<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 May 2026 06:19:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 06:07:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44232</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ <strong>– </strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด “Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain” ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตยานยนต์ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>
<p><span id="more-44232"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44234" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3.jpg'><img decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4.jpg'><img decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>

<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศุภกิจ บุญศิริ</span> ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า</strong> แนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและอาเซียน คือการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า การเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโลก โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พร้อมชี้ว่า งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างครบวงจร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและ Smart Mobility Hub ของภูมิภาค</p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">ดร.เกรียงศักดิ์ </span></strong><span style="color: #6cb742;"><strong>วงศ์</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">พร้อมรัตน์</span> ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า </strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบรับรองคุณภาพระดับสากล ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยในปีนี้ สถาบันยานยนต์ได้ร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดการประชุม “Automotive NQI Conference 2026 (ANQIC 2026)” ภายใต้แนวคิด “Powering Thailand’s Global Competitiveness” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ สู่ความเชื่อมั่น มาตรฐาน และการแข่งขันระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามาถในการแข่งขันด้วยการ ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านมาตรฐาน การทดสอบ การรับรอง และมาตรวิทยา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต</p>
<p><strong>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;">นายสุโรจน์ แสงสนิท</span> นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (</strong><strong>EVAT) </strong><strong>กล่าวว่า</strong> ตลาด EV ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิต EV และชิ้นส่วนสำคัญของโลก จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยภายในงานปีนี้ EVAT จะร่วมจัดการประชุมระดับนานาชาติ iEVTech 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive &amp; Connected Supply Chain” เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพและพร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุค Smart Mobility ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสทางธุรกิจกับเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ผ่านการเจรจาธุรกิจและการเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV และ Smart Mobility ของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
<p><strong>ในส่วนของ <span style="color: #6cb742;">ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</span> หัวหน้าศูนย์วิจัย </strong><strong>Mobility &amp; Vehicle Technology Research Center (MOVE) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ และยานยนต์อัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนโฉมอนาคตของการเดินทางและอุตสาหกรรมขนส่งทั่วโลก ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ ภายในงานปีนี้ MOVE จะร่วมจัด “Future MOVE Forum” ภายใต้แนวคิด “Connecting Global Knowledge for Smart Mobility” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น บริการการเดินทางแห่งอนาคต ยานยนต์อัตโนมัติและการเชื่อมต่อ (Autonomous and Connected Mobility) เทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฮโดรเจนและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการนำเสนอ Thailand EV Outlook และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart Mobility ของภูมิภาคในอนาคต</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> จุดแข็งสำคัญของงาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> คือการเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจระดับโลก” ที่รวบรวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการขนส่งอัจฉริยะจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบชาร์จ แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ นักลงทุน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและองค์กรระหว่างประเทศ</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ภายในงานจะมีผู้ประกอบการและแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 250 แบรนด์จากทั่วโลก อาทิ Amphenol, Bosch, BYD, Delta, Elantas, FoxESS, Hitachi, Huawei, Toshiba เป็นต้น พร้อมเวทีสัมมนาและการประชุมระดับนานาชาติกว่า 200 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการขนส่งอัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน แบตเตอรี่แห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยภายในงานยังมีโซนเทคโนโลยีและกิจกรรมพิเศษ อาทิ Hydrogen District, FUTUREGEN Mobility District, Data Center &amp; Cloud District, Carbon Free Valley, Sandbox Experience และ Startups Alley ที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และพลังงานสะอาดแห่งอนาคต</p>
<p><strong>งาน </strong><strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ จัดร่วมกับงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เวทีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดชั้นนำของภูมิภาค คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ </strong><a href="http://www.mobilitytechasia-bkk.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.mobilitytechasia-bkk.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 03:11:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Tech Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41968</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  และ  สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จัดงานเสวนา “EV Tech Forum 2025” ภายใต้หัวข้อ “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี “นายสุโรจน์ แสงสนิท” นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย  เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ พร้อมตอกย้ำความสำคัญขององค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับโลกและเพื่อร่วมมือผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคพลังงานสะอาด นายสุโรจน์ กล่าวว่า “สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand: EVAT) มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดสัมมนา “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  </strong>และ <strong> สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)</strong> จัดงานเสวนา “EV Tech Forum 2025” ภายใต้หัวข้อ “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี <strong>“นายสุโรจน์ แสงสนิท” นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong>  เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ พร้อมตอกย้ำความสำคัญขององค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับโลกและเพื่อร่วมมือผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคพลังงานสะอาด</p>
<p><span id="more-41968"></span></p>
<figure id="attachment_41970" aria-describedby="caption-attachment-41970" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41970" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02.jpg" alt="สุโรจน์ แสงสนิท" width="750" height="538" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-500x359.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41970" class="wp-caption-text">นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)</figcaption></figure>
<p><strong>นายสุโรจน์ </strong>กล่าวว่า <em>“สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand: EVAT) มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดสัมมนา “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”  ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเทรนด์ของอนาคต แต่เป็นความจริงของวันนี้ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งปีนี้สมาคมฯ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 นับจากการก่อตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2558 จากวิสัยทัศน์ของ “รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล” นายกสมาคมคนแรกและนายกกิตติมศักดิ์ ที่มองเห็นศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ประเทศไทยยังมีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ร้อยคัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ลดมลพิษทางอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง และผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ภายใต้บริบทนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EVs) จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทั้งในด้านการเดินทางระยะสั้น การลดมลพิษ และการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ เช่น Sharing Mobility และ Last-mile Delivery”</em></p>
<p>ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในการจัดนิทรรศการ<strong> Metalex 2025  </strong>ซึ่งการเสวนานี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและสตาร์ทอัปเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และมุ่งเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ให้ร่วมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เทรนด์ตลาด โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_41971" aria-describedby="caption-attachment-41971" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41971" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03.jpg" alt="รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล" width="750" height="521" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41971" class="wp-caption-text">รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</figcaption></figure>
<p>ทางด้าน <strong>“รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล”  </strong>หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย  เปิดฉากเสวนาด้วยปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Micro EVs ก้าวใหม่ของนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน”   โดยได้ให้ข้อมูลว่า  <em>“ ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (</em><em>Micro EVs) </em><em>ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กประเภท L7e ล้วนเป็นยานยนต์น้ำหนักเบา ใช้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและพื้นที่จำกัด  ด้วยระยะทางขับขี่ที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น Micro EVs จึงทำหน้าที่เป็นระบบ first-mile และ last-mile เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น BTS และ MRT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ยิ่งไปกว่านั้น Micro EVs ยังเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านการพัฒนา การผลิตยานยนต์ รวมถึงการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ซึ่งต้องการยานยนต์ที่คล่องตัว ประหยัดพื้นที่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ”</em></p>
<figure id="attachment_41972" aria-describedby="caption-attachment-41972" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41972" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04.jpg" alt="เสวนา" width="750" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-300x166.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-150x83.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-500x277.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41972" class="wp-caption-text">ช่วงเสวนา ภาพจากซ้ายไปขวา:  นางสาวศศิธร สติใหม่ กรรมการรองเลขาธิการ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด, นางพรฤดี อุทารวุฒิพงศ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท วินโนหนี้ จำกัด, นายธานัท ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด, นายณัฐนัย หงสุรพันธ์ หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก, นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และนายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด</figcaption></figure>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 06:43:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[การอบรมเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41692</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญ​ผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ เรื่อง “ บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน: นโยบาย เทคโนโลยี กรณีศึกษา โอกาสและความท้าทายในยุคพลังงานสะอาด” ในระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ งานสัมมนาเพื่อความเข้าใจบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในบริบทของการลดคาร์บอน วิเคราะห์นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และความท้าทายในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หัวข้ออบรม มาตรการสนับสนุนการใช้ EV&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญ​ผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ เรื่อง “ บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน: นโยบาย เทคโนโลยี กรณีศึกษา โอกาสและความท้าทายในยุคพลังงานสะอาด” ในระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</strong></p>
<p><span id="more-41692"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41695 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025.jpg" alt="บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน" width="595" height="842" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025.jpg 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></p>
<p>งานสัมมนาเพื่อความเข้าใจบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในบริบทของการลดคาร์บอน วิเคราะห์นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และความท้าทายในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</p>
<h3>หัวข้ออบรม</h3>
<ul>
<li>มาตรการสนับสนุนการใช้ EV เงินอุดหนุน, ภาษี, มาตรการจูงใจ (EV Adoption Support Measures: Subsidies, Tax Incentives, and Promotional Policies)</li>
<li>โอกาสทางธุรกิจจากสถานีชาร์จและการเติบโตของรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์</li>
<li>เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า: BEV, PHEV, FCEV และแนวโน้มการพัฒนา (Electric Vehicle Technologies: BEV, PHEV, FCEV, and Development Trends)</li>
<li>เทคโนโลยีแบตเตอรี่: Lithium-ion, Solid-state, การรีไซเคิลและ Second-life battery (Battery Technologies: Lithium-ion, Solid-state, Recycling, and Second-life Batteries)</li>
<li>ความก้าวหน้าของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพื่อการลดคาร์บอนของยานยนต์ไฟฟ้า (Advances in Electric Drive Systems for EV Decarbonization)</li>
<li>องค์ประกอบ ยานยนต์ไฟ้า และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า</li>
<li>ยานยนต์เชื่อมต่อทุกสิ่ง (V2X): V2G, V2H, V2B (Vehicle-to-Everything (V2X): V2G, V2H, V2B)</li>
<li>กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมและการจัดการซากแบตเตอรี่ EV (Environmental Regulations and EV Battery Disposal Management)</li>
<li>มาตรฐานการติดตั้ง EV (EV Installation Standards)</li>
<li>ข้อกำหนดการเชื่อมต่อสถานีอัดประจุไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</li>
<li>มาตรฐานการติดตั้งระบบอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</li>
<li>การอัดประจุแบบอัจฉริยะ (EV Smart charging)</li>
<li>การผสาน EV เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ (e-Bus, e-Taxi, e-Mobility) Integration of EVs into Public Transportation Systems</li>
</ul>
<div dir="auto">ดูรายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.greennetworkseminar.com/ev/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/ev/</a></span></div>
<h3>สอบถามข้อมูลติดต่อ</h3>
<p><strong>โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503</strong><br />
<strong>e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 07:07:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[Bosch Engineering]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Racing Automobiles]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีระบบส่งกำลังและการควบคุม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41089</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสานความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับยานยนต์สมรรถนะสูง ผนึกกำลังทางเทคโนโลยี: ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Bosch Engineering เข้ากับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะขั้นสูงของ Siam Racing Automobiles วางกลยุทธ์: มุ่งพัฒนาส่วนประกอบย่อย ขั้นสูงของระบบรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีระบบส่งกำลังและการควบคุม รุดหน้าสู่วงการอุตสาหกรรม: ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าสมรรถนะสูง กรุงเทพฯ ประเทศไทย – Bosch Engineering ผู้ให้บริการระดับโลกด้านการออกแบบจำเพาะทางวิศวกรรมยานยนต์ และ Siam Racing Automobiles (SRA) ผู้ผลิตรถแข่งและรถสมรรถนะสูงชั้นนำของประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) อย่างเป็นทางการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles/">Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประสานความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับยานยนต์สมรรถนะสูง</p>
<ul>
<li><strong>ผนึกกำลังทางเทคโนโลยี: </strong>ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Bosch Engineering เข้ากับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะขั้นสูงของ Siam Racing Automobiles</li>
<li><strong>วางกลยุทธ์: </strong>มุ่งพัฒนาส่วนประกอบย่อย ขั้นสูงของระบบรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีระบบส่งกำลังและการควบคุม</li>
<li><strong>รุดหน้าสู่วงการอุตสาหกรรม: </strong>ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าสมรรถนะสูง</li>
</ul>
<p><span id="more-41089"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41091" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-02.jpg" alt="Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย</strong> – Bosch Engineering ผู้ให้บริการระดับโลกด้านการออกแบบจำเพาะทางวิศวกรรมยานยนต์ และ Siam Racing Automobiles (SRA) ผู้ผลิตรถแข่งและรถสมรรถนะสูงชั้นนำของประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41092" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-03.jpg" alt="Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นด้านการพัฒนาส่วนประกอบระบบย่อยประสิทธิภาพสูง สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ (BEV) ครอบคลุมถึงรถไฮเปอร์คาร์และซูเปอร์คาร์ ในขอบเขตหลักของสถาปัตยกรรมระบบส่งกำลังไฟฟ้า ระบบพลังงาน เทคโนโลยีการควบคุมรถยนต์ และวิศวกรรมที่มุ่งเน้นสำหรับการผลิต โดยมีเป้าหมายในการเร่งพัฒนาโซลูชั่นการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูงมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรม</p>
<p>“ที่ Bosch Engineering เรามุ่งมั่นในการส่งมอบความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมในทุกขั้นตอนของการพัฒนายานยนต์ เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลก ความร่วมมือกับ SRA ครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของเราในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และสนับสนุนเทคโนโลยีแห่งอนาคตในโลกของการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” <strong><span style="color: #6cb742;">Johannes-Joerg Rueger</span> ประธาน Bosch Engineering กล่าว</strong></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางแห่งโซลูชันการขับเคลื่อนอัจฉริยะและนวัตกรรมที่ยั่งยืนด้วยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Bosch Engineering เข้ากับศักยภาพของบริษัทสัญชาติไทยอย่าง SRA ความร่วมมือนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง</p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การนำศักยภาพระดับโลกของ Bosch Engineering มาผสานความร่วมมือกับผู้ผลิตภายในประเทศ จะช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า” <span style="color: #6cb742;"><strong>โจเซฟ ฮง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ </strong><strong>บ๊อช</strong> <strong>ประเทศไทยและลาว</strong> <strong>กล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41093" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-04.jpg" alt="Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้วยรากฐานที่หยั่งลึกในวงการมอเตอร์สปอร์ตและวิศวกรรมสมรรถนะ Siam Racing Automobiles (SRA) ผู้สืบทอดตำนานทางด้านยานยนต์ที่สั่งสมมายาวนานหลายทศวรรษและด้วยชื่อเสียงด้านนวัตกรรมการออกแบบยานยนต์สมรรถนะสูง SRA แสดงบทบาทสำคัญในการผสานงานฝีมือเข้ากับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอย่างลงตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตแห่งการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้า</p>
<p>“ที่ SRA พันธกิจของเรา คือการผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะผ่านนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง” ความร่วมมือกับ Bosch Engineering ถือเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่จะกำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” <span style="color: #6cb742;"><strong>พท.มรว.พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์</strong></span> ผู้ก่อตั้ง SRA กล่าว</p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งสององค์กร ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเชิงปฏิรูปที่จะยกระดับขีดความสามารถด้านยานยนต์ของไทย พร้อมผลักดันสู่การเปลี่ยนผ่านเพื่ออนาคตแห่งการเดินทางอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bosch-engineering-x-siam-racing-automobiles/">Bosch Engineering และ Siam Racing Automobiles ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึกกำลังพันธมิตร จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ฮับเทคโนโลยียานยนต์ยั่งยืนแห่งเอเชีย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2025-2-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2025-2-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 May 2025 06:25:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39105</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์จับมือเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 อย่างยิ่งใหญ่ เดินหน้าต่อยอดจากงาน Electric Vehicle Asia ที่ประสบความสำเร็จมากว่า 10 ปี เร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์สมัยใหม่ ทั้ง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ยานยนต์อัจฉริยะ (Smart Mobility) และ โซลูชันพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “Shaping the Regional&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2025-2-2/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึกกำลังพันธมิตร จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ฮับเทคโนโลยียานยนต์ยั่งยืนแห่งเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์จับมือเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 อย่างยิ่งใหญ่ เดินหน้าต่อยอดจากงาน Electric Vehicle Asia ที่ประสบความสำเร็จมากว่า 10 ปี เร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์สมัยใหม่ ทั้ง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ยานยนต์อัจฉริยะ (Smart Mobility) และ โซลูชันพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “Shaping the Regional Innovation Hub for Sustainable Mobility” ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี นวัตกรรมยานยนต์ยั่งยืนของภูมิภาค ขยายโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล ระหว่างวันที่ 2–4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-39105"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39112" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-07.jpg" alt="รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-07.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-07-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-07-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-07-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</strong></span> <strong>ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน และ หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ยังครอบคลุมถึงการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด CASE คือ การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connected) ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous) การใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Shared) บนพื้นฐานแพลตฟอร์ม ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric) ศูนย์วิจัย MOVE มจธ. มุ่งมั่นทำงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และ ภาคประชาชน เพื่อช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรมยานยนต์ที่ยั่งยืนและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากล ในปีนี้ศูนย์วิจัย MOVE มจธ. มีความยินดีอย่างยิ่งที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 (MTAB) และเรายังร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Future MOVE Forum เวทีความรู้ระดับภูมิภาค ที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันความรู้ แนวโน้มเทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุด ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบูรณาการระบบโครงข่ายพลังงานกับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle and Energy Grid Integration) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Vehicle and Infrastructure) เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติและการเชื่อมต่อในระบบขนส่ง (Connected Autonomous Vehicles) การบริการด้านการเดินทางแห่งอนาคตและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง (Next-Gen Mobility Services and Ecosystems) เป็นต้น เราเชื่อว่างาน MTAB ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเรียนรู้และต่อยอดนวัตกรรม แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยและภูมิภาคสู่อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39111" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-06.jpg" alt="นายสรรชาย นุ่มบุญนำ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</strong></span> <strong>ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า กว่า 10 ปีที่เราเป็นผู้นำการจัดงานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค สู่การรีแบรนด์เป็นงาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จ และขยายขอบเขตการจัดงานให้ครอบคลุมในทุกมิติของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure), ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous), บริการการเดินทางแบบครบวงจร (MaaS), ซอฟต์แวร์ และความมั่นคงทางข้อมูล (Cybersecurity) เป็นต้น ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม &#8220;Shaping the Regional Innovation Hub for Sustainable Mobility&#8221; หรือ “ขับเคลื่อนศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค สู่อนาคตยานยนต์ยั่งยืน” อีกหนึ่งความแข็งแกร่งที่ทำให้งาน MTAB แตกต่าง คือ ความร่วมมืออันยาวนานกับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ซึ่งเป็นหนึ่งพันธมิตรหลักของเราในการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมจัดประชุมนานาชาติอย่าง iEVTech Conference ที่เปิดเวที ร่วมอัปเดตนวัตกรรมและแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาอีกมากมายที่ครอบคลุมทุกมิติ จากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ Future Move Forum, ASEAN EV Round Table, EVAT Tech Forum เป็นต้น เจาะลึกเทรนด์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และแนวทางสู่ความยั่งยืนในภาคขนส่ง นอกจากนี้ยังรวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยียานยนต์กว่า 250 แบรนด์ อาทิ 24M, ROBERT BOSCH, BYD, FUJITSU, TOSHIBA, TESLA ENERGY และ TRUMPF เป็นต้น พร้อมด้วยพาวิเลียนนานาชาติ จาก จีน ฟินแลนด์ เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ตอกย้ำบทบาทของงาน MTAB 2025 ในฐานะประตูสู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์เอเชีย คาดว่างานในปีนี้จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 32,000 รายจาก 65 ประเทศทั่วโลก และงานนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมยานยนต์และระบบขนส่งอัจฉริยะที่ยั่งยืนของภูมิภาคอย่างครบวงจร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39107" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-02.jpg" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/mobilitytech-asia-bangkok-2025-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>ร่วมพลิกโฉมวงการยานยนต์ของภูมิภาคไปกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 จัดพร้อมกับงาน ASIA Sustainable Energy Week 2025 (ASEW) งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เชื่อมโยงนวัตกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยียานยนต์ยั่งยืนไว้อย่างครบวงจร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม และลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.mobilitytechasia-bkk.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2025-2-2/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึกกำลังพันธมิตร จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ฮับเทคโนโลยียานยนต์ยั่งยืนแห่งเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2025-2-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ZEEKR ประกาศเกมรุก! ควบรวมกิจการกับ Lynk &#038; Co ก่อตั้ง &#8216;ZEEKR Group&#8217; พร้อมตั้งเป้าผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่พรีเมียมระดับโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-group/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-group/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 08:10:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Lynk & Co]]></category>
		<category><![CDATA[ZEEKR]]></category>
		<category><![CDATA[ZEEKR Group]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38096</guid>

					<description><![CDATA[<p>(กรุงเทพฯ) 24 กุมภาพันธ์ 2568 – บริษัท ซีเคอร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี โฮลดิ้ง จำกัด (ZEEKR Group) ผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมในเครือ Geely Holding Group ประกาศการควบรวมกิจการกับ Lynk &#38; Co อย่างเป็นทางการ ภายใต้การโอนสิทธิ์จาก Geely เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน การควบรวมกิจการระหว่าง ZEEKR และ Lynk&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-group/">ZEEKR ประกาศเกมรุก! ควบรวมกิจการกับ Lynk & Co ก่อตั้ง ‘ZEEKR Group’ พร้อมตั้งเป้าผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่พรีเมียมระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(กรุงเทพฯ) 24 กุมภาพันธ์ 2568 – <strong>บริษัท ซีเคอร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี โฮลดิ้ง จำกัด (ZEEKR Group) ผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมในเครือ Geely Holding Group ประกาศการควบรวมกิจการกับ Lynk &amp; Co อย่างเป็นทางการ ภายใต้การโอนสิทธิ์จาก Geely เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน</strong></p>
<p><span id="more-38096"></span></p>
<p>การควบรวมกิจการระหว่าง ZEEKR และ Lynk &amp; Co มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อกระชับความร่วมมือและ ก่อตั้งกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม มากกว่านั้นยังมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าและแตกต่างให้แก่ผู้บริโภคผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ให้แก่ผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกภายในปี 2569 โดยการควบรวมกิจการครั้งนี้ยังคาดว่าช่วยลดต้นทุนในหลายด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนา การบริการ และการผลิต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กำลังการผลิตได้ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าต้นทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจะลดลง 10-20% ต้นทุนซัพพลายเชนลดลง 5%-8% อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 3%-5% และค่าใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานสนับสนุนและบริการลดลง 10%-20% นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถขยายตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ได้กว้างขวางขึ้น โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมไปทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 150,000 &#8211; 800,000 หยวน และคิดเป็น 60% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล</p>
<p>ภายหลังการควบรวมกิจการ ZEEKR และ Lynk &amp; Co ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์และผลิตภัณฑ์พร้อมตำแหน่งทางการตลาดของตนเอง เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภค</p>
<ul>
<li>ZEEKR ดำเนินธุรกิจในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีสุดหรูระดับโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางถึงใหญ่ โดยรถยนต์ขนาดกลางจะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะที่รถยนต์ขนาดใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริด (Hybrid)</li>
<li>Lynk &amp; Co คงความโดดเด่นของแบรนด์พรีเมียมด้วยพลังงานใหม่ ที่เน้นความทันสมัย สปอร์ต และเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยรถยนต์ขนาดเล็กจะเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนรถยนต์ขนาดกลางจะเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริด (Hybrid)</li>
</ul>
<p>ในปี 2568 นี้ ZEEKR และ Lynk &amp; Co มีแผนเปิดตัวยานยนต์รุ่นใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดย ZEEKRเตรียมเปิดตัว ZEEKR 7X รถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ส่วน Lynk &amp; Coเตรียมเปิดตัว Lynk &amp; Co 08 EM-P รถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด</p>
<p><strong>ZEEKR Group มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก โดยตั้งเป้ายอดขาย 710,000 คัน ภายในปี 2569 แบ่งเป็น ZEEKR 320,000 คัน และ Lynk &amp; Co 390,000 คัน พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 200 แห่งทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ &#8220;One Market, One Strategy&#8221; ZEEKR Group จะปรับการดำเนินงานให้เข้ากับลักษณะเฉพาะของแต่ละตลาด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทั่วโลก และพร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนผ่านการเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-group/">ZEEKR ประกาศเกมรุก! ควบรวมกิจการกับ Lynk & Co ก่อตั้ง ‘ZEEKR Group’ พร้อมตั้งเป้าผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่พรีเมียมระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-group/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 04:30:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo EX90]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37875</guid>

					<description><![CDATA[<p>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์</strong></p>
<p><span id="more-37875"></span></p>
<p>พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่</p>
<p>ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า fully electric มีสัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยเป็นสัดส่วนสูงสุดที่เคยมีมาตั้งแต่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้า fully electric ในปี 2022 ซึ่งความนิยมของ Volvo EX30 ส่งผลให้รถรุ่นดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย Volvo EC40 และ EX40 ที่มียอดขายที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่า ๆ กัน สำหรับรถปลี๊กอินไฮบริดนั้นมีสัดส่วนยอดจำหน่ายรวมที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรถสไตล์เอสยูวี รุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo XC60 และ XC90 ที่ยังคงสร้างความสนใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากการเติบโตของรถใหม่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศการเติบโตของรถวอลโว่มือสองไมล์น้อยคุณภาพดี อย่าง Volvo Selekt Approved Used Cars ว่ามียอดจำหน่ายที่โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2023</p>
<p>คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ ประเทศมาเลเชีย กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจกับผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์วอลโว่ และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค</p>
<p>และแม้ว่าความท้าทายจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของเรา โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2025 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ เราเชื่อว่าด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอทั้งในส่วนของรถไฟฟ้า fully electric และรถปลั๊กอินไฮบริด จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต อีกทั้งความพรีเมียมของแบรนด์ที่ทำให้ วอลโว่ คาร์ แตกต่าง และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<h3>สานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในปี 2025</h3>
<p>ในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางเป้าหมายเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p>เริ่มในไตรมาสแรกของปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์เอสยูวี รุ่นเรือธงอย่าง Volvo EX90 ให้แก่ลูกค้า ซึ่ง EX90 นำเสนอนิยามบทใหม่ของเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยของ วอลโว่ คาร์ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปในการประมวลผล ผ่านการทำงานของซอฟ์แวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ความปลอดภัย, การเชื่อมต่อ และข้อมูล บนแพลตฟอร์มที่สามารถอัพเกรดเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37876" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90.jpg" alt="Volvo EX90" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า fully electric รวมถึงรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเท่านั้นในอนาคต</p>
<p>ในแง่ของการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้วางแผนในการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) แห่งใหม่ พร้อมวางแผนการขยายบริการ Volvo Mobile Service ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความนิยมของลูกค้าที่สนใจรับบริการเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นบริการที่มีความสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถรับบริการได้จากที่บ้านหรือสถานที่ที่นัดหมาย ประหยัดเวลาการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอุ่นใจว่าช่างที่มาให้บริการได้รับการอบรมตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์</p>
<p>เนื่องด้วยความเข้าใจในสภาวะของตลาด และเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ร่วมถึงเปิดบริการ SMART Repair Service ซึ่งเป็นการบริการซ่อมความเสียหายขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่เกิดขึ้นกับตัวรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของวอลโว่ แทนที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชิ้น ซึ่งการซ่อมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน และมีราคาประหยัด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ เพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้องการนำเสนอให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกคน</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่</p>
<p>Website &#8211; www.volvocars.com/th</p>
<p>Facebook &#8211; https://www.facebook.com/volvocarsth</p>
<p>Youtube &#8211; https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand</p>
<p>LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&amp;openQrModal=true</p>
<p>เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม หรือ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ หรือสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446</p>
<p>สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 03:01:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Gentari]]></category>
		<category><![CDATA[Gentari Go]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจนตารี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37219</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Gentari Go’ มอบสิทธิ์เข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายของเรา พร้อมแถลงการร่วมลงทุนกับบริษัท ThaiEV มอบบริการ Vehicle-as-a-Service กรุงเทพมหานคร – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567 – บริษัท Gentari Sdn Bhd (Gentari &#8211; เจนตารี) เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในประเทศไทยผ่านความร่วมมือใหม่มุ่งขยายเครือข่ายการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทในเครือ Gentari Green Mobility Sdn Bhd&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/">Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Gentari Go’ มอบสิทธิ์เข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายของเรา พร้อมแถลงการร่วมลงทุนกับบริษัท ThaiEV มอบบริการ Vehicle-as-a-Service</strong></p>
<p><span id="more-37219"></span></p>
<p><strong>กรุงเทพมหานคร</strong><strong> – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567</strong> – บริษัท Gentari Sdn Bhd <em>(</em>Gentari &#8211; เจนตารี<em>) </em>เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในประเทศไทยผ่านความร่วมมือใหม่มุ่งขยายเครือข่ายการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทในเครือ Gentari Green Mobility Sdn Bhd รวมทั้งเปิดตัวบริการ Vehicle-as-a-Service (VaaS) ในประเทศไทย</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสนับสนุนแผนนโยบายพลังงาน <strong>30@30 </strong>ของประเทศไทยอันประกอบด้วยเป้าหมาย หลายประการด้านการใช้ไฟฟ้าและเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผลักดันโดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า แห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี ที่ได้ตั้งเป้าให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนการตลาด <strong>30</strong>% ในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.20<strong>30</strong>) โดยจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถโดยสาร พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก เครือข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอีก 12,000 แห่ง</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Gentari Go" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-138x300.jpg 138w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-150x325.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-231x500.jpg 231w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Gentari Go" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-138x300.jpg 138w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-150x325.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-231x500.jpg 231w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<h3>พร้อมเปิดตัว ‘Gentari Go’ ในประเทศไทย</h3>
<p>เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย บริษัท เจนตารี ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘Gentari Go’ ในประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การใช้งานของลูกค้าสะดวกและง่ายดาย ช่วยให้ลูกค้าค้นหา เปิดใช้งาน และชำระเงินสำหรับ สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ แอพพลิเคชั่นนี้ยังมอบฟีจเจอร์ล้ำสมัย อาทิ เช่น ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกบริการชาร์จต่างๆ ที่เหมาะสมได้อีกด้วย</p>
<p>ด้วยแนวคิดริเริ่มดังกล่าวจึงนำไปสู่ความร่วมมือระหว่าง Gentari และ Evolt Technology ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศไทย ในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงสถานีชาร์จที่ตั้งอยู่ในสถานที่สำคัญอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่นผ่านแอพ Gentari Go สถานีชาร์จเหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ปั๊มน้ำมัน ศูนย์การค้า และศูนย์การแพทย์ ทำให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา  ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศไทยสามารถเดินทางไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้อย่างสะดวก ไร้กังวลโดยมีสถานีชาร์จมากกว่า 2,800 แห่งพร้อมให้บริการผ่านการใช้งานแอพนี้แอพเดียว</p>
<h3>Gentari ขยายบริการสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Vehicle-as-a-Service) ในประเทศไทย</h3>
<p>นอกจากนี้ Gentari Green Mobility และบริษัท ไทยอีวี จำกัด (ThaiEV) ยังได้ร่วมทุนกันจัดตั้งบริษัท Gentari Mobility Co Ltd (GMCL) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดตัวบริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Vehicle-as-a-Service (VaaS) ของบริษัท เจนตารี ในประเทศไทย โดยให้บริการการชาร์จไฟฟ้ารวมทั้งระบบบริหารจัดการยานพาหนะหรือ <em>‘Gentari Go for Business’สำหรับองค์กร</em>ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Senthil Balan</span> หัวหน้าฝ่ายธุรกิจร่วมทุน (CVO) ของ Gentari Green Mobility</strong> กล่าวว่า <em>“</em>บริษัท เจนตารี สนับสนุน เป้าหมายทางธุรกิจของประเทศไทยในการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบยั่งยืน ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกด้านการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นร่วมสร้างสรรค์โซลูชั่นที่ตอบสนองความ ต้องการและเป้าหมายที่โดดเด่นของแต่ละประเทศ และสำหรับประเทศไทยแล้ว บริษัทมุ่งมั่นร่วมมือลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถข้ามพรมแดน ได้อย่างสะดวกด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณพูนพัฒน์ โลหารชุน</strong></span> <strong>ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด</strong> กล่าวว่า “ผมในฐานะตัวแทนของ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เจนตารี ในโอกาสเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ ‘Gentari Go’ในครั้งนี้ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท เจนตารี ด้านนวัตกรรมและการส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของเราทั้งสองนำไปสู่การแบ่งปันวิสัยทัศน์และการทำงานร่วมกัน เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัท เจนตารี ในการมอบโซลูชันที่มีความโดดเด่นและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งาน เสริม สร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของยานยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ อันเป็นการ ขับเคลื่อนการใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คุณกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา</span> ซีอีโอ บริษัท ไทยอีวี จำกัด</strong> กล่าวด้วยว่า <em>“</em>ไทยอีวี รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ บริษัท เจนตารี ในการขับเคลื่อนวิวัฒนาการของระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ และตอบสนองความต้องการ ด้านโซลูชันการเดินทางที่ยั่งยืนซึ่งมีการเติบโตสูงขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพาหนะขนส่งเชิงพาณิชย์และ ระบบบริหารจัดการที่ครอบคลุม การร่วมทุนกันนี้จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยแพ็คเกจแบบครบวงจรที่น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขัน พวกเราทุกฝ่ายต่างทุ่มเทเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ช่วยเหลือธุรกิจในการก้าวข้ามอุปสรรค และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการขนส่งที่ยั่งยืนในประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศ ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความพร้อมในการบริการลูกค้าเพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วย”</p>
<p>เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ ‘Gentari Go’ ขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ใช้งาน 1,000 รายแรก รับฟรีค่าชาร์จ สูงสุด 200 บาท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ &#8212; <em>‘</em>Gentari Go’ มุ่งมั่นที่จะทำให้การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสะดวกสบาย เข้าถึงได้ และยั่งยืนมากขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/">Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 03:28:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอี-โมบิลิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลีทยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37101</guid>

					<description><![CDATA[<p>โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของบ้านปู ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอี-โมบิลิตี้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยร่วมกับ บริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น (มารูเบนิ) กลุ่มธุรกิจการค้าและการลงทุนชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ฟุโย เจเนอรัล ลีส จำกัด (ฟุโย) ผู้ให้บริการทางการเงินและลีสซิ่งสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างรวดเร็วจากการสนับนุนของภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับบริษัทร่วมทุนระหว่างบ้านปู&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/">บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – <strong>บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของบ้านปู ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอี-โมบิลิตี้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยร่วมกับ บริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น (มารูเบนิ) กลุ่มธุรกิจการค้าและการลงทุนชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ฟุโย เจเนอรัล ลีส จำกัด (ฟุโย) ผู้ให้บริการทางการเงินและลีสซิ่งสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-37101"></span></p>
<p>ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างรวดเร็วจากการสนับนุนของภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับบริษัทร่วมทุนระหว่างบ้านปู เน็กซ์ มารูเบนิ และฟุโย ที่จะนำเสนอโซลูชันฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา จัดหายานพาหนะ ดำเนินการ บำรุงรักษา และเปลี่ยนคันใหม่เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องในการบริการ ไปจนถึงติดตั้งสถานีชาร์จและนำระบบมาใช้บริหารจัดการเพื่อรองรับการชาร์จตามเส้นทาง ตลอดจนนำแบตเตอรี่มารีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างราบรื่น รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “การร่วมทุนกับมารูเบนิและฟุโยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของบ้านปู เน็กซ์ ที่มุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การขนส่งและเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า โดยบริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พร้อมบริการสินเชื่อและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องของเราจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างเสริมอนาคตที่ยั่งยืนและดียิ่งขึ้นให้กับประเทศไทย”</p>
<p>ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ผนึกความเชี่ยวชาญของพันธมิตรสามบริษัทในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่ต้องการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร โดยบ้านปู เน็กซ์ จะนำประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน การซื้อขายพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการขนส่งและการเดินทางด้วยระบบไฟฟ้า มาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทร่วมทุนนี้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p>สำหรับมารูเบนิ ซึ่งดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ทั้งการจำหน่ายยานยนต์และให้บริการหลังการขายในตลาดโลก และให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น ซึ่งในประเทศไทย มารูเบนิมีธุรกิจหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์และธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยจะนำเครือข่ายทางธุรกิจการค้าที่กว้างขวางมาร่วมส่งเสริมการพัฒนาและบริหารธุรกิจให้กับบริษัทร่วมทุนนี้</p>
<p><strong>ขณะที่ฟุโย ลีส ดำเนินธุรกิจลีสซิ่งที่ครอบคลุมบริการสินเชื่อสำหรับธุรกิจยานยนต์และบริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร อาทิ การนำเสนอและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ให้เช่าอุปกรณ์เสริมอย่างที่ชาร์จ รวมถึงให้เช่าอุปกรณ์สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศญี่ปุ่น โดยฟุโยจะนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจลีสซิ่งสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารจัดการฟลีทของบริษัทร่วมทุนนี้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/">บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Dec 2024 04:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[HEV]]></category>
		<category><![CDATA[MHEV]]></category>
		<category><![CDATA[บอร์ดอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการลดภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมรถยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37046</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม HEV – MHEV เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ EV3 ให้ยกยอดไป EV3.5 แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม </strong><strong>HEV – MHEV </strong><strong>เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า </strong><strong>ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ </strong><strong>EV3 </strong><strong>ให้ยกยอดไป </strong><strong>EV3.5 </strong><strong>แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-37046"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37048" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</span> เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน </strong><strong>(</strong><strong>บีโอไอ</strong><strong>) </strong><strong>ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ </strong><strong>(</strong><strong>บอร์ดอีวี</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี <strong>แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการ 2 เรื่องสำคัญ คือ <strong>1)</strong> <strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า </strong>โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตรถยนต์ Hybrid (HEV) และ Mild Hybrid (MHEV) และ <strong>2)</strong> <strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong> โดยให้สามารถโอนไปผลิตชดเชยตามเงื่อนไขมาตรการ EV3.5 และระงับการให้เงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบถ้วน โดยทั้งสองมาตรการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลการแข่งขัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “<strong>ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกประเภท</strong>” ในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37049" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg" alt="มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" width="738" height="460" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-500x312.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p>สำหรับ “<strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong>” บอร์ดอีวี ได้เห็นชอบการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบ HEV และ MHEV ซึ่งผลิตในประเทศ</p>
<p><strong>1. </strong><strong>มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>HEV</strong>  กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) ตามมติบอร์ดอีวีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km  แบ่งเป็นการปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 6  และปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 9</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2570 รวมถึงต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2571 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรณีลงทุนเพิ่มเติม 3,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท จะต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูงทั้ง 3 ชิ้นเท่านั้น ได้แก่ Traction Motor, Reduction Gear, Inverter แต่หากลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป สามารถเลือกใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง ร่วมกับกลุ่มมูลค่าปานกลางได้ เช่น BMS, DCU, Regenerative Braking System เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ ดังนี้ ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูง, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบดูแลภายในช่องจราจร, ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจร, ระบบตรวจจับจุดบอด และระบบควบคุมความเร็ว</p>
<p><strong>2. มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>MHEV</strong> ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยมีแรงดันไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต่ำกว่า 60 โวลต์ และอาศัยเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในระดับโลก บอร์ดอีวี ได้กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km แบ่งเป็น ปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 10  และ 2. ปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนด อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 12</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2569 และไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2571 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 รวมถึงต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ เช่นเดียวกับเงื่อนไขของ HEV</p>
<p>สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) บอร์ดอีวี ได้พิจารณาเรื่อง “<strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong>” ซึ่งเป็นข้อเสนอจากกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ให้พิจารณาขยายเวลาเงื่อนไขการผลิตชดเชยสำหรับผู้ผลิตที่ได้รับเงินสนับสนุนตามมาตรการ EV3 ซึ่งเดิมกำหนดว่าต้องผลิตให้ครบถ้วนตามสัญญาภายในปี 2567-2568 เนื่องจากยอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอยู่ในภาวะหดตัว จากปัญหาความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค</p>
<p>ที่ประชุมได้หารือข้อเสนอดังกล่าว โดยพิจารณาสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ</p>
<p>บอร์ดอีวี จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการ EV3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1 : 1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1 : 1.5 เท่า ภายในปี 2568  โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการ EV3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ EV3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)  โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขยายเวลาข้างต้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนที่นำเข้าหรือผลิตภายใต้มาตรการ EV3.5 ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกัน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบตามจำนวนที่ได้รับสิทธิขยายเวลา และอนุญาตให้นำรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าภายใต้ EV3 ที่ยังไม่จำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศโดยไม่นับเป็นยอดที่ผลิตชดเชย</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอการขอขยายเวลาการผ่อนผันให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี ซึ่งต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่าร้อยละ 40 สามารถนับมูลค่าเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่าของชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 15 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2568 เป็นสิ้นสุดในปี 2570</p>
<p>อย่างไรก็ดี บอร์ดอีวี มีมติไม่อนุมัติให้ขยายเวลามาตรการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเร่งให้เกิดการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และนโยบายเร่งดึงดูดให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในประเทศไทย</p>
<p><strong>ล่าสุดบีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตรถยนต์ BEV แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมเงินลงทุนกว่า 81,000 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการ EV3 และ EV3.5 โดยกรมสรรพสามิต มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 26 บริษัท คิดเป็นจำนวนยานยนต์ทุกประเภทรวมกันกว่า 133,000 คัน สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในช่วง 10 เดือน (มกราคม &#8211; ตุลาคม 2567) มีจำนวน 59,746 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จดทะเบียน 21,657 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจัดเสวนา “EV Tech Forum 2025” ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติปฏิวัตินวัตกรรม เตรียมความพร้อมสู่อุตฯยานยนต์แห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-tech-forum-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-tech-forum-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Nov 2024 04:25:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[EV Tech Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[RX Tradex]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36877</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ Rx Tradex ร่วมจัดงานสัมมนาเรื่อง “EV Tech Forum 2025 ในหัวข้อ “แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต” โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนาในหัวข้อ “ยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งสู่ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ: การปฏิวัตินวัตกรรมที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต ณ ห้อง Silk 1-2 ศูนย์ประชุม BITEC บางนา สุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า และรองประธานกรรมการบริหารบริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจัดเสวนา “EV Tech Forum 2025” ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติปฏิวัตินวัตกรรม เตรียมความพร้อมสู่อุตฯยานยนต์แห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ Rx Tradex ร่วมจัดงานสัมมนาเรื่อง “EV Tech Forum 2025 ในหัวข้อ “แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต” โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนาในหัวข้อ “ยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งสู่ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ: การปฏิวัตินวัตกรรมที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต ณ ห้อง Silk 1-2 ศูนย์ประชุม BITEC บางนา</strong></p>
<p><span id="more-36877"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36879" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-02.jpg" alt="สุโรจน์ แสงสนิท" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุโรจน์ แสงสนิท</strong></span> <strong>นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า และรองประธานกรรมการบริหารบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันโลกมีการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากพลังงานดั่งเดิมสู่พลังงานทดแทน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการพัฒนาสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ ที่มีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัตโนมัติ ในขณะเดียวกันพบว่าภาคธุรกิจยานยนต์อัจฉริยะของประเทศจีน กรุงปักกิ่งนั้น มีเติบโตอย่างก้าวกระโดด พบว่าสถิติการเติบโต โดยมียอดขายถึง 17 ล้านคัน คิดเป็นอัตราการเข้าสู่ตลาด 63% ขณะที่ระบบการเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ (Software) ในทั่วโลกนั้นจะมีอัตราการเติบโต อยู่ที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี2034 ในขณะที่ประเทศไทยมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบวิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนารถยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมไทยด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในอนาคตหากมีการใช้ยานยนต์ไร้คนขับมากขึ้น เรื่องมาตรฐานรองรับความความปลอดภัยของภาคการขนส่ง เมื่อกรณีเกิดการอุบัติเหตุบนท้องถนนจะสามารถมีกฎ หรือข้อระเบียบมาตราฐานในการรับมือ ภายใต้ระบบที่อัจฉริยะที่ไร้คนขับนี้ได้อย่างไร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36880" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-03.jpg" alt="รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล" width="738" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-03.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล</strong></span> <strong>หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> และ<strong>นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong> กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ (Next Generation Mobility) ที่เป็นแนวโน้มเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งในฐานะศูนย์วิจัยฯ ต้องการช่วยให้เกิดการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ รวมถึงการศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ขับขี่อัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของประเทศและโลกในขณะนี้ จึงทำให้มหาวิทยาลัยฯมมีแนวคิดในการพัฒนาศูนย์วิจัย MOVE ขึ้น ในปี พ.ศ. 2563 ภายใต้แนวคิด 3i ได้เเก่ i แรก คือ industry ในการสร้างความร่วมมือที่เข้มเเข็งกับภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ i สอง คือ international infrastructure ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และห้องปฎิบัติการสำหรับการทดสอบตามมาตรฐานสากล และ i สาม คือ integration for innovation impact ในการบูรณาการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลกระทบในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยหวังว่าการทำงานของศูนย์วิจัยฯที่ผ่านมา จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดความเเข็งแกร่งและมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาระบบนิเวศของยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36881" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-04.jpg" alt="ณัฐนัย หงสุรพันธ์" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-04.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ณัฐนัย หงสุรพันธ์</strong></span> <strong>หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก</strong> กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างจัดทำโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategic Roadmap) สำหรับรองรับ ขับเคลื่อน และกำกับดูแลการใช้งานยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (Connected and Autonomous Vehicles : CAV) ในประเทศไทย ให้มีความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36882" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-05.jpg" alt="ดร.ปาษาณ กุลวานิช" width="738" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-05.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ev-tech-forum-2025-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ปาษาณ กุลวานิช</strong></span> <strong>หัวหน้าโครงการพัฒนาสนามทดสอบยานยนต์ CAV Proving Ground กลุ่มนวัตกรรมหุ่นยนต์และ ระบบอัตโนมัติ กองวัสดุวิศวกรรมกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)</strong> กล่าวว่า วศ.มีภารกิจหน้าที่ทางด้านงานวิจัยพัฒนาวิธีทดสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยปัจจุบันแนวโน้มทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ได้ปรับไปเป็น ยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์เชื่อมต่อ และยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ดังนั้น วศ. จึงให้ความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติแบบ CAV (Connected and Automated Vehicle) เป็นอย่างมาก โดยได้สร้างสนามทดสอบยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ พร้อมพัฒนาอุปกรณ์และวิธีทดสอบ พร้อมให้บริการ ณ วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ภายใต้โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นสมาคมที่ไม่เเสวงหาผลกำไร โดยแนวทางของสมาคมมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเเลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ยังรวมไปถึงการให้คำปรึกษาข้อบังคับมาตรฐาน และการดำเนินงานในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้ทางสมาคมฯ มีการกำหนดการจัดการประชุม ในทุกๆเดือน และมีการเเบ่งคณะทำงานในด้านต่างๆเพื่อสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจัดเสวนา “EV Tech Forum 2025” ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติปฏิวัตินวัตกรรม เตรียมความพร้อมสู่อุตฯยานยนต์แห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-tech-forum-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 03:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35196</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอแจงเหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก ชี้เงื่อนไขสำคัญ ต้องเข้ามาลงทุนผลิตชดเชยการนำเข้า 1 &#8211; 3 เท่า และใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ หากไม่ส่งเสริม อาจเสียโอกาสให้คู่แข่ง และไทยกลายเป็นเพียงผู้นำเข้า ย้ำพร้อมช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนด้วย 5 มาตรการสำคัญ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ตามที่มีการตั้งคำถามต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย บีโอไอในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/">บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอแจงเหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก ชี้เงื่อนไขสำคัญ ต้องเข้ามาลงทุนผลิตชดเชยการนำเข้า 1 &#8211; 3 เท่า และใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ หากไม่ส่งเสริม อาจเสียโอกาสให้คู่แข่ง และไทยกลายเป็นเพียงผู้นำเข้า ย้ำพร้อมช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนด้วย 5 มาตรการสำคัญ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่</strong></p>
<p><span id="more-35196"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า ตามที่มีการตั้งคำถามต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย บีโอไอในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้</p>
<p><strong>1. เหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong> จากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาคขนส่งก็เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุด ทิศทางโลกจึงมุ่งสู่การใช้ยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำ หลายประเทศเตรียมออกมาตรการห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) หรือขึ้นภาษีเพื่อควบคุมการนำเข้ารถยนต์ที่ปล่อย CO2 สูง ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงผลิตรถยนต์ ICE เป็นหลัก</p>
<p>นอกจากนี้ ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีในปัจจุบัน การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากบางประเทศมาจำหน่ายในไทย ไม่ต้องเสียอากรขาเข้าอยู่แล้ว หากไม่มีมาตรการใด ๆ ก็มีแนวโน้มจะเกิดการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่ายในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่เกิดการตั้งฐานการผลิต และประเทศไทยก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ อีกทั้งอาจสูญเสียโอกาสในการดึงการลงทุนอุตสาหกรรม EV ให้แก่ประเทศคู่แข่ง และสูญเสียโอกาสที่จะเติบโตจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ ระบบเชื่อมต่อยานยนต์ ฯลฯ ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และประเทศไทยก็จะขาดฐานการผลิต EV ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแข่งขันได้และสอดคล้องกับทิศทางโลก อีกทั้งสามารถรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์อันดับหนึ่งในอาเซียน และอันดับต้น ๆ ของโลกได้ในระยะยาว รัฐบาลมองเห็นความจำเป็นที่ต้องส่งเสริมให้เกิดฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อศึกษาและกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม EV โดยได้กำหนดเป้าหมาย 30@30 ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 เพื่อเป็นหมุดหมายให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อต่อยอดจุดแข็งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ICE, HEV, PHEV และ BEV เพื่อรักษาและต่อยอดการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกประเภทในระยะยาว รวมถึงโอกาสในการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก EV ไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากบางประเทศ โดยมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ของไทย เปิดกว้างสำหรับผู้ลงทุนทั้งรายเดิมและรายใหม่ ทั้งไทยและต่างชาติทุกประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ผลิต EV ทั้งประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก และรถบัส จากหลายประเทศเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตจากไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และล่าสุดคือ เกาหลีใต้</p>
<p><strong>2. เหตุผลในการให้เงินอุดหนุนแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 โดยกรมสรรพสามิต</strong> มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่ EV ตามเป้าหมาย 30@30 และมุ่งผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค โดยการสร้างตลาดรถยนต์ EV ในประเทศให้มีขนาดเหมาะสมกับการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ในการตัดสินใจเลือกแหล่งลงทุน</p>
<p>มาตรการ EV3 และ EV3.5 จะอนุญาตให้มีการนำเข้าในช่วง 2 ปีแรก และกำหนดเงื่อนไขผูกโยงกับการลงทุนตั้งฐานการผลิต โดยผู้ที่เข้าร่วมมาตรการจะต้องผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทย เพื่อชดเชยการนำเข้าในสัดส่วนอย่างน้อย 1 – 3 เท่า แล้วแต่ระยะเวลา อีกทั้งยังกำหนดเงื่อนไขให้มีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนแบบครบวงจรด้วย</p>
<p><strong>3. เหตุผลที่ยอดขายรถยนต์ลดลงมากในปีนี้</strong> ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลงร้อยละ 24 โดยในส่วนของรถกระบะ ลดลงถึงกว่าร้อยละ 40 ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่เข้ามาจำหน่ายในไทยมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 10 ของยอดขายรถทั้งหมด จะเห็นว่าสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการเข้ามาแทนที่ของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลทำให้ยอดขายรถยนต์ในไทยลดลงมาก และส่งผลกระทบถึงกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ คือ ปัญหาภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การชะลอตัวของการบริโภค หนี้ครัวเรือนที่สูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อซื้อรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการ และออกมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในระยะเปลี่ยนผ่าน</p>
<p><strong>4. การสนับสนุนและดูแลผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายในและชิ้นส่วน</strong> เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกรถยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ICE, HEV, PHEV และ BEV รวมทั้งชิ้นส่วนยานยนต์แบบครบวงจร สะท้อนจากเป้าหมาย 30@30 ซึ่งจะเห็นได้ว่าร้อยละ 70 ที่เหลือยังคงเป็นการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน แต่จะต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งสู่ความสะอาด ประหยัดพลังงาน ปลอดภัย และการขับเคลื่อนอัจฉริยะ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายในที่มีต่อเศรษฐกิจไทย และพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่ โดยได้ออก 5 มาตรการ เพื่อช่วยผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ดังนี้</p>
<p><strong>1) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์</strong> (ประกาศ BOI ที่ 2/2566 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2566) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตรถยนต์มีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับการผลิตรถยนต์ ทั้งแบบ ICE, HEV และ PHEV โดยขณะนี้มีค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกายื่นขอรับการส่งเสริมแล้ว 4 โครงการ</p>
<p><strong>2) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์</strong> (ประกาศ BOI ที่ 11/2567 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2567) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ฝึกอบรมบุคลากร หรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้แข่งขันได้ หรือขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ชิ้นส่วน EV อิเล็กทรอนิกส์ อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรและอุปกรณ์</p>
<p><strong>3) มาตรการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยและต่างชาติในกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์</strong> (ผ่านบอร์ด BOI เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย มีโอกาสร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน โดยนิติบุคคลไทยต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยกระดับเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ยานยนต์สมัยใหม่ได้</p>
<p><strong>4) มาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์แบบไฮบริด (HEV)</strong> (ผ่านบอร์ด EV เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ ICE ไปสู่รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และ HEV เป็นอีกหนึ่ง segment ที่ไทยมีโอกาสเป็นฐานการผลิตระดับโลกได้ โดยมาตรการนี้มีเงื่อนไขสำคัญ 4 ด้าน คือ การลดการปล่อยคาร์บอน การลงทุนเพิ่มเติม การใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ และการติดตั้งระบบความปลอดภัยของรถยนต์</p>
<p><strong>5) มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ</strong> กรมสรรพสามิตได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับสิทธิตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 ต้องมีการใช้แบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบ BMS DCU อินเวอร์เตอร์ เกียร์ทดรอบ หรือคอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศ ขณะที่กรมศุลกากรและกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่ตั้งในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี จะต้องผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ เช่น การตรวจสอบคุณภาพ และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ โดยต้องใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไทยและอาเซียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคาหน้าโรงงาน</p>
<p>ในส่วนของบีโอไอ ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องมีการผลิตหรือจัดหาแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญจากผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงแผนพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีหุ้นไทยข้างมาก (Local Supplier) โดยการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ EV เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับอุตสาหกรรม EV ต่อไป</p>
<p><strong>นอกจากนี้ บีโอไอยังเน้นจัดกิจกรรมจัดหาชิ้นส่วนในประเทศ (Sourcing Event) และงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสนับสนุน (Subcon Thailand) เพื่อสร้างเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ สนับสนุนให้เกิดการซื้อขายชิ้นส่วน การว่าจ้างผลิต หรือการร่วมทุนระหว่างไทยและต่างชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีบทบาท</strong><strong>ใน Supply Chain ของอุตสาหกรรม EV ให้มากที่สุด</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/">บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
