<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โคคา-โคล่า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Dec 2024 02:08:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โคคา-โคล่า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 02:02:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36932</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ที่ทันสมัย ผสานนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคใต้ ด้วยยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง HTC ก่อตั้งในปี 2512 ปัจจุบัน หาดทิพย์มีโรงงานสองแห่งคือ โรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/">หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ที่ทันสมัย ผสานนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคใต้ ด้วยยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>HTC ก่อตั้งในปี 2512 ปัจจุบัน หาดทิพย์มีโรงงานสองแห่งคือ โรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ในสาขา 19 แห่งที่ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มีตัวแทนมากกว่า 46,000 Outlets รถบรรทุกมากกว่า 2,000 คัน และรถหัวลากมากกว่า 60 คัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36934" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>ชูศักยภาพโรงงานผลิตระดับโลก<br />
พร้อมสายการผลิตขวดแก้วอันทันสมัย</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36935" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>จอห์น เบเนเดตตี รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส &#8211; ซัพพลายเชน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ของภาคใต้มากว่า 55 ปี หาดทิพย์เดินหน้ายกระดับกระบวนการและเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผสานความยั่งยืนในกระบวนการผลิต เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการใช้พลังงานสะอาด โดยโรงงานพุนพิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 315 ไร่ เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2556 เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและให้บริการผู้บริโภคในภาคใต้ตอนบนได้ดียิ่งขึ้น ภายในโรงงานประกอบด้วยสายการผลิตที่ทันสมัยจำนวน 6 สาย ซึ่งได้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย แบ่งเป็นสายการผลิตเดิม 4 สาย และสายการผลิตอาคารใหม่ 2 สาย กำลังการผลิตเครื่องดื่มขวดพลาสติก 75 ล้านขวด/ปี เครื่องดื่มประเภทแคน 18 ล้านลัง/ปี เครื่องดื่มขวดแก้ว 12 ล้านลัง/ปี และเครื่องดื่มเช้มข้นสำหรับกด (Fountain) 160,000 กล่อง/ปี โดยมีคลังสินค้าพื้นที่ 22,000 ตร.ม.</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36936" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ล่าสุดได้เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ ( RGB) เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถผลิตได้ทั้งขวดแก้วชนิดคืนขวดและไม่คืนขวด ด้วยกำลังการผลิตขวดแก้วสูงสุดถึง 800 ขวดต่อนาที นับเป็นไลน์การผลิตขวดแก้วที่เป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ใช้ระบบ Fully Automated Bottle Inspection -ASEBI ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบขวดแก้วทุกขวด เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดและไม่มีสิ่งปนเปื้อน และยังสามารถบรรจุน้ำที่อุณหภูมิสูงขึ้น 230c โดยไม่เกิดฟองสบู่ ช่วยลดการใช้พลังงานในการบรรจุค่อนข้างสูง หลังจากนี้ จะมีการทยอยปรับการผลิตเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วจากที่โรงงานหาดใหญ่มายังโรงงานพุนพิน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2567 และสามารถผลิตได้เต็มรูปแบบในปี 2568</p>
<p>สายการผลิตขวดแก้วใหม่นี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของหาดทิพย์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วชนิดคืนขวดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร และภัตตาคารในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งผู้บริโภคนิยมดื่มเครื่องดื่มภายในร้าน อีกทั้งยังเป็นประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่หาดทิพย์มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าคู่แข่ง และยังช่วยเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้นด้วย</p>
<p>นอกจากขวดแก้วใหม่แล้ว หาดทิพย์ยังออกแบบลังบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยป้องกันการกระแทก ทำให้ขวดแก้วใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น รวมทั้งใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย</p>
<p>ด้านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนว่า จากการใช้ Dashboard มีการพัฒนามาแล้ว 2 ปี พบว่า 5 อันดับแรกที่ปล่อยคาร์บอน ได้แก่ หลอด Preforms Loquid Sugar ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และสายการผลิตเครื่องดื่มประเภทแคน จากการติดตั้ง Cloud Base Energy Monitoring ทำให้ทราบว่าเครื่องจักรใช้ไฟเกินปกติ ลดการใช้ไฟและบริการจัดการใช้ไฟฟ้า</p>
<h3>พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์<br />
เพื่อส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</h3>
<p><strong>จอห์น เบเนเดตตี</strong> กล่าวถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนว่า หาดทิพย์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้บริโภค โดยมีการดำเนินงาน ดังนีั้ 1<strong>.พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์</strong> โดยตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา หาดทิพย์สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกใหม่ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ลงถึง 911 ตัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 4,078ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าและตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 6600ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2568 ลดการใช้อะลูมิเนียม404 ตัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 592 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดพลาสติกประเภท HDPE ที่ใช้พันลังได้ 354 ตัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก752 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และ ล่าสุดสามารถลดน้ำหนักพลาสติกที่ใช้ผลิตฝาขวดน้ำอัดลมจาก 2.45 กรัม เหลือ 1.75 กรัม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการใช้พลาสติกที่ลดลงถึง 28% ลดปริมาณคาร์บอน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งหาดทิพย์ถือเป็นโรงงานรายแรกของโคคา-โคล่าในเอเชียที่สามารถผลิตได้ โดยในปี 2568ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36937" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>2.เพิ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน หาดทิพย์ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว</strong> เพื่อลดการใช้พลาสติก และใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; ในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่<strong>ผลิตจากพลาสติก PET รีไซเคิล หรือ rPET 100%</strong> (ไม่รวมฉลากและฝา) ในผลิตภัณฑ์ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; สูตรออริจินัล และ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; สูตรไม่มีน้ำตาล ขนาด 1 ลิตร</p>
<h3>จัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</h3>
<p>โรงงานพุนพินลดการใช้และหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% ในการผลิตที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ได้แก่ <strong>1.ลดการใช้น้ำในการผลิต</strong> ปัจจุบันโรงงานพุนพินใช้น้ำ 250 ลบ.ม./ชม คิดเป็น 6,000 ลิตร/ชม. โดยตั้งเป้าลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต จากปัจจุบัน 1.54 ลิตรต่อหน่วยการผลิต ให้เหลือ 1.39 ลิตรต่อหน่วยการผลิต ภายในปี 2573 ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น การปรับขนาดหัวฉีดล้างขวดแก้ว การติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น และการติดตั้งระบบล้างรถอัตโนมัติที่ใช้น้ำจากการหมุนเวียน <strong>2.โครงการ UF Recover Backwash</strong> โดยเปลี่ยนมาใช้ไส้กรอง Ultrafiltration ซึ่งสามารถนำน้ำสะอาดกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 44,513 ลูกบาศก์เมตรต่อปีเมื่อเทียบกับระบบเดิมในปี 2565 ช่วยลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ถึง 9%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36938" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>3. ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อปรับเสถียรแบบธรรมชาติ</strong> บนพื้นที่ 26 ไร่ ซึ่งใช้พลังงานต่ำ โดยใช้แบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic) ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย สามารถรองรับน้ำทิ้งประมาณ 20% ซึ่งเพียงพอกับกำลังการผลิตของโรงงาน และมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งค่า BOD และค่า O2 ในน้ำ ลดการใช้พลังงาน 7 แสน kWh /ปี ลดการปล่อย Co2 ประมาณ 350 ตัน/ปี อีกทั้งยังสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีนก กระรอกและสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่รอบๆ</p>
<h3>ตั้งเป้าสู่ Net Zero ภายในปี 2593<br />
มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36940" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>หาดทิพย์ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น <strong>1.เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด</strong> โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารผลิต และแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ จำนวนมากกว่า 9,000 แผง ที่โรงงานพุนพิน ซึ่งสามารถผลิตพลังงานทดแทนมาใช้ภายในโรงงานได้ถึง 19% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มเติม 2,686 แผงในปีหน้า โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานได้ถึง 28% ก่อนสิ้นปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36941" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>2.การใช้พลังงานทดแทน</strong> เช่น เพิ่มการใช้รถยกไฟฟ้าในคลังสินค้า จำนวน 29 คัน และใช้รถขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิง NGV จำนวน 8 คัน นอกจากนี้ โรงงานพุนพินยังติดตั้งหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิง LPG รวมถึงระบบหมุนเวียนความร้อนกลับมาใช้ใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36942" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>หาดทิพย์มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาการดำเนินงาน และขอการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยในปี 2567 บริษัทฯ ได้ขอการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของหน่วยสินค้าจำนวน 83 ประเภท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36943" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่การพัฒนาชุมชนชาวใต้</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36944" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ด้าน<strong>นันทิวัต ธรรมหทัย รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ – องค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ภาคใต้คือบ้านของหาดทิพย์ นอกจากการพัฒนาความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังเดินหน้าพัฒนาชุมชนเพื่อเติบโตเคียงคู่ไปกับพี่น้องชาวใต้ เราเชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินไปพร้อมกัน พนักงานหาดทิพย์ทุกคนจึงภาคภูมิใจที่ได้ส่งมอบความสดชื่นและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนร่วมกับพี่น้องชาวใต้</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาแปรรูปใช้ใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดเก็บขวดพลาสติกและกระป๋องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมทั้งร่วมกับภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่าง ๆ เช่น ในแคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ในจังหวัดภูเก็ตและสงขลา และโครงการประกวดชั้นวางสินค้าจากวัสดุรียูส รวมถึงจัดโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากฝาขวดพลาสติกร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคร่วมลดและแยกขยะอย่างจริงจัง</p>
<p>จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้หาดทิพย์ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน &#8220;SET ESG Ratings&#8221; ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และเป็น 1 ใน 5 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในระดับเรตติ้ง AA ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ ระดับ 5 ดาว หรือ &#8220;ดีเลิศ&#8221; ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ ระดับดีเด่นปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และปีที่ 4 ในปี 2567อีกด้วย</p>
<p>By สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/">หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2024 08:04:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[EV Forklift]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled PET]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ใส่ใจสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยน้ำทิพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35697</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี   โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ </strong><strong>คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ <strong>“โคคา-โคล่า”</strong> ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาส<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี   </strong>โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35697"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35699" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg" alt="6cb742" width="475" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg 475w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-205x300.jpg 205w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-150x220.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-341x500.jpg 341w" sizes="(max-width: 475px) 100vw, 475px" /></p>
<p><strong><em><span style="color: #6cb742;">ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น</em></strong> <strong><em>จำกัด</em></strong>  กล่าวว่า ไทยน้ำทิพย์ หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ที่ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าโคคา-โคล่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502  โดยบริษัทฯ ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  ปัจจุบันไทยน้ำทิพย์<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี  มี</strong>โรงงานผลิตทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานรังสิต โรงงานปทุมธานี โรงงานนครราชสีมา โรงงานขอนแก่น และโรงงานลำปาง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับโลก สายการผลิตถึง 21 สาย มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นกว่า 450 ล้านยูนิตเคสต่อปี  และได้รับการยกย่องในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคใต้ในด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35700" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับโรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2524 บนพื้นที่ 140 ไร่ มีสายการผลิต 7 สาย โดยมีสายการผลิตขวดแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย  รวมถึงสายการผลิตเครื่องดื่มแบบกระป๋องที่มีความเร็วที่สุดในโรงงานผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องในประเทศไทย สามารถผลิตได้ถึง 2,000 กระป๋องต่อนาที</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35701" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg" alt="เทอดพงษ์ ศิริเจน" width="490" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg 490w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-211x300.jpg 211w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-150x213.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-352x500.jpg 352w" sizes="(max-width: 490px) 100vw, 490px" /></p>
<p>ด้าน<strong><em><span style="color: #6cb742;">เทอดพงษ์ ศิริเจน</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</em></strong> กล่าวว่ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ และสังคม โดยในแต่ละด้านมีเป้าหมายและโรดแมปจนถึงปี พ.ศ. 2573 แผนงานด้านความยั่งยืนถูกผนวกอยู่ในแผนงานในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่แผนงานด้านทรัพยากรบุคคล การกำกับดูแลกิจการ ไปจนถึงแผนงานด้านซัพพลายเชน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลัก คือ <strong>การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด </strong>  <strong>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> และ<strong> บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน </strong> ผ่านการวางแผนกลยุทธ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัยและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค</p>
<p><strong>ในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ  จะเห็นได้ว่า “น้ำ” </strong> ถือเป็นหัวใจสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของไทยน้ำทิพย์ เราจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้กลยุทธ์ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ในกระบวนการผลิต ด้วยการ<strong>ลด </strong>(Reduce) ปริมาณการใช้น้ำ โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำมาใช้คือแอปพลิเคชัน “บำรุง” ที่พัฒนาโดยบริษัทไทยน้ำทิพย์   นำน้ำกลับมา<strong>ใช้ซ้ำ </strong>(Reuse) ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น นำมารดน้ำต้นไม้  รวมถึง <strong>บำบัด </strong>(Recycle) น้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว  โดยเป็นโรงงานแห่งแรกที่ติดตั้งระบบ Membrane Bio Reactor ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้  สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบ R.O. (Reverse Osmosis) เพื่อนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดจนสะอาดได้มาตรฐาน กลับมาใช้ใหม่ในขั้นตอนการผลิตที่ไม่ใช่วัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องดื่ม  ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2566 โรงงานไทยน้ำทิพย์ทั้ง 5 โรงงาน สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 907 ล้านลิตร สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<figure id="attachment_35702" aria-describedby="caption-attachment-35702" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35702" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ โรงงานรังสิต" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-35702" class="wp-caption-text">โรงงานรังสิต</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>  ไทยน้ำทิพย์มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานไทยน้ำทิพย์ครบทั้ง 5 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 24,716 แผง เทียบเท่าสนามฟุตบอล 16 สนาม  สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวม 12.6242 MWp คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงาน  โดยโรงงานปทุมธานีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4 MW</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35703" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg" alt="นำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า (EV Forklift) ในคลังสินค้า และรถขนส่งสินค้า (EV Truck) กว่า 1,100 คัน พร้อมนำระบบ Telematics มาใช้บริหารจัดการการขนส่ง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกล้อง AI ช่วยมอนิเตอร์ความเสี่ยงของพฤติกรรมการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานขับรถ ในปีพ.ศ. 2566 สามารถลดการใช้พลังงานได้ 2.1 ล้านลิตร คิดเป็น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p><strong>สำหรับการสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์  <em>เทอดพงษ์ </em></strong><em>กล่าวว่า</em><strong>  </strong>ไทยน้ำทิพย์สนับสนุนวิสัยทัศน์ระดับโลก “World Without Waste” ของ “โคคา-โคล่า” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2568 และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกโดยใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50% รวมถึงช่วยเก็บรวบรวมและรีไซเคิลขวดหรือกระป๋องในจำนวนเทียบเท่ากับที่จำหน่าย ภายในปี 2573 ตลอดจนสนับสนุนการจัดเก็บพลาสติกในครัวเรือน เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติก แล้วนำมาผลิตเป็นขวดอีกที</p>
<p>เพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไทยน้ำทิพย์ให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง คือ   ลด (Reduce) การใช้บรรจุภัณฑ์ด้วยการลดปริมาณพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ผ่านการ Lightweight โดยยังคงรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ เช่น ลดปริมาณพลาสติกบรรจุภัณฑ์ขนาด 1.5 ลิตรจากเดิม 38 กรัมเหลือ 34 กรัม และบรรจุภัณฑ์น้ำทิพย์ จากเดิม 16.5 กรัม เหลือ 10.7 กรัม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ไทยน้ำทิพย์สามารถลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้กว่า 7,645 ตัน <strong>ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่</strong> (Redesign) เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2568 และใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อย่างน้อย 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 ไทยน้ำทิพย์ได้เปลี่ยนขวด “สไปรท์” จากขวดสีเขียวเป็นขวดใส เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์กลับไปรีไซเคิล และสนับสนุน<strong>การจัดเก็บและรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องที่ใช้แล้ว </strong>(Collection &amp; Recycling) เพื่อสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศไทย และกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์</p>
<figure id="attachment_35704" aria-describedby="caption-attachment-35704" style="width: 596px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35704" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg" alt="ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET" width="596" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg 596w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-257x300.jpg 257w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-150x175.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-428x500.jpg 428w" sizes="(max-width: 596px) 100vw, 596px" /><figcaption id="caption-attachment-35704" class="wp-caption-text">ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET</figcaption></figure>
<p><strong><em>ปุณฑริกา </em></strong><em>กล่าวเสริมว่า </em>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ไทยน้ำทิพย์ ร่วมกับ “โคคา-โคล่า” เปิดตัวขวด “โค้ก” ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ไม่รวมฉลากและฝา) หรือ Recycled PET (rPET)  ในบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร และปีนี้ได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ขนาด 300 มิลลิลิตร และ 510 มิลลิลิตร เพิ่มเติม โดยไทยน้ำทิพย์ได้ปรับสายการผลิตให้รองรับการผลิตขวด rPET ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย (Food Contact Grade) และเป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” แม้ว่า Recycled PET (rPET)  จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 40% ก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานในการเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในทุก ๆ ปีตามโรดแมป  มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โคคา-โคล่า” สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ “รักน้ำ” ผลักดันยุทธศาสตร์การจัดการน้ำให้ยั่งยืนยิ่ง ด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola_raknam-at-sustrends-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola_raknam-at-sustrends-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Sep 2024 07:37:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35653</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ “รักน้ำ” ที่ทาง “โคคา-โคล่า” มุ่งมั่นผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยการใช้นวัตกรรมและความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จากปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงเวลาเดียวกันหรือสลับกันนั้นเอง ล้วนมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า การบริหารจัดการน้ำที่ไม่ยั่งยืน และปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดในชุมชนหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola_raknam-at-sustrends-2025/">“โคคา-โคล่า” สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ “รักน้ำ” ผลักดันยุทธศาสตร์การจัดการน้ำให้ยั่งยืนยิ่ง ด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ “รักน้ำ” ที่ทาง “โคคา-โคล่า” มุ่งมั่นผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยการใช้นวัตกรรมและความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-35653"></span></p>
<p>จากปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงเวลาเดียวกันหรือสลับกันนั้นเอง ล้วนมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตัดไม้ทำลายป่า การบริหารจัดการน้ำที่ไม่ยั่งยืน และปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดในชุมชนหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ยังคงขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดความรู้และทรัพยากรในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดปัญหาการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองและไม่สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาทั้งหมดนี้จึงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ โครงการ &#8220;รักน้ำ&#8221; จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลของน้ำ การจัดหาน้ำสะอาด การส่งเสริมการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนด้วยการมอบองค์ความรู้แก่ชาวบ้านในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35655" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-02.jpg" alt="โครงการ “รักน้ำ”" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โครงการ “<strong>รักน้ำ</strong>” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 17 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่า และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับหลายองค์กรพันธมิตร อาทิ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่น ๆ เครือข่ายชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการท้องถิ่น ปัจจุบันโครงการ “รักน้ำ” ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาน้ำชุมชนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศไทย อันได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี มหาสารคาม และกระบี่ ซึ่งโครงการในจังหวัดเหล่านี้ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่าในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา รวมถึงจังหวัดลำปาง นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และปทุมธานี ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35656" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-03.jpg" alt="โครงการ “รักน้ำ”" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ผู้แทนจากองค์กรพันธมิตรในโครงการ “รักน้ำ” พร้อมด้วยผู้แทนชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ หนึ่งในพื้นที่โครงการ “รักน้ำ” จึงร่วมพูดคุยบนเวทีภายใต้หัวข้อ “แลกเปลี่ยน เรียนรู้ กับโครงการ “รักน้ำ” การจัดการน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม” ภายในงานสัมมนา Sustrends 2025 ซึ่งอัปเดตเทรนด์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนประจำปี โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางความสำเร็จของการจัดการน้ำที่สามารถช่วยให้ชุมชนให้มีทรัพยากรน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อเนื่องมากว่า 17 ปี เพื่อมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ เพื่อยกระดับความมั่นคงและความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ “โคคา-โคล่า” ดำเนินกิจการอยู่กว่า 200 ประเทศและเขตการปกครอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35657" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-04.jpg" alt="ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี</span> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทย เมียนมา และลาว</strong> กล่าวว่า “ “โคคา-โคล่า” ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เพราะ “น้ำ” คือชีวิต และเพราะน้ำมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ต่อการผลิตเครื่องดื่มของเรา และต่อชุมชนที่เราดำเนินงานอยู่ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา โครงการ “รักน้ำ” ได้เข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ใช้เพื่ออุปโภค บริโภค และเกษตรกรรม โครงการ “รักน้ำ” มุ่งใช้นวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรองค์กรการกุศลของเราอย่างมูลนิธิโคคา-โคล่า และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ผ่านการทำงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่าง ๆ รวมถึงเครือข่ายชุมชนเอง ความสำเร็จของโครงการ “รักน้ำ” ใน 6 จังหวัดได้ช่วยให้ชาวบ้านสามารถจัดการน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และพัฒนาแหล่งน้ำได้ด้วยตนเอง ในปีนี้เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการขยายโครงการ “รักน้ำ” ไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆ ในอีก 3 จังหวัด อันได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม เพชรบูรณ์ และกระบี่</p>
<p>ในแต่ละชุมชนเผชิญปัญหาน้ำที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรืออุทกภัย แผนการจัดการน้ำจึงได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้คนในชุมชนได้เตรียมพร้อมและรับมือกับปัญหาน้ำได้ดียิ่งขึ้น ดังกรณีตัวอย่างที่ชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านในชุมชนได้รวมกลุ่มเพื่อช่วยกันจัดการทรัพยากรน้ำ โดยการสร้างแหล่งน้ำสาธารณะ สร้างระบบทางเดินของน้ำที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ขุดลอกคูคลอง และปรับการเพาะปลูกพืชผลให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนเพียงพอต่ออุปโภค บริโภค รวมไปถึงการทำเกษตรกรรมก็สามารถเพาะปลูกพืชผลได้หลากหลาย และสร้างงานให้กับชุมชน แม้ว่าโครงการ “รักน้ำ”  ในชุมชนบ้านลิ่มทองจะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา แต่วิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ได้นำมาใช้ยังคงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในชุมชนนี้ยังได้เป็นโมเดลต้นแบบการจัดการน้ำให้ชุมชนอื่น ๆ ได้นำไปปรับใช้ ดังที่ชุมชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2567</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35658" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-05.jpg" alt="สนิท ทิพย์นางรอง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สนิท ทิพย์นางรอง</span> ผู้นำจัดการน้ำชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์</strong> กล่าวว่า ก่อนที่ชุมชนของเราจะเข้าร่วมโครงการ “รักน้ำ” เดิมทีชุมชนเรามักประสบกับปัญหาพื้นที่น้ำแล้ง และน้ำหลาก ซึ่งสาเหตุของปัญหามาจากการที่เราไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ ทำให้เราไม่สามารถประคับประคองให้ครอบครัวสามารถอยู่รอดได้เพียงแค่ปลูกพืชเพื่อหวังกำไร จึงเกิดการอพยพเพื่อทำงานในตัวเมือง แต่หลังจากที่เราได้เข้าร่วมโครงนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ได้เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ชุมชนของเรามีองค์ความรู้และเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ ส่งผลให้เราสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถนำน้ำที่เรากักเก็บไว้มาใช้ในการปลูกข้าว หรือปลูกพืชผลทางเกษตรต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้เและสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ครอบครัวและชุมชนมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35659" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-06.jpg" alt="ดร.รอยล จิตรดอน" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.รอยล จิตรดอน</span> กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ร่วมดำเนินงานโครงการ &#8220;รักน้ำ&#8221; ด้วยการส่งต่อความรู้ ให้ชุมชนที่อยู่นอกเขตชลประทานได้ประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริด้านน้ำของรัชกาลที่ 9 ไปพัฒนา ฟื้นฟู และบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทั้งในชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ปัจจุบัน สถานการณ์น้ำของประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชุมชนจึงจำเป็นต้องปรับตัว และสร้างภูมิคุ้มกันของตนเอง คือมีน้ำสำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลน เพื่อลดผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม รวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่  ซึ่งชุมชนบ้านลิ่มทองคือตัวอย่างความสำเร็จนี้ นอกจากนี้ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ได้เข้าไปถ่ายทอดการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการสำรวจพื้นที่มาพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้น้ำกระจายได้ทั่วทั้งชุมชนตามแรงโน้มถ่วง และทำปฏิทินผลผลิต คำนวนปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก</p>
<p>ผลสำเร็จของบ้านลิ่มทองนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาน้ำเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างอาชีพ รายได้ และทำให้ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า ลดการย้ายถิ่นฐาน ขณะที่โลกยุคปัจจุบันมีนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ก้าวหน้าขึ้นมาก เราหวังว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยให้ชุมชนใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำและเกษตร รวมทั้งการขายและการตลาด ให้ชุมชนประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้ โครงการ “รักน้ำ” ในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการนำวิธีแก้ปัญหาที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการน้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35660" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-07.jpg" alt="มีชัย วีระไวทยะ" width="510" height="765" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-07.jpg 510w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-07-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-07-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025-07-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 510px) 100vw, 510px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มีชัย วีระไวทยะ</span> ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคม สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (</strong><strong>PDA) </strong>กล่าวว่า  สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยตระหนักว่า “น้ำ” ป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชน เราได้ศึกษาแนวทางพัฒนาชุมชนรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำ ด้วยการให้ชาวบ้านสร้างโอ่ง และถังเก็บน้ำฝน กว่า 5 หมื่นลิตร ดังเช่นโครงการ “รักน้ำ” ในจังหวัดขอนแก่น ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่า โดยได้เข้าไปช่วยพัฒนาให้ชุมชนเข้าถึงน้ำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยแก้วิกฤตภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน</p>
<p>โครงการนี้ยังได้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้งระบบจัดการน้ำที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ระบบการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (SPWS) และระบบการจัดการเติมน้ำสู่ชั้นน้ำใต้ดิน (MAR) พร้อมเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้คนในชุมชน โดยสนับสนุนให้ชุมชนได้เป็นเจ้าของโครงการ รวมทั้งผลักดันการมีส่วนร่วมและการลงทุนในพลังงานสะอาดของชุมชน ไปจนถึงการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จในระยะยาว และสามารถพลิกฟื้นพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนานให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ได้ ความสำเร็จนี้ได้ตอกย้ำว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนและวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดของแต่ละชุมชนนั้นมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นแบบอย่างให้แก่ภูมิภาคอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย</p>
<p>ความสำเร็จของโครงการ “รักน้ำ” ในจังหวัดขอนแก่นได้รับการนำไปต่อยอดให้กับโครงการใหม่ในจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกระบี่ ที่เริ่มในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ โดยนำรูปแบบการจัดการน้ำของจังหวัดขอนแก่นมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาน้ำของชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมขยายผลจากชุมชนสู่โรงเรียน วัด และโรงพยาบาล เพื่อสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นต้นแบบของโครงการได้ อันจะนำไปสู่การจัดการน้ำที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตร ยังคงทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “รักน้ำ” และโครงการด้านการจัดการน้ำในปัจจุบันได้ที่: <a href="https://www.coca-cola.com/th/th/sustainability/water-stewardship" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์ของโคคา-โคล่า ประเทศไทย</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola_raknam-at-sustrends-2025/">“โคคา-โคล่า” สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ “รักน้ำ” ผลักดันยุทธศาสตร์การจัดการน้ำให้ยั่งยืนยิ่ง ด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola_raknam-at-sustrends-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โคคา-โคล่า” ต่อยอดแคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ปีที่ 4 พร้อมจับมือกับพันธมิตรใหม่ เดินหน้าเจาะกลุ่ม Gen Z</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trash-lucky/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/trash-lucky/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jul 2024 06:36:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[จุดรับวัสดุรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34632</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าที่เคย ขยายความร่วมมือสู่พันธมิตรรายใหม่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trash-lucky/">“โคคา-โคล่า” ต่อยอดแคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ปีที่ 4 พร้อมจับมือกับพันธมิตรใหม่ เดินหน้าเจาะกลุ่ม Gen Z</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าที่เคย ขยายความร่วมมือสู่พันธมิตรรายใหม่ เหนียวแน่นกับพันธมิตรรายเดิม รวมทั้งหมด 13 องค์กร รีเทล รีไซเคิล และผู้สนับสนุนของรางวัล ขยายพื้นที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลเป็นกว่า 80 จุด ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ภูเก็ต และสงขลา</strong></p>
<p><span id="more-34632"></span></p>
<p>ในปีนี้ แคมเปญ &#8221; &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ปีที่ 4 ได้มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่ Gen Z มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยมีความสนใจในเรื่องการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น จึงได้ร่วมมือกับหลากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการรีไซเคิลที่พ่วงความสนุกผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมได้ลุ้นรับของรางวัลประจำเดือนและรับรางวัลจากการแลกแต้มรวมกว่า 4,400 รางวัล รวมถึงรางวัลใหญ่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่าทั้งหมดรวมกว่า 2 ล้านบาท และพิเศษสุด ในปีนี้สามารถนำแต้มที่สะสมได้จากการรีไซเคิล ไปแลกเป็นของที่ระลึก ลิมิเต็ด อิดิชั่นสุดพิเศษจาก &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; หรือโค้ดส่วนลดค่าเดินทางจาก LINE MAN RIDE ที่จะช่วยให้การรีไซเคิลสะดวกสบายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34634" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KV_Recycle-Me-4.0.jpg" alt="แคมเปญ &quot; &quot;โค้ก&quot; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&quot; ปีที่ 4" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KV_Recycle-Me-4.0.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KV_Recycle-Me-4.0-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KV_Recycle-Me-4.0-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/KV_Recycle-Me-4.0-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>แคมเปญ &#8221; &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง ผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรรีเทลผู้มีส่วนร่วมในการเป็นจุดตั้งรับวัสดุรีไซเคิลให้ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่มากขึ้น โดยนอกเหนือจากพันธมิตรรีเทลเดิมอย่าง บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่ง &#8220;แม็คโคร&#8221; และผู้นำธุรกิจค้าปลีก &#8220;โลตัส&#8221; บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ในปีนี้เราได้ทำการต้อนรับพันธมิตรรีเทลใหม่อย่าง กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ รวมถึง บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฯ ขณะเดียวกัน ในภาคใต้ ได้มีการขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลจากภูเก็ต ไปสู่ สงขลา ซึ่งได้รับการขับเคลื่อนโดย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; ในภาคใต้ ส่วนพันธมิตรรีไซเคิล ยังคงได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก และบริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด ผู้รีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียม อีกทั้งสำหรับเหล่า Gen Z ยังสามารถเข้าร่วมรีไซเคิลและสนุกกับกิจกรรมจาก &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; และแทรชลัคกี้ ได้ในหลากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินท์ วิทยาเขตหาดใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34633" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-Recycle-Me-4.0-.jpg" alt="ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-Recycle-Me-4.0-.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-Recycle-Me-4.0--300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-Recycle-Me-4.0--150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-Recycle-Me-4.0--500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทย เมียนมา และลาว</strong> กล่าวว่า แคมเปญ &#8221; &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ World Without Waste ของ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; ในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์พลาสติกปริมาณเทียบเท่ากับที่ถูกจำหน่ายออกไปภายในปี 2573 อย่างไรก็ตามความพยายามจากเราเพียงฝ่ายเดียวไม่อาจเพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกได้ เราจึงร่วมมือกับพันธมิตรในการส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ในปีนี้เราได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อชักชวนให้กลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสนใจเรื่องรีไซเคิล มาร่วมแยก แลก และลุ้นรางวัลไปกับเรา และที่พิเศษกว่าเดิมคือ ในปีนี้สามารถนำแต้มที่สะสมมาแลกของที่ระลึก ลิมิเต็ดอิดิชั่นจาก &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; รวมไปถึงแลกเป็นโค้ดส่วนลดค่าเดินทาง LINE MAN Eco และ LINE MAN Bike เพื่อช่วยให้การเดินทางไปที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ณัฐภัค อติชาตการ</strong></span> <strong>ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky)</strong> กล่าวว่า แทรชลัคกี้มีความยินดีที่ได้ร่วมเสริมสร้างพฤติกรรมการรีไซเคิลให้คนไทยต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 4 สำหรับในปีนี้เรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความน่าตื่นเต้นและกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในเรื่องของการรีไซเคิลมากขึ้น โดยเราได้เพิ่มจำนวนจุดรับวัสดุรีไซเคิลเป็นทั้งหมดกว่า 80 จุดซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ใหม่ล่าสุดของเราใน จ.สงขลา ทั้งนี้เรายังได้ร่วมมือกับ LINE MAN เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงจุดรับวัสดุรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรายังได้มีการใช้งานถังรีไซเคิลอัจฉริยะ (Smart bin) เพื่อให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องที่ง่ายและสนุกยิ่งกว่าเดิม โดยผู้บริโภคสามารถหย่อนวัสดุรีไซเคิลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นพร้อมรู้น้ำหนักและแต้มสะสมของตนได้ทันที&#8221;</p>
<p>&#8220;ยิ่งไปกว่านั้น เราทุกคนจะได้คืนชีวิตใหม่ให้กับขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมที่เก็บรวมรวมได้โดยการนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้องกับพันธมิตรรีไซเคิลของเรา โดยขวดพลาสติก PET จะถูกส่งต่อไปให้ อินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติก Recycled PET (rPET) ที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง และไทยเบเวอร์เรจแคน จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงเงินที่ได้จากการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมเหล่านี้จะถูกนำไปบริจาคแก่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งจากแคมเปญฯ ในปีที่ผ่านมาเราสามารถนำเงินไปบริจาคจากการรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมกว่า 866 กิโลกรัม&#8221; ณัฐภัค กล่าว</p>
<p>&#8220;โคคา-โคล่า&#8221; ผู้สนับสนุนหลักของแคมเปญ &#8221; &#8220;โค้ก&#8221; ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ปีที่ 4 ร่วมส่งมอบของรางวัลกว่า 4,400 รายการรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เพื่อจุดประกายให้เหล่า Gen Z ได้มาร่วมสนุกกับกิจกรรมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของรางวัลที่แจกประจำทุกเดือน อาทิ ไอโฟน, ไอแพด, Nintendo และทองคำ รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า โดยแคมเปญฯ มีระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจนำแต้มไปแลกเป็นของรางวัลแบบไม่ต้องรอลุ้นก็สามารถนำแต้มสะสมที่ได้ไปแลกเป็นของที่ระลึกสุดพิเศษจาก &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; รวมไปถึงแลกเป็นโค้ดส่วนลดค่าเดินทางจาก LINE MAN Eco และ LINE MAN Bike</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trash-lucky/">“โคคา-โคล่า” ต่อยอดแคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ปีที่ 4 พร้อมจับมือกับพันธมิตรใหม่ เดินหน้าเจาะกลุ่ม Gen Z</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/trash-lucky/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคคา-โคล่า ร่วมกับ แทรชลัคกี้ จัดแคมเปญเปิดจุดรับวัสดุรีไซเคิล เริ่มที่แรกจ.ภูเก็ต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 09:22:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก PET]]></category>
		<category><![CDATA[แทรชลัคกี้]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28854</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8220;โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ร่วมกับ แทรชลัคกี้ โดยในปีนี้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ และนำร่องขยายมายังจังหวัดภูเก็ตจำนวน 5 จุด นายสยาม สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายวรวิทย์ วงษ์เล็ก ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการปฏิบัติการ บริษัท แทรชลัคกี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola-2/">โคคา-โคล่า ร่วมกับ แทรชลัคกี้ จัดแคมเปญเปิดจุดรับวัสดุรีไซเคิล เริ่มที่แรกจ.ภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการ &#8220;โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ร่วมกับ แทรชลัคกี้ โดยในปีนี้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ และนำร่องขยายมายังจังหวัดภูเก็ตจำนวน 5 จุด</strong></p>
<p><span id="more-28854"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28856" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1.jpg" alt="Coca-Cola Trash Lucky" width="750" height="413" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1-300x165.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1-768x423.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1-150x83.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-1-500x275.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายสยาม สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายวรวิทย์ วงษ์เล็ก ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการปฏิบัติการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) และนางสาวดิสรา จ่างเจริญ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาด ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เปิดโครงการ &#8220;โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ก้าวสู่ปีที่ 3 นำร่อง 5 จุดสำคัญของจ.ภูเก็ต ได้แก่ โลตัส ภูเก็ต, โลตัส ฉลอง, โลตัส โก เฟรซ บางเทา, ปั้มน้ำมันเชลล์ หัวมุมถนนพังงาและถนนสุรินทร์ และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เดินหน้าส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะดำเนินการและกำกับดูแลโดย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</p>
<p>สำหรับโครงการ &#8220;โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ โดยในปีนี้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำทั้งพันธมิตรรีเทลเดิมอย่าง โลตัส และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และพันธมิตรรีเทลใหม่อย่างบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิล 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และนำร่องขยายมายังจังหวัดภูเก็ตจำนวน 5 จุด รวม 69 จุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28857" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2.jpg" alt="Coca-Cola Trash Lucky" width="750" height="509" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2-300x204.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2-768x522.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-2-500x340.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยขวดพลาสติก PET จากแคมเปญจะถูกส่งต่อไปให้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เพื่อรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง ด้านพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงผู้ที่ส่งกระป๋องอะลูมิเนียมมาในแคมเปญจะได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย ซึ่งการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สะอาด ปลอดภัยถือเป็นอีกเป้าหมายหลักของแคมเปญในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และจูงใจผู้บริโภคให้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากการรีไซเคิล พร้อมทั้งได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28858" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3.jpg" alt="Coca-Cola Trash Lucky" width="750" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Coca-Cola-3-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้โครงการ &#8220;โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky&#8221; แจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 3,000 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนผ่านทาง Line Official Account : @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID)</p>
<p>นอกจากนี้สามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และ 5 จุด ในจังหวัดภูเก็ต ตามสถานที่ต่าง ๆ ของพันธมิตรที่เข้าร่วม หรือส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของแทรชลัคกี้ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล</p>
<p>สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญและการบริจาคร่วมกับแคมเปญให้มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ที่ <a href="https://trashlucky.com/recycleme/">https://trashlucky.com/recycleme</a></p>
<p>ขอบคุณรูปภาพจาก : <a href="https://www.facebook.com/samilatimesfan">สมิหลา ไทมส์</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola-2/">โคคา-โคล่า ร่วมกับ แทรชลัคกี้ จัดแคมเปญเปิดจุดรับวัสดุรีไซเคิล เริ่มที่แรกจ.ภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคคา-โคล่า จับมือ 7 พันธมิตรต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 07:37:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[“โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27870</guid>

					<description><![CDATA[<p>โคคา-โคล่า ต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เป็นปีที่ 3 จับมือ 7 พันธมิตรรีเทลและรีไซเคิล สร้างกลไกการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เสริมแกร่งด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่ใหญ่ขึ้นและจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภค พร้อมโอกาสลุ้นรางวัล มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola/">โคคา-โคล่า จับมือ 7 พันธมิตรต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โคคา-โคล่า ต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เป็นปีที่ 3 จับมือ 7 พันธมิตรรีเทลและรีไซเคิล สร้างกลไกการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เสริมแกร่งด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่ใหญ่ขึ้นและจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภค พร้อมโอกาสลุ้นรางวัล มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-27870"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27872" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01.jpg" alt="โคคา-โคล่า" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เป็นปีที่ 3 ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร ผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรรีเทลและรีไซเคิลรวม 7 องค์กรชั้นนำ ทั้งพันธมิตรรีเทลเดิมอย่าง โลตัส และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และพันธมิตรรีเทลใหม่ คือ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิล 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และนำร่องขยายไปยังภูเก็ต 5 จุด โดยขวดพลาสติก PET ทั้งหมดจากแคมเปญจะถูกส่งต่อไปให้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เพื่อรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง ด้านพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงผู้ที่ส่งกระป๋องอะลูมิเนียมมาในแคมเปญจะได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย ซึ่งการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สะอาด ปลอดภัยถือเป็นอีกเป้าหมายหลักของแคมเปญในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และจูงใจผู้บริโภคให้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากการรีไซเคิล พร้อมทั้งได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27874" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03.jpg" alt="โคคา-โคล่า" width="750" height="564" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03-768x577.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-03-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ความพิเศษที่จะเพิ่มเติมมาในปีนี้คือ จะมีการเพิ่มถังรีไซเคิลอัจฉริยะ (Smart bin) ที่ผู้บริโภคสามารถหย่อนวัสดุรีไซเคิลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นพร้อมรู้น้ำหนักและแต้มสะสมของตนได้ทันที ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกและส่งวัสดุรีไซเคิลได้ที่จุดรับรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 พร้อมตอบรับเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่อยากให้ขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ นอกกรุงเทพฯ โดยจะนำร่องเริ่มต้นขยายพื้นที่เพิ่มการตั้งจุดรับ 5 จุดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งดำเนินการและกำกับดูแลโดย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และจะพร้อมเริ่มได้ วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566</p>
<p>นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของ “โคคา-โคล่า” ในการทำงานเพื่อช่วยจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ในปริมาณเทียบเท่ากับที่จำหน่ายออกไปภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทฯ รู้สึกตื่นเต้นที่แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เดินทางมาสู่ปีที่ 3 ในปีนี้ และดีใจที่ผลตอบรับในปีที่ 2 ไม่เพียงประสบความสำเร็จในแง่การสร้างความตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ออกจากขยะทั่วไป และความร่วมมือจากพันธมิตรหลัก คือ แทรชลัคกี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส โลตัส และ เชลล์ แต่ยังสะท้อนมาถึงแคมเปญในปีที่ 3 ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่ อย่างหนึ่งในเครือข่ายผู้ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ของโลก ไทยเบเวอร์เรจแคน และผู้นำด้านรีเทลอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่มาร่วมขยายเครือข่ายรีไซเคิลด้วยการเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เรารู้สึกดีใจที่พันธมิตรมองเห็นตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาขยะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด นี่ไม่ใช่พื้นที่การแข่งขัน แต่เป็นความพยายามร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืน”</p>
<p>นายณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปี 2” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และสามารถเก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้กว่า 70,000 กิโลกรัม โดยกว่า 9,500 กิโลกรัมเป็นขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว หรือเทียบเท่า 428,760 ขวด นำกลับเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลที่ถูกต้อง และในปีที่สามนี้ แทรชลัคกี้ยังคงเป็นพันธมิตรหลักในการจัดกิจกรรมและให้บริการโซลูชันการรีไซเคิล รวมถึงส่งมอบความรู้เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลที่ถูกต้องสู่สาธารณชน ตลอดจนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อย่าง โลตัส เชลล์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ และร่วมมือกับบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) นำร่องที่ภูเก็ต รวม 69 จุด เราเชื่อว่าด้วยความพยายามร่วมกันของผู้บริโภคจะปูทางไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะ โดยนอกจากการรวบรวมวัสดุรีไซเคิลประเภทต่างๆ แล้ว อีกสิ่งที่เรามุ่งเน้นในปีนี้จะยังคงมีการวัดผลและสำรวจมุมมองของผู้บริโภคเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรีไซเคิล ตอกย้ำเป้าหมายของเราที่ต้องการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มุ่งเน้นการรีไซเคิลในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืนโดยยึดหลัก 3R &#8211; Reduce Reuse Recycle”</p>
<p>ดร. สุจิตรา วาสนาดำรงดี ที่ปรึกษาโครงการ Chula Zero Waste และนักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ กล่าวเสริม “ปัญหาขยะเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และ แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่สะท้อนการทำงานของเหล่าพันธมิตรภายใต้หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) โดยสมัครใจ ที่ประสบความสำเร็จในการนำร่องสร้างกลไกการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ เข้าสู่กระบวนการอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะของชาวกรุงเทพฯ การเรียนรู้อันมีค่าจากความพยายามครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะช่วยกันพัฒนาระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรและยั่งยืนภายใต้กฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ภาครัฐอยู่ระหว่างการยกร่าง ณ ขณะนี้เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>นางสาวนวีนสุดา กระบวนรัตน์ หัวหน้าฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้าย “อินโดรามา เวนเจอร์ส ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET และเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิลรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับมอบขวด PET ที่รวบรวมได้จากแคมเปญที่ผ่านมา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของเรา ในการมอบชีวิตใหม่ให้กับพลาสติก PET ที่ใช้แล้วโดยการเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติก PET และวันนี้ เราพร้อมที่จะเดินหน้าสู่แคมเปญฯ ปีที่ 3 ร่วมกับ “โคคา-โคล่า” และทุกพันธมิตร เพื่อทำงานต่อเนื่อง พร้อมร่วมสนับสนุนจุดรับวัสดุรีไซเคิลเพิ่มเติม โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่า กระบวนการผลิตพลาสติก PET รีไซเคิลจะได้มาตรฐานและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เพื่อให้ขวดได้เดินทางกลับสู่วงจรการบริโภคที่สะอาดได้คุณภาพอย่างไม่รู้จบ และช่วยลดประมาณขยะจากขวดพลาสติก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27873" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02.jpg" alt="โคคา-โคล่า" width="750" height="509" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02-300x204.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02-768x522.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ชวนแยก-แลกลุ้นโชค-กับ-Trash-Lucky-02-500x340.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปี 3” เป็นแคมเปญที่มีระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 จัดขึ้นโดย แทรชลัคกี้ และสนับสนุนเงินรางวัลโดย “โคคา-โคล่า” โดยปีนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมของรางวัลรวมกว่า 3,000 รางวัล โดยแจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 500 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท เข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่านทาง Line official account: @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษ ของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือ รหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) และสามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และ 5 จุดที่ภูเก็ต ณ สถานที่ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลักที่เข้ามาช่วยต่อยอดการส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนในสังคมไทย และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่เข้าร่วมแคมเปญ ประกอบไปด้วย<br />
โลตัส ห้างค้าปลีกผู้นำด้านความยั่งยืน ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเข้าถึงชุมชน สนับสนุนโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นตัวกลางช่วยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์กลับเข้ากระบวนการ รีไซเคิลได้โดยสะดวก เพื่อสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่โลตัส 17 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว, พระราม 2, วังหิน, บางกะปิ, มีนบุรี, ลาดกระบัง, สายไหม 56, แจ้งวัฒนะ, เลียบคลองสอง, หนองจอก, พระราม 1, พัฒนาการ, ปิ่นเกล้า, จรัญสนิทวงศ์, โลตัส จังหวัดภูเก็ต ในสาขาภูเก็ต, ฉลอง และสาขาเชิงทะเล สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโลตัสที่ มุ่งลดปริมาณขยะและของเสียที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การช่วยให้ลูกค้าและประชาชนสามารถคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับเข้าระบบเพื่อการรีไซเคิล ผ่านสาขาของโลตัส โดยร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความสำเร็จ</p>
<p>บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress มุ่งหวังส่งมอบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในพ.ศ.2593 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบทางสังคม พร้อมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์เพิ่มขึ้นเป็น 28 สาขา<br />
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะ GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ รามคำแหง, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ ดิ เอ็มควอเทียร์</p>
<p>บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุกิจค้าปลีกในรูปแบบของ &#8220;ไฮเปอร์มาร์เก็ต&#8221; มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลก เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างธุรกิจกับระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 12 สาขา คือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ คู้บอน อิสรภาพ สะพานควาย บางนา ศรีนครินทร์ ติวานนท์ รังสิต2 บีเจซี อ่อนนุช ลาดพร้าว 2 บางปะกอก และบางบอน</p>
<p>จุดรับวัสดุรีไซเคิลโดย Trash Lucky 2 จุด ณ สามเหลี่ยมดินแดงและซอยสาธุประดิษฐ์ 49<br />
จุดรับวัสดุรีไซเคิล ณ the COMMONS ศูนย์การค้าร่วมสมัยภายใต้ Kinnest Group ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลใน 2 สาขา ได้แก่ ทองหล่อ และศาลาแดง จุดรับวัสดุรีไซเคิล Smart Bin ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร</p>
<p>วิธีที่สองคือ ส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือวิธีที่สามคือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของ แทรชลัคกี้ ในกรุงเทพและปริมณฑล ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิลุ้นรางวัลตามปริมาณและประเภทของวัสดุที่ได้ส่งมารีไซเคิล</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola/">โคคา-โคล่า จับมือ 7 พันธมิตรต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/coca-cola/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โคคา-โคล่า&#8217; จับมือพันธมิตร &#8216;The Ocean Cleanup&#8217; เดินหน้าทำความสะอาดแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลก ป้องกันการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/interceptor-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/interceptor-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2021 02:50:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Interceptor]]></category>
		<category><![CDATA[The Ocean Cleanup]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17435</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี จับมือ The Ocean Cleanup พันธมิตรระดับโลกรายแรก เพื่อร่วมกันทำงานในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำเดินหน้าแนะนำและดำเนินการติดตั้งนวัตกรรมเครื่อง Interceptor เครื่องทำความสะอาดแม่น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลกให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2565 มุ่งผสานพลังองค์กรระดับโลกของ โคคา-โคล่า เข้ากับโซลูชันข้อมูลและเทคโนโลยีของ The Ocean Cleanup เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญเดียวกันในการป้องกันและดักจับขยะพลาสติกจากแม่น้ำไม่ให้รั่วไหลลงสู่มหาสมุทร พร้อมระดมกำลังภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนทั่วโลก สร้างการมีส่วนร่วมด้านปัญหาขยะพลาสติก ควบคู่ไปกับการดูแลระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และแหล่งน้ำต่าง ๆ มร. โบแยน สแลต ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/interceptor-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/">‘โคคา-โคล่า’ จับมือพันธมิตร ‘The Ocean Cleanup’ เดินหน้าทำความสะอาดแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลก ป้องกันการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี จับมือ The Ocean Cleanup พันธมิตรระดับโลกรายแรก เพื่อร่วมกันทำงานในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำเดินหน้าแนะนำและดำเนินการติดตั้งนวัตกรรมเครื่อง Interceptor เครื่องทำความสะอาดแม่น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลกให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2565 มุ่งผสานพลังองค์กรระดับโลกของ โคคา-โคล่า เข้ากับโซลูชันข้อมูลและเทคโนโลยีของ The Ocean Cleanup เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญเดียวกันในการป้องกันและดักจับขยะพลาสติกจากแม่น้ำไม่ให้รั่วไหลลงสู่มหาสมุทร พร้อมระดมกำลังภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนทั่วโลก สร้างการมีส่วนร่วมด้านปัญหาขยะพลาสติก ควบคู่ไปกับการดูแลระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และแหล่งน้ำต่าง ๆ</strong><span id="more-17435"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. โบแยน สแลต</strong></span> <strong>ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กร The Ocean Cleanup</strong> กล่าวว่า “ปัจจุบัน แม่น้ำกว่า 1,000 แห่งทั่วโลกปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรเป็นปริมาณสูงถึงร้อยละ 80 ของขยะในมหาสมุทรทั้งหมดและมีทีท่าจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ภายใต้ภารกิจสำคัญในการกำจัดขยะพลาสติกในมหาสมุทร องค์กรจึงต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยจากจำนวนขยะที่รวบรวมได้ในระบบ พบว่าจำนวนมากเป็นขวดพลาสติกซึ่งรวมถึงบรรจุภัณฑ์ของโคคา-โคล่าด้วย นั่นจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับ The Ocean Cleanup และมหาสมุทรทั่วโลก ที่โคคา-โคล่าได้เข้ามาเป็นพันธมิตรรายแรกของอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการจัดการปัญหาขยะพลาสติกระดับโลกนี้ไปด้วยกัน โดยองค์กรจะนำการเรียนรู้ที่มีประโยชน์จากความร่วมมือในครั้งนี้ ไปพัฒนา ต่อยอด และขยายการดำเนินงานอย่างรวดเร็วในอนาคตต่อไป”</p>
<p><strong>Interceptor</strong> เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 โดยเป็นนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกจากแม่น้ำต่างๆ รั่วไหลลงสู่มหาสมุทร Interceptor ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% และมีระบบดักเก็บขยะได้โดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ Interceptor จึงสามารถใช้ได้ดีกับแม่น้ำที่มีปัญหามลพิษจากขยะอย่างรุนแรงในเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก ตลอดจนมีศักยภาพที่จะพัฒนามาสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17437" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Ocean-Cleanup-and-The-Coca-Cola-Company.jpg" alt="กำจัดขยะพลาสติก" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Ocean-Cleanup-and-The-Coca-Cola-Company.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Ocean-Cleanup-and-The-Coca-Cola-Company-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Ocean-Cleanup-and-The-Coca-Cola-Company-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Ocean-Cleanup-and-The-Coca-Cola-Company-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. เจมส์ ควินซี่ย์</strong></span> <strong>ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี</strong> กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านเครื่องดื่มระดับโลก โคคา-โคล่ามุ่งมั่นดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกรวบรวมและนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม ไม่กลายเป็นขยะเล็ดลอดออกไปยังสิ่งแวดล้อม โคคา-โคล่าจึงพร้อมสนับสนุนทีมงานและเทคโนโลยีของ The Ocean Cleanup เพื่อปกป้องระบบนิเวศทางทะเล รักษาแหล่งน้ำที่มีค่าของโลกใบนี้”</p>
<p>ในปัจจุบัน โคคา–โคล่ากำลังดำเนินการแบบบูรณาการในการจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกผ่านวิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste โดยมีเป้าหมายหลักคือ 1) ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% ก่อนปี 2568 และใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 50% ก่อนปี 2573 2) จัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ก่อนปี 2573 และ 3) ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากขยะมูลฝอยทั้งบนพื้นดินและในทะเล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านวัสดุบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมไร้บรรจุภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิล เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบาพิเศษ เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์จากพืช รวมถึงนวัตกรรมเครื่องจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทได้ตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกบริสุทธิ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกลง 20% จากปริมาณการใช้ในปัจจุบันให้ได้ภายในปี 2568[1] อีกด้วย</p>
<p>และเพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ดังกล่าว โคคา-โคล่ายังมุ่งให้ความช่วยเหลือและเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานระดับโลกมากมาย เพื่อจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกผ่านการปฏิบัติงาน และการระดมความคิดเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ โดยมีเป้าหมายคือส่งเสริมให้คนหันมารีไซเคิลและนำขยะกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงผลักดันให้องค์กรต่างๆ หันมาลงทุนในเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อคงคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้ว ให้สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างถูกต้อง ไม่กลายเป็นขยะอีกต่อไป</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร.ไบรอัน สมิทธิ์</strong></span> <strong>ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี</strong> กล่าวเสริมว่า “The Ocean Cleanup เป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน มีเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองและเหมาะสมสำหรับภารกิจในการกำจัดขยะพลาสติกในมหาสมุทร โคคา-โคล่าก็มีทีมงานในพื้นที่ที่พร้อมร่วมทำการติดตั้งเครื่อง Interceptor ในแม่น้ำทั่วโลก รวมถึงมีความพร้อมในด้านกระบวนการรีไซเคิลขยะที่รวบรวมได้ การที่จะได้เห็นพนักงานโคคา-โคล่าจากทั่วโลกได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในระดับท้องถิ่น รวมถึงเป็นกระบอกเสียงในการทำภารกิจที่จะขยายใหญ่ขึ้นนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าตื่นเต้น โดยโคคา-โคล่าเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแท้จริง”</p>
<p><strong>ภายใต้การจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ทั้งสององค์กรได้ตั้งเป้าช่วยกันกำจัดขยะในแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลกภายในสิ้นปี 2565 โดยมีการนำร่องติดตั้งเครื่อง Interceptor ไปแล้ว 2 เครื่องในแม่น้ำที่กรุงซันโตโดมิงโก สาธารณรัฐโดมินิกัน และนครเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม และจะร่วมกันพัฒนาโซลูชันจัดการขยะที่รวบรวมได้ รวมถึงวางแผนขยายการดำเนินงานไปยังแม่น้ำอีก 13 แห่งผ่านการทำงานร่วมกัน โดย The Ocean Cleanup จะใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรวบรวมพลาสติก ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการติดตั้งเครื่อง Interceptor รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาและหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับขยะพลาสติก ขณะที่โคคา-โคล่าจะเสริมแกร่งด้านการปฏิบัติงานด้วยเครือข่ายมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกที่พร้อมลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่ชุมชนเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่อง Interceptor รวมถึงใช้ความเชี่ยวชาญจัดการกับขยะพลาสติกที่รวบรวมได้ เพื่อสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมร่วมกันสรรหาพันธมิตรและการลงทุนที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อขยายการดำเนินงานด้วยการติดตั้งเครื่อง Interceptor รวมถึงสนับสนุนการออกใบอนุญาตและติดตั้งกล้อง River Monitoring System (RMS) เพื่อวิเคราะห์มลพิษในแม่น้ำเพิ่มเติมต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/interceptor-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/">‘โคคา-โคล่า’ จับมือพันธมิตร ‘The Ocean Cleanup’ เดินหน้าทำความสะอาดแม่น้ำ 15 แห่งทั่วโลก ป้องกันการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/interceptor-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 09:54:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[World Without Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การแยกขยะที่ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ T77 Community]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14048</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 20 สิงหาคม 2563 – กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สานต่อวิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste สู่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย มุ่งส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจากที่อยู่อาศัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/">โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ, 20 สิงหาคม 2563 – กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สานต่อวิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste สู่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย มุ่งส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจากที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” ร่วมกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในเครือแสนสิริ เก็บรวบรวมและนำส่งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ ใน 6 โครงการที่อยู่อาศัยของ T77 Community เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม สะท้อนความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และวงการอสังหาริมทรัพย์ ไทย ในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-14048"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14050 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4.jpeg" alt="โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4.jpeg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-4-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>โครงการ “<strong>โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth</strong>” นี้เป็นการต่อยอดโครงการ “โค้กขอคืน” ซึ่งเริ่มจากความร่วมมือในการสนับสนุนและจัดทำระบบส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทางภายในร้านอาหารและภัตตาคารของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลในปี 2562 และยังเป็นความร่วมมือที่ต่อยอดมาจากผลการทดลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างพฤติกรรมการแยกขยะ ด้วยแนวคิดการสะกิด อันเป็นความร่วมมือระหว่างโคคา-โคล่า แสนสิริ และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพบ 2 เงื่อนไขสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยแยกขยะได้สำเร็จคือ การขจัด “ความยุ่ง” และ “ความยาก” โดยได้นำผลการศึกษาดังกล่าวมาปรับใช้ในออกแบบถังขยะที่เอื้อต่อการแยก และการสื่อสารกับลูกบ้านใน<strong>โครงการ T77 Community</strong> ให้เห็นถึงความสำคัญ และวิธีการที่เหมาะสมในการแยกขยะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริงในระยะยาว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพรวุฒิ สารสิน</strong></span> <strong>ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายหลักของโคคา-โคล่า ภายใต้วิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste คือการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อน พ.ศ.2573 และเพื่อจะบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายสอดคล้องกัน และแสนสิริก็ถือเป็นพันธมิตรที่เห็นความสำคัญของการร่วมกันผลักดันให้เกิดการแยกขยะที่ต้นทาง ตั้งแต่ภายในที่อยู่อาศัย อันเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปริมาณขยะ และนำวัสดุที่รีไซเคิลได้กลับมารีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และเพื่อเป็นการลด “ความยุ่ง” และ “ความยาก” อันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การแยกขยะที่ต้นทางไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โคคา-โคล่า จึงได้เชิญสตาร์ตอัพแพลตฟอร์มการจัดเก็บขยะสมัยใหม่อย่าง GEPP เข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้โครงการนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและประสบผลสำเร็จ”</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือนี้ การทำงานของ GEPP จะเข้ามาเสริมการทำงานของแสนสิริ ผ่านกระบวนการ Survey-Simplify-Educate โดย GEPP ทำการสำรวจเพื่อประเมินความรู้และความเข้าใจของลูกบ้านเกี่ยวกับการแยกขยะที่ถูกต้อง ขณะที่แสนสิริดำเนินการปรับเปลี่ยนชุดถังขยะซึ่งปรับมาจากผลการทดลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างพฤติกรรมการแยกขยะด้วยแนวคิดการสะกิด (Nudge) พร้อมร่วมมือกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อกระตุ้นและให้ความรู้ด้านการจัดการขยะไปสู่ลูกบ้าน นอกจากนี้ GEPP ยังทำหน้าที่ในการให้ความรู้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการและแยกขยะ รวมถึงแนวทางและข้อมูลการสื่อสารเพื่อให้ความรู้กับลูกบ้าน ตลอดจนประสานงานและจัดตารางการจัดเก็บขยะ พร้อมเก็บรวบรวมข้อมูลการคัดแยกขยะในแต่ละพื้นที่โครงการ เพื่อพัฒนาการจัดเก็บให้เป็นระบบมากขึ้น และมีมาตรฐานเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ ของแสนสิริได้ในอนาคต สำหรับขั้นตอนการเตรียมโครงการเริ่มตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2562 และเริ่มดำเนินการจัดเก็บขยะจริงในเดือนมกราคม ปี 2563 เป็นต้นมา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอภิชาติ จูตระกูล</strong></span> <strong>ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ความร่วมมือกับโคคา-โคล่าในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับวิสัยทัศน์ที่มุ่งผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จาก Sansiri Green Mission สู่ Sansiri Sustainability 2020 โดยมี Sansiri Waste to Worth เป็นแคมเปญหลักภายใต้พันธกิจ Waste Management นอกจากโคคา-โคล่า ในฐานะพันธมิตรหลัก และ GEPP ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นลูกบ้านและนิติบุคคลให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการวัสดุรีไซเคิล ผ่านสื่อและแคมเปญต่างๆ เพื่อส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางกับลูกบ้าน ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดปริมาณวัสดุรีไซเคิลไปสู่landfill ให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ แสนสิริเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จนี้ไปยังโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ รวม 100 โครงการ และตั้งเป้านำวัสดุรีไซเคิล 100,000 กิโลกรัม เข้าสู่กระบวนการจัดการรีไซเคิลอย่างเหมาะสมภายในปี 2563 สะท้อนความมุ่งมั่นของแสนสิริในการเป็นต้นแบบการแยกขยะอย่างยั่งยืนของวงการอสังหาริมทรัพย์ และขยายผลต่อไปยังอุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14051 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5.jpeg" alt="โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5.jpeg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Coke-Collects-x-Sansiri-Waste-to-Worth-5-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>T77 Community</strong> เป็นโครงการที่อยู่อาศัยนำร่องในโครงการ โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth ซึ่งครอบคลุม 6 โครงการ ได้แก่ BLOC 77, THE BASE Sukhumvit 77, THE BASE PARK EAST Sukhumvit 77, THE BASE PARK WEST Sukhumvit 77, mori HAUS และ hasu HAUS รวมลูกบ้าน 4,027 ครัวเรือน จากการรวบรวมข้อมูลการสำรวจของ GEPP พบว่า ลูกบ้านในโครงการดังกล่าวมากกว่า 50% ของมีความเข้าใจดีเกี่ยวกับการแยกขยะอย่างเหมาะสม ขณะที่การแยกวัสดุรีไซเคิลออกจากขยะประเภทอื่นๆ นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบจากก่อนเริ่มโครงการฯ โดยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนนั้น สามารถนำส่งวัสดุรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลไปแล้วถึง 23,852.60 กิโลกรัม และสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 17,917 kgCO2e[1]</p>
<p>“ข้อมูลเบื้องต้นจากผลการดำเนินโครงการ โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth ในระยะเวลา 6 เดือน ส่งสัญญาณในทางบวกให้เราเห็นว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่พร้อมจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการเริ่มแยกขยะที่ต้นทางภายในที่อยู่อาศัย ซึ่ง โคคา-โคล่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือของเราทั้งสองบริษัทนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มลูกบ้านของแสนสิริเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนโดยทั่วไป เพื่อส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม นำไปสู่หนทางลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน” <strong>นายพรวุฒิ</strong>กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/">โคคา-โคล่า จับมือ แสนสิริ ต่อยอดความร่วมมือส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง ผ่านโครงการ “โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Coca-Cola จับมือ SANSIRI และ CBEE ร่วมกันจัดตั้งโครงการแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Oct 2019 09:26:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CBEE]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[SANSIRI]]></category>
		<category><![CDATA[T77 Community]]></category>
		<category><![CDATA[การแยกขยะก่อนทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[จริยา จันทร์เจิดศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธานี ชัยวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[นันทิวัต ธรรมหทัย]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างพฤติกรรมการแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแยกขยะก่อนทิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10057</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CBEE ได้ร่วมกันจัดโครงการแยกขยะก่อนทิ้ง ของประเทศไทย ที่ได้มีการดำเนินการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่อาศัยใน T77 Community ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้แยกขยะก่อนนำมาทิ้ง เพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับที่พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมา แสนสิริเดินหน้าอย่างจริงจังในการผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/">Coca-Cola จับมือ SANSIRI และ CBEE ร่วมกันจัดตั้งโครงการแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CBEE ได้ร่วมกันจัดโครงการแยกขยะก่อนทิ้ง ของประเทศไทย ที่ได้มีการดำเนินการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่อาศัยใน T77 Community ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้แยกขยะก่อนนำมาทิ้ง เพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับที่พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม</strong><span id="more-10057"></span></p>
<figure id="attachment_10059" aria-describedby="caption-attachment-10059" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10059 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-02.jpg" alt="จริยา จันทร์เจิดศักดิ์" width="900" height="675" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-02-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10059" class="wp-caption-text">นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์</strong></span> <strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมา แสนสิริเดินหน้าอย่างจริงจังในการผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนเกิดความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<figure id="attachment_10060" aria-describedby="caption-attachment-10060" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10060 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-03.jpg" alt="นันทิวัต ธรรมหทัย" width="900" height="675" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-03.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-03-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10060" class="wp-caption-text">นายนันทิวัต ธรรมหทัย</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนันทิวัต ธรรมหทัย</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า โคคา-โคล่า เชื่อว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาการไม่แยกขยะเป็นปัญหาพฤติกรรมของคน หากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนแยกขยะตั้งแต่ต้นทางได้ ปริมาณขยะในภาพรวมก็จะลดลง วัสดุที่รีไซเคิลได้ก็จะถูกนำกลับมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม</p>
<figure id="attachment_10061" aria-describedby="caption-attachment-10061" style="width: 400px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-04.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10061 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-04.jpg" alt="ธานี ชัยวัฒน์" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-04.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Trash-Talk-04-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10061" class="wp-caption-text">ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า หากต้องการส่งเสริมการแยกขยะอย่างจริงจังก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และควรกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของการแยกขยะมากขึ้น อาศัยกลไกทางสังคม โดยเฉพาะคนในชุมชนเดียวกัน จะเป็นการสร้างกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการแยกขยะในระยะยาว</p>
<p><strong>ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์ต้นแบบการแยกขยะอย่างยั่งยืนที่ไม่ใช่เพียงแค่ใน T77 Community แต่ต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนอุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง อันจะเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยสร้างพฤติกรรมการแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/">Coca-Cola จับมือ SANSIRI และ CBEE ร่วมกันจัดตั้งโครงการแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
