<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EV | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/ev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 08:44:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>EV | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี&#8217; 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 08:44:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Big C]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44420</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</strong></p>
<p><span id="more-44420"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปวีณรัช นุตสติ</strong></span> <strong>รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงินกลุ่มบริษัทฯ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยถึงความร่วมมือดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการติดตั้งและเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมีสถานีชาร์จ EV Station PluZ เปิดให้บริการรวมกว่า 80 แห่งภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศ โดยเน้นการติดตั้งเครื่องชาร์จเร็ว (Quick Charger) ที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 40–180 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในแต่ละพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-300x207.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-768x530.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-500x345.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานสถานีชาร์จได้ผ่านแอปพลิเคชัน <strong>EV Station PluZ</strong> ตั้งแต่การค้นหาสถานี การจองชาร์จล่วงหน้า การเริ่ม-หยุดชาร์จ ชำระเงิน สะสมคะแนน blueplus+ จากการชาร์จ ได้ภายในแอปเดียว นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้หมดช่วงเวลาชาร์จ และแจ้งเตือนเมื่อหยุดชาร์จ ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เวลาภายในศูนย์การค้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวลระหว่างรอการชาร์จไฟ</p>
<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป OR และ Big C เตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ ภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีให้ครบ 120 แห่ง ภายในปี 2569 โดยพิจารณาการขยายสถานีชาร์จในรูปแบบ “EV HUB” ที่มีเครื่องชาร์จความเร็วสูงกำลังไฟกว่า 180 kW จำนวนหัวชาร์จรูปแบบ DC CCS2 ไม่น้อยกว่า 6 หัว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสูงนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายเปิดให้บริการสถานีชาร์จ EV Station PluZ ให้ครอบคลุมทุกสาขาของศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44424" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>EV Station PluZ ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 1,350 แห่ง ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) โดย OR ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และพื้นที่เชิงพาณิชย์ศักยภาพสูง อาทิ ศูนย์การค้า โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และอาคารสำนักงาน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอและรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 07:01:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[R&D Center]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44287</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 25 พฤษภาคม 2569 : บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&#38;D Center) แห่งใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง Delta Energy Systems (Germany) GmbH อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโซสท์ (Soest) ประเทศเยอรมนี เพื่อขยายขีดความสามารถการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/">เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ </strong><strong>– </strong><strong>25 พฤษภาคม 2569</strong> : <a href="https://www.deltathailand.com/th/index" target="_blank" rel="noopener"><strong>บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong></a> ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&amp;D Center) แห่งใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง Delta Energy Systems (Germany) GmbH อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโซสท์ (Soest) ประเทศเยอรมนี เพื่อขยายขีดความสามารถการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) ศูนย์ข้อมูลการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC Data Centers) และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า อาทิ แหล่งจ่ายไฟเซิร์ฟเวอร์แบบ 800 VDC และระบบจ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 4-in-1</p>
<p><span id="more-44287"></span></p>
<p>จากปัจจัยด้านความหนาแน่นกำลังไฟฟ้า (Power Density) ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กระบวนการทดสอบระบบทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการทดสอบเฉพาะทางขั้นสูงได้ ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ของเดลต้าจึงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดอาคารสีเขียวตามมาตรฐาน LEED ระดับ Gold ครอบคลุมพื้นที่ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาขั้นสูงขนาด 7,500 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอีก 2,500 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่ทำงานสูงสุด 250 ที่นั่ง</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ปีเตอร์ อีเด</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท </strong><strong>Delta Energy Systems</strong> กล่าวว่า เมืองโซสท์ ถือเป็นเมืองหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของเดลต้าในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) มาตลอดหลายทศวรรษ การก่อตั้งศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาในยุโรป ซึ่งช่วยให้เดลต้าสามารถทำงานร่วมกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด และยกระดับศักยภาพในการพัฒนาโซลูชันขั้นสูงและยั่งยืนสำหรับศูนย์ข้อมูลและอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ วิศวกรของเดลต้าในโซสท์ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโซลูชันพลังงานขั้นสูงตลอดห่วงโซ่คุณค่า ‘Grid-to-Chip’ ที่เป็นส่วนสำคัญในความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี AI ของเรา</p>
<p>ปัจจุบัน เดลต้ามีพนักงานกว่า 450 คน จาก 35 ประเทศ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเมืองโซสท์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานและการชาร์จประสิทธิภาพสูงของเดลต้า รองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค EMEA ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโซลูชันพลังงานที่สามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับบริบทการใช้งาน และพร้อมรองรับการขยายตัวได้ในอนาคต</p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดลต้าได้ขยายทีมงานในโซสท์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความต้องการพื้นที่เพื่อการทำวิจัยและพัฒนาขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับทั้งทีมงานปัจจุบันและบุคลากรใหม่ที่กำลังทยอยเข้าร่วม โดยมีการจัดสรรพื้นที่ทำงาน 250 ที่ ไว้สำหรับพนักงานชุดปัจจุบัน พร้อมรองรับการขยายทีมงานเพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทเดลต้าในเมืองโซสท์ยังมีเครือข่ายความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ครอบคลุมสถาบันการศึกษาในเมืองโซสท์ พาเดอร์บอร์น ฮันโนเวอร์ และเบอร์ลิน รวมถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (Eindhoven University of Technology) ในเนเธอร์แลนด์ และมหาวิทยาลัยอัลบอร์ก (Aalborg University) ในเดนมาร์ก ความร่วมมือกับกลุ่มสถาบันการศึกษาดังกล่าว ประกอบกับการเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวอาชีพในงาน Career Fair อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เดลต้าสามารถดึงดูดและบ่มเพาะวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อันเดรียส คอสตราเซวา</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท </strong><strong>Delta Energy Systems </strong>กล่าวว่า ทุกวันนี้ โจทย์จากลูกค้าของเรานั้นมีความยากและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือการขยายขนาดของระบบที่ต้องทำได้อย่างยืดหยุ่น ศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่นี้ช่วยเปิดโอกาสให้เราสามารถพัฒนานวัตกรรมและนำไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของเดลต้าบนเวทีโลกให้แข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>อาคารหลังใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของเดลต้า ผ่านการออกแบบที่เป็นไปตามมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด (EG 40) และมุ่งสู่การรองรับมาตรฐาน LEED ระดับ Gold โดยภายในอาคารได้มีการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic System) ที่มีกำลังติดตั้งกว่า 1 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่า 1 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมด้วยระบบปั๊มความร้อน (Heat Pumps) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ที่มีกำลังไฟฟ้า 2.5 เมกะวัตต์และความจุ 5 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตลอดจนแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ</p>
<p>นวัตกรรมที่โดดเด่นของศูนย์ R&amp;D แห่งนี้คือการนำความร้อนที่เกิดจากกระบวนการทดสอบผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ภายในอาคาร ซึ่งนับเป็นการผสมผสานการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC แบบ Fast Charge และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC อีกกว่า 60 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างอาคารดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านการผสมผสานโครงสร้างคอนกรีตเดิมเข้ากับเทคนิค Timber-hybrid สมัยใหม่ซึ่งนำไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างอาคาร โดย <strong>ปีเตอร์</strong> <strong>เฟิลเซอ สถาปนิกผู้ออกแบบ</strong>กล่าวว่า การก่อสร้างด้วยเทคนิค Timber-hybrid ควบคู่กับการรักษาโครงสร้างคอนกรีตเดิมไว้นั้นถือว่าเป็นแนวทางที่พบเห็นได้ยาก โดยเฉพาะในงานก่อสร้างอาคารอุตสาหกรรม และเป็นตัวอย่างสำคัญของการก่อสร้างที่มีความรับผิดชอบและมุ่งสู่อนาคต</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เดลต้ายังสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Mobility) ด้วยการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับพนักงานกว่า 60 จุด ควบคู่กับโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานและการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/">เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 06:07:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44232</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ <strong>– </strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด “Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain” ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตยานยนต์ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>
<p><span id="more-44232"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44234" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>

<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศุภกิจ บุญศิริ</span> ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า</strong> แนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและอาเซียน คือการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า การเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโลก โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พร้อมชี้ว่า งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างครบวงจร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและ Smart Mobility Hub ของภูมิภาค</p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">ดร.เกรียงศักดิ์ </span></strong><span style="color: #6cb742;"><strong>วงศ์</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">พร้อมรัตน์</span> ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า </strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบรับรองคุณภาพระดับสากล ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยในปีนี้ สถาบันยานยนต์ได้ร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดการประชุม “Automotive NQI Conference 2026 (ANQIC 2026)” ภายใต้แนวคิด “Powering Thailand’s Global Competitiveness” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ สู่ความเชื่อมั่น มาตรฐาน และการแข่งขันระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามาถในการแข่งขันด้วยการ ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านมาตรฐาน การทดสอบ การรับรอง และมาตรวิทยา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต</p>
<p><strong>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;">นายสุโรจน์ แสงสนิท</span> นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (</strong><strong>EVAT) </strong><strong>กล่าวว่า</strong> ตลาด EV ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิต EV และชิ้นส่วนสำคัญของโลก จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยภายในงานปีนี้ EVAT จะร่วมจัดการประชุมระดับนานาชาติ iEVTech 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive &amp; Connected Supply Chain” เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพและพร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุค Smart Mobility ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสทางธุรกิจกับเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ผ่านการเจรจาธุรกิจและการเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV และ Smart Mobility ของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
<p><strong>ในส่วนของ <span style="color: #6cb742;">ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</span> หัวหน้าศูนย์วิจัย </strong><strong>Mobility &amp; Vehicle Technology Research Center (MOVE) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ และยานยนต์อัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนโฉมอนาคตของการเดินทางและอุตสาหกรรมขนส่งทั่วโลก ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ ภายในงานปีนี้ MOVE จะร่วมจัด “Future MOVE Forum” ภายใต้แนวคิด “Connecting Global Knowledge for Smart Mobility” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น บริการการเดินทางแห่งอนาคต ยานยนต์อัตโนมัติและการเชื่อมต่อ (Autonomous and Connected Mobility) เทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฮโดรเจนและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการนำเสนอ Thailand EV Outlook และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart Mobility ของภูมิภาคในอนาคต</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> จุดแข็งสำคัญของงาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> คือการเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจระดับโลก” ที่รวบรวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการขนส่งอัจฉริยะจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบชาร์จ แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ นักลงทุน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและองค์กรระหว่างประเทศ</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ภายในงานจะมีผู้ประกอบการและแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 250 แบรนด์จากทั่วโลก อาทิ Amphenol, Bosch, BYD, Delta, Elantas, FoxESS, Hitachi, Huawei, Toshiba เป็นต้น พร้อมเวทีสัมมนาและการประชุมระดับนานาชาติกว่า 200 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการขนส่งอัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน แบตเตอรี่แห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยภายในงานยังมีโซนเทคโนโลยีและกิจกรรมพิเศษ อาทิ Hydrogen District, FUTUREGEN Mobility District, Data Center &amp; Cloud District, Carbon Free Valley, Sandbox Experience และ Startups Alley ที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และพลังงานสะอาดแห่งอนาคต</p>
<p><strong>งาน </strong><strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ จัดร่วมกับงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เวทีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดชั้นนำของภูมิภาค คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ </strong><a href="http://www.mobilitytechasia-bkk.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.mobilitytechasia-bkk.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพัทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44131</guid>

					<description><![CDATA[<p>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ในพิธีลงนามครั้งนี้ พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พร้อมด้วย สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์ ผู้จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ ปรเมศวร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-44131"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg" alt="EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในพิธีลงนามครั้งนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์</strong></span> ผู้<strong>จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR</strong> เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์</strong></span> <strong>นายกเมืองพัทยา</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปาณรดา </strong></span><span style="color: #6cb742;"><strong>อัตโตหิ</strong> </span><strong>รองปลัดเมืองพัทยา</strong> ณ เมืองพัทยา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> กล่าวว่า พันธกิจหลักของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดสำหรับการเดินทาง รวมถึงมุ่งให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตอบสนองความต้องการในการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในปัจจุบัน</p>
<p>ความร่วมมือกับเมืองพัทยาครั้งนี้ EV Station PluZ ได้นำเสนอติดตั้งสถานีชาร์จด้วยเครื่องชาร์จรูปแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ขนาด 40-180 กิโลวัตต์ โดยกำหนดรูปแบบเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>EV Station PluZ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและไร้รอยต่อผ่านรูปแบบ Unmanned Station โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ผ่าน แอปพลิเคชัน EV Station PluZ เพียงแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็น:</p>
<ul>
<li>การวางแผนการเดินทางผ่านระบบนำทางไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด</li>
<li>การจองคิวล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจว่ามีหัวชาร์จพร้อมใช้งาน</li>
<li>การสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จ และชำระเงินออนไลน์</li>
<li>การสะสมคะแนน blueplus+ และตรวจสอบประวัติการใช้งานย้อนหลัง</li>
</ul>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับกับนโยบาย “Pattaya Go Green” ของเมืองพัทยาที่มุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Decarbonized Sustainable City) โดยทางเมืองพัทยา และ EV Station PluZ ร่วมคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองและจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนและเข้าถึงง่ายสำหรับประชาชน บุคลากร และนักท่องเที่ยว</p>
<p>“การติดตั้งสถานีชาร์จที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในเมืองพัทยา ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในภาคการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายใหญ่ของ OR ที่มุ่งมั่นบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 เพื่อสร้างโลกที่มีอากาศบริสุทธิ์และสังคมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน” <strong>พิมาน</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 07:55:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์พรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43317</guid>

					<description><![CDATA[<p>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่</strong></p>
<p><span id="more-43317"></span></p>
<p>ผลการดำเนินงานที่ยังสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอดปี 2025 เป็นผลจากการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด, การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า</p>
<p>โดยในปีที่ผ่านมา <strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย</strong> ได้เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในประเทศ ผ่านการเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รุ่นใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ Volvo EX30 Cross Country รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับคนเมืองที่มองหาการเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และ Volvo ES90 รถที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ภายใต้รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ new Volvo XC90 และ refresh Volvo XC60 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>ขณะเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ยกระดับการเข้าถึงบริการทั่วประเทศ และเสริมศักยภาพด้านบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัวศูนย์บริการ วอลโว่ พัฒนาการ พร้อมทั้งขยายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง ACE ขอนแก่น ให้เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ โดยให้บริการผ่าน วอลโว่ ธนาสิทธ์ ขอนแก่น โดยความร่วมมือดังกล่าวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการแบบครบวงจรของวอลโว่ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลในระยะยาวผ่านการให้บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43319" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg" alt="คริส เวลส์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คริส เวลส์</strong></span>, <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้องเผชิญกับการตลาดที่มีสภาวะการแข่งขันที่สูง รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมา การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีเป้าหมาย</p>
<p>สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อความประทับใจที่ยืนยาวของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43320" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ปี 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม</h3>
<p>ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการอัปเกรดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถทั้งในแง่ของการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัปเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่อย่างแท้จริง และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น ดีไซน์ที่สะดุดตา เทคโนโลยีภายในตัวรถที่มีความล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด คือความคุ้มค่าด้านราคา</p>
<h3>ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง</h3>
<p>เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับลูกค้า รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43321" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เพื่อรักษาฐานลูกค้า เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวของการเป็นเจ้าของ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอแก่ลูกค้าอีกครั้งตลอดปี 2026 โดยแคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวจะนำเสนอในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับบริการ ณ ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ รวมถึงมอบส่วนลดในอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts) พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) ซึ่งรับรองว่าหากอะไหล่ที่ซื้อจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง</p>
<p>แคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวนี้ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมมาสคอตครอบครัวกวางมูสสุดน่ารัก ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ครอบครัวกวางมูสแบบยกครัวทั้ง คุณพ่อ ปาป้ามูส (Papa Moose), คุณแม่ มาม่ามูส (Mama Moose) พี่ชายคนโต มูสมูส (Moose Moose) และน้องสาว ลิตเติ้ล มูส (Little Moose) ที่จะมามอบความอบอุ่น และความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวลูกค้าวอลโว่</p>
<h3>สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลกเพื่อชีวิต</h3>
<p>การมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย โดยในปี 2026 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 09:21:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[GAC]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42840</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ GAC ผู้นำด้านยานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อนำรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คันเข้ามาให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของรถยนต์ไฟฟ้าในระบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการ รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถ EV ให้กับคนขับแกร็บทั่วภูมิภาค สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แกร็บและ GAC จะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ และความสะดวกสบายในการใช้งาน มานำเสนอให้กับคนขับแกร็บที่ให้บริการในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย โดยรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น จะประกอบด้วย AION Y: รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/">แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ GAC ผู้นำด้านยานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อนำรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คันเข้ามาให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของรถยนต์ไฟฟ้าในระบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการ รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถ EV ให้กับคนขับแกร็บทั่วภูมิภาค</strong></p>
<p><span id="more-42840"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42843" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02.jpg" alt="แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แกร็บและ GAC จะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ และความสะดวกสบายในการใช้งาน มานำเสนอให้กับคนขับแกร็บที่ให้บริการในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย โดยรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น จะประกอบด้วย</p>
<p>AION Y: รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าและผู้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารจากสนามบิน<br />
AION V: รถยนต์ SUV ไฟฟ้าซึ่งได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) พร้อมโดดเด่นทั้งในด้านความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จ และพื้นที่ห้องโดยสาร<br />
AION ES: รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการออกแบบพื้นที่ภายในตามหลักสรีรศาสตร์ รวมถึงยังมีระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าเช่นกัน</p>
<p>รถยนต์ทุกรุ่นยังได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์บริการเรียกรถโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ประตูที่สามารถเปิดได้กว้างถึง 90 องศา พื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันสำหรับคนขับแกร็บเข้ากับเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cockpit System) ของ GAC โดยตรง เพื่อให้คนขับสามารถใช้ระบบนำทาง พร้อมรับข้อมูลข่าวสารจากแกร็บ อาทิ แผนที่แสดงความต้องการเรียกใช้รถหรือฮีทแมพ (Heat Map) และการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง ผ่านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ของรถยนต์ Aion ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนในการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ พร้อมทำให้คนขับสามารถรับ-ส่งผู้โดยสารได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42842" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01.jpg" alt="แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ฟิลลิป แคนดัล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ แกร็บ โฮลดิ้งส์</strong> กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แกร็บมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับคนขับมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้คนขับแกร็บได้มีโอกาสใช้ยานยนต์ไฟฟ้า GAC ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถตอบโจทย์การใช้งานของคนขับได้โดยตรง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>จากรายงาน Global EV Outlook 2025 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency)[1] เผยว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นเกือบ 50% ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของแกร็บ ที่มุ่งผลักดันให้คนขับแกร็บเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583</p>
<p>หลังจากนี้ แกร็บ และ GAC จะเดินหน้าผนึกความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางสีเขียวให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในภูมิภาคต่อไป โดยแกร็บจะทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบให้กับผู้ผลิตและพัฒนายานยนต์ได้เรียนรู้ และขยายการเข้าถึงของยานยนต์ไฟฟ้า จากการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคนขับ การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายสถานีชาร์จและการส่งเสริมการใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/">แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 03:11:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Tech Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41968</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  และ  สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จัดงานเสวนา “EV Tech Forum 2025” ภายใต้หัวข้อ “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี “นายสุโรจน์ แสงสนิท” นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย  เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ พร้อมตอกย้ำความสำคัญขององค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับโลกและเพื่อร่วมมือผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคพลังงานสะอาด นายสุโรจน์ กล่าวว่า “สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand: EVAT) มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดสัมมนา “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  </strong>และ <strong> สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)</strong> จัดงานเสวนา “EV Tech Forum 2025” ภายใต้หัวข้อ “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี <strong>“นายสุโรจน์ แสงสนิท” นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong>  เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ พร้อมตอกย้ำความสำคัญขององค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับโลกและเพื่อร่วมมือผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคพลังงานสะอาด</p>
<p><span id="more-41968"></span></p>
<figure id="attachment_41970" aria-describedby="caption-attachment-41970" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41970" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02.jpg" alt="สุโรจน์ แสงสนิท" width="750" height="538" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-02-500x359.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41970" class="wp-caption-text">นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)</figcaption></figure>
<p><strong>นายสุโรจน์ </strong>กล่าวว่า <em>“สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand: EVAT) มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดสัมมนา “ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”  ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเทรนด์ของอนาคต แต่เป็นความจริงของวันนี้ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งปีนี้สมาคมฯ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 นับจากการก่อตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2558 จากวิสัยทัศน์ของ “รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล” นายกสมาคมคนแรกและนายกกิตติมศักดิ์ ที่มองเห็นศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ประเทศไทยยังมีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ร้อยคัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ลดมลพิษทางอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง และผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ภายใต้บริบทนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro EVs) จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทั้งในด้านการเดินทางระยะสั้น การลดมลพิษ และการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ เช่น Sharing Mobility และ Last-mile Delivery”</em></p>
<p>ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในการจัดนิทรรศการ<strong> Metalex 2025  </strong>ซึ่งการเสวนานี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและสตาร์ทอัปเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และมุ่งเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ให้ร่วมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เทรนด์ตลาด โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_41971" aria-describedby="caption-attachment-41971" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41971" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03.jpg" alt="รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล" width="750" height="521" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-03-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41971" class="wp-caption-text">รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</figcaption></figure>
<p>ทางด้าน <strong>“รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล”  </strong>หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย  เปิดฉากเสวนาด้วยปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Micro EVs ก้าวใหม่ของนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน”   โดยได้ให้ข้อมูลว่า  <em>“ ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (</em><em>Micro EVs) </em><em>ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กประเภท L7e ล้วนเป็นยานยนต์น้ำหนักเบา ใช้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและพื้นที่จำกัด  ด้วยระยะทางขับขี่ที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น Micro EVs จึงทำหน้าที่เป็นระบบ first-mile และ last-mile เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น BTS และ MRT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ยิ่งไปกว่านั้น Micro EVs ยังเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านการพัฒนา การผลิตยานยนต์ รวมถึงการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ซึ่งต้องการยานยนต์ที่คล่องตัว ประหยัดพื้นที่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ”</em></p>
<figure id="attachment_41972" aria-describedby="caption-attachment-41972" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41972" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04.jpg" alt="เสวนา" width="750" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-300x166.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-150x83.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/EV-Tech-Forum-2025-04-500x277.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-41972" class="wp-caption-text">ช่วงเสวนา ภาพจากซ้ายไปขวา:  นางสาวศศิธร สติใหม่ กรรมการรองเลขาธิการ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด, นางพรฤดี อุทารวุฒิพงศ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท วินโนหนี้ จำกัด, นายธานัท ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด, นายณัฐนัย หงสุรพันธ์ หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก, นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และนายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด</figcaption></figure>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evat-ev-tech-forum-2025/">สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงานเสวนา ส่องเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศไทยเเข่งขันบนเวทีโลกให้ก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 06:43:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[การอบรมเชิงวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41692</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญ​ผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ เรื่อง “ บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน: นโยบาย เทคโนโลยี กรณีศึกษา โอกาสและความท้าทายในยุคพลังงานสะอาด” ในระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ งานสัมมนาเพื่อความเข้าใจบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในบริบทของการลดคาร์บอน วิเคราะห์นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และความท้าทายในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หัวข้ออบรม มาตรการสนับสนุนการใช้ EV&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ขอเชิญ​ผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงวิชาการ เรื่อง “ บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน: นโยบาย เทคโนโลยี กรณีศึกษา โอกาสและความท้าทายในยุคพลังงานสะอาด” ในระหว่างวันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</strong></p>
<p><span id="more-41692"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41695 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025.jpg" alt="บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน" width="595" height="842" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025.jpg 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/IEEE-Smart-City-EV-112025-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></p>
<p>งานสัมมนาเพื่อความเข้าใจบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในบริบทของการลดคาร์บอน วิเคราะห์นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และความท้าทายในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</p>
<h3>หัวข้ออบรม</h3>
<ul>
<li>มาตรการสนับสนุนการใช้ EV เงินอุดหนุน, ภาษี, มาตรการจูงใจ (EV Adoption Support Measures: Subsidies, Tax Incentives, and Promotional Policies)</li>
<li>โอกาสทางธุรกิจจากสถานีชาร์จและการเติบโตของรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์</li>
<li>เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า: BEV, PHEV, FCEV และแนวโน้มการพัฒนา (Electric Vehicle Technologies: BEV, PHEV, FCEV, and Development Trends)</li>
<li>เทคโนโลยีแบตเตอรี่: Lithium-ion, Solid-state, การรีไซเคิลและ Second-life battery (Battery Technologies: Lithium-ion, Solid-state, Recycling, and Second-life Batteries)</li>
<li>ความก้าวหน้าของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพื่อการลดคาร์บอนของยานยนต์ไฟฟ้า (Advances in Electric Drive Systems for EV Decarbonization)</li>
<li>องค์ประกอบ ยานยนต์ไฟ้า และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า</li>
<li>ยานยนต์เชื่อมต่อทุกสิ่ง (V2X): V2G, V2H, V2B (Vehicle-to-Everything (V2X): V2G, V2H, V2B)</li>
<li>กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมและการจัดการซากแบตเตอรี่ EV (Environmental Regulations and EV Battery Disposal Management)</li>
<li>มาตรฐานการติดตั้ง EV (EV Installation Standards)</li>
<li>ข้อกำหนดการเชื่อมต่อสถานีอัดประจุไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</li>
<li>มาตรฐานการติดตั้งระบบอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค</li>
<li>การอัดประจุแบบอัจฉริยะ (EV Smart charging)</li>
<li>การผสาน EV เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ (e-Bus, e-Taxi, e-Mobility) Integration of EVs into Public Transportation Systems</li>
</ul>
<div dir="auto">ดูรายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.greennetworkseminar.com/ev/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/ev/</a></span></div>
<h3>สอบถามข้อมูลติดต่อ</h3>
<p><strong>โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503</strong><br />
<strong>e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-smart-city-ev-112025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าในการลดคาร์บอน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 09:53:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo ES90]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41589</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2568 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแรงขับของนโยบายภาครัฐที่ผลักดันสู่เป้าหมาย Zero Emission Vehicle (ZEV) และความตื่นตัวของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างเร่งเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย บริษัทรถยนต์สัญชาติสวีเดนที่พร้อมเดินทางสู่พลังงานที่เป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเปิดตัว “Volvo ES90” รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชีย ชูแนวคิด “ความอเนกประสงค์และนวัตกรรมการขับขี่อย่างยั่งยืน” ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบหรูของรถซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถในสไตล์ SUV เพื่อให้รองรับทุกการเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัดอย่างลงตัว โดย Volvo&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/">วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2568 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแรงขับของนโยบายภาครัฐที่ผลักดันสู่เป้าหมาย <strong>Zero Emission Vehicle (ZEV)</strong> และความตื่นตัวของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างเร่งเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-41589"></span></p>
<p>หนึ่งในนั้นคือ <strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย</strong> บริษัทรถยนต์สัญชาติสวีเดนที่พร้อมเดินทางสู่พลังงานที่เป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเปิดตัว <strong>“Volvo ES90”</strong> รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชีย ชูแนวคิด “ความอเนกประสงค์และนวัตกรรมการขับขี่อย่างยั่งยืน” ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบหรูของรถซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถในสไตล์ SUV เพื่อให้รองรับทุกการเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัดอย่างลงตัว โดย Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range เปิดตัวในราคา 2,990,000 บาท และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าชาวไทยภายในสิ้นปี 2568 ถึงต้นปี 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41592" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02.jpg" alt="คริส เวลส์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คริส เวลส์</span> กรรมการผู้จัดการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า “Volvo ES90”คือตัวแทนของการก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าอย่างแท้จริง ผสานความเรียบหรูของดีไซน์สแกนดิเนเวียนเข้ากับเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และระบบขับเคลื่อนที่ควบคุมด้วย AI เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวอลโว่ในการเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</p>
<p>Volvo ES90 ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Superset Tech Stack ซึ่งรวมการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ทำให้รถสามารถอัปเดตระบบแบบ Over-the-Air (OTA) ได้ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับฟังก์ชันใหม่ ๆ และการปรับปรุงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นรถรุ่นแรกของวอลโว่ที่ใช้ชิปประมวลผลคู่ NVIDIA DRIVE AGX Orin ที่มีกำลังการประมวลผลสูง เพิ่มความแม่นยำในการประสานข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ของตัวรถ ทั้งระบบช่วยขับ ระบบป้องกันการชน และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปของอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41593" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03.jpg" alt="Volvo ES90" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้านสมรรถนะการขับขี่ ES90 ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รุ่นใหม่ล่าสุด ช่วยเพิ่มความเร็วในการชาร์จและเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุด 755 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) พร้อมอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.6 วินาที ทั้งยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.25 ซึ่งถือว่าต่ำมากในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน ส่งผลให้ประหยัดพลังงานและเงียบขึ้นในระหว่างขับขี่</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ Volvo ES90 แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป คือแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการผลิต โดยวอลโว่ให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุภายในและภายนอก ตัวรถผลิตจากวัสดุรีไซเคิลในสัดส่วนที่สูง เช่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล 29%, เหล็กรีไซเคิล 18%, และโพลีเมอร์รีไซเคิล 16% เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต</p>
<p>นอกจากนี้ยังเลือกใช้วัสดุชีวภาพและไม้จริงจากแหล่งที่ได้รับการรับรองโดย FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด หรือแม้แต่เหล็กที่ใช้ในโครงสร้างรถก็ได้รับการจัดหาจากโรงงานในสวีเดนที่ผลิตภายใต้มาตรฐาน Carbon Neutral Steel ซึ่งใช้พลังงานสะอาดแทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>ภายในห้องโดยสาร วอลโว่ยังคงรักษาแนวคิด “Sustainable Luxury” ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หนังที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบยั่งยืนและตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน รวมถึงการออกแบบพื้นที่โดยสารให้โปร่งโล่ง ใช้แสงธรรมชาติผ่านหลังคาพาโนรามิกกรองรังสี UV ได้ถึง 99.9% พร้อมระบบฟอกอากาศที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้ 95% และกรองสารก่อภูมิแพ้ได้เกือบ 100% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัยและสะอาดสำหรับผู้โดยสารทุกวัย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41594" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04.jpg" alt="Volvo ES90" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“วอลโว่ยืนยันว่า ความยั่งยืน (Sustainability) คือหัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกคัน โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเปลี่ยนสายการผลิตทั้งหมดให้เป็น รถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในอนาคต และในทุกกระบวนการจะต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุด ทั้งในส่วนของวัตถุดิบ การขนส่ง และการรีไซเคิลเมื่อสิ้นอายุการใช้งานของรถยนต์” <strong>คริส เวลส์</strong><strong> กล่าว</strong></p>
<p>การเปิดตัว Volvo ES90 จึงไม่เพียงเป็นการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนทิศทางของวอลโว่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน วัสดุ และสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/">วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 04:15:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dat Bike]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40982</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย กรุงเทพฯ: Dat Bike สตาร์ทอัปรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/">Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-40982"></span></p>
<p>กรุงเทพฯ: Dat Bike สตาร์ทอัปรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และ Rebright Partner บริษัทเวนเจอร์แคปิตอลจากญี่ปุ่น รวมถึง Jungle Venture หนึ่งในบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ อาทิ Cathay Venture ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนของกลุ่มบริษัทการเงินใหญ่ที่สุดในไต้หวัน AiViet Venture กองทุนเวนเจอร์แคปิตอลที่เน้นลงทุนในสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง FPT, MoMo, Galaxy และ Kyber Network</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40984" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2.jpeg" alt="การผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า" width="740" height="489" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-300x198.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-150x99.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-500x330.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การระดมทุนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการใช้ยานหาพนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมถึงการห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเขตเมืองฮานอย ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2569 การเติบโตของ Dat Bike ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น แต่บริษัทยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p>“ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของ Dat Bike ภายใต้การสนับสนุนจากนักลงทุนทั่วโลก เราสามารถขยายกำลังการผลิต และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการผลักดันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับคนเวียดนามและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค” <span style="color: #6cb742;"><strong>ซอน เหงียน</strong></span> <strong>ซีอีโอ Dat Bike</strong> กล่าว</p>
<p>“ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นประกอบกับความเข้าใจเชิงลึกในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ทำให้เราสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันกับรถน้ำมัน ทั้งในด้านของสมรรถนะและระยะทางวิ่ง การลงทุนในครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม รวมถึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</p>
<p>การระดมทุนของ Dat Bike ในครั้งนี้ จะนำไปใช้เพื่อการขยายกำลังการผลิตของโรงงาน การปรับปรุงเครื่องจักรที่ทันสมัย และการนำระบบ Automation มาช่วยในการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงพัฒนาบริการหลังการขายกับลูกค้านับหมื่นราย ที่ใช้รถจักรยานยนต์ของบริษัทเป็นพาหนะในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้เงินทุนอีกส่วนหนึ่ง จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนางานวิจัยของ Dat Bike ทั้งในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ และการขยายโมเดลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไป รวมถึงการใช้เงินลงทุนครั้งนี้เพื่อพัฒนาบริการในช่องทางการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับแพลตฟอร์มด้านการขนส่ง และผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าในการเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงการระดมทุนในครั้งนี้ยังเป็นการบรรลุความร่วมมือของการเป็นหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง F.C.C. และ Dat Bike เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>“Dat Bike เป็นสตาร์ทอัพชั้นนำของประเทศเวียดนามที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีโอกาสในการเติบโตสูงมากในตลาดอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ในระยะกลางและระยะยาว เราจึงตกลงเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคอาเซียน” <strong>โฆษกของ F.C.C.</strong> กล่าว</p>
<p>&#8220;ความร่วมมือหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Dat Bike และ F.C.C. จะครอบคลุมการจัดหาชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อตกลงร่วมกันในการสร้างสังคมแห่งการขับขี่อย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตอบสนองความต้องการของชุมชน การแก้ไขปัญหาสังคม ผ่านการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า การบริหารจัดการที่ดี และการจัดการกับห่วงโซ่อุปทานด้วยศักยภาพในฐานะผู้นำตลาดระดับโลกในธุรกิจผลิตคลัตช์ของเรา”</p>
<h3>โอกาสเติบโตและการรุกตลาดในประเทศไทย</h3>
<p>การเติบโตของตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้นโยบายของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากประเทศเวียดนามแล้ว ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ด้วยนโยบายสนับสนุนการใช้รถ EV และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานสะอาด ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 1.71 ล้านคันในปี 2567 แม้ปัจจุบันตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนประมาณ 1% ของตลาดโดยรวม แต่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วตามนโยบาย EV 3.0 ของรัฐบาล ภายใต้นโยบายนี้ภาครัฐจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การลดภาษี การให้เงินสนับสนุน การให้ส่วนลด รวมถึงการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต การสนับสนุนเหล่านี้ช่วยเร่งให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรของ Dat Bike</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/">Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 07:35:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MG]]></category>
		<category><![CDATA[NEW MG IM6 Premium LONG RANGE]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40511</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ Net Zero Economy โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำในตลาดอีวีไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ของ “The First ever Premium Intelligent e-SUV” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับระยะทางการขับขี่และความสะดวกสบายในการชาร์จไฟ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/">MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ Net Zero Economy โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำในตลาดอีวีไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ของ “The First ever Premium Intelligent e-SUV” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับระยะทางการขับขี่และความสะดวกสบายในการชาร์จไฟ</strong></p>
<p><span id="more-40511"></span></p>
<p>ในงานเปิดตัวครั้งนี้ MG ประกาศราคาพิเศษ พร้อมข้อเสนอพิเศษ โดยถือเป็นการต่อยอดจากกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมของ NEW MG IM6 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีการวางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium 2WD และ Performance AWD ทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40513" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02.jpg" alt="MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p>ขณะที่รุ่น Premium LONG RANGE เข้ามาเติมเต็มตลาดด้วยจุดขาย “ชาร์จได้ไวกว่าและวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร และระบบขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW ที่สามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที เสริมด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่แบบแอโร่ ขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการขับขี่และความมั่นใจบนทุกเส้นทาง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40514" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03.jpg" alt="MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบัน MG มีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนนในไทยแล้วกว่า 250,000–260,000 คัน ถือเป็นค่ายแรกที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และครองอันดับหนึ่งด้านยอดจดทะเบียน EV อย่างต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดรถยนต์นั่งรวมที่หดตัวราว 2.5% ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวในตลาดปิกอัพ ขณะที่กลุ่มที่เติบโตชัดเจนคือรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์ C-SUV และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด</p>
<p>สำหรับ MG ยอดขายในช่วง 7 เดือนแรกอยู่ที่กว่า 13,700 คัน ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ราว 25,000 คัน และหากครึ่งปีหลังปัจจัยเอื้ออำนวย คาดว่ายอดขายรวมอาจแตะ 60,000 คัน สะท้อนถึงการปรับตัวรับการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านเครือข่ายบริการ จุดเด่นด้านเทคโนโลยีอีวี และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์</p>
<p>“MG แสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่พลังงานทางเลือก โดยตั้งเป้าเดินหน้าทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในสัดส่วนที่สมดุล 50:50 พร้อมสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) รองรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า บริการหลังการขาย และมาตรการดูแลลูกค้าในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่า MG จะเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทย” พงษ์ศักดิ์ กล่าว</p>
<p>การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายไลน์อัพของยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ MG ในฐานะ “กลไกสำคัญ” ที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และร่วมสร้างอนาคตเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/">MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 08:47:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[NEW MG IM6]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40423</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 18 สิงหาคม 2568 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจใน คุณภาพ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/">“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 18 สิงหาคม 2568 – <strong>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจใน คุณภาพ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE ที่ เอ็มจี เตรียมนำเข้ามาเสริมทัพทลายข้อจำกัดด้านระยะทางกับการใช้รถอีวีของคนไทย ผ่านประสบการณ์ทดสอบการวิ่งบนสภาพถนนในเมืองไทย นำทีม โดย มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด ร่วมทดสอบรถด้วยตัวเอง ซึ่งประสบการณ์การขับขี่ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนความนุ่มนวลในการเร่ง การทรงตัวที่มั่นคง และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ครบครัน แต่ยังสะท้อนถึง วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนอนาคตของ เอ็มจี ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “อีวีที่ชาร์จได้ไว และขับได้ไกลที่สุดในคลาส” โดยมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่งาน Big Motor Sale 2025 ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้</strong></p>
<p><span id="more-40423"></span></p>
<p><strong>NEW MG IM6</strong> ยนตรกรรมเรือธงของ เอ็มจี กับจุดเด่น “The 1st ever Premium Intelligent e-SUV” ที่พร้อมพาคนไทยสู่ประสบการณ์การใช้อีวียุคใหม่ ล่าสุดกับรุ่นย่อยใหม่ที่มุ่งทลายข้อจำกัดในการใช้รถอีวี โดยเฉพาะในเรื่องของระยะทางต่อการชาร์จ และระยะเวลารอคอยระหว่างชาร์จ ด้วย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน ที่ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จุดเด่น “วิ่งไกลกว่า ชาร์จไวกว่า” กับระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตร ถือเป็นยานยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอีวีไทย รถรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 100 kWh บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 V รองรับ การชาร์จเร็ว 396 kW ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายใน 18 นาที ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์คนเมืองและการเดินทางระยะไกลได้อย่างลงตัว และยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะสุดล้ำ เช่น ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ และระบบ One Touch iAD ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สะดวกสบาย ปลอดภัย และเหนือระดับในทุกเส้นทาง</p>
<p>*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. ต๋า เซินเซิน</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของ เอ็มจี ในประเทศไทย</strong> ได้ร่วมทดสอบเพื่อให้มั่นใจในประสบการณ์การขับขี่ครั้งนี้ว่า “NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ถือเป็นรุ่นย่อยที่มอบฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันให้ความมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมระยะทางขับขี่ที่ไกลสุดในคลาส การทดสอบที่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการพิสูจน์แค่สมรรถนะ แต่ยังตอกย้ำความสบายใจและ ความมั่นใจเต็มเปี่ยมตลอดทุกช่วงการเดินทางที่ เอ็มจี ตั้งใจนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคนไทยอย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจให้ผู้ขับทุกคน และยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย”</p>
<p><strong>มร. ต๋า</strong> กล่าวเสริมว่า “การเพิ่มรุ่นย่อยนี้สะท้อนถึงแบรนด์ที่ต้องการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการระยะทางต่อหนึ่งการชาร์จที่ไกลขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ในฐานะผู้บริหาร เอ็มจี ผมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ดีและเข้าถึงง่าย บริการหลังการขายก็สำคัญ ไม่แพ้ตัวรถ โดย เอ็มจี เป็นแบรนด์เดียวที่กล้าให้การรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน คือสิ่งสำคัญที่ทำให้รถไฟฟ้าของ เอ็มจี แตกต่าง การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. อะไหล่ที่ครบถ้วน และความสามารถของบุคลากร เป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนาให้ดี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/">“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
