<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานสีเขียว | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Mar 2026 07:53:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานสีเขียว | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง &#8220;แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-052026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 07:43:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกอบรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43525</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3 (Power Development Plan and Green Energy for Sustainability and Third Party Access) ในระหว่างวันที่ 18 &#8211; 20 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ หลักการและเหตุผล ปัจจุบันความต้องการพลังงานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-052026/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3 (Power Development Plan and Green Energy for Sustainability and Third Party Access) ในระหว่างวันที่ 18 &#8211; 20 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</strong></p>
<p><span id="more-43525"></span></p>
<h3>หลักการและเหตุผล</h3>
<p>ปัจจุบันความต้องการพลังงานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) และแผนปฏิบัติการพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2024) เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริม เช่น การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA), อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (UTG) และการใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และเปิดโอกาสให้บุคคลที่สามสามารถใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาพลังงานในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงแผนการผลิตไฟฟ้า การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ข้อกำหนดการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม และแนวทางการใช้พลังงานสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkseminar.com/greenenergy/" target="_blank" rel="noopener"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43527 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ieee-pes-green-energy-05-2026.png" alt="แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3" width="595" height="842" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ieee-pes-green-energy-05-2026.png 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ieee-pes-green-energy-05-2026-212x300.png 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ieee-pes-green-energy-05-2026-150x212.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ieee-pes-green-energy-05-2026-353x500.png 353w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></a></p>
<p>หลักสูตรอบรมนี้ยังรวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทน (AEDP 2024) และอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2024) ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อให้เกิดการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาด การลดการปล่อย CO₂ รวมถึงบทบาทของ Smart Grid ในการสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality และการเตรียมพร้อมต่อมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในอนาคต หลักสูตรนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางพัฒนาพลังงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและสากล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</p>
<h3>วัตถุประสงค์</h3>
<ol>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจถึงแนวทางและเป้าหมายของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) ของประเทศไทย รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทน (AEDP 2024) และการอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2024) เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</li>
<li>เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และการใช้อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (UTG) ตลอดจนการใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) ในการรับรองพลังงานสะอาดที่ใช้ในองค์กร</li>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อและใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเชื่อมโยงการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม</li>
<li>เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยี Smart Grid ในการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบของมาตรการ CBAM ที่อาจมีผลต่อการส่งออกของไทยในอนาคต</li>
</ol>
<h3>กลุ่มเป้าหมาย</h3>
<ol>
<li>ผู้บริหาร วิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใน กิจการไฟฟ้าและพลังงาน</li>
<li>ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่กำหนดนโยบาย กิจการไฟฟ้าและพลังงาน</li>
<li>ผู้ผลิตและผู้ให้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริด และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง</li>
<li>ที่ปรึกษา ผู้ประกอบการ อาจารย์ และนักลงทุน ในกิจการไฟฟ้าและพลังงาน และผู้ที่สนใจทั่วไป</li>
</ol>
<p><strong>ดูรายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่</strong> <a href="https://www.greennetworkseminar.com/greenenergy/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/greenenergy/</a></p>
<p><strong>สอบถามข้อมูลติดต่อได้ที่</strong><br />
โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503<br />
e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-052026/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 04:10:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass Boiler]]></category>
		<category><![CDATA[Solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40577</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ ณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : <strong>ยูนิลีเวอร์</strong> <strong>ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p><span id="more-40577"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40579" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg" alt="ณัฏฐิณี เนตรอำไพ" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฏฐิณี เนตรอำไพ</span> ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมียอดขายในกว่า 190 ประเทศและเข้าถึงผู้บริโภค 3.4 พันล้านคนต่อวัน และมีพนักงาน 128,000 คน ในปี 2567 มียอดขาย 60.8 พันล้านยูโร</p>
<p>ยูนิลีเวอร์ได้ Refocus เฉพาะสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อโลกและสังคม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมทั้งมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ให้ได้ 42% ภายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายด้านการจัดการพลาสติกที่ชัดเจน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ให้ได้ 25% ภายในปี พ.ศ. 2568 ลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2569 และ 40% ภายในปี พ.ศ. 2571 เทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2562 รวมถึงดำเนินการตามแผนที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบแข็งทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 และบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นภายในปี พ.ศ. 2578</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการรักษ์โลกให้กับผู้บริโภค ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากยูนิลีเวอร์  57% สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ พร้อมทั้งเก็บกลับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วทั้งของยูนิลีเวอร์และอื่นๆ ราว 110%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>ภายใต้โครงการ Bright Future ซึ่งต่อยอดมาจาก Clean Future ที่ริเริ่มแนวคิดเมื่อปี พ.ศ. 2562 ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และส่วนผสมให้ยั่งยืนมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและย่อยสลายได้ อย่างซันไลต์ RHAMNO Clean เพื่อช่วยลด CO<sub>2</sub> ในขอบเขตที่ 3</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg" alt="ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ที่สำคัญ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถOptimize การผลิต ช่วยเพิ่ม Productivity  40% ประกอบกับบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายด้านความยั่งยืน ทำให้ไม่มีปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด</p>
<p>“เรานำ AI เข้ามาช่วยในการจัด Foot Print  ช่วยในเรื่องข้อมูล เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ของเรา สามารถหาสารที่เป็นรมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก Journal ต่างประเทศ  ช่วยในการผลิตสินค้าโดยมีภาพจำลองเสมือนผลิตจริง ผ่าน  Digital Twin</p>
<p>เรียกได้ว่ามีการนำ AI มา Embedในทุกมิติ ทั้งการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงาน 72% รวมทั้งใช้วัตถุดิบที่ไม่ทำลายป่าพรุ 97%  ไม่มีการปล่อยของเสียไปที่แหล่งน้ำ และบ่อขยะ และบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถใช้ซ้ำ รีไซเคิลและย่อยสลายได้ถึง 57%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม AI ใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลังงานจากฟอสซิลที่ไม่ใช่กรีน เป็นโจทย์ที่บริษัทฯ ซึ่งใช้ AI จะต้องหาแหล่งพลังงานสีเขียวต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40581" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg" alt="โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังได้รับการรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการพัฒนา Biomass Boiler, Solar Roof เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งใช้ระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำเทคโนโลยี Digital Twin มาจำลองการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทำให้ลดต้นทุน ลดของเสีย และเพิ่มคุณภาพโดยไม่ต้องใช้การทดลองจริง นับเป็นโรงงานแห่งที่3 จากโรงงาน ทั้งหมดทั่วโลก</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียง พันธกิจด้านสังคม แต่ความยั่งยืนคือหัวใจของธุรกิจในการเติบโตอย่างมั่นคง และยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยการบูรณาการ เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ากับทุกห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง” <strong>ณัฏฐิณี</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GUNKUL ผนึก muRata ประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือ Direct PPA หนุนเป้าการใช้ไฟสะอาด 100% ประเดิมโซลาร์ฟาร์ม 7 เมกะวัตต์จ่ายไฟ Q1/26</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-x-murata/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-x-murata/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 02:40:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[GUNKUL]]></category>
		<category><![CDATA[muRata]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39726</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL โชว์ศักยภาพรอบด้าน เดินหน้าเตรียมความพร้อม Direct PPA กับ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ muRata บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อน muRata สู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100) ภายในปี 2035 พร้อมลงนามพัฒนาและลงทุนมูลค่า 260,000,000 บาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-x-murata/">GUNKUL ผนึก muRata ประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือ Direct PPA หนุนเป้าการใช้ไฟสะอาด 100% ประเดิมโซลาร์ฟาร์ม 7 เมกะวัตต์จ่ายไฟ Q1/26</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL โชว์ศักยภาพรอบด้าน เดินหน้าเตรียมความพร้อม Direct PPA กับ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ muRata บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อน muRata สู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100) ภายในปี 2035 พร้อมลงนามพัฒนาและลงทุนมูลค่า 260,000,000 บาท ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) 7,086.20 กิโลวัตต์ ตอกย้ำความสำเร็จตามโรดแมพและวิสัยทัศน์ใหม่ &#8216;พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย&#8217; พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและต่างชาติเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เป้า Net Zero สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจที่มุ่งไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission)</strong></p>
<p><span id="more-39726"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (&#8220;บริษัทฯ&#8221;)</strong> กล่าวว่า &#8220;นับตั้งแต่ปี 2562 ที่ทาง GUNKUL ได้มีโอกาสในการพัฒนาโครงการโซลาร์เฟสแรกให้กับ muRata บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของญี่ปุ่นและนักลงทุนรายใหญ่ในเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือ จนถึงปัจจุบันที่วันนี้ทางบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมอีก 7,086.20 กิโลวัตต์ ซึ่งจะส่งให้กำลังการผลิตพลังงานสะอาดที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้พัฒนารวมทั้งหมด 17,150.48 กิโลวัตต์ ทั้งนี้ยังได้มีการลงนามความร่วมมือเตรียมความพร้อมสำหรับ Direct PPA เพื่อส่งให้ muRata สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2035 ที่ทาง GUNKUL ในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร พร้อมผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง โดยการที่บริษัทระดับโลกอย่าง muRata ตัดสินใจลงทุนในพลังงานหมุนเวียนในระดับนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่คือความจำเป็น บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับ muRata ในโครงการนี้และความมุ่งมั่นระยะยาวของ muRata ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่เป็นประเทศที่พร้อมรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรชั้นนำระดับโลก</p>
<p>ทั้งนี้ มองว่าไทยต้องเร่งเครื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค การใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นหนึ่งในก้าวที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่วันนี้ Direct PPA จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล๊อกการเข้าถึงแหล่งจ่ายพลังงานสะอาดที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแนวทางในการเปลี่ยนผ่านเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการที่ muRata ตั้งเป้าการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% ภายใน 10 ปี เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าภารกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เป็นเรื่องเร่งด่วน และเป็นเหตุผลสำคัญที่วันนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมหลัก ที่ไม่จำกัดเพียงดาต้า เซ็นเตอร์ แต่รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ GUNKUL ตั้งมั่นเดินหน้าค้นหาโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสในพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ได้มองแค่สิ่งที่เป็นไปได้ในวันนี้ แต่โฟกัสที่สิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคต ซึ่งเป็นนิยามของพันธมิตรที่แท้จริงในการหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตามวิสัยทัศน์ที่ได้กล่าวไป&#8221; คุณนฤชลกล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ฮิโรคะซุ ซาซาฮาร่า</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า muRata เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลก ถือเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดลำพูน เมื่อ 36 ปีที่แล้ว และมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องจนเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมในภาคเหนือ มีความเชื่อมั่นอย่างสูงใน GUNKUL ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานไทยที่มีมายาวนานกว่า 43 ปี รวมถึงศักยภาพในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นการร่วมมือกันในด้านพลังงานสะอาดต่อเนื่องเป็นโครงการที่ 5 สำหรับโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ขนาด 7,086.20 กิโลวัตต์ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากทาง GUNKUL เข้ามาดูแลโครงการ Direct PPA ในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ สอดคล้องกับการที่ muRata ได้ตัดสินใจเร่งเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ให้เร็วขึ้นเป็นภายในปี 2035 พร้อมตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในปี 2050 เนื่องจากตระหนักถึงความเร่งด่วนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน จึงเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39728" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/gunkul-x-murata-02.jpg" alt="การร่วมมือระหว่าง GUNKUL และ muRata ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์" width="500" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/gunkul-x-murata-02.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/gunkul-x-murata-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/gunkul-x-murata-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/gunkul-x-murata-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>การร่วมมือระหว่าง GUNKUL และ muRata ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพิ่มเติมรวมไปถึงความร่วมมือในการทำ Direct PPA นับเป็นการขับเคลื่อน การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งสำคัญ ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยและเป็นการต่อยอดการสร้างระบบนิเวศในด้านพลังงานที่ยั่งยืนภายในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ทาง GUNKUL สามารถดำเนินงานภายในระยะเวลาที่รวดเร็วตามกรอบกลยุทธ์ที่มีการประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ใหม่ ของ GUNKUL โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้า พลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมในไทยในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในเวทีโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-x-murata/">GUNKUL ผนึก muRata ประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือ Direct PPA หนุนเป้าการใช้ไฟสะอาด 100% ประเดิมโซลาร์ฟาร์ม 7 เมกะวัตต์จ่ายไฟ Q1/26</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-x-murata/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. – สวีเดน เร่งเดินหน้าพลังงานสีเขียว จัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pioneer-the-possible-thailand-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pioneer-the-possible-thailand-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 04:22:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Pioneer the Possible Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานทูตเอกอัครราชทูตสวีเดน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39269</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. ร่วมกับสถานทูตเอกอัครราชทูตสวีเดนและภาคเอกชนสวีเดน ขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาด จัดงาน “Pioneer the Possible Thailand 2025” แลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียวสู่ความยั่งยืน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และ The Swedish Trade &#38; Invest Council (Business Sweden) จัดงาน Pioneer the&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pioneer-the-possible-thailand-2025/">กฟผ. – สวีเดน เร่งเดินหน้าพลังงานสีเขียว จัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. ร่วมกับสถานทูตเอกอัครราชทูตสวีเดนและภาคเอกชนสวีเดน ขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาด จัดงาน “</strong><strong>Pioneer the Possible Thailand 2025” แลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียวสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-39269"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39271" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025.jpg" alt="กฟผ. - สวีเดน เร่งเดินหน้าพลังงานสีเขียว จัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน" width="800" height="358" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025-300x134.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025-768x344.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025-150x67.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Pioneer-the-Possible-Thailand-2025-500x224.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และ The Swedish Trade &amp; Invest Council (Business Sweden) จัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 เพื่อขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว โดยมีนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. และนางอันนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna Hammargren) เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทน กฟผ. และบริษัทชั้นนำของสวีเดน ร่วมงานฯ ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางอันนา ฮัมมาร์เกรน</strong></span> <strong>เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการดำเนินการร่วมกันเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม โดยสวีเดนถือเป็นประเทศผู้นำที่มีการพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืน มีบริษัทที่เป็นผู้นำด้าน Solutions เรื่องไฮโดรเจนและพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทที่พร้อมสนับสนุนระบบ Smart Grid ด้วย Solutions 4G และ 5G ที่ทันสมัย ช่วยยกระดับการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมดิจิทัล ที่นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการจัดการระบบพลังงานและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ กฟผ.</strong> เผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กฟผ. และ Business Sweden ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจนในอนาคต รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิด นวัตกรรม และความร่วมมือในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว ร่วมผลักดันแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ มุ่งมั่นสร้างแรงบันดาลใจและกำหนดอนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืน โดยภายในงานมีการหารือร่วมกัน 3 หัวข้อ คือ 1) เชื้อเพลิงสีเขียว (ชีวมวลและไฮโดรเจน) กับศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 2) สมาร์ทกริด (เทคโนโลยีดิจิทัล กังหันก๊าซ และการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน) และ 3) การแปลงกระบวนการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าเป็นดิจิทัล และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้า</p>
<p><strong>การจัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยและสวีเดนในการขับเคลื่อนสู่อนาคตพลังงานสะอาด โดยเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อยกระดับระบบพลังงานของไทยให้มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับโลก</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pioneer-the-possible-thailand-2025/">กฟผ. – สวีเดน เร่งเดินหน้าพลังงานสีเขียว จัดงาน Pioneer the Possible Thailand 2025 เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pioneer-the-possible-thailand-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GUNKUL โชว์กำไรหลักไตรมาส 1 ที่ 394.73 ล้านบาท เติบโต 23.91% จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.08 บาท/หุ้น สะท้อนการบริหารงานแข็งแกร่ง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-q1-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-q1-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 08:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[GUNKUL]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39214</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/2568 ที่น่าพอใจ กำไรหลักเติบโตสูง 23.91% เป็น 394.73 ล้านบาท โดยทั้งอัตรากำไร ขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิขยายตัวสูง จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว พร้อมประกาศปันผล เฉพาะกาล ให้ยิลด์สูงถึง 5% พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ใหม่ &#8216;พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย&#8217; นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-q1-2568/">GUNKUL โชว์กำไรหลักไตรมาส 1 ที่ 394.73 ล้านบาท เติบโต 23.91% จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.08 บาท/หุ้น สะท้อนการบริหารงานแข็งแกร่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/2568 ที่น่าพอใจ กำไรหลักเติบโตสูง 23.91% เป็น 394.73 ล้านบาท โดยทั้งอัตรากำไร ขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิขยายตัวสูง จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว พร้อมประกาศปันผล เฉพาะกาล ให้ยิลด์สูงถึง 5% พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ใหม่ &#8216;พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-39214"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39215" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GUNKUL-CEO.jpg" alt="นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์" width="401" height="602" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GUNKUL-CEO.jpg 401w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GUNKUL-CEO-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GUNKUL-CEO-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GUNKUL-CEO-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 401px) 100vw, 401px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GUNKUL</strong> เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานปี 1/2568 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานหลักเติบโต สูง 23.91% เป็น 394.73 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปีก่อนที่ 318.57 ล้านบาท โดยในงวดนี้ บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้น 30.48% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันกับปีก่อนร้อยละ 2.38 และมีอัตรากำไรสุทธิ 17.54% ขยายตัวขึ้นจากงวดเดียวกันกับปีก่อนถึงร้อยละ 6.21 โดยมีสาเหตุหลักจาก 1) การดำเนินธุรกิจ หลักที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจากพลังงานสะอาด ทั้งโครงการพลังงานลม ซึ่ง สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกันช่วงเดียวกันของปีก่อน โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนพื้นดิน รวมถึงรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ที่ทำสัญญากับ ลูกค้าภาคเอกชน (Private PPA) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และ 2) การบริหารต้นทุนโครงการและ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้แม้รายได้รวม 2,096.62 ล้านบาท ในไตรมาสนี้อาจไม่เติบโต มากนัก เนื่องจากมูลค่างานที่รอรับรู้ส่วนใหญ่ มีกำหนดส่งมอบในครึ่งปีหลัง แต่ด้วยการบริหารจัดการ ที่แข็งแกร่งภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไร ของบริษัทฯ ในไตรมาสแรก เติบโตสูงตามที่คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทฯ แทบไม่ได้ผลกระทบจากนโยบายการปรับลดค่าไฟแปรผัน (Ft) แต่อย่างใด</p>
<p>&#8220;ผลกำไรที่เติบโตเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ มาจากโมเดลธุรกิจพลังงานสีเขียวครบวงจรที่แข็งแกร่งทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงานสะอาดซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีกำไรขั้นต้นที่สูง ทำให้เมื่อรวม กำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามประเภทธุรกิจ (Gross profit &amp; profit sharing by business) ของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงานสะอาด 77% มาจากธุรกิจผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ 11% และมาจากธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ 11% เท่ากัน และเพื่อสร้างการ ตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนแรกของปี 2568 เป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 5% เมื่อเทียบกับ ราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยจะกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงิน ปันผลภายในวันที่ 13 มิถุนายน 2568&#8221; <strong>คุณนฤชล</strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39217" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Wind-farm.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Wind-farm.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Wind-farm-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Wind-farm-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Wind-farm-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด 1,479 เมกะวัตต์ โดย 832 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (backlog) จากธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) กว่า 3,500 ล้านบาท ทีเตรียมรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในครึ่งหลังปีนี้ ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทฯ ได้วางแผนขยาย ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า โดยขยายเข้าสู่ตลาดไฟฟ้าแรงดันสูง 115 kV-500 kV ซึ่งใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทางสูง มีคู่แข่งในตลาดน้อยราย และเตรียมต่อยอดธุรกิจสู่ธุรกิจการวางสายส่งระบบสื่อสาร ซึ่งเป็นการ ต่อยอดจากธุรกิจสายส่งพลังงานไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญมากว่า 13 ปี ยิ่งกว่านั้น บริษัทฯ มี แผนที่จะสร้างการเติบโตให้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยการรุกตลาดกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูง และกำลังเข้าประมูลโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชนในปีนี้ เพื่อ รองรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเชื่อมั่นว่าแผนการขยายธุรกิจเชิงรุกทั้ง 3 กลุ่ม ธุรกิจ จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ สร้างการเติบโตทั้งในด้านรายได้อย่างมั่นคง และเพิ่มศักยภาพ ในการทำ กำไรที่ดี เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น เนื่องจากรูปแบบธุรกิจที่ครบวงจร บริษัทฯ สามารถรับรู้ รายได้ในทุกช่วงของห่วงโซ่ธุรกิจโรงไฟฟ้า คือ ช่วงที่โครงการกำลังพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้า บริษัทฯ สามารถเก็บเกี่ยวรายได้จากธุรกิจขายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และเมื่อ โรงไฟฟ้าของบริษัทฯ เปิดดำเนินงาน บริษัทฯ จะมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และมั่นคงในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39216" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Solar-farm.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Solar-farm.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Solar-farm-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Solar-farm-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Solar-farm-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>GUNKUL มีเป้าหมายการเติบโตในช่วง 3 ปี (2568-2570) ไม่ต่ำกว่า 10-15% และขยาย พอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งหมดเป็น 2,000 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปี</p>
<p>โดยในการประมูลโรงไฟฟ้ารอบล่าสุด บริษัทฯ ได้ผ่านคุณสมบัติ และได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ ทั้งในระดับเชิงพาณิชย์และระดับโครงข่าย ธุรกิจซื้อ ขายไฟตรง (Direct PPA) และศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจ พลังงานสีเขียวใหม่ๆ เช่น SMR, Green hydrogen เป็นต้น ในส่วนด้านงบการลงทุน บริษัทฯ มีแผนจะใช้เงินลงทุนในส่วนทุน ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ในธุรกิจโรงไฟฟ้าสีเขียวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สิน ต่อทุนยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมรองรับการเติบโตในทุกด้านเพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทฯ ให้เติบโต อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-q1-2568/">GUNKUL โชว์กำไรหลักไตรมาส 1 ที่ 394.73 ล้านบาท เติบโต 23.91% จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.08 บาท/หุ้น สะท้อนการบริหารงานแข็งแกร่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gunkul-q1-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 03:42:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CEO]]></category>
		<category><![CDATA[GUNKUL]]></category>
		<category><![CDATA[กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38317</guid>

					<description><![CDATA[<p>กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย ปรับผังองค์กรส่ง นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ พร้อมวิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้าง พื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด” เปิดกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ ต่อยอด 3 ธุรกิจหลัก สร้างฐานธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลมใหม่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/">GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย ปรับผังองค์กรส่ง นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ พร้อมวิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้าง พื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด” เปิดกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ ต่อยอด 3 ธุรกิจหลัก สร้างฐานธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลมใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ Direct PPA และการเปิดประมูลรอบใหม่ โดยปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด 1,479 เมกะวัตต์ และมีถึง 832 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการ พัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ทุกปี มั่นใจรายได้เติบโตต่อเนื่องรวม3ปีมากกว่า 35,000 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-38317"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38318" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02.jpg" alt="นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ CEO GUNKUL" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์</strong></span> <strong>ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)</strong> เผยว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็น “พาร์ตเนอร์ในด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย” บริษัทฯ ได้มีการกำหนดกลยุทธ์ ‘สมการความก้าวหน้า’ ที่สื่อถึงการเติบโตอย่างเป็นระบบและมีความมั่นคง โดยมีสารตั้งต้นจากศักยภาพด้าน Profit People และ Planet ของบริษัทฯ ที่สนับสนุนให้สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแบบครบวงจรของ GUNKUL ผนวกเข้ากับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจตามเป้าประสงค์ ทั้งนี้ได้แตกส่วนของกลยุทธ์ออกเป็น 3 แนวทางด้วยกัน ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>Build Business Muscles</strong> เปรียบเสมือนการสร้างกล้ามเนื้อทางธุรกิจที่แข็งแรงทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ ที่ GUNKUL สามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน อันมาจากประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 40 ปี มุ่งเน้นการเติบโตรายได้ของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก และต่อยอดสู่ธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จุดแข็งของกันกุลสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive advantage) ได้</li>
<li><strong>Trim Operational Fat</strong> แนวคิดนี้หมายถึงการปรับธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการปรับกระบวนการทำงานให้เอื้อต่อการเติบโต ลดขั้นตอนและต้นทุนการดำเนินงานที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งในด้านธุรกิจจะโฟกัสเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแบบ 100% เพื่อให้เกิดการจัดสรรคนและเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการศึกษาเรื่องของโอกาสในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกล้ามเนื้อทางธุรกิจอย่างจริงจัง</li>
<li><strong>Create Stakeholder Impact</strong> เป็นการสร้างกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนแบบไม่ฉาบฉวย แต่ GUNKUL วางความยั่งยืนเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม</li>
</ol>
<p>ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ “ดิฉันมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการ ทีมผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงดูแลทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม บริษัทฯ ได้วางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างเป็นระบบและมั่นคง ซึ่งนำธุรกิจหลักของบริษัทฯ มาต่อยอดด้วย 3 กลยุทธ์แบบบูรณาการ”</p>
<p>เริ่มจากในกลุ่มธุรกิจหลัก <strong>GUNKUL</strong> จะเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2567 บริษัทฯ ได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา เพิ่มเติม ทั้งนี้สอดคล้องกับเป้าของบริษัทฯ ที่จะเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพอร์ตโฟลิโอทั้งในไทยและต่างประเทศทั้งหมดเป็น 2,000 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปี พร้อมทั้งเดินหน้าต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ ทั้งในระดับ เชิงพาณิชย์และระดับโครงข่าย และศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจพลังงานสีเขียวใหม่ๆ เช่น SMR, Green hydrogen</p>
<p>สำหรับอีก 2 กลุ่มธุรกิจ บริษัทฯ ได้วางแผนขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและอินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV &#8211; 500 kV ซึ่งมีความเฉพาะทางสูงทำให้ผู้เล่นในตลาดยังมีจำนวนไม่มากนัก และยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจด้านสายส่งระบบสื่อสาร ซึ่งต่อยอดจากธุรกิจสายส่งพลังงานไฟฟ้า ในส่วนของกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเอง ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่สำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเข้าประมูลโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2568 ที่เติบโตสอดคล้องกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผน PDP) ฉบับล่าสุด ซึ่งตั้งเป้าให้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเป็น 51% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2580 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่เพียงเติบโตทั้งในด้านรายได้ แต่ยังสามารถรักษาศักยภาพในการทำกำไร<br />
ที่ดีได้อีกด้วย</p>
<p>สำหรับธุรกิจใหม่ๆ หรือ New S-curve <strong>นฤชลฯ</strong> เพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ มองหาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดแค่พลังงาน แต่กำหนดชัดเจนว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในเทรนด์ความสนใจของประเทศ โดยมีพลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในกุญแจขับเคลื่อนความสำเร็จที่สำคัญ เนื่องจาก GUNKUL มีความเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานที่สามารถช่วยดูแลโครงการทั้งห่วงโซ่คุณค่า จึงเป็นที่มาของธุรกิจใหม่ ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลสีเขียว หรือ Green Data Center และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Infrastructure Development) ซึ่งต่างเป็นพื้นที่ทางธุรกิจใหม่ ทั้งคู่ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ รวมไปถึงการทำ Co-investment สร้างความร่วมมือด้านการลงทุนร่วมกับพันธมิตรบริษัทในไทยและบริษัทต่างชาติเพื่อให้เกิด Green S-curve อื่นๆ ต่อไป เพื่อพุ่งไปสู่เป้าหมายรายได้ในกรอบ 3 ปีที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนในมิติของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) โดยได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนในการทำให้หุ้น GUNKUL ได้ AAA ESG SET Rating”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38319" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03.jpg" alt="นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ CEO GUNKUL" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยสรุปในปี 2567 ที่ผ่านมา <strong>GUNKUL</strong> ทำผลประกอบการณ์ได้เป็นอย่างดี มีรายได้เพิ่มขึ้น 24% เป็น 9,400 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 % ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จ ที่มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และพลังงานสะอาด บรรลุสัญญาโครงการพลังงานใหญ่และเติบโตในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อป ทำให้ปัจจุบันกำลังผลิตสะสมเป็น 1,479 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ GUNKUL มี กำลังการผลิตพลังงานสะอาดเป็นอับดับที่ 2 ของประเทศ 2. ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบ อินฟราสตรัคเจอร์ รายได้เติบโตกว่า 80% ซึ่งมาจากประสบการณ์ EPC ครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าในทุกระดับแรงดัน และ 3. ธุรกิจผลิตอุปกรณ์สำหรับไฟฟ้า ทำยอดขายเติบโต 28% ด้วยเช่นกัน ล่าสุดบริษัทฯ ได้วางแผนงานเพื่อ สานต่อความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “The Most Recognized Partner in Inclusive Green Energy and Infrastructure across Asia” ผู้นำในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจด้านพลังงานสีเขียวและอินฟราสตรัคเจอร์แบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย และสำหรับปี 2568 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% รายได้รวมใน 3 ปีเติบโตกว่า 35,000 ล้านบาท โดยปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด 1,479เมกะวัตต์ โดยมี 832 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (backlog) กว่า 3,800 ล้านบาทอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/">GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว เพื่อความยั่งยืนและการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-03-2025-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-03-2025-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 03:41:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[AEDP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[EEP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การทำาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37408</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว เพื่อความยั่งยืนและการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม” ในระหว่างวันที่ 24 – 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ วัตถุประสงค์การจัดสัมมนาฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจถึงแนวทางและเป้าหมายของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) ของประเทศไทย รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทน (AEDP 2024) และการอนุรักษ์พลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-03-2025-2/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว เพื่อความยั่งยืนและการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว เพื่อความยั่งยืนและการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม” ในระหว่างวันที่ 24 – 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-37408"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37409" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/IEEE-PES-Green-Energy-2025.png" alt="แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว" width="595" height="839" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/IEEE-PES-Green-Energy-2025.png 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/IEEE-PES-Green-Energy-2025-213x300.png 213w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/IEEE-PES-Green-Energy-2025-150x212.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/IEEE-PES-Green-Energy-2025-355x500.png 355w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></p>
<h3>วัตถุประสงค์การจัดสัมมนาฯ</h3>
<ol>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจถึงแนวทางและเป้าหมายของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) ของประเทศไทย รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทน (AEDP 2024) และการอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2024) เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</li>
<li>เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และการใช้อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (UTG) ตลอดจน การใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) ในการรับรองพลังงานสะอาดที่ใช้ในองค์กร</li>
<li>เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อและใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเชื่อมโยงการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม</li>
<li>เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยี Smart Grid ในการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรลุ เป้าหมาย Carbon Neutrality รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบของมาตรการ CBAM ที่อาจมีผลต่อการส่งออกของไทยในอนาคต</li>
</ol>
<h3>กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ</h3>
<ol>
<li>บริหาร วิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกิจการไฟฟ้าและพลังงาน</li>
<li>ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่กำหนดนโยบายกิจการไฟฟ้าและพลังงาน</li>
<li>ผู้ผลิตและผู้ให้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริด และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง</li>
<li>ที่ปรึกษา ผู้ประกอบการ อาจารย์ และนักลงทุน ในกิจการไฟฟ้าและพลังงาน และผู้ที่สนใจทั่วไป</li>
</ol>
<h3>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</h3>
<p>โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503<br />
E-mail : seminar@greennetworkseminar.com<br />
ดูรายละเอียดหัวข้อการบรรยายและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <a href="https://www.greennetworkseminar.com/greenenergy/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/greenenergy/</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-03-2025-2/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว เพื่อความยั่งยืนและการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-green-energy-03-2025-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCMA ชูภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เสนอรัฐปลดล็อก ผลักดันลงมือทำร่วมกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Oct 2024 08:41:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36294</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ชี้เร่งปลดล็อกกฎหมาย ขับเคลื่อนทุนพลังงานสีเขียว ชูภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ด้วยแนวคิดความร่วมมือ 3C (Collaborative Mindset-Collaborative Action-Collaborative Value) เดินหน้าต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ร่วมมือระดับโลก หนุนสร้างอุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสแข่งขันระยะยาวเวทีโลก ดร. ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2024 จัดโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในหัวข้อ “การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแผนพลังงานใหม่เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-carbon-neutrality/">TCMA ชูภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เสนอรัฐปลดล็อก ผลักดันลงมือทำร่วมกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ชี้เร่งปลดล็อกกฎหมาย ขับเคลื่อนทุนพลังงานสีเขียว ชูภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ด้วยแนวคิดความร่วมมือ 3C (Collaborative Mindset-Collaborative Action-Collaborative Value) เดินหน้าต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ร่วมมือระดับโลก หนุนสร้างอุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสแข่งขันระยะยาวเวทีโลก</strong></p>
<p><span id="more-36294"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36303" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Chana-Poomee-TCMA.jpg" alt="ดร. ชนะ ภูมี" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Chana-Poomee-TCMA.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Chana-Poomee-TCMA-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Chana-Poomee-TCMA-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Chana-Poomee-TCMA-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ชนะ ภูมี</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2024 จัดโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในหัวข้อ “<strong>การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแผนพลังงานใหม่เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality</strong>” ว่า อุตสาหกรรมซีเมนต์ในไทยมีผู้ผลิตปูนซีเมนต์ 7 ราย อยู่ระหว่างเดินหน้าลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง ตามโรดแมป Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap รับรองโดย Global Cement and Concrete Association (GCCA) โดยการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขับเคลื่อนต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ “<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” SARABURI SANDBOX LOW CARBON CITY ที่วันนี้ มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีประเด็นต่างๆ ให้นำไปสู่การปรับลดข้อจำกัดลง เพื่อผลักดันทุกอย่างให้เดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36302" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Thailand-Roadmap.jpg" alt="Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Thailand-Roadmap.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Thailand-Roadmap-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Thailand-Roadmap-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Thailand-Roadmap-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>ผลักดันพลังงานสีเขียว</h3>
<p><strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าวว่า “<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” ได้บูรณาการความร่วมมือ ภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership: PPP) ร่วมกันดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในจังหวัดสระบุรี โดยใช้กลไกหลักของภาครัฐขับเคลื่อน ภาคเอกชนสนับสนุนดำเนินงาน โดยประโยชน์ไปสู่ภาคประชาชน ตัวอย่างเช่น Grid Modernization แนวคิดการพัฒนาระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าที่เป็นคาร์บอนต่ำซึ่งเริ่มทดลองติดตั้งแผงโซลาเซลล์บนหลังคาอาคารจอดรถ (Solar Carport) ในศาลากลางจังหวัดสระบุรี โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ลงทุน และนำโมเดลธุรกิจจัดการพลังงานไทย (ESCO) มาใช้กับการนำร่องในครั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ยังมีการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก (Alternative Fuels: AF) จากชีวมวล (Biomass) จากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และการใช้เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เป็นต้น พร้อมกับการส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก หรือปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน ในทุกงานก่อสร้างทั่วประเทศ แทนปูนซีเมนต์แบบเดิมที่ปล่อยคาร์บอนสูง โดยเตรียมยกเลิกการผลิตปูนซีเมนต์แบบเดิมในปี พ.ศ. 2568</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36296" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SARABURI-SANDBOX-LOW-CARBON-CITY.jpg" alt="ดร. ชนะ ภูมี" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SARABURI-SANDBOX-LOW-CARBON-CITY.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SARABURI-SANDBOX-LOW-CARBON-CITY-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SARABURI-SANDBOX-LOW-CARBON-CITY-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SARABURI-SANDBOX-LOW-CARBON-CITY-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>ปลดล็อคข้อจำกัดกฎหมาย</h3>
<p>ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) มหาวิทยาลัยเอกชนระดับแนวหน้าในกลุ่ม Ivy League ของสหรัฐอเมริกา มาศึกษาศักยภาพพื้นที่และการใช้พลังงาน พบว่า จังหวัดสระบุรีมีความต้องการใช้พลังงานประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ แต่โดยศักยภาพพื้นที่แล้วสามารถผลิตได้ถึง 1 แสน เมกะวัตต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36301" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Energy-Symposium-2024.jpg" alt="TCMA" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Energy-Symposium-2024.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Energy-Symposium-2024-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Energy-Symposium-2024-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Energy-Symposium-2024-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“วันนี้ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทำเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด โดยสมาชิกของ TCMA ซึ่งเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยทุกราย มีการใช้พลังงานทดแทน จากชีวมวล ขยะ RDF ขยะอุตสาหกรรม รวมถึงการรับซื้อหญ้าเนเปียร์มาใช้เป็นพลังงานทดแทน รวมแล้วประมาณ 30% โดยมีเป้าหมายเพิ่มมากกว่านี้ ซึ่งยังต้องการสนับสนุนจากภาครัฐปลดล็อคข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการอนุญาตให้ซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้งานได้โดยตรง และข้อระเบียบอื่น ๆ จะเป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวขับเคลื่อนไปได้เร็วยิ่งขึ้น ในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า จังหวัดสระบุรีจะไม่ต้องการจัดการขยะ เพราะนำขยะมาผลิตพลังงานทดแทนใช้เองในพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนพลังงานลงได้” <strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36305" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Pirapan-Salirathavibhaga.jpg" alt="นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Pirapan-Salirathavibhaga.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Pirapan-Salirathavibhaga-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Pirapan-Salirathavibhaga-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Pirapan-Salirathavibhaga-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>สอดคล้องกับคำกล่าวของ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> ที่ว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ “รื้อ ลด ปลด สร้าง” จัดการสภาวะปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่าน และปรับปรุงกฎระเบียบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เป็นต้น เพื่อให้มีความทันสมัย ปลดล็อคกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ลดขั้นตอนให้ผู้ประกอบการ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวสู่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดใช้เอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36298" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Carbon-Neutrality.jpg" alt="นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Carbon-Neutrality.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Carbon-Neutrality-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Carbon-Neutrality-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Carbon-Neutrality-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>ผลักดันลงมือทำร่วมกัน เชื่อมต่อระดับโลก</h3>
<p>การทำงานในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ในรูปแบบ Public-Private-People Partnership (PPP) ส่งผลให้โครงการต้นแบบต่างๆ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง นับจากจุดเริ่มต้นที่ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ (Area Based) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีประสานการทำงานในระดับพื้นที่ และ TCMA สนับสนุนเชื่อมโยงไปสู่ระดับประเทศและเวทีระดับโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36299" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Chana-Poomee.jpg" alt="นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Chana-Poomee.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Chana-Poomee-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Chana-Poomee-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Chana-Poomee-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>เป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน แนวคิดและรูปแบบการทำงานเชิงพื้นที่ก็ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน เข้ามาศึกษาและนำไปเป็นต้นแบบดำเนินงาน อย่างไรก็ดี การทำงานของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ในก้าวต่อจากนี้ จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือที่มีการพัฒนาโครงการที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ที่จะมาต่อยอด เพื่อผลักดันให้เกิดการลงมือทำร่วมกัน หรือ Collaborative Working ทั้ง Collaborative Mindset, Collaborative Action และ Collaborative Value เพื่อนำร่องไปสู่การพัฒนาที่สามารถใช้ได้จริงในอนาคต” <strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36304" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Grid-Modernization.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Grid-Modernization.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Grid-Modernization-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Grid-Modernization-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Grid-Modernization-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>TCMA</strong> เตรียมขยายผล นำ “<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” สร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติให้มากขึ้นหลังจากที่ได้รับการยอมรับเป็นโมเดลต้นแบบการทำงาน โดยอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยที่ผสานความร่วมมือกับภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership: PPP) ทั้งในการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีต GCCA CEO Gathering and Leader Conference 2024 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย การประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกที่นิวยอร์ค Climate Week New York City 2024 เมื่อเร็วๆนี้ โดย “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ได้รับการตอบรับเข้าร่วมใน Transitioning Industrial Clusters Initiative โดย World Economic Forum นับเป็นคลัสเตอร์กลุ่มอุตสาหกรรมแรกของไทย เป็นลำดับที่ 3 ของอาเซียน และเป็นลำดับที่ 21 ของโลก การทำงานร่วมกับ Global Cement and Concrete Association (GCCA) และการนำเสนอความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการประชุม COP นับแต่ครั้งที่ 27 เป็นต้นมา เพื่อเสริมพลังความร่วมมือแห่งการลงมือทำ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36300" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Talk.jpg" alt="TCMA" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Talk.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Talk-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Talk-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TCMA-Talk-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“TCMA มีมุมมองเชิงบวกในการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ ทั้งกับหน่วยงานในประเทศ และต่างประเทศ การมี Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap ทำให้ TCMA มีความชัดเจนดำเนินงาน ทั้งด้านนโยบาย ด้านเทคโนโลยี และการแสวงหาเงินทุนสนับสนุน เข้ามาช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สนับสนุนอุตสาหกรรมซีเมนต์ก้าวสู่ Net Zero 2050 และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม” <strong>ดร. ชนะ</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-carbon-neutrality/">TCMA ชูภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เสนอรัฐปลดล็อก ผลักดันลงมือทำร่วมกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย จัดตั้งโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในนิคมฯ บางพลี ชูเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% พร้อมก้าวสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/beiersdorf-solar-farm/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/beiersdorf-solar-farm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Oct 2024 09:54:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36020</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลาร์ฟาร์ม  บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย บนพื้นที่ประมาณ14 ไร่ ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 999 kWp บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลกอย่าง นีเวีย และยูเซอริน ตอกย้ำเป้าหมายนำพาธุรกิจสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนตัวจริง กับอีกก้าวสำคัญในการปรับฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกสู่การใช้พลังงานทดแทนจากโซลาร์ฟาร์ม  บนพื้นที่กว่า 5,610 ตารางเมตร  ประมาณ14 ไร่ ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 999 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทางด้านความยั่งยืนแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งผู้บริโภค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/beiersdorf-solar-farm/">ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย จัดตั้งโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในนิคมฯ บางพลี ชูเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% พร้อมก้าวสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โซลาร์ฟาร์ม  บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย บนพื้นที่ประมาณ14 ไร่ ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 999 kWp</p>
<p><strong>บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย</strong> ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลกอย่าง นีเวีย และยูเซอริน ตอกย้ำเป้าหมายนำพาธุรกิจสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนตัวจริง กับอีกก้าวสำคัญในการปรับฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกสู่การใช้พลังงานทดแทนจากโซลาร์ฟาร์ม  บนพื้นที่กว่า 5,610 ตารางเมตร  ประมาณ14 ไร่ ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 999 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทางด้านความยั่งยืนแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยไบเออร์สด๊อรฟตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนไดออกไซด์ 30%  ภายในปี 2568 และเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2573</p>
<p><span id="more-36020"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36022" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-02.jpg" alt="ไบเออร์สด๊อรฟ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ไบเออร์สด๊อรฟ</strong> ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศเยอรมนี โดย พอล ไบเออร์สด๊อรฟ ได้คิดค้นพลาสเตอร์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2425 และ ในปี พ.ศ. 2433 ที่ ดร. ออสการ์ โทรโพลวิตซ์ ได้เข้ามาเป็นผู้สร้างและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้อย่าง NIVEA Cream หรือที่คุ้นเคยกันว่า นีเวียครีมตลับสีฟ้า โดยนีเวียครีมตลับสีฟ้า ได้นำเข้าจำหน่ายที่ประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2469 ก่อนที่จะก่อตั้งบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2515 และตั้งโรงงานผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2530 นับจากนั้นมาบริษัทฯได้พัฒนาจนกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของไบเออร์สด๊อรฟในทวีปเอเชีย ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการดำเนินงานเพื่อรองรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36023" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-03.jpg" alt="วราพร ลิขิตจรรยากุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราพร ลิขิตจรรยากุล</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า ไบเออร์สด๊อรฟมีโรงงานทั้งหมด 14 แห่ง โดยไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จ.สมุทรปราการติดอันดับ Top 5   ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และเป็นศูนย์กลางการส่งออกผลิตภัณฑ์มากกว่า 14 ประเทศ  ซึ่งส่วนใหญ่่เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียน   ปัจจุบันไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย มีพนักงานทั้งหมด 740 คน   ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดรับกับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน นอกเหนือจากการกำจัดและบำบัดของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดทางโรงงานได้เปิดใช้โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% บนพื้นที่กว่า 5,610 ตารางเมตร  ประมาณ14 ไร่ หรือ 1 สนามฟุตบอล ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 999 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สีเขียวที่เลือกใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่วนผสมที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์นีเวียที่ปลอดไมโครพลาสติก 100% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่มีสารที่ทำร้ายปะการัง เป็นต้น ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไบเออร์สด๊อรฟไม่เพียงแค่จะบรรลุเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2568 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2573 เท่านั้น แต่ยังพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 90% ภายในปี พ.ศ. 2588</p>
<p>การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางของความยั่งยืน ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม  ซึ่งไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ใน 4 เรื่อง คือ <strong>1. อากาศ </strong>โดยมีเป้าหมายลดคาร์บอนไดออกไซด์ 30%  ภายในปี 2568  2.คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลมากกว่า 50% ลดการปล่อยคาร์บอนได้ 30 ตัน/ปี   ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล 100% รวมทังปรับเปลี่ยนโรลออนเป็นขวดแก้วทั้งหมด เป็นต้น  <strong>3. การเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งกำเนิดวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่มีความยั่งยืน</strong> เช่นใช้น้ำมันปาล์ม 100% มาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) และกระดาษ 100%  มาตรฐาน FSC (<em>Forest Stewardship Council)</em> ที่มาจากแหล่งผลิตที่หมุนเวียนได้ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์กล่องและสื่อการตลาด และ <strong>4. แหล่งน้ำ </strong> ในปี 2566 พัฒนากระบวนการผลิต ลดการใช้ปริมาณน้ำมากกว่า 80,000  ลบม./ปี  รวมทั้งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ เช่น  ใช้ปลอดไมโครพลาสติก 100% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่มีสารที่ทำร้ายปะการัง เป็นต้น</p>
<p>“ไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญเรื่องของการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตามวัตถุประสงค์การมีอยู่ของแบรนด์ นั่นคือ Care Beyond Skin ที่ให้คุณค่าเหนือกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ไบเออร์สด๊อร์ฟทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนนี้มาอย่างต่อเนื่องว่าเรามุ่งมั่นและจริงจังในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนเข้าในฟันเฟืองต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเรา ซึ่งตอนนี้ยิ่งให้ความเข้มข้นขึ้นเพื่อสอดรับกับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืนล่าสุดของเราอย่าง “Win with Care” ที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณของเรา ที่ไม่เพียงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพที่ดีและตอบโจทย์ผู้ใช้ แต่เรายังให้คุณค่ากับทุก ๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วัตถุดิบ แหล่งที่มา คนมากมายที่อยู่ในกระบวนการผลิตและธุรกิจ และการดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล และมีความโปร่งใส  จะเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ไบเออร์สด๊อรฟไปถึงเป้าหมายการเป็นธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”  <strong>วราพร  </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36024" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-04.jpg" alt="สุเรขา วันเพ็ญ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">สุเรขา วันเพ็ญ</span> ผู้อํานวยการศูนย์การผลิต บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า  ไบเออร์สด๊อรฟทั่วโลกทั่วโลกให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนแบบ End to End  โดยมองทุกจุดที่ปล่อยคาร์บอน แล้วออกแบบผลิตภัณฑ์มีความยั่งยืนมากขึ้นโดยเลือกใช้วัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตที่มีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ให้น้อยลง   เช่น การใช้เส้นทางการจัดส่งที่ใกล้ขึ้นหรือสั้นลง รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลแทนพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยลดการปล่อยมลพิษทั้งสิ้น ล่าสุดเมื่อวันที่  6 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เปิดโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับโรงงานของไบเออร์สด๊อรฟทั่วโลก และเป็นแห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จ.สมุทรปราการ  ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้มากถึง 25% โดยเป็นพลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม 10%  และโซลาร์รูฟท๊อปทั้งอาคารเก่าและใหม่ ขนาด 1,434 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ได้มากถึง 800 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) โดยต้นไม้ถึง 50,000 ต้น นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ส่งเสริมให้ความรู้แก่พนักงานในโรงงาน  รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นธุรกิจเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36025" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-05.jpg" alt="ไบเออร์สด๊อรฟ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Beiersdorf-Solar-Farm-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากสิ่งแวดล้อมแล้ว ไบเออร์สด๊อรฟยังให้ความสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรโดยให้ความสำคัญและส่งเสริมความเท่าเทียมและยอมรับความแตกต่างในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันนโยบายส่งเสริมพนักงานระดับผู้บริหารแบ่งตามเพศในสัดส่วน 50:50 ที่ทำสำเร็จได้ในปี พ.ศ. 2566 หรือการทำกิจกรรมเพื่อชุมชนท้องถิ่นอย่าง Care Beyond Skin Day ที่พนักงานไบเออร์สด๊อรฟ ทั่วโลก ได้ใช้เวลางานหนึ่งวันเต็มทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สังคม หรือด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะด้านการศึกษาและการสาธารณสุข อาทิ โครงการปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนที่ยากไร้ในประเทศไทย การบริจาคสิ่งของจำเป็นทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณแก่องค์กรสาธารณกุศล เป็นต้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/beiersdorf-solar-farm/">ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย จัดตั้งโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในนิคมฯ บางพลี ชูเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% พร้อมก้าวสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/beiersdorf-solar-farm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 04:37:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green with Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[TAITRA]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34380</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไต้หวัน เมืองแห่งเทคโนโลยี ตอกย้ำต่อเป้าหมายการมุ่งสร้างอนาคตสีเขียวและความเจริญรุ่งเรือง และเพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนสู่สายตาโลก และได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำทั่วโลกร่วมคิดค้นโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ในตัวแคมเปญ “Go Green with Taiwan” โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสามอันดับแรกจะได้รับเงินรางวัลกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยพิธีเปิดตัวแคมเปญ นำโดยโดยประธาน James C.F. Huang จากสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศของไต้หวัน (TAITRA) ผู้อำนวยการทั่วไป Cynthia Kiang จากสำนักการค้าต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตกิตติมศักดิ์ Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Inc.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/">ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไต้หวัน เมืองแห่งเทคโนโลยี ตอกย้ำต่อเป้าหมายการมุ่งสร้างอนาคตสีเขียวและความเจริญรุ่งเรือง และเพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนสู่สายตาโลก และได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำทั่วโลกร่วมคิดค้นโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ในตัวแคมเปญ “Go Green with Taiwan” โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสามอันดับแรกจะได้รับเงินรางวัลกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ</strong></p>
<p><span id="more-34380"></span></p>
<p>โดยพิธีเปิดตัวแคมเปญ นำโดยโดย<strong>ประธาน</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>James C.F. Huang</strong></span> <strong>จากสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศของไต้หวัน (TAITRA)</strong> <strong>ผู้อำนวยการทั่วไป Cynthia Kiang จากสำนักการค้าต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตกิตติมศักดิ์ Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Inc.</strong> พร้อมด้วยตัวแทนจากบริษัทพลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนของไต้หวัน สมาคมอุตสาหกรรม และนักการทูตต่างประเทศในไต้หวัน ซึ่งแคมเปญนี้เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของไต้หวัน เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนของไต้หวันและความร่วมมือระหว่างประเทศ และทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><strong>ประธาน Huang</strong> กล่าวถึงอุตสาหกรรมของไต้หวันว่ามีความยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชียในอดีต หรือกลายเป็นเกาะอัจฉริยะท่ามกลางคลื่น AI ในปัจจุบัน ไต้หวันได้สร้างปาฏิหาริย์ในทุกยุคสมัย โดยวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางที่สำคัญใน &#8220;ห่วงโซ่อุปทานประชาธิปไตยระดับโลก&#8221; ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ลงทุนในต่างประเทศ TAITRA ได้รวมสถาบันชั้นนำในประเทศและแหล่งข้อมูลสื่อจากทั้งในและต่างประเทศ โครงการริเริ่ม &#8220;<strong>Go Green with Taiwan</strong>&#8221; ได้รับการพัฒนาให้เป็นประตูสำคัญสำหรับพันธมิตรระหว่างประเทศในการทำความเข้าใจเส้นทางสู่ความยั่งยืนของไต้หวันเป็นครั้งแรก ส่งเสริมผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสีเขียวที่ครอบคลุมและสร้างสรรค์ที่สุดของไต้หวัน โดยเชิญชวนพันธมิตรระหว่างประเทศให้เข้าร่วมกับไต้หวันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>ผู้อำนวยการทั่วไป <span style="color: #6cb742;">Jiang</span></strong> กล่าวว่า อุตสาหกรรมสีเขียวของไต้หวันมีเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง และบริการที่เกี่ยวข้อง สภาพแวดล้อมด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง และความสามารถทางเทคนิคที่มีทักษะสูง ไต้หวันสามารถผลิตวัสดุสีเขียวที่มีเสถียรภาพและมีมูลค่าเพิ่มสูงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่ขาดไม่ได้สำหรับพลังงานสีเขียวระหว่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน</p>
<p>อีกทั้ง ภายในงานได้รับเกียรติจาก <span style="color: #6cb742;"><strong>Shi Zhenrong</strong></span> <strong>ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของ Acer Group</strong> มาทำหน้าที่เป็นทูตกิตติมศักดิ์ของแคมเปญระดับโลกอย่าง &#8220;Go Green with Taiwan&#8221; ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีนวัตกรรมของไต้หวันและอุตสาหกรรมสีเขียวในโลก และเพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนของไต้หวัน และเพื่อขับเคลื่อนบริษัทพลังงานสีเขียวให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและช่วยให้โลกบรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และการเปลี่ยนแปลงสีเขียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02.jpg" alt="ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน" width="740" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-300x170.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-500x283.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ งานแถลงข่าวเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวรอบด้านของกำแพง โดยจัดในพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการอย่าง &#8220;AMBI Space One&#8221; เพื่อเติมเต็มประสบการณ์รอบด้านด้วยกำแพงที่ฉายแอนิเมชันพาโนรามา 3 มิติด้วยตาเปล่าเพื่อแสดงพลังงานนวัตกรรมของอุตสาหกรรมสีเขียวของไต้หวัน เช่น เศรษฐกิจหมุนเวียน การขนส่งคาร์บอนต่ำ การจัดเก็บพลังงาน และอุปกรณ์ป้องกันสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการลดผลกระทบของการตกแต่งงานและขยะที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และการจัดหาเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งอยู่ในตึกที่เป็นแลนด์มาร์คอันเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวันและขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารสีเขียว โดยมีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างตึก “Taipei 101”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34383" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03.jpg" alt="ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>แคมเปญ &#8220;<strong>Go Green with Taiwan</strong>&#8221; ดำเนินโครงการโดยฝ่ายบริหารการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงเศรษฐกิจ และบริหารจัดการโดยสมาคมพัฒนาการค้าต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐจีน เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2567 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ซึ่งเปิดรับผู้เข้าร่วมจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลก โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://gogreen.taiwanexcellence.org/" target="_blank" rel="noopener">https://gogreen.taiwanexcellence.org/</a></p>
<p><strong>&#8220;Go Green with Taiwan&#8221; เป็นของการเปิดประตูโอกาสให้ชาวโลกได้เห็นถึงความเป็นผู้นำและศักยภาพการพัฒนาของไต้หวันในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวที่ยั่งยืน และเพื่อเชิญชวนให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/">ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย &#8211; ญี่ปุ่น ร่วมผลักดันโครงการพลังงานสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจน ร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-mitsubishi-heavy-industries/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-mitsubishi-heavy-industries/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jun 2024 01:57:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาดอ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34125</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. จับมือ มิตซูบิชิ ลงนาม MOU ส่งเสริมพัฒนาการนำไฮโดรเจนผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอน มุ่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ สู่เป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2065 4 มิถุนายน 2567 &#8211; นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมประชุมหารือความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ครั้งที่ 6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-mitsubishi-heavy-industries/">ไทย – ญี่ปุ่น ร่วมผลักดันโครงการพลังงานสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจน ร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. จับมือ มิตซูบิชิ ลงนาม MOU ส่งเสริมพัฒนาการนำไฮโดรเจนผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอน มุ่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ สู่เป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2065</strong></p>
<p><span id="more-34125"></span></p>
<p>4 มิถุนายน 2567 &#8211; <strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong> ปลัดกระทรวงพลังงาน และ <strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong> รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมประชุมหารือความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ครั้งที่ 6 (The 6th Japan-Thailand Energy Policy Dialogue : 6th JTEPD) ณ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือ และนำเสนอโครงการ แนวทางนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์พลังงาน โดยมุ่งเน้นพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานในอนาคต</p>
<p>ในงานประชุมฯ กฟผ. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding: MOU) กับ Mitsubishi Heavy Industries (บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ Mr. Shinichi Kihara (ชินอิจิ คิฮารา), Director General of Agency for Natural Resources and Energy, Ministry of Economy, Trade and Industry of Japan (อธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น) ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อร่วมศึกษาศักยภาพและพัฒนาการนำไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมการเปลี่ยนด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2065</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ.</strong> กล่าวถึง การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ในการเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดตามแผนพัฒนาพลังงานและแนวทางส่งเสริมการใช้ไฮโดรเจนของประเทศไทย ที่ริเริ่มนำเชื้อเพลิงทางเลือกและเชื้อเพลิงสะอาดมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของญี่ปุ่น เพื่อผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางเทคโนโลยีและแผนพัฒนาโครงการไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (value chain) กับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น นำไปสู่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Toshiyuki Hashi</strong> </span>(<strong>โทชิยูกิ ฮาชิ</strong>) <strong>Executive Vice President, President and CEO, Energy Systems of MHI</strong> (<strong>รองประธานกรรมการบริหาร ประธานและซีอีโอสาขาระบบพลังงาน บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์</strong>) กล่าวว่า บริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกับ กฟผ. พัฒนาโครงการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติ สำหรับกังหันก๊าซ (Gas Turbine) มั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้ ทั้ง 2 ประเทศจะใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดให้กับประเทศ อีกทั้งจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนเพื่อการผลิตไฟฟ้าในภาคพลังงาน ร้อยละ 20 ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-mitsubishi-heavy-industries/">ไทย – ญี่ปุ่น ร่วมผลักดันโครงการพลังงานสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจน ร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-mitsubishi-heavy-industries/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานสีเขียวในมหาวิทยาลัย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-minebeamitsumi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-minebeamitsumi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jul 2023 09:36:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28597</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยนวัตกรรมพลังงาน ขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว ประเดิมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นที่แรก พร้อมเปิดให้บริการกลางปีหน้า 18 กรกฎาคม 2566 &#8211; นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายโยชิฮิโระ ซากานูชิ ประธานกรรมการบริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-minebeamitsumi/">กฟผ. จับมือ เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานสีเขียวในมหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยนวัตกรรมพลังงาน ขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว ประเดิมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นที่แรก พร้อมเปิดให้บริการกลางปีหน้า</strong></p>
<p><span id="more-28597"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28601" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-Minebeamitsumi-EGAT-072023.jpg" alt="กฟผ. ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-Minebeamitsumi-EGAT-072023.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-Minebeamitsumi-EGAT-072023-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-Minebeamitsumi-EGAT-072023-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-Minebeamitsumi-EGAT-072023-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>18 กรกฎาคม 2566 &#8211; <strong>นายวฤต รัตนชื่น</strong> <strong>ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> และ<strong>นายโยชิฮิโระ ซากานูชิ ประธานกรรมการบริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด</strong> ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือเพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ระหว่าง กฟผ. และ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด โดยมี <strong>ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</strong> <strong>อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> <strong>นายโยชิฮิสะ ไคนูมะ</strong> <strong>ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมินีแบมิตซูมิ</strong> <strong>น.ส.นพวรรณ กาญจนะวรรณ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ.</strong> <strong>นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ.</strong> <strong>น.ส.สุนี เชิดชูชาติ กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด</strong> และ<strong>นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong> ร่วมให้เกียรติในพิธี ณ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพ ฯ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>น.ส.นพวรรณ กาญจนะวรรณ</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ.</strong> เผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันพัฒนา Smart Energy Solutions บนพื้นที่ Smart Campus ด้วยการบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบ Smart Street Light และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System) ของ กฟผ. หรือ ENZY Energy Management Platform ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ของประเทศไทยและ กฟผ.</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายโยชิฮิสะ ไคนูมะ</strong></span> <strong>ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมินีแบมิตซูมิ</strong> กล่าวเสริมว่า ถือเป็นความยินดียิ่งที่ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ (Smart street light) ซึ่งผลิตในไทยโดยพนักงานของบริษัทได้ใช้งานในไทย โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ขยายขอบเขตความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานและเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว รวมถึงโอกาสพัฒนาทางธุรกิจต่อไป</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การลงนาม MOU ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Smart Campus ของ กฟผ. และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ที่ยกระดับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยนวัตกรรมพลังงานและเมืองอัจฉริยะ โดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน ระบบแสงสว่างอัจฉริยะบนถนนภายในมหาวิทยาลัย โดยมีระบบบริหารจัดการ พลังงาน ทำหน้าที่ควบคุมและติดตามการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ และนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) เข้ามาให้บริการนักศึกษาระหว่างหอพักและอาคารเรียน เริ่มดำเนินการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พื้นที่เวียงบัวและพื้นที่ศูนย์แม่ริม พร้อมเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2567</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-minebeamitsumi/">กฟผ. จับมือ เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับการใช้พลังงานสีเขียวในมหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mou-egat-minebeamitsumi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
