<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครม. | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Jul 2023 04:05:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ครม. | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้พื้นที่ป่าชายเลน 19,937 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest-2-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest-2-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 04:05:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฎกระทรวง]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลนอนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28721</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้พื้นที่ป่าชายเลน 19,937 ไร่ อ.เมือง-หนองจิก-ยะหริ่ง-ไม้แก่น จ.ปัตตานี และ 9,534 ไร่ อ.บ้านแหลม-ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พ.ศ. &#8230;. และ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พ.ศ. &#8230;. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยเป็นการกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ประมาณ 19,937 ไร่ ใน ต.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest-2-2/">ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้พื้นที่ป่าชายเลน 19,937 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้พื้นที่ป่าชายเลน 19,937 ไร่ อ.เมือง-หนองจิก-ยะหริ่ง-ไม้แก่น จ.ปัตตานี และ 9,534 ไร่ อ.บ้านแหลม-ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์</strong></p>
<p><span id="more-28721"></span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28723" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest.jpg" alt="mangrove forest" width="750" height="497" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest-768x509.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Mangrove-Forest-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พ.ศ. &#8230;. และ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พ.ศ. &#8230;.</p>
<p>ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยเป็นการกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ประมาณ 19,937 ไร่ ใน ต. ท่ากำชำ ต. บางเขา ต. บางตาวา ต. ตุยง อ. หนองจิก, ต. รูสะมิแล ต. บานา ต. ตันหยงลุโละ อ. เมืองปัตตานี, ต. แหลมโพธิ์ ต. บางปู ต. ยามู ต. ตะโละกาโปร์ อ. ยะหริ่ง, ต. ไม้แก่น ต. ไทรทอง ต. ดอนทราย อ. ไม้แก่น จ. ปัตตานี และเนื้อที่ประมาณ 9,534 ไร่ ใน ต. บางตะบูน ต. บางตะบูนออก ต. บ้านแหลม ต. บางขุนไทร ต. ปากทะเล ต. บางแก้ว ต. แหลมผักเบี้ย อ. บ้านแหลม, ต. ชะอำ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี ซึ่งประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า ตลอดจนทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ รวมทั้งกำหนดมาตรการคุ้มครองเพื่อประโยชน์ในการสงวน การอนุรักษ์ และการฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน ให้คงสภาพธรรมชาติและมีสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์</p>
<p>สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนภายในแนวเขตพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ให้ดำเนินการ อาทิ ให้ชุมชนชายฝั่งที่ได้ขึ้นทะเบียนตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยครอบคลุมทั้งมิติทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม อย่างสมดุล การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการเพาะพันธุ์พืช หรือการปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่เสื่อมโทรมและใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูกขึ้นที่มิใช่ไม้หวงห้ามเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้</p>
<p>ภาพโดย <a href="https://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2-172428/">JAY PARK</a> จาก <a href="https://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2-172428/">Pixabay</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest-2-2/">ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้พื้นที่ป่าชายเลน 19,937 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest-2-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุมัติผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน สำหรับโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ต.คลองขุด ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 08:34:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23407</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.256 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2530 (เรื่อง การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนประเทศไทย) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2534 (เรื่อง รายงานการศึกษาสถานภาพปัจจุบันของป่าไม้ชายเลนและปะการังของประเทศ)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest/">ครม.อนุมัติผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน สำหรับโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ต.คลองขุด ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.256 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2530 (เรื่อง การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนประเทศไทย) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2534 (เรื่อง รายงานการศึกษาสถานภาพปัจจุบันของป่าไม้ชายเลนและปะการังของประเทศ) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2543 (เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าชายเลน) และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2543 (เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2543 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าชายเลน) สำหรับโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ตำบลคลองขุด ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล (โครงการฯ) ของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (รายงาน EIA) เพื่อใช้ประกอบการดำเนินโครงการต่อไปแล้ว โดยมีสาระสำคัญ คือ</strong></p>
<p><span id="more-23407"></span></p>
<p>1. กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอขอผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน สำหรับโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ตำบaลคลองขุด ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล (โครงการฯ) ซึ่งเป็นการก่อสร้างทางหลวงแนวเส้นทางใหม่ในรูปแบบถนนขนาด 4 ช่องจราจรผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) รวมระยะทางประมาณ 3.89 กิโลเมตร (กม.) โดยจะก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก (สะพานบก) ขนาดช่องจราจรเท่ากับโครงการฯ ในช่วงที่ตัดผ่านป่าชายเลน2 ประเภท รวมระยะทางประมาณ 1.29 กม. ได้แก่ (1) ป่าชายเลนที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเลนตอนที่ 5เนื้อที่ 8.44 ไร่ ระยะทาง 450 เมตร และ (2) พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี (ตัดผ่าน 2 ช่วง) เนื้อที่ 5.06 ไร่ ระยะทาง 270 เมตร และเนื้อที่ 10.65 ไร่ ระยะทาง 568 เมตร จึงเข้าข่ายเป็นโครงการฯ ที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2564 เห็นชอบรายงานดังกล่าวของโครงการฯ แล้ว รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาแล้ว ไม่ขัดข้องต่อการขอผ่อนผัน ยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน สำหรับโครงการฯ</p>
<p>2. คค. ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่โครงการฯ ตามความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ในขั้นตอนก่อนการก่อสร้างโครงการฯ กรมทางหลวงชนบทจะดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวจะมีการสำรวจพื้นที่ พร้อมกับประสานงานกับเจ้าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือร่วมกัน และนำมาประกอบการพิจารณาแบบก่อสร้างตามความเหมาะสม จากนั้นจึงจะนำแบบก่อสร้างดังกล่าวยื่นขออนุญาตทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำต่อกรมประมงต่อไป ทั้งนี้ โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการฯ ได้รับการบรรจุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 แล้ว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest/">ครม.อนุมัติผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน สำหรับโครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ต.คลองขุด ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mangrove-forest/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;.</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2022 06:48:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[รถพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22884</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2565 ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอช านายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;. ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปประกอบการตรวจพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-7/">ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ….</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2565 ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอช านายกรัฐมนตรี</strong><strong>เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;. ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปประกอบการตรวจพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย</strong></p>
<p><span id="more-22884"></span></p>
<p><strong>ทั้งนี้ คค. เสนอว่า</strong></p>
<ol>
<li>โดยที่รัฐบาลมีการเร่งรัดนโยบาย แผนงาน และมาตรการต่าง ๆ ด้านการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและการใช้พลังงานของโลก และในคราวประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ได้มีมติในด้านการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบกในการกำหนดมาตรการด้านภาษีเพื่อสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า โดยการลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นการจูงใจให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น</li>
<li>โดยที่พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 31 บัญญัติให้ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีอำนาจลดภาษีประจำปีสำหรับรถในเขตท้องที่ใดหรือในกรณีใดลงจากอัตราที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา คค. กรมการขนส่งทางบกจึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;. ขึ้น ซึ่งกำหนดให้ลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2568 ลง 80% ของอัตรา ที่กำหนดตาม (11) ของอัตราภาษีประจำปีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2550 เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน เพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น</li>
<li>กรมการขนส่งทางบกได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้ลงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยทั่วไปทางเว็บไซต์ http://www.dlt.go.th และเว็บไซต์ http://elaw.dlt.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 &#8211; 15 เมษายน พ.ศ. 2565 มีประชาชนมาให้ความเห็น 20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วย</li>
<li>คค. ได้ดำเนินการตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยรายงานว่าโดยที่กรมการขนส่งทางบกมีหน้าที่ต้องจัดเก็บเงินภาษีประจำปี เงินเพิ่ม และค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รายได้จากการจัดเก็บดังกล่าวจะตกเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดอื่นจะตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งกรมการขนส่งทางบกประมาณการรายได้จากการจัดเก็บภาษีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ.2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 50,897,330 บาท (คาดว่าจะมีรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจำนวน 128,736 คัน) หากร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. &#8230;. ดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว จะส่งผลกระทบต่อหน่วยงานที่ได้รับเงินภาษีดังกล่าวด้วย โดยจะได้รับเงินภาษีเป็นรายได้ประมาณ 31,922,758 บาท ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 18,974,572 บาท คิดเป็น 37% ของรายได้ที่จะสามารถจัดเก็บรถไฟฟ้าทั้งหมด แต่เนื่องจากจำนวนภาษีของรถที่เสียภาษีประจำปี 2565 ถึงปี 2568 (รถทุกประเภท) ที่กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บได้จะมีรายได้ประมาณการในปี 2568 จำนวน 33,913,995,256 บาท การสูญเสียรายได้จากการลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวลงในอัตรา 80% ดังกล่าว คิดเป็นจำนวนเพียงร้อยละ 0.05 จึงคาดว่าการลดอัตราภาษีลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการนำไปจัดทำบริการสาธารณะให้กับประชาชน แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ด้วยเป็นการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และปริมาณ PM 2.5 ในอากาศ ตลอดจนช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-7/">ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ….</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.เห็นชอบ (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 – 2567 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cabinet/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cabinet/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 06:05:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21560</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2565 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ที่ได้เห็นชอบมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 (ครั้งที่ 155) เมื่อวันที่ 5&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cabinet/">ครม.เห็นชอบ (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 – 2567 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2565 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ที่ได้เห็นชอบมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 (ครั้งที่ 155) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ในส่วนของแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้</strong></p>
<p><span id="more-21560"></span></p>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong></p>
<p>1. จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนจากสถานการณ์ความไม่สงบของต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงต้องรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยจ่ายเงินชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่เดือนมกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เฉลี่ยประมาณ 7,250 &#8211; 7,600 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นผู้กำกับดูแลในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีพและให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยสาเหตุของความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้จัดทำ (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 &#8211; 2567 (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2) โดยทบทวนหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้</p>
<p>1.1 ทบทวนการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเดิม ข้อ 4. “&#8230;การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้แล้วต้องไม่เกินจำนวน 40,000 ล้านบาท ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 การใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในกรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562&#8230;” แก้ไขเป็น “&#8230;การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 การใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562&#8230;”</p>
<p>1.2 ทบทวนกรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้ติดลบ จากเดิม ข้อ 5 4) “&#8230;จนส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ ให้เริ่มดำเนินกลยุทธ์การถอนกองทุนน้ำมันฯ (Exit Strategy) โดยปรับสัดส่วนการช่วยเหลือลงครึ่งหนึ่ง และยังคงดำเนินการหารือเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิต&#8230;” แก้ไขเป็น “&#8230;จนส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ ตามมาตรา 26 วรรคสอง หรือวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะเมื่อใกล้วงเงินกู้ยืมเงินที่ได้รับตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว ให้เริ่มดำเนินการพิจารณากลยุทธ์การถอนกองทุนน้ำมันฯ (Exit Strategy) และยังคงดำเนินการหารือเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิต&#8230;”</p>
<p>1.3 ทบทวนกรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้ติดลบ จากเดิม ข้อ 5 5) “&#8230;กรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 20,000 ล้านบาท หรือ ติดลบตามจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 26 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหยุดการชดเชย&#8230;” แก้ไขเป็น ตัดข้อ 5) ออก</p>
<p>2. กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เสนอ (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 &#8211; 2567 (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2) ซึ่งเป็นแผนระดับที่ 3 ต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนหน่วยงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอแนะและให้ความเห็นว่า (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 – 2567 (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2) ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (แผนฯ) เป็นการปรับปรุงในส่วนของหลักเกณฑ์การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้หลักเกณฑ์และกลไกที่ใช้ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีความยืดหยุ่นในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดที่ไม่ใช่สาระสำคัญของแผน ระดับที่ 3 ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2560 ประกอบกับเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2565 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบการทบทวนแผนฯ ตามขั้นตอนแล้ว จึงเห็นควรให้กระทรวงพลังงานเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณารับทราบแผนฯ ตามขั้นตอนของมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cabinet/">ครม.เห็นชอบ (ร่าง) แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 – 2567 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cabinet/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
