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าไฟในช่วงกลางวันได้ราว 2,000 บาทขึ้นไป และหากติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพิ่มเติม ก็จะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ในช่วงเย็นหรือกลางคืนได้” เอกภัทร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43673" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg" alt="ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยอดใช้จ่าย บัตรเครดิต “เคทีซี” โต 110% หลังรัฐออกมาตรการสนับสนุน Solar Rooftop</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู</strong></span> <strong>ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ข้อมูลจากการใช้จ่ายของสมาชิก พบว่าแนวโน้มความสนใจใน Solar Rooftop เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบช่วงก่อนและหลังการประกาศมาตรการ ในช่วงสองเดือนแรกของปี (มกราคม–กุมภาพันธ์) ค่าใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวด Solar Rooftop เพิ่มขึ้นถึง 110% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเติบโต 40% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมองพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะ “เครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาว” มากขึ้น</p>
<h3>ขยายพาร์ทเนอร์โซลาร์ หนุนพลังงานสะอาดภาคครัวเรือน</h3>
<p>ในบทบาทของ Financial Enabler เคทีซีจึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระรายเดือนและสิทธิพิเศษร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการโซลาร์กว่า 21 รายทั่วประเทศ และมีแผนขยายเครือข่ายเป็นมากกว่า 35 รายภายในปี 2569 ผ่านการคัดเลือกเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานเทคโนโลยีและคุณภาพการติดตั้ง</p>
<p>“บริษัทฯ คาดว่าจากแรงหนุนของมาตรการดังกล่าว จะช่วยผลักดันการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop ได้ราว 15% ภายในปีนี้ สะท้อนบทบาทของภาคการเงินในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น” ณัฐสิทธิ์ กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 07:03:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวไร่อ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดอ้อยสด]]></category>
		<category><![CDATA[นะโม ตัดสด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รับซื้อใบอ้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43658</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 1 เมษายน 2569 – เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/">อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ, </strong><strong>1 เมษายน 2569</strong> – เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ <strong>กลุ่มมิตรผล </strong>ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ <strong>“นะโม ตัดสด”</strong> คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย</p>
<p><span id="more-43658"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43662" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04.jpg" alt="บรรเทิง ว่องกุศลกิจ" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ</span> ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล</strong> เปิดเผยว่า “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ คือภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างเกษตรกร ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน ผมขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรทุกท่านที่เชื่อมั่นในแนวทางการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ของกลุ่มมิตรผล หรือ <strong>“มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” </strong>และความตั้งใจในการร่วมกันตัดอ้อยสดอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การตัดอ้อยสดไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการปรับแนวคิดและวิถีการทำเกษตรแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ โดยกลุ่มมิตรผลพร้อมเดินเคียงข้างเกษตรกรชาวไร่อ้อย ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตเกษตรไทยที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการผลักดันมาตรฐานวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43664" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06.jpg" alt="ศุภฤกษ์ สุภาพเพชร" width="434" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06.jpg 434w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-334x500.jpg 334w" sizes="(max-width: 434px) 100vw, 434px" /></p>
<p>ทางด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายศุภฤกษ์ สุภาพเพชร</strong></span> เกษตรกรหนุ่มผู้เปลี่ยนวิถีทำไร่อ้อยสมัยใหม่ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในอดีตไร่ของครอบครัวผมเคยมีอ้อยไฟไหม้ แต่หลังจากได้เรียนรู้กับ Mitr Phol ModernFarm Academy (MFA) ทำให้มุมมองการทำไร่อ้อยของผมเปลี่ยนไป ปัจจุบันไร่อ้อยของผมเป็นอ้อยสด 100% หลายคนอาจกังวลเรื่องต้นทุนเครื่องจักรที่สูง หรือการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนแปลงอ้อย แต่หากมองภาพรวมในระยะยาว การทำอ้อยสดช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล เพราะการเผาทำให้ดินเสีย วัชพืชโตเร็ว และต้องเสียเงินค่าปุ๋ยค่าสารกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้นทุกปี การตัดอ้อยสดจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดครับ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43663" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05.jpg" alt="ฐิติมา บัวผุย" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เช่นเดียวกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวฐิติมา บัวผุย</strong></span> ที่ได้ปรับมุมมองในฐานะเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยนำนวัตกรรมมาใช้ในไร่อ้อยของครอบครัว เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า “จากการร่วมเรียนรู้กับกลุ่มมิตรผล ทำให้ได้ลองเปลี่ยนวิถีการทำไร่อ้อยแบบเดิม ๆ สู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ โดยเฉพาะเรื่องดินและน้ำที่ต้องให้ความสำคัญมาก เราสามารถรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินขาดสารอาหาร หรืออ้อยต้องการน้ำตอนไหน ทำให้วางแผนการจัดการได้แม่นยำและช่วยลดต้นทุนได้จริง นอกจากนี้ การตัดอ้อยสดยังส่งผลดีตามหลักธรรมชาติ เพราะการไว้ใบอ้อยคลุมดิน นอกจากคืนความสมบูรณ์ให้ดินแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทุกวันนี้ภูมิใจมากค่ะที่ได้กลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัวด้วยวิธีคิดแบบใหม่ และทำให้อาชีพเกษตรกรรมไทยเติบโตไปพร้อมกับโลกได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43661" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03.jpg" alt="อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>มากกว่าคำขอบคุณ คือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นพลังความร่วมมือของเกษตรกรในการเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ <strong>“มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม”</strong> ที่กลุ่มมิตรผลได้ริเริ่มดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี และมีปริมาณอ้อยสดเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จนในวันนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผลสามารถเพิ่มปริมาณส่งอ้อยสดเข้าหีบได้สูงกว่า 96% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรไทยมีความรู้และได้เตรียมความพร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการปรับตัวสู่การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน และสนับสนุนความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ <strong>เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</strong><strong>Net Zero) ภายในปี 2050</strong> โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีคิด” แบ่งปันและสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน “อนาคต” ของภาคเกษตรไทยให้ไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43660" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02.jpg" alt="อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/">อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยแผนปี&#8217;69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 07:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43441</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><span id="more-43441"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อิศรา นิโรภาส</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดไฟฟ้า ERCOT ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 14% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578</p>
<p>การยกระดับ BPP สู่กลุ่มธุรกิจ Power+ จึงเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ระดับ Utility-scale ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนในบริษัท BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I &amp; II ในสหรัฐฯ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนในโครงการพลังงานใหม่ ๆ เช่น โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth BESS ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความสามารถแข่งขันในตลาดพลังงานโลก</p>
<h3>รุกพลังงานสะอาดในจีน เสริมรายได้ขายสิทธิปล่อยคาร์บอน</h3>
<p>สำหรับโครงการพลังงานสะอาด บริษัทเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน ไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกันบริษัทมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสิทธิการปล่อยคาร์บอนของโรงไฟฟ้า CHP ในจีน ผ่านระบบ Carbon Emission Allowances (CEAs) มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg" alt="โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง" width="658" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-300x192.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-500x320.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg" alt="โครงการ Iwate Tono BESS ในญี่ปุ่น" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>เร่งขยายลงทุน BESS ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น</h3>
<p>อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของธุรกิจคือ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ซึ่งบริษัทเร่งขยายการลงทุนในทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยโครงการ Megamouth BESS ในสหรัฐฯ มีกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนในญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono BESS ขนาด 14.5 เมกะวัตต์ / 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเริ่มดำเนินการแล้ว ขณะที่โครงการ Aizu, Tsuno และโครงการร่วมทุน Kamigumi-Tokyo ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2571</p>
<p>ด้าน ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) บริษัทฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นรวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้กับลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในสหรัฐฯ บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ Power Trading ในตลาด ERCOT ผ่านแพลตฟอร์มของ Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</p>
<h3>ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ผ่าน CCS และ Banpu NEXT</h3>
<p>อิศรา กล่าวว่า BPP ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Decarbonization ผ่านการร่วมลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Cotton Cove CCS ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 32,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมทั้งต่อยอดการลงทุนผ่านบริษัท Banpu NEXT เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero Solutions ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง SolarBK และอมตะวีเอ็น พัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อปกำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะในเวียดนาม 2 แห่ง</p>
<h3>ดัน BESS ขึ้นแท่นหัวใจธุรกิจพลังงานใหม่</h3>
<p>สำหรับภาพรวมกำลังการผลิต ปัจจุบัน BPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงาน 673 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจ Battery Energy Storage System (BESS) กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยภายในหนึ่งปีบริษัทสามารถเก็บพลังงานได้รวม 444 เมกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้เมื่อรวมกำลังการผลิตและศักยภาพระบบกักเก็บพลังงานของทั้งกลุ่มแล้ว จะมีขนาดรวมประมาณ 1.3 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยระบบกักเก็บพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพของระบบสายส่ง และสร้างโอกาสทำกำไรในช่วงที่ตลาดไฟฟ้ามีความผันผวน</p>
<p>แม้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนบางส่วนจะยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Jinhu Qianfeng BESS ขนาด 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่เพิ่มเติม 20 เมกะวัตต์ ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้น ไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนทิศทางของ BPP ที่มุ่งเสริมพอร์ตพลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโครงสร้างพลังงานยุคใหม่ในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 04:22:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU (NewCo)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43381</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยังคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันอุปทานพลังงานและผลักดันราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้น สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลังงานในตลาดโลกลดลงและทำให้ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหินและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยั<wbr />งคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรั<wbr />ฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวั<wbr />นออกกลางที่กดดันอุปทานพลั<wbr />งงานและผลักดันราคาพลั<wbr />งงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้<wbr />าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคั<wbr />ญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลั<wbr />งงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานโลกที่เพิ่มขึ้น</p>
<p dir="ltr"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
</div>
</div>
<p><span id="more-43381"></span></p>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รั<wbr />บผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้<wbr />งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวั<wbr />นออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลั<wbr />งงานในตลาดโลกลดลงและทำให้<wbr />ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตั<wbr />วเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยั<wbr />งส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหิ<wbr />นและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ใช้พลังงานมีแนวโน้<wbr />มปรับเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิ<wbr />งทดแทนกันมากขึ้นตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการพลังงานจากประเทศผู้<wbr />บริโภครายใหญ่ เช่น จีน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคง</p>
<p dir="ltr">ในส่วนของตลาดก๊าซธรรมชาติสหรั<wbr />ฐฯ โดยเฉพาะดัชนี Henry Hub มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิ<wbr />ศทางราคาพลังงานโลก เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางอ้<wbr />อมจากราคาน้ำมันและ LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทประเมินว่าราคาก๊<wbr />าซในตลาดสหรัฐฯ มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิ<wbr />จของบ้านปูในปี 2569 ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับมั่<wbr />นคง ทั้งในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุ<wbr />รกิจไฟฟ้า</p>
<p dir="ltr">ด้านราคาถ่านหินซึ่งเป็นหนึ่<wbr />งในสินค้าหลักของบริษัท ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนั<wbr />ยสำคัญ จากระดับประมาณ 100–110 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงเดื<wbr />อนมกราคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 136 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของปีที่<wbr />ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวดีขึ้น แต่บริษัทก็ยังเผชิญแรงกดดันด้<wbr />านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่มี<wbr />แนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้บริษัทต้องบริหารจั<wbr />ดการต้นทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการปรับแผนการผลิต การเพิ่มประสิทธิ<wbr />ภาพกระบวนการดำเนินงาน และการลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติ<wbr />กส์</p>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์</strong> กล่าวอีกว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการดำเนินงานธุ<wbr />รกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยตั้งเป้าปริมาณการผลิตมากกว่<wbr />า 42 ล้านตันต่อปี และปริมาณการขายมากกว่า 45 ล้านตัน สะท้อนทิศทางการฟื้นตั<wbr />วของตลาดพลังงานและความต้<wbr />องการใช้ถ่านหินในหลายภูมิภาค สำหรับแผนการดำเนินงานรายพื้นที่<wbr /> เหมืองถ่านหินใน มองโกเลีย มีแผนเพิ่มกำลังการผลิ<wbr />ตและการจำหน่ายอีกประมาณ 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรวมเพิ่<wbr />มเป็น 3 ล้านตันต่อปี ขณะที่เหมืองใน ออสเตรเลีย ตั้งเป้ายอดขายถ่านหินในปีนี้ที่<wbr />ประมาณ 8.3 ล้านตัน ส่วนเหมืองใน จีน จะยังคงรักษาระดับการผลิ<wbr />ตและการขายใกล้เคียงกับปีก่<wbr />อนหน้า</p>
<p dir="ltr">ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซีย ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการอนุ<wbr />มัติโควตาการผลิตจากภาครัฐ โดยบริษัทคาดว่าปริมาณการผลิ<wbr />ตในปีนี้จะไม่ต่ำกว่าระดับของปี<wbr />ก่อน ขณะที่ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทวางแผนการผลิตถ่านหินไว้<wbr />ที่ประมาณ 5.1 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้<wbr />องการในตลาดพลังงานที่ยังคงมี<wbr />แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p dir="ltr">ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ BANPU (NewCo) จะขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และ เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ซึ่งเป็นโครงสร้างธุรกิจที่<wbr />สอดคล้องกับกลยุทธ์ Energy Symphonics ที่บริษัทใช้เป็นแนวทางขับเคลื่<wbr />อนองค์กรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิ<wbr />จที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573</p>
<p dir="ltr">สำหรับธุรกิจ Next-Gen Mining ในปี 2568 บริษัทเริ่มดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์เหมืองถ่านหิ<wbr />นในประเทศมองโกเลียเป็นปีแรก โดยมีปริมาณการขายรวม 1.62 ล้านตัน ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซียได้จั<wbr />ดตั้ง Transformation Office เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุ<wbr />งประสิทธิภาพและลดต้นทุ<wbr />นการดำเนินงาน ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ส่วนเหมืองในออสเตรเลี<wbr />ยสามารถลดต้นทุนเงินสดได้อีก 75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุ<wbr />รกิจแร่แห่งอนาคตผ่านการลงทุ<wbr />นในธุรกิจนิกเกิลต้นน้ำในอิ<wbr />นโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุ<wbr />ณภาพสูงและรองรับความต้<wbr />องการของอุตสาหกรรมพลั<wbr />งงานสะอาดในอนาคต</p>
<p dir="ltr">ในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ<wbr />ครบวงจรในสหรัฐฯ U.S. Closed-Loop Gas บริษัทได้ลงทุนในแหล่งก๊าซ Bedrock และเริ่มรับรู้ผลประกอบการหลั<wbr />งการทำธุรกรรมแล้วเสร็จในเดื<wbr />อนกันยายน 2568 ส่งผลให้ปริมาณการขายก๊<wbr />าซธรรมชาติรวมของบริษัทเพิ่มขึ้<wbr />นเป็น 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้บริษัทได้ดำเนิ<wbr />นการปรับโครงสร้างธุรกิ<wbr />จโดยรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊<wbr />าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ไว้ภายใต้บริษัท BKV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริ<wbr />หารธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร</p>
<p dir="ltr">นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ การดักจับและกักเก็บคาร์<wbr />บอนไดออกไซด์ (CCUS) ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกั<wbr />บกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners ประเทศเดนมาร์ก โดยโครงการ Barnett Zero สามารถอัดเก็บคาร์บอนได้ 138,280 ตันในปี 2568 และเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์โครงการ Cotton Cove ซึ่งมีกำลังการกักเก็บคาร์บอน 32,000 ตันต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569</p>
<p dir="ltr">ด้านธุรกิจ Power+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านไฟฟ้<wbr />าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน บริษัทกำลังพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้<wbr />าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนิ<wbr />นการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายธุรกิจระบบกักเก็<wbr />บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) อย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์<wbr />โครงการ Iwate Tono ในประเทศญี่ปุ่น และลงทุนพัฒนาโครงการใหม่<wbr />ในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิ<wbr />ตรวมของระบบ BESS อยู่ที่ประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นมี<wbr />ยอดจำหน่ายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง และธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ ภายใต้บริษัท BKV Energy ยังได้รับรางวัล “Best Electricity Provider” จากเวที Best of the Best 2025 ของ Houston Chronicle จากการโหวตของผู้บริโภคในรัฐเท็<wbr />กซัส</p>
<p dir="ltr">ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Future Tech มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ Net Zero ผ่านความร่วมมือกับพันธมิ<wbr />ตรในหลายประเทศ โดยธุรกิจโซลาร์บนหลั<wbr />งคาและโซลาร์ลอยน้ำของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ ได้ร่วมมือกับบริษัทอมตะ วีเอ็น และ SolarBK พัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคาในนิ<wbr />คมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวี<wbr />ยดนามรวมกำลังการผลิต 227 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทมีกำลั<wbr />งการผลิตรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และมีการบริหารจัดการยานยนต์<wbr />ไฟฟ้ารวม 876 คัน</p>
<p dir="ltr">ขณะเดียวกันบริษัทยังลงทุนผ่<wbr />านหน่วยงาน Corporate Venture Capital ในบริษัทเทคโนโลยีด้านโครงสร้<wbr />างพื้นฐาน AI อย่าง Mixx Technologies และบริษัท ARC Clean Technology ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานไฟฟ้าปลอดคาร์บอนของผู้ใช้<wbr />ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ผลิตไฮโดรเจน</p>
<p dir="ltr">สินนท์ กล่าวเสริมว่า ในอนาคตบ้านปู<wbr />จะวางบทบาทของตนเองในฐานะ “Energy Architect” หรือผู้ออกแบบและพัฒนาระบบพลั<wbr />งงานเพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการเติบโตอย่<wbr />างรวดเร็วของเทคโนโลยีปั<wbr />ญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้องการพลังงานไฟฟ้าปริ<wbr />มาณมหาศาล โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่<wbr />วนพลังงานสีเขียวในพอร์ตธุรกิ<wbr />จให้มากกว่า 50% ภายในปี 2030 ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิ<wbr />ตพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิ<wbr />ดชอบ</p>
<p dir="ltr">“แม้บริษัทจะศึกษาความเป็นไปได้<wbr />ในการลงทุนในธุรกิจเศรษฐกิจหมุ<wbr />นเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย แต่การตัดสินใจลงทุนยังต้องพิ<wbr />จารณาถึงขนาดตลาดและศั<wbr />กยภาพในการขยายธุรกิจเป็นสำคัญ ปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่ของบริ<wbr />ษัทจึงยังมุ่งไปยังประเทศที่มี<wbr />ตลาดขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่<wbr />วงของการติดตามและศึกษาความเป็<wbr />นไปได้ของโครงการในอนาคต” <strong>สินนท์</strong> กล่าว</p>
</div>
</div>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 173,423 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 1,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,108 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็<wbr />งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงผลกระทบจากรายการอนุพันธ์<wbr />ทางการเงินและรายการพิเศษอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุ<wbr />ทธิ 61.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,025 ล้านบาท</p>
</div>
</div>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตารัฐบาลใหม่ เดินเกม “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” เร่งเครื่องพลังงานสะอาด โมเดลนี้ทำได้จริงแค่ไหน?</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-economy-plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 09:44:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางนโยบายของรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคภูมิใจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว พลัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43165</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ส่งสัญญาณชัดว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังคว้าที่นั่ง สส. มากที่สุดในสภา รวม 194 คน แยกเป็น สส.เขต 175 คน และ สส.บัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่ง ทำให้ทิศทางนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ถูกจับตาในฐานะตัวกำหนดหมุดหมายเศรษฐกิจและโครงสร้างการพัฒนาประเทศระยะต่อไป นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้อง เช่น โครงการลดภาระค่าครองชีพและการจัดการหนี้ครัวเรือน อีกหนึ่งแกนนโยบายที่ถูกวางเป็นยุทธศาสตร์หลักคือ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” ซึ่งถูกยกระดับเป็นนโยบายเรือธงด้านการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และวางเป้าหมายพาไทยเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตภูมิอากาศ เหตุอุทกภัย และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-economy-plus/">จับตารัฐบาลใหม่ เดินเกม “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” เร่งเครื่องพลังงานสะอาด โมเดลนี้ทำได้จริงแค่ไหน?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ส่งสัญญาณชัดว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังคว้าที่นั่ง สส. มากที่สุดในสภา รวม 194 คน แยกเป็น สส.เขต 175 คน และ สส.บัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่ง ทำให้ทิศทางนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ถูกจับตาในฐานะตัวกำหนดหมุดหมายเศรษฐกิจและโครงสร้างการพัฒนาประเทศระยะต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-43165"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43169" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/green-economy-plus-02.jpg" alt="พรรคภูมิใจไทย" width="740" height="508" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/green-economy-plus-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/green-economy-plus-02-300x206.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/green-economy-plus-02-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/green-economy-plus-02-500x343.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้อง เช่น โครงการลดภาระค่าครองชีพและการจัดการหนี้ครัวเรือน อีกหนึ่งแกนนโยบายที่ถูกวางเป็นยุทธศาสตร์หลักคือ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” ซึ่งถูกยกระดับเป็นนโยบายเรือธงด้านการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และวางเป้าหมายพาไทยเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตภูมิอากาศ เหตุอุทกภัย และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประเด็นสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่วาระรองอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวแปรสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว บทสรุปนโยบายด้านความยั่งยืนของว่าที่รัฐบาลชุดใหม่จึงเป็นอีกจุดที่ต้องติดตาม ว่าจะเปลี่ยนจากกรอบแนวคิดไปสู่การปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใดในช่วง 4 ปีข้างหน้า</p>
<h3>เดินหน้าไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตอบการค้าโลก</h3>
<p>พรรคภูมิใจไทย ได้วางกรอบขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยแนวทางสีเขียวแบบครบมิติ ทั้งการออกกฎหมายและมาตรฐานสีเขียว การพัฒนาระบบการเงินสีเขียว (Green Finance) การจัดตั้งตลาดทุนสีเขียวและตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนการยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘รักษ์โลกคือทางรอดและทางรวย’ ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของสหภาพยุโรป และพันธกรณีภายใต้ความตกลงปารีส</p>
<h3>เจาะ Direct PPA ลดภาระครัวเรือน</h3>
<p>ด้านพลังงานสะอาด นโยบายเน้นส่งเสริมโครงการโซลาร์เซลล์ชุมชนและโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Floating Solar) ผ่านระบบซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อให้สามารถส่งไฟฟ้าเข้าครัวเรือนได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนกลางที่ก่อให้เกิดต้นทุนซ้ำซ้อน พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ให้เป็นธรรมมากขึ้น ตั้งเป้าค่าไฟฟ้าไม่เกินหน่วยละ 3 บาท สำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรก โดยใช้งบประมาณประจำปีและรายได้จากพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนบางส่วน</p>
<p>นโยบายพลังงานสีเขียวยังให้ความสำคัญกับโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน โดยเปิดให้ประชาชนสมัครเข้าร่วมโครงการใช้พื้นที่หลังคาติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ไฟได้ภายในบ้าน คิดเป็นมูลค่าการประหยัดไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน พร้อมเปิดทางให้นำไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ขายคืนให้ภาครัฐผ่านระบบของการไฟฟ้า เพื่อเพิ่มรายได้และขยายฐานพลังงานสะอาดในระดับชุมชน</p>
<h3>ภาคสิ่งแวดล้อมห่วงตลาดคาร์บอน อาจเบี่ยงเป้าลดปล่อยจริงที่ต้นทาง</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาคสิ่งแวดล้อมได้ตั้งข้อสังเกตต่อกลไกตลาดคาร์บอนที่อยู่ในชุดนโยบายสีเขียว โดยนักรณรงค์จากกรีนพีซ ประเทศไทย แสดงความกังวลว่า การใช้ระบบซื้อ–ขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิต ทั้งในตลาดสมัครใจและภาคบังคับ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการอ้างการลดการปล่อย แทนการลดที่ต้นทางจริง ทำให้ผู้ประกอบการหรือบางประเทศเลือกใช้วิธีซื้อเครดิตเพื่อชดเชย มากกว่าปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ซึ่งอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<h3>จัดการฝุ่น PM2.5 ที่ต้นทาง หนุนใช้รถไฟฟ้า</h3>
<p>ในส่วนคมนาคมสีเขียว เสนอสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนชำระเดือนละ 300 บาท ระยะเวลา 60 งวด ภายใต้กรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต มุ่งลดภาระค่าครองชีพ ลดการนำเข้าน้ำมัน ลดมลพิษฝุ่น PM2.5 และสร้างแรงส่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเติบโต</p>
<h3>เตรียมแผนตั้งรับภัยพิบัติ เยียวยาประชาชน</h3>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีแผนจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อยกระดับระบบรับมือและเยียวยาความเสียหาย โดยพัฒนาฐานข้อมูลและระบบพยากรณ์ภัยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงานแบบโปร่งใส พร้อมจัดทำผังความเสี่ยงรายตำบล และระบบแจ้งเตือนประชาชนอย่างแม่นยำรวดเร็ว</p>
<p>กองทุนดังกล่าวกำหนดให้เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกครัวเรือนทั่วประเทศกว่า 29 ล้านครัวเรือน โดยรัฐสนับสนุนค่าเบี้ยประกันครัวเรือนละ 1,000 บาท วงเงินรวมเกือบ 30,000 ล้านบาท และเมื่อเกิดภัย เช่น น้ำท่วม ระบบจะประเมินข้อมูลและจ่ายเยียวยาได้ทันที ครัวเรือนละ 100,000 บาท พร้อมเปิดทางให้ประชาชนสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามความสมัครใจ</p>
<p>อนาคตของนโยบาย “<strong>เศรษฐกิจสีเขียว พลัส</strong>” จะเกิดขึ้นได้จริงเพียงใด ยังไม่ใช่เรื่องของคำประกาศ แต่เป็นบททดสอบด้านการลงมือทำของพรรคภูมิใจไทย ว่าจะสามารถแปลงนโยบายหาเสียงให้เป็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้หรือไม่ ทั้งด้านพลังงานสะอาด ค่าไฟ โครงสร้างเศรษฐกิจสีเขียว และระบบคุ้มครองภัยพิบัติ หากเดินหน้าได้จริง ไทยอาจขยับสู่เส้นทางประเทศคาร์บอนต่ำอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากสะดุด ก็อาจเป็นเพียงอีกชุดแนวคิดที่สวยงามบนกระดาษ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของประเทศ หรือจะเป็นแค่นโยบายที่น่าจดจำเฉพาะช่วงเลือกตั้งเท่านั้น?</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-economy-plus/">จับตารัฐบาลใหม่ เดินเกม “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” เร่งเครื่องพลังงานสะอาด โมเดลนี้ทำได้จริงแค่ไหน?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนา เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘โฟกัสเพื่อก้าวนำ เติบโตอย่างยั่งยืน’ เดินหน้าปลดล็อกการเข้าถึงบ้านของคนไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 01:47:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SENA]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Living Leader]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เสนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43092</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้โจทย์ใหญ่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่ไม่อาจแยก “การพัฒนาโครงการ” ออกจาก “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” โดยล่าสุดได้ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW” มุ่งโฟกัสจุดแข็งด้านการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยควบคู่การใช้พลังงานสะอาด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) ในทุกมิติของการพัฒนาโครงการ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow/">เสนา เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘โฟกัสเพื่อก้าวนำ เติบโตอย่างยั่งยืน’ เดินหน้าปลดล็อกการเข้าถึงบ้านของคนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>SENA</strong> เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้โจทย์ใหญ่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่ไม่อาจแยก “การพัฒนาโครงการ” ออกจาก “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” โดยล่าสุดได้ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ <strong>“FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW”</strong> มุ่งโฟกัสจุดแข็งด้านการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยควบคู่การใช้พลังงานสะอาด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) ในทุกมิติของการพัฒนาโครงการ</p>
<p><span id="more-43092"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43094" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-02.jpg" alt="ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า เสนาเดินหน้าเติบโตบนฐานความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ควบคู่การขยายรายได้ประจำ เพื่อเสริมความมั่นคงและลดความผันผวนในระยะยาว โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือโซลูชัน “LivNex เช่าออมบ้าน” ที่ช่วยให้ผู้ยังไม่พร้อมขอสินเชื่อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 976 ราย มูลค่ารวมราว 1,900 ล้านบาท ขณะที่ โครงการ “RentNex เช่าตรงกับเสนา” ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง มีคอนโดมิเนียมเข้าร่วม 27 โครงการ ผู้เช่ากว่า 605 ห้อง และสามารถต่อยอดสู่การโอนทรัพย์ให้นักลงทุนแล้ว 2 ยูนิต สะท้อนบทบาทของเสนาในฐานะแบรนด์ที่ดูแลลูกค้าตลอดเส้นทางการอยู่อาศัย และเติบโตไปพร้อมสังคมอย่างยั่งยืน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากจำนวนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 40,000 หน่วย จากช่วงปีที่ตลาดอยู่ในสภาวะที่ดีซึ่งเคยอยู่ราว 100,000 หน่วย สะท้อนว่าตลาดโดยรวมลดลงถึง 60,000 หน่วย ทั้งที่จำนวนผู้ประกอบการและความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคน 60,000 รายนี้ไม่อยากมีบ้าน หรือเลิกคิดจะมีบ้านแล้ว แต่ความจริงคือ คนกลุ่มนี้ “ยังเข้าถึงการมีบ้านไม่ได้” มากกว่า แนวคิดของบริษัทจึงไม่ใช่การหนีออกจากตลาดเดิม แต่เลือกยืนอยู่ในจุดเดิมและพยายามแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด ด้วยการหาวิธีทำให้ช่องว่าง 60,000 ค่อย ๆ ลดลงเหลือ 10,000 ในปีหน้า และเป็น 20,000 ในปีถัดไป แทนที่จะปล่อยให้ความต้องการเหล่านี้หายไปจากระบบ</p>
<p>เหตุผลดังกล่าวจึงนำมาสู่ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ที่นิยามใหม่ให้เป็น “การเติบโตที่มีคุณค่า” มากกว่าการขยายตัวเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตผ่านการเสริมพลังให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43095" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-03.jpg" alt="ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong>กล่าวต่อว่า ทุกโครงการของเสนายังคงยึดมั่นในเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจากปีนี้สู่ปีถัดไป เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่น้อยกว่า 12,765 ตัน หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 1.27 ล้านต้น</p>
<p>ปัจจุบันเสนาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวในตลาดที่ติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ให้กับบ้านในโครงการ <strong>Grand Series</strong> ครอบคลุมทุกระดับราคา โดยแนวทางดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการอยู่อาศัยของลูกค้าในกลุ่ม Grand Series ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านในช่วงกลางวัน หากติดตั้งเพียงแผงโซลาร์โดยไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานที่ผลิตได้จะไม่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เสนาจึงเลือกติดตั้งโซลาร์ควบคู่แบตเตอรี่ เพื่อให้พลังงานสะอาดสามารถนำมาใช้ได้จริงในช่วงเวลาที่จำเป็น และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย</p>
<p>“ปีที่ผ่านมา เสนาติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ในบ้าน <strong>Grand Series</strong> แล้วมากกว่า 4 โครงการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการปล่อยคาร์บอนที่วัดผลได้จริง ผ่านตัวเลขค่าไฟที่ลดลงอย่างชัดเจน” <strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong><strong>กล่าว</strong></p>
<p>เสนายังมองเห็นข้อจำกัดของระบบโซลาร์แบบเดิมในอาคารหลายประเภทที่มีพื้นที่หลังคาจำกัดแต่ใช้ไฟฟ้าสูงตลอดทั้งวัน จึงขยายบทบาทสู่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน โดยเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาแผงโซลาร์แบบยืดหยุ่นที่ติดตั้งได้หลากหลายทิศทาง และพร้อมนำมาใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้</p>
<p>สำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ 8 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 7 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่ารวม 10,700 ล้านบาท โดยยังคงมุ่งเน้นตลาด Affordable Segment ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสนาครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 14,000 ล้านบาท และยอดโอน 9,300 ล้านบาท ซึ่งได้รวมสัดส่วนรายได้จากโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน</p>
<p>ด้วยกลยุทธ์การเติบโตของเสนา ภายใต้แนวคิด<strong> “</strong><strong>FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW”</strong> โฟกัสจุดแข็งหลัก เพื่อก้าวนำตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>Affordable Home Leadership </strong><strong>ผู้นำที่อยู่อาศัยราคาที่เข้าถึงได้จริง</strong><br />
ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Affordable โดยเน้นคอนโดและบ้านที่ฟังก์ชันตอบโจทย์ชีวิตจริง ทำเลเดินทางสะดวก และราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ ผ่านแบรนด์หลักอย่าง <strong>SENA KITH</strong> และ <strong>COZI</strong></p>
<p><strong>Green Living Leadership</strong><strong>  </strong><strong>ผู้นำการอยู่อาศัยประหยัดพลังงานที่วัดผลได้จริง</strong><br />
ขับเคลื่อนแนวคิด Green Living ที่ “ประหยัดจริง ลดคาร์บอนจริง” ตั้งแต่บ้านพลังงานเป็นศูนย์ คอนโด Low Carbon การใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อคนและสัตว์เลี้ยง</p>
<p><strong>Home Accessibility Leadership  </strong><strong>ผู้นำการทำให้การมีบ้านเป็นไปได้จริง</strong><br />
สร้าง “น่านน้ำใหม่ในตลาดเดิม” ผ่านการลดข้อจำกัดด้านการเงินของผู้บริโภค ด้วยโมเดลการเข้าถึงบ้านที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่การเช่าไปสู่การเป็นเจ้าของ ผ่านโซลูชัน <strong>LivNex</strong> และ <strong>RentNex</strong> ที่ช่วยสะสมโอกาสการมีบ้านในอนาคต</p>
<p>ทั้ง 3 แกนกลยุทธ์ สะท้อนทิศทางการเติบโตของเสนาที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่าง ยอดขาย การสร้างรายได้ประจำ และเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมยกระดับบทบาทจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่แบรนด์ที่ช่วย ‘สานฝันให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านได้ในทุกช่วงชีวิต’ อย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-focus-to-lead-efficient-to-grow/">เสนา เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘โฟกัสเพื่อก้าวนำ เติบโตอย่างยั่งยืน’ เดินหน้าปลดล็อกการเข้าถึงบ้านของคนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 03:29:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[NEXTOPIA]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สยามพารากอน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42817</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทะลุมิติสู่โลกอนาคตที่ NEXTOPIA ณ สยามพารากอน ชั้น 5 เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตผ่านวิสัยทัศน์ของ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ Chief of NEXTOPIA ที่นี่คือพื้นที่ที่ต้องมา เพราะไม่ใช่แค่ให้ชม แต่ให้ลงมือสัมผัสจริง เห็นภาพชัดว่าเทคโนโลยี ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร และกลับไปพร้อมไอเดียใหม่ ๆ ที่นำไปต่อยอดได้ทั้งชีวิตและธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต Chief of NEXTOPIA ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/">NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทะลุมิติสู่โลกอนาคตที่ NEXTOPIA ณ สยามพารากอน ชั้น 5 เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตผ่านวิสัยทัศน์ของ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ Chief of NEXTOPIA ที่นี่คือพื้นที่ที่ต้องมา เพราะไม่ใช่แค่ให้ชม แต่ให้ลงมือสัมผัสจริง เห็นภาพชัดว่าเทคโนโลยี ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร และกลับไปพร้อมไอเดียใหม่ ๆ ที่นำไปต่อยอดได้ทั้งชีวิตและธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-42817"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01.jpg" alt="รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต</span> Chief of NEXTOPIA ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ </strong>เปิดเผยวิสัยทัศน์ในการพัฒนา “<strong>NEXTOPIA</strong>” ว่า แนวคิดเริ่มต้นมาจากคำถามสำคัญต่อบทบาทของห้างสรรพสินค้าในโลกอนาคต โดยเฉพาะ “The World” ในฐานะศูนย์การค้าอย่างสยามพารากอน ว่าจะสามารถขับเคลื่อนโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไร</p>
<p><strong>รศ.ดร.สิงห์</strong> ระบุว่า โลกอนาคตไม่ใช่ภาพที่สวยหรูอย่างที่หลายคนคาดหวัง เนื่องจากปัจจุบัน เรากำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง และทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง</p>
<p>จากโจทย์ดังกล่าว ผู้บริหารจึงตั้งคำถามร่วมกันว่า “Next Step” หรือก้าวต่อไปของโลกควรเป็นอย่างไร ในมุมมองของห้างสรรพสินค้า และจุดแข็งที่แท้จริงของพื้นที่ลักษณะนี้คืออะไร แม้คำตอบจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการสร้างโลกใหม่ที่ผสานทั้งเทคโนโลยี AI ความยั่งยืน และนวัตกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวและต้องใช้งบประมาณมหาศาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42820" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นั่นจึงเป็นที่มาของการถือกำเนิด “<strong>NEXTOPIA</strong>” พื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทดลองว่า ปัจจุบันเรามีแนวคิด เทคโนโลยี และแนวทางการวางแผนอะไรบ้าง ที่สามารถนำมาประกอบร่างเป็นภาพของโลกอนาคตได้จริง</p>
<p>สำหรับ การพัฒนา <strong>NEXTOPIA</strong> ใช้เวลายาวนานกว่าการพัฒนาห้างสรรพสินค้าทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากระหว่างกระบวนการคิดและออกแบบ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการทบทวน ปรับเปลี่ยน และย้อนกลับมาคิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งต่างจากบางโครงการที่ผูกติดกับ TOR ซึ่งเมื่อเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถปรับแก้ได้ ส่งผลให้เกิดความล้าสมัยในระยะยาว</p>
<p><strong>“NEXTOPIA</strong> ไม่ควรเป็นแบบนั้น ทุกช่วงเวลาต้องทันสมัย และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” พร้อมชี้ว่า โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ที่ไม่สิ้นสุด เพราะเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นตลอดเวลา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg" class="attachment-large size-large" alt="NEXTOPIA" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg" class="attachment-large size-large" alt="NEXTOPIA" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a>

<p>ทั้งนี้ <strong>NEXTOPIA</strong> ไม่ได้จบลงเพียงวันที่เปิดตัว หากใครมีไอเดียใหม่ สามารถนำเสนอและเข้ามาร่วมสร้างได้อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมเฉลี่ยวันละ 12,000–13,000 คน นั้นคือภาพสะท้อนให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ให้ความสำคัญและใส่ใจประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</p>
<p>ในเชิงการออกแบบ รศ.ดร.สิงห์ฯ ยังได้ชูแนวคิดไปถึงรายละเอียดการมาเยือน “<strong>NEXTOPIA</strong>” ตั้งแต่ช่วงก้าวออกจากลิฟต์ ว่าควรเปิดพื้นที่อย่างไร แทนที่จะเป็นพื้นที่กว้างโล่ง กลับเลือกออกแบบเป็นทางเดินแคบ ๆ เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินผ่านประตูสู่โลกอีกมิติหนึ่ง ไปสู่อนาคตที่เหนือจินตนาการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42824" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-11.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>

<p>สำหรับ <strong>NEXTOPIA</strong> พื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต เปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกิจกรรมหลากหลายที่ชวนตั้งคำถามกับโลกใบเดิม พร้อมค้นหาคำตอบว่า “เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร โดยไม่ทำร้ายโลก”</p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ The Globe พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้โลกได้เล่าเรื่องของตัวเองแบบเรียลไทม์ ผ่านข้อมูลดาวเทียมล่าสุดจาก NASA และ GISTDA ถ่ายทอดภาพสถานการณ์โลกและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้าใจง่าย ลึกซึ้ง และทันเหตุการณ์ ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>NEXTOPIA</strong> และ Plan B Media</p>
<p>ถัดมาคือ Talk to Our World กิจกรรมที่ชวนทุกคนร่วม “พูดถึงโลกที่ดีกว่า” ในมุมมองของตัวเอง ผ่านการบันทึกเสียงและสนทนากับระบบปัญญาประดิษฐ์จาก Microsoft Azure โดยเสียงของผู้ร่วมกิจกรรมจะถูกนำไปรวมเป็น “พลังเสียงแห่งอนาคต” สะท้อนความคิดและความหวังของผู้คนต่อโลกใบนี้</p>
<p>อีกหนึ่งจุดเด่นคือ The Kinetic Floor พื้นอัจฉริยะฝีมือคนไทย ที่เปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง หรือกระโดด ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากความร่วมมือของ Bangkok Cable, NEXTOPIA และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p>
<p>ผู้เข้าชมยังจะได้สัมผัสความเย็นสบายอย่างยั่งยืนกับ The Cooling Waterfall นวัตกรรมน้ำตกประหยัดพลังงาน ความสูงกว่า 16 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่ 3 ชั้นใจกลาง <strong>NEXTOPIA</strong> ด้วยระบบ Radiant Cooling ที่คงอุณหภูมิน้ำไว้ที่ 15 องศาเซลเซียส สร้างสภาวะเย็นสบายโดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ด้านอาหารและการเกษตร นำเสนอผ่าน The Vertical Farm ฟาร์มผักแนวตั้งใจกลางเมือง ครั้งแรกในไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ร่วมปลูก เก็บ และลิ้มรสผักที่ปลูกเอง เชื่อมโยงแนวคิดอาหารยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตเมืองอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42829" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>NEXTOPIA</strong> ยังซ่อน “โครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน” ไว้ทั่วทั้งอาคาร ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาดจากแผงโซลาร์เซลล์ ระบบอากาศบริสุทธิ์ระดับห้องปลอดเชื้อ เทคโนโลยีพื้นเย็นแบบ Radiant Cooling สีปลอดสารพิษ วัสดุอัปไซเคิล งานศิลปะจากขยะทะเล ไปจนถึงแสงธรรมชาติจากเพดานโปร่งแสงที่ช่วยลดการใช้พลังงาน</p>
<p>ในมิติไลฟ์สไตล์ <strong>NEXTOPIA</strong> ยังนำเสนอการกิน การช้อป และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย คัดสรรอาหารที่สนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร พร้อมพื้นที่ช้อปปิ้งสินค้ารักษ์โลกจากแบรนด์ไทยและนานาชาติ ที่เปลี่ยนทุกการจับจ่ายให้กลายเป็นการลงมือทำเพื่อโลก</p>
<p>ทั้งหมดนี้ทำให้ <strong>NEXTOPIA</strong> คือ “<strong>พื้นที่มีชีวิต</strong>” ที่ชวนให้ผู้คนมองเห็นอนาคตใกล้ตัวกว่าที่คิด และเริ่มต้นเปลี่ยนโลกได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป</p>
<p><strong>พบกับ NEXTOPIA ได้ที่ สยามพารากอน ชั้น 5</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/">NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 07:01:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[ทรินาโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42774</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้? ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้?</p>
<p><span id="more-42774"></span></p>
<p>ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42776" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="549" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-500x371.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 4.8 กิกะวัตต์ ในปี 2568 ซึ่งมากกว่า 1.5 เท่า ของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น กระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วเมื่อนโยบายมีความสอดคล้องกัน และเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังการผลิตที่สูงขึ้น</p>
<p>ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนไว้ในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ โดยประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 43 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580 อินโดนีเซียวางแผนที่จะติดตั้งการผลิตพลังงานสะอาด 42.6 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2577 และเวียดนามตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ที่ 24 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2573</p>
<p>ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุนระยะยาวเข้าสู่ภูมิภาคโดยมีเงื่อนไขว่า กระบวนการขออนุญาต การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าจะต้องสอดคล้องกันสนับสนุนให้โครงการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์มีความน่าเชื่อถือ และน่าลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>แนวโน้มในระดับภูมิภาคก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน ฟิลิปปินส์กำลังเปิดประมูลการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปีนี้หลังจากหยุดชะงักไปสองปี ในขณะที่มาเลเซียกำลังผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการคาดการณ์ของรัฐบาลระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์จะส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573และ 20.9 กิกะวัตต์ ภายในปี 2583 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความต้องการพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและโซลูชันการจัดการสำหรับผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการวางแผนไปสู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ภายใต้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าผ่านกริด การอนุมัติโครงการอย่างรวดเร็ว และการผลักดันนวัตกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนเป้าหมายพลังงานสะอาดให้เป็นโครงการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) สะท้อนถึงเป้าหมายในการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 47% ภายในปี 2578และบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593ควบคู่ไปกับการเปิดเสรีภาคพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเทศไทยเตรียมอนุมัตินโยบายการเปิดให้ธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิต (DPPA) ในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถจัดหาพลังงานสะอาดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น</p>
<p>ภายใต้นโยบาย &#8220;Quick Big Win&#8221; ของกระทรวงพลังงาน การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสำคัญในทุกระดับ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ส่งเสริมให้ผู้ผลิตภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณ 7.5 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาครัฐ โรงพยาบาล และเพื่อช่วยเหลือระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) วางแผนที่จะลงทุน 3 พันล้านบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการส่งไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42777" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="537" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-500x363.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ภูมิทัศน์พลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการเร่งด่วนของประเทศที่ต้องการโซลูชันที่ตอบสนองด้านความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีหลายแนวโน้มที่มีความสำคัญที่มีบทบาทในการพลิกโฉมการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2569</p>
<p>แนวโน้มสำคัญประการแรก คือ <strong>การพัฒนาด้านเทคโนโลยีลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)</strong> ในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ตลาด BESS กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 76.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และพุ่งสูงขึ้นเป็น 172.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 17.6% แรงผลักดันนี้มาจากประสิทธิภาพของการกักเก็บพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยที่ดีขึ้น และต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาลดลงทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นและแบตเตอรี่ LFP ยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบจัดเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่และยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีการใช้รถ EV มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของแบตเตอรี่ถูกลง ซึ่งเป็นผลดีกับภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเพิ่มความเสถียรให้กับแหล่งพลังงานหมุนเวียนและวางรากฐานสำหรับพลังงานสะอาดในอนาคต</p>
<p>เพื่อเสริมความก้าวหน้าในระบบกักเก็บพลังงาน แนวโน้มประการที่สอง คือ การ<strong>ผนวกรวมแหล่งพลังงานหมุ<wbr />นเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลั<wbr />งงาน </strong>ในการประชุม COP30 (2025) ผู้นำระดับโลกตอกย้ำถึงความสำคัญของการเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานสะอาดเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันหลายประเทศกำลังบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในแผนพลังงานของทุกประเทศ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ขาดความต่อเนื่องในการผลิตพลังงาน จะถูกชดเชยด้วยระบบกักเก็บพลังงานทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียรสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โซลูชันที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้กริดมีความเสถียรมากขึ้นสามารถจ่ายไฟฟ้าที่จัดเก็บไว้ในช่วงที่มีความต้องการสูงสุดหรือช่วงที่มีแสงแดดน้อย ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานช่วยให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>โครงการ ไลม์สโตน โคสต์นอร์ธ เอ็นเนอร์ยี่พาร์ค ในออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานของ Trina Storage ขนาด 250 MW / 500 MWh เป็นกรณีศึกษาการใช้ระบบกักเก็บพลังงานควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนที้น่าสนใจ เพราะโครงการนี้มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคออสเตรเลียตอนใต้</p>
<p>แนวโน้มประการที่สาม เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้สูงสุด นั่นคือ <strong>การใช้ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> การเปลี่ยนที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ในมณฑลซานตง ประเทศจีน เหมืองร้างแห่งหนึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำและระบบกักเก็บพลังงาน ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการทำการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า สามารถจัดการพลังงานหมนุเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ที่ดินในการทำการเกษตรหรือประมง</p>
<p>นอกจากนี้โครงการนำร่องในการพัฒนาไมโครกริดอัจฉริยะของทรินาโซลาร์ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ โดยโครงการนี้ได้บูรณาการการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโครงสร้างหลังคาที่จอดรถ เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานแบบ All-in-one และการชาร์จแบบสองทิศทางจากระบบผลิตไฟฟ้าสู่รถยนต์ และจ่ายไฟฟ้าสู่โครงข่ายกริด (V2G) โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่สร้างระบบนิเวศของพลังงานหมุนเวียนจาก “การผลิต-การจัดเก็บ-การชาร์จ-การคายประจุ&#8221; ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการบูรณาการการผลิต กักเก็บ และจ่ายไฟฟ้าของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>แนวโน้มประการที่สี่ คือ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง คือ <strong>การพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง</strong> เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเป็นพลังงานหมุนเวียนหลักในการผลิตไฟฟ้า และความก้าวหน้าล่าสุดในเซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอนได้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์พีวีถึง 31% ทรินาโซลาร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้วยความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาล่าสุดในนวัตกรรมของโซลาร์พีวี ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี TOPCon Ultra และเซลล์แทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอน บริษัทเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมด้วยการสร้างสถิติโลกใหม่ 5 รายการทั้งในด้านประสิทธิภาพของเซลล์ กำลังไฟฟ้าด้วยโมดูลขนาด 3.1 ตารางเมตรที่มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 841 วัตต์ และมีประสิทธิภาพ 31% อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ การพัฒนาโซลาร์พีวีรุ่น Shield ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง สามารถทนทานต่อลูกเห็บที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 75 มม. ที่กระทบในมุม 60°</p>
<p>แนวโน้มประการสุดท้าย คือ <strong>การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน</strong> ดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัลแต่ก็เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานมหาศาลเช่นกัน การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จึงก่อให้เกิดความกังวลในด้าน ESG อย่างมาก เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็น 30-50% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งเดียวใช้พลังงานเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ประกอบการในยุโรปให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยกำหนดเป็นมาตรฐานของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในการดำเนินการจัดหาพลังงานหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ การนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบทำความเย็น และการจัดการทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมในการระบายความร้อนมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การระบายความร้อนด้วยของเหลว และการจัดการการไหลเวียนของอากาศขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วย การบูรณาการระบบจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นมาตรฐานของธุรกิจที่มีความสำคัญ</p>
<p>ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการใช้พลังงานสะอาดของดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านนโยบายสนับสนุนและการอนุมัติโครงการที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทรินาโซลาร์มีส่วนร่วมในการจัดหาแผงโซลาร์พีวี และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยใช้โมดูลประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบพลังงานที่ความเสถียร เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่บริหารจัดการภายใต้บริบทของความยั่งยืนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายของการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ</p>
<p>ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 5 ประการตั้งแต่การผนวกรวมพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานไปจนถึงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน ช่วยปลดล็อกโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานวิจัย ภายใต้ความร่วมมือนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถยกระดับสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานสะอาดสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<hr />
<p>โดย เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ทรินาโซลาร์เอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>IEEE PES GTD Asia 2025 ปักหมุดไทยสู่เวทีพลังงานโลก เร่งเดินหน้าเป้าหมาย Carbon Neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-gtd-asia-2025-carbon-neutrality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 02:50:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES GTD Asia 2025]]></category>
		<category><![CDATA[งานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ะบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี SMR]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42094</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก IEEE PES GTD Asia 2025 ระหว่างวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้บริหารภาครัฐและอุตสาหกรรมพลังงานชั้นนำจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมคับคั่ง งานครั้งนี้จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ถือเป็นครั้งที่ 3 ของภูมิภาคเอเชียและครั้งที่ 2 ของไทย ภายใต้ธีม “Accelerating The&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-gtd-asia-2025-carbon-neutrality/">IEEE PES GTD Asia 2025 ปักหมุดไทยสู่เวทีพลังงานโลก เร่งเดินหน้าเป้าหมาย Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก IEEE PES GTD Asia 2025 ระหว่างวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้บริหารภาครัฐและอุตสาหกรรมพลังงานชั้นนำจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมคับคั่ง งานครั้งนี้จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ถือเป็นครั้งที่ 3 ของภูมิภาคเอเชียและครั้งที่ 2 ของไทย ภายใต้ธีม “Accelerating The Energy Transition toward Carbon Neutrality-A Sustainable Energy Future for All”</strong></p>
<p><span id="more-42094"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42102" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-08.jpg" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-08.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-10.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-10-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-11.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-12.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-12-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="IEEE PES GTD Asia 2025" /></a>

<p>งานนี้รวบรวมผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน และบริษัทชั้นนำกว่า 400 แห่งจากทั่วโลก นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น Smart Grid ระบบกักเก็บพลังงาน โซลูชันปลอดคาร์บอน และเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติขั้นสูง</p>
<h3>พลังงานไทยเร่งเครื่องสู่เป้าหมาย Net Zero</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42097" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-03.jpg" alt="อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> ระบุว่า นโยบายพลังงานไทยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม โดยตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 งานนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า และเสริมประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน พร้อมดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดทั่วโลก</p>
<h3>เวทีระดับนานาชาติสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42098" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-04.jpg" alt="ศาสตราจารย์ ดร.วีรกร อ่องสกุล" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วีรกร อ่องสกุล</strong></span> <strong>ประธานการจัดงานฯ</strong> กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เปิดโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านไฟฟ้าและพลังงานในระดับภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายของภาวะโลกร้อน โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนระบบพลังงานสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p>ภายในการจัดงานครั้งนี้ได้มีการจัดเนื้อหาหลักของงานครอบคลุม 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li>การผลิตไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและยืดหยุ่น</li>
<li>ระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า ที่มุ่งหน้าไปสู่ Smart Grid และการจัดการพลังงานสองทิศทาง</li>
<li>การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเสถียรภาพของโครงข่าย</li>
</ul>
<h3>กฟผ. ย้ำพันธกิจสู่พลังงานสะอาด</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42096" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-02.jpg" alt="ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>นายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) และผู้ว่าการ กฟผ.</strong> ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและยืดหยุ่น โดยภายในงาน ผู้เชี่ยวชาญจะร่วมแบ่งปันมุมมองด้านเทคโนโลยีใหม่ที่มีบทบาทต่ออนาคตพลังงาน เช่น ไฮโดรเจนในระบบไฟฟ้า Grid Modernization ขั้นสูง เทคโนโลยี SMR และศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการระบบกริด</p>
<h3>ทีเส็บหนุนไทยสู่ศูนย์กลาง MICE ด้านพลังงาน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42099" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-05.jpg" alt="ภูริพันธ์ บุนนาค" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-PES-GTD-Asia-2025-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ภูริพันธ์ บุนนาค</span> รองผู้อำนวยการทีเส็บ</strong> กล่าวว่า การสนับสนุนงานนี้สะท้อนศักยภาพของไทยในการจัดประชุมและนิทรรศการระดับโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างมหาศาล พร้อมย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลาง MICE ด้านพลังงานชั้นนำของอาเซียน</p>
<p><strong>ผู้เข้าร่วมงานจะได้อัปเดตเทรนด์พลังงานล่าสุดผ่านนิทรรศการเทคโนโลยีล้ำสมัย การปาฐกถาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และเวทีอภิปรายเชิงลึกที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญของระบบพลังงานอนาคต ตั้งแต่ไฮโดรเจน AI สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยี SMR และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-gtd-asia-2025-carbon-neutrality/">IEEE PES GTD Asia 2025 ปักหมุดไทยสู่เวทีพลังงานโลก เร่งเดินหน้าเป้าหมาย Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
