<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคต้อหิน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2025 07:13:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โรคต้อหิน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรคต้อหิน อาการ และการป้องกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma-2-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 07:09:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[โรคต้อหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42218</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันโรคต้อหินเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป พอ ๆ กับโรคต้อกระจก โรคต้อหินเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาทั้ง 2 ข้างของเรา เป็นโรคที่เกิดขึ้นแล้วส่วนใหญ่จะรักษาไม่หายขาด ต้องติดตามการรักษากับจักษุแพทย์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โรคต้อหินมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อน เกี่ยวข้องกับความดันลูกนัยน์ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง ปกติลูกนัยน์ตาอยู่ในเบ้าตาหรือกระบอกตา โดยมีน้ำหล่อเลี้ยงลูกนัยน์ตาทั้ง 2 ข้าง และน้ำที่หล่อเลี้ยงลูกนัยน์ตาจะมีความดันลูกนัยน์ตา (Eye Pressure) มาเกี่ยวข้อง หากมีความผิดปกติภายในลูกนัยน์ตา ไม่ว่าโรคใดโรคใดโรคหนึ่ง อาจมีผลก่อให้เกิดความผิดปกติของความดันลูกนัยน์ตาได้และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต้อหิน เช่น โรคต้อกระจกในตา โรคติดเชื้อในลูกตา โรคแก้วตาดำหรือกระจกตาดำเสื่อม โรคจอประสาทตาเสื่อมหรือการเกิดอุบัติเหตุกระทบโครงสร้างของลูกนัยน์ตามีส่วนก่อให้เกิดโรคต้อหินได้ เช่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma-2-2/">โรคต้อหิน อาการ และการป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันโรคต้อหินเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป พอ ๆ กับโรคต้อกระจก โรคต้อหินเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาทั้ง 2 ข้างของเรา เป็นโรคที่เกิดขึ้นแล้วส่วนใหญ่จะรักษาไม่หายขาด ต้องติดตามการรักษากับจักษุแพทย์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-42218"></span></p>
<p>โรคต้อหินมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อน เกี่ยวข้องกับความดันลูกนัยน์ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง ปกติลูกนัยน์ตาอยู่ในเบ้าตาหรือกระบอกตา โดยมีน้ำหล่อเลี้ยงลูกนัยน์ตาทั้ง 2 ข้าง และน้ำที่หล่อเลี้ยงลูกนัยน์ตาจะมี<u>ความดันลูกนัยน์ตา </u>(Eye Pressure) มาเกี่ยวข้อง หากมีความผิดปกติภายในลูกนัยน์ตา ไม่ว่าโรคใดโรคใดโรคหนึ่ง อาจมีผลก่อให้เกิดความผิดปกติของความดันลูกนัยน์ตาได้และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต้อหิน เช่น โรคต้อกระจกในตา โรคติดเชื้อในลูกตา โรคแก้วตาดำหรือกระจกตาดำเสื่อม โรคจอประสาทตาเสื่อมหรือการเกิดอุบัติเหตุกระทบโครงสร้างของลูกนัยน์ตามีส่วนก่อให้เกิดโรคต้อหินได้ เช่น การเกิดอุบัติเหตุทางจราจร การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย การลื่นหกล้ม รวมถึงการถูกทำร้าย บาดเจ็บต่อเบ้าตาหรือลูกนัยน์ตา ก่อให้เกิดเป็นต้อหินได้ นอกจากนี้ โรคประจำตัวที่เรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ขาดการดูแลที่ดีพอ เบาหวานขึ้นตา ก่อให้เกิดความผิดปกติของความดันตาและกลายเป็นโรคต้อหินได้ โรคความดันร่างกายผิดปกติ มีไขมันในเลือดสูง กำเริบเป็นความดันลูง ย่อมเป็นเหตุให้เกิดเป็นต้อหินได้</p>
<p><u>อาการ</u> โรคต้อหิน ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรือระยะเริ่มเป็นไม่ปรากฎอาการและค่อย ๆ ปรากฏอาการ อาจมีภาวะการอักเสบภายในลูกนัยน์ตา มีอาการระคายเคือง น้ำตาไหลบ่อย ตื้อ ๆ หรือปวดรอบ ๆ บริเวณเบ้าตา การเห็นภาพอาจจะพล่ามัวหรือเห็นเลือนลาง จนได้พบ<u>จักษุแพทย์</u>จึงพบว่ามี<u>ความดันตา</u>ขึ้นสูง  และพบว่าป็นอาการของโรคต้อหิน จักษุแพทย์จะให้การรักษาโดยให้<u>ยาควบคุม</u>ความดันลูกนัยน์ตาเพื่อลดระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกติ เพื่อมิให้สภาพของโรคไปกระทบต่อจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตา การรักษาด้วยยาหยอดตาต้องดูแลใกล้ชิดตลอดไป หากความดันตาไม่สามารถคุมให้อยู่ในระดับปกติ จักษุแพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเพื่อเจาะช่องระบายน้ำในลูกตาเพื่อลดและคุมความดันตาให้ปกติ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินต้องติดตามการรักษากับจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด อาจต้องรักษาตลอดชีวิตเพื่อป้องกันมิให้เกิด<u>ตาบอด</u> ซึ่งโรคต้อหินนี้ก่อให้เกิดตาบอดได้สูง ดังนั้นการดูแลลูกนัยน์ตาและ<u>การป้องกัน</u>เป็นวิธีที่ดีที่สุด ควรใส่ใจตรวจเช็คสุขภาพร่างกายเป็นประจำและตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย ป้องกันหรือดูแลโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ออกกำลังกายเป็นประจำ ป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับลูกนัยน์ตา งดบุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารและน้ำดื่มที่เหมาะสมกับร่างกาย จะทำให้ห่างโรคต้อหินได้อย่างปลอดภัย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma-2-2/">โรคต้อหิน อาการ และการป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรคต้อหิน จากประสบการณ์ตรง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2024 03:17:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[ต้อหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ม่านตาอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอโฆษิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคต้อทางดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[โรคต้อหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37113</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนไทยรู้จักโรคต้อทางดวงตามานาน และได้ยินบ่อยๆ ตั้งแต่ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน ในบทความนี้จะกล่าวถึงต้อหินจากประสบการณ์ตรง ผู้เขียนได้รับการวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ว่าเป็นม่านตาอักเสบตาข้างขวา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และรักษาด้วยการหยอดตามาตลอด ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ยังคงมองเห็นภาพตามปกติ ถึงเดือนมีนาคม 2567 ทางจักษุแพทย์แจ้งให้ทราบว่ามีความผิดปกติ และพบว่าเป็น โรคต้อหิน มีความดันภายในลูกนัยน์ตาสูงขึ้นเกิน 20 (ปกติความดันตาจะอยู่ที่ 10-20) ซึ่งการวัดความดันจะวัดได้จากอุปกรณ์หรือเครื่องมือของจักษุแพทย์ สรุปเบื้องต้นนี้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ มองเห็นภาพต่างๆชัดเจนอยู่ คุณหมอที่ดูแลอยู่จึงส่งต่อการรักษาให้จักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคต้อหิน จากการวัดความดันตาขึ้นมาเป็น 22 คุณหมออธิบายว่ามีความผิดปกติเป็นโรคต้อหิน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma/">โรคต้อหิน จากประสบการณ์ตรง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คนไทยรู้จักโรคต้อทางดวงตามานาน และได้ยินบ่อยๆ ตั้งแต่ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน ในบทความนี้จะกล่าวถึง<u>ต้อหินจากประสบการณ์ตรง</u></strong></p>
<hr />
<p>ผู้เขียนได้รับการวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ว่าเป็น<u>ม่านตาอักเสบตาข้างขวา</u> ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และรักษาด้วยการหยอดตามาตลอด ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ยังคงมองเห็นภาพตามปกติ ถึงเดือนมีนาคม 2567 ทางจักษุแพทย์แจ้งให้ทราบว่ามีความผิดปกติ และพบว่าเป็น <strong><u>โรคต้อหิน</u></strong> มีความดันภายในลูกนัยน์ตาสูงขึ้นเกิน 20 (ปกติความดันตาจะอยู่ที่ 10-20) ซึ่งการวัดความดันจะวัดได้จากอุปกรณ์หรือเครื่องมือของจักษุแพทย์ สรุปเบื้องต้นนี้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ มองเห็นภาพต่างๆชัดเจนอยู่ คุณหมอที่ดูแลอยู่จึงส่งต่อการรักษาให้จักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่อง<strong><u>โรคต้อหิน</u></strong> จากการวัดความดันตาขึ้นมาเป็น 22 คุณหมออธิบายว่ามีความผิดปกติเป็นโรคต้อหิน อาการโรคต้อหินเป็นใหม่หรือเป็นนาน อาจไม่มีอาการแสดงใดๆ นอกจากวัดและตรวจความดันตาด้วยการตรวจอย่างละเอียดของจักษุแพทย์จึงจะพบและรู้สึกว่าเป็นโรคต้อหิน การรักษาจึงมียาหยอดตาจากเดิมที่เป็น<u>ม่านตาอักเสบ</u> มียาหยอดตาอยู่ 2 ชนิด พอตรวจพบว่าเป็นต้อหิน จึงมียาหยอดตาเพิ่มขึ้นอีก 2 ชนิด และคุณหมอนัดตรวจต่อเนื่องเป็นระยะ 2-4 สัปดาห์แล้วแต่ภาวะความดันตาขึ้นหรือลงมากน้อยและสัมพันธ์กับอาการผิดปกติอื่นๆ ผู้เขียนยังคงติดตามการรักษาตลอด และหยอดยาตาอย่างเคร่งครัดมาตลอดจนถึงเดือนสิงหาคม จักษุแพทย์ที่รักษาต้อหินแจ้งให้ทราบว่าความดันตายังขึ้นลง โดยระยะนี้ของเดือนสิงหาคม ขึ้น-ลงมากอยู่และมีแนวโน้มว่ายาจะเอาไม่อยู่ คงต้องทำการผ่าตัด โดยการเจาะทางเดินของน้ำในลูกตาให้ไหลคล่องขึ้น เพื่อความดันตาไม่สูงเกิน 20 จะได้ไม่กระทบต่อเส้นประสาทตาซึ่งมีผลให้เส้นประสาทตาเสียหายและทำให้ตามองไม่เห็นได้ ผู้เขียนได้รับการผ่าตัดครั้งแรกเกี่ยวกับโรคต้อหิน เมื่อ 23 กันยายน 2567 และผ่าตัดซ้ำ 21 ตุลาคม 2567 เนื่องจากมีแผลติดไม่สนิทจากรอยเย็บทำให้ลูกนัยน์ตาไหลซึมออก เป็นเหตุให้ความดันตาต่ำลงมา และผ่าตัดซ้ำ  เมื่อ 1 พฤศจิกายน ขณะนี้อาการทั่วไปดีขึ้นตามลำดับคาดว่าอีกไม่นานคงกลับสู่ปกติได้</p>
<p>จึงเป็นประสบการณ์เรียนให้ทราบว่าใส่ใจกับ<u>ดวงตาของเรา</u> หากแม้นมีอะไรผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็ว อย่าชะล่าใจและผู้ที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจนัยน์ตาปีละ 1 ครั้ง ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคไต ควรตรวจเรื่องของดวงตาด้วย เพื่อการแก้ไขที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้อาการเป็นมาก อาจจะสายเกินแก้ ทำให้ดวงตามองไม่เห็น จะเดือดร้อนและเป็นภาระกับผู้ใกล้ชิดได้ ขอให้โชคดีครับ</p>
<hr />
<p>ที่มา: หมอโฆษิต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma/">โรคต้อหิน จากประสบการณ์ตรง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/glaucoma/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
