<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Oct 2026 09:16:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Future Technology for Sustainable Economy เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต สู่เศรษฐกิจและพลังงานที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/future-technology-for-sustainable-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 09:16:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Economy]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีระบบไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46512</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล กรรมการบริษัทและรองประธานบริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Future Technology for Sustainable Economy” สำหรับหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 24 (วพน. 24) ณ Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร EnCo C โดยนำเสนอทิศทางเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและนวัตกรรมพลังงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ควบคู่กับการรักษาความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/future-technology-for-sustainable-economy/">Future Technology for Sustainable Economy เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต สู่เศรษฐกิจและพลังงานที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล</span> กรรมการบริษัทและรองประธานบริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Future Technology for Sustainable Economy” สำหรับหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 24 (วพน. 24) ณ Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร EnCo C โดยนำเสนอทิศทางเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและนวัตกรรมพลังงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ควบคู่กับการรักษาความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-46512"></span></p>
<figure id="attachment_46515" aria-describedby="caption-attachment-46515" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-46515" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-04.jpg" alt="ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-46515" class="wp-caption-text">ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล</figcaption></figure>
<p><strong>สาระสำคัญของการบรรยายชี้ให้เห็นว่า</strong></p>
<p>1) โครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงแหล่งพลังงานที่เพียงพอ แต่ต้องการ “ความอัจฉริยะ” ในการควบคุมและรักษาเสถียรภาพของระบบ โดยเฉพาะเมื่อสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy: RE) และทรัพยากรพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources: DER) เพิ่มสูงขึ้น ระบบโครงข่ายไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีความสามารถสำคัญ 5 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ การควบคุมรูปคลื่นไฟฟ้า (Grid Forming) , การสนับสนุนแรงดันไฟฟ้า (Voltage Support) , การทำงานร่วมกันของระบบ (Interoperability), การตอบสนองความถี่อย่างรวดเร็ว (Fast Fre-quency Response) และความเฉื่อยเสมือน (Synthetic Inertia) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของกำลังผลิตและโหลดอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีสำคัญ ที่ต้องนำมาใช้ ประกอบด้วย</p>
<p>• Battery Energy Storage System (BESS) ซึ่งสามารถรับ–จ่ายทั้ง Active Power และ Reactive Power ได้อย่างรวดเร็วและควบคุมได้ ช่วยลดความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียน บริหาร Peak Load และ Ramp Rate รวมถึงสนับสนุนการควบคุมความถี่ แรงดัน และเสถียรภาพโดยรวมของโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p>• Enhanced STATCOM ซึ่งผสานระบบกักเก็บพลังงานแบบ Supercapacitor เข้ากับ STATCOM ทำให้สามารถสนับสนุนได้มากกว่าการชดเชย Reactive Power โดยเพิ่มความสามารถในการจ่าย Active Power ระยะสั้น สนับสนุน Frequency Response และสร้างการตอบสนองในลักษณะ Inertia-like Response ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าที่มีแหล่งผลิตแบบ Inverter-Based Resources เพิ่มขึ้น</p>
<p>2) ในมิติของ Digitalization และ AI มีการนำ AI/Digital Energy Solutions มาประยุกต์ใช้กับ Renewable Energy Forecasting โดยบูรณาการข้อมูลการผลิตย้อนหลัง ข้อมูลพยากรณ์อากาศ และข้อมูล Real Time จากโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์กำลังผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ช่วยให้การวางแผนเดินระบบและบริหารสมดุลกำลังไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>3) การออกแบบและสร้างแพลตฟอร์มสำหรับ Virtual Power Plant (VPP) เพื่อรวบรวมและประสาน DER อาทิ Solar, Wind, BESS, Flexible Load, EV Charging และ Microgrid ให้ทำงานเสมือนเป็น “โรงไฟฟ้าเดียว” ผ่านความสามารถด้าน Forecast, Optimize และ Dispatch ตามสภาวะของโครงข่ายและตลาดไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญของระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ในอนาคต</p>
<p>4) ด้านความยั่งยืนของอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้า มีการนำเสนอ Sustainable Products เช่น หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ที่ใช้ฉนวน Natural Ester Fluid และ Gas Insulated Switchgear ใช้ฉนวน SF₆-free หรือ Alternative SF₆ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลด Carbon Footprint เพิ่มความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยยังคงสมรรถนะและความน่าเชื่อถือที่จำเป็นสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p>5) การประยุกต์ใช้ Digital Technology กับการบริหารสินทรัพย์ระบบส่งและระบบจำหน่าย โดยผสาน AI, Satellite, Drone/LiDAR, GIS และ Weather Data เพื่อเปลี่ยนจากการตรวจสอบและตัดพืชพรรณตามรอบเวลา ไปสู่ Predictive &amp; Risk-Based Vegetation Management ช่วยระบุพื้นที่เสี่ยงและจัดลำดับการดำเนินงานก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความต่อเนื่องของระบบโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p>6) ระบบขนส่งทางราง นำเสนอการใช้ Static Frequency Converter (SFC) เพื่อควบคุม Active Power, Reactive Power และแรงดันได้แบบ Real Time ช่วยลดผลกระทบจากโหลดรถไฟที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อ Utility Grid พร้อมสนับสนุน Voltage Support, Harmonic Mitigation และ Power Quality ตลอดจนรองรับ Low Voltage Ride Through (LVRT) ในรูปแบบระบบที่เหมาะสม</p>
<p>7) ภาคการขนส่งไฟฟ้า นำเสนอสถานีชาร์จรถบัสไฟฟ้าแบบ Fleet และแบบ Flash แสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนา e-Mobility แบบครบวงจร ตั้งแต่ Grid Connection → Power Conversion → Charging → Energy Management → Fleet Operation เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของรถบัสโดยสาร รถบรรทุก และ Fleet ขนาดใหญ่จากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และ Virtual Power Lines ผ่านรถบัสไฟฟ้า (V2G: Vehicle-to-Grid) คือ แนวคิดที่เปลี่ยนรถบัสไฟฟ้าจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้ไฟฟ้า” ให้กลายเป็นแหล่งกักเก็บและส่งต่อพลังงานเคลื่อนที่ (Mobile Energy Storage)</p>
<p>8) การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI และ Data Centers ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก และอาจก่อให้เกิด Grid Congestion หรือข้อจำกัดในการส่งจ่ายไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ให้มีความสามารถและความยืดหยุ่นสูงขึ้น เทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามารองรับ ได้แก่ Smart &amp; Digital Substation สำหรับสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะ, Dynamic Line Rating (DLR) และ Advanced Conductors เพื่อเพิ่มความสามารถของสายส่งเดิม, FACTS / STATCOM / HVDC เพื่อควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้า รวมถึง Battery Energy Storage System (BESS), Mi-crogrid และ AI-based Energy Management System เพื่อบริหาร Peak Load และลดข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้า แนวคิดสำคัญจึงเปลี่ยนจากการ “สร้างสายส่งเพิ่มเพียงอย่างเดียว” ไปสู่การ เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถของโครงข่ายเดิมด้วย Grid-Enhancing Technologies (GETs) ควบคู่กับการขยายโครงข่าย เพื่อรองรับ Data Centers ได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และยั่งยืน</p>
<p>9) อีกองค์ประกอบที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้น คือ Cybersecurity ของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดย Quantum Safe Encryption มีบทบาทในการจัดเตรียม Mission Critical Communication Network ให้รองรับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต โดยเฉพาะการสื่อสารระหว่าง Substation, Control Center, Protection และ SCADA พร้อมรองรับสถาปัตยกรรมการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง เช่น SDH/MPLS-TP และ IEC 61850 เพื่อรักษาทั้งความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความแน่นอนของการสื่อสารที่ระบบ Adaptive Protection ต้องการ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46514" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-02.jpg" alt="ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/future-technology-for-sustainable-economy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>บทสรุป</strong></p>
<p>การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน แต่คือ การยกระดับระบบไฟฟ้าทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ Energy Storage, Grid Stability, Digital &amp; AI, Virtual Power Plant, Power Electronics, Sus-tainable Equipment, e-Mobility ไปจนถึง Cybersecurity และ Predictive Asset Management</p>
<p>เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น อัจฉริยะ และยั่งยืน (Reliable, Resilient, Intelligent &amp; Sustainable Grid) เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง EV Charging Infrastructure, Data Centers และระบบพลังงานแบบกระจายตัว อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Energy Transition และ Sustainable Economy ของประเทศไทยในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/future-technology-for-sustainable-economy/">Future Technology for Sustainable Economy เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต สู่เศรษฐกิจและพลังงานที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นูออโว พลัส จัดงาน “Battery at the Core” ชู Battery เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 04:50:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Battery at the Core]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage]]></category>
		<category><![CDATA[NUOVO PLUS]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46209</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ: บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย จัดงาน “Nuovo Plus 2026: Battery at the Core” ภายใต้แนวคิด “แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทั้งภาคพลังงานและคมนาคม” ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (อาคาร EnCo) ชั้น 6 ห้อง The Auditorium เมื่อเร็ว ๆ นี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026/">นูออโว พลัส จัดงาน “Battery at the Core” ชู Battery เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ: <strong>บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus)</strong> เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย จัดงาน <strong>“Nuovo Plus 2026: Battery at the Core”</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>“แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทั้งภาคพลังงานและคมนาคม”</strong> ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (อาคาร EnCo) ชั้น 6 ห้อง The Auditorium เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพลังงานและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมชูระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยเชื่อมการผลิต การบริหารจัดการ และการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต รวมถึงขับเคลื่อนภาคธุรกิจและประเทศไทยเพื่อไปสู่เป้าหมายความยั่งยืน</p>
<p>งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากภาคพลังงาน เทคโนโลยี สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดมุมมองตั้งแต่ทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับโลกและประเทศไทย บทบาทของ Energy Storage เทคโนโลยีและระบบนิเวศแบตเตอรี่ของไทย การบริหารจัดการแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต ตลอดจนการสนับสนุนจากภาคการเงิน และประสบการณ์จากภาคธุรกิจที่นำพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-46211" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-1024x683.jpg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-1536x1024.jpg 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_02.jpg 1567w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p><strong>ดร.รสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Business Restructuring บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริษัท นูออโว พลัส จำกัด</strong> กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อรองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากแหล่งพลังงานรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง แต่จำเป็นต้องมีระบบและเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงทั้งการผลิต การจัดเก็บ และการใช้พลังงานเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ ทำให้สามารถนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ รองรับการพัฒนาระบบสมาร์ทกริด และสนับสนุนการเดินหน้าสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46212" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-1024x683.jpg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-1536x1024.jpg 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_03.jpg 1567w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p><strong>ดรุณพร กมลภุส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด</strong> กล่าวว่า แนวคิด Battery at the Core สะท้อนทิศทางของนูออโว พลัส ที่มองแบตเตอรี่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านพลังงานและการคมนาคม โดยบริษัทมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่มาต่อยอดการพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถ EV ที่สำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46213" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-1024x683.jpg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-1536x1024.jpg 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026_04.jpg 1567w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>ด้าน <strong>สุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ ผู้อำนวยการ &#8211; กลยุทธ์และธุรกิจองค์กร บริษัท นูออโว พลัส จำกัด</strong> กล่าวว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ระบบกักเก็บพลังงานมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาการผลิตพลังงานอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) จึงเข้ามาช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงาน โดยสามารถทำงานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถติดตาม วิเคราะห์ และบริหารการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและบริหารต้นทุนด้านพลังงานได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>“อย่างไรก็ตาม โจทย์ด้านพลังงานแต่ละธุรกิจมีความแตกต่างกัน บางธุรกิจต้องการลดต้นทุนพลังงาน บางแห่งต้องการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะที่อีกหลายธุรกิจมีเป้าหมายด้าน Decarbonization โดยมีโซลูชันทางเลือก เช่น Energy-as-a-Service ให้เกิดความยืดหยุ่นในการบรรลุเป้าหมายให้รวดเร็วมากขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำแบตเตอรี่เข้าไปติดตั้งให้กับลูกค้า แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจรูปแบบและความต้องการใช้พลังงานของแต่ละธุรกิจ เพื่อนำมาออกแบบโซลูชันและบริหารจัดการพลังงานให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนด้านพลังงานสามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านต้นทุน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว” <strong>สุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงาน <strong>Nuovo Plus 2026: Battery at the Core</strong> ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Green Financing โดย <strong>วรกฤษณ์ ศิวะกฤษณ์กุล จาก UOB</strong> ร่วมถ่ายทอดถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการสนับสนุนภาคธุรกิจที่ต้องการลงทุนและเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด</p>
<p>พร้อมกันนี้ยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ <strong>“Sustain the Future through Battery Circular Economy”</strong> เปิดมุมมองการบริหารจัดการแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต จากมุมมองของผู้วางแผนนโยบายของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งาน การยืดอายุผ่านการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) และนำแบตเตอรี่มาหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่าในรูปแบบ Second Life ไปจนถึงการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน</p>
<p>ก่อนต่อยอดสู่เวที <strong>“Real Decarbonization Journeys”</strong> ซึ่งมีตัวแทนจากภาคธุรกิจ อาทิ PRG และ Green Yellow ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยี แหล่งเงินทุน และภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และนำประโยชน์มาสู่องค์กรได้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nuovo-plus-battery-at-the-core-2026/">นูออโว พลัส จัดงาน “Battery at the Core” ชู Battery เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในไทย ผ่านสินเชื่อโครงการสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/uob-x-sp-group-green-loan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 06:20:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SP Group]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45432</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 30 กรกฎาคม 2569 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อโครงการสีเขียว แก่ SP Group (SP) ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยวงเงินสูงสุด 1,650 ล้านบาท (ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานสะอาดของ SP ในประเทศไทย การสนับสนุนเงินทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางการเงินระดับภูมิภาคสำหรับลูกค้าชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน อาทิ SP Group ผ่านการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uob-x-sp-group-green-loan/">ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในไทย ผ่านสินเชื่อโครงการสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 30 กรกฎาคม 2569 – <strong>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อโครงการสีเขียว แก่ SP Group (SP) ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยวงเงินสูงสุด 1,650 ล้านบาท (ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานสะอาดของ SP ในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-45432"></span></p>
<p>การสนับสนุนเงินทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางการเงินระดับภูมิภาคสำหรับลูกค้าชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน อาทิ SP Group ผ่านการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดน และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน</p>
<p>ธนาคารฯ ได้จัดโครงสร้างวงเงินดังกล่าวในรูปแบบสินเชื่อโครงการสีเขียวแบบแบบอาวุโสและมีหลักประกัน (Senior Secured Green Project Finance Loan) โดยสอดคล้องกับหลักการการเงินสีเขียวที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การขยายธุรกิจในระยะยาวของ SP ในประเทศไทย ปัจจุบัน SP เป็นเจ้าของและผู้บริหารจัดการสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสีเขียวครอบคลุมหลายประเภทธุรกิจทั่วประเทศไทย เงินที่ได้จากการจัดหาเงินทุน จะนำไปใช้ลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่เข้าเกณฑ์ภายใต้โครงสร้างสินเชื่อแบบ Non-recourse พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p>ภายใต้โซลูชันทางการเงินโดยรวม ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังได้ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยในสกุลเงินบาท เพื่อบริหารความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มความแน่นอนของกระแสเงินสดตลอดช่วงอายุเงินกู้</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า &#8220;ธุรกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของเราในการสนับสนุนลูกค้าระดับภูมิภาค ด้วย โซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายขนาดและประเภท ในขณะที่องค์กรต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเดินหน้าขยายธุรกิจข้ามพรมแดน ยูโอบีมีความพร้อมในการผสานความเชี่ยวชาญในแต่ละประเทศเข้ากับความแข็งแกร่งของเครือข่ายระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน&#8221;</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เบนจามิน เทย์</strong></span> <strong>ประธานกรรมการ สิงคโปร์ เพาเวอร์ เอนเนอร์จี (ประเทศไทย)</strong> ภายใต้ SP Group กล่าวว่า ยูโอบี เป็นพันธมิตรทางการเงินที่สำคัญของ SP มาอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนสินเชื่อสำหรับโครงการของเราในประเทศสิงคโปร์ และในครั้งนี้ทางยูโอบียังให้การสนับสนุนการขยายธุรกิจของเราในประเทศไทยอีกด้วย ความร่วมมือดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของ SP ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p><strong>SP Group</strong> เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค ธุรกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างธนาคารยูโอบีและ SP โดยช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจของ SP ในประเทศไทย ผ่านโซลูชันทางการเงินที่สอดคล้องกับขนาด ระยะเวลา และความเสี่ยงของสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ธนาคารยูโอบี</strong> ได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อสีเขียวครั้งแรกให้แก่ SP ในปี 2564 และได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวสำหรับโครงการพัฒนาอาคาร Labrador Tower ในสิงคโปร์ซึ่งเป็นอาคารประหยัดพลังงานระดับสูงในปี 2566 ทางธนาคารยูโอบีมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการระดมเงินทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ SP Group ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีวินัย ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่สามารถสร้างมูลค่าในระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศไทย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uob-x-sp-group-green-loan/">ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในไทย ผ่านสินเชื่อโครงการสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 08:47:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[ASIA Sustainable Energy Week 2026]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2026]]></category>
		<category><![CDATA[การกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการและการประชุม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44930</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ เปิดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) อย่างเป็นทางการ มหกรรมเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคด้านพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน และการขนส่งแห่งอนาคต ที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/">เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ –<strong> อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ เปิดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) อย่างเป็นทางการ มหกรรมเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคด้านพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน และการขนส่งแห่งอนาคต ที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย</strong></p>
<p><span id="more-44930"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27691" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-06.jpeg" alt="ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู" width="740" height="494" /></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู</span> รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า</strong> ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานจากความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ยังคงเป็นวาระสำคัญของทุกประเทศ สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงานกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานผ่านกรอบ National Energy Plan (NEP) ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสมัยใหม่ ส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน และยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งแห่งอนาคต รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคผ่านโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน และความร่วมมือด้านการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุนของระบบ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย ASIA Sustainable Energy Week ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตเทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดของภูมิภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27692" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-07.jpeg" alt="นายมนู เลียวไพโรจน์" width="740" height="494" /></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">นายมนู เลียวไพโรจน์</span> ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“Driving Sustainable Energy Innovation Through Regional Partnerships”</strong> เพื่อเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และปล่อยคาร์บอนต่ำ</p>
<p>“ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากกว่า <strong>1,500 </strong><strong>แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก</strong> อาทิ HUAWEI, HITACHI ENERGY, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, ATESS, ATMOCE และ FRIENDCOM, MEA, MARVEL บนพื้นที่จัดแสดงกว่า <strong>27,000 </strong><strong>ตารางเมตร</strong> พร้อมการประชุมและสัมมนากว่า <strong>200 </strong><strong>หัวข้อ</strong> ที่ครอบคลุมทุกมิติของพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบอาคารอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค นอกจากนี้ ภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจากผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก พร้อมกิจกรรมและโซนพิเศษ อาทิ <strong>Carbon Free Valley, Data Center &amp; Cloud District, Smart Building District, FUTUREGEN Mobility District, E-Mobility &amp; E- Robotics Showcase </strong><strong>และ Startups Alley</strong> ตลอดจนเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27687" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-02.jpeg" alt="งาน ASEW และ MTAB 2026" width="740" height="494" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>พร้อมกันนี้ยังจัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) ภายใต้แนวคิด “Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain” ซึ่งเป็นเวทีด้านเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะของภูมิภาค โดยทั้งสองงานจะร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และ Smart Mobility เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดของเอเชีย ในงาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 ตั้งแต่วันนี้ -3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/">เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 09:23:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[SiS]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Hub]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44828</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด “ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ จังหวัดระยอง” อย่างเป็นทางการ นับเป็น Solar Hub แห่งที่ 9 ของบริษัท และเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออก สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับเครือข่ายการกระจายสินค้าและการให้บริการแก่คู่ค้าทั่วประเทศ รองรับความต้องการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พลังงานสะอาดของ SiS เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Solar Energy ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ได้รับการจัดเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการส่งมอบให้กับคู่ค้าและโครงการต่าง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/">SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS </strong>ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด “<strong>ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ จังหวัดระยอง”</strong> อย่างเป็นทางการ นับเป็น Solar Hub แห่งที่ 9 ของบริษัท และเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออก สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับเครือข่ายการกระจายสินค้าและการให้บริการแก่คู่ค้าทั่วประเทศ รองรับความต้องการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย</p>
<p><span id="more-44828"></span></p>
<p>การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พลังงานสะอาดของ SiS เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Solar Energy ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ได้รับการจัดเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการส่งมอบให้กับคู่ค้าและโครงการต่าง ๆ ในภาคตะวันออกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกำลังรองรับสินค้ารวมกว่า หมื่นแผ่นต่อเดือน สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 68/23 หมู่ที่ 4 ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ครอบคลุมจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา อันเป็นฐานการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งล้วนมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของ SiS สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และองค์กรขนาดใหญ่ที่เร่งลงทุนด้าน Solar Rooftop เพื่อลดต้นทุนพลังงานและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ขณะที่ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2065 ส่งผลให้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของภาคธุรกิจในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) โดยมุ่งเพิ่มบทบาทของพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูงและมีอัตราการเติบโตโดดเด่นจากความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความ</p>
<p>ต้องการลดต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ส่งผลให้ตลาด Solar Energy ของประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว</p>
<p>ปัจจุบัน SiS มีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศมากกว่า 1,500 ราย และมีอัตราการเติบโตของธุรกิจ Solar Solutions มากกว่า 200% ในช่วงครึ่งปีเมื่อเทียบจากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการด้านพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ศูนย์กระจายสินค้า ภาคครัวเรือนและองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนพลังงานและเป้าหมายด้าน ESG</p>
<p>เพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์จังหวัดระยองจึงได้รับการจัดเตรียมสินค้าให้พร้อมรองรับความต้องการของตลาดในภาคตะวันออกอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสินค้าแผงโซลาร์ LONGi และ JA Solar ซึ่งได้รับความนิยมในโครงการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน รองรับการใช้งานในระยะยาว และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน นอกจากนี้ยังมีสินค้าและโซลูชันด้านพลังงานแสงอาทิตย์หลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ และพันธมิตรทางธุรกิจในทุกระดับ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44830" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02.jpg" alt="สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ" width="600" height="316" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-300x158.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-500x263.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่แนวโน้มของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้านต้นทุนพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมจากคู่ค้าและตลาดโลก ส่งผลให้การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของภาคธุรกิจไทย</p>
<p>SiS มองว่าบทบาทของ Distributor ในยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้า แต่ต้องเป็นผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“การเปิด Solar Hub จังหวัดระยองจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ด้านพลังงานสะอาดของประเทศ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย เรายังคงเดินหน้าขยายเครือข่าย Solar Hub อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมด้านสินค้า โลจิสติกส์ และบริการให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” <strong>สมชัย</strong> กล่าว</p>
<p>ปัจจุบัน SiS มีเครือข่าย Solar Hub ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ บางนา และระยอง รวมถึงคลังสินค้าหลัก (Main Warehouse) ในกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง ส่งผลให้บริษัทมีเครือข่ายจุดกระจายสินค้าและคลังสินค้ารวมทั้งสิ้น 10 จุดทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้า ลดระยะเวลาการจัดส่ง และเพิ่มความพร้อมในการรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของการให้บริการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ช่วยลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในภูมิภาคตะวันออกได้เมื่อเทียบกับการจัดส่งจากคลังสินค้าส่วนกลางเพียงแห่งเดียว อีกทั้งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารโครงการและการให้บริการแก่คู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การขยายเครือข่าย Solar Hub ในครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ SiS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศ (Solar Ecosystem) ที่แข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาโครงการ และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ตั้งแต่การเข้าถึงสินค้า เทคโนโลยี การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย</p>
<p>SiS ยังมีแผนขยายเครือข่าย Solar Hub เพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นของประเทศในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตด้านพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/">SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 07:23:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Huawei]]></category>
		<category><![CDATA[SENA Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-44633"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44634" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg" alt="SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้ มาต่อยอดการพัฒนา Green Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมบ้าน พลังงาน และการเดินทาง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 45 ปีด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของกลุ่มเสนากับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดกว่า 17 ปี เราเชื่อว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด แต่ต้องออกแบบระบบพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของลูกค้า ทีมวิศวกรของเราดูแลใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งนี้โซลาร์เซลล์ไม่ใช่เพียงทางเลือกในการลดค่าไฟ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกค้าทั้งในภาคที่อยู่อาศัย รวมถึงลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจ ไว้วางใจให้ SENA Solar Energy ดูแลด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเรื่องโซลาร์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้านที่เข้าใจพลังงานด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แจ็ค เจิ้ง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า Huawei Digital Power มุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดผ่านเทคโนโลยีพลังงานที่มีมาตรฐานระดับโลก ความร่วมมือกับ SENA Solar Energy ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดโซลาร์และโซลูชันระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) จากภายในโครงการที่อยู่อาศัย สู่ลูกค้าทั่วไป เพื่อให้ทุกครัวเรือนได้เข้าถึงโซลูชัน Huawei FusionSolar ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด”</p>
<p>ปัจจุบัน<strong> SENA Solar Energy</strong> ให้บริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลหลังการขาย โดยนำมาตรฐานการดูแลลูกค้าแบบ Developer มาต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงาน พร้อมคัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบโซลาร์เซลล์ เพราะโซลาร์เซลล์ไม่ใช่แค่การติดตั้งครั้งเดียว แต่เป็นการลงทุนระยะยาว ลูกค้าจึงต้องการทั้งเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและผู้ให้บริการที่มีความมั่นคง พร้อมดูแลระบบอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน โดย SENA Solar Energy มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ (O&amp;M) ปีละ 2 ครั้ง รับประกันงานติดตั้ง 2 ปี พร้อมทีม Service และ Customer Care ที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 04:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEW 2026]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44621</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-44621"></span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3678" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-02.jpeg" alt="นันธิกา ทังสุพานิช" width="800" height="640" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช</span> อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า </strong>ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับการเติบโต ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบพลังงานของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับทิศทาง การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP) ถือเป็นกลไกสำคัญ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน สร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน และยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อรองรับ ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>อธิบดี พพ.</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง พพ. จึงได้พัฒนาแผนที่ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Radiation Map) ของประเทศไทย เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประเมินศักยภาพและวางแผนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ พพ. ยังเดินหน้าผลักดันมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิง อากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการขยายการใช้พลังงานสะอาดสู่ภาคการบินและภาคอุตสาหกรรม</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>

<p>สำหรับการเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week (ASEW) 2026 ในครั้งนี้ พพ. ได้นำเสนอ องค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดผ่านบูธนิทรรศการ โดยจัดแสดงการประยุกต์ใช้ข้อมูลความเข้มรังสีอาทิตย์เพื่อประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ (Solar PV) ในแต่ละพื้นที่ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ “การพยากรณ์พลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>“พพ. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต” นางสาวนันธิกา กล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3679" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-03.jpeg" alt="ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล</span> นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (</strong><strong>TESTA)</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ เนื่องจากช่วยเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า รองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ในปีนี้ TESTA จะร่วมผลักดันประเทศไทยสู่<strong>ศูนย์กลางการพัฒนาระบบนิเวศแบตเตอรี่ของภูมิภาคอาเซียน</strong> ผ่านเวทีสัมมนาภายในงาน ASEW ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ วัตถุดิบและซัพพลายเชน การผลิต การใช้งานในภาคพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการรีไซเคิลและเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3680" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-04.jpeg" alt="สรรชาย นุ่มบุญนำ" width="800" height="449" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานของภูมิภาคอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ภายในงานจะรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันด้านพลังงานจาก 1,500 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ ATESS, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, HITACHI ENERGY, HUAWEI และอีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมพาวิลเลียนนานาชาติที่นำเสนอเทคโนโลยีด้าน พลังงานหมุนเวียน การจัดการพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการประชุมและสัมมนาจาก ผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คนจากทั่วโลก ร่วมแบ่งปัน ความรู้ เทรนด์ เทคโนโลยี และแนวโน้มตลาดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีโซนไฮไลต์ที่สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก โดยจัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์แห่งอนาคตเข้าด้วยกัน</p>
<p><strong>ASEW 2026 เป็น “เวทีแห่งโอกาส” ที่จะเชื่อมโยงพันธมิตร เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนอนาคตพลังงานของเอเชีย ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 02:35:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASIA Sustainable Energy Week 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ENTEC]]></category>
		<category><![CDATA[JGSEE]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44497</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ภายใต้แรงกดดันด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย Net Zero อุตสาหกรรมพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) จึงถูกยกระดับสู่การเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาค ที่รวบรวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาดไว้ในที่เดียว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/">อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ภายใต้แรงกดดันด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย Net Zero อุตสาหกรรมพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้บริบทดังกล่าว <strong>งาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) </strong><strong>จึงถูกยกระดับสู่การเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาค ที่รวบรวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาดไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” ระหว่างวันที่ </strong><strong>1–3 </strong><strong>กรกฎาคม </strong><strong>2569 </strong><strong>ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-44497"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-03.jpg" alt="ศ.ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์" width="850" height="567" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศ.ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์</span> ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>JGSEE) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า</strong> ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ภายใต้เป้าหมาย Net Zero และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่ง “องค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม” จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเราในฐานะภาคการศึกษา มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลกวิชาการ เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญปีนี้ คือ <strong>การประชุม </strong><strong>“</strong><strong>The Renewable Energy Asia Conference 2026” </strong><strong>ภายใต้แนวคิด “</strong><strong>Driving Sustainable Energy Innovation through Regional Partnerships” </strong><strong>เวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมงานวิจัย เทคโนโลยี และแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงอาคารสีเขียวและวัสดุก่อสร้างยั่งยืน</strong> พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตทิศทางเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต และสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยการประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสัมมนา แต่เป็นจุดนัดพบสำคัญของภาคพลังงานสะอาดระดับโลก ที่เชื่อมโยงโลกวิชาการ เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27503" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-04.jpg" alt="ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์" width="850" height="685" /></p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์</span> ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (</strong><strong>ENTEC)</strong> กล่าวว่า เชื้อเพลิงยั่งยืนกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของโลกในการลดการปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะในภาคการบินและการขนส่งทางทะเล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก ส่งผลให้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน (SMF) รวมถึงเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ได้รับความสนใจและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงานปีนี้ ENTEC ได้ร่วม<strong>จัดการประชุม “</strong><strong>Southeast Asia Sustainable Fuels Summit</strong><strong>”</strong> เพื่อยกระดับสู่เวทีด้านเชื้อเพลิงยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงแห่งอนาคต อันจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรมของภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27504" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-05.jpg" alt="นายสรรชาย นุ่มบุญนำ" width="850" height="621" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า </strong>จุดแข็งสำคัญของ<strong>งาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 </strong><strong>คือการเป็น “แพลตฟอร์มพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค” ที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจ เทคโนโลยี และเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากทั่วโลก รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม</strong> โดย ASEW ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีสำคัญที่ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือในระดับนานาชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27501" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-02.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>
<p>ภายในงานจะรวบรวมบริษัทและแบรนด์ด้านพลังงานกว่า 1,500 แบรนด์จากทั่วโลก อาทิ ATESS, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, HUAWEI, ATMOCE, FRIENDCOM, HITACHI, MARVEL SOLAR ENERGY และ METROPOLITAN ELECTRICITY AUTHORITY เป็นต้น บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมแบ่งปันความรู้ เทรนด์เทคโนโลยี และแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคตกว่า 200 หัวข้อ ผ่านเวทีการประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ อาทิ Renewable Energy Asia Conference, Thailand ConneXt, ASIA Urban Energy Assembly, Energy Storage Summit, Hydrogen Forum และ Southeast Asia Sustainable Fuels Summit เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโซนพิเศษที่สะท้อนทิศทางอนาคตด้านพลังงาน อย่าง Data Center and Cloud District, Carbon Free Valley, Hydrogen District, Smart Building District, Sandbox Experience และ Startups Alley รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก ได้สร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือใหม่ โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก และจัดร่วมกับ MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27505" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-06.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>
<p><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27499" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-07.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/">อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 07:24:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[SKYWORTH Solar]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44449</guid>

					<description><![CDATA[<p>SKYWORTH Solar ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SKYWORTH Solar </strong>ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar</p>
<p><span id="more-44449"></span></p>
<p>การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem Leader) พร้อมกางโรดแมปเร่งเครื่องขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศที่เป็นเสาหลักสำคัญ</p>
<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ SKYWORTH Solar ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยเร่งจากความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ ตลอดจนแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปิดรับพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ ณ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในท้องถิ่นของ SKYWORTH Solar อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเติมเต็มศักยภาพให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบการดูแลและสนับสนุนลูกค้าตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเหนือระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดำเนินโครงการ บริการหลังการขาย การประสานงานห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการส่งมอบโครงการที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44451" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Wanfei Qu</span> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ SKYWORTH Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SKYWORTH Solar</strong> กล่าวว่า ประเทศไทย คือ โอกาสครั้งสำคัญในการเติบโตของ SKYWORTH Solar ในยามที่ภาคธุรกิจต่างมองหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่เปี่ยมด้วยเสถียรภาพและมีความคุ้มค่าในแง่ต้นทุน กลยุทธ์ของเราขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญา &#8216;Global Vision, Local Execution&#8217; ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับความร่วมมืออันแข็งแกร่งของพันธมิตรในประเทศ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจที่วางไว้ SKYWORTH Solar ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการโซลาร์เซลล์ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ CapSolar เพื่อรองรับความต้องการระบบโซลาร์รูฟท็อปที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่น ผ่านการลงทุนในด้านการพัฒนาโครงการ ความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน และการยกระดับขีดความสามารถด้านบริการ ซึ่งรวมไปถึงการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธนาคารร่วมกับธนาคารไอซีบีซี (ไทย) หรือ ICBC Thai ตลอดจนการเข้าถึงกองทุนสนับสนุนการลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในการพัฒนาและติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศไทยและตลาดสากลอื่นๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="338" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมของ SKYWORTH Solar ในประเทศไทย คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 เมกะวัตต์ (MW) ณ โรงงานเหล็ก UMC Steel ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ราว 4.4 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ภายในปีแรก ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างเห็นผล ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ความคืบหน้าและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทยในครั้งนี้ ถูกยกให้เป็นไฮไลท์สำคัญภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกของ SKYWORTH Solar ที่เปิดบ้านเผยโฉมในงาน SNEC 2026 โดยบริษัทฯ ได้ประกาศแผนการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปยังตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อตอบรับกับดีมานด์เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่กำลังทะยานสูงขึ้นทั่วโลก</p>
<p>ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต่างเร่งลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonisation) SKYWORTH Solar มุ่งมั่นที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับลูกค้า ด้วยการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น และศักยภาพการบริการระดับท้องถิ่นที่พร้อมตอบโจทย์ในทุกมิติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 02:14:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge CSS-OD 197]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44004</guid>

					<description><![CDATA[<p>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก โดยระบบ CSS-OD 197 ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-44004"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2927" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-390.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<p>โดยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงานขนาดใหญ่</p>
<h3>คุณสมบัติเด่นของ SolarEdge CSS-OD 197</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2928" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-402.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<ul>
<li>High Energy Density: แบตเตอรี่ความจุ 197 kWh ที่มาในรูปแบบตู้ Cabinet ดีไซน์กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้งาน</li>
<li>Scalability &amp; Flexibility: รองรับการเชื่อมต่อกับ Battery Inverter ทั้งรุ่น 50kW และ 100kW ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกขนาดระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและการใช้พลังงานจริง (Load profile) ของตนเองได้</li>
<li>Integrated Intelligence: ควบคุมด้วยระบบ SolarEdge ONE Controller ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ การกักเก็บ และการจ่ายพลังงานให้สัมพันธ์กับค่าไฟฟ้า (Time-of-Use) เพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานและเพิ่มผลกำไรสูงสุด</li>
<li>Superior Safety: มาพร้อมระบบจัดการความปลอดภัยในระดับเซลล์แบตเตอรี่ และการตรวจจับความร้อนที่ล้ำสมัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ SolarEdge</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2929" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-404.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับองค์กร</h3>
<p>ด้วยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ธุรกิจสามารถทำกำไรจากการใช้พลังงานได้มากขึ้นผ่านฟังก์ชันการโกนยอดการใช้ไฟฟ้า (Peak Shaving) และการดึงพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร (Self-Consumption) ให้สูงขึ้น ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>การติดตั้งระบบ <strong>SolarEdge CSS-OD 197</strong> เน้นความรวดเร็วและลดความซับซ้อนด้วยนวัตกรรมหลัก ดังนี้</p>
<ul>
<li>Modular Design: ออกแบบระบบเป็นรูปแบบโมดูลที่แยกส่วนประกอบมาอย่างชัดเจน ทำให้การขนส่งเข้าพื้นที่หน้างานและการประกอบตู้แบตเตอรี่ทำได้ง่ายและเป็นระเบียบ</li>
<li>Synergy Technology: ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทำงานประสานกันได้โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการเดินสายไฟที่ยุ่งยาก</li>
<li>Small &amp; Lightweight Components ชิ้นส่วนถูกออกแบบให้มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ใช้กำลังคนในการติดตั้งน้อย (เพียง 2 คนในบางส่วนงาน) ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในทุกขั้นตอน</li>
<li>Smart Commissioning: เริ่มระบบได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน SolarEdge Go ที่ช่วยตั้งค่าและตรวจสอบความถูกต้องของระบบผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที ลดเวลาการทำงานหน้างานลงอย่างมาก</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2930" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-307.jpg" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="850" height="567" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>การเปิดตัว CSS-OD 197 ถือเป็นก้าวสำคัญของ SolarEdge ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 07:47:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energyม โซลาร์รูฟท็อปม ติดตั้งโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ภาคครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43811</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า ล่าสุด Bangkok Cable หรือ “บางกอกเคเบิ้ล” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ ION Energy&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า</strong></p>
<p><span id="more-43811"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>Bangkok Cable</strong> หรือ “<strong>บางกอกเคเบิ้ล</strong>” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ<strong> ION Energy</strong> เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อต่อยอดโอกาสจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย และรองรับดีมานด์พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43813" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg" alt="พงศภัค นครศรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ก้าวใหม่ของ BCC สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงศภัค นครศรี</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เปิดเผยว่า ในปีที่ 62 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็น “มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า” และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรชั้นนำของไทย เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43814" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ 3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท</p>
<p>“เรามองว่าตลาดโซลาร์กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้” <strong>พงศภัค</strong> กล่าว</p>
<h3>3 จุดแข็ง ION Energy สู่เกมพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ</h3>
<p>การตัดสินใจของ Bangkok Cable ในการดึง ION Energy เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพอร์ตธุรกิจเท่านั้น แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์สู่ตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ION Energy ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของตลาดโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Sansiri, Supalai, SC Asset และ AP Thailand สะท้อนถึงมาตรฐานงานติดตั้งและความน่าเชื่อถือในระดับอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่</p>
<p>1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว</p>
<h3>ตลาดโซลาร์ไทยแตะหลักแสนล้าน โอกาสโตสูง แต่ฐานติดตั้งยังต่ำ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg" alt="พีรกานต์ มานะกิจ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>พีรกานต์ มานะกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ION Energy</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น</p>
<p>การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” <strong>พีรกานต์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg" alt="ติดตั้งโซลาร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์สูงสุด 2,000 ครัวเรือน ภายในปีนี้</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569</p>
<p><strong>พีรกานต์</strong> กล่าวอีกว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์กำลังถูกมองว่าเป็นทางออกสำคัญทั้งในมิติของการลดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการลงทุนระบบขนาดประมาณ 10 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณราว 200,000 บาท สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 4,000–5,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่อาจมีค่าไฟสูงถึง 6,000–7,000 บาท ส่งผลให้ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3–4 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของระบบยาวนานถึง 25–30 ปี ทำให้ภาพรวมการลงทุนมีความคุ้มค่าอย่างชัดเจน แม้จะคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแล้วก็ตาม โดยผู้ประกอบการมองว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น โซลาร์เซลล์ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและจับต้องได้มากกว่า</p>
<h3>นโยบาย-การเงิน หนุนโซลาร์เข้าถึงง่าย เร่งตลาดโต</h3>
<p>ในเชิงนโยบาย ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ตลาดเติบโตมากขึ้น ทั้งมาตรการสนับสนุนทางภาษีและการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น สินเชื่อเฉพาะสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกันในลักษณะเดียวกับสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงโมเดล Subscription ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถผ่อนจ่ายค่าใช้ระบบได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืน (Net Metering/Net Billing) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาอัตรารับซื้ออยู่ในระดับต่ำและยังไม่ต่อเนื่อง หากสามารถปรับอัตราให้เหมาะสม เช่น 2–4 บาทต่อหน่วย ก็จะช่วยจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวัน ซึ่งสามารถผลิตไฟและขายคืนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:41:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop ครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดหย่อนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43667</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม</strong></p>
<p><span id="more-43667"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43669" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg" alt="จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์</span> นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ถูกออกแบบมาเพื่อให้ “เจ้าของบ้าน” ได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในมิติของการลดภาระค่าไฟฟ้าระยะยาว และการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครัวเรือน โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ตามมาตรา 40 (1)–(8) เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนที่อยู่อาศัยจริง มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องซื้ออุปกรณ์จากผู้ประกอบการที่สามารถออก e-Tax Invoice และเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้แล้วเสร็จภายในปีภาษีที่ยื่นขอใช้สิทธิ ทั้งนี้ มาตรการกำหนดให้ “หนึ่งหลังต่อหนึ่งสิทธิ์” และใช้ได้เพียงครั้งเดียวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43670" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg" alt="ติดตั้งระบบโซลาร์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ติดตั้งระบบ 5 กิโลวัตต์ สร้างผลกระทบหลักหมื่นล้านบาท</h3>
<p>ในเชิงความคุ้มค่า การติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมในภาคครัวเรือน สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ราว 2,000–2,500 บาทต่อเดือน ขณะที่ภาครัฐตั้งเป้าหมายให้มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 90,000 ครัวเรือน</p>
<p>“มาตรการลดหย่อนภาษีในครั้งนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ราว 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้า LNG ประมาณ 94,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 0.28 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งสร้างการจ้างงานในระบบกว่า 450 ตำแหน่ง” จารุวรรณ กล่าว</p>
<h3>กระแสโซลาร์เติบโต รอเปิดโควตาใหม่แผน PDP</h3>
<p>จารุวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกใช้ภายในครัวเรือนเป็นหลัก และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้ภาครัฐได้ในอัตราประมาณ 2.2 บาทต่อหน่วย ภายใต้สัญญา 10 ปี ที่ผ่านมาโครงการได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับประมาณ 5 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนโควตาการรับซื้อไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์เต็มลง และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดโควตาใหม่ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP)</p>
<p>ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ยังสะท้อนว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้ไฟฟ้าเองมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 800–1,000 เมกะวัตต์ สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐย้ำว่าประชาชนควรศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43671" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg" alt="เอกภัทร ปัญญาแก้ว" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>โมเดลพลังงานบ้านใหม่เร่งตลาดโซลาร์</h3>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>เอกภัทร ปัญญาแก้ว</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า หลังจากที่ภาครัฐประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ส่งผลให้ดีมานด์ในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยยอดติดตั้งเติบโตราว 30–40% ปัจจัยสนับสนุนไม่ได้มาจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงพีคของการใช้ไฟฟ้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ทำให้เกิดภาพการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ในครัวเรือน คือ “ผลิตไฟใช้เอง–ชาร์จรถเอง–ลดค่าใช้จ่ายได้จริง</p>
<p>A Solar ของเรามีความพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินหน้างาน การคำนวณความคุ้มค่า การอธิบายมาตรฐานการติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลเอกสาร เช่น e-Tax Invoice และการขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วน โดยระบบที่เหมาะสมกับบ้านส่วนใหญ่ในไทยยังคงเป็นแบบ On-grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp ซึ่งสามารถรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 50–60% ของครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้ไฟในช่วงเวลากลางวัน เช่น เครื่องปรับอากาศ และยังสามารถต่อยอดไปสู่ระบบ Smart Home หรือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43672" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“โซลาร์รูฟท็อปขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ยังคงเป็นขนาดยอดนิยม สำหรับบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากสมดุลทั้งด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายติดตั้งเฉลี่ยตั้งแต่หลักแสนต้นถึงแสนกลาง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบ้าน เช่น โครงสร้างหลังคาและข้อจำกัดของพื้นที่ติดตั้ง สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ระบบขนาดดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าไฟในช่วงกลางวันได้ราว 2,000 บาทขึ้นไป และหากติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพิ่มเติม ก็จะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ในช่วงเย็นหรือกลางคืนได้” เอกภัทร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43673" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg" alt="ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยอดใช้จ่าย บัตรเครดิต “เคทีซี” โต 110% หลังรัฐออกมาตรการสนับสนุน Solar Rooftop</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู</strong></span> <strong>ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ข้อมูลจากการใช้จ่ายของสมาชิก พบว่าแนวโน้มความสนใจใน Solar Rooftop เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบช่วงก่อนและหลังการประกาศมาตรการ ในช่วงสองเดือนแรกของปี (มกราคม–กุมภาพันธ์) ค่าใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวด Solar Rooftop เพิ่มขึ้นถึง 110% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเติบโต 40% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมองพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะ “เครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาว” มากขึ้น</p>
<h3>ขยายพาร์ทเนอร์โซลาร์ หนุนพลังงานสะอาดภาคครัวเรือน</h3>
<p>ในบทบาทของ Financial Enabler เคทีซีจึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระรายเดือนและสิทธิพิเศษร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการโซลาร์กว่า 21 รายทั่วประเทศ และมีแผนขยายเครือข่ายเป็นมากกว่า 35 รายภายในปี 2569 ผ่านการคัดเลือกเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานเทคโนโลยีและคุณภาพการติดตั้ง</p>
<p>“บริษัทฯ คาดว่าจากแรงหนุนของมาตรการดังกล่าว จะช่วยผลักดันการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop ได้ราว 15% ภายในปีนี้ สะท้อนบทบาทของภาคการเงินในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น” ณัฐสิทธิ์ กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
