<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EV | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/ev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jul 2026 04:33:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>EV | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ZEEKR เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ‘Ultra-Fast Charging’ ชาร์จเต็มใน 18 นาที รับดีมานด์ผู้ใช้ EV ที๋ไม่ต้องการรอนาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-ultra-fast-charging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 04:44:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ZEEKR]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45077</guid>

					<description><![CDATA[<p>จำนวนรถไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ ส่งผลให้สถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีสถานีชาร์จสะสมถึง 5,000 จุดในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นเป็นของ ZEEKR ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ตอบสนองต่อความต้องการ “Fast Charge” เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้รถ EV ในยุคนี้ ไม่มีใครอยากนั่งรอการชาร์จนาน ๆ อีกต่อไป แต่ทุกคนต้องการความเร็วจากการชาร์จเพียง 15-20 นาที การติดตั้ง “สถานีอัดประจุไฟฟ้า TPM 960 Ultra-Fast Charging” จาก ZEEKR ที่เพิ่งเปิดตัว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-ultra-fast-charging/">ZEEKR เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ‘Ultra-Fast Charging’ ชาร์จเต็มใน 18 นาที รับดีมานด์ผู้ใช้ EV ที๋ไม่ต้องการรอนาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จำนวนรถไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ ส่งผลให้สถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีสถานีชาร์จสะสมถึง 5,000 จุดในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นเป็นของ <strong>ZEEKR</strong> ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ตอบสนองต่อความต้องการ “Fast Charge” เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้รถ EV ในยุคนี้ ไม่มีใครอยากนั่งรอการชาร์จนาน ๆ อีกต่อไป แต่ทุกคนต้องการความเร็วจากการชาร์จเพียง 15-20 นาที</p>
<p><span id="more-45077"></span></p>
<p>การติดตั้ง “สถานีอัดประจุไฟฟ้า TPM 960 Ultra-Fast Charging” จาก ZEEKR ที่เพิ่งเปิดตัว จึงตอบสนองต่อพฤติกรรมความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยใช้ความเร็วในการชาร์จจาก 0 ถึง 100% เพียง 18 นาทีเท่านั้น ภายใต้ความร่วมมือจาก TPM Automotive, ZEEKR Intelligent Technology, กรุงเทพมหานคร, Sinexcel และพันธมิตร</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45079" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-02.jpg" alt="ZEEKR เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ‘Ultra-Fast Charging’" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อเล็ก เป่า จ้วงเฟย</span> (Mr. Alex Bao Zhuangfei) Head of Southeast Asia Region, ZEEKR Intelligent Technology กล่าวว่า </strong>ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่แบรนด์เลือกเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคนี้ เราได้ตั้งเป้าหมายใหญ่ในปี 2567 เพื่อก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม ท่ามกลางบริบทที่ประเทศไทยมีสถานีชาร์จสะสมมากกว่า 5,000 จุด ในปัจจุบัน  <strong>ZEEKR</strong> มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างด้วยประสิทธิภาพ และความปลอดภัยผ่านมาตรฐานโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการลงนามสัญญาเพื่อจัดตั้งสาขาแล้วกว่า 20 แห่ง และมีการเปิดดำเนินการไปแล้วประมาณ 15 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการและสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย</p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ยุทธนา ฤทัยวัฒนา</span> ประธานกลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม ออโตโมทีฟ </strong>กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ยุทธศาสตร์หลักไม่ใช่เพียงแค่การจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่คือการสร้าง &#8220;EV Ecosystem&#8221; ที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงการบริการหลังการขายและการลงทุนสร้างสถานีชาร์จเพื่อรองรับการใช้งานจริง ทั้งนี้ ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมจากรัฐบาลในเรื่องการประหยัดพลังงานและคาร์บอนเครดิตที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญอย่างมาก</p>
<p>ภายในระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นฤดล ธนสุทธิพร</span> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ  TPM Group </strong>กล่าวว่า สถานีชาร์จ TPM 960 Ultra Fast Charging ออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง โดยเทคโนโลยีนี้มีความโดดเด่นที่ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟปกติได้ถึง 500 แอมป์ และสามารถ Boost ได้สูงสุดถึง 700 แอมป์ เพื่อรองรับระบบ Ultra-charge ที่ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จ สำหรับสถานีแห่งนี้มีการติดตั้งหัวชาร์จรวมทั้งสิ้น 8 หัว รองรับค่าเฉลี่ยประมาณ 8 ครั้งต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับการใช้บริการของผู้บริโภคได้มากกว่า 20,000 ยูนิตต่อปี ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงขีดความสามารถในการรองรับการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในเขตเมือง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาสู่ระบบขนส่งที่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างการบริการสาธารณะและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองสีเขียวระดับสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45080" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-03.jpg" alt=" ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"> </span><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง</span> รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตัวแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า </strong>กรุงเทพมหานครได้เริ่มจัดทำแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งครอบคลุมทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานและการกำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 19% จากกรณีปกติ ภายในปี 2573 หรือคิดเป็นการลดก๊าซเรือนกระจก 10.15 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ก่อนมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ซึ่งมากกว่า 90% ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2573 จะมาจากมาตรการในภาคพลังงานและการขนส่ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45081" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-04.jpg" alt="ZEEKR เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ‘Ultra-Fast Charging’" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/zeekr-ultra-fast-charging-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การเปิดสถานี Ultra-Fast Charging ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคอาเซียน</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/zeekr-ultra-fast-charging/">ZEEKR เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ‘Ultra-Fast Charging’ ชาร์จเต็มใน 18 นาที รับดีมานด์ผู้ใช้ EV ที๋ไม่ต้องการรอนาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AVATR ดึง “พีช &#8211; พชร” ขึ้นแท่น “Friend of AVATR” ร่วมสร้างนิยามใหม่ความหรูหราอีกระดับ ผ่านยนตรกรรม New AVATR 11</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/friend-of-avatr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 09:06:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AVATR]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Friend of AVATR]]></category>
		<category><![CDATA[New AVATR 11]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อวตาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45012</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : AVATR (อวตาร์) ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมลักชัวรี เดินหน้าเขย่าวงการยานยนต์เมืองไทยด้วยการประกาศเปิดตัว “พีช &#8211; พชร จิราธิวัฒน์” นักแสดงและนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ขึ้นแท่น “Friend of AVATR” ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมถ่ายทอดนิยามใหม่แห่งความหรูหราและเทคโนโลยีสุดล้ำภายใต้คอนเซปต์ “The Next Level of Futuristic Luxury” ตอกย้ำแนวคิด “Every Moment, Yours” สะท้อนผ่านยนตรกรรมรุ่นใหม่ New AVATR&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/friend-of-avatr/">AVATR ดึง “พีช – พชร” ขึ้นแท่น “Friend of AVATR” ร่วมสร้างนิยามใหม่ความหรูหราอีกระดับ ผ่านยนตรกรรม New AVATR 11</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>AVATR (อวตาร์) ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมลักชัวรี เดินหน้าเขย่าวงการยานยนต์เมืองไทยด้วยการประกาศเปิดตัว “พีช &#8211; พชร จิราธิวัฒน์” นักแสดงและนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ขึ้นแท่น “Friend of AVATR” ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมถ่ายทอดนิยามใหม่แห่งความหรูหราและเทคโนโลยีสุดล้ำภายใต้คอนเซปต์ “The Next Level of Futuristic Luxury” ตอกย้ำแนวคิด “Every Moment, Yours” สะท้อนผ่านยนตรกรรมรุ่นใหม่ New AVATR 11</strong></p>
<p><span id="more-45012"></span></p>
<p>การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการหลอมรวมตัวตนของ พีช พชร ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาตัวเอง และกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปสู่อีกขั้นของชีวิต (The Next Level) ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ New AVATR 11 ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะที่พร้อมจะเปลี่ยนทุกช่วงเวลาบนท้องถนนให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่รังสรรค์มาโดยเฉพาะ ตามสโลแกน “Every Moment, Yours” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการใช้ชีวิตเหนือระดับในโลกอนาคต</p>
<p>The Next Level of Futuristic Luxury ถูกถ่ายทอดอย่างทรงพลังผ่าน New AVATR 11 รถยนต์สไตล์ SUV คูเป้สุดหรู ที่ผสานดีไซน์ล้ำอนาคตเข้ากับความเหนือระดับในแบบ New Luxury ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอัจฉริยะและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว และ Emotive Luxury หรือความหรูหราที่ตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึกรอบด้าน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ในทุกมิติ ยกระดับสู่ความหรูหราแห่งอนาคตอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45014" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Every-moment-with-peach-e1783414983112.jpg" alt="Friend of AVATR" width="480" height="600" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-1.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Friend of AVATR" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-2.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-2-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Friend of AVATR" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-3.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Friend of AVATR" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-4.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Onelight-4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Friend of AVATR" /></a>

<p>&#8220;คุณพีช พชร คือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งวิสัยทัศน์เฉียบคมและสไตล์ที่โดดเด่น มีสัญชาตญาณในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อก้าวไปสู่ขั้นที่เหนือกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตรงกับดีเอ็นเอของ New AVATR 11 ที่พร้อมจะพาทุกคนไปสัมผัสกับ The Next Level of Futuristic Luxury ด้วยนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะและความหรูหราที่เข้าใจอารมณ์ผู้ขับขี่อย่างแท้จริง มอบประสบการณ์ที่ทำให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าและเป็นของคุณในทุกนาที หรือ Every Moment, Yours ซึ่งการร่วมงานกันในครั้งนี้จะช่วยย้ำภาพลักษณ์แบรนด์และสะท้อนภาพการยกระดับชีวิตไปสู่อีกขั้นได้อย่างชัดเจน&#8221; <strong>ผู้บริหาร AVATR ประเทศไทย</strong> กล่าว</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>พีช &#8211; พชร จิราธิวัฒน์</strong></span> <strong>Friend of AVATR ประเทศไทย</strong> เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า &#8220;ตัวตนของผมคือความชอบความท้าทายครับ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ทั้งนักแสดงหรือนักธุรกิจ ผมมีแพชชั่นและใส่ใจกับทุกรายละเอียดเสมอ ซึ่งแนวคิดนี้ตรงกับสิ่งที่อยู่ใน New AVATR 11 อย่างน่าทึ่ง สำหรับผมรถคันนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบของ The Next Level of Futuristic Luxury ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่ล้ำสมัย ไปจนถึงความลึกซึ้งในการออกแบบฟังก์ชันด้านในที่เป็น Emotive Luxury มันคือยนตรกรรมที่เข้าใจอารมณ์และทำให้ผมรู้สึกว่าทุกวินาทีที่อยู่บนรถคันนี้เป็น Every Moment, Yours ที่พร้อมจะยกระดับทุกการเดินทางของผมไปสู่อีกขั้นของชีวิตอย่างแท้จริง&#8221;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/friend-of-avatr/">AVATR ดึง “พีช – พชร” ขึ้นแท่น “Friend of AVATR” ร่วมสร้างนิยามใหม่ความหรูหราอีกระดับ ผ่านยนตรกรรม New AVATR 11</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอเผยยอดลงทุนรถไฟฟ้า ทะลุ 1.3 แสนล้านบาท หนุนไทยฐานผลิตรถ EV ทุกเทคโนโลยี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ievtech-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 06:11:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[iEVTech 2026]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44975</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมไทยสู่ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบทุกเทคโนโลยี ตั้งแต่ MHEV, HEV, PHEV ไปจนถึง BEV ล่าสุดยอดส่งเสริมการลงทุนตลอดห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าพุ่งทะลุ 137,000 ล้านบาท จากเกือบ 200 โครงการ ครอบคลุมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้า ช่วยสร้างงาน เสริมความแข็งแกร่งซัพพลายเชนไทย และวางรากฐานให้ไทยขึ้นเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เป็นประธานเปิดงาน International Electric Vehicle&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ievtech-2026/">บีโอไอเผยยอดลงทุนรถไฟฟ้า ทะลุ 1.3 แสนล้านบาท หนุนไทยฐานผลิตรถ EV ทุกเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมไทยสู่ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบทุกเทคโนโลยี ตั้งแต่ MHEV, HEV, PHEV ไปจนถึง BEV ล่าสุดยอดส่งเสริมการลงทุนตลอดห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าพุ่งทะลุ 137,000 ล้านบาท จากเกือบ 200 โครงการ ครอบคลุมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้า ช่วยสร้างงาน เสริมความแข็งแกร่งซัพพลายเชนไทย และวางรากฐานให้ไทยขึ้นเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค</strong></p>
<p><span id="more-44975"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44977" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี)</strong> เป็นประธานเปิดงาน International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition (iEVTech) 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive &amp; Connected Supply Chain” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44976" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01.jpg" alt="งาน iEVTech" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>โดยงาน iEVTech เป็นเวทีประชุมอุตสาหกรรม EV ระดับนานาชาติ มีองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น สมาพันธ์ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเอเชีย, China EV100, สมาคม EV จากมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ลาว จีน และฮ่องกง ตลอดจนบริษัทชั้นนำในห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศต่าง ๆ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน ที่เชื่อมโยงนโยบาย มาตรฐาน และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44979" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04.jpg" alt="งาน iEVTech" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน iEVTech" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน iEVTech" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน iEVTech" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/boi-ievtech-2026-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน iEVTech" /></a>

<p><strong>นฤตม์</strong> กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และความสำเร็จของประเทศไทยในการสร้างฐานการผลิตโปรดักส์แชมเปี้ยนในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่รถกระบะขนาดหนึ่งตัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco Car) มาจนถึงยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “ยานยนต์พลังงานสะอาดและยานยนต์อัจฉริยะ” โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ (xEV) ไม่ว่าจะเป็นไมลด์ไฮบริด (MHEV), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ในอนาคต โดยที่ผ่านมาบีโอไอได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้ครอบคลุมรถยนต์ทุกเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ผลิตทุกค่ายลงทุนและเติบโตไปด้วยกันในประเทศไทย พร้อมมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานยานยนต์แห่งอนาคตที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน แบตเตอรี่ ระบบอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และศูนย์ทดสอบ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก และสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p>จากแนวทางดังกล่าว ได้ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค และติดอันดับต้น ๆ ของโลกในปัจจุบัน โดยในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคชาวไทยให้การตอบรับอย่างดี ในปี 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทมีสัดส่วนรวมกันกว่าร้อยละ 44 ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ เมื่อเทียบกับสัดส่วนเพียงร้อยละ 3 เมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยรถยนต์ HEV มีสัดส่วนสูงที่สุดร้อยละ 21.8 ตามมาด้วยรถยนต์ BEV ร้อยละ 19.6 และ PHEV ร้อยละ 2.9 แสดงให้เห็นว่าทุกเทคโนโลยีสามารถเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยไฮบริด (HEV) จะเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>สำหรับยอดการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 198 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าและสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยแยกเป็นการลงทุนในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ BEV รวม 39,500 ล้านบาท (18 โครงการ) กลุ่มรถยนต์ HEV 29,900 ล้านบาท (7 โครงการ) กลุ่ม PHEV 9,429 ล้านบาท (7 โครงการ) และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น เช่น รถบัสไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3,100 ล้านบาท (18 โครงการ)</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery &amp; ESS) มูลค่ารวม 33,500 ล้านบาท (57 โครงการ) กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ EV อาทิ มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบควบคุมพลังงานสำหรับ EV มูลค่ารวม 12,500 ล้านบาท (49 โครงการ) กลุ่มสถานีชาร์จและสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 9,788 ล้านบาท (42 โครงการ) ซึ่งจะมีการติดตั้งกว่า 22,900 หัวชาร์จทั่วประเทศ รวมถึงหัวชาร์จเร็วกว่า 10,000 หัวชาร์จ ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างครบวงจร</p>
<p>ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่ได้รับการส่งเสริมในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ได้เริ่มเดินสายการผลิตรถ BEV ในประเทศไทยแล้ว โดยเริ่มจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตามมาด้วย เกรท วอลล์ มอเตอร์, เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี, บีวายดี, ไอออน ออโตโมบิล, ฉางอาน, อีวี ไพรมัส และรายล่าสุดที่เริ่มผลิต BEV ในปี 2569 ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู, ฮุนได โมบิลิตี้ และโอโมดา แอนด์ เจคู แสดงให้เห็นว่ามาตรการต่าง ๆ ของบีโอไอและบอร์ดอีวี ได้นำไปสู่การลงทุน การผลิต และการจ้างงานจริงในประเทศ โดยบริษัทเหล่านี้มีการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกันกว่า 16,000 คน และยังช่วยตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค</p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงสามารถเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก บีโอไอได้มีมาตรการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัทต่างชาติ พร้อมรุกจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ทั้งงาน Subcon Thailand และงาน Sourcing Day จับคู่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จัดไปแล้ว 18 ครั้ง เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,200 คู่ ครอบคลุมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพกว่า 800 ราย คาดสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท เปิดทางให้ซัพพลายเออร์ไทยก้าวเข้าสู่สายการผลิตยุคใหม่ และเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนระลอกใหม่</p>
<p>“การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของซัพพลายเชนและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมสร้างแพลตฟอร์มที่จะเปิดทางให้ผู้ผลิตทุกค่ายจากประเทศต่าง ๆ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ สามารถสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงและเติบโตไปด้วยกันในประเทศไทย และที่สำคัญคือ การสร้างโอกาสให้กับคนไทย ผ่านการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนใหม่” <strong>นฤตม์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ievtech-2026/">บีโอไอเผยยอดลงทุนรถไฟฟ้า ทะลุ 1.3 แสนล้านบาท หนุนไทยฐานผลิตรถ EV ทุกเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย ปูทางส่งออกอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-ioniq-5-n-line/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 02:50:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[IONIQ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮุนได]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44892</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามักกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง และวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบล่าสุด ก็กำลังเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของผู้บริโภคไทยเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย โดยต่อยอดความสำเร็จจากตระกูล IONIQ ในตลาดโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลก เจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-ioniq-5-n-line/">ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย ปูทางส่งออกอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามักกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง และวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบล่าสุด ก็กำลังเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของผู้บริโภคไทยเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม</strong></p>
<p><span id="more-44892"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44893" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01.jpeg" alt="ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-01-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> จึงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย โดยต่อยอดความสำเร็จจากตระกูล IONIQ ในตลาดโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลก</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-05.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-04.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03-500x334.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ev-ioniq-5-n-line-03.jpeg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เจ กิว จอง</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า การเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮุนไดในการขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และต่อยอดความสำเร็จของ IONIQ 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล IONIQ จนปัจจุบันมียอดขายทะลุ 500,000 คันทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การนำรุ่น N Line มาผลิตในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของฮุนไดต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร ระบบซัพพลายเชน และมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยปัจจุบัน IONIQ 5 ผลิตในโรงงานของฮุนไดเพียง 6 แห่งทั่วโลก และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากเกาหลีใต้ที่ได้รับการผลิตรุ่น N Line</p>
<p>“ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดสำคัญของฮุนได แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันสูงของบริษัทในระดับโลก ฮุนไดยังคงเดินหน้าวางรากฐานเพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว“<strong> เจ กิว จอง</strong> กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คิม อินฮวา</strong></span> <strong>ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังคงใช้แพลตฟอร์ม E-GMP พร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยรองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10-80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที อีกทั้งยังใช้แบตเตอรี่ขนาด 84 kWh ที่รองรับการเปลี่ยนเป็นรายโมดูล ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงในระยะยาว และรองรับการใช้งานเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันหลักของครอบครัว</p>
<p>อีกหนึ่งไฮไลต์ของรุ่นประกอบไทย คือการติดตั้งระบบ “Hyundai Bluelink Connected Car Services” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านสมาร์ตโฟน ทั้งการตรวจสอบสถานะรถ ล็อกหรือปลดล็อกจากระยะไกล เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้า ค้นหาตำแหน่งรถ รวมถึงรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในอนาคต</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>วัลลภ เฉลิมวงศาเวช</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ได้เริ่มต้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานประกอบในรูปแบบ SKD (Semi-Knocked Down) ที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนสายการผลิต ซึ่ง “IONIQ 5 N Line” นับเป็นโมเดลแรกที่เริ่มทำการประกอบ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ภายใต้การดำเนินงานจากโครงการ EV3.5 ของภาครัฐ ฮุนไดได้ใช้สิทธิการนำเข้าจำนวน 400 คัน ส่งผลให้มีข้อผูกพันในการผลิตชดเชยในอัตราส่วน 1:2 หรือคิดเป็นจำนวน 800 คัน ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นโดยไม่จำกัดเฉพาะโมเดลใดโมเดลหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการจำหน่ายรุ่นดังกล่าวไว้ที่ประมาณเดือนละ 100 คัน ในส่วนของการผลิตยังมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการประกอบแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นโรงงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติเป็นหลักและใช้บุคลากรเพียงประมาณ 10 คนในการควบคุมคุณภาพ โดยปัจจุบันฮุนไดมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) อยู่ที่ 46 % ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 40%</p>
<p>นอกจากนี้ ฮุนไดได้ตั้งเป้ายอดขายรวมในสิ้นปีไว้ที่ประมาณ 2,800 คัน โดยครึ่งปีแรกมียอดขายสะสมอยู่ที่ประมาณ 1,000 คัน โดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ราคาเพื่อกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะรุ่น IONIQ 5N Line ที่เปิดราคาช่วง Early Bird 400 คันแรก ไว้ที่ 1,399,000 บาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีระบบชาร์จ 800 โวลต์ที่มีอยู่ในตัวรถ แม้ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมจะได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของแบรนด์จีน แต่ฮุนไดยังคงเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระดับโลกและระบบการบำรุงรักษาที่มีความพร้อมมากกว่า</p>
<p>บริษัทยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบโมดูล ซึ่งสามารถแยกเปลี่ยนได้ในราคาประมาณโมดูลละ 40,000 บาท โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งชุด พร้อมดำเนินนโยบาย “ASEAN Policy” ที่เน้นการบริหารจัดการฐานการผลิตในไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ให้เกิดความคุ้มทุนสูงสุดตามความเชี่ยวชาญของแต่ละประเทศ โดยมีแผนที่จะศึกษาการส่งออกรถยนต์ที่ประกอบในประเทศไทยไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศออสเตรเลียในอนาคต</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้หลุดจากอันดับ 1 ใน 10 ของฐานการผลิตยานยนต์โลกไปอยู่อันดับที่ 11 จึงอยากให้ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนตลาดรถยนต์ในภาพรวม ไม่ใช่เพียงกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันให้ยอดผลิตและขายในประเทศกลับไปแตะระดับ 1 ล้านคันอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดการลงทุนเพื่อการส่งออกอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-ioniq-5-n-line/">ฮุนได ยกระดับไทยสู่ฐานผลิต EV ระดับโลก ประเดิม IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย ปูทางส่งออกอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีโวลท์เปิดตัว &#8220;Evolt Station Hub&#8221; แห่งแรก บนถ.ลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast รองรับทั้งรถส่วนบุคคล Fleet และ Taxi EV</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/evolt-station-hub/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 07:21:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Evolt Station Hub]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อีโวลท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44846</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 : อีโวลท์ เทคโนโลยี (Evolt Technology) ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว &#8220;Evolt Station Hub&#8221; แห่งแรกของอีโวลท์บนถนนลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยการเป็นสถานีชาร์จที่มาพร้อมความปลอดภัยและความเร็วสูงระดับ Ultra Fast Charge ด้วยกำลังไฟรวมสูงถึง 960 กิโลวัตต์ (kW) นับเป็นหนึ่งในสถานีชาร์จที่มีกำลังไฟแรงที่สุดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกในการชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน Evolt&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evolt-station-hub/">อีโวลท์เปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรก บนถ.ลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast รองรับทั้งรถส่วนบุคคล Fleet และ Taxi EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 : <strong>อีโวลท์ เทคโนโลยี (Evolt Technology) ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว &#8220;Evolt Station Hub&#8221; แห่งแรกของอีโวลท์บนถนนลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยการเป็นสถานีชาร์จที่มาพร้อมความปลอดภัยและความเร็วสูงระดับ Ultra Fast Charge ด้วยกำลังไฟรวมสูงถึง 960 กิโลวัตต์ (kW) นับเป็นหนึ่งในสถานีชาร์จที่มีกำลังไฟแรงที่สุดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกในการชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน Evolt เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><span id="more-44846"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44848" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02.jpg" alt="พูนพัฒน์ โลหารชุน" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พูนพัฒน์ โลหารชุน</strong></span> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว &#8220;<strong>Evolt Station Hub</strong>&#8221; ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลาย จากสถิติข้อมูลสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมาพบว่ายอดจดทะเบียนรถ EV ในไทยมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 62% ด้วยเหตุนี้ทำให้มีความต้องการ การชาร์จที่รวดเร็วและรองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน โดยสถานีแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนลาดกระบัง หนึ่งในพื้นที่ทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อการเดินทางสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อทั้งย่านที่พักอาศัย ศูนย์กลางธุรกิจ รวมถึงพื้นที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล กลุ่มองค์กร รวมถึงรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถ Fleet และ Taxi EV ดังนั้นการเปิดตัวสถานีชาร์จในครั้งนี้จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44851" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05.jpg" alt="สถานีชาร์จ Evolt Station Hub" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับ<strong>สถานีชาร์จ Evolt Station Hub</strong> ลาดกระบังแห่งนี้ ได้รับการออกแบบให้โดดเด่นทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงระดับ Ultra Fast Charge ด้วยกำลังไฟรวมสูงถึง 960 กิโลวัตต์ (kW) รองรับการชาร์จได้พร้อมกันหลายคัน พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีการชาร์จที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้าในทุกกลุ่ม ประกอบด้วย เครื่องชาร์จไฟกระแสตรง (DC Charging) แบบ Ultra Fast กำลังไฟสูงสุด 480 กิโลวัตต์ (kW) 2 เครื่อง จำนวน 12 หัวจ่าย ทำให้สถานีสามารถรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันสูงสุด 12 คัน ซึ่งช่วยลดระยะเวลารอคิวและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44849" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03.jpg" alt="สถานีชาร์จ Evolt Station Hub" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะเดียวกันอีโวลท์ยังมุ่งยกระดับประสบการณ์การใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Evolt ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถบริหารจัดการการชาร์จได้สะดวกและรวดเร็ว อาทิ การตรวจสอบสถานะเครื่องชาร์จแบบเรียลไทม์ การเลือกใช้บริการแบบ Walk-in พร้อมระบบชำระเงินที่สะดวกและรองรับการสะสมคะแนน ทั้งนี้เพื่อร่วมฉลองการเปิดตัวสถานีชาร์จแห่งใหม่ ได้จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกกลุ่มทุกรุ่นสามารถชาร์จไฟได้ในราคาสุดพิเศษ เพียงลงทะเบียนใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Evolt เพื่อเปิดประสบการณ์การใช้งานสถานีชาร์จความเร็วสูง และส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44850" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04.jpg" alt="สถานีชาร์จ Evolt Station Hub" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Evolt-Station-Hub-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปัจจุบัน อีโวลท์มีจุดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 337 สถานีใน 10 จังหวัด ครอบคลุมเมืองหลักในทุกภูมิภาค ทั้งบนเส้นทางคมนาคมหลักและเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญของประเทศไทย โดยอีโวลท์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาโซลูชันการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้และพันธมิตรทางธุรกิจสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p>&#8220;ในระยะต่อไปอีโวลท์มีแผนขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยในระยะยาว&#8221; <strong>พูนพัฒน์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/evolt-station-hub/">อีโวลท์เปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรก บนถ.ลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast รองรับทั้งรถส่วนบุคคล Fleet และ Taxi EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กับความท้าทายในธุรกิจประกันภัย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-insurance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 04:42:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44719</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแรงผลักดันของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกัน บทสนทนาเกี่ยวกับ EV ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่ผู้บริโภคกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ วันนี้ความกังวลหลักกลายเป็น “ความไม่แน่นอนด้านราคาน้ำมัน” ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ยังคงผลักดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ผู้บริโภคไทยจำนวนมากเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติในการรับมือกับต้นทุนการเดินทางระยะยาวที่คาดเดาได้ยาก แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขในตลาดอย่างชัดเจน โดยตลาดรถ EV ในประเทศไทยเติบโตถึง 80% ในปี 2025 โดยมียอดจดทะเบียนสะสมทะลุ 120,000 คัน ขณะที่งาน Bangkok International&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-insurance/">ไทยเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กับความท้าทายในธุรกิจประกันภัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแรงผลักดันของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกัน บทสนทนาเกี่ยวกับ EV ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่ผู้บริโภคกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ วันนี้ความกังวลหลักกลายเป็น “ความไม่แน่นอนด้านราคาน้ำมัน”</strong></p>
<p><span id="more-44719"></span></p>
<p>ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ยังคงผลักดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ผู้บริโภคไทยจำนวนมากเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติในการรับมือกับต้นทุนการเดินทางระยะยาวที่คาดเดาได้ยาก แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขในตลาดอย่างชัดเจน โดยตลาดรถ EV ในประเทศไทยเติบโตถึง 80% ในปี 2025 โดยมียอดจดทะเบียนสะสมทะลุ 120,000 คัน ขณะที่งาน Bangkok International Motor Show 2026 มียอดจองรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 132,951 คัน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากยอดจองรถ EV ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า เทคโนโลยี และประสิทธิภาพด้านต้นทุน</p>
<p>นโยบายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ผ่านการสนับสนุนแบบครอบคลุมทั้งระบบนิเวศตั้งแต่ภาคการผลิต ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการจูงใจผู้บริโภค นโยบาย 30@30 ของประเทศไทยตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี 2030 โดยมีมาตรการ EV 3.5 ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรการสนับสนุนด้านการผลิต ขณะเดียวกันในฝั่งผู้บริโภค โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของธนาคารออมสินยังส่งเสริมให้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าง่ายขึ้น</p>
<h3>ความท้าทายของประกันภัย EV ที่สวนทางการเติบโตของระบบนิเวศ</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นิโคลัส ฟาเกต์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มรู้ใจ</strong> กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ของประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยนแค่สิ่งที่ผู้คนขับขี่เท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคต่อ “การเป็นเจ้าของ” “ความเสี่ยง” และ “ความคุ้มครอง” อย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนของราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมาได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของรถ EV โดยความกังวลของผู้บริโภคได้เปลี่ยนจาก “รถจะวิ่งได้ไกลพอหรือไม่” ไปสู่ “เราจะรับภาระราคาน้ำมันไหวหรือเปล่า” มากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากมองรถ EV เป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติในการบริหารต้นทุนการเดินทางระยะยาว</p>
<p>แม้รถ EV จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รถยนต์ประเภทนี้ก็มาพร้อมกับรูปแบบความเสี่ยงที่แตกต่างและยังอยู่ในช่วงพัฒนาเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป (ICE) โดยอัตราการเกิดอุบัติเหตุของ EV มักสูงกว่าในช่วงปีแรกของการใช้งาน เนื่องจากผู้ขับขี่ยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับลักษณะการขับขี่แบบใหม่ เช่น ระบบ Regenerative Braking ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการเก็บพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นเมื่อชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก โดยเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม แรงหน่วงจากการเบรกของระบบนี้อาจลดลงเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็มแล้ว รวมไปถึงแรงบิดฉับพลัน หรือ Instant Torque ที่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถจ่ายกำลังสูงสุดได้ทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทั้งนี้หลังจากผ่านช่วงแรกไปแล้ว อัตราการเกิดอุบัติเหตุมักเริ่มกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป</p>
<p>ความแตกต่างอย่างชัดเจนอีกจุดคือ ต้นทุนและความซับซ้อนในการซ่อม ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ EV สูงกว่ารถสันดาปโดยเฉลี่ยประมาณ 39.7% เนื่องจากความซับซ้อนของระบบแบตเตอรี่ ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์เฉพาะทางและช่างผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อจำกัดด้านอะไหล่ที่ยังมีอยู่ในตลาด</p>
<p>อีกหนึ่งความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดไทย คือจำนวนเครือข่ายอู่ซ่อมอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถ EV ยังมีจำกัด ปัจจุบันงานซ่อมส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายศูนย์บริการของผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งกลายเป็นปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้างที่จำกัดการแข่งขันและส่งผลให้ต้นทุนการซ่อมยังอยู่ในระดับสูง ในระยะยาวการขยายบทบาทของอู่ซ่อมอิสระที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านราคา เพิ่มกำลังการรองรับงานซ่อม และช่วยลดต้นทุนค่าสินไหมโดยรวมของทั้งระบบ</p>
<p>ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดรถ EV ก็กำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับธุรกิจประกันภัยเช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดและค่าเสื่อมราคาที่ผันผวนรวดเร็วขึ้น ทำให้การประเมินความเสี่ยงและมูลค่าความเสียหายของรถมีความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับผู้รับประกันภัย</p>
<p>สิ่งนี้สะท้อน “ความท้าทาย” ที่น่าสนใจในตลาด กล่าวคือ แม้รถ EV จะซื้อได้ง่ายขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาครัฐ การแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตและการเข้าถึงสินเชื่อที่สะดวกขึ้น แต่การประกันภัยรถ EV กลับมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคอาจคาดหวังว่าเบี้ยประกันจะต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้นเมื่อการใช้งานประเภทนี้เติบโตขึ้น แต่ในความเป็นจริง บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมความเสี่ยงใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ รูปแบบการซ่อมที่เปลี่ยนไป และมูลค่ารถที่ผันผวนมากขึ้น</p>
<h3>ผู้บริโภค EV คือผู้บริโภคยุคดิจิทัล</h3>
<p>ขณะเดียวกัน ลักษณะผู้บริโภคที่ซื้อรถ EV ก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน แตกต่างจากผู้ซื้อรถยนต์แบบดั้งเดิม โดยผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวมักเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และมีความระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น พวกเขาไม่ได้เพียงซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศของการใช้งานรูปแบบใหม่ทั้งหมด</p>
<p>นั่นทำให้ความกังวลของผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความทนทานของเครื่องยนต์หรือการเข้าศูนย์บริการอีกต่อไป ความคุ้มครองแบตเตอรี่ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุด เนื่องจากต้นทุนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ความกังวลก็เริ่มขยายไปสู่ประเด็นด้านซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยในการชาร์จไฟ และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับระบบชาร์จภายในบ้าน</p>
<h3>ประกันภัยคือ Safety Net ของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV</h3>
<p>ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในปัจจุบันคาดหวังประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่น ความคุ้มครองที่โปร่งใส และผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถพัฒนาให้ทันกับระบบของรถยนต์ประเภทนี้ เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้กำลังก่อให้เกิดความคาดหวังใหม่ต่อธุรกิจประกันภัย ไม่ใช่เพียงการคุ้มครองตัวรถ แต่รวมถึงการช่วยลดความไม่แน่นอนที่มาพร้อมกับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่</p>
<p>นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมประกันภัย EV ไม่สามารถถูกมองเป็นเพียงประกันรถยนต์แบบเดิมที่เปลี่ยนเครื่องยนต์เท่านั้น การประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประกันภัยสามารถมอบความคุ้มครองที่ยั่งยืน โปร่งใส และสอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ประกันภัยมีบทบาทสำคัญในการช่วยลด “แรงเสียดทาน” ของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ด้วยการเปลี่ยนความเสี่ยงที่ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย ให้กลายเป็นต้นทุนที่สามารถคาดการณ์และบริหารจัดการได้ ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV</p>
<p>ประเทศไทยกำลังก้าวผ่านช่วงแรกของการเปิดรับเทคโนโลยี (Early Adoption) ของรถ EV และเข้าสู่การใช้งานในวงกว้าง (Mass Adoption) อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงราคาของรถหรือจำนวนสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งประกันภัย การซ่อม การชาร์จไฟ และบริการหลังการขาย จะสามารถพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านได้เร็วเพียงใด เมื่อรถ EV กลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความท้าทายถัดไปคือการทำให้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ EV เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย บริหารจัดการได้ และเป็นที่ไว้วางใจสำหรับผู้บริโภคไทยในชีวิตประจำวัน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-insurance/">ไทยเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กับความท้าทายในธุรกิจประกันภัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี&#8217; 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 08:44:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Big C]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44420</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</strong></p>
<p><span id="more-44420"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปวีณรัช นุตสติ</strong></span> <strong>รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงินกลุ่มบริษัทฯ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยถึงความร่วมมือดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการติดตั้งและเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมีสถานีชาร์จ EV Station PluZ เปิดให้บริการรวมกว่า 80 แห่งภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศ โดยเน้นการติดตั้งเครื่องชาร์จเร็ว (Quick Charger) ที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 40–180 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในแต่ละพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-300x207.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-768x530.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-500x345.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานสถานีชาร์จได้ผ่านแอปพลิเคชัน <strong>EV Station PluZ</strong> ตั้งแต่การค้นหาสถานี การจองชาร์จล่วงหน้า การเริ่ม-หยุดชาร์จ ชำระเงิน สะสมคะแนน blueplus+ จากการชาร์จ ได้ภายในแอปเดียว นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้หมดช่วงเวลาชาร์จ และแจ้งเตือนเมื่อหยุดชาร์จ ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เวลาภายในศูนย์การค้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวลระหว่างรอการชาร์จไฟ</p>
<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป OR และ Big C เตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ ภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีให้ครบ 120 แห่ง ภายในปี 2569 โดยพิจารณาการขยายสถานีชาร์จในรูปแบบ “EV HUB” ที่มีเครื่องชาร์จความเร็วสูงกำลังไฟกว่า 180 kW จำนวนหัวชาร์จรูปแบบ DC CCS2 ไม่น้อยกว่า 6 หัว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสูงนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายเปิดให้บริการสถานีชาร์จ EV Station PluZ ให้ครอบคลุมทุกสาขาของศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44424" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>EV Station PluZ ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 1,350 แห่ง ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) โดย OR ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และพื้นที่เชิงพาณิชย์ศักยภาพสูง อาทิ ศูนย์การค้า โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และอาคารสำนักงาน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอและรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 07:01:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[R&D Center]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44287</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 25 พฤษภาคม 2569 : บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&#38;D Center) แห่งใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง Delta Energy Systems (Germany) GmbH อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโซสท์ (Soest) ประเทศเยอรมนี เพื่อขยายขีดความสามารถการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/">เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ </strong><strong>– </strong><strong>25 พฤษภาคม 2569</strong> : <a href="https://www.deltathailand.com/th/index" target="_blank" rel="noopener"><strong>บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong></a> ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&amp;D Center) แห่งใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง Delta Energy Systems (Germany) GmbH อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโซสท์ (Soest) ประเทศเยอรมนี เพื่อขยายขีดความสามารถการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) ศูนย์ข้อมูลการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC Data Centers) และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า อาทิ แหล่งจ่ายไฟเซิร์ฟเวอร์แบบ 800 VDC และระบบจ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 4-in-1</p>
<p><span id="more-44287"></span></p>
<p>จากปัจจัยด้านความหนาแน่นกำลังไฟฟ้า (Power Density) ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กระบวนการทดสอบระบบทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการทดสอบเฉพาะทางขั้นสูงได้ ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ของเดลต้าจึงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดอาคารสีเขียวตามมาตรฐาน LEED ระดับ Gold ครอบคลุมพื้นที่ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาขั้นสูงขนาด 7,500 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอีก 2,500 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่ทำงานสูงสุด 250 ที่นั่ง</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ปีเตอร์ อีเด</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท </strong><strong>Delta Energy Systems</strong> กล่าวว่า เมืองโซสท์ ถือเป็นเมืองหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของเดลต้าในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) มาตลอดหลายทศวรรษ การก่อตั้งศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาในยุโรป ซึ่งช่วยให้เดลต้าสามารถทำงานร่วมกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด และยกระดับศักยภาพในการพัฒนาโซลูชันขั้นสูงและยั่งยืนสำหรับศูนย์ข้อมูลและอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ วิศวกรของเดลต้าในโซสท์ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโซลูชันพลังงานขั้นสูงตลอดห่วงโซ่คุณค่า ‘Grid-to-Chip’ ที่เป็นส่วนสำคัญในความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี AI ของเรา</p>
<p>ปัจจุบัน เดลต้ามีพนักงานกว่า 450 คน จาก 35 ประเทศ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเมืองโซสท์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานและการชาร์จประสิทธิภาพสูงของเดลต้า รองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค EMEA ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโซลูชันพลังงานที่สามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับบริบทการใช้งาน และพร้อมรองรับการขยายตัวได้ในอนาคต</p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดลต้าได้ขยายทีมงานในโซสท์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความต้องการพื้นที่เพื่อการทำวิจัยและพัฒนาขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับทั้งทีมงานปัจจุบันและบุคลากรใหม่ที่กำลังทยอยเข้าร่วม โดยมีการจัดสรรพื้นที่ทำงาน 250 ที่ ไว้สำหรับพนักงานชุดปัจจุบัน พร้อมรองรับการขยายทีมงานเพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทเดลต้าในเมืองโซสท์ยังมีเครือข่ายความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ครอบคลุมสถาบันการศึกษาในเมืองโซสท์ พาเดอร์บอร์น ฮันโนเวอร์ และเบอร์ลิน รวมถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (Eindhoven University of Technology) ในเนเธอร์แลนด์ และมหาวิทยาลัยอัลบอร์ก (Aalborg University) ในเดนมาร์ก ความร่วมมือกับกลุ่มสถาบันการศึกษาดังกล่าว ประกอบกับการเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวอาชีพในงาน Career Fair อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เดลต้าสามารถดึงดูดและบ่มเพาะวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อันเดรียส คอสตราเซวา</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท </strong><strong>Delta Energy Systems </strong>กล่าวว่า ทุกวันนี้ โจทย์จากลูกค้าของเรานั้นมีความยากและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือการขยายขนาดของระบบที่ต้องทำได้อย่างยืดหยุ่น ศูนย์ R&amp;D แห่งใหม่นี้ช่วยเปิดโอกาสให้เราสามารถพัฒนานวัตกรรมและนำไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของเดลต้าบนเวทีโลกให้แข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>อาคารหลังใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของเดลต้า ผ่านการออกแบบที่เป็นไปตามมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด (EG 40) และมุ่งสู่การรองรับมาตรฐาน LEED ระดับ Gold โดยภายในอาคารได้มีการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic System) ที่มีกำลังติดตั้งกว่า 1 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่า 1 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมด้วยระบบปั๊มความร้อน (Heat Pumps) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ที่มีกำลังไฟฟ้า 2.5 เมกะวัตต์และความจุ 5 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตลอดจนแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ</p>
<p>นวัตกรรมที่โดดเด่นของศูนย์ R&amp;D แห่งนี้คือการนำความร้อนที่เกิดจากกระบวนการทดสอบผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ภายในอาคาร ซึ่งนับเป็นการผสมผสานการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC แบบ Fast Charge และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC อีกกว่า 60 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างอาคารดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านการผสมผสานโครงสร้างคอนกรีตเดิมเข้ากับเทคนิค Timber-hybrid สมัยใหม่ซึ่งนำไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างอาคาร โดย <strong>ปีเตอร์</strong> <strong>เฟิลเซอ สถาปนิกผู้ออกแบบ</strong>กล่าวว่า การก่อสร้างด้วยเทคนิค Timber-hybrid ควบคู่กับการรักษาโครงสร้างคอนกรีตเดิมไว้นั้นถือว่าเป็นแนวทางที่พบเห็นได้ยาก โดยเฉพาะในงานก่อสร้างอาคารอุตสาหกรรม และเป็นตัวอย่างสำคัญของการก่อสร้างที่มีความรับผิดชอบและมุ่งสู่อนาคต</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เดลต้ายังสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Mobility) ด้วยการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับพนักงานกว่า 60 จุด ควบคู่กับโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานและการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-expands-its-rd-capabilities-in-soest-germany-2/">เดลต้าเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในเยอรมนี ยกระดับโซลูชันพลังงานล้ำสมัยสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 06:07:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MobilityTech Asia – Bangkok 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44232</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ <strong>– </strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด “Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain” ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตยานยนต์ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>
<p><span id="more-44232"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44234" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-5-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-6-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" /></a>

<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศุภกิจ บุญศิริ</span> ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า</strong> แนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและอาเซียน คือการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า การเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโลก โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พร้อมชี้ว่า งาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างครบวงจร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและ Smart Mobility Hub ของภูมิภาค</p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">ดร.เกรียงศักดิ์ </span></strong><span style="color: #6cb742;"><strong>วงศ์</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">พร้อมรัตน์</span> ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า </strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบรับรองคุณภาพระดับสากล ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยในปีนี้ สถาบันยานยนต์ได้ร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดการประชุม “Automotive NQI Conference 2026 (ANQIC 2026)” ภายใต้แนวคิด “Powering Thailand’s Global Competitiveness” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ สู่ความเชื่อมั่น มาตรฐาน และการแข่งขันระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามาถในการแข่งขันด้วยการ ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านมาตรฐาน การทดสอบ การรับรอง และมาตรวิทยา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต</p>
<p><strong>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;">นายสุโรจน์ แสงสนิท</span> นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (</strong><strong>EVAT) </strong><strong>กล่าวว่า</strong> ตลาด EV ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิต EV และชิ้นส่วนสำคัญของโลก จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยภายในงานปีนี้ EVAT จะร่วมจัดการประชุมระดับนานาชาติ iEVTech 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive &amp; Connected Supply Chain” เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพและพร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุค Smart Mobility ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสทางธุรกิจกับเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ผ่านการเจรจาธุรกิจและการเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV และ Smart Mobility ของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
<p><strong>ในส่วนของ <span style="color: #6cb742;">ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</span> หัวหน้าศูนย์วิจัย </strong><strong>Mobility &amp; Vehicle Technology Research Center (MOVE) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ และยานยนต์อัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนโฉมอนาคตของการเดินทางและอุตสาหกรรมขนส่งทั่วโลก ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ ภายในงานปีนี้ MOVE จะร่วมจัด “Future MOVE Forum” ภายใต้แนวคิด “Connecting Global Knowledge for Smart Mobility” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น บริการการเดินทางแห่งอนาคต ยานยนต์อัตโนมัติและการเชื่อมต่อ (Autonomous and Connected Mobility) เทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฮโดรเจนและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการนำเสนอ Thailand EV Outlook และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart Mobility ของภูมิภาคในอนาคต</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> จุดแข็งสำคัญของงาน <strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB)</strong> คือการเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจระดับโลก” ที่รวบรวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการขนส่งอัจฉริยะจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบชาร์จ แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ นักลงทุน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและองค์กรระหว่างประเทศ</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-7.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-8.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/mobilitytech-asia-bangkok-2026-9.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ภายในงานจะมีผู้ประกอบการและแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 250 แบรนด์จากทั่วโลก อาทิ Amphenol, Bosch, BYD, Delta, Elantas, FoxESS, Hitachi, Huawei, Toshiba เป็นต้น พร้อมเวทีสัมมนาและการประชุมระดับนานาชาติกว่า 200 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการขนส่งอัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน แบตเตอรี่แห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยภายในงานยังมีโซนเทคโนโลยีและกิจกรรมพิเศษ อาทิ Hydrogen District, FUTUREGEN Mobility District, Data Center &amp; Cloud District, Carbon Free Valley, Sandbox Experience และ Startups Alley ที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และพลังงานสะอาดแห่งอนาคต</p>
<p><strong>งาน </strong><strong>MobilityTech Asia – Bangkok 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ จัดร่วมกับงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เวทีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดชั้นนำของภูมิภาค คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ </strong><a href="http://www.mobilitytechasia-bkk.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.mobilitytechasia-bkk.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mobilitytech-asia-bangkok-2026/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 สู่ “Global Matching Hub” เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพัทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44131</guid>

					<description><![CDATA[<p>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ในพิธีลงนามครั้งนี้ พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พร้อมด้วย สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์ ผู้จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ ปรเมศวร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EV Station PluZ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เมืองพัทยา ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองพัทยา” มุ่งเน้นการขยายสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-44131"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg" alt="EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/EV-Station-PluZ-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในพิธีลงนามครั้งนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>สมเกียรติ ศิริไพบูลย์ทรัพย์</strong></span> ผู้<strong>จัดการฝ่าย EV อีโคซิสเท็ม OR</strong> เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์</strong></span> <strong>นายกเมืองพัทยา</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปาณรดา </strong></span><span style="color: #6cb742;"><strong>อัตโตหิ</strong> </span><strong>รองปลัดเมืองพัทยา</strong> ณ เมืองพัทยา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>OR</strong> กล่าวว่า พันธกิจหลักของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดสำหรับการเดินทาง รวมถึงมุ่งให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตอบสนองความต้องการในการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในปัจจุบัน</p>
<p>ความร่วมมือกับเมืองพัทยาครั้งนี้ EV Station PluZ ได้นำเสนอติดตั้งสถานีชาร์จด้วยเครื่องชาร์จรูปแบบชาร์จเร็ว (Quick Charge) ขนาด 40-180 กิโลวัตต์ โดยกำหนดรูปแบบเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>EV Station PluZ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและไร้รอยต่อผ่านรูปแบบ Unmanned Station โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ผ่าน แอปพลิเคชัน EV Station PluZ เพียงแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็น:</p>
<ul>
<li>การวางแผนการเดินทางผ่านระบบนำทางไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด</li>
<li>การจองคิวล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจว่ามีหัวชาร์จพร้อมใช้งาน</li>
<li>การสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จ และชำระเงินออนไลน์</li>
<li>การสะสมคะแนน blueplus+ และตรวจสอบประวัติการใช้งานย้อนหลัง</li>
</ul>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับกับนโยบาย “Pattaya Go Green” ของเมืองพัทยาที่มุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Decarbonized Sustainable City) โดยทางเมืองพัทยา และ EV Station PluZ ร่วมคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองและจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนและเข้าถึงง่ายสำหรับประชาชน บุคลากร และนักท่องเที่ยว</p>
<p>“การติดตั้งสถานีชาร์จที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในเมืองพัทยา ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในภาคการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายใหญ่ของ OR ที่มุ่งมั่นบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 เพื่อสร้างโลกที่มีอากาศบริสุทธิ์และสังคมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน” <strong>พิมาน</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-station-pluz/">EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 07:55:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์พรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43317</guid>

					<description><![CDATA[<p>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่</strong></p>
<p><span id="more-43317"></span></p>
<p>ผลการดำเนินงานที่ยังสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอดปี 2025 เป็นผลจากการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด, การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า</p>
<p>โดยในปีที่ผ่านมา <strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย</strong> ได้เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในประเทศ ผ่านการเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รุ่นใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ Volvo EX30 Cross Country รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับคนเมืองที่มองหาการเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และ Volvo ES90 รถที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ภายใต้รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ new Volvo XC90 และ refresh Volvo XC60 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>ขณะเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ยกระดับการเข้าถึงบริการทั่วประเทศ และเสริมศักยภาพด้านบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัวศูนย์บริการ วอลโว่ พัฒนาการ พร้อมทั้งขยายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง ACE ขอนแก่น ให้เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ โดยให้บริการผ่าน วอลโว่ ธนาสิทธ์ ขอนแก่น โดยความร่วมมือดังกล่าวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการแบบครบวงจรของวอลโว่ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลในระยะยาวผ่านการให้บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43319" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg" alt="คริส เวลส์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คริส เวลส์</strong></span>, <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้องเผชิญกับการตลาดที่มีสภาวะการแข่งขันที่สูง รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมา การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีเป้าหมาย</p>
<p>สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อความประทับใจที่ยืนยาวของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43320" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ปี 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม</h3>
<p>ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการอัปเกรดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถทั้งในแง่ของการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัปเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่อย่างแท้จริง และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น ดีไซน์ที่สะดุดตา เทคโนโลยีภายในตัวรถที่มีความล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด คือความคุ้มค่าด้านราคา</p>
<h3>ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง</h3>
<p>เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับลูกค้า รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43321" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เพื่อรักษาฐานลูกค้า เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวของการเป็นเจ้าของ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอแก่ลูกค้าอีกครั้งตลอดปี 2026 โดยแคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวจะนำเสนอในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับบริการ ณ ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ รวมถึงมอบส่วนลดในอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts) พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) ซึ่งรับรองว่าหากอะไหล่ที่ซื้อจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง</p>
<p>แคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวนี้ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมมาสคอตครอบครัวกวางมูสสุดน่ารัก ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ครอบครัวกวางมูสแบบยกครัวทั้ง คุณพ่อ ปาป้ามูส (Papa Moose), คุณแม่ มาม่ามูส (Mama Moose) พี่ชายคนโต มูสมูส (Moose Moose) และน้องสาว ลิตเติ้ล มูส (Little Moose) ที่จะมามอบความอบอุ่น และความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวลูกค้าวอลโว่</p>
<h3>สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลกเพื่อชีวิต</h3>
<p>การมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย โดยในปี 2026 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 09:21:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[GAC]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42840</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ GAC ผู้นำด้านยานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อนำรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คันเข้ามาให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของรถยนต์ไฟฟ้าในระบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการ รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถ EV ให้กับคนขับแกร็บทั่วภูมิภาค สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แกร็บและ GAC จะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ และความสะดวกสบายในการใช้งาน มานำเสนอให้กับคนขับแกร็บที่ให้บริการในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย โดยรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น จะประกอบด้วย AION Y: รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/">แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ GAC ผู้นำด้านยานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อนำรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คันเข้ามาให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของรถยนต์ไฟฟ้าในระบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการ รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถ EV ให้กับคนขับแกร็บทั่วภูมิภาค</strong></p>
<p><span id="more-42840"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42843" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02.jpg" alt="แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แกร็บและ GAC จะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ และความสะดวกสบายในการใช้งาน มานำเสนอให้กับคนขับแกร็บที่ให้บริการในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย โดยรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น จะประกอบด้วย</p>
<p>AION Y: รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าและผู้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารจากสนามบิน<br />
AION V: รถยนต์ SUV ไฟฟ้าซึ่งได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) พร้อมโดดเด่นทั้งในด้านความปลอดภัย ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จ และพื้นที่ห้องโดยสาร<br />
AION ES: รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการออกแบบพื้นที่ภายในตามหลักสรีรศาสตร์ รวมถึงยังมีระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าเช่นกัน</p>
<p>รถยนต์ทุกรุ่นยังได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์บริการเรียกรถโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ประตูที่สามารถเปิดได้กว้างถึง 90 องศา พื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันสำหรับคนขับแกร็บเข้ากับเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cockpit System) ของ GAC โดยตรง เพื่อให้คนขับสามารถใช้ระบบนำทาง พร้อมรับข้อมูลข่าวสารจากแกร็บ อาทิ แผนที่แสดงความต้องการเรียกใช้รถหรือฮีทแมพ (Heat Map) และการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง ผ่านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ของรถยนต์ Aion ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนในการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ พร้อมทำให้คนขับสามารถรับ-ส่งผู้โดยสารได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42842" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01.jpg" alt="แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/grab-x-gac-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ฟิลลิป แคนดัล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ แกร็บ โฮลดิ้งส์</strong> กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แกร็บมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับคนขับมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้คนขับแกร็บได้มีโอกาสใช้ยานยนต์ไฟฟ้า GAC ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถตอบโจทย์การใช้งานของคนขับได้โดยตรง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>จากรายงาน Global EV Outlook 2025 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency)[1] เผยว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นเกือบ 50% ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของแกร็บ ที่มุ่งผลักดันให้คนขับแกร็บเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583</p>
<p>หลังจากนี้ แกร็บ และ GAC จะเดินหน้าผนึกความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางสีเขียวให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในภูมิภาคต่อไป โดยแกร็บจะทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบให้กับผู้ผลิตและพัฒนายานยนต์ได้เรียนรู้ และขยายการเข้าถึงของยานยนต์ไฟฟ้า จากการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคนขับ การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายสถานีชาร์จและการส่งเสริมการใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/grab-x-gac-2/">แกร็บ จับมือ GAC หนุนกลุ่มคนขับใช้รถ EV ยกระดับการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
