<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เศรษฐกิจสีเขียว | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Apr 2026 07:59:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เศรษฐกิจสีเขียว | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 07:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43915</guid>

					<description><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) <strong><span style="color: #6cb742;">ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</span> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอคือในเมื่อเงินทองยังไม่มี เราจะเอางบประมาณที่ไหนไปทำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ดังนั้นหากประเทศไทยไม่เริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) เราจะไม่สามารถเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบได้ และเรื่องนี้คือกลไกหลักที่จะดึงงบประมาณมาแก้ปัญหาประเทศได้จริง</strong></p>
<p><span id="more-43915"></span></p>
<ul>
<li><strong>สานต่อโมเดล </strong><strong>BCG สู่เศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy)</strong></li>
</ul>
<p>ศ. ดร.ยศชนัน ประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อไปโดยไม่ทิ้งรากฐานเดิม แต่จะนำมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ตั้งแต่อากาศสะอาด อาหารปลอดภัย และเครื่องมือแพทย์ การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องตรวจสอบลึกถึงห่วงโซ่มูลค่า นวัตกรรมต้องตอบโจทย์ได้ว่ากระบวนการผลิตไปจนถึงระบบโลจิสติกส์มีการเอาเปรียบแรงงานหรือสร้างความไม่เท่าเทียมให้ใครหรือไม่ โดย รมว.อว. ระบุว่า <em>&#8220;แม้การผลิตจะได้ผลดี แต่ต้องพิจารณาว่ากระบวนการดังกล่าวมีการเอารัดเอาเปรียบผู้ใดหรือไม่ ผู้ปฏิบัติงานได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมหรือไม่ เพราะแนวคิดคาร์บอนต่ำนั้นครอบคลุมถึงคุณค่าตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>2 เครื่องยนต์เศรษฐกิจเพื่อปากท้อง</strong></li>
</ul>
<p>อว. วางทิศทางเศรษฐกิจไทยผ่าน 2 เครื่องยนต์หลัก เครื่องยนต์แรก คือ การอัปเกรดอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีฐานอยู่แล้ว ทั้งภาคเกษตรผ่านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน ส่วนเครื่องยนต์ที่สองคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Industries) เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</p>
<ul>
<li><strong>Net Zero คือความมั่นคงของชาติ (National Security)</strong></li>
</ul>
<p>กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนไป คาร์บอนกลายเป็นกำแพงภาษีผ่านนโยบายมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจทันที การเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้จึงมีความสำคัญเทียบเท่ากับความมั่นคงของชาติ (National Security) การลงทุนเทคโนโลยีสีเขียวคือการป้องกันความเสี่ยง หากปล่อยให้คาร์บอนเพิ่มขึ้น ความเสียหายจะทวีคูณไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> อธิบายว่า <em>“เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</em><em>Net Zero) คือ จุดเดียวที่จะหยุดยั้งการทวีคูณของความเสียหายได้ เพราะหากไม่สามารถลดผลกระทบให้เป็นศูนย์ได้ ท้ายที่สุดประเทศก็จะไม่อาจอยู่รอดได้&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ฉีกตำราวิจัยเดิม โลกวิกฤตไม่มีเวลาให้รอ</strong></li>
</ul>
<p>กระบวนการวิจัยที่เริ่มจากการศึกษา ค่อย ๆ วิจัย พัฒนานวัตกรรม แล้วนำไปหาตลาด เป็นสิ่งที่ช้าเกินไปสำหรับโลกปัจจุบัน <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ชี้ว่า ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การพัฒนานวัตกรรมยุคใหม่จึงต้องใช้กลยุทธ์ Backcasting คือ การตั้งเป้าหมายของประเทศในปี ค.ศ. 2030 ไว้ก่อน แล้วถอยกลับมาวางแผนเพื่อแก้ปัญหานักวิจัยที่มักเริ่มต้นทำงานจากความถนัดของตนเองเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า<em> &#8220;เมื่อใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน ก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนในเรื่องใดเป็นหลัก การจัดสรรงบประมาณจะต้องมุ่งเน้นเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนที่แท้จริง&#8221;</em></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43918" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>วางบทบาท อว. และพลังการทูตวิทยาศาสตร์</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กำหนดหมุดหมายสำคัญให้แก่บุคลากรสายวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่า ในสภาวะที่ประเทศเผชิญวิกฤต นักวิจัยและวิศวกรต้องทำหน้าที่เป็นคลังสมอง (Think Tank) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง พร้อมย้ำว่า <em>“ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าเพ้อฝัน แต่ไม่ทำไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เราเรียนมาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกัน”</em></p>
<p>โดย กระทรวง อว. กำหนดบทบาทองค์กรไว้ 3 มิติ <strong>มิติแรก</strong>คือการเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Builder) ที่กระตุ้นให้คนอยากทำงาน <strong>มิติที่สอง</strong>คือการเป็นผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) รวบรวมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และ<strong>มิติสุดท้าย</strong>คือการเป็นตัวเร่งการขยายผล (Accelerator) สนับสนุนให้นักนวัตกรออกไประดมทุนต่างประเทศหากตลาดไทยยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังชูนโยบายวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) และการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ซึ่ง <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ได้หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว เพื่อใช้แกะรอยจากสิทธิบัตร (Patent) และต่อยอดนวัตกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43917" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยืนบนไหล่ยักษ์ เลิกเสียท่าขายไอพีราคาถูก</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ยกบทเรียนจากการเสียท่าในอดีตที่เคยขายทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP ไปในราคาเพียง 5 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าจริงอาจสูงถึง 50 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำให้นักวิจัยกำหนดแผนทางออกให้ชัดเจน โดยยกตัวอย่างการวิจัยและพัฒนายาซึ่งมีความท้าทายและต้องใช้ทุนมหาศาลหลักพันล้านบาท ผู้วิจัยอาจไม่สามารถผลักดันจนจบกระบวนการได้ด้วยตนเอง จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาหยุดและขายเทคโนโลยีตั้งแต่ระยะแรกเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้วิธีที่ต้องเปลี่ยน คือ การทำตีพิมพ์แบบพุ่งเป้า เล็งวารสารระดับโลกเพื่อให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา เลิกรอให้คนมาอ้างอิงบทความวิจัยเพียงอย่างเดียว และต้องระวังนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อเทคโนโลยีไปดองทิ้งไว้เพื่อตัดคู่แข่ง</p>
<p>โดย รัฐตรีการกระทรวง อว. เตรียมผลักดัน สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Infrastructure) ของทุกคน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยสามารถเข้ามาทำงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic Science) และสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของนักวิจัยให้ได้มากที่สุด ในส่วนของงบประมาณรัฐในโครงการ ววน. จะเข้าไปสมทบทุนเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นวิทยาการใหม่ที่โลกยังไม่มี เพื่อให้นักนวัตกรไทยสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์ แต่ใช้ ‘การยืนบนไหล่ยักษ์’ ต่อยอดความสำเร็จจากทั่วโลก</p>
<p>&#8220;วันนี้ถ้าท่านยืนบนไหล่ยักษ์ แล้วใช้มือของท่านเองสร้างสรรค์ผลงาน โดยเรียนรู้จากคนที่เขาลองผิดลองถูกมาแล้ว ประเทศจะไปข้างหน้าได้เร็วมาก เราเสียเวลากันไม่ได้อีกแล้ว&#8221; <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กล่าว</p>
<h3>กางตัวเลขเป้าหมาย 2030 พร้อมเป็นกองหน้าชนปัญหา</h3>
<p>กระทรวง อว. กำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ภายในปี 2030 ไว้อย่างชัดเจน 4 ด้าน ได้แก่ (1) การดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากเศรษฐกิจสีเขียวให้เพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ (2) เตรียมความพร้อมกำลังคน 20 ล้านคนให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก (Future Ready) (3) ลดความเสี่ยงด้านคาร์บอนลง 30 เปอร์เซ็นต์ และ (4) สร้างนวัตกรรม 5,000 ชิ้น ที่ขายทำกำไรได้จริง รมว.อว. ให้คำมั่นต่อนักวิจัยในการทำหน้าที่รับความเสี่ยงแทนว่า <em>&#8220;ผมพร้อมเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากมีแรงปะทะหรือผลกระทบใดเกิดขึ้น ผมพร้อมจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทน ขอให้นักวิจัยทุกท่านทำหน้าที่เป็นกองหน้าและเดินหน้าขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มกำลัง&#8221; ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย</em></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HKTDC เปิดตัว แคมเปญ GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือฮ่องกง-ไทย ด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-greenbiz-hk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 03:36:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[GreenBiz HK]]></category>
		<category><![CDATA[HKTDC]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43499</guid>

					<description><![CDATA[<p>18 มีนาคม 2569 – องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เปิดตัวแคมเปญ GreenBiz HK ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วย การประชุมเฉพาะหัวข้อ กิจกรรมสร้างเครือข่าย และการประชุมจับคู่ธุรกิจ โดยมีคณะผู้แทนจาก “Hong Kong Green Team” และผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยเข้าร่วมกว่า 550 คน ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-greenbiz-hk/">HKTDC เปิดตัว แคมเปญ GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือฮ่องกง-ไทย ด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>18 มีนาคม 2569 – <strong>องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เปิดตัวแคมเปญ GreenBiz HK ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วย การประชุมเฉพาะหัวข้อ กิจกรรมสร้างเครือข่าย และการประชุมจับคู่ธุรกิจ โดยมีคณะผู้แทนจาก “Hong Kong Green Team” และผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยเข้าร่วมกว่า 550 คน ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และกล่าวเปิดการประชุมในเวทีดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างฮ่องกงและไทย การสัมมนาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่มีมายาวนานระหว่างไทย-ฮ่องกง รวมถึงการแสดงบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวและนวัตกรรมระดับนานาชาติ</strong></p>
<p><span id="more-43499"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43501" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-02.jpg" alt="คุณแอนนา เฉิง" width="740" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-02-300x184.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-02-150x92.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-02-500x306.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คุณแอนนา เฉิง</span></strong> <strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ HKTDC</strong> กล่าวว่า “ฮ่องกงเป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก และเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและความร่วมมือต่าง ๆ ระบบนิเวศที่เฟื่องฟูของฮ่องกง เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผสานการสนับสนุนด้านนโยบายเข้ากับการหมุนเวียนทางการเงินที่แข็งแกร่ง การให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่ตรงเป้าหมาย กลุ่มนวัตกรรมเฉพาะ และโซลูชันที่ปรับเปลี่ยนขนาดได้ GreenBiz HK จึงเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินและนวัตกรรมสีเขียวระดับนานาชาติ ที่ผู้นำทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ พร้อมทั้งสำรวจโอกาสและความร่วมมือร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43503" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-04.jpg" alt="ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" width="740" height="457" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-04-300x185.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-04-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-04-500x309.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวเสริมว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่ความท้าทายที่เมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจะจัดการได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่ง วิสัยทัศน์ร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติร่วมกันจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเวที GreenBiz HK Forum เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงจุดแข็งด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจที่มีความหมาย”</p>
<h3>เวทีเสวนาหลากหลายแง่มุม เน้นย้ำบทบาทของการเงินและนวัตกรรมสีเขียว</h3>
<p>ในการประชุมใหญ่หัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างฮ่องกง–ไทย เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและนวัตกรรม” ผู้นำจากภาครัฐและภาคธุรกิจของฮ่องกงและไทย ได้ร่วมกันสำรวจแนวทางความร่วมมือข้ามพรมแดนด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณเฉาหนี่ หวง รองประธานบริหาร สมาคมการเงินสีเขียวแห่งฮ่องกง (HKGFA); กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายการเงินและการเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี, ดร.คัง คู กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน ธนาคารแห่งประเทศจีน (ฮ่องกง) ร่วมด้วย ดร.คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด และคุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันคาร์บอนแห่งเอเชีย ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวระดับนานาชาติ และแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ขององค์กรอย่างไร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43507" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-08.jpg" alt="ดร. คิม มัก" width="740" height="447" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-08.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-08-300x181.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-08-150x91.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-08-500x302.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. คิม มัก</strong></span> <strong>ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด</strong> ได้กล่าวถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว อาคารสีเขียว และโซลูชันเมืองอัจฉริยะล่าสุด ขณะที่ คุณจอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันเอเชียคาร์บอน ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนและกลยุทธ์ ESG คุณหวง เหวยเหว่ย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ประจำประเทศจีน และรองประธานอาวุโสของซีพี ไชน่า ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย ได้นำเสนอประสบการณ์ของบริษัทในด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มด้านเงินทุน การบริการระดับมืออาชีพ และการเชื่อมต่อระดับโลกของฮ่องกงสามารถสนับสนุนวิสาหกิจไทยในการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG) และขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ การประชุมครั้งนี้ เน้นย้ำถึงศักยภาพในการร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีที่ยั่งยืน และนวัตกรรมเมืองในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประชุมย่อย 2 หัวข้อ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฮ่องกงและไทยในด้านเทคโนโลยี เพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาเมืองในอนาคตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หัวข้อแรกคือ “ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและการออกแบบแบบบูรณาการ” โดยมุ่งเน้นว่าเทคโนโลยีสีเขียว สถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน โซลูชันด้านภูมิทัศน์ ระบบประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และแอปพลิเคชันเมืองอัจฉริยะ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเมืองได้อย่างไร โดยมีวิทยากรจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประยุกต์แห่งฮ่องกง (ASTRI) บริษัท เฮนเดอร์สัน แลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท Arup และบริษัท ออเธอร์แลนด์ จำกัด ได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการออกแบบแบบบูรณาการและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สนับสนุนการลดคาร์บอนทั่วเมือง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43505" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-06.jpg" alt="ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง" width="740" height="476" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-06-300x193.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-06-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-06-500x322.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ</strong> ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของไทย ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแสดงความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งแบบสหวิทยาการของฮ่องกง เพื่อเร่งความยั่งยืนในระดับภูมิภาค ส่วนหัวข้อที่สอง คือ “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมืองสีเขียว และเมืองเพื่อสุขภาวะ : ความร่วมมือฮ่องกง–ไทย และโอกาสห่วงโซ่อุปทานสีเขียวในระดับภูมิภาค” ได้รับการสนับสนุนจาก BEAM Society Limited และสภาอาคารสีเขียวแห่งฮ่องกง ได้หารือเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานอาคารสีเขียว การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาในห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับภูมิภาค</p>
<h3>การจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ที่มุ่งเน้นส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-03.jpg" alt="GreenBiz HK" width="740" height="464" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-03-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-03-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-03-500x314.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้วยการจับคู่โครงการที่มีเป้าหมายชัดเจน การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิค และการหารือระหว่างภาคธุรกิจ ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาไปสู่โอกาสความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าเชิงปฏิบัติในด้านเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมเมือง และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</p>
<p>การประชุมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างฮ่องกง และไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เร่งการทำงานร่วมกันข้ามพรมแดน และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถร่วมกันคว้าโอกาสใหม่ ๆ ในด้านเศรษฐกิจสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43504" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-05.jpg" alt="GreenBiz HK" width="740" height="482" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-05-300x195.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-05-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-05-500x326.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>GreenBiz HK</strong> ในกรุงเทพฯ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Economic and Trade Express (ETE) ซึ่งETE เป็นแพลตฟอร์มเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพจากฮ่องกง ในการสำรวจและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนและจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกงมากยิ่งขึ้น สำหรับงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของโครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ประจำกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายระหว่างฮ่องกงและกลุ่มธุรกิจในท้องถิ่น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43506" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-07.jpg" alt="GreenBiz HK" width="740" height="425" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-07-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-07-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/hktdc-greenbiz-hk-07-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>คณะผู้แทน “Hong Kong Green Team” ส่งเสริมฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางชั้นนำของเอเชียด้านการบริการแบบบูรณาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงยังได้พาคณะ “Hong Kong Green Team” สำรวจโอกาสทางการตลาดสีเขียวที่กำลังเติบโตในประเทศไทย นำโดย คุณแอนนา เฉิง และ ดร. โล ไหว่ กว็อก ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขององค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง และผู้แทนอีก 18 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนด้านบริการสีเขียวแบบบูรณาการ รวมถึงสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การให้คำปรึกษาด้าน ESG เทคโนโลยีสีเขียว และอื่นๆ เดินทางเข้าพบกับสมาคมอุตสาหกรรมและผู้พัฒนารายใหญ่ เช่น สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้แทนจากฮ่องกงได้สำรวจความเป็นไปได้ในการเป็นพันธมิตรกับบริษัทของไทย</p>
<p>GreenBiz HK ได้รวบรวมผู้ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงในด้านการเงินสีเขียว การให้คำปรึกษาด้าน ESG อาคารสีเขียว เทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วนและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม โครงการนี้สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์จากตลาดทุนที่เติบโตเต็มที่ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน และบริการระดับมืออาชีพของฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการลงทุน รวมถึงการรับรองมาตรฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการคว้าโอกาสการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจสีเขียวระดับโลก</p>
<p>องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง จะยังคงใช้แพลตฟอร์มนี้ในการจัดคณะผู้แทนธุรกิจ การประชุมเชิงวิชาการ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ ในการใช้จุดแข็งด้านการเงินและนวัตกรรมของฮ่องกงเพื่อขยายสู่ตลาดต่างประเทศและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-greenbiz-hk/">HKTDC เปิดตัว แคมเปญ GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือฮ่องกง-ไทย ด้านการเงินสีเขียว นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจัดงาน EARTH JUMP 2025 หนุนทุกภาคส่วนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 09:10:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[EARTH JUMP 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39409</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงาน EARTH JUMP 2025 ระดมผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจระดับโลกและระดับประเทศ ให้แนวทางกลยุทธ์และความรู้ อัปเดตข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือความแปรปรวนที่เกิดขึ้น พร้อมอัปเดตเทรนด์และผลกระทบต่อธุรกิจไทย เปิดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนา ภาคธุรกิจถึงทางรอดใหม่ของ SME ในยุค Net Zero รวมถึงโอกาสธุรกิจท่ามกลาง Climate Game นำทัพพา SME เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ นโยบายด้านอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน (Opening Session) ตลอดจนทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในบริบทของเศรษฐกิจสีเขียว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2025/">กสิกรไทยจัดงาน EARTH JUMP 2025 หนุนทุกภาคส่วนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong>ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงาน <strong>EARTH JUMP 2025 </strong>ระดมผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจระดับโลกและระดับประเทศ ให้แนวทางกลยุทธ์และความรู้ อัปเดตข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือความแปรปรวนที่เกิดขึ้น พร้อมอัปเดตเทรนด์และผลกระทบต่อธุรกิจไทย เปิดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนา ภาคธุรกิจถึงทางรอดใหม่ของ SME ในยุค Net Zero รวมถึงโอกาสธุรกิจท่ามกลาง Climate Game นำทัพพา SME เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-39409"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39411" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/EARTH-JUMP-2025-02.jpg" alt="เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/EARTH-JUMP-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/EARTH-JUMP-2025-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/EARTH-JUMP-2025-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/EARTH-JUMP-2025-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เอกนัฏ พร้อมพันธุ์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวปาฐกถาพิเศษ นโยบายด้านอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน (Opening Session) ตลอดจนทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในบริบทของเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” หรือ Climate Change ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์รัฐบาล ที่จะต้องพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกภาคส่วน พร้อมให้ความสำคัญเรื่อง Euro 5 โดยรัฐบาลไทยมุ่งยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษในภาคขนส่งอย่างจริงจัง โดย เฉพาะมาตรการควบคุมไอเสียจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ผ่านการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 5 ซึ่งกำหนดเกณฑ์การปล่อยสารมลพิษในระดับต่ำกว่าที่เคย ส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณ PM2.5 และสารพิษในอากาศในเขตเมือง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเทคโนโลยียานยนต์สะอาดยังเป็นกลไกหลักในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค (EV Hub) อีกด้วย</p>
<p><strong>ภาคเกษตร</strong> – เดินหน้าแก้ไข มาตรการแก้ปัญหาการเผาอ้อย จัดการปัญหามลพิษอย่างจริงจัง เพราะเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ชนบทและปริมณฑล มาจากการเผาเศษวัสดุการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรมจึงร่วมผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมเร่งส่งเสริมระบบเก็บเกี่ยวอ้อยสด รวมถึงการนำใบอ้อยมาใช้ประโยชน์เชิงพลังงานหรือวัสดุชีวภาพ ลดการพึ่งพาการเผาทำลาย</p>
<h3>ขจัดปัญหา “ศูนย์เหรียญ” – กำหนดมาตรฐานวัสดุเพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>ในภาคอุตสาหกรรมได้กล่าวถึงปัญหาการนำเข้าวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน หรือที่รู้จักกันในวงกว้างว่า<strong> “ศูนย์เหรียญ” </strong>ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลลบทั้งต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของประชาชน และสิ่งแวดล้อม วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ ก่อให้เกิดการชำรุดเสียหายทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ปลายทาง อุตสาหกรรมจึงต้องเร่งยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ ตลอดจนระบบตรวจสอบและบังคับใช้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบในอนาคต</p>
<h3>อุตสาหกรรมต้นแบบใหม่ – จากต้นทุนสู่การลงทุนสร้างมูลค่า</h3>
<p><strong>เอกนัฏ </strong>กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะถัดไปจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านในหลายมิติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนมุมมองจากการควบคุม “ต้นทุน” มาสู่การ “ลงทุน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และสร้างสภาพแวดล้อมเชิงเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความยั่งยืน และมูลค่าเพิ่ม แนวทางดังกล่าวรวมถึงการรื้อระบบการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำตาลเกรดพรีเมียมที่เป็น Green Product ลดการปล่อยคาร์บอนระหว่างกระบวนการผลิตทั้งนี้ แนวทางการสนับสนุนของภาครัฐ เช่น สิทธิประโยชน์จาก BOI ที่มุ่งเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพของการลงทุน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) และ “การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” (Environmentally Friendly Production) เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าใหม่ที่ยั่งยืน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์มาตรฐานสากลที่เข้มงวดมากขึ้น นอกจากการลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและต้นทุนระยะยาว การลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด วัตถุดิบที่ยั่งยืน และระบบจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ ยังเป็นการยกระดับ ขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และสร้าง “ภาพลักษณ์ขององค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งมีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคยุคใหม่</p>
<p>“ในบริบทการพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผู้ประกอบการควรปรับมุมมองใหม่ว่า การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระหรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือ<strong> “</strong>การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว” ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ”<strong>  เอกนัฏ </strong>กล่าว</p>
<p>ภายในงานยังจัดเวทีเสวนา  <strong>Net Zero: The Game-Changer for SME Survival Net Zero ทางรอดใหม่ของ SME</strong> ที่มาอัปเดทเทรนสำคัญที่มีผลกระทบต่อ SME ไทย พร้อมแนวทางเครื่องมือสนับสนุนจากธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐภาคการศึกษา เพื่อให้ SME ปรับตัวเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเสวนา ได้แก่  <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong><strong>.</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">อภิรดี ขาวเธียร</span> </strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) , <span style="color: #6cb742;"><strong>กลอยตา ณ ถลาง </strong></span>กรรมการสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย <strong>, </strong><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ</strong><strong>.</strong><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</strong></span> ผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนและรองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>วิชัย ณรงค์ วณิชย์</strong></span> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย  ดำเนินรายการโดย มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัลย์ ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจ TNN ช่อง 16</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">กลอยตา ณ ถลาง</span> กรรมการสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า  การกำหนดเป้าหมาย Net Zero แม้จะถือเป็นแนวทางที่จำเป็นสำหรับความยั่งยืนในระยะยาว แต่ในทางปฏิบัติก็ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตของประชาชน รวมถึงการปรับตัวในกระบวนการผลิต การก่อสร้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่อาจเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการทางภาษี เช่น มาตรการปรับคาร์บอน ณ ชายแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ C BAM) ของสหภาพยุโรป</p>
<p>“หากมองในแง่ของความเสี่ยง อาจเห็นว่าเป็นอุปสรรค แต่หากมองเป็นโอกาส นี่คือช่วงเวลาที่ SME ไทยจะเร่งปรับตัวเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว” <strong>กลอยตา</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ภาคธุรกิจต้องเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน รู้จักประเมินความเสี่ยงของตนเอง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกจำเป็นต้องเข้าใจจุดอ่อนไหวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศปลายทาง พร้อมทั้งวางแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</p>
<p>ที่ผ่านมา การรับรู้เกี่ยวกับกฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กฎหมาย C-BAM ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ แทบไม่มีผู้ประกอบการไทยรับรู้ถึงข้อกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากผลสำรวจในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความตื่นตัวของภาคธุรกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนคลื่นแรงกระเพื่อมที่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ปัจจุบัน มีองค์กรและหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จัดตั้งสถาบันเพื่อดำเนินงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ และพัฒนาแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย Net Zero ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เพียงภาระหากแต่เป็นโอกาสที่จะยกระดับศักยภาพของธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong><strong>.</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">อภิรดี ขาวเธียร</span> รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม </strong><strong>(</strong><strong>สสว</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่กำลังส่งผลต่อผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างชัดเจน นั่นคือ “Net Zero” หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือศูนย์ ซึ่งกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำธุรกิจบนเวทีโลก</p>
<p>“สสว. เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ SME ไทยสามารถเติบโต ปรับตัว และแข่งขันได้ในระดับประเทศ และระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งไม่ใช่แค่แนวโน้ม แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในยุคปัจจุบันแล้ว</p>
<p>Net Zero ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของ SME ไทย เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง Net Zero ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่ผู้ประกอบการ SME ไทย อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจในปี 2567 โดย สสว. พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอ   25% ของ SME ทราบและเริ่มลงมือทำด้าน Net Zero แล้ว  25.1% เริ่มตระหนักรู้ถึงความสำคัญ แต่ยังไม่ได้ลงมือ ขณะที่ 74.9% ยัง ไม่มีการปรับใช้ใดๆ กับแนวคิดนี้  ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความจริงว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนของเรื่องนี้ บางรายอาจมองว่าเป็นเพียง “กระแสชั่วคราว” หรือเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>“หากคู่ค้าต่างประเทศของเราเริ่มตั้งเป้าลดคาร์บอน แต่ SME ไทยยังไม่เริ่มขยับ คู่ค้าเหล่านั้นก็อาจหันไปหาคู่ค้าจากประเทศอื่นแทน นี่คือความเสี่ยงที่เราไม่ควรมองข้าม” <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>อภิรดี </strong>กล่าว</p>
<p>นอกจากแรงกดดันจากคู่ค้าแล้ว ผู้บริโภคในหลายประเทศก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การไม่ปรับตัวจึงไม่ใช่แค่พลาดโอกาส แต่คือความเสี่ยงที่จะอยู่รอดได้ยากขึ้นในอนาคต</p>
<p>พร้อมกันนี้ สสว. ยังมีบทบาทสนับสนุน SME เพื่อให้ SME สามารถปรับตัวได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง จึงได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า BBS (Business Better Solution) ซึ่งเป็นมาตรการที่รวมบริการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เช่น เป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการคาร์บอน  สามารถเป็นเครื่องมือตรวจวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์  พร้อมทั้งการส่งเสริมให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  หรือแม้แต่การเข้าถึงแหล่งทุนผ่าน กองทุน ThaiEI SME เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่พร้อมปรับตัวสู่ความยั่งยืน</p>
<p>“แนวทาง Net Zero ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องของ “ธุรกิจใหญ่ๆ” เท่านั้น แต่เป็นทิศทางที่ทุก ธุรกิจต้องเผชิญ การที่ SME ไทยจะยืนหยัดอยู่ในเวทีโลกต่อไปได้ จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการตระหนักรู้ ลง มือทำ และปรับตัวอย่างจริงจัง ถ้าไม่เริ่มวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่มีที่ยืนในตลาดโลก <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>อภิรดี </strong>กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ</strong><strong>.</strong><strong>ดร</strong><strong>.</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</span> ผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนและรองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม  กำลังกลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และ SME จำเป็นต้องปรับวิธีคิดให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่เช่นนั้นอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ต้นทุนด้านการประกันภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้หรืออุทกภัย ธุรกิจที่ไม่มีระบบวางแผนหรือประเมินความเสี่ยงย่อมต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้น หรืออาจไม่มีบริษัทไหนกล้ารับประกันเลย ยิ่งถ้าเป็น SME ที่ไม่มีเงินสำรองมาก การสูญเสียจากภัยธรรมชาติเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ธุรกิจถึงทางตัน ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ยังมีเงินทุนและระบบจัดการรองรับเหตุไม่คาดฝันเหล่านี้ได้ดีกว่า</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่กำลังจะมาถึง คือกรอบกฎหมายและมาตรการสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ เช่น “C-BAM” (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะจัดเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง หรือ “พระราชบัญญัติ Climate Change” ที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำ ซึ่งจะบังคับให้ภาคธุรกิจไทยต้องรายงานและปรับตัวเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ หากไม่มีการเตรียมตัวหรือการวางแผนล่วงหน้า สินทรัพย์หรือโครงสร้างธุรกิจที่เคยลงทุนไว้ก็อาจกลายเป็น “สินทรัพย์ตกค้าง” ที่ไม่มีมูลค่าอีกต่อไป เพราะไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ของตลาดหรือนักลงทุน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่ภาระที่ SME ต้องเผชิญเพียงลำพัง ภาควิชาการเองก็มีบทบาทในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดตั้ง “สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน” ขึ้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และระบบสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นระบบวิเคราะห์คาร์บอน เครื่องมือวางแผนด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งหลักสูตรการศึกษาเฉพาะทาง ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่เข้าใจเรื่องทรัพยากร สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสำหรับภาคธุรกิจ SME</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong><strong>.</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">วิชัย ณรงค์วณิชย์</span> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย</strong>   กล่าวว่า โลกของธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการด้านภาษีคาร์บอน ตลอดจนความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทาน ที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มข้น</p>
<p>เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ธนาคารกสิกรไทยจึงเดินหน้าส่งเสริม “สินเชื่อสีเขียวเพื่อความยั่งยืน” (Green Loan) สำหรับลูกค้าที่มีแผนดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผู้ที่มี Transition Plan ชัดเจน และมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเรามองว่าผู้นำองค์กรคือผู้กำหนดทิศทางสำคัญ การมีแผนและลงมือเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว</p>
<p>พร้อมกันนี้ธนาคารกสิกรไทยยังร่วมมือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการผลักดันกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งธนาคารจะพิจารณาเงื่อนไขสินเชื่อที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ระยะเวลาผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SME เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงในโลกยุคใหม่</p>
<p>“กสิกรไทยพร้อมเดินเคียงข้างลูกค้า สนับสนุนธุรกิจที่มีความตั้งใจจริงในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เพื่อร่วมกันก้าวสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง” <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>วิชัย </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2025/">กสิกรไทยจัดงาน EARTH JUMP 2025 หนุนทุกภาคส่วนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนา–มิตซูบิชิ ดันคลังสินค้า Net Zero หนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเขต EEC</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-mlc-1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sena-mlc-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 08:50:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SENA MLC 1]]></category>
		<category><![CDATA[คลังสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ โลจิสติคส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เสนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39220</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสนา จับมือ มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ เปิดตัว &#8216;SENA MLC 1&#8217; “ก้าวใหม่ของโลจิสติกส์ไทย เดินหน้าคลังสินค้า Net Zero พลังงานสะอาด – เทคโนโลยีอัจฉริยะ หนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเขต EEC อย่างยั่งยืน” บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ “เสนา” เดินหน้ารุกธุรกิจโลจิสติกส์ จับมือพันธมิตรระดับโลก บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-mlc-1/">เสนา–มิตซูบิชิ ดันคลังสินค้า Net Zero หนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเขต EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เสนา จับมือ มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ เปิดตัว &#8216;SENA MLC 1&#8217; “ก้าวใหม่ของโลจิสติกส์ไทย เดินหน้าคลังสินค้า Net Zero พลังงานสะอาด – เทคโนโลยีอัจฉริยะ หนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเขต EEC อย่างยั่งยืน”</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-04.jpg" alt="เสนา จับมือ มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ เปิดตัว 'SENA MLC 1'" width="567" height="423" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-04.jpg 567w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-04-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-04-500x373.jpg 500w" sizes="(max-width: 567px) 100vw, 567px" /></p>
<p><strong>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ “<strong>เสนา</strong>” เดินหน้ารุกธุรกิจโลจิสติกส์ จับมือพันธมิตรระดับโลก บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Logistics Corporation) จากญี่ปุ่น ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการ โครงการคลังสินค้า-โรงงาน บางนา กม.23 ซึ่งเป็นการร่วมทุนในต่างประเทศครั้งแรกของมิตซูบิชิ โลจิสติคส์ กับพันธมิตรไทย นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานคลังสินค้าในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-39220"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39223" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-02.jpg" alt="ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" width="567" height="423" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-02.jpg 567w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-02-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-02-500x373.jpg 500w" sizes="(max-width: 567px) 100vw, 567px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่าธุรกิจคลังสินค้าของไทยในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณพื้นที่คลังสินค้าที่มีสัญญาเช่าจะขยายตัวราว 9.3% เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค อีกทั้งแนวโน้มสู่ยุค Smart Warehouse ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติและโซลูชันด้านพลังงานสะอาด ยังส่งผลให้ทำเลบางนา กม.23 ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อ สนามบินและท่าเรือ ทั้งยังเป็นประตูสู่โซน EEC มีศักยภาพสูงในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างชาติ ตรงกับที่เสนามองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจ โดยกลุ่มบริษัทเสนามีประสบการณ์ในการบริหารจัดการคลังสินค้าในเขตเมือง ด้วยความสำเร็จจากโครงการ เช่น คลังสินค้าที่สุขุมวิท 50 ที่รักษาอัตราการปล่อยเช่า (OCC Rate) ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เสนามุ่งดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นผู้ให้บริการพื้นที่เก็บของและคลังสินค้าอัจฉริยะในพื้นที่ศักยภาพ ผ่านบริษัท เสนา เมโทรบ็อกซ์ จำกัด ดังนั้นการร่วมทุนกับมิตซูบิชิ โลจิสติคส์ ครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดสู่คลังสินค้าระดับอุตสาหกรรม ยกระดับขีดความสามารถของเสนาในตลาดโลจิสติกส์ไปอีกขั้น ซึ่งเสนาในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประการณ์ยาวนานในไทย มีจุดแข็งและความเชี่ยวชาญในด้านการหาที่ดินศักยภาพ พัฒนาโครงการและควบคุมต้นทุนก่อสร้าง ขณะที่มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และการบริหารการเช่า (Leasing) จากประเทศญี่ปุ่น ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39222" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-01.jpg" alt="พื้นที่คลังสินค้า" width="740" height="308" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-01-300x125.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-01-150x62.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-01-500x208.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>โครงการ <strong>Warehouse-Factory Bangna KM.23</strong> ถูกพัฒนาโดยมุ่งเน้นให้เป็น Next Generation Warehouse ที่เน้นความยั่งยืนและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยจะนำแนวคิด Net Zero Warehouse/Factory มาปรับใช้ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงบริหารพื้นที่หลังผู้เช่าเข้าอยู่แล้ว เช่น การออกแบบและใช้วัสดุตามแนวคิดคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดเตรียมระบบและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงมีระบบติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่มีมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกฝ่ายทั้งผู้พัฒนา คู่ค้า ในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงผู้เช่า(ลูกค้า) ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล องค์กร ให้สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ของแต่ละฝ่ายได้ แน่นอนว่าประสบการณ์ของเสนาด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ทั้งแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House (ZEH)) และ SENA Low Carbon จะถูกนำมาประยุกต์ใช้เช่นกัน เพื่อให้โครงการและการดำเนินธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์สอดคล้องกับแนวคิด ESG ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ดังนั้นการร่วมทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนยกระดับมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39224" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-03.jpg" alt="​มิสเตอร์ ฮิเดชิกะ ไซโตะ" width="567" height="423" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-03.jpg 567w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-03-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/SENA-MLC-1-03-500x373.jpg 500w" sizes="(max-width: 567px) 100vw, 567px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>​มิสเตอร์ ฮิเดชิกะ ไซโตะ</strong></span> <strong>ประธานบริษัท บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า “เราเชื่อว่าความร่วมมือกับบริษัทเสนา จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพร่วมกันในระดับสูง จากการผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเสนาในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เข้ากับความรู้ความสามารถของ Mitsubishi Logistics ในด้านการก่อสร้างและการดำเนินงานของศูนย์โลจิสติกส์เรายังเชื่อว่า การร่วมทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทให้แข็งแรงยิ่งขึ้น</p>
<p>​เราหวังว่าความร่วมมือที่แข็งแรงนี้จะนำไปสู่การขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน ใช้จุดแข็งของทั้งสองฝ่ายได้อย่างเต็มที่ และส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับตลาดโลจิสติกส์และอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยมิตซูบิชิ โลจิสติคส์ มีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านโครงการพัฒนาที่เกิดจากความร่วมมือกับเสนา โดยเราหวังว่าการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์จะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของท้องถิ่น สร้างโอกาสในการจ้างงาน และสุดท้ายจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนในระดับท้องถิ่น”</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://logistics.sena.co.th" target="_blank" rel="noopener">https://logistics.sena.co.th</a> และ โทร 083-745-5105 หรือ ติดตามข่าวสารของ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ได้ที่ www.sena.co.th <a href="https://www.facebook.com/senadevelopmentpcl" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/senadevelopmentpcl</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-mlc-1/">เสนา–มิตซูบิชิ ดันคลังสินค้า Net Zero หนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเขต EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sena-mlc-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นครสวรรค์ Go Green สู่ BCG Model</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nakhon-sawan-go-green-bcg-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nakhon-sawan-go-green-bcg-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jun 2023 07:48:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[นครสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานเชื้อเพลิง RDF]]></category>
		<category><![CDATA[วีระพล ไชยธีรัตต์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27694</guid>

					<description><![CDATA[<p>“แค่สอง สาม เก้า…ก็ถึงแล้ว” เป็นคําพูดติดตลกที่มักพูดเล่นกันเมื่อจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงนครสวรรค์ ด้วยระยะทาง 239 กิโลเมตร จังหวัดนครสวรรค์ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง ไม่ใกล้ ไม่ไกล เดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวก ด้วยรถไฟก็มีตลอดทั้งวัน และจากความหลากหลายของพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อ้อย ฝ้าย งา และมันสําปะหลัง ทําให้เกษตรอุตสาหกรรมเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากเป้าหมายของจังหวัดคือ เศรษฐกิจสีเขียว ตามแนวนโยบายการพัฒนาประเทศด้วย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nakhon-sawan-go-green-bcg-model/">นครสวรรค์ Go Green สู่ BCG Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“แค่สอง สาม เก้า…ก็ถึงแล้ว” เป็นคําพูดติดตลกที่มักพูดเล่นกันเมื่อจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงนครสวรรค์ ด้วยระยะทาง 239 กิโลเมตร จังหวัดนครสวรรค์ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง ไม่ใกล้ ไม่ไกล เดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวก ด้วยรถไฟก็มีตลอดทั้งวัน และจากความหลากหลายของพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อ้อย ฝ้าย งา และมันสําปะหลัง ทําให้เกษตรอุตสาหกรรมเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากเป้าหมายของจังหวัดคือ เศรษฐกิจสีเขียว ตามแนวนโยบายการพัฒนาประเทศด้วย BCG : Bio-Circular-Green Economy) เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เช่น การปลูกพืชมูลค่าสูง รวมทั้งเกษตรอินทรีย์ และนําเศษเหลือทิ้งจากภาคเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ</strong></p>
<p><span id="more-27694"></span></p>
<p>แต่วันนี้เทศบาลนครนครสวรรค์ยังมีขยะที่ต้องกําจัดอีก 250 ตันต่อวัน และขยะในบ่อฝังกลบที่ทับถมเป็นภูเขาอีกเกือบ 1 ล้านตัน ผู้บริหารเทศบาลนครนครสวรรค์จึงได้คัดเลือกบริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนบริหารจัดการขยะดังกล่าว ด้วยวิธีการนําขยะมาย่อย คัดแยกเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพดี RDF : Refused Derived Fuel เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสําหรับโรงไฟฟ้าขยะหรือโรงงานอุตสาหกรรม ระบบย่อย คัดแยก เพื่อผลิต RDF ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>เครื่องป้อนขยะ (Feeder)</li>
<li>เครื่องย่อยขยะ (Shredder)</li>
<li>เครื่องคัดแยกโลหะ (Magnetic Separator)</li>
<li>เครื่องคัดแยกวัสดุละเอียด (Disc Screen)</li>
<li>เครื่องคัดแยกด้วยลม (Air Separator)</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27708" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Waste-to-Energy-Project.jpg" alt="Waste to Energy Project" width="543" height="713" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Waste-to-Energy-Project.jpg 543w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Waste-to-Energy-Project-228x300.jpg 228w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Waste-to-Energy-Project-150x197.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Waste-to-Energy-Project-381x500.jpg 381w" sizes="(max-width: 543px) 100vw, 543px" /></p>
<p>ในอนาคตอันใกล้ เมื่อมีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากขยะสร้างเสร็จและเริ่มขายไฟฟ้ามากขึ้น ในหลายพื้นที่อาจมีขยะไม่เพียงพอ และในบางพื้นที่ก็อาจมีขยะมากเกินกว่าที่โรงไฟฟ้าจําเป็นต้องใช้ จึงต้องมีการกําหนดมาตรฐานเชื้อเพลิง RDF สําหรับเมืองไทย เพื่อจะได้กําหนดราคาซื้อขายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวลยังสามารถใช้ RDF เกรดพรีเมียมนี้ได้ ในสัดส่วน 5-10% โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศอีกด้วย โดยมาตรฐาน RDF อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงอุตสาหกรรม ดังตารางต่อไปนี้</p>
<figure id="attachment_27707" aria-describedby="caption-attachment-27707" style="width: 543px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-27707" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-02.jpg" alt="ร่างมาตรฐานเชื้อเพลงขยะ (RDF)" width="543" height="303" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-02.jpg 543w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-02-300x167.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-02-500x279.jpg 500w" sizes="(max-width: 543px) 100vw, 543px" /><figcaption id="caption-attachment-27707" class="wp-caption-text">อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรม กระทรวงอุตสาหกรรม</figcaption></figure>
<p>จากหยดนํ้าหยดน้อยหลายร้อยหยด รวมกันหมดเป็นมหาชลาศัย จากปิง วัง ยม น่าน ผ่านมาไกล แล้วไหลกันเข้าเป็นเจ้าพระยา… (บทเพลงอมตะ สุนทราภรณ์) หากนครสวรรค์จะพัฒนาตัวเองเป็น Green City และก้าวจากการเป็นเมืองรองสู่เมืองหลัก ชาวนครสวรรค์ทุกคนต้องช่วยกันเป็นเจ้าภาพ คนละไม้ คนละมือ เหมือนหยดนํ้าที่ไหลรวมกันจนเป็น แม่นํ้าเจ้าพระยา</p>
<p>หากกระทรวงที่ดูแลองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีนโยบายที่ชัดเจนว่าให้ท้องถิ่นต้องคัดแยกขยะเพื่อลดมลพิษ และนําของเสียมาใช้ประโยชน์ ให้มากที่สุด เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของไทยจะสดใสและเป็นไปได้มากขึ้น ลองมาฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้</p>
<h3><strong>จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ</strong><br />
<span style="color: #000000;">นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์</span></h3>
<figure id="attachment_27705" aria-describedby="caption-attachment-27705" style="width: 360px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-27705" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-04.jpg" alt="จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ" width="360" height="488" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-04.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-04-221x300.jpg 221w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-04-150x203.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-04-369x500.jpg 369w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><figcaption id="caption-attachment-27705" class="wp-caption-text">จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ</figcaption></figure>
<p>เทศบาลนครนครสวรรค์ ได้รับการพัฒนาจากผู้บริหารจาก รุ่นสู่รุ่นด้วยเป้าหมายเดียวกัน ในอดีต เศรษฐกิจของนครนครสวรรค์ อาศัยภาคเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจของ จังหวัดปรับจากภาคเกษตรกรรมสู่การท่องเที่ยว เทศบาลฯ จึงได้ ปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเทศบาลนครนครสวรรค์ ก็ได้รับรางวัลด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมมากมายหลายรางวัล</p>
<p>วันนี้เทศบาลนครนครสวรรค์ได้แก้ไขปัญหาใหญ่ของเมือง นั่นก็คือ ขยะ ซึ่งได้คัดเลือกผู้ลงทุนแล้ว และด้วยการเจริญเติบโต ของเมืองที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขยะในแต่ละวันที่รวบรวมได้มากกว่า 200 ตันต่อวัน และยังมีบ่อฝังกลบขนาดใหญ่ที่ต้องกําจัดและ ปรับภูมิทัศน์ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสวนสาธารณะอีก แห่งหนึ่งของเทศบาล นอกจากนี้ เทศบาลฯ ยังจะมีโครงการพัฒนา รถยนต์โดยสารสาธารณะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีเจ้าของเทคโนโลยี มานําเสนอแล้วหลายราย</p>
<p>ผลงานเด่นที่ช่วยให้จังหวัดนครสวรรค์ปรับตัวสู่เมืองหลัก ด้านการท่องเที่ยว นั่นคือ “พาสาน” แลนด์มาร์คที่เป็นจุดเช็คอิน ที่ออกแบบอย่างกลมกลืนและทันสมัย ซึ่งเป็นการรวมตัวของแม่นํ้า ทั้ง 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน เป็นแม่นํ้าเจ้าพระยา การเร่งพัฒนาสู่เมืองสีเขียวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศา เซลเซียส และความพร้อมการเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต้องหยุด พักค้างคืน ไม่ใช่แค่เมืองผ่านเหมือนในอดีต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27706" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03.jpg" alt="นครสวรรค์" width="800" height="336" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03-300x126.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03-768x323.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03-150x63.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-03-500x210.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3><strong>วีระพล ไชยธีรัตต์</strong><br />
<span style="color: #000000;">กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีน เพาเวอร์ 1 จํากัด</span></h3>
<figure id="attachment_27704" aria-describedby="caption-attachment-27704" style="width: 360px" class="wp-caption alignleft"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-27704" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-05.jpg" alt="วีระพล ไชยธีรัตต์" width="360" height="437" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-05.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-05-247x300.jpg 247w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/nakhon-sawan-go-green-bcg-model-05-150x182.jpg 150w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><figcaption id="caption-attachment-27704" class="wp-caption-text">วีระพล ไชยธีรัตต์</figcaption></figure>
<p><strong>บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CWT</strong> ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ตั้งอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้จาก บ่อขยะ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทําให้บริษัทฯ เล็งเห็นว่าบ่อฝังกลบขยะ เป็นปัญหาสําคัญที่ทุกจังหวัดใหญ่ประสบปัญหาอยู่ ในฐานะองค์กร เอกชนจึงอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาร่วมกับ ชุมชน เมื่อได้รับโอกาสดีจากนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ผู้มีวิสัยทัศน์ตรงกันว่า ปัญหาก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่รุนแรง สามารถบรรเทาได้หากมีการจัดการขยะ อย่างมีประสิทธิภาพ (ภายใต้ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด กฎกระทรวง มหาดไทย ประกาศกระทรวงมหาดไทย) นอกจากจะได้เชื้อเพลิง คุณภาพดีให้กับโรงไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถนําขยะที่ไม่สามารถ เผาไหม้ได้ เช่น อะลูมิเนียมและเหล็ก ไปรีไซเคิลได้ ซึ่งสอดคล้อง กับนโยบายของบริษัทฯ และเป้าหมายของประเทศไทยที่ได้ประกาศ จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ใน พ.ศ. 2590 อีกด้วย</p>
<p>โครงการของบริษัท กรีน เพาเวอร์ 1 นี้ เป็นโรงผลิตเชื้อเพลิง RDF แห่งแรกของเทศบาลที่ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ได้มาตรฐาน สามารถกําจัดขยะได้หมดวันต่อวัน เป้าหมายของบริษัทฯ คือ สามารถคัดแยกขยะใหม่ได้ไม่น้อยกว่า 250 ตันต่อวัน และจัดการ ขยะในบ่อฝังกลบเดิมทั้งหมด ปรับภูมิทัศน์ เพื่อลบภาพบ่อฝังกลบ ให้กลายเป็นพื้นที่สวยงาม และเป็นอีกผลงานที่ภูมิใจของบริษัทฯ</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ CWT ได้รับมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐาน การจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (ก๊าซเรือนกระจก) จาก 2 ธุรกิจ ทั้งในกลุ่มหนังและโรงไฟฟ้ากรีนเพาเวอร์ 2 จากบริษัท บูโร เวอริทัส</p>
<p><strong>ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจํานวน 2 โครงการ ขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 9.6 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว และ 9.9 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกหลายโครงการ เช่น ในอําเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ กําลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งสําหรับงานโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 117 พฤษภาคม – มิถุนายน 2566 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nakhon-sawan-go-green-bcg-model/">นครสวรรค์ Go Green สู่ BCG Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nakhon-sawan-go-green-bcg-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานเปิดโครงการ Partnership for Action on Green Economy ในประเทศไทย (PAGE in Thailand Launch Event) จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/partnership-for-action-on-green-economy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/partnership-for-action-on-green-economy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2022 02:40:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Action on Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24398</guid>

					<description><![CDATA[<p>11 พ.ย. 65 &#8211; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในงานเปิดโครงการ Partnership for Action on Green Economy หรือ PAGE ในประเทศไทย จัดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ณ ห้องเลอ คองคอร์ด บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา รวมทั้งถ่ายทอดสดผ่านโปรแกรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/partnership-for-action-on-green-economy/">งานเปิดโครงการ Partnership for Action on Green Economy ในประเทศไทย (PAGE in Thailand Launch Event) จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>11 พ.ย. 65 &#8211; <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในงานเปิดโครงการ Partnership for Action on Green Economy หรือ PAGE ในประเทศไทย จัดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ณ ห้องเลอ คองคอร์ด บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา รวมทั้งถ่ายทอดสดผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meetings และ Facebook ของ PAGE Thailand สำหรับการจัดงานเปิดโครงการฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโครงการ PAGE (ประเทศไทย) พร้อมทั้งเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการวางนโยบาย การปฏิบัติและการลงทุนเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวในภาคส่วนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นพันธมิตรความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว อีกทั้งใช้งานเปิดตัวฯ ดังกล่าวเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และมุมมองของแต่ละภาคส่วน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่สนับสนุน ไม่ซ้ำซ้อน และแบ่งปันบทบาทหน้าที่และความร่วมมือในการปฏิบัติการให้เกิดเศรษฐกิจสีเขียวแบบบูรณาการ (Inclusive Green Economy; IGE) ได้อย่างชัดเจน ทั้งยังเป็นเวทีในการนำเสนอผลการดำเนินงานในของโครงการ PAGE (ประเทศไทย) ในระยะที่ผ่านมา ได้แก่ การศึกษา Stocktaking ด้านเศรษฐกิจสีเขียว การศึกษาประเมินความต้องการด้านการเสริมสร้างศักยภาพด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียว (Green Recovery Learning Needs Assessment) และแผนงานการศึกษาประเมินการใช้งบประมาณโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียว (Green Recovery Assessment) ภายใต้งบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิดวงเงิน 4 แสนล้านบาท เป็นต้น</strong><span id="more-24398"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24401" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-02.jpg" alt="สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</span> รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน </strong>กล่าวระหว่างการร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ ว่ารัฐบาลไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Partnership for Action on Green Economy โดยรัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้ำนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มีความมุ่งหวังในการปรับเปลี่ยนไทยไปสู่โฉมหน้าใหม่ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดย 1 ใน 5 เป้าหมายที่สำคัญคือ การสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดรับกับเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนั้นรัฐบาลไทยยังมีนโยบายการใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG[1] ควบคู่กับแผนพัฒนาฯ 13 โดยโมเดลฯ ดังกล่าว ทำหน้าที่บูรณาการการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน จากระดับชุมชนไปถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ สร้างความสมดุลเป็นธรรมและมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สำหรับการเปิดตัวโครงการ PAGE ในวันนี้ยังเป็นโอกาสอันดี ที่</p>
<p>ผู้กำหนดนโยบายในภาคส่วนต่าง ๆ จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความเห็นเพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวแบบบูรณาการในทุกมิติ รวมถึงการใช้เศรษฐกิจสีเขียวในกิจกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยในเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว</p>
<figure id="attachment_24402" aria-describedby="caption-attachment-24402" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-24402" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-03.jpg" alt="ดร. วิชญายุทธ บุญชิต และ นางศุกร์สิริ แจ่มสุข" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Partnership-for-Action-on-Green-Economy-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-24402" class="wp-caption-text">ดร. วิชญายุทธ บุญชิต และ นางศุกร์สิริ แจ่มสุข</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร. วิชญายุทธ บุญชิต</span> ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ </strong><strong>PAGE ในประเทศไทย และรองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ </strong>กล่าวระหว่างช่วงการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งจะทำงานโดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่แสดงความจำนงค์เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  สำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย  และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการที่จะขับเคลื่อนการดำเนินการด้านเศรษฐกิจสีเขียวอย่างบูรณาการใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การลดการปล่อยคาร์บอนและมลพิษ (2) การส่งเสริมการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (3) การป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (4) การเพิ่มงานที่มีคุณค่า (5) การกระจายรายได้และความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม เพื่อที่จะนำพาประเทศไปสู่การการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งตอบโจทย์ความท้าทาย 3 ข้อที่มนุษยชาติเผชิญอยู่ในปัจจุบัน คือ ด้านความยากจนถาวร ด้านการกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เสมอภาค และการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความเท่าเทียมและเสมอภาคทางสังคม</p>
<p>เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการ PAGE ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมาย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ PAGE ขึ้น โดยในการดำเนินงานในปี 2565 คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ได้ให้ความเห็นชอบกรอบการดำเนินงานซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) กิจกรรมการศึกษาการจัดทำระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ (ETS) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (2) กิจกรรมการพัฒนากลไกด้านการเงินสำหรับการจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศ (3) กิจกรรมสร้างขีดความสามารถที่จำเป็นในด้านเศรษฐกิจสีเขียวผ่านการสร้างความรู้ พัฒนาและจัดการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องกลไก ETS โมเดลเศรษฐกิจ BCG ในภาคเกษตรและการสร้างงานสีเขียว และ (4) กิจกรรมการให้ความรู้และการสื่อสารเพื่อสร้างการตระหนักรู้ระดับชาติและระดับภูมิภาค งานเปิดตัวแนะนำโครงการ PAGE ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะสื่อสารให้แก่ประชาชนและสังคมได้รับทราบว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการขับเคลื่อนเข้าสู่การพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจสีเขียวภายใต้โครงการความร่วมมือของ PAGE ซึ่งมีความสอดคล้องและเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบาย BCG</p>
<p>ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ PAGE ในประเทศไทย ใคร่ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เข้ามีส่วนร่วมผลักดัน และขับเคลื่อนการดำเนินการด้านเศรษฐกิจสีเขียวอย่างบูรณาการด้วยกัน เพื่อให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยความเท่าเทียมเสมอภาค และมีทรัพยากรคงอยู่เหลือไว้สำหรับคนรุ่นถัดไป</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางศุกร์สิริ แจ่มสุข</span> รองผู้แทนประจำภูมิภาค องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)</strong> ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักดำเนินโครงการ PAGE ในประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานสหประชาชาติพันธมิตรในโครงการอีก 4 หน่วยงานได้แก่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และสถาบันการฝึกอบรมและการวิจัยแห่ง</p>
<p>สหประชาชาติ ร่วมสนับสนุนด้านเทคนิคจากความชำนาญและประสบการณ์ระหว่างประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำ การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว แรงงานสีเขียว การเงินและการพัฒนาสีเขียว รวมถึงการฝึกอบรมและวิจัยร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศต่างๆ</p>
<p>ปัจจุบันโครงการมีสมาชิกทั้งสิ้น 22 ประเทศ ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ PAGE เป็นประเทศที่ 20 ในปี 2562 และเริ่มดำเนินการโครงการระยะเริ่มต้น (Inception phase) ในเดือนมีนาคม 2563 ก่อนเกิดการระบาดของ COVID-19 โดยมีระยะเวลาดำเนินระยะปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 ปี ด้วยงบประมาณสนับสนุนประมาณหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ  การดำเนินการระยะในระยะเริ่มต้นของโครงการได้สนับสนุน ได้แก่ การศึกษารวบรวมข้อมูลประเมินสถานะความพร้อมด้านเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ (Green Economy Stocktaking) การประเมินการใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียวจากสถานการณ์โควิด (Green Recovery Assessment) และการประเมินความต้องการการเสริมสร้างศักยภาพด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียว (Green Recovery Learning Needs Assessment)</p>
<p>พันธมิตรในโครงการสหประชาชาติทั้ง 5 หน่วยงาน มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมดำเนินงานกับประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่จะนำเศรษฐกิจสีเขียวมาสู่การปฏิบัติ สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ วิเคราะห์และปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการผลิตด้วยเทคโนโลยีสะอาด จูงใจให้เกิดการบริโภคที่คำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>ทั้งนี้การจัดงานเปิดโครงการฯ และแถลงข่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ Partnership for Action on Green Economy (PAGE)  ในประเทศไทยเพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวอย่างบูรณาการ โดยในงานฯ มีผู้บริหารหน่วยงานราชการ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้บริหารหน่วยงานเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการกำหนดนโยบาย สื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานในรูปแบบ Onsite มากกว่า 120 คนและ Online มากกว่า 200 คน</strong></p>
<hr />
<p>[1] การพัฒนา ๓ เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/partnership-for-action-on-green-economy/">งานเปิดโครงการ Partnership for Action on Green Economy ในประเทศไทย (PAGE in Thailand Launch Event) จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/partnership-for-action-on-green-economy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอ ชี้เทรนด์การลงทุนอุตสาหกรรม BCG มาแรง เผยสถิติกว่า 6 ปี กิจการ BCG ขอรับส่งเสริมเกือบ 7 แสนล้าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Nov 2021 05:04:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดล BCG]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจ BCG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19855</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอ ชี้ทิศทางการลงทุนตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทวีบทบาทสำคัญ สอดรับกับแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ขององค์การสหประชาชาติ ระบุสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการกลุ่ม BCG ตั้งแต่ปี 2558 ถึง กันยายน 2564 มีมูลค่ารวมเกือบ 7 แสนล้านบาท พร้อมผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้แข็งแกร่งเตรียมร่วมมือ NIA และ สอวช. จัดมหกรรม BCG Startup Investment Day ต้นปี 2565 นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-bcg/">บีโอไอ ชี้เทรนด์การลงทุนอุตสาหกรรม BCG มาแรง เผยสถิติกว่า 6 ปี กิจการ BCG ขอรับส่งเสริมเกือบ 7 แสนล้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอ ชี้ทิศทางการลงทุนตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทวีบทบาทสำคัญ สอดรับกับแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ขององค์การสหประชาชาติ ระบุสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการกลุ่ม BCG ตั้งแต่ปี 2558 ถึง กันยายน 2564 มีมูลค่ารวมเกือบ 7 แสนล้านบาท พร้อมผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้แข็งแกร่งเตรียมร่วมมือ NIA และ สอวช. จัดมหกรรม BCG Startup Investment Day ต้นปี 2565</strong><span id="more-19855"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19857" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Duangjai-BOI.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Duangjai-BOI.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Duangjai-BOI-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Duangjai-BOI-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Duangjai-BOI-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์</strong> </span><strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> กล่าวว่า ด้วยสภาพการณ์การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ และการที่ประเทศไทยต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้โมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio &#8211; Circular &#8211; Green Economy) เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต้องการต่อยอดจุดแข็งของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยแนวทางพัฒนานี้ยังถูกจัดอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ปัจจุบันมาตรการส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมกิจการจำนวนมากตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง และบีโอไอได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามแนวทาง BCG ในหลายด้าน เช่น</p>
<ul>
<li>มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมาตรการด้านการยกระดับไปสู่มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล เช่น มาตรฐานการรับรองป่าไม้ตามแนวทางขององค์การพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council: FSC) เป็นต้น</li>
<li>มาตรการส่งเสริมการลงทุนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งครอบคลุมถึงการสนับสนุนองค์กรท้องถิ่น<br />
ในการพัฒนากิจการเกษตรที่ยั่งยืน เช่น การปลูกข้าวแบบปล่อยมีเทนต่ำ เป็นต้น</li>
<li>ปรับปรุงประเภทกิจการและสิทธิประโยชน์โดยให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม คือ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโรงแยกก๊าซ ในกรณีใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และกิจการห้องเย็น หรือกิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็น หากใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 3 ปี</li>
</ul>
<p>จากสถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกิจการในกลุ่ม BCG ตั้งแต่ ปี 2558 – กันยายน 2564 มีจำนวน 2,829 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 677,157 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรกกิจการ BCG ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่ 1. กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่เป็นพลังงานหมุนเวียน (รวมถึงไฟฟ้าจากขยะ) 289,007 ล้านบาท 2. กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) หรือสิ่งปรุงอาหาร (Food Ingredient) โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย 94,226 ล้านบาท 3. กิจการผลิตเคมีภัณฑ์หรือพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปต่อเนื่องจากการผลิตพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในโครงการเดียวกัน 40,998 ล้านบาท 4. กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้หรือเศษวัสดุทางการเกษตร 25,838 ล้านบาท 5. กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ จากยางธรรมชาติ 22,250 ล้านบาท</p>
<p>โดยเฉพาะในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2564 (ม.ค. &#8211; ก.ย.) มีสัญญาณบ่งชี้อัตราเติบโตที่ดี โดยมีกิจการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 564 โครงการ จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 74 และมีมูลค่าลงทุน 128,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อนร้อยละ 160 และสูงกว่ามูลค่าการลงทุนในปี 2563 ทั้งปี (93,883 ล้านบาท) โดยมีตัวอย่างบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายใต้กิจการ BCG อาทิ</p>
<ul>
<li>กลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein)
<ul>
<li>บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย โครงการผลิตโปรตีนจากจิ้งหรีด</li>
<li>บริษัท ฟลายอิ้ง สปาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด โครงการผลิตโปรตีนผงจากหนอนแมลงวันผลไม้</li>
</ul>
</li>
<li>กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology
<ul>
<li>บริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด โครงการผลิตผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนบำบัด เพื่อรักษาโรคสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาหลัก</li>
<li>บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โครงการผลิตยาจากเทคโนโลยีชีวภาพหรือชีวเภสัชภัณฑ์ที่ได้จากการใช้<br />
ต้นยาสูบเป็นเจ้าบ้าน (HOST)</li>
</ul>
</li>
<li>กลุ่มพลาสติกชีวภาพ Bioplastic
<ul>
<li>บริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด โครงการผลิตโพลีแลคติค แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท</li>
<li>บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด โครงการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิด PBS (Polybutylene Succinate)</li>
<li>บริษัท ไทยวา จำกัด โครงการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด TPS (THERMOPLASTIC STARCH) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังของไทย</li>
<li>บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด โครงการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด PHA (POLYHYDROXYALKANOATE) และ PHA BIOPLASTIC COMPOUND และผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปจากพลาสติก PHA ซึ่งเป็นกิจการที่นำของเหลือทางการเกษตร</li>
</ul>
</li>
<li>กลุ่มพลาสติกรีไซเคิลเกรดอาหาร (Food-Grade Recycled Plastics)
<ul>
<li>บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด โครงการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด rPET (FOOD GRADE) เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ALPLA TH RECYCLING BETEILIGUNGSGELLSCHAFT<br />
M.B.H ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ALPLA ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกรายใหญ่ของยุโรป</li>
<li>บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน) โครงการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด<br />
PET เม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET) สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร</li>
<li>บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส จำกัด โครงการวิจัยและพัฒนาระดับโรงงานสาธิตเพื่อผลิต PYROLYSIS NAPHTHA หรือ CIP-N โดยเป็นการวิจัยในขั้นทดลองในห้องปฏิบัติการ (LAB SCALE) และการวิจัยพัฒนาระดับนำร่อง (PILOT SCALE)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&#8220;โมเดลเศรษฐกิจ BCG จะเป็นแนวทางในการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยการใช้จุดแข็งที่ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการสร้างความสมดุลจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจตามโมเดล BCG ของไทย จะนำไปสู่การปรับกระบวนทัศน์ และการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs และคาดว่าในอีก 5 ข้างหน้าอุตสาหกรรม BCG ของไทยจะมีมูลค่าร้อยละ 25 ของ GDP ซึ่งบีโอไอพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่จะนำเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน&#8221; <strong>เลขาธิการบีโอไอ</strong> กล่าว</p>
<h3>จัดมหกรรม BCG Startup Investment Day</h3>
<p>เลขาธิการบีโอไอกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนกิจการในกลุ่ม BCG ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ บีโอไอร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และหน่วยงานพันธมิตร เตรียมจัด &#8220;<strong>มหกรรม BCG Startup Investment Day</strong>&#8221; ในช่วงต้นปี 2565 เพื่อสนับสนุนให้ Startup ที่มีศักยภาพได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมาตรการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ Startup ให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-bcg/">บีโอไอ ชี้เทรนด์การลงทุนอุตสาหกรรม BCG มาแรง เผยสถิติกว่า 6 ปี กิจการ BCG ขอรับส่งเสริมเกือบ 7 แสนล้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ สั่ง คพ. เดินหน้ากระตุ้นตลาดสินค้าและบริการสีเขียว หนุน BCG Model</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2021 03:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าและบริการสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18741</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปลัด ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 5/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) มีมติเห็นชอบการจัดทำบัญชีสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการศึกษาข้อมูล ตลอดจนกลยุทธ์ แนวทางการส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้เกิดตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง 31 สิงหาคม 2564 &#8211; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 5/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยมี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ สั่ง คพ. เดินหน้ากระตุ้นตลาดสินค้าและบริการสีเขียว หนุน BCG Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปลัด ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 5/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) มีมติเห็นชอบการจัดทำบัญชีสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการศึกษาข้อมูล ตลอดจนกลยุทธ์ แนวทางการส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้เกิดตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</strong><span id="more-18741"></span></p>
<p>31 สิงหาคม 2564 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายจตุพร บุรุษพัฒน์</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.)</strong> เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 5/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยมี <span style="color: #6cb742;"><strong>นายอรรถพล เจริญชันษา</strong></span> <strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นฝ่ายเลขานุการ</strong> ร่วมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการควบคุมมลพิษ โดยเฉพาะกรณีการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมและการครอบครองพื้นที่ของบริษัท เอกอุทัย จำกัด</p>
<p>โดย <strong>ปลัด ทส.</strong> ได้กล่าวย้ำในที่ประชุมถึงนโยบายของ<strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ที่ให้ความสำคัญต่อการมุ่งสู่สังคมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy, Circular Economy, Green Economy) หรือ BCG Model ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18743" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02.jpg" alt="ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ" width="680" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02-300x180.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02-768x461.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02-150x90.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/mnre-news-31082021-02-500x300.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการจัดทำบัญชีสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจน (ร่าง) เกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทท่อพีวีซีและวัสดุก่อผนัง อย่างไรก็ตาม ปลัด ทส. ได้เน้นย้ำ ให้การส่งเสริมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรดังกล่าวต้องเกิดการปฏิบัติได้จริง โดยได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ไปดำเนินการศึกษาข้อมูล ตลอดจนกลยุทธ์ แนวทางการส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้เกิดตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีมติรับทราบผลการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการควบคุมมลพิษ การรายงานความก้าวหน้าในการปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและติดตามผลการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมบริเวณในและรอบเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ตลอดจนผลการรับฟังความเห็นการกำหนดให้อาคารประเภท ค. เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม และเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 88 ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">ทส. ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ สั่ง คพ. เดินหน้ากระตุ้นตลาดสินค้าและบริการสีเขียว หนุน BCG Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ ชูโมเดลเศรษฐกิจ BCG วาง 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ภายใน 7 ปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2021 04:55:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจ BCG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18090</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ครั้งที่ 2/2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ครั้งนี้ มีการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสีเขียว (Global Green Economy Index) ของประเทศไทยที่ดีขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg-model/">นายกฯ ชูโมเดลเศรษฐกิจ BCG วาง 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ภายใน 7 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ : พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ครั้งที่ 2/2564</strong></p>
<p><span id="more-18090"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18092 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1.jpg" alt="โมเดลเศรษฐกิจ BCG" width="850" height="657" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1-300x232.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1-768x594.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG1-500x386.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18093 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2.jpg" alt="โมเดลเศรษฐกิจ BCG" width="850" height="657" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2-300x232.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2-768x594.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG2-500x386.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ครั้งนี้ มีการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสีเขียว (Global Green Economy Index) ของประเทศไทยที่ดีขึ้น จากอันดับที่ 45 ในปีพ.ศ. 2557 มาอยู่ในอันดับที่ 27 ในปีพ.ศ. 2561 และตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Index) ที่มีอันดับดีขึ้น จากอันดับที่ 55 ในปี พ.ศ.2560 มาอยู่ในอันดับที่ 43 ในปีพ.ศ. 2563 แล้วก็ตาม ด้วย <strong>“วาระโลก”</strong> เช่น ปัญหาโลกร้อน ปัญหาขยะ ปัญหาโรคระบาด การกระจายรายได้ รัฐบาลจึงมีการกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วย<strong>โมเดลเศรษฐกิจ BCG</strong> ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงกับหลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการสานพลังของจตุภาคีทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาควิชาการ ขับเคลื่อนประเทศด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ <strong>ยุทธศาสตร์ที่ 1</strong> สร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฒนธรรมด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ <strong>ยุทธศาสตร์ที่ 2</strong> การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ <strong>ยุทธศาสตร์ที่ 3</strong> ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และ<strong>ยุทธศาสตร์ที่ 4</strong> เสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก</p>
<p>โดยที่ประชุม ได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วย<strong>โมเดลเศรษฐกิจ BCG</strong> พ.ศ. 2564-2570 และ 13 มาตรการหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่</p>
<ol>
<li>พัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลของทุนความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนวัฒนธรรม และทุนทางปัญญาด้วยการพัฒนาระบบ จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลตามมาตรฐาน ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ในการใช้โมเดล BCG สร้างเศรษฐกิจในชุมชน และเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว</li>
<li> เพิ่มพูนทรัพยากรชาติด้วยการผสานพลังของรัฐ เอกชน ชุมชน และหน่วยงานวิจัย โดยการส่งเสริมเอกชนในการปลูกและดูแลป่าทุกประเภทในพื้นที่ของรัฐด้วยกลไกและจัดสรรคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) รัฐ : เอกชน (ผู้ปลูกและดูแล) ในสัดส่วนโดยประมาณที่ 10 : 90 และเร่งการวิจัยพัฒนาพันธุ์ สร้างนวัตกรรม ระบบการบริหารจัดการ การดูแลรักษา การติดตามให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม</li>
<li> พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ BCG โดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานในแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมถึงพัฒนาสินค้าและบริการด้วยหลักการ BCG เชื่อมโยงการเกษตรทางเลือก/เกษตรสมัยใหม่ การแปรรูป การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน เชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลก</li>
<li> ปรับระบบการเกษตร สู่ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และมูลค่าสูง เน้นเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) จากความหลากหลายของสินค้าเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์ ไม้ผล ไม้ตัดดอก ไผ่ ไม้เศรษฐกิจ แมลง สมุนไพร สัตว์เศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงและสามารถใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสมได้ รวมถึงการพัฒนาระบบเกษตรแบบองค์รวม เชื่อมโยง B C และ G ทั้งจังหวัด</li>
<li> พัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารริมทาง และอาหารท้องถิ่นด้วยการยกระดับด้วยเครื่องจักรผลิตอาหาร (Food Machinery) และมาตรฐานการประกอบอาหารที่ดี</li>
<li> สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ด้วยการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าจากฐานชีวภาพให้มีขั้นนวัตกรรมที่สูงขึ้น อาทิ สารสกัด สารประกอบฟังก์ชัน อาหารฟังก์ชัน ชีวเคมีภัณฑ์ เช่น โอลิโอเคมิคอล วัสดุชีวภาพ อาทิเช่น วัสดุคาร์บอนมูลค่าสูง ยา และวัคซีน เป็นต้น</li>
<li> สร้างตลาดเพื่อรองรับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ BCG อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลรัฐจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนและภาคประชาชน เช่น การลดภาษีให้กับโรงพยาบาลเอกชนที่จัดซื้อสินค้าที่ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย ส่งเสริมฉลากที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เช่น ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ ฉลากสีเขียว ฉลากสิ่งแวดล้อม รวมถึงการผลักดันกลไกราคาคาร์บอนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันสำหรับผลิตภัณฑ์วัสดุและเคมีชีวภาพ การจัดเก็บภาษีผู้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปลดล็อกการซื้อ-ขายพลังงานชุมชน</li>
<li> ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและการท่องเที่ยวสีเขียว สร้างโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น โมเดลอารมณ์ดีมีความสุข (Happy Model), ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและการท่องเที่ยวสีเขียวด้วยการใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral), สร้างคลัสเตอร์การท่องเที่ยวของจังหวัดหลักและกลุ่มจังหวัดรอง รวมถึงพัฒนาระบบการใช้จ่ายแบบระบบการชำระเงินเดียว (One Payment System) สำหรับการท่องเที่ยว เพื่อจัดทำคลังข้อมูลด้านการท่องเที่ยว</li>
<li> ยกระดับสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานการผลิตยั่งยืนด้วยการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมสีเขียว และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</li>
<li> ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานสากลด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการวิจัยและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขยายขนาดการผลิต โครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพ เพื่อการวิเคราะห์ ทดสอบ การรับรองและขึ้นทะเบียนสินค้า BCG โดยเฉพาะสินค้าเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย สารสกัด ชีวเคมีภัณฑ์ ยา วัคซีน เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ</li>
<li>ส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) การประกอบการรูปแบบใหม่บนฐานเศรษฐกิจ BCG การบ่มเพาะผู้ประกอบการทั้งความรู้ด้านนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานในภาครัฐ และการส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนและผู้เชี่ยวชาญในภาครัฐ</li>
<li>สร้างและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ BCG ในทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มชุมชนและฐานราก กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs), กลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง กลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (Startups) และผู้ประกอบการเทคโนโลยี</li>
<li>เชื่อมโยงกับสากลในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ การดึงดูดบุคลากร การค้า การลงทุน การสร้างและพัฒนาเครือข่ายวิจัย การค้าและการลงทุนทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก รวมถึงการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนจากต่างประเทศด้วยการให้สิทธิประโยชน์ การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม เช่น สมาร์ทวีซ่า (Smart Visa)</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18094 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3.jpg" alt="โมเดลเศรษฐกิจ BCG" width="850" height="657" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3-300x232.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3-768x594.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/BCG3-500x386.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 และใช้ 13 มาตรการเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของหน่วยงานด้วยการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วย BCG โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในยุคหลัง COVID-19 ได้อย่างทันท่วงที อาทิ การผลักดันให้เกิดการพัฒนาภาคเกษตรด้วยรูปแบบการบูรณาการเชิงพื้นที่ โดยกำหนดพื้นที่นำร่องใน 5 จังหวัด (ราชบุรี ลำปาง ขอนแก่น จันทบุรี และพัทลุง) ใน 5 ภาค โดยพิจารณาความเข้มแข็งของแต่ละพื้นที่โดยตอบโจทย์ อุปสงค์และอุปทานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg-model/">นายกฯ ชูโมเดลเศรษฐกิจ BCG วาง 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ภายใน 7 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Mar 2021 09:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทองชัย ชวลิตพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16733</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-16733"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ <strong>BCG Model</strong> เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อกำหนดแนวทางและบูรณาการจัดทำแผนงานโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงฯ มุ่งเน้นไปที่ 4 เป้าหมายหลัก</p>
<h3>BCG Model วาระแห่งชาติ มุ่งเน้น 4 เป้าหมายหลัก</h3>
<ol>
<li>สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างโมเดลธุรกิจและผู้ประกอบการใหม่</li>
<li>สร้างความยั่งยืนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานลดของเสียและมลพิษสิ่งแวดล้อม</li>
<li>สร้างความยั่งยืนให้ภาคอุตสาหกรรมตามนโยบายตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย และ</li>
<li>ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ในองค์กรและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนให้ความสำคัญ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป</li>
</ol>
<figure id="attachment_16735" aria-describedby="caption-attachment-16735" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-16735" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg" alt="นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-16735" class="wp-caption-text">นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</strong> </span><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า สศอ. ได้เล็งเห็นความสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทั้งในระดับสากลและวาระแห่งชาติเรื่อง BCG Economy Model จึงได้จัดทำแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ มุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดจากทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์ (Zero Waste) เน้นการปรับโครงสร้างการผลิตสู่รูปแบบใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การจัดการของเสีย จนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่ประเทศด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร ปรับกระบวนการผลิตและการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ การเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่โดยนำของเสีย/วัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับรูปแบบธุรกิจสู่โมเดลธุรกิจหมุนเวียน และการสร้าง Circular Startup</p>
<p><strong>นายทองชัย</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมข้างต้นแล้ว สศอ. ยังได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา (Cross-cutting Measures) ครอบคลุมทั้งในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ และการพัฒนาระบบนิเวศ (Eco-system) ต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบการมาตรฐานสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน การปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนการนำขยะ/ของเสียไปใช้เป็นทรัพยากรในการผลิต มาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น โดย สศอ. ได้ผลักดันข้อเสนอมาตรการเหล่านี้ผ่านกลไกขับเคลื่อน BCG Model ในระดับประเทศ ควบคู่กับการผลักดันการดำเนินงานผ่านกลไกความร่วมมือเชิงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมา สศอ. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยให้การรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพแก่ผู้ประกอบการ</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่การพัฒนาในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนำร่องในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมทั้งกำหนดรูปแบบความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทานและโมเดลต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในสาขาผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่มีศักยภาพ ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2020 07:06:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[งานเสวนา]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ จรูญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธุรกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สร้อยฟ้า ตรีรัตนนุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[สุวัฒน์ กมลพนัส]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13878</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ขึ้นภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563” (Thailand Research Expo 2020) ณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/">งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ขึ้นภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563” (Thailand Research Expo 2020) ณ ห้อง Lotus Suite 9 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ที่สนใจได้เข้าใจ ถึงรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า BCG Economy Model ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของภาคเอกชนไทยในปัจจุบันว่ามีการขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรม อันนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต รวมถึงได้เข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศตามหลักการ BCG Economy Model</strong><span id="more-13878"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)</strong> กล่าวว่า องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ TBCSD เกิดจากการรวมตัวกันของภาคธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน กว่า 40 องค์กร ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยเกือบทุกกลุ่ม ซึ่ง TBCSD มุ่งมั่น “ส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยมีความยั่งยืนและประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืน”รวมถึงประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย ปัจจุบันสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> หรือ <strong>TEI</strong> เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดำเนินงานในรูปแบบสถาบันวิชาการอิสระ เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือของภาคีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องการอนุรักษ์ การพัฒนาและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล อันเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในปี 2562 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้รับการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นหนึ่งในหน่วยงานคลังสมอง (Think Tanks) ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน</p>
<p>ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้ามผ่าน “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” และลดความ เหลื่อมล้ำ ดังนั้น ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยต้องอาศัยฐานความเข้มแข็งของประเทศที่มีความโดดเด่นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นผู้นำและยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่มาเสริมการดำเนินงานให้เกิดการก้าวกระโดดของการพัฒนาต่อยอด และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) ด้วยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Economy Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจหลัก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>BCG Model</strong> มีความสอดคล้องและตอบโจทย์ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติได้อย่างน้อยถึง 5 เป้าหมายจากทั้งหมด 17 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p><strong>BCG Economy Model</strong> ถือเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืนที่สำคัญ (BCG in Action : The New Sustainable Growth Engine) เนื่องจากมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนการจ้างงานรวม และครอบคลุม 4 สาขา คือ สาขาเกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าเป็น 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของ GDP ในอีก 5 ปีข้างหน้า<br />
BCG Economy Model จึงเป็นช่องทางและโอกาสที่ดีขององค์กรภาคธุรกิจไทย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ TBCSD จึงพร้อมขับเคลื่อนและสนับสนุนภาคธุรกิจในเรื่องนี้ การเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ในครั้งนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจากวิทยากร 4 ท่านจาก 4 หน่วยงานภาคเอกชนไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economy Model ได้แก่</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า BBGI ในฐานะบริษัทที่มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจทางด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพของกลุ่มบางจาก ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินธุรกิจการผลิต Biodiesel และ Ethanol เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้น BBGI ยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดธุรกิจภายใต้ BCG Economy Model เพิ่มเติม โดยได้นำเอาความรู้ทางด้าน Synthetic Biology ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในโลก เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเป็นการสอดรับกับนโยบายของรัฐที่ต้องการผลักดัน New S-Curve ด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุวัฒน์ กมลพนัส</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน อันได้แก่ การมีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ การกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจพร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศเติบโตไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของบริษัทฯ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สังคมและองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน มุ่งเน้นแผนและกลยุทธ์ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจ เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตใน 3 เสาหลักของธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) เคมีชีวภาพ (Biochemicals) และผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามแผนและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่วางไว้สู่การเป็น Leading Green Company และ Green Flagship ของกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และเป็นผู้นำของประเทศในการขับเคลื่อน Bioeconomy ควบคู่ไปกับการพัฒนาตามโมเดล BCG ของประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) (ประธานโครงการ PPP Plastics)</strong> กล่าวว่าแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน การนำโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงมาตรการต่างๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนแปลงจะต้องมาจากทั้งการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ (top down) และการสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภค (bottom up) ให้เกิดความเข้าใจและยอมรับในความสำคัญ กระบวนการและผลิตภัณฑ์ของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อประเทศก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพงศ์ จรูญเอก</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมปลูกฝังค่านิยมด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานภายในองค์กรให้มีส่วนร่วมต่อหลักการ Low Carbon and Green Society นอกจากนี้ ออริจิ้นฯ ได้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด SMART ECO ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น และยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นและพัฒนาโครงการอย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผู้พักอาศัยและชุมชนโดยรอบเป็นสำคัญ</p>
<p><strong>โดยมีนางสร้อยฟ้า ตรีรัตนนุกูล พิธีกรผู้ดำเนินรายการ Smart Energy ช่องไทยรัฐทีวี เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้วิทยากรแต่ละท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง BCG โมเดลได้ให้องค์ความรู้ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อน BCG Economy Model อันนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกของ TBCSD องค์กรธุรกิจอื่นๆ หน่วยงานของรัฐ นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานเสวนาฯ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/">งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ หนุน BCG ผนึกทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทย หลัง COVID-19</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2020 09:37:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[BCG โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Bioeconomy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดประชุมสมัชชา BCG]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG]]></category>
		<category><![CDATA[ประยุทธ์ จันทโอชา]]></category>
		<category><![CDATA[สุวิทย์ เมษินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13784</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็คฟอรั่ม ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม เมืองทองธานี -15 กรกฎาคม 2563 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดการประชุมสมัชชา “BCG&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg/">นายกฯ หนุน BCG ผนึกทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทย หลัง COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิมแพ็คฟอรั่ม ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม เมืองทองธานี -15 กรกฎาคม 2563 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดการประชุมสมัชชา “BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อแสดงให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านจากการใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป็นการร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพัฒนา รวมถึงผลิตภัณฑ์เป้าหมาย หรือสิ่งที่ต้องการให้เกิดการขับเคลื่อน เช่น ปรับแก้กฎหมาย ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างตลาด มาตรการทางการเงิน การเร่งรัดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี การกระจายความรู้ และเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ผลักดันเศรษฐกิจ 4.4 ล้านล้านบาท</strong><span id="more-13784"></span></p>
<p>พร้อมกันนี้ยังมีพิธีลงนามความร่วมมือ “<span style="color: #6cb742;"><strong>โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน</strong></span>” จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน จำนวน 18 หน่วยงาน หนุนการลงทุนให้เกิดผลกระทบไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 50,000 คน โดยมี <span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทโอชา</strong></span> <strong>นายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธานเปิดงาน และแสดงปาฐกถาเรื่อง <strong>“BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> และผู้บริหารหน่วยงาน เข้าร่วมงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13791 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02.jpg" alt="การจัดประชุมสมัชชา BCG" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบายที่จะเร่งรัดพัฒนาประเทศด้วยการใช้โมเดลทางเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า &#8220;<strong>BCG</strong>&#8221; ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ <strong>เศรษฐกิจชีวภาพ</strong> (Bioeconomy) <strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> (Circular Economy) และ<strong>เศรษฐกิจสีเขียว</strong> (Green Economy) ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศโดยตั้งเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย</p>
<p>1) <strong>สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ</strong> ซึ่ง BCG มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันกว่า 3.4 ล้านล้านบาท (ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19) ซึ่งหากมีนโยบายและการบริหารจัดการที่เหมาะสม ประมาณการว่าในอีก 5 ปี ข้างหน้า กลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG นี้จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเป็น 4.4 ล้านล้านบาท</p>
<p>2) <strong>การสร้างงาน</strong> ปัจจุบันเศรษฐกิจ BCG สร้างการจ้างงานทั้งระบบ 16.5 ล้านคน และผลของการเติบโตทางเศรษฐกิจใน 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีการจ้างงานได้กว่า 20 ล้านคน</p>
<p>3) <strong>การสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพของโมเดลเศรษฐกิจ</strong> BCG คือการตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นการพัฒนาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ ลดการใช้ทรัพยากร ลดปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงจากโรคระบาดในคน สัตว์และพืช ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>ที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้วางรากฐานและดำเนิน<strong>การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG</strong> ภายใต้แนวคิด “อว. สร้างคน สร้างงาน และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนแบบบูรณาการ” ได้แก่ “<strong>โครงการ อว. จ้างงาน</strong>” ซึ่งระยะที่หนึ่ง ได้จ้างงานแล้ว 10,000 อัตรา ระยะที่สองจ้างงานเพิ่มอีก 32,000 อัตรา สำหรับปฏิบัติงานภายในหน่วยงานของ อว. ทั้งหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มการจ้างงานบัณฑิต นักศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวม 3 แสนคน เข้าร่วม “<strong>โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ</strong>” หรือ “<strong>โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย</strong>” มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมีเป้าหมายชัดเจน (Targeted Poverty Alleviation) โดยมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ในระดับตำบลแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมโดยเฉพาะด้าน Area base BCG economy ลงไปพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น Smart Farmer การพัฒนาพืชสมุนไพร การพัฒนาสินค้าและบริการ การพัฒนาการตลาดและสิ่งอํานวยความสะดวก การส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงาน การส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาท้องถิ่น การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ BCG ลงสู่พื้นที่ให้เกิดการปฏิบัติจริง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยจากเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13786 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG.jpg" alt="การประชุมสมัชชา “BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/BCG-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับ<strong>การจัดประชุมสมัชชา BCG</strong> นี้ ได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมากจากภาคเอกชน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ/นักวิจัย และผู้แทนจากภาครัฐ โดยจะมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 1,300 คน ทั้งจากที่ประชุมและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในการประชุมแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ภาคเช้าประกอบด้วยพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจกิจสีเขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน ร่วมลงนามรวม 18 หน่วยงาน มีมูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนในระยะแรก 10,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลกระทบไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 50,000 คน</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอมุมมองต่อการนำ <strong>BCG Economy โมเดล</strong>มาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ก้าวเดินต่อไปได้ด้วยการอาศัยจุดแข็งของประเทศ พร้อมกับการดำเนินการวิถีใหม่ ด้วยการ Reinventing ประเทศไทย ในด้านต่าง ๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 ท่าน ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยมีโอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างน้อยใน 5 เรื่อง คือ 1. Hygienic Kitchen of the World เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความสะอาด เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงด้านอาหาร โภชนาการระดับประเทศและโลกในทุกสถานการณ์ 2. High Value-Added Products from Innovation and Creativity สร้างความมั่งคั่งจากการเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตและบริการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ 3. Healthy People สร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพและการแพทย์ 4. Happy Destination การท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัย รูปแบบใหม่ ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน 5. Harmonious and Sustainable Society การพัฒนาที่สมดุลและการประยุกต์ใช้หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>สำหรับในภาคบ่ายจะเป็นการระดมความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมโดยแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเกษตร 2) กลุ่มอาหาร 3) กลุ่มพลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ 4) กลุ่มยาและวัคซีน 5) กลุ่มเครื่องมือแพทย์ 6) กลุ่มท่องเที่ยว 7) กลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน 8) กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์</p>
<p><strong>นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงตัวอย่างผลงานภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG จำนวน 38 บูท อีกด้วย ซึ่ง BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่จะนำไปสู่การสร้างงานและโอกาสใหม่ของประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน รวมไทยสร้างชาติ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg/">นายกฯ หนุน BCG ผนึกทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทย หลัง COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
