<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Aug 2021 08:18:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ก.อุตฯ สั่ง กรอ. คุมเข้มการระบายมลพิษโรงงานอุตสาหกรรม &#8211; กรอ. ผุดแนวคิดพัฒนา “Mobile App” เช็คสถานะมลพิษแบบ Real Time</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 May 2021 03:43:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมโรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรอ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การระบายมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจเช็คการระบายมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกอบ วิวิธจินดา]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันโรงงานปล่อยมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชันตรวจเช็คการระบายมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17157</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) คุมเข้มป้องกันโรงงานปล่อยมลพิษสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน ด้าน กรอ. เผยเตรียมพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน (Mobile Application) ตรวจเช็คการระบายมลพิษเป้าหมายกว่า 7,000 โรง สามารถทราบผลได้ทันทีแบบ Real time พร้อมดึงชุมชนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวัง ติดตาม และกำกับดูแลโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ คาดสามารถเปิดตัว Mobile App และใช้งานได้ภายในปีนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษจากการประกอบกิจการในโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนรอบข้างจากมลพิษอากาศหรือปัญหากลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงาน ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องมีการปรับปรุงทั้งทางด้านเทคนิคด้วยการสร้างอุปกรณ์บำบัดมลพิษให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยในปี 2564&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/">ก.อุตฯ สั่ง กรอ. คุมเข้มการระบายมลพิษโรงงานอุตสาหกรรม – กรอ. ผุดแนวคิดพัฒนา “Mobile App” เช็คสถานะมลพิษแบบ Real Time</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) คุมเข้มป้องกันโรงงานปล่อยมลพิษสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน ด้าน กรอ. เผยเตรียมพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน (Mobile Application) ตรวจเช็คการระบายมลพิษเป้าหมายกว่า 7,000 โรง สามารถทราบผลได้ทันทีแบบ Real time พร้อมดึงชุมชนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวัง ติดตาม และกำกับดูแลโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ คาดสามารถเปิดตัว Mobile App และใช้งานได้ภายในปีนี้</strong><span id="more-17157"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษจากการประกอบกิจการในโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนรอบข้างจากมลพิษอากาศหรือปัญหากลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงาน ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องมีการปรับปรุงทั้งทางด้านเทคนิคด้วยการสร้างอุปกรณ์บำบัดมลพิษให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยในปี 2564 กระทรวงฯได้จัดสรรงบประมาณให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ไปดำเนินการจัดการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและทางน้ำ โดยสั่งการให้กำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปลดปล่อยมลมพิษที่ส่งผลผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในชุมชนโดยรอบอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันให้ดึงประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้โรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นสุข</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายประกอบ วิวิธจินดา</strong></span> <strong>อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)</strong> กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารบนระบบสมาร์ทโฟนมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งมีความสามารถในการแสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ ดังนั้น กรอ.จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน (Mobile Application) เพื่อสื่อสารแสดงข้อมูลด้านการระบายมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยที่ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลสถานการณ์การระบายมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจุบัน (Real Time) เสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง ติดตาม รับทราบการระบายมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมตลอดเวลา</p>
<p>“ระบบแอปพลิเคชันนี้จะแสดงข้อมูลด้านต่าง ๆ เช่น ข้อมูลพื้นฐาน พิกัดที่ตั้งโรงงาน พื้นที่/สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณโดยรอบโรงงาน ประเภทการประกอบกิจการ ตลอดจนข้อมูลการระบายมลพิษโรงงาน ทั้งในรูปแบบที่เป็นปัจจุบัน (Real Time) และผลการตรวจวัดที่ กรอ. ดำเนินการตรวจกำกับดูแลล่าสุด เพื่อเสริมสร้างการรับรู้เข้าถึงข้อมูลด้านมลพิษโรงงานสู่ภาคประชาชนได้อย่างเปิดเผย สะดวกและรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ในการเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงของการระบายมลพิษจากการประกอบกิจการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเช็คสถานะของการปล่อยมลพิษว่าเกินหรือไม่ ยังสามารถช่วยในการดูแลป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัยอีกด้วย โดยขณะนี้ กรอ. อยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษาการวางระบบแอปพลิเคชันนี้ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมกับโรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประมาณ 7,000 โรงงาน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวระบบแอปพลิเคชัน (Mobile Application) และใช้งานได้ภายในปี 2564” นายประกอบ วิวิธจินดา กล่าว</p>
<p>การพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน (Mobile Application) จะมีรูปแบบที่ใช้งานง่าย ตรงความต้องการของประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่สามารถกำกับดูแลโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะสามารถแสดงข้อมูล ดังนี้</p>
<ol>
<li>แสดงจุดที่ตั้งของโรงงานเชิงพื้นที่ ในรัศมี 5 กิโลเมตร หรือแสดงในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จากจุดที่โทรศัพท์มือถืออยู่บนแผนที่พร้อมแสดงรายละเอียดประกอบต่าง ๆ เช่น ชื่อถนน สถานที่สำคัญต่าง ๆ บริเวณใกล้เคียง ทำให้รับทราบว่าโรงงานตั้งอยู่ใกล้เคียงสถานที่บริเวณใด</li>
<li>แสดงข้อมูลพื้นฐานโรงงาน ชื่อ ประเภทการประกอบกิจการ ทำให้ทราบว่าโรงงานนั้น ๆ ผลิตหรือประกอบกิจการอะไร และแสดงจุดที่ระบายน้ำทิ้งออกนอกโรงงาน หรือจุดกักเก็บน้ำ หรือจุดที่มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ และจุดที่ตั้งปล่องระบาย</li>
<li>แสดงสถานะการระบายสารมลพิษของรายโรงงานในขอบข่ายพื้นที่ที่กำหนด โดยถ้าเป็นโรงงานที่ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษระยะไกลอย่างต่อเนื่องแบบอัตโนมัติ (มลพิษน้ำทิ้งระบายออกนอกโรงงาน BOD/COD online , มลพิษอากาศจากปล่องระบาย CEMs) ก็จะแสดงข้อมูลการระบายมลพิษที่มีการตรวจวัด ณ เวลานั้น ๆ พร้อมสัญลักษณ์แสดงสถานะระดับการระบายมลพิษเมื่อเทียบกับมาตรฐาน ระดับปกติ ระดับเฝ้าระวัง และระดับเตือนภัย (หากเกินมาตรฐาน)</li>
</ol>
<p><strong>ทั้งนี้ ระบบจะช่วยในการตรวจกำกับดูแลการระบายมลพิษโรงงานเชิงพื้นที่ สามารถทำการสืบค้นข้อมูลรายโรงงานในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลย้อนหลังได้จากระบบฐานข้อมูลมลพิษโรงงานของ กรอ. โดยระบบจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบเตือนภัยมลพิษโรงงานหลักของ กรอ. ในการประเมินผลข้อมูลเชิงพื้นที่ เชิงประเภทการประกอบกิจการ และสภาพความสกปรกหรือระดับปริมาณการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม (Pollution Loading)</strong></p>
<hr />
<p>Source: กระทรวงอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/">ก.อุตฯ สั่ง กรอ. คุมเข้มการระบายมลพิษโรงงานอุตสาหกรรม – กรอ. ผุดแนวคิดพัฒนา “Mobile App” เช็คสถานะมลพิษแบบ Real Time</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Mar 2021 09:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทองชัย ชวลิตพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16733</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-16733"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ <strong>BCG Model</strong> เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อกำหนดแนวทางและบูรณาการจัดทำแผนงานโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงฯ มุ่งเน้นไปที่ 4 เป้าหมายหลัก</p>
<h3>BCG Model วาระแห่งชาติ มุ่งเน้น 4 เป้าหมายหลัก</h3>
<ol>
<li>สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างโมเดลธุรกิจและผู้ประกอบการใหม่</li>
<li>สร้างความยั่งยืนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานลดของเสียและมลพิษสิ่งแวดล้อม</li>
<li>สร้างความยั่งยืนให้ภาคอุตสาหกรรมตามนโยบายตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย และ</li>
<li>ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ในองค์กรและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนให้ความสำคัญ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป</li>
</ol>
<figure id="attachment_16735" aria-describedby="caption-attachment-16735" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-16735" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg" alt="นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-16735" class="wp-caption-text">นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</strong> </span><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า สศอ. ได้เล็งเห็นความสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทั้งในระดับสากลและวาระแห่งชาติเรื่อง BCG Economy Model จึงได้จัดทำแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ มุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดจากทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์ (Zero Waste) เน้นการปรับโครงสร้างการผลิตสู่รูปแบบใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การจัดการของเสีย จนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่ประเทศด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร ปรับกระบวนการผลิตและการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ การเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่โดยนำของเสีย/วัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับรูปแบบธุรกิจสู่โมเดลธุรกิจหมุนเวียน และการสร้าง Circular Startup</p>
<p><strong>นายทองชัย</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมข้างต้นแล้ว สศอ. ยังได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา (Cross-cutting Measures) ครอบคลุมทั้งในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ และการพัฒนาระบบนิเวศ (Eco-system) ต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบการมาตรฐานสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน การปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนการนำขยะ/ของเสียไปใช้เป็นทรัพยากรในการผลิต มาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น โดย สศอ. ได้ผลักดันข้อเสนอมาตรการเหล่านี้ผ่านกลไกขับเคลื่อน BCG Model ในระดับประเทศ ควบคู่กับการผลักดันการดำเนินงานผ่านกลไกความร่วมมือเชิงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมา สศอ. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยให้การรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพแก่ผู้ประกอบการ</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่การพัฒนาในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนำร่องในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมทั้งกำหนดรูปแบบความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทานและโมเดลต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในสาขาผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่มีศักยภาพ ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.พลังงาน และ ก.อุตฯ เข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ในงาน Motor Show 2021 ครั้งที่ 42</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-motor-show-2021/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-motor-show-2021/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2021 08:37:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Motor Show 2021]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[กุลิศ สมบัติศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[งานบางกอกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์]]></category>
		<category><![CDATA[สุพันธุ์ มงคลสุธี]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16706</guid>

					<description><![CDATA[<p>24 มีนาคม 2564 &#8211; คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ นำโดย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าเยี่ยมชมงาน Motor Show 2021 ครั้งที่ 42 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-motor-show-2021/">ก.พลังงาน และ ก.อุตฯ เข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ในงาน Motor Show 2021 ครั้งที่ 42</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>24 มีนาคม 2564 &#8211; <strong>คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ นำโดย <span style="color: #6cb742;">นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย<span style="color: #6cb742;">นายสุพันธุ์ มงคลสุธี</span> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย <span style="color: #6cb742;">นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม <span style="color: #6cb742;">นายกุลิศ สมบัติศิริ</span> ปลัดกระทรวงพลังงาน และ<span style="color: #6cb742;">นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์</span> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าเยี่ยมชมงาน Motor Show 2021 ครั้งที่ 42 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อนำมาเป็นแนวทางการกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในอนาคต</strong><span id="more-16706"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16710" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-EV-01.jpg" alt="EV TECH ZONE งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-EV-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-EV-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-EV-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-EV-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ได้เข้าเยี่ยมชมงาน และเยี่ยมชมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ อาทิ แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถยนต์ต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่มีศักยภาพในการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16707" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-02.jpg" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า EV ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16708" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-03.jpg" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า EV ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42" width="680" height="472" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-03-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Motor-Show-2021-03-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>สำหรับ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 (The 42nd Bangkok International Motor Show 2021) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม &#8211; 4 เมษายน 2564 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน &#8211; Twitter EPPO Thailand @EppoThailand</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-motor-show-2021/">ก.พลังงาน และ ก.อุตฯ เข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ในงาน Motor Show 2021 ครั้งที่ 42</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-motor-show-2021/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2021 04:25:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16674</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนตไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก 24 มีนาคม 2564 &#8211; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนตไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</strong></p>
<p><span id="more-16674"></span></p>
<p>24 มีนาคม 2564 &#8211; <strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) โดยมี <strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใชเ้ครื่องยนต์สันดาปไปสู่<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16717" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow.jpg" alt="นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และงดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้น เพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานนโยบายด้านพลังงานของไทยสอดคล้องกับกระแสของโลก จึงมีนโยบายลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมาผลิตเครื่องยนต์สันดาปซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงได้วางเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตและการใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 <strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>จะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ในการดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันพิจารณาส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย รถยนต์ จักรยานยนต์ และรถบัสสาธารณะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี 2568 รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,055,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 15,580,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน และได้วางเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในปี 2568 จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,051,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 620,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 18,413,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 8,625,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,330,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 458,000 คัน</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ 1-5 ปี ดังนี้ มาตรการกระตุ้นการใช้รถ EV ระยะเร่งด่วน โดยจะมุ่งส่งเสริมการใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>ทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่และการบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มาตรการกระตุ้นระยะ 1-5 ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ตามมาตรฐานสากล (EcoSystem) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้น ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน 2. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและแบตเตอรี่เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า 3. คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และ 4. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินนโยบายไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเกิดการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันในการเดินหน้านโยบายส่งเสริม<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</p>
<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญต่อประเทศ และอุตสาหกรรมของประเทศเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดนโยบายที่ชัดเจนที่จะทำให้บ้านเมืองเราสวยงามและทันสมัย</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><a title="คาดตลาด EV ในประเทศไทยเติบโตก้าวกระโดดในช่วงปี 2564-2566" href="https://www.greennetworkthailand.com/รถยนต์ไฟฟ้า-ev-ไทย-โต-ปี-2564-2566/">ส.อ.ท. คาดตลาด EV ในประเทศไทยเติบโตก้าวกระโดดในช่วงปี 2564-2566</a></li>
<li><a title="แนะเคล็ดลับการเลือก EV CAR" href="https://www.greennetworkthailand.com/การเลือก-รถยนต์ไฟฟ้า-ev-car/">แนะเคล็ดลับการเลือก EV CAR</a></li>
<li><a title="EV FlashBattery แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ชาร์จเต็มใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 300 ไมล์" href="https://www.greennetworkthailand.com/storedot-แบตเตอรี่-ev-flashbattery-ชาร์จ-5-นาที/">EV FlashBattery แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ชาร์จเต็มใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 300 ไมล์</a></li>
<li><a title="ฟอร์ดทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโรงงานในเยอรมนี เตรียมลุยตลาดรถ EV ยุโรป" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฟอร์ด-รถยนต์ไฟฟ้า-ev-ยุโรป/">ฟอร์ดทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโรงงานในเยอรมนี เตรียมลุยตลาดรถ EV ยุโรป</a></li>
<li><a title="ออสโล เมืองแรกของโลกที่ใช้ ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)" href="https://www.greennetworkthailand.com/ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สาย/">ออสโล เมืองแรกของโลกที่ใช้ ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a></li>
<li><a title="อนาคตใน 2 ทศวรรษหน้า ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า" href="https://www.greennetworkthailand.com/แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า/">อนาคตใน 2 ทศวรรษหน้า ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า</a></li>
<li><a title="อังกฤษหนุนพลังงานสะอาด อีก 10 ปี เลิกขายรถใช้น้ำมัน หันใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทน" href="https://www.greennetworkthailand.com/อังกฤษ-เลิกรถใช้น้ำมัน/">อังกฤษหนุนพลังงานสะอาด อีก 10 ปี เลิกขายรถใช้น้ำมัน หันใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทน</a></li>
</ul>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล | Twitter EPPO Thailand @EppoThailand</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรอ. ลุยดึง 65 โรงงานร่วมโครงการ CSR-DIW ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad-65-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-csr-diw/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad-65-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-csr-diw/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2021 04:56:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[CSR-DIW]]></category>
		<category><![CDATA[กรมโรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ประกอบ วิวิธจินดา]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ CSR-DIW]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16171</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ(Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Work : CSR-DIW) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน “สั่งการกรมโรงงานฯ เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad-65-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-csr-diw/">กรอ. ลุยดึง 65 โรงงานร่วมโครงการ CSR-DIW ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน</strong><span id="more-16171"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ(Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Work : CSR-DIW) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“สั่งการกรมโรงงานฯ เร่งผลักดันโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 13 และจะดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่รัฐบาลกำลังทำอยู่เช่นกัน” <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประกอบ วิวิธจินดา</strong></span> <strong>อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)</strong> กล่าวว่า กรอ.เร่งดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดรับสมัครโรงงานฯในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 20 จังหวัด 23 พื้นที่ รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมนอกพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยตั้งเป้าว่าปี 2564 จะต้องมีโรงงานเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 65 โรงงาน เพื่อนำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ CSR-DIW จะมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ (CSR in process) และความรับผิดชอบต่อสังคมกับชุมชนโดยรอบ (CSR after process) ขณะเดียวกันในขั้นตอนการดำเนินการตามมาตรฐาน CSR-DIW นั้น โรงงานต้องจัดทำแผนงานหรือกิจกรรมที่อาศัยศักยภาพของโรงงานทั้งทางด้านองค์ความรู้ บุคลากร ทรัพยากร และแบ่งปันผลประโยชน์คืนให้แก่ชุมชน โดยแผนงานหรือกิจกรรมดังกล่าวต้องผ่านการกระบวนการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างโรงงานและชุมชน” <strong>อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ กรอ.ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่สนับสนุนการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น การนำวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยเป็นการสร้างสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมได้รับการยอมรับ เชื่อมั่น ไว้วางใจ จากชุมชนและสังคม สามารถดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมโครงการแล้ว 1,066 โรงงาน และปีนี้อยู่ระหว่างเปิดรับสมัคร ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้ามาได้จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 02-202-4025 หรือเข้าไปที่ http://ecocenter.diw.go.th/csr/</strong></p>
<hr />
<p>Source: กระทรวงอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad-65-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-csr-diw/">กรอ. ลุยดึง 65 โรงงานร่วมโครงการ CSR-DIW ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad-65-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-csr-diw/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2020 08:40:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MEA]]></category>
		<category><![CDATA[MG]]></category>
		<category><![CDATA[PEA]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[จาง ไห่โป]]></category>
		<category><![CDATA[พรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล]]></category>
		<category><![CDATA[พิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสกสรร เสริมพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคดี แก้วแสง]]></category>
		<category><![CDATA[ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14734</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดนโยบาย ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยในอนาคต และตาม Roadmap ของรัฐบาลได้มีการตั้งเป้าหมาย การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งนี้หากประเทศ ใดมีความพร้อมย่อมที่จะฉกฉวยความได้เปรียบในการเป็นฐานการ ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญภายในประเทศได้ ก็จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น เผยไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดนโยบาย ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยในอนาคต และตาม Roadmap ของรัฐบาลได้มีการตั้งเป้าหมาย การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งนี้หากประเทศ ใดมีความพร้อมย่อมที่จะฉกฉวยความได้เปรียบในการเป็นฐานการ ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญภายในประเทศได้ ก็จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น</strong><span id="more-14734"></span></p>
<h2>เผยไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ปี’62 ผลิตและส่งจำหน่ายอันดับ 11 ของโลก</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14743" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit.jpg" alt="สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" width="480" height="577" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-150x180.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-416x500.jpg 416w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ โดยในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา สามารถผลิตและ ส่งออกจำหน่ายอยู่ในอันดับ 11 ของโลก และด้วยการ เปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก จากยานยนต์แบบดั้งเดิมที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน สู่โลกยานยานต์สมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ทำให้รัฐบาล ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเร่งดำเนินนโยบาย บูรณาการทำงานเพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เปลี่ยนผ่านให้สามารถปรับตัวและต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตดั้งเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการแข่งขันและก้าวขึ้นสู่ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลัก202010ในการกำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกรูปแบบ เพื่อให้ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ได้ออกข้อกำหนด ระเบียบ และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อ สร้างอุปทาน มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ การจัดทำ มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ใช้เองภายในประเทศ การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลักตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมาตรการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14742" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive.jpg" alt="Roadmap ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าไทย" width="800" height="254" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-300x95.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-768x244.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-150x48.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-500x159.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>แผน Roadmap ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี’73</h2>
<p>สำหรับแผนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ตาม Roadmap จากการประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ได้ตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. 2573 ไว้ที่ 30% ของการผลิตรถยนต์ ในไทย แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563- พ.ศ. 2565 ผลิตรถสำหรับราชการ รถบัสสาธารณะ รถจักรยานยนต์ สาธารณะ และยานยนต์ส่วนบุคคลอื่นๆ จำนวน 60,000-110,000 คัน ระยะกลาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564-พ.ศ. 2568 จะเร่งผลักดัน Eco EV จำนวน 100,000-250,000 คัน และผลักดันสมาร์ท ซิตี้ บัส จำนวน 1,000-3,000 คัน และระยะยาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569-พ.ศ. 2573 จะขยาย จำนวน Eco EV จำนวน 750,000 คัน เพื่อรองรับ Zero Emission และ Sharing Mobility โดยมีเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% ของปริมาณการผลิต 2.5 ล้านคัน</p>
<p>ในส่วนของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับและการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า สุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการติดตั้งสถานี อัดประจุไฟฟ้า โดยกำหนดค่าไฟฟ้าคงที่ไว้ที่ 2.63 บาทต่อหน่วย และติดตั้ง สถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุม การเดินทางในระยะไกลของยานยนต์ไฟฟ้า ให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าว่าจะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าครอบคลุมทั่วประเทศให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีแนวคิดที่จะนำร่องใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจก่อน พร้อมทั้งมีการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ภายใต้มาตรการยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ผู้บริโภคนำรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี มาแลกเปลี่ยนเป็นรถยนต์ ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและจัดการซากยานยนต์อย่างเป็น ระบบ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเข้ามาศึกษาเรื่องการจัดการซากยานยนต์ ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดการไม่ก่อปัญหาตามมา รองรับการลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ มีการกำหนด กฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดการสร้างโรงงานรองรับการตั้งโรงงานกำจัดซาก ยานยนต์ในประเทศ เพื่อนำซากชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยังสามารถใช้งานได้เข้าสู่ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน และในส่วนของราคายานยนต์ไฟฟ้า จากบริษัทผู้ผลิตในประเทศไทย จะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมตามที่รัฐบาล กำหนด เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระแก่ผู้บริโภค</p>
<h2>BOI พร้อมกระตุ้นการลงทุนในกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ขานรับ Roadmap ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โชคดี แก้วแสง</strong></span> <strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)</strong> กล่าวว่า ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมนำเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย จากนั้นถัดมาเพียง 1 เดือน BOI ก็ได้จัดทำแนวทางและแผนการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานสากลออกมาจูงใจให้กับผู้ประกอบการครอบคลุมทุกด้าน เช่น เรื่องการผลิต ความต้องการตลาด การส่งเสริมการลงทุน การสร้างสถานีชาร์จ รถยนต์ใช้ส่วนบุคคล รถยนต์สาธารณะ และชิ้นส่วน สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>ในระยะแรกที่เราเปิดการส่งเสริมการลงทุนนั้น มีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แม้จะมีการเปิดส่งเสริมการลงทุนทุกประเภท เพราะในขณะนั้นยังขาดข้อมูลและแรงจูงใจในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งระบบโครงสร้าง พื้นฐานภายในประเทศยังไม่เอื้ออำนวยให้การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากเท่ากับ ในปัจจุบัน แต่เมื่อกระแสความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ เข้ามามากขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการทยอยเข้ามาขอรับการส่งเสริมการ ลงทุนในส่วนของรถยนต์พลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชีย มียอดการผลิตรวมกันกว่า 560,000 คัน โดยมีการขอส่งเสริมการลงทุนในการผลิตรถยนต์ประเภทไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า</p>
<p>“สำหรับความท้าทายจากโจทย์ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทำง BOI ได้พยายามเร่งพิจารณาส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของสามล้อไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามเทรนด์การใช้งาน นอกจากนี้ จะเปิดรับการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าที่ปิดโครงการไปแล้วเพิ่มเติม พร้อมทั้งทำการสำรวจ ทิศทางความต้องการ ความพร้อมของตลาดยานยนต์ โดยดูรายละเอียดเรื่องผู้ผลิตและผู้ใช้งานไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศ หากพบว่ามี ความต้องการและผลตอบรับคุ้มค่า ก็จะเปิดรับการส่งเสริมการลงทุนอีกครั้ง” <strong>โชคดี</strong> กล่าว</p>
<h2>PEA สร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 11 แห่ง วางแผนสร้างสถานีครอบคลุมทั่วประเทศทุกๆ 100 กม.</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เสกสรร เสริมพงศ์</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)</strong> กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร นนทบุรีและสมุทรปราการ โดยปัจจุบัน PEA มีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 11 แห่ง ติดตั้งหัวชาร์จตามมาตรฐาน นานาชาติ 3 แบบ ได้แก่ CHAdeMO, CCS Combo2 และ AC Type2 เพื่อรองรับรถหลากหลายค่าย กระจายอยู่ในพื้นที่รอบๆ กรุงเทพฯ ตาม สถานที่ท่องเที่ยว เช่น พัทยา หัวหิน และอยุธยา เป็นต้น โดยที่พัทยามีการ ตอบรับของผู้ใช้แท็กซี่รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้จำนวนมาก เนื่องจากให้บริการฟรี และมีแผนสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามเส้นทางหลักทุกๆ 100 กิโลเมตร ตามแผนในระยะที่ 1 ภายในปี พ.ศ. 2563 จะสร้างเพิ่มให้เสร็จอีก 62 แห่ง 42 จังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น ชลบุรี จันทบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ กาญจนบุรี ชัยนาท และสิงห์บุรี เป็นต้น โดยร่วมกับสถานีปั๊มน้ำมันบางจาก จัดสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า 56 แห่ง และพื้นที่ของ PEA เองอีก 6 แห่ง แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้แผนการดำเนินการล่าช้าออกไปจากเดิมที่จะก่อสร้างเสร็จในไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2563 ต้องเลื่อนออกไปแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2564</p>
<p>ในระยะที่ 2 PEA จะดำเนินการก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2564- พ.ศ. 2565 อีก 64 แห่ง ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าทั้งหมด 137 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร โดยต้นทุนในการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้ารวมทั้งหมดเฉลี่ย 2.5 ล้านบาท ต่อ 1 แท่นชาร์จ ซึ่งการลงทุนของ PEA ไม่มีกำไร แต่เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือกับทางภาครัฐตามแผน Roadmap ขับเคลื่อน EV ให้เกิดขึ้นจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14741" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology.jpg" alt="เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า" width="800" height="464" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-300x174.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-768x445.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-150x87.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-500x290.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าผ่าน PEA VOLTA Application</h2>
<p>สำหรับอัตราค่าบริการในการอัดประจุไฟฟ้าแต่ละครั้ง PEA คาดว่าจะเริ่มนำร่องเก็บประมาณในช่วงเดือนกันยายนศกนี้เป็นต้นไป โดยประชาชนผู้ใช้สามารถเข้าใช้งาน โดยค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าผ่าน แอปพลิเคชัน PEA VOLTA Application ณ สถานี PEA VOLTA 5 แห่งแรก ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เปิดตั้งแต่เวลา 06.00- 20.00 น. PEA VOLTA จังหวัดสมุทรสาคร เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. PEA VOLTA เขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. PEA VOLTA หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. และ PEA VOLTA พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ใช้ สามารถบริหารจัดการเวลาในการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าของตนเอง รวมถึงชำระค่าบริการผ่าน PEA VOLTA Application โดยมีอัตราค่าบริการ คือ อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาทต่อหน่วย ในช่วง 202012Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาทต่อหน่วย และอัตราค่าบริการอัดประจุ ไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาทต่อหน่วย ในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาทต่อหน่วย</p>
<figure id="attachment_14740" aria-describedby="caption-attachment-14740" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-14740" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV.jpg" alt="MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%" width="800" height="473" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-300x177.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-768x454.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-150x89.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-500x296.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-14740" class="wp-caption-text">MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%</figcaption></figure>
<h2>MEA เตรียมขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 118 แห่ง ภายในปี’65 พร้อมพัฒนาแอปฯ ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วประเทศ</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล</strong></span> <strong>ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (MEA)</strong> กล่าวว่า MEA ให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน ครอบคลุมพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งพฤติกรรมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะแตกต่างจากของ PEA เพราะส่วนใหญ่คนที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะนิยมชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้านจนเต็มแล้วนำรถออกมาใช้งาน และมีพื้นที่ของเอกชนหลายๆ ส่วนเริ่มเปิด พื้นที่ให้มีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าบริการ เช่น ในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่โรงแรม เป็นต้น แต่ก็มีโอกาสที่แบตเตอรี่หมดในระหว่างใช้งานได้ MEA จึงได้สร้างสถานีให้บริการอัดประจุไฟฟ้าขึ้น โดยพิจารณาเส้นทางการ ติดตั้งที่มีจำนวนคนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเข้าไปใช้บริการจำนวนมากเป็นหลัก เพื่อประหยัดต้นทุนในการสร้างแต่ละสถานี ความรวดเร็วในการชาร์จต่อครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกต้องใช้เวลาชาร์จไม่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง เพื่อให้การกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้ประมาณ 80% แล้วนำไป ใช้งานต่อได้ และการชาร์จแต่ละครั้งต้องมีการรักษาแบตเตอรี่ให้ใช้งานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 10 แห่ง จำนวน 15 แท่นชาร์จ และมีแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 118 แห่ง รวมเป็น 128 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2565 พร้อมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันในการค้นหา สถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งประเทศ และสามารถจองแท่นชาร์จก่อนเข้ารับบริการได้ ทั้งนี้คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2569 จะมียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยใช้งาน ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นการใช้งานในพื้นที่ MEA ที่ให้บริการไม่ต่ำกว่า 300,000 คัน และพื้นที่ภูมิภาคอีกประมาณ 1.2 ล้านคัน</p>
<p>สำหรับแผนการส่งเสริมให้ประชาชนปรับการใช้ยานยนต์ดั้งเดิมมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม MEA เตรียมแผนที่จะมอบแท่นชาร์จไฟฟ้าให้ผู้สนใจร่วมกับบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นพันธมิตรทุกๆ รายในอนาคต พัฒนาแอปพลิเคชันในการค้นหานำทางสถานีชาร์จไฟฟ้าให้มีความเสถียรแบบเรียลไทม์ในทุกๆ พื้นที่ ศึกษาวิจัยการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้า หัวชาร์จเจอร์มีความเหมาะสม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อนำมาปรับการดำเนินการรองรับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นและพร้อมสนองนโยบายภาครัฐ</p>
<h2>สถาบันยานยนต์พร้อมให้บริการทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์</strong> กล่าวว่า สถาบันยานยนต์เป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อตั้งมา 22 ปี มีพันธกิจในการศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยียานยนต์ สรุปรายงานเสนอรายงานความคืบหน้าในส่วนการทำงานต่างๆ เผยแพร่แก่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา บุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ฝึกอบรม ศูนย์ทดสอบเรื่อง ชิ้นส่วนยานยนต์ตามมาตรฐาน มอก. ของไทย และมาตรฐานต่างประเทศ ปัจจุบันมีสถานที่ตั้งอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ กล้วยน้ำไท ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล มีแท่นชาร์จไฟฟ้า 1 แท่น ให้บริการประชาชนทั่วไปโดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย แต่ต้องอนุญาตเข้าใช้บริการก่อนทุกครั้ง นิคมอุตสาหกรรม บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ตัวอาคารได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น และ เครื่องมือจาก สมอ. ทำหน้าที่ทดสอบเรื่องมลพิษ EURO4 EURO5 ทดสอบ หมวกกันน็อก กระจกนิรภัย และอื่นๆ และสนามไชยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่ได้รับอนุเคราะห์ 1,295 ไร่ เพื่อทำหน้าที่ทดสอบ ด้าน EV ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ก่อสร้างแล้วเสร็จพื้นที่สนามไชย 1 พื้นที่ทดสอบยางล้อ ส่วนอื่นๆ เช่น พื้นที่อาคารสำหรับ ทดสอบแบตเตอรี่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตัวอาคารคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณพฤศจิกายน พ.ศ. 2563</p>
<p>ส่วนเฟสที่ 2 เป็นการสร้างสนามสำหรับขับทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า ทุกระบบ อยู่ระหว่างเร่งการก่อสร้าง มีล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เพราะในพื้นที่ใกล้เคียงมีการแพร่เชื้อจากสนามมวยก่อนหน้านี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2564 และในเฟสที่ 3 จะเก็บตกทุกๆ งานให้แล้วเสร็จ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องจักรและเครื่องมือ ในส่วนต่างๆ ที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ จะแล้วเสร็จประมาณไตรมาสแรก ของปี พ.ศ. 2564 สำหรับการเตรียมบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานภายใน สนามไชยนั้น สถาบันฯ ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับศูนย์ทดสอบ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) และเตรียมความพร้อมอีกส่วน จากกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานความรู้เรื่องยานยนต์ไฟฟ้ามาร่วม อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภายในศูนย์ทดสอบที่สนามไชย รองรับยานยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาทดสอบ เช่น ทดสอบ ประสิทธิภาพทั้งคัน การออกแบบใช้วัสดุจากนาโนเทคหรือใช้จากวัสดุ อะไรบ้าง โครงสร้างตัวรถมีความปลอดภัยในระดับขั้นไหน สุขอนามัยภายในตัวรถมีมากน้อยเพียงใด และระบบฟอกอากาศภายในตัวรถจะ ล้ำสมัย สามารถฆ่าเชื้อไวรัสชนิดใดได้บ้าง เป็นต้น ซึ่งศูนย์ทดสอบจะต้อง เซ็ตระบบการทดสอบรองรับความก้าวหน้าของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตทุกรูปแบบ</p>
<h2>PTEC เตรียมสร้าง Lab Test รถขนาดใหญ่ &#8211; ยานยนต์ไฟฟ้า อัตโนมัติไร้คนขับในอนาคต</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า PTEC ได้เข้าไปมีบทบาทร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม มาอย่าง ยาวนาน โดยเฉพาะในเรื่องการกำหนดมาตรฐานของแบตเตอรี่และ การทดสอบแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จ หัวชาร์จ และมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการสร้างนักวิจัยคนไทยขึ้นมาทำการออกแบบสร้างแบตเตอรี่ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงใช้เองภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการทำงานวิจัยอื่นๆ ร่วมกับการสร้าง Lab Test ระบบภายในยานยนต์ไฟฟ้า อย่างครบวงจร เช่น การระบายความร้อนของแบตเตอรี่เพื่อป้องกัน การก่อประกายไฟจนเกิดการลุกไหม้ ทำให้ผู้ใช้ไม่มีความปลอดภัย การสั่นสะเทือนขณะขับขี่ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ทดสอบโครงสร้างตัวยานยนต์ในเรื่องน้ำหนักเบา และรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการควบคุมเรื่อง ความถี่ของรถที่จะไม่กวนการทำงานของเครื่องยนต์หรือซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง ภายในตัวรถ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและคุณภาพการขับขี่บนถนนทุกรูปแบบในประเทศไทย ในอนาคตกำลังดำเนินการสร้าง Lab Test รถขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเกิน 4 ล้อ เช่น รถบัส 2 ชั้น พร้อมทั้งสร้าง Lab Test ยานยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติไร้คนขับ</p>
<p>สำหรับความพร้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยนั้น มองว่ากำลังเดินหน้าตามแผนดำเนินการที่วางไว้อย่างเป็นระบบ อาจจะล่าช้า ไปบ้างในบางส่วนตามตัวแปรที่ควบคุมได้ยาก เช่น เรื่องสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การทำงานหยุดชะงักลง โดยเฉพาะ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งในส่วนของถนน การวางระบบ โครงข่ายโทรคมนาคม 5G เพื่อให้ยานยนต์ไฟฟ้าใช้ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง มากับตัวรถ พูดคุยกับโครงสร้างพื้นฐานระหว่างเส้นทางขับขี่ เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจในศักยภาพมาตรฐานของฐานการผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมที่เป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่เข้มแข็งเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ของไทยก้าวกระโดด หากรู้จักปรับใช้นวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้สำหรับ ข้อแนะนำผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกๆ บริษัทที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่เป็นสิ่งแรก และ ควรมีการทำประกันแบตเตอรี่ให้กับผู้บริโภคที่ใช้งานของแต่ละบริษัทจะมี ระยะเวลากี่ปีก็ตามข้อตกลงของแต่ละบริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและ เป็นอีกแรงจูงใจให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม</p>
<h2>MG สร้างแท่นชาร์จให้บริการลูกค้าผ่านโชว์รูมศูนย์บริการ MG ทั่วประเทศ 100 แห่ง ในปี’63</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14738" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG.jpg" alt="มร.จาง ไห่โป" width="680" height="475" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-500x349.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร.จาง ไห่โป</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า MG มุ่งมั่น ที่จะพัฒนาระบบยานยนต์ทุกรูปแบบตอบสนองตลาดผู้บริโภค โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา MG ได้เปิดตัว MG ZS EV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับการตอบรับที่ดี ผู้บริโภคชื่นชอบในตัวยานยนต์ที่เปิดตัวและกำลังมีแผนการดำเนินการต่อยอดสร้างยานยนต์ไฟฟ้าตามนิยาม New Generation of Automotive ของ MG ซึ่งให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมารองรับ ระบบยานยนต์ไร้คนขับ และพลังงานทางเลือก ในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญ จะให้ความสำคัญกับทีมงานวิศวกร ช่างเทคนิค และนักคณิตศาสตร์ในการคำนวณสูตรต่างๆ ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้ง จัดอบรมส่งเสริมให้มีการศึกษา สร้างงานวิจัยเผยแพร่ภายในองค์กร เพื่อร่วมกันคิดค้นยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับการสร้างแท่นชาร์จเพื่อบริการลูกค้าของ MG จะดำเนินการ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการ MG ทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563 นี้ คาดว่า ในระยะแรกจะมีประมาณ 100 แห่ง และจะมองหาพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมอีก 1 เท่าตัวในปี พ.ศ. 2564 ผ่านพันธมิตรทางการค้า ซึ่งจะเลือกพื้นที่ที่ติดทางหลวง และในระยะที่ 3 จะเริ่มให้ครบทั่วประเทศ เช่น ในสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ห้างสรรพสินค้า หมู่บ้านขนาดใหญ่ ที่พักอาศัย และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในประเทศไทย ส่วนงบการลงทุนสร้างแท่นชาร์จของ MG ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 แท่นชาร์จ ขณะนี้ภาพรวมการทำธุรกิจ ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังไม่มีปัญหาและอุปสรรคมากนัก อีกทั้งด้วยความพร้อมของประเทศไทยจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของ MG ได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้น</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 101 กันยายน-ตุลาคม 2563 คอลัมน์ Report โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;สุริยะ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2020 02:56:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14148</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&#8221; เดินหน้าดำเนินนโยบายเร่งให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตรงตามเป้าหมาย ให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030 27 สิงหาคม 2563 &#8211; นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ งานสัมมนา &#8220;New Generation of Automotive&#8221; ในหัวข้อ &#8220;Road Map ไทย ขับเคลื่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">“สุริยะ” รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&#8221; เดินหน้าดำเนินนโยบายเร่งให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตรงตามเป้าหมาย ให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</strong></p>
<p><span id="more-14148"></span></p>
<p>27 สิงหาคม 2563 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ งานสัมมนา &#8220;<strong>New Generation of Automotive</strong>&#8221; ในหัวข้อ &#8220;<strong>Road Map ไทย ขับเคลื่อน EV</strong>&#8221; โดย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายและมาตรการ ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก โดยในปี 2019 มีการผลิตอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก ให้สามารถปรับตัวและต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เป็นอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14155 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01.jpg" alt="&quot;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&quot; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &quot;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&quot;" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันเพื่อให้เกิดการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญภายในประเทศ โดยมีมาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ ตามมาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีมาตรการครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน (Supply) มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ (Demand) การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และมาตรการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>โดยจากการประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติครั้งที่ 1 ได้เห็นชอบโรดแมพ ตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2030 ไว้ที่ 30% ของการผลิตรถยนต์ในไทย แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น (ปี 2020-2022) ผลิตรถสำหรับรถราชการ รถสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ 60,000-110,000 คัน ระยะกลาง (ปี 2021-2025) จะผลักดัน ECO EV จำนวน 100,000-250,000 คัน และผลักดันสมาร์ท ซิตี้ บัส จำนวน 1,000-3,000 คัน และระยะยาว (ปี 2026-2030) จะขยายจำนวน Eco EV เพื่อรองรับ Zero Emission และ Sharing Mobility และมีเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% ของปริมาณการผลิต 2.5 ล้านคัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14150 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้า" width="680" height="383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ส่วนในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยมีการกำหนดค่าไฟฟ้าคงที่ไว้ที่ 2.63 บาทต่อหน่วย และติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางในระยะไกล</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า EV ภายในประเทศให้มากขึ้น ได้วางแผนตั้งเป้านำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจก่อน นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้อยู่ระหว่างการหารือกับทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้มาตรการยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า นำรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี มาแลกรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและจัดการซากยานยนต์ โดยจะมีการศึกษาเรื่องการจัดการซากยานยนต์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างเป็นระบบ รองรับการลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">“สุริยะ” รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
