<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2026 08:47:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานสะอาด | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 08:47:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[ASIA Sustainable Energy Week 2026]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2026]]></category>
		<category><![CDATA[การกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการและการประชุม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44930</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ เปิดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) อย่างเป็นทางการ มหกรรมเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคด้านพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน และการขนส่งแห่งอนาคต ที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/">เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ –<strong> อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ เปิดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) อย่างเป็นทางการ มหกรรมเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคด้านพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน และการขนส่งแห่งอนาคต ที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย</strong></p>
<p><span id="more-44930"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27691" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-06.jpeg" alt="ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู" width="740" height="494" /></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู</span> รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า</strong> ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานจากความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ยังคงเป็นวาระสำคัญของทุกประเทศ สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงานกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานผ่านกรอบ National Energy Plan (NEP) ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสมัยใหม่ ส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน และยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งแห่งอนาคต รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคผ่านโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน และความร่วมมือด้านการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุนของระบบ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย ASIA Sustainable Energy Week ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตเทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดของภูมิภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27692" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-07.jpeg" alt="นายมนู เลียวไพโรจน์" width="740" height="494" /></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">นายมนู เลียวไพโรจน์</span> ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“Driving Sustainable Energy Innovation Through Regional Partnerships”</strong> เพื่อเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และปล่อยคาร์บอนต่ำ</p>
<p>“ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากกว่า <strong>1,500 </strong><strong>แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก</strong> อาทิ HUAWEI, HITACHI ENERGY, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, ATESS, ATMOCE และ FRIENDCOM, MEA, MARVEL บนพื้นที่จัดแสดงกว่า <strong>27,000 </strong><strong>ตารางเมตร</strong> พร้อมการประชุมและสัมมนากว่า <strong>200 </strong><strong>หัวข้อ</strong> ที่ครอบคลุมทุกมิติของพลังงานสะอาด การกักเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบอาคารอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค นอกจากนี้ ภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจากผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก พร้อมกิจกรรมและโซนพิเศษ อาทิ <strong>Carbon Free Valley, Data Center &amp; Cloud District, Smart Building District, FUTUREGEN Mobility District, E-Mobility &amp; E- Robotics Showcase </strong><strong>และ Startups Alley</strong> ตลอดจนเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27687" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-02.jpeg" alt="งาน ASEW และ MTAB 2026" width="740" height="494" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-03.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-04.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-05.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-08.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) และ MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-09.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/asew-mtab-2026-10.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>พร้อมกันนี้ยังจัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) ภายใต้แนวคิด “Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain” ซึ่งเป็นเวทีด้านเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะของภูมิภาค โดยทั้งสองงานจะร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และ Smart Mobility เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดของเอเชีย ในงาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 ตั้งแต่วันนี้ -3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-mtab-2026/">เปิดแล้ว! งานมหกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ASIA Sustainable Energy Week 2026 ผนึกความร่วมมือผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการขนส่งแห่งอนาคตสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 09:23:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[SiS]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Hub]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44828</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด “ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ จังหวัดระยอง” อย่างเป็นทางการ นับเป็น Solar Hub แห่งที่ 9 ของบริษัท และเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออก สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับเครือข่ายการกระจายสินค้าและการให้บริการแก่คู่ค้าทั่วประเทศ รองรับความต้องการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พลังงานสะอาดของ SiS เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Solar Energy ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ได้รับการจัดเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการส่งมอบให้กับคู่ค้าและโครงการต่าง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/">SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS </strong>ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด “<strong>ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ จังหวัดระยอง”</strong> อย่างเป็นทางการ นับเป็น Solar Hub แห่งที่ 9 ของบริษัท และเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออก สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับเครือข่ายการกระจายสินค้าและการให้บริการแก่คู่ค้าทั่วประเทศ รองรับความต้องการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย</p>
<p><span id="more-44828"></span></p>
<p>การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พลังงานสะอาดของ SiS เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Solar Energy ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ได้รับการจัดเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการส่งมอบให้กับคู่ค้าและโครงการต่าง ๆ ในภาคตะวันออกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกำลังรองรับสินค้ารวมกว่า หมื่นแผ่นต่อเดือน สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 68/23 หมู่ที่ 4 ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ครอบคลุมจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา อันเป็นฐานการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งล้วนมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของ SiS สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และองค์กรขนาดใหญ่ที่เร่งลงทุนด้าน Solar Rooftop เพื่อลดต้นทุนพลังงานและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ขณะที่ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2065 ส่งผลให้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของภาคธุรกิจในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) โดยมุ่งเพิ่มบทบาทของพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูงและมีอัตราการเติบโตโดดเด่นจากความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความ</p>
<p>ต้องการลดต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ส่งผลให้ตลาด Solar Energy ของประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว</p>
<p>ปัจจุบัน SiS มีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศมากกว่า 1,500 ราย และมีอัตราการเติบโตของธุรกิจ Solar Solutions มากกว่า 200% ในช่วงครึ่งปีเมื่อเทียบจากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการด้านพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ศูนย์กระจายสินค้า ภาคครัวเรือนและองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนพลังงานและเป้าหมายด้าน ESG</p>
<p>เพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว ศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์จังหวัดระยองจึงได้รับการจัดเตรียมสินค้าให้พร้อมรองรับความต้องการของตลาดในภาคตะวันออกอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสินค้าแผงโซลาร์ LONGi และ JA Solar ซึ่งได้รับความนิยมในโครงการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน รองรับการใช้งานในระยะยาว และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน นอกจากนี้ยังมีสินค้าและโซลูชันด้านพลังงานแสงอาทิตย์หลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ และพันธมิตรทางธุรกิจในทุกระดับ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44830" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02.jpg" alt="สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ" width="600" height="316" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-300x158.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sis-solar-hub-02-500x263.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่แนวโน้มของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้านต้นทุนพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมจากคู่ค้าและตลาดโลก ส่งผลให้การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของภาคธุรกิจไทย</p>
<p>SiS มองว่าบทบาทของ Distributor ในยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้า แต่ต้องเป็นผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“การเปิด Solar Hub จังหวัดระยองจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ด้านพลังงานสะอาดของประเทศ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย เรายังคงเดินหน้าขยายเครือข่าย Solar Hub อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมด้านสินค้า โลจิสติกส์ และบริการให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” <strong>สมชัย</strong> กล่าว</p>
<p>ปัจจุบัน SiS มีเครือข่าย Solar Hub ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ บางนา และระยอง รวมถึงคลังสินค้าหลัก (Main Warehouse) ในกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง ส่งผลให้บริษัทมีเครือข่ายจุดกระจายสินค้าและคลังสินค้ารวมทั้งสิ้น 10 จุดทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้า ลดระยะเวลาการจัดส่ง และเพิ่มความพร้อมในการรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของการให้บริการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ช่วยลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในภูมิภาคตะวันออกได้เมื่อเทียบกับการจัดส่งจากคลังสินค้าส่วนกลางเพียงแห่งเดียว อีกทั้งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารโครงการและการให้บริการแก่คู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การขยายเครือข่าย Solar Hub ในครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ SiS ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและการจัดจำหน่ายโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศ (Solar Ecosystem) ที่แข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาโครงการ และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ตั้งแต่การเข้าถึงสินค้า เทคโนโลยี การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย</p>
<p>SiS ยังมีแผนขยายเครือข่าย Solar Hub เพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นของประเทศในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตด้านพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sis-solar-hub/">SiS ปักหมุด Hub พลังงานสะอาดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่ระยอง เสริมเครือข่ายกระจายสินค้าครบ 10 จุดทั่วประเทศ รับการเติบโตพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 07:23:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Huawei]]></category>
		<category><![CDATA[SENA Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-44633"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44634" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg" alt="SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้ มาต่อยอดการพัฒนา Green Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมบ้าน พลังงาน และการเดินทาง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 45 ปีด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของกลุ่มเสนากับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดกว่า 17 ปี เราเชื่อว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด แต่ต้องออกแบบระบบพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของลูกค้า ทีมวิศวกรของเราดูแลใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งนี้โซลาร์เซลล์ไม่ใช่เพียงทางเลือกในการลดค่าไฟ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกค้าทั้งในภาคที่อยู่อาศัย รวมถึงลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจ ไว้วางใจให้ SENA Solar Energy ดูแลด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเรื่องโซลาร์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้านที่เข้าใจพลังงานด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แจ็ค เจิ้ง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า Huawei Digital Power มุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดผ่านเทคโนโลยีพลังงานที่มีมาตรฐานระดับโลก ความร่วมมือกับ SENA Solar Energy ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดโซลาร์และโซลูชันระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) จากภายในโครงการที่อยู่อาศัย สู่ลูกค้าทั่วไป เพื่อให้ทุกครัวเรือนได้เข้าถึงโซลูชัน Huawei FusionSolar ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด”</p>
<p>ปัจจุบัน<strong> SENA Solar Energy</strong> ให้บริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลหลังการขาย โดยนำมาตรฐานการดูแลลูกค้าแบบ Developer มาต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงาน พร้อมคัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบโซลาร์เซลล์ เพราะโซลาร์เซลล์ไม่ใช่แค่การติดตั้งครั้งเดียว แต่เป็นการลงทุนระยะยาว ลูกค้าจึงต้องการทั้งเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและผู้ให้บริการที่มีความมั่นคง พร้อมดูแลระบบอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน โดย SENA Solar Energy มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ (O&amp;M) ปีละ 2 ครั้ง รับประกันงานติดตั้ง 2 ปี พร้อมทีม Service และ Customer Care ที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 04:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEW 2026]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44621</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-44621"></span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3678" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-02.jpeg" alt="นันธิกา ทังสุพานิช" width="800" height="640" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช</span> อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า </strong>ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับการเติบโต ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบพลังงานของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับทิศทาง การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP) ถือเป็นกลไกสำคัญ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน สร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน และยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อรองรับ ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>อธิบดี พพ.</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง พพ. จึงได้พัฒนาแผนที่ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Radiation Map) ของประเทศไทย เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประเมินศักยภาพและวางแผนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ พพ. ยังเดินหน้าผลักดันมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิง อากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการขยายการใช้พลังงานสะอาดสู่ภาคการบินและภาคอุตสาหกรรม</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>

<p>สำหรับการเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week (ASEW) 2026 ในครั้งนี้ พพ. ได้นำเสนอ องค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดผ่านบูธนิทรรศการ โดยจัดแสดงการประยุกต์ใช้ข้อมูลความเข้มรังสีอาทิตย์เพื่อประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ (Solar PV) ในแต่ละพื้นที่ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ “การพยากรณ์พลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>“พพ. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต” นางสาวนันธิกา กล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3679" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-03.jpeg" alt="ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล</span> นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (</strong><strong>TESTA)</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ เนื่องจากช่วยเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า รองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ในปีนี้ TESTA จะร่วมผลักดันประเทศไทยสู่<strong>ศูนย์กลางการพัฒนาระบบนิเวศแบตเตอรี่ของภูมิภาคอาเซียน</strong> ผ่านเวทีสัมมนาภายในงาน ASEW ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ วัตถุดิบและซัพพลายเชน การผลิต การใช้งานในภาคพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการรีไซเคิลและเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3680" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-04.jpeg" alt="สรรชาย นุ่มบุญนำ" width="800" height="449" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานของภูมิภาคอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ภายในงานจะรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันด้านพลังงานจาก 1,500 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ ATESS, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, HITACHI ENERGY, HUAWEI และอีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมพาวิลเลียนนานาชาติที่นำเสนอเทคโนโลยีด้าน พลังงานหมุนเวียน การจัดการพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการประชุมและสัมมนาจาก ผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คนจากทั่วโลก ร่วมแบ่งปัน ความรู้ เทรนด์ เทคโนโลยี และแนวโน้มตลาดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีโซนไฮไลต์ที่สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก โดยจัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์แห่งอนาคตเข้าด้วยกัน</p>
<p><strong>ASEW 2026 เป็น “เวทีแห่งโอกาส” ที่จะเชื่อมโยงพันธมิตร เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนอนาคตพลังงานของเอเชีย ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 02:35:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASIA Sustainable Energy Week 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ENTEC]]></category>
		<category><![CDATA[JGSEE]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44497</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ภายใต้แรงกดดันด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย Net Zero อุตสาหกรรมพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) จึงถูกยกระดับสู่การเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาค ที่รวบรวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาดไว้ในที่เดียว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/">อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ภายใต้แรงกดดันด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย Net Zero อุตสาหกรรมพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้บริบทดังกล่าว <strong>งาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) </strong><strong>จึงถูกยกระดับสู่การเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาค ที่รวบรวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาดไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” ระหว่างวันที่ </strong><strong>1–3 </strong><strong>กรกฎาคม </strong><strong>2569 </strong><strong>ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-44497"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-03.jpg" alt="ศ.ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์" width="850" height="567" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศ.ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์</span> ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>JGSEE) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า</strong> ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ภายใต้เป้าหมาย Net Zero และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่ง “องค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม” จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเราในฐานะภาคการศึกษา มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลกวิชาการ เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญปีนี้ คือ <strong>การประชุม </strong><strong>“</strong><strong>The Renewable Energy Asia Conference 2026” </strong><strong>ภายใต้แนวคิด “</strong><strong>Driving Sustainable Energy Innovation through Regional Partnerships” </strong><strong>เวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมงานวิจัย เทคโนโลยี และแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงอาคารสีเขียวและวัสดุก่อสร้างยั่งยืน</strong> พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตทิศทางเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต และสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยการประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสัมมนา แต่เป็นจุดนัดพบสำคัญของภาคพลังงานสะอาดระดับโลก ที่เชื่อมโยงโลกวิชาการ เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27503" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-04.jpg" alt="ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์" width="850" height="685" /></p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์</span> ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (</strong><strong>ENTEC)</strong> กล่าวว่า เชื้อเพลิงยั่งยืนกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของโลกในการลดการปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะในภาคการบินและการขนส่งทางทะเล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก ส่งผลให้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน (SMF) รวมถึงเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ได้รับความสนใจและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงานปีนี้ ENTEC ได้ร่วม<strong>จัดการประชุม “</strong><strong>Southeast Asia Sustainable Fuels Summit</strong><strong>”</strong> เพื่อยกระดับสู่เวทีด้านเชื้อเพลิงยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงแห่งอนาคต อันจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรมของภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27504" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-05.jpg" alt="นายสรรชาย นุ่มบุญนำ" width="850" height="621" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า </strong>จุดแข็งสำคัญของ<strong>งาน </strong><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 </strong><strong>คือการเป็น “แพลตฟอร์มพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค” ที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจ เทคโนโลยี และเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากทั่วโลก รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม</strong> โดย ASEW ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีสำคัญที่ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือในระดับนานาชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27501" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-02.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>
<p>ภายในงานจะรวบรวมบริษัทและแบรนด์ด้านพลังงานกว่า 1,500 แบรนด์จากทั่วโลก อาทิ ATESS, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, HUAWEI, ATMOCE, FRIENDCOM, HITACHI, MARVEL SOLAR ENERGY และ METROPOLITAN ELECTRICITY AUTHORITY เป็นต้น บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมแบ่งปันความรู้ เทรนด์เทคโนโลยี และแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคตกว่า 200 หัวข้อ ผ่านเวทีการประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ อาทิ Renewable Energy Asia Conference, Thailand ConneXt, ASIA Urban Energy Assembly, Energy Storage Summit, Hydrogen Forum และ Southeast Asia Sustainable Fuels Summit เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโซนพิเศษที่สะท้อนทิศทางอนาคตด้านพลังงาน อย่าง Data Center and Cloud District, Carbon Free Valley, Hydrogen District, Smart Building District, Sandbox Experience และ Startups Alley รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก ได้สร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือใหม่ โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก และจัดร่วมกับ MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27505" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-06.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>
<p><strong>ASIA Sustainable Energy Week 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27499" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ASIA-Sustainable-Energy-Week-2026-Pr-07.jpg" alt="ASIA Sustainable Energy Week 2026" width="850" height="567" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-sustainable-energy-week-2026-pr/">อินฟอร์มาฯ จับมือ JGSEE และ ENTEC ดัน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 07:24:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[SKYWORTH Solar]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44449</guid>

					<description><![CDATA[<p>SKYWORTH Solar ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SKYWORTH Solar </strong>ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย หลังจากเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar</p>
<p><span id="more-44449"></span></p>
<p>การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทฯ ได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem Leader) พร้อมกางโรดแมปเร่งเครื่องขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศที่เป็นเสาหลักสำคัญ</p>
<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ SKYWORTH Solar ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยเร่งจากความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ ตลอดจนแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปิดรับพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ ณ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในท้องถิ่นของ SKYWORTH Solar อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเติมเต็มศักยภาพให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบการดูแลและสนับสนุนลูกค้าตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเหนือระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดำเนินโครงการ บริการหลังการขาย การประสานงานห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการส่งมอบโครงการที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44451" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Wanfei Qu</span> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ SKYWORTH Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SKYWORTH Solar</strong> กล่าวว่า ประเทศไทย คือ โอกาสครั้งสำคัญในการเติบโตของ SKYWORTH Solar ในยามที่ภาคธุรกิจต่างมองหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่เปี่ยมด้วยเสถียรภาพและมีความคุ้มค่าในแง่ต้นทุน กลยุทธ์ของเราขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญา &#8216;Global Vision, Local Execution&#8217; ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับความร่วมมืออันแข็งแกร่งของพันธมิตรในประเทศ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจที่วางไว้ SKYWORTH Solar ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการโซลาร์เซลล์ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ CapSolar เพื่อรองรับความต้องการระบบโซลาร์รูฟท็อปที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่น ผ่านการลงทุนในด้านการพัฒนาโครงการ ความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน และการยกระดับขีดความสามารถด้านบริการ ซึ่งรวมไปถึงการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธนาคารร่วมกับธนาคารไอซีบีซี (ไทย) หรือ ICBC Thai ตลอดจนการเข้าถึงกองทุนสนับสนุนการลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในการพัฒนาและติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศไทยและตลาดสากลอื่นๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg" alt="SKYWORTH Solar" width="600" height="338" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SKYWORTH-Solar-04-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมของ SKYWORTH Solar ในประเทศไทย คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 เมกะวัตต์ (MW) ณ โรงงานเหล็ก UMC Steel ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ราว 4.4 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ภายในปีแรก ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างเห็นผล ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ความคืบหน้าและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทยในครั้งนี้ ถูกยกให้เป็นไฮไลท์สำคัญภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกของ SKYWORTH Solar ที่เปิดบ้านเผยโฉมในงาน SNEC 2026 โดยบริษัทฯ ได้ประกาศแผนการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปยังตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อตอบรับกับดีมานด์เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่กำลังทะยานสูงขึ้นทั่วโลก</p>
<p>ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต่างเร่งลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonisation) SKYWORTH Solar มุ่งมั่นที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับลูกค้า ด้วยการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น และศักยภาพการบริการระดับท้องถิ่นที่พร้อมตอบโจทย์ในทุกมิติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/skyworth-solar/">SKYWORTH Solar เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 02:14:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge CSS-OD 197]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44004</guid>

					<description><![CDATA[<p>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก โดยระบบ CSS-OD 197 ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SolarEdge ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม SolarEdge CSS-OD 197 (Commercial Storage System) ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-44004"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2927" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-390.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<p>โดยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกักเก็บพลังงานภายนอกอาคารที่มีความจุพลังงานสูงถึง 197 kWh ต่อตู้แบตเตอรี่ (Battery Cabinet) โดยทำงานร่วมกับ Battery Inverter ขนาด 50kW หรือ 100kW เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไปจนถึงอาคารสำนักงานขนาดใหญ่</p>
<h3>คุณสมบัติเด่นของ SolarEdge CSS-OD 197</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2928" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-402.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<ul>
<li>High Energy Density: แบตเตอรี่ความจุ 197 kWh ที่มาในรูปแบบตู้ Cabinet ดีไซน์กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้งาน</li>
<li>Scalability &amp; Flexibility: รองรับการเชื่อมต่อกับ Battery Inverter ทั้งรุ่น 50kW และ 100kW ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกขนาดระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและการใช้พลังงานจริง (Load profile) ของตนเองได้</li>
<li>Integrated Intelligence: ควบคุมด้วยระบบ SolarEdge ONE Controller ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ การกักเก็บ และการจ่ายพลังงานให้สัมพันธ์กับค่าไฟฟ้า (Time-of-Use) เพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานและเพิ่มผลกำไรสูงสุด</li>
<li>Superior Safety: มาพร้อมระบบจัดการความปลอดภัยในระดับเซลล์แบตเตอรี่ และการตรวจจับความร้อนที่ล้ำสมัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ SolarEdge</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2929" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-404.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="493" height="740" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับองค์กร</h3>
<p>ด้วยระบบ <strong>CSS-OD 197</strong> ธุรกิจสามารถทำกำไรจากการใช้พลังงานได้มากขึ้นผ่านฟังก์ชันการโกนยอดการใช้ไฟฟ้า (Peak Shaving) และการดึงพลังงานที่เก็บไว้มาใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร (Self-Consumption) ให้สูงขึ้น ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>การติดตั้งระบบ <strong>SolarEdge CSS-OD 197</strong> เน้นความรวดเร็วและลดความซับซ้อนด้วยนวัตกรรมหลัก ดังนี้</p>
<ul>
<li>Modular Design: ออกแบบระบบเป็นรูปแบบโมดูลที่แยกส่วนประกอบมาอย่างชัดเจน ทำให้การขนส่งเข้าพื้นที่หน้างานและการประกอบตู้แบตเตอรี่ทำได้ง่ายและเป็นระเบียบ</li>
<li>Synergy Technology: ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทำงานประสานกันได้โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการเดินสายไฟที่ยุ่งยาก</li>
<li>Small &amp; Lightweight Components ชิ้นส่วนถูกออกแบบให้มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ใช้กำลังคนในการติดตั้งน้อย (เพียง 2 คนในบางส่วนงาน) ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในทุกขั้นตอน</li>
<li>Smart Commissioning: เริ่มระบบได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน SolarEdge Go ที่ช่วยตั้งค่าและตรวจสอบความถูกต้องของระบบผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที ลดเวลาการทำงานหน้างานลงอย่างมาก</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2930" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-307.jpg" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" width="850" height="567" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-123.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-226.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SolarEdge เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CSSOD-239.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>การเปิดตัว CSS-OD 197 ถือเป็นก้าวสำคัญของ SolarEdge ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-css-od-197/">SolarEdge รุกตลาดพลังงานสะอาด เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “CSS-OD 197” โซลูชันแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงเพื่ออนาคตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 07:47:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energyม โซลาร์รูฟท็อปม ติดตั้งโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ภาคครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43811</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า ล่าสุด Bangkok Cable หรือ “บางกอกเคเบิ้ล” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ ION Energy&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่ “ธุรกิจกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดย ION Energy ประเมินศักยภาพตลาดว่ามีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้มากถึง 1.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าตลาดระดับหลักแสนล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนสะสมเพียงราว 70,000 ครัวเรือน สะท้อนช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาลในระยะข้างหน้า</strong></p>
<p><span id="more-43811"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>Bangkok Cable</strong> หรือ “<strong>บางกอกเคเบิ้ล</strong>” ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่การเป็น Energy Solution Provider ผ่านการเข้าซื้อกิจการ<strong> ION Energy</strong> เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อต่อยอดโอกาสจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย และรองรับดีมานด์พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43813" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg" alt="พงศภัค นครศรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ก้าวใหม่ของ BCC สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงศภัค นครศรี</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เปิดเผยว่า ในปีที่ 62 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็น “มากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า” และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรชั้นนำของไทย เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43814" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ 3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท</p>
<p>“เรามองว่าตลาดโซลาร์กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้” <strong>พงศภัค</strong> กล่าว</p>
<h3>3 จุดแข็ง ION Energy สู่เกมพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ</h3>
<p>การตัดสินใจของ Bangkok Cable ในการดึง ION Energy เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพอร์ตธุรกิจเท่านั้น แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์สู่ตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ION Energy ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของตลาดโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Sansiri, Supalai, SC Asset และ AP Thailand สะท้อนถึงมาตรฐานงานติดตั้งและความน่าเชื่อถือในระดับอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่</p>
<p>1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว</p>
<h3>ตลาดโซลาร์ไทยแตะหลักแสนล้าน โอกาสโตสูง แต่ฐานติดตั้งยังต่ำ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg" alt="พีรกานต์ มานะกิจ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>พีรกานต์ มานะกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ION Energy</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น</p>
<p>การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” <strong>พีรกานต์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg" alt="ติดตั้งโซลาร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/bcc-x-ion-energy-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์สูงสุด 2,000 ครัวเรือน ภายในปีนี้</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569</p>
<p><strong>พีรกานต์</strong> กล่าวอีกว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์กำลังถูกมองว่าเป็นทางออกสำคัญทั้งในมิติของการลดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการลงทุนระบบขนาดประมาณ 10 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณราว 200,000 บาท สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 4,000–5,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่อาจมีค่าไฟสูงถึง 6,000–7,000 บาท ส่งผลให้ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3–4 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของระบบยาวนานถึง 25–30 ปี ทำให้ภาพรวมการลงทุนมีความคุ้มค่าอย่างชัดเจน แม้จะคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแล้วก็ตาม โดยผู้ประกอบการมองว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น โซลาร์เซลล์ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและจับต้องได้มากกว่า</p>
<h3>นโยบาย-การเงิน หนุนโซลาร์เข้าถึงง่าย เร่งตลาดโต</h3>
<p>ในเชิงนโยบาย ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ตลาดเติบโตมากขึ้น ทั้งมาตรการสนับสนุนทางภาษีและการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น สินเชื่อเฉพาะสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นค้ำประกันในลักษณะเดียวกับสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงโมเดล Subscription ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถผ่อนจ่ายค่าใช้ระบบได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืน (Net Metering/Net Billing) อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาอัตรารับซื้ออยู่ในระดับต่ำและยังไม่ต่อเนื่อง หากสามารถปรับอัตราให้เหมาะสม เช่น 2–4 บาทต่อหน่วย ก็จะช่วยจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวัน ซึ่งสามารถผลิตไฟและขายคืนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcc-x-ion-energy/">บางกอกเคเบิ้ล ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สร้างจุดเปลี่ยนเกมพลังงานภาคครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:41:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop ครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดหย่อนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43667</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม</strong></p>
<p><span id="more-43667"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43669" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg" alt="จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์</span> นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ถูกออกแบบมาเพื่อให้ “เจ้าของบ้าน” ได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในมิติของการลดภาระค่าไฟฟ้าระยะยาว และการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครัวเรือน โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ตามมาตรา 40 (1)–(8) เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนที่อยู่อาศัยจริง มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องซื้ออุปกรณ์จากผู้ประกอบการที่สามารถออก e-Tax Invoice และเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้แล้วเสร็จภายในปีภาษีที่ยื่นขอใช้สิทธิ ทั้งนี้ มาตรการกำหนดให้ “หนึ่งหลังต่อหนึ่งสิทธิ์” และใช้ได้เพียงครั้งเดียวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43670" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg" alt="ติดตั้งระบบโซลาร์" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ติดตั้งระบบ 5 กิโลวัตต์ สร้างผลกระทบหลักหมื่นล้านบาท</h3>
<p>ในเชิงความคุ้มค่า การติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมในภาคครัวเรือน สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ราว 2,000–2,500 บาทต่อเดือน ขณะที่ภาครัฐตั้งเป้าหมายให้มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 90,000 ครัวเรือน</p>
<p>“มาตรการลดหย่อนภาษีในครั้งนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ราว 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้า LNG ประมาณ 94,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 0.28 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งสร้างการจ้างงานในระบบกว่า 450 ตำแหน่ง” จารุวรรณ กล่าว</p>
<h3>กระแสโซลาร์เติบโต รอเปิดโควตาใหม่แผน PDP</h3>
<p>จารุวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกใช้ภายในครัวเรือนเป็นหลัก และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้ภาครัฐได้ในอัตราประมาณ 2.2 บาทต่อหน่วย ภายใต้สัญญา 10 ปี ที่ผ่านมาโครงการได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับประมาณ 5 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนโควตาการรับซื้อไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์เต็มลง และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดโควตาใหม่ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP)</p>
<p>ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ยังสะท้อนว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้ไฟฟ้าเองมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 800–1,000 เมกะวัตต์ สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐย้ำว่าประชาชนควรศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43671" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg" alt="เอกภัทร ปัญญาแก้ว" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>โมเดลพลังงานบ้านใหม่เร่งตลาดโซลาร์</h3>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>เอกภัทร ปัญญาแก้ว</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า หลังจากที่ภาครัฐประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ส่งผลให้ดีมานด์ในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยยอดติดตั้งเติบโตราว 30–40% ปัจจัยสนับสนุนไม่ได้มาจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงพีคของการใช้ไฟฟ้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ทำให้เกิดภาพการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ในครัวเรือน คือ “ผลิตไฟใช้เอง–ชาร์จรถเอง–ลดค่าใช้จ่ายได้จริง</p>
<p>A Solar ของเรามีความพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินหน้างาน การคำนวณความคุ้มค่า การอธิบายมาตรฐานการติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลเอกสาร เช่น e-Tax Invoice และการขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วน โดยระบบที่เหมาะสมกับบ้านส่วนใหญ่ในไทยยังคงเป็นแบบ On-grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp ซึ่งสามารถรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 50–60% ของครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้ไฟในช่วงเวลากลางวัน เช่น เครื่องปรับอากาศ และยังสามารถต่อยอดไปสู่ระบบ Smart Home หรือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43672" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg" alt="โซลาร์รูฟท็อป" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“โซลาร์รูฟท็อปขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ยังคงเป็นขนาดยอดนิยม สำหรับบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากสมดุลทั้งด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายติดตั้งเฉลี่ยตั้งแต่หลักแสนต้นถึงแสนกลาง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบ้าน เช่น โครงสร้างหลังคาและข้อจำกัดของพื้นที่ติดตั้ง สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ระบบขนาดดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าไฟในช่วงกลางวันได้ราว 2,000 บาทขึ้นไป และหากติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) เพิ่มเติม ก็จะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ในช่วงเย็นหรือกลางคืนได้” เอกภัทร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43673" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg" alt="ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ktc-solar-rooftop-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยอดใช้จ่าย บัตรเครดิต “เคทีซี” โต 110% หลังรัฐออกมาตรการสนับสนุน Solar Rooftop</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู</strong></span> <strong>ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ข้อมูลจากการใช้จ่ายของสมาชิก พบว่าแนวโน้มความสนใจใน Solar Rooftop เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบช่วงก่อนและหลังการประกาศมาตรการ ในช่วงสองเดือนแรกของปี (มกราคม–กุมภาพันธ์) ค่าใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวด Solar Rooftop เพิ่มขึ้นถึง 110% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเติบโต 40% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมองพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะ “เครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาว” มากขึ้น</p>
<h3>ขยายพาร์ทเนอร์โซลาร์ หนุนพลังงานสะอาดภาคครัวเรือน</h3>
<p>ในบทบาทของ Financial Enabler เคทีซีจึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระรายเดือนและสิทธิพิเศษร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการโซลาร์กว่า 21 รายทั่วประเทศ และมีแผนขยายเครือข่ายเป็นมากกว่า 35 รายภายในปี 2569 ผ่านการคัดเลือกเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานเทคโนโลยีและคุณภาพการติดตั้ง</p>
<p>“บริษัทฯ คาดว่าจากแรงหนุนของมาตรการดังกล่าว จะช่วยผลักดันการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop ได้ราว 15% ภายในปีนี้ สะท้อนบทบาทของภาคการเงินในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น” ณัฐสิทธิ์ กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktc-solar-rooftop/">เคทีซีสนับสนุน Solar Rooftop ครัวเรือน รับมาตรการลดหย่อนภาษี บรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 07:03:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวไร่อ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดอ้อยสด]]></category>
		<category><![CDATA[นะโม ตัดสด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รับซื้อใบอ้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43658</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 1 เมษายน 2569 – เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/">อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ, </strong><strong>1 เมษายน 2569</strong> – เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ <strong>กลุ่มมิตรผล </strong>ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ <strong>“นะโม ตัดสด”</strong> คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย</p>
<p><span id="more-43658"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43662" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04.jpg" alt="บรรเทิง ว่องกุศลกิจ" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ</span> ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล</strong> เปิดเผยว่า “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ คือภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างเกษตรกร ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน ผมขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรทุกท่านที่เชื่อมั่นในแนวทางการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ของกลุ่มมิตรผล หรือ <strong>“มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” </strong>และความตั้งใจในการร่วมกันตัดอ้อยสดอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การตัดอ้อยสดไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการปรับแนวคิดและวิถีการทำเกษตรแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ โดยกลุ่มมิตรผลพร้อมเดินเคียงข้างเกษตรกรชาวไร่อ้อย ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตเกษตรไทยที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการผลักดันมาตรฐานวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43664" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06.jpg" alt="ศุภฤกษ์ สุภาพเพชร" width="434" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06.jpg 434w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-06-334x500.jpg 334w" sizes="(max-width: 434px) 100vw, 434px" /></p>
<p>ทางด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายศุภฤกษ์ สุภาพเพชร</strong></span> เกษตรกรหนุ่มผู้เปลี่ยนวิถีทำไร่อ้อยสมัยใหม่ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในอดีตไร่ของครอบครัวผมเคยมีอ้อยไฟไหม้ แต่หลังจากได้เรียนรู้กับ Mitr Phol ModernFarm Academy (MFA) ทำให้มุมมองการทำไร่อ้อยของผมเปลี่ยนไป ปัจจุบันไร่อ้อยของผมเป็นอ้อยสด 100% หลายคนอาจกังวลเรื่องต้นทุนเครื่องจักรที่สูง หรือการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนแปลงอ้อย แต่หากมองภาพรวมในระยะยาว การทำอ้อยสดช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล เพราะการเผาทำให้ดินเสีย วัชพืชโตเร็ว และต้องเสียเงินค่าปุ๋ยค่าสารกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้นทุกปี การตัดอ้อยสดจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดครับ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43663" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05.jpg" alt="ฐิติมา บัวผุย" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เช่นเดียวกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวฐิติมา บัวผุย</strong></span> ที่ได้ปรับมุมมองในฐานะเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยนำนวัตกรรมมาใช้ในไร่อ้อยของครอบครัว เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า “จากการร่วมเรียนรู้กับกลุ่มมิตรผล ทำให้ได้ลองเปลี่ยนวิถีการทำไร่อ้อยแบบเดิม ๆ สู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ โดยเฉพาะเรื่องดินและน้ำที่ต้องให้ความสำคัญมาก เราสามารถรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินขาดสารอาหาร หรืออ้อยต้องการน้ำตอนไหน ทำให้วางแผนการจัดการได้แม่นยำและช่วยลดต้นทุนได้จริง นอกจากนี้ การตัดอ้อยสดยังส่งผลดีตามหลักธรรมชาติ เพราะการไว้ใบอ้อยคลุมดิน นอกจากคืนความสมบูรณ์ให้ดินแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทุกวันนี้ภูมิใจมากค่ะที่ได้กลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัวด้วยวิธีคิดแบบใหม่ และทำให้อาชีพเกษตรกรรมไทยเติบโตไปพร้อมกับโลกได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43661" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03.jpg" alt="อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>มากกว่าคำขอบคุณ คือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นพลังความร่วมมือของเกษตรกรในการเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ <strong>“มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม”</strong> ที่กลุ่มมิตรผลได้ริเริ่มดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี และมีปริมาณอ้อยสดเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จนในวันนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผลสามารถเพิ่มปริมาณส่งอ้อยสดเข้าหีบได้สูงกว่า 96% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรไทยมีความรู้และได้เตรียมความพร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการปรับตัวสู่การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน และสนับสนุนความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ <strong>เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</strong><strong>Net Zero) ภายในปี 2050</strong> โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีคิด” แบ่งปันและสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน “อนาคต” ของภาคเกษตรไทยให้ไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43660" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02.jpg" alt="อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/mitr-phol-modernfarm-net-zero-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-modernfarm-net-zero/">อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือ กลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบ เสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยแผนปี&#8217;69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 07:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43441</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><span id="more-43441"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อิศรา นิโรภาส</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดไฟฟ้า ERCOT ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 14% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578</p>
<p>การยกระดับ BPP สู่กลุ่มธุรกิจ Power+ จึงเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ระดับ Utility-scale ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนในบริษัท BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I &amp; II ในสหรัฐฯ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนในโครงการพลังงานใหม่ ๆ เช่น โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth BESS ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความสามารถแข่งขันในตลาดพลังงานโลก</p>
<h3>รุกพลังงานสะอาดในจีน เสริมรายได้ขายสิทธิปล่อยคาร์บอน</h3>
<p>สำหรับโครงการพลังงานสะอาด บริษัทเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน ไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกันบริษัทมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสิทธิการปล่อยคาร์บอนของโรงไฟฟ้า CHP ในจีน ผ่านระบบ Carbon Emission Allowances (CEAs) มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg" alt="โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง" width="658" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-300x192.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-500x320.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg" alt="โครงการ Iwate Tono BESS ในญี่ปุ่น" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>เร่งขยายลงทุน BESS ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น</h3>
<p>อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของธุรกิจคือ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ซึ่งบริษัทเร่งขยายการลงทุนในทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยโครงการ Megamouth BESS ในสหรัฐฯ มีกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนในญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono BESS ขนาด 14.5 เมกะวัตต์ / 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเริ่มดำเนินการแล้ว ขณะที่โครงการ Aizu, Tsuno และโครงการร่วมทุน Kamigumi-Tokyo ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2571</p>
<p>ด้าน ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) บริษัทฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นรวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้กับลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในสหรัฐฯ บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ Power Trading ในตลาด ERCOT ผ่านแพลตฟอร์มของ Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</p>
<h3>ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ผ่าน CCS และ Banpu NEXT</h3>
<p>อิศรา กล่าวว่า BPP ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Decarbonization ผ่านการร่วมลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Cotton Cove CCS ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 32,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมทั้งต่อยอดการลงทุนผ่านบริษัท Banpu NEXT เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero Solutions ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง SolarBK และอมตะวีเอ็น พัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อปกำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะในเวียดนาม 2 แห่ง</p>
<h3>ดัน BESS ขึ้นแท่นหัวใจธุรกิจพลังงานใหม่</h3>
<p>สำหรับภาพรวมกำลังการผลิต ปัจจุบัน BPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงาน 673 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจ Battery Energy Storage System (BESS) กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยภายในหนึ่งปีบริษัทสามารถเก็บพลังงานได้รวม 444 เมกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้เมื่อรวมกำลังการผลิตและศักยภาพระบบกักเก็บพลังงานของทั้งกลุ่มแล้ว จะมีขนาดรวมประมาณ 1.3 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยระบบกักเก็บพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพของระบบสายส่ง และสร้างโอกาสทำกำไรในช่วงที่ตลาดไฟฟ้ามีความผันผวน</p>
<p>แม้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนบางส่วนจะยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Jinhu Qianfeng BESS ขนาด 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่เพิ่มเติม 20 เมกะวัตต์ ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้น ไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนทิศทางของ BPP ที่มุ่งเสริมพอร์ตพลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโครงสร้างพลังงานยุคใหม่ในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 04:22:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU (NewCo)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43381</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยังคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันอุปทานพลังงานและผลักดันราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้น สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลังงานในตลาดโลกลดลงและทำให้ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหินและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดพลังงานโลกยั<wbr />งคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรั<wbr />ฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวั<wbr />นออกกลางที่กดดันอุปทานพลั<wbr />งงานและผลักดันราคาพลั<wbr />งงานหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้<wbr />าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคั<wbr />ญผ่านการควบรวมกับบ้านปู เพาเวอร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ BANPU (NewCo) และเร่งขยายพอร์ตธุรกิจพลั<wbr />งงานทั้งก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงาน และแร่แห่งอนาคต เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานโลกที่เพิ่มขึ้น</p>
<p dir="ltr"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg" alt="" width="660" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02.jpeg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BANPU-NewCo-AI-Data-Center_02-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
</div>
</div>
<p><span id="more-43381"></span></p>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพลังงานโลกยังคงได้รั<wbr />บผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้<wbr />งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวั<wbr />นออกกลาง ซึ่งส่งผลให้อุปทานพลั<wbr />งงานในตลาดโลกลดลงและทำให้<wbr />ราคาพลังงานหลายประเภทปรับตั<wbr />วเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยั<wbr />งส่งผลทางอ้อมต่อราคาถ่านหิ<wbr />นและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ใช้พลังงานมีแนวโน้<wbr />มปรับเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิ<wbr />งทดแทนกันมากขึ้นตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการพลังงานจากประเทศผู้<wbr />บริโภครายใหญ่ เช่น จีน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคง</p>
<p dir="ltr">ในส่วนของตลาดก๊าซธรรมชาติสหรั<wbr />ฐฯ โดยเฉพาะดัชนี Henry Hub มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิ<wbr />ศทางราคาพลังงานโลก เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางอ้<wbr />อมจากราคาน้ำมันและ LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทประเมินว่าราคาก๊<wbr />าซในตลาดสหรัฐฯ มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิ<wbr />จของบ้านปูในปี 2569 ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับมั่<wbr />นคง ทั้งในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุ<wbr />รกิจไฟฟ้า</p>
<p dir="ltr">ด้านราคาถ่านหินซึ่งเป็นหนึ่<wbr />งในสินค้าหลักของบริษัท ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนั<wbr />ยสำคัญ จากระดับประมาณ 100–110 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงเดื<wbr />อนมกราคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 136 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของปีที่<wbr />ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวดีขึ้น แต่บริษัทก็ยังเผชิญแรงกดดันด้<wbr />านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่มี<wbr />แนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้บริษัทต้องบริหารจั<wbr />ดการต้นทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการปรับแผนการผลิต การเพิ่มประสิทธิ<wbr />ภาพกระบวนการดำเนินงาน และการลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติ<wbr />กส์</p>
<p dir="ltr"><strong>สินนท์</strong> กล่าวอีกว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการดำเนินงานธุ<wbr />รกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยตั้งเป้าปริมาณการผลิตมากกว่<wbr />า 42 ล้านตันต่อปี และปริมาณการขายมากกว่า 45 ล้านตัน สะท้อนทิศทางการฟื้นตั<wbr />วของตลาดพลังงานและความต้<wbr />องการใช้ถ่านหินในหลายภูมิภาค สำหรับแผนการดำเนินงานรายพื้นที่<wbr /> เหมืองถ่านหินใน มองโกเลีย มีแผนเพิ่มกำลังการผลิ<wbr />ตและการจำหน่ายอีกประมาณ 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรวมเพิ่<wbr />มเป็น 3 ล้านตันต่อปี ขณะที่เหมืองใน ออสเตรเลีย ตั้งเป้ายอดขายถ่านหินในปีนี้ที่<wbr />ประมาณ 8.3 ล้านตัน ส่วนเหมืองใน จีน จะยังคงรักษาระดับการผลิ<wbr />ตและการขายใกล้เคียงกับปีก่<wbr />อนหน้า</p>
<p dir="ltr">ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซีย ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการอนุ<wbr />มัติโควตาการผลิตจากภาครัฐ โดยบริษัทคาดว่าปริมาณการผลิ<wbr />ตในปีนี้จะไม่ต่ำกว่าระดับของปี<wbr />ก่อน ขณะที่ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทวางแผนการผลิตถ่านหินไว้<wbr />ที่ประมาณ 5.1 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้<wbr />องการในตลาดพลังงานที่ยังคงมี<wbr />แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p dir="ltr">ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ BANPU (NewCo) จะขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และ เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ซึ่งเป็นโครงสร้างธุรกิจที่<wbr />สอดคล้องกับกลยุทธ์ Energy Symphonics ที่บริษัทใช้เป็นแนวทางขับเคลื่<wbr />อนองค์กรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิ<wbr />จที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573</p>
<p dir="ltr">สำหรับธุรกิจ Next-Gen Mining ในปี 2568 บริษัทเริ่มดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์เหมืองถ่านหิ<wbr />นในประเทศมองโกเลียเป็นปีแรก โดยมีปริมาณการขายรวม 1.62 ล้านตัน ขณะที่เหมืองในอินโดนีเซียได้จั<wbr />ดตั้ง Transformation Office เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุ<wbr />งประสิทธิภาพและลดต้นทุ<wbr />นการดำเนินงาน ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ส่วนเหมืองในออสเตรเลี<wbr />ยสามารถลดต้นทุนเงินสดได้อีก 75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุ<wbr />รกิจแร่แห่งอนาคตผ่านการลงทุ<wbr />นในธุรกิจนิกเกิลต้นน้ำในอิ<wbr />นโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุ<wbr />ณภาพสูงและรองรับความต้<wbr />องการของอุตสาหกรรมพลั<wbr />งงานสะอาดในอนาคต</p>
<p dir="ltr">ในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ<wbr />ครบวงจรในสหรัฐฯ U.S. Closed-Loop Gas บริษัทได้ลงทุนในแหล่งก๊าซ Bedrock และเริ่มรับรู้ผลประกอบการหลั<wbr />งการทำธุรกรรมแล้วเสร็จในเดื<wbr />อนกันยายน 2568 ส่งผลให้ปริมาณการขายก๊<wbr />าซธรรมชาติรวมของบริษัทเพิ่มขึ้<wbr />นเป็น 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้บริษัทได้ดำเนิ<wbr />นการปรับโครงสร้างธุรกิ<wbr />จโดยรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊<wbr />าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ไว้ภายใต้บริษัท BKV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริ<wbr />หารธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร</p>
<p dir="ltr">นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ การดักจับและกักเก็บคาร์<wbr />บอนไดออกไซด์ (CCUS) ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกั<wbr />บกองทุน CI Energy Transition Fund I ภายใต้การบริหารของ Copenhagen Infrastructure Partners ประเทศเดนมาร์ก โดยโครงการ Barnett Zero สามารถอัดเก็บคาร์บอนได้ 138,280 ตันในปี 2568 และเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิ<wbr />ชย์โครงการ Cotton Cove ซึ่งมีกำลังการกักเก็บคาร์บอน 32,000 ตันต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569</p>
<p dir="ltr">ด้านธุรกิจ Power+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านไฟฟ้<wbr />าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน บริษัทกำลังพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้<wbr />าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนิ<wbr />นการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายธุรกิจระบบกักเก็<wbr />บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) อย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์<wbr />โครงการ Iwate Tono ในประเทศญี่ปุ่น และลงทุนพัฒนาโครงการใหม่<wbr />ในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิ<wbr />ตรวมของระบบ BESS อยู่ที่ประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นมี<wbr />ยอดจำหน่ายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง และธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ ภายใต้บริษัท BKV Energy ยังได้รับรางวัล “Best Electricity Provider” จากเวที Best of the Best 2025 ของ Houston Chronicle จากการโหวตของผู้บริโภคในรัฐเท็<wbr />กซัส</p>
<p dir="ltr">ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Future Tech มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ Net Zero ผ่านความร่วมมือกับพันธมิ<wbr />ตรในหลายประเทศ โดยธุรกิจโซลาร์บนหลั<wbr />งคาและโซลาร์ลอยน้ำของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ ได้ร่วมมือกับบริษัทอมตะ วีเอ็น และ SolarBK พัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคาในนิ<wbr />คมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวี<wbr />ยดนามรวมกำลังการผลิต 227 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทมีกำลั<wbr />งการผลิตรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และมีการบริหารจัดการยานยนต์<wbr />ไฟฟ้ารวม 876 คัน</p>
<p dir="ltr">ขณะเดียวกันบริษัทยังลงทุนผ่<wbr />านหน่วยงาน Corporate Venture Capital ในบริษัทเทคโนโลยีด้านโครงสร้<wbr />างพื้นฐาน AI อย่าง Mixx Technologies และบริษัท ARC Clean Technology ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Advanced Small Modular Reactor (aSMR) เพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานไฟฟ้าปลอดคาร์บอนของผู้ใช้<wbr />ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ผลิตไฮโดรเจน</p>
<p dir="ltr">สินนท์ กล่าวเสริมว่า ในอนาคตบ้านปู<wbr />จะวางบทบาทของตนเองในฐานะ “Energy Architect” หรือผู้ออกแบบและพัฒนาระบบพลั<wbr />งงานเพื่อรองรับความต้องการพลั<wbr />งงานของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการเติบโตอย่<wbr />างรวดเร็วของเทคโนโลยีปั<wbr />ญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้องการพลังงานไฟฟ้าปริ<wbr />มาณมหาศาล โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่<wbr />วนพลังงานสีเขียวในพอร์ตธุรกิ<wbr />จให้มากกว่า 50% ภายในปี 2030 ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิ<wbr />ตพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิ<wbr />ดชอบ</p>
<p dir="ltr">“แม้บริษัทจะศึกษาความเป็นไปได้<wbr />ในการลงทุนในธุรกิจเศรษฐกิจหมุ<wbr />นเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย แต่การตัดสินใจลงทุนยังต้องพิ<wbr />จารณาถึงขนาดตลาดและศั<wbr />กยภาพในการขยายธุรกิจเป็นสำคัญ ปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่ของบริ<wbr />ษัทจึงยังมุ่งไปยังประเทศที่มี<wbr />ตลาดขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่<wbr />วงของการติดตามและศึกษาความเป็<wbr />นไปได้ของโครงการในอนาคต” <strong>สินนท์</strong> กล่าว</p>
</div>
</div>
<div dir="ltr">
<div>
<p dir="ltr">สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 173,423 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 1,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,108 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็<wbr />งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงผลกระทบจากรายการอนุพันธ์<wbr />ทางการเงินและรายการพิเศษอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุ<wbr />ทธิ 61.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,025 ล้านบาท</p>
</div>
</div>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-newco-ai-data-center/">บ้านปู เร่งเกมพลังงาน ปรับโครงสร้างสู่ BANPU (NewCo) รับดีมานด์ AI-Data Center ดันพลังงานสะอาดเกิน 50%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
