<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GIZ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/giz/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jan 2026 10:00:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>GIZ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jan 2026 10:00:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice GCF]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43084</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธ.ก.ส. ร่วม GIZ เปิดตัวเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ลดปัญหาโลกร้อน วันนี้ (29 มกราคม 2569) รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธ.ก.ส. ร่วม </strong><strong>GIZ เปิดตัวเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ลดปัญหาโลกร้อน</strong></p>
<p><span id="more-43084"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43087" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>วันนี้ (29 มกราคม 2569) รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน </strong><strong>(Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit GmbH : GIZ)</strong> จัดงาน <strong>“ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ </strong><strong>Thai Rice GCF”</strong> เปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุน และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกรให้เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีความเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Technology: CST) มาปรับใช้ เพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรรายย่อย ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และภาคเอกชน พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ ชัยนาท อ่างทอง ปทุมธานี สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และลพบุรี มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2571) ทั้งนี้ มีผู้แทนจากกระทวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมจำเนียรสาร ชั้น 24 เกษตรธนากร ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43088" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43089" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04.jpg" alt="ไพศาล หงษ์ทอง" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong><span style="color: #1b2f9f;">นายไพศาล หงษ์ทอง</span> รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า </strong>วิธีการปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมาก และขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกรลดลง นำไปสู่การสูญเสียรายได้ และส่งผล กระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ธ.ก.ส. จึงให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าววิถีใหม่ ซึ่งคาดว่า จะสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่การทำนาข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศนั้น เกษตรกรและผู้ให้บริการจำเป็นต้องตระหนัก และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นภัยคุกคาม และพร้อมในการปรับเปลี่ยนและป้องกันผลกระทบ โดยคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน รวมถึงสามารถวางแผนการลงทุนและบันทึกการดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่ง <strong>“มาตรการสนับสนุนทางด้านการเงิน (Climate Smart Package)” </strong>จะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญให้เกษตรกรยอมรับ และนำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การทำนาที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong> เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ</strong><strong> (CSI)</strong> เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ Thai Rice GCF จำนวนประมาณ 300 ล้านบาท (7.6 ล้านยูโร) ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินอุดหนุนบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรประมาณ 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาของตนไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินอุดหนุนได้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจ S 500 บาท/ต่อไร่ แพ็กเกจ M 1,000 บาท/ต่อไร่ และแพ็กเกจ L 1,600 บาท/ต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน</li>
<li><strong> สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Smart Loan: CSL) ได้แก่ สินเชื่อ Climate Smart Loan (CSL)</strong> วงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Basic CST) จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และ หลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน (Climate Smart Finance: CS-Fin) จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อให้เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือค่าลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ 10 เทคโนโลยีที่โครงการได้ให้การส่งเสริม <strong>และสินเชื่อภายใต้ </strong><strong>BCG Model </strong>สำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST และมีความต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนา</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43090" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>โดยเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Thai Rice GCF สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ, สำนักงานเกษตรจังหวัด, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว, ศูนย์วิจัยข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 หลักสูตรแล้ว จึงจะสามารถสมัครขอรับเงินอุดหนุน CSI ผ่านเจ้าหน้า ธ.ก.ส. ผู้จัดอบรม หรือ ธ.ก.ส. สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาใน 21 จังหวัดที่ร่วมโครงการ และสำนักกิจการระหว่างประเทศ 02 558 6555 ต่อ 8957, 8958</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กองทุน ThaiCI &#8211; GIZ ผนึกภาคีภาครัฐ ผลักดันโรงแรมสีเขียว หนุนธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืน </title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaici-giz/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 06:31:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiCI]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42444</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุน Thai Climate Initiative Fund (ThaiCI) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และ กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จับมือหน่วยงานภาคี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวให้ยั่งยืน และตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกประเทศไทย ด้วยการเปิดรับข้อเสนอโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากบริการธุรกิจโรงแรมและที่พักขนาด SMEs ระยะที่ 2 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ทีโม เมนนิเคน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaici-giz/">กองทุน ThaiCI – GIZ ผนึกภาคีภาครัฐ ผลักดันโรงแรมสีเขียว หนุนธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืน </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุน </strong><strong>Thai Climate Initiative Fund (ThaiCI) </strong>ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง<strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน </strong><strong>(</strong><strong>GIZ) </strong>และ<strong> กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>(สผ.)</strong> จับมือหน่วยงานภาคี ก<strong>ระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>(สส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)</strong> พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวให้ยั่งยืน และตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกประเทศไทย ด้วยการเปิดรับข้อเสนอโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากบริการธุรกิจโรงแรมและที่พักขนาด SMEs ระยะที่ 2 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค</p>
<p><span id="more-42444"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42447" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-02.jpg" alt="ทีโม เมนนิเคน" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ทีโม เมนนิเคน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน </strong><strong>(GIZ) ประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า กองทุน ThaiCI ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) นับเป็นแหล่งเงินทุนสีเขียวที่ส่งเสริมความยั่งยืนในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยสร้างกลไกกองทุนด้านภูมิอากาศและเอื้อให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการเปิดรับข้อเสนอของธุรกิจโรงแรมและที่พัก ระยะที่ 2 นี้จะส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในไทยได้เป็นอย่างดี จากมาตรการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) และโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Green Hotel Plus)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42448" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-03.jpg" alt="บรรณารักษ์ เสริมทอง" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>บรรณารักษ์ เสริมทอง</strong></span> <strong>เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>กล่าวว่า “สภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการถดถอยของสภาพเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ เพื่อให้เกิดการดูดกลับของก๊าซเรือนกระจกอันเป็นเป้าหมายการดำเนินงานของ สผ. อยู่แล้ว ซึ่งการมีแหล่งเงินทุนของต่างประเทศอย่างกองทุน ThaiCI จะช่วยส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในหลายภาคส่วนของไทย โดยการเปิดรับข้อเสนอของธุรกิจโรงแรมและที่พัก ระยะที่ 2 จะกระตุ้นให้มีโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวว่าจะได้พักในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42449" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-04.jpg" alt="โอกาสและความท้าทายสู่มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="750" height="436" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-04-300x174.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-04-150x87.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thaici-giz-04-500x291.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ภายในงานยังมีเสวนาหัวข้อ “<strong>โอกาสและความท้าทายสู่มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong>” โดยผู้จัดการโครงการ ThaiCI จาก GIZ ร่วมเสวนาโดยผู้แทนจาก สส. สผ. ททท. สสว. สมาคมโรงแรมไทย และบริษัท แอดวานซ์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและบริษัทเอกชนผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงแรม เช่น ฮีทปั๊ม การรีไซเคิลความร้อนจากเครื่องปรับอากาศเพื่อใช้ทำน้ำอุ่นในห้องพัก และระบบการบริหารจัดการพลังงานในอาคาร และเทคโนโลยีการกำจัดขยะอินทรีย์จากโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/image005.jpg" alt="โครงการ ThaiCI จาก GIZ" width="750" height="371" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/image005.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/image005-300x148.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/image005-150x74.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/image005-500x247.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับการเปิดรับข้อเสนอโครงการฯ ระยะที่ 2 จะสนับสนุนทุนให้เปล่าร้อยละ 50 สูงสุด 1 ล้านบาทต่อโรงแรม โดยข้อเสนอโครงการฯ สามารถครอบคลุมมาตรการด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์  การผลิตน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการปรับเปลี่ยนตู้แช่หรือตู้เย็นมินิบาร์ รวมถึงมาตรการการจัดการของเสีย เช่น การคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล และการนำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ย เปิดรับจนถึงวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaici-giz/">กองทุน ThaiCI – GIZ ผนึกภาคีภาครัฐ ผลักดันโรงแรมสีเขียว หนุนธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืน </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยผนึกพลังเยอรมนี เดินหน้าบูรณาการข้ามภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ผ่านเวที Synergised Thailand 2025</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/synergised-thailand-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 01:51:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[Synergised Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41699</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน การขนส่ง และสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) โดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเวทีประชุมระดับชาติ “Synergised Thailand 2025: Accelerating Sector Coupling to Power a Climate Action” เดินหน้าผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2593 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/synergised-thailand-2025/">ไทยผนึกพลังเยอรมนี เดินหน้าบูรณาการข้ามภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ผ่านเวที Synergised Thailand 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน การขนส่ง และสภาพภูมิอากาศ (</strong><strong>TGC EMC) </strong><strong>โดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (</strong><strong>GIZ) </strong><strong>ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเวทีประชุมระดับชาติ “</strong><strong>Synergised Thailand 2025: Accelerating Sector Coupling to Power a Climate Action” </strong><strong>เดินหน้าผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (</strong><strong>Net Zero) </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2593</strong></p>
<p><span id="more-41699"></span></p>
<p>ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ ช่วงเช้าได้ปูพื้นฐานบริบทการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย พร้อมนำเสนอแนวคิด Sector Coupling และกรณีศึกษาความสำเร็จจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เทคโนโลยี Vehicle-to-X (V2X) ระบบดิจิทัลบริหารจัดการพลังงาน และตัวอย่างหมู่บ้าน Wildpoldsried ประเทศเยอรมนี ที่ผสานพลังงานหมุนเวียนเข้ากับวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน ส่วนช่วงบ่ายแบ่งเป็น 2 ห้องสัมมนาย่อย ได้แก่ ห้อง “พลังงานกับการขนส่ง” ที่มุ่งเน้นบทบาทเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) ต่ออนาคตพลังงานสะอาด และห้อง “พลังงานกับการเกษตร” ที่เน้นเทคโนโลยีชีวมวลและ Agrivoltaics เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับภาคเกษตร พร้อมกรณีศึกษาที่ประยุกต์ใช้ได้ในบริบทไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41701" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-02.jpg" alt="โยฮันเนส แคร์เนอร์" width="750" height="440" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-02-300x176.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-02-150x88.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-02-500x293.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">โยฮันเนส แคร์เนอร์</span> ที่ปรึกษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย</strong> กล่าวเปิดการประชุมว่า แนวคิด Sector Coupling เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของเยอรมนี และเป็นบทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ทั้งนี้ การเชื่อมโยงภาคส่วนที่เคยทำงานแยกกันจะช่วยลดคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41702" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-03.jpg" alt="ปาริชาติ หาญเรืองเดช" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ปาริชาติ หาญเรืองเดช</span> ผู้อำนวยการกลุ่มบัญชีก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม   </strong>กล่าวว่า <strong>  </strong>แนวทาง Sector Coupling ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายภาคส่วนในประเทศไทย จึงต้องอาศัยพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมุมมองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทไทย การประชุม</p>
<p>ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนชุมชนนักปฏิบัติที่ร่วมสร้าง นิเวศแห่งความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน</p>
<p>ในการประชุมครั้งนี้ยังได้เผยทิศทางนโยบายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ อาทิ   สหภาพยุโรป (EU) เดินหน้าข้อตกลง European Green Deal ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 55% ภายในปี 2573 พร้อมใช้กลไก<strong>Carbon Border Adjustment Mechanism</strong> (CBAM) หรือ<strong>มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน</strong>  กำหนดให้สินค้านำเข้าจ่ายราคาคาร์บอนใกล้เคียงกับผู้ผลิตใน EU ภายใต้<strong>ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป</strong> (European Union Emissions Trading System : EU ETS)  ขณะที่ญี่ปุ่น ดำเนินนโยบาย Green Growth Strategy ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 พร้อมใช้มาตรการ Global Warming Countermeasure Tax ภาษีเฉพาะเพื่อลดโลกร้อน ระบบเครดิตคาร์บอนภาคสมัครใจ (J-Credits) และเตรียมเริ่มระบบ EU  ETS ในปี 2026 รวมถึงแผนเก็บค่าภาระผู้นำเข้าพลังงานฟอสซิลตามการปล่อยคาร์บอน เริ่มในปี 2028</p>
<p>นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้กำหนดนโยบายสำคัญเพื่อรับมือปัญหาภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นการติดตั้งระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงสูง ฟื้นฟูประชาชนผู้ประสบภัย อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ จัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อินซ่า อิลเก้น</span> ผู้อำนวยการโครงการ </strong><strong>TGC EMC </strong><strong>จาก </strong><strong>GIZ</strong> กล่าวว่า  วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ Sector Coupling และเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติและวางแผนขั้นต่อไปสำหรับปีหน้า โดยเน้นการเรียนรู้ร่วมกันและขยายผลสู่การปฏิบัติจริง</p>
<p>สำหรับโครงการ TGC EMC ดำเนินงานโดย GIZ ด้วยทุนสนับสนุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของรัฐบาลเยอรมนี ร่วมมือกับ 7 หน่วยงานภาครัฐไทย ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยดำเนินงานใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน คมนาคม การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรม ชีวมวล และการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ThaiCI)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41703" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-04.jpg" alt="Synergised Thailand 2025" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/synergised-thailand-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การประชุม “Synergised Thailand 2025” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือไทย–เยอรมันในการผลักดันประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ ผ่านการบูรณาการข้ามภาคส่วน เสริมสร้างความเข้าใจด้านพลังงานยั่งยืน และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/synergised-thailand-2025/">ไทยผนึกพลังเยอรมนี เดินหน้าบูรณาการข้ามภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ผ่านเวที Synergised Thailand 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 06:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Eco -Design]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39520</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “Eco-Design Sparking Innovation Award” ภายใต้โครงการ “การลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN)” เพื่อส่งเสริมแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของพลาสติกในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเน้นหลักการ Eco-Design และ Design for Recycling (D4R) ซึ่งจะช่วยวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ลิกกี้-ลี พิทเซน เลขานุการเอกฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในเยอรมนี Eco-design ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม โดยหลักการนี้มีส่วนช่วยลดของเสีย ลดการปล่อยคาร์บอน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/">GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “Eco-Design Sparking Innovation Award” ภายใต้โครงการ “การลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN)” เพื่อส่งเสริมแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของพลาสติกในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเน้นหลักการ Eco-Design และ Design for Recycling (D4R) ซึ่งจะช่วยวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</strong></p>
<p><span id="more-39520"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39522" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02.jpg" alt="ลิกกี้-ลี พิทเซน" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ลิกกี้-ลี พิทเซน</span> เลขานุการเอกฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในเยอรมนี Eco-design ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม โดยหลักการนี้มีส่วนช่วยลดของเสีย ลดการปล่อยคาร์บอน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาทรัพยากรขาดแคลน</p>
<p>รัฐบาลเยอรมนียังมีบทบาทในการส่งเสริมแนวคิดดังกล่าวสู่เวทีนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะประเทศไทย ผ่านโครงการที่ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ (PCP) และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการขยะพลาสติก และการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม การมีส่วนร่วมของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีในกิจกรรมสำคัญ อย่าง พิธีมอบรางวัล Eco-Design Sparking Innovation Award จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลเยอรมนีในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดเวทีให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่และนวัตกรไทยได้นำเสนอแนวคิดสู่ภาคอุตสาหกรรมและตลาดสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39523" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03.jpg" alt="ผานิต รัตสุข" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผานิต รัตสุข</span> ผู้อำนวยการกองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานตามแผน ซึ่งประเทศไทยโดยกรมควบคุมมลพิษใช้เป็นนโยบายในการขับเคลื่อนในเรื่องการจัดการของเสีย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทางการจัดการขยะพลาสติก 2561-2570 สำหรับเรื่องของพลาสติกก็จะเป็นการดำเนินการภายใต้การปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกในระยะที่ 2 ปี 2566-2570 ซึ่งเป็นนโยบายหลักในเรื่องของการจัดการของเสีย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดและยุติการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use plastics) ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศไทย</p>
<p>อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling – D4R) โดยได้จัดทำแนวทางสำหรับบรรจุภัณฑ์ 3 ประเภท ได้แก่ ขวด PET (พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต) สำหรับน้ำดื่ม, บรรจุภัณฑ์ HDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง) สำหรับผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล และภาชนะพลาสติก PP (โพลีโพพีลิน) ชนิดแข็งสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งล้วนเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แนวทาง D4R ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่ได้ถูกบูรณาการไว้ในการประกวด Eco-Design ครั้งนี้โดยเฉพาะในหมวดบรรจุภัณฑ์ ผู้เข้าแข่งขันได้รับการส่งเสริมให้นำหลักการ D4R ไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งช่วยส่งเสริมความเข้าใจในเชิงปฏิบัติให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ และขยายผลไปยังภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39524" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04.jpg" alt="อัลวาโร ซูริตา" width="751" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อัลวาโร ซูริตา</span> ผู้อำนวยการโครงการ </strong><strong>MA-RE-DESIGN, ผู้แทน GIZ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง GIZ และกรมควบคุมมลพิษ (PCP) ในด้านการจัดการขยะ พลาสติก และการส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน ได้เริ่มต้นมานานหลายปี โดยเฉพาะในช่วงปี 2562–2565 ที่ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินโครงการระดับภูมิภาค “Rethinking Plastics” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและรัฐบาลเยอรมนี เพื่อวางรากฐานนโยบายเกี่ยวกับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แนวคิด Eco-design และความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>นอกจากนี้ GIZ ยังดำเนินโครงการ CAPS ที่ได้รับทุนจากรัฐบาลเยอรมนี โดยมุ่งพัฒนาแนวทาง Design for Recycling และระบบการใช้ซ้ำ (Reuse Systems) ในระดับเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร ส่วนรางวัล Eco-Design ที่จัดขึ้นในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ MA-RE-DESIGN ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงของเทศบาลแห่งประเทศเยอรมนี (BMU-KM) เพื่อส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีการผลักดันระบบ EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ โดยทำงานร่วมกับ WWF ประเทศไทย และ WWF เยอรมนี ในพื้นที่นำร่องสองแห่ง คือ เกาะเต่าและจังหวัดตรัง โดยไม่เพียงเน้นกิจกรรมเก็บขยะชายหาด แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบจัดการพลาสติกเชิงระบบในแหล่งท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับเครือข่าย COPSI ภายใต้โครงการของ UNEP ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคของ 9 ประเทศในเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนโยบายและการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ตัวอย่างเช่น ระบบ “Green Dot” ในเยอรมนี ซึ่งให้ผู้ผลิตที่นำบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาดรับผิดชอบต่อการจัดเก็บและการจัดการขยะทั้งหมดแทนภาครัฐ ถือเป็นต้นแบบของการนำหลักการ EPR ไปใช้จริง ช่วยลดภาระของเทศบาลและผู้เสียภาษี เป้าหมายของความร่วมมือทั้งหมดนี้ คือ การสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มและมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก เช่น ข้อกำหนดด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป (ESPR และ EWR) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39525" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05.jpg" alt="สุนทร ยงค์วิบูลศิริ" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สุนทร ยงค์วิบูลศิริ</span> ที่ปรึกษาและผู้ประสานงานกลุ่ม </strong><strong>Eco-design จากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท)</strong> กล่าวว่า TIPMSE กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีภายในประเทศและเครือข่ายระดับสากล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นอกจากการพัฒนากลไก EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ เรากำลังขยายแนวทาง D4R ซึ่งจะช่วยสนับสนุน EPR ให้เกิดประสิทธิภาพไปยังบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ มากขึ้น พร้อมผลักดันให้เกิดไกด์ไลน์และพัฒนาสู่มาตรฐานในอนาคต โดยที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และสามารถส่งออกได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในการร่างไกด์ไลน์ Eco-Design สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่และ SME เพื่อสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสามารถรีไซเคิลได้ และตอบโจทย์ตลาดโลก พร้อมทั้งสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้แปรรูปวัสดุ เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดการของเสีย และภาคการรีไซเคิล เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ศัตรู พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย เราอยากให้มันกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าหรือใช้ซ้ำ  เพื่อลดการเกิดขยะ แต่ยังมีบรรจุภัณฑ์บางส่วนที่หลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งการจะทำให้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียนกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าจำเป็นต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะเรื่องการคัดแยกและการเก็บรวบรวมที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการขับเคลื่อนร่วมกันจากทุกภาคส่วนในสังคม” <strong>สุนทร กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/">GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GIZ เปิดรับสมัครผลงาน Eco-Design Sparking Innovation Award ชิงรางวัลใหญ่ดูงาน Green Life and Sustainable Taiwan Expo 2025 ที่ไต้หวัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eco-design-sparking-innovation-award/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eco-design-sparking-innovation-award/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 08:39:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Design Sparking Innovation Award]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38238</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยโครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืนและการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) เปิดตัว การประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์บนแนวคิดของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อโลกสีเขียว Eco-Design Sparking Innovation Award (อีโค่-ดีไซน์ สปาร์กลิง อินโนเวชั่น อวอร์ด) ภายใต้ธีมการออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืนบนแนวคิดของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์เพื่อโลกสีเขียว และคำนึงถึงหลักการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (A Call for Innovation in Design for Recycling and Carbon Footprint Solutions)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-design-sparking-innovation-award/">GIZ เปิดรับสมัครผลงาน Eco-Design Sparking Innovation Award ชิงรางวัลใหญ่ดูงาน Green Life and Sustainable Taiwan Expo 2025 ที่ไต้หวัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยโครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืนและการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) เปิดตัว การประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์บนแนวคิดของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อโลกสีเขียว Eco-Design Sparking Innovation Award (อีโค่-ดีไซน์ สปาร์กลิง อินโนเวชั่น อวอร์ด) ภายใต้ธีมการออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืนบนแนวคิดของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์เพื่อโลกสีเขียว และคำนึงถึงหลักการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (A Call for Innovation in Design for Recycling and Carbon Footprint Solutions) เพื่อชิงรางวัลใหญ่ไปทริปดูงาน Green Life and Sustainable Taiwan Expo 2025 ที่ไต้หวัน</strong></p>
<p><span id="more-38238"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38239" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award.jpg" alt="GIZ เปิดรับสมัครผลงาน Eco-Design Sparking Innovation Award" width="740" height="379" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-300x154.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-150x77.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-500x256.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38240" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award.jpg" alt="Eco-Design Sparking Innovation Award" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08-Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>งานเปิดตัวการประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ฯ นี้จัดขึ้น ณ โซนอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานคู่ร่วมมือโครงการ พันธมิตรโครงการ หน่วยงานด้านการออกแบบ และนักออกแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในการแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกและส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนเพื่อลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและพัฒนาระบบจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38242" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P01.jpg" alt="โยฮันเนส แคร์เนอร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โยฮันเนส แคร์เนอร์</strong> </span><strong>ที่ปรึกษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย</strong> กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมนีและประเทศไทยในการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนว่า &#8220;งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนผ่านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เยอรมนีภูมิใจที่ได้สนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การประกวดครั้งนี้จะจุดประกายนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยสร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38243" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P02.jpg" alt="ทวีชัย เจียรนัยขจร" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ทวีชัย เจียรนัยขจร</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนานโยบายสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในประเทศไทยว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกในที่ประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการจัดทำมาตรการที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านมลพิษจากพลาสติก รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทางทะเล ครั้งที่ 5 (INC-5) ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ดังนั้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนจึงเป็นประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาและให้ความสำคัญ โดยการขับเคลื่อนของประเทศไทยตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้เน้นย้ำความสำคัญในส่วนนี้ตั้งแต่ต้นทาง โดยเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้วัสดุที่ฟุ่มเฟือย ไม่ใช้สารเติมแต่งที่อันตรายและขัดขวางการแปรรูปใช้ใหม่ เน้นการใช้ซ้ำ และบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นจะต้องนำกลับไปแปรรูปใช้ใหม่ได้ทั้งหมด เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน และสอดคล้องกับหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) ที่จะให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38244" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P03.jpg" alt="วรุณ วารัญญานนท์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>วรุณ วารัญญานนท์</strong></span> <strong>ที่ปรึกษาเพื่อภาคีอุตสาหกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาโครงการ MA-RE-DESIGN</strong> กล่าวถึงหลักการที่นำมาใช้ในการประกวดบรรจุภัณฑ์ครั้งนี้ว่า การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล หรือ Design for Recycling (D4R) ช่วยให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่มีโลโก้รีไซเคิลได้ หรือรีไซเคิลได้ในทางทฤษฎี แต่เป็นการส่งเสริมการเก็บรวบรวม คัดแยก และนำไปรีไซเคิลได้จริง ในขณะที่คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ หรือ Carbon Footprint of Products (CFP) ช่วยแสดงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่การใช้เลือกวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน จนถึงการกำจัดซากหลังใช้งาน การประยุกต์ใช้หลักการ D4R และ CFP ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ จึงเป็นแนวทางให้บริษัทสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงเพิ่มความเป็นไปได้ที่บรรจุภัณฑ์จะถูกนำไปรีไซเคิลจริง&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38245" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P04.jpg" alt="อัลวาโร่ ซูริต้า" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อัลวาโร่ ซูริต้า</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการ MA-RE-DESIGN โดย GIZ</strong> กล่าวว่า โครงการ MA-RE-DESIGN จัดการประกวดนี้ขึ้นเพราะเราให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (eco-design) เนื่องจากการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนเป็นกุญแจสำคัญในการลดขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง พร้อมสนับสนุนภาครัฐในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อลดและกำจัดขยะพลาสติก รวมถึงส่งเสริมทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบรรลุอัตราการรีไซเคิล 100% ภายในปี พ.ศ. 2573</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38246" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P05.jpg" alt="ชณัฐ วุฒิวิกัยการ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-P05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชณัฐ วุฒิวิกัยการ</strong></span> หรือ <strong>KongGreenGreen คอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้รับหน้าที่พิธีกรของงาน</strong>กล่าวปิดท้ายว่า &#8220;ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นแนวคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนจากคนรุ่นใหม่ การออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคืออนาคตของพวกเรา และการประกวดครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ สู่สาธารณะ จึงขอชวนผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดกันเยอะ ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38247" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Poster_Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-2025.jpg" alt="Eco-Design Sparking Innovation Award" width="452" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Poster_Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-2025.jpg 452w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Poster_Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-2025-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Poster_Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-2025-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Poster_Eco-Design-Sparkling-Innovation-Award-2025-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 452px) 100vw, 452px" /></p>
<p><strong>Eco-Design Sparking Innovation Award เปิดรับสมัครผลงานถึงวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568 โดยจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-design-sparking-innovation-award/">GIZ เปิดรับสมัครผลงาน Eco-Design Sparking Innovation Award ชิงรางวัลใหญ่ดูงาน Green Life and Sustainable Taiwan Expo 2025 ที่ไต้หวัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eco-design-sparking-innovation-award/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GIZ เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ยกระดับผลผลิตสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-rice-gcf/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-rice-gcf/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Feb 2025 09:46:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38139</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปลูกข้าวถือหนึ่งในเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทย โดยครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีเกษตรกรรายย่อยประมาณ 18 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมข้าว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวกลับมีรายได้น้อยและเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมาก นอกจากนี้ กระบวนการผลิตข้าวยังเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจากนาข้าวที่มีน้ำขัง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาฟางและตอซัง และก๊าซไนตรัสออกไซด์จากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นปัจจัยท้าทายในการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน กองทุนภูมิอากาศสีเขียว กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) จึงผนึกกำลัง กรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-rice-gcf/">GIZ เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ยกระดับผลผลิตสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การปลูกข้าวถือหนึ่งในเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทย โดยครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีเกษตรกรรายย่อยประมาณ 18 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมข้าว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวกลับมีรายได้น้อยและเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมาก</strong></p>
<p><span id="more-38139"></span></p>
<p>นอกจากนี้ กระบวนการผลิตข้าวยังเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจากนาข้าวที่มีน้ำขัง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาฟางและตอซัง และก๊าซไนตรัสออกไซด์จากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นปัจจัยท้าทายในการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38142" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Rice-is-More.jpeg" alt="GIZ เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ยกระดับผลผลิตสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Rice-is-More.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Rice-is-More-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Rice-is-More-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Rice-is-More-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กองทุนภูมิอากาศสีเขียว</strong> <strong>กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ)</strong> จึงผนึกกำลัง <strong>กรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> <strong>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.)</strong> พร้อมด้วย <strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)</strong> <strong>สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ</strong> และ<strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ)</strong> เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) เพื่อเดินหน้าปฏิรูปภาคการปลูกข้าวด้วยเงินทุนสนับสนุนรวม 4.181 พันล้านบาท ในการส่งเสริมศักยภาพเกษตรไทย 253,400 ราย ใน 21 จังหวัดของประเทศไทย สามารถนำรูปแบบการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศมาปรับใช้ พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.44 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี พ.ศ. 2571</p>
<p>นอกจากจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ยังปลดล็อกแหล่งรายได้เพิ่มเติมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบนิเวศการตลาดในภาคการปลูกข้าว พร้อมสนับสนุนนโยบายด้วนเครื่องมือทางเทคนิค การติดตามผลและการประสานงานการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมเชิงสถาบันและนโยบายที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38144" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thai-Rice-GCF.jpeg" alt="GIZ เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ยกระดับผลผลิตสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน" width="740" height="481" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thai-Rice-GCF.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thai-Rice-GCF-300x195.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thai-Rice-GCF-150x98.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Thai-Rice-GCF-500x325.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นานา คึนเคล</strong></span> ผู้<strong>อำนวยการและผู้ประสานงานกลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร ผู้อำนวยโครงการฯ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยกำลังเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องรับมือจากแรงกดดันจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น หรือปัญหาอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบผลผลิตข้าว โครงการนี้จึงเป็นเสมือนเส้นทางช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านโครงการ develoPPP ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน</p>
<p>เป้าหมายหลักของโครงการคือการเปลี่ยนแปลงวิถีการเกษตรโดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านสภาพภูมิอากาศมาใช้ และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงให้กับเกษตรกร โดยจะครอบคลุมพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญในประเทศไทย 21 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และให้การสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การให้ความรู้และคำแนะนำด้านเกษตร การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม และการสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบายและตลาดที่เอื้อต่อเกษตรกร เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงทักษะที่จำเป็น ผ่านตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคเกษตรกรรมของไทย โดยตั้งเป้าหมายให้รายได้ต่อปีของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 10% อีกทั้งยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงในภาคเกษตร ผ่านการจัดทำดัชนีความก้าวหน้าในการเสริมสร้างบทบาทของผู้หญิง เพื่อให้สามารถติดตามผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการลดการใช้ปุ๋ย สารเคมีทางการเกษตร และยาฆ่าแมลงลง 20% ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงการลดมลพิษทางอากาศจากการเผาตอซังข้าวและฟางข้าว และเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 2.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมช่วยให้เกษตรกรกว่า 250,000 รายสามารถนำเทคโนโลยีและแนวทางเกษตรอัจฉริยะมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปใช้ได้จริง และนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพิ่มรายได้และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่เกษตรกร ได้แก่ ระบบการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซังอย่างยั่งยืน เพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมและนำวัสดุเหลือใช้ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ อย่างคุ้มค่า</p>
<p>“เกษตรกรไม่ได้เป็นเพียงผู้เพาะปลูกข้าวเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างความเข้มแข็ง ความยั่งยืน และอนาคตของภาคเกษตรกรรมข้าวไทย และเป็นผู้พิทักษ์ความมั่นคงทางอาหาร ผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และผู้ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองของชนบทไทย จึงอยากให้เกษตรไทยทุกคนภาคภูมิใจในตนเอง และอยากให้ประเทศไทยพิสูจน์ให้เห็นว่าความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปพร้อมกันได้” <strong>ดร.นานา</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38140" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Arnon-Noncie.jpg" alt="อานนท์ นนทรีย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Arnon-Noncie.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Arnon-Noncie-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Arnon-Noncie-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Arnon-Noncie-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อานนท์ นนทรีย์</strong></span> <strong>รองอธิบดีกรมการข้าว</strong> กล่าวถึงวิสัยทัศน์ระดับประเทศเกี่ยวกับแนวคิด “Rice is More” ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ทำการเกษตรกว่า 140 กว่าล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรังกว่า 60-70 ล้านไร่ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเกษตรกรและชาวนาไม่ต่ำกว่า 18-20 ล้านคน หากรวมถึงผู้ที่อยู่ในภาคการผลิตและภาคการบริหารทั้งหมด ข้าวจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประชาชนจำนวนมาก รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมข้าวในทุกมิติ ทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อม และผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ กรมการข้าวในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องการปลูกข้าวทั้งหมด ทั้งในด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี และงานวิจัยเพื่อพัฒนาข้าวในทุกมิติ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน ที่ดูแลเรื่องน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน ที่ดูแลด้านดิน ปุ๋ย และการบำรุงดิน กรมส่งเสริมการเกษตรที่ให้ความรู้และส่งเสริมการทำเกษตรที่ถูกต้องและยั่งยืน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสหกรณ์ข้าวทั่วประเทศ</p>
<p>อึกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีอายุสั้น เพื่อลดการใช้น้ำ ปุ๋ย และแรงงาน รวมถึงเพิ่มศักยภาพการผลิตให้สูงขึ้น แม้ว่าการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ จะใช้เวลาประมาณ 8-10 ปี แต่ปัจจุบันกรมการข้าวได้พัฒนาเครื่องมือใหม่ที่ช่วยลดระยะเวลาการวิจัยให้เหลือ 5 ปี หรืออาจสั้นลงเหลือ 3 ปี นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า เพื่อแนะนำให้เกษตรกรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อม เช่น พันธุ์ที่ทนต่อภัยแล้ง น้ำท่วม หรือโรคและแมลง</p>
<p><strong>อานนท์</strong> กล่าวว่าในแต่ละปี กรมการข้าวจะวิเคราะห์ข้อมูลและแนะนำเกษตรกรว่า ปีหน้าควรปลูกข้าวพันธุ์อะไร โดยใช้เครือข่าย ศูนย์ข้าวชุมชนกว่า 5,000 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีแผนขยายไปยัง 60 กว่าจังหวัด ที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหลักของไทย เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ในส่วนของดิน กรมการข้าวได้ทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินเพื่อส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องและลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรยังขาดความรู้ โครงการนี้จึงเน้นรณรงค์ให้เกษตรเข้าใจหลักการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมผ่านการวิเคราะห์ค่าดิน เพื่อลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ รวมถึงยังทำงานร่วมกับกรมชลประทานในการขับเคลื่อนการปลูกข้าวที่เหมาะสมกับทรัพยากรน้ำ เน้นการจัดการระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมและลดการสิ้นเปลืองน้ำโดยไม่จำเป็น</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่านเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนกว่า 5,000 แห่ง โดยเฉพาะการพัฒนา Smart Farmer ที่จะเป็นกลุ่มนำร่องในการทำเกษตรที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p><strong>รองอธิบดีกรมการข้าว</strong> กล่าวอีกว่า โครงการยังทำงานร่วมกับภาคการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนแนวทางการปลูกข้าวแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ไปกับระบบการปลูกแบบเปียกสลับแห้ง ภายใต้โครงการ BCG Model ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน และสินเชื่อสีเขียว รวมถึงการขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนระหว่างประเทศ ผ่านการวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมข้าวของไทยให้เติบโต โดยเปิดโอกาสให้ตลาดที่ให้ความสำคัญกับข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาเชื่อมโยงกับเกษตรกรโดยตรง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อสนับสนุนการผลิตข้าวที่ยั่งยืนโดยตรง และให้เกษตรกรมั่นใจว่าหากเข้าร่วมโครงการจะสามารถเพิ่มรายได้อย่างแน่นอน</p>
<p>“ข้าวต้องเป็นมากกว่าที่เคย ข้าวไทยต้องไปได้ไกลกว่าที่เคยไป เกษตรกรต้องเข้มแข็งมากกว่าที่เคยเป็น และโลกของเราทั้งหมดก็จะยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อตอบโจทย์อนาคตของการเกษตรที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นแล้ว และจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เราต้องขับเคลื่อนและกำหนดนโยบายที่สามารถจูงใจให้เกษตรกรเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเรา” <strong>รองอธิบดีกรมการข้าว</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38141" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/GIZ-Thailand_Agriculture-and-Food-Cluster.jpg" alt="ปลูกข้าว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/GIZ-Thailand_Agriculture-and-Food-Cluster.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/GIZ-Thailand_Agriculture-and-Food-Cluster-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/GIZ-Thailand_Agriculture-and-Food-Cluster-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/GIZ-Thailand_Agriculture-and-Food-Cluster-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เสาวนีย์ โพธิ์รัง</strong></span> <strong>เกษตรกรและผู้นำชุมชน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี</strong> กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีที่ปลูกข้าว รู้สึกสนุกกับอาชีพนี้ และมองว่าการปรับตัวคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำไรให้เกษตรกร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ต้องอาศัยการศึกษาแนวทางการปลูกข้าวแบบใหม่และการทำความเข้าใจตลาดให้มากขึ้น ปีที่ผ่านมา พื้นที่เดิมบางนางบวชประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ดอนและอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งเกษตรกรกว่า 134 รายที่เป็นสมาชิกในกลุ่ม มีพื้นที่รวม 5,217 ไร่ จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหันมาศึกษาข้อมูลด้านสภาพอากาศ เลือกใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสม เนื่องจากก่อนหน้านี้เกษตรในพื้นที่ไม่เคยตระหนักว่าการทำนาจะส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการทำนาลดโลกร้อน เราจึงเริ่มรวมกลุ่มเป็น “ชาวนารักโลก” และปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาแบบเดิม โดยลดการเผาฟางข้าวซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่น PM2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>“หากไม่มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความรู้และคำแนะนำแก่เกษตรกรตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว เกษตรกรก็จะไม่ได้กำไรที่เพิ่มขึ้นเหมือนทุกวันนี้ เราจึงเริ่มศึกษาพันธุ์ข้าวและตลาดอย่างจริงจัง พร้อมเปลี่ยนแนวทางการทำนาสู่การทำนาลดโลกร้อน ด้วยการปรับหน้าดินให้เรียบ เพื่อลดต้นทุนการสูบน้ำ การใช้ระบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดการใช้น้ำและเชื้อเพลิง ตลอดจนการฝังกลบข้าวแทนการเผา ซึ่งช่วยลดมลพิษและสร้างปุ๋ยธรรมชาติให้กับแปลงนา” <strong>เสาวนีย์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-rice-gcf/">GIZ เปิดตัวโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ ยกระดับผลผลิตสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-rice-gcf/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาดไทย จับมือ GIZ ร่วมผลักดันโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำฯ ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/urban-act-integrated-urban-climate-action-for-low-carbon-resilient-cities/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/urban-act-integrated-urban-climate-action-for-low-carbon-resilient-cities/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Sep 2024 09:37:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35638</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act: Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon &#38; Resilient Cities)” ในประเทศไทย โดยมีหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุตุนิยมวิทยา ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการฯ ในประเทศไทย รวมทั้งคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และองค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/urban-act-integrated-urban-climate-action-for-low-carbon-resilient-cities/">มหาดไทย จับมือ GIZ ร่วมผลักดันโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำฯ ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong> และ<strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย </strong>ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน<strong>โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act: Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon &amp; Resilient Cities)” ในประเทศไทย</strong> โดยมีหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุตุนิยมวิทยา ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการฯ ในประเทศไทย รวมทั้งคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และองค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) หน่วยงานร่วมดำเนินโครงการระดับภูมิภาค พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงนักวิชาการ และสื่อมวลชน ที่มาร่วมงาน ณ ห้องอีเทอร์นิตี้บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ)</p>
<p><span id="more-35638"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35640" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-02.jpg" alt="มหาดไทย จับมือ GIZ ร่วมผลักดันโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำฯ ในไทย" width="750" height="476" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-02-300x190.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-02-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-02-500x317.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) เป็นโครงการในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศหลากหลายระดับ ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) โดยกระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาเมืองแบบคาร์บอนต่ำและฟื้นตัวได้ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติ (NDCs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดำเนินการใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย สำหรับหน่วยงานดำเนินงานระดับภูมิภาค ประกอบด้วย GIZ ESCAP UCLG ASPAC มหาวิทยาลัยชตุทการ์ท และมหาวิทยาลัยดอร์ทมุนท์ ประเทศเยอรมนี ตลอดจนหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการฯ ในแต่ละประเทศพันธมิตรทั้ง 5 ประเทศ โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (สป.มท.) กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานหลักในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35641" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-03.jpg" alt="ชำนาญวิทย์ เตรัตน์" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชำนาญวิทย์ เตรัตน์</span> รองปลัดกระทรวงมหาดไทย</strong> กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) จึงถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเมืองและขับเคลื่อนความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงาน SDG เป้าหมายที่ 9 11 และ 13 โดย GIZ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและได้ริเริ่มโครงการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อพัฒนาเมืองแบบองค์รวม พร้อมส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมขานรับและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อการแก้ปัญหาแบบบูรณาการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>“กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจโดยตรงในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชน ปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในภาคเมืองและความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ดังนั้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคเมืองให้มีการพัฒนาที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานร่วมกันในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และจะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิในการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคเมืองระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง” <strong>ชำนาญวิทย์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35642" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-04.jpg" alt="โยฮันเนส  แคร์เนอร์" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">โยฮันเนส  แคร์เนอร์</span> ที่ปรึกษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย </strong>กล่าวว่า คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้เน้นย้ำว่าเมืองต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงเมืองไปสู่ความยั่งยืนและการใส่ใจต่อสภาพภูมิอากาศ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และลดผลกระทบให้กับชุมชนที่มีรายได้น้อยได้ ดังนั้น เราต้องการเมืองที่มีความกระตือรือร้นเพื่อบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามแต่ละเมืองไม่สามารถที่จะแยกกันดำเนินการได้ โดยประเทศเยอรมนีตระหนักและให้ความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลในทุกระดับเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก เราจึงภูมิใจที่ได้เป็นผู้ริเริ่มและผู้สนับสนุนโครงการ Urban-Act ในภูมิภาค ผ่านแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35643" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-05.jpg" alt="ไฮน์ริช กูเดนุส" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ไฮน์ริช กูเดนุส</span> ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act </strong>กล่าวว่า ทางโครงการฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เราตระหนักดีว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ด้วยมีพันธกิจ และอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศครอบคลุมทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น การแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการแนวดิ่ง และการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศหลายระดับ ซึ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ด้วยโครงการ Urban-Act มุ่งเน้นการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในเมืองในระดับชาติ และสนับสนุนให้มีการบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับการพัฒนาเมืองในระดับท้องถิ่น โดยมีเชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่นเป็นพื้นที่นำร่อง</p>
<p>“นอกจากนี้ เรายังดำเนินงานแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (IMT – GT) ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่เขตเมืองที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ และการระบุแนวคิดโครงการที่เป็นรูปธรรมและมีความเป็นไปได้เพื่อเพิ่มโอกาสการรับเงินทุนและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ โดยเรามีความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการดำเนินงานกับหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการ ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันคือหัวใจในการดำเนินงานของโครงการฯ ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความมุ่งมั่นของเราในการจัดหาองค์ความรู้และเทคนิคเชิงลึกที่ถูกต้องแม่นยำ เพราะต่างเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงานเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่ท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” <strong>ไฮน์ริช</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35644" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-06.jpg" alt="พลิกโฉมเมืองไทยสู่เมืองคาร์บอนต่ำ และพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Urban-Act-Project-Kick-off-Event-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ภายในงานยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ<strong> “พลิกโฉมเมืองไทยสู่เมืองคาร์บอนต่ำ และพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Transforming Thai Urbanisation to Low-carbon and Climate-resilient Development)”</strong> โดยผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ <strong>“มุมมองการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ในระดับภูมิภาค (Sustainable urban development from global perspective to local action)”</strong> โดย ESCAP และ UCLG ASPAC</p>
<p><strong>โครงการ Urban – Act</strong> ยังมุ่งเน้นและให้ความสำคัญของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ จึงได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ <strong>“การดำเนินงานในพื้นที่นำร่องภายใต้โครงการ Urban-Act”</strong> โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นทีมวิจัยร่วมดำเนินโครงการ เพื่อร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานและสร้างเครือข่ายระหว่างเมือง โดยมีผู้แทนจากเมืองนำร่องของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต ร่วมด้วยเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเมืองนำร่องภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ได้เข้าร่วมกิจกรรมและแบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึก ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้การดำเนินโครงการฯ ร่วมกันมากยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/urban-act-integrated-urban-climate-action-for-low-carbon-resilient-cities/">มหาดไทย จับมือ GIZ ร่วมผลักดันโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำฯ ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/urban-act-integrated-urban-climate-action-for-low-carbon-resilient-cities/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asean-one-health-network/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/asean-one-health-network/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 04:38:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[PHE]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงด้านสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34371</guid>

					<description><![CDATA[<p>สีของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่จาการ์ตา &#8211; 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567 : โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการฟื้นตัวของอาเซียนผ่านการสร้างศักยภาพหลักในด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน (Strengthening ASEAN Resilience through Capacity Building of Core Competencies in Public Health Emergency: PHE) โดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ร่วมกับสํานักงานเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-one-health-network/">อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สีของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่จาการ์ตา &#8211; 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567 : <strong>โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการฟื้นตัวของอาเซียนผ่านการสร้างศักยภาพหลักในด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน (Strengthening ASEAN Resilience through Capacity Building of Core Competencies in Public Health Emergency: PHE) โดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ร่วมกับสํานักงานเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพจัดงานเปิดตัว “เครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน” (ASEAN One Health Network: AOHN) และ “แผนปฏิบัติการร่วมสำหรับเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน” (ASEAN One Health Joint Plan of Action: ASEAN OH JPA) ควบคู่กับการสัมมนาออนไลน์ (Webinars) เพื่อเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ในอนาคต กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเสริมความมั่นคงด้านสาธารณสุขและความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน</strong></p>
<p><span id="more-34371"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34373" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network.jpg" alt="อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค" width="680" height="331" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-500x243.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>งานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN One Health Network: AOHN) และแผนปฏิบัติการร่วมสำหรับเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN One Health Joint Plan of Action: ASEAN OH JPA) จัดขึ้น ณ โรงแรมเลอ เมอริเดียน จาการ์ตา เพื่อเน้นย้ำถึงความสำเร็จของความร่วมมือและการดำเนินงานร่วมกันภายใต้แนวทางสุขภาพหนึ่งเดียวในอนาคต</p>
<p>ผู้แทนกว่า 100 คน ทั้งจากการเข้าร่วมในสถานที่จริงกว่า 70 คน และการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ เข้าร่วมงานเปิดตัวเครือข่าย “สุขภาพหนึ่งเดียว” ระดับภูมิภาคอาเซียน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นในการนำแผนปฏิบัติการร่วมสำหรับเครือข่าย “สุขภาพหนึ่งเดียว” ระดับภูมิภาคอาเซียนไปสู่การปฏิบัติ โดยเป็นตัวแทนจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการพัฒนาสาธารณสุข (ASEAN Senior Officials Meeting on Health Development: SOMHD) รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) โรคระบาดจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) และความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Senior Officials Meeting of the ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: SOM-AMAF) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Senior Officials Meeting on Environment: ASOEN) สํานักงานเลขาธิการอาเซียนและสำนักงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศและระหว่างรัฐบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34375" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Anas-Maruf.jpg" alt="อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Anas-Maruf.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Anas-Maruf-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Anas-Maruf-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Anas-Maruf-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>งานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียนซึ่งจัดขึ้นในช่วงเช้า ตามด้วยการสัมมนาออนไลน์หัวข้อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อโรคอุบัติใหม่ในอนาคตซึ่งเน้นกรอบแนวคิดตามหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” แผนปฏิบัติการร่วมสำหรับเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวระดับภูมิภาคอาเซียน มีการระบุกรอบแนวทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาค ด้วยการประสานงานระหว่างสุขภาพหนึ่งเดียว การดำเนินงานแผนปฏิบัติการร่วมนี้จะเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคอาเซียนเพื่อบรรเทาภัยคุกคามทางชีวภาพ โดยเฉพาะประเด็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการระบาดและโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ นอกเหนือไปจากการหารือที่เข้มข้นและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติและในภูมิภาคเกี่ยวกับสุขภาพหนึ่งเดียวและภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้แล้ว ยังมีการจัดทำบทสรุปเชิงนโยบาย (Policy Briefs) สำหรับ (1) การเตรียมการและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของอาเซียนในอนาคตและ (2) การถอดบทเรียนจากองค์กรและความร่วมมือระดับนานาชาติสำหรับการดำเนินงานเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว เป็นการสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องสำหรับการเตรียมการและการตอบสนองในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34376" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Syarifah-Liza-Munira.jpg" alt="ดร. ไซยาริฟา ลิซา มูนิรา" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Syarifah-Liza-Munira.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Syarifah-Liza-Munira-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Syarifah-Liza-Munira-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dr.-Syarifah-Liza-Munira-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ไซยาริฟา ลิซา มูนิรา</strong></span> (Dr. Syarifah Liza Munira) <strong>อธิบดีหน่วยงานด้านนโยบายสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศอินโดนีเซีย</strong> กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามร่วมกันของเราในการจัดการกับความท้าทายด้านสาธารณสุขผ่านแนวทางการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน หรือที่เราเรียกกันว่า “สุขภาพหนึ่งเดียว” นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในฐานะประชาคมอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวและความมั่นคงด้านสาธารณสุข สุขภาพหนึ่งเดียวคือแนวทางในการออกแบบและดำเนินโครงการ นโยบาย กฎหมาย และการวิจัย ซึ่งหลายภาคส่วนมีการสื่อสารและทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้น</p>
<p>การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการเพิ่มความร่วมมือและการประสานงานข้ามพรมแดนในการเตรียมการและรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะกรณีที่อาจเกิดการระบาดใหญ่ กรณีของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนภัยคุกคามหลายมิติจากภาคส่วนอื่น ๆ รวมถึงการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยทางอาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นการกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีภาคส่วนสุขภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือข้ามภาคส่วนด้วย การเป็นประธานอาเซียนของของอินโดนีเซียในปี พ.ศ. 2566 เน้นย้ำถึงความสำคัญของอาเซียนในเวทีระดับโลก หนึ่งในนั้นคือการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมด้านสุขภาพระดับภูมิภาค เพื่อการป้องกัน การเตรียมการ และการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อภัยคุกคามด้านสาธารณสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34377" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Oliver-Hoppe.jpg" alt="โอลิเวอร์ โฮปป์" width="680" height="385" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Oliver-Hoppe.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Oliver-Hoppe-300x170.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Oliver-Hoppe-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Oliver-Hoppe-500x283.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โอลิเวอร์ โฮปป์</strong></span> <strong>ที่ปรึกด้านการพัฒนาความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศอินโดนีเซีย อาเซียน และติมอร์-เลสเต</strong> กล่าวว่า เราไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียนและแผนปฏิบัติการร่วมฯ เท่านั้น แต่ยังริเริ่มดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ ที่จะยกระดับการเตรียมการของเราสำหรับการระบาดใหญ่ในอนาคต แผนปฏิบัติการร่วมด้านสุขภาพของอาเซียนจะให้กรอบการทำงานที่ครอบคลุมสำหรับการดำเนินการด้านสุขภาพหนึ่งเดียวที่ยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะจัดการกับภัยคุกคามทางชีวภาพด้วยแนวทางแบบองค์รวมที่ตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34378" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pouchamarn-Wongsanga.jpg" alt="พจมาน วงษ์สง่า" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pouchamarn-Wongsanga.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pouchamarn-Wongsanga-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pouchamarn-Wongsanga-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pouchamarn-Wongsanga-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พจมาน วงษ์สง่า</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)</strong> กล่าวว่า หนึ่งในช่องว่างที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไขคือการพัฒนาศักยภาพ โดยเฉพาะการติดตามผู้สัมผัสและการสอบสวนการระบาดเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาการจัดการควบคุมโรคและจัดให้มีจุดคัดกรอง ณ ด่านข้ามแดนในแต่ละประเทศ รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน สาธารณสุข และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น เครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของอาเซียน (EOC) และศูนย์อาเซียนว่าด้วยสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ (ACPHEED) เพื่อประสานและขยายระบบสุขภาพหนึ่งเดียวระหว่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในประชาคมอาเซียนสำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการฟื้นตัวและความมั่นคงด้านสาธารณสุขระดับภูมิภาคละชนิด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34374" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/03-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network.jpg" alt="อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/03-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/03-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/03-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/03-ASEAN-Germany-supports-the-launch-of-ASEAN-One-Health-Network-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-one-health-network/">อาเซียนผนึกเยอรมนีจัดงานเปิดตัวเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวของอาเซียน ร่วมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอุบัติใหม่ด้านสาธารณสุขฉุกเฉินระดับภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/asean-one-health-network/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-and-giz-achievement-of-sustainable-palm-oil-production/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-and-giz-achievement-of-sustainable-palm-oil-production/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jun 2024 03:09:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GGC]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันปาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34128</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) รวมทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ร่วมกันประกาศความสำเร็จในการยกระดับ มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน พิธีฉลองความสำเร็จของโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Sustainable Palm Oil Production and Procurement หรือ SPOPP) จัดขึ้น ณ โรงแรมอวานีพลัส เขาหลัก จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ggc-and-giz-achievement-of-sustainable-palm-oil-production/">GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) รวมทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ร่วมกันประกาศความสำเร็จในการยกระดับ มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-34128"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34134" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-06.jpg" alt="GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-06.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>พิธีฉลองความสำเร็จของโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Sustainable Palm Oil Production and Procurement หรือ SPOPP) จัดขึ้น ณ โรงแรมอวานีพลัส เขาหลัก จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยมีผู้แทนจาก GGC และ GIZ รวมทั้งองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน หรือ RSPO ประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 60 ท่านเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดยภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลความสำเร็จของโครงการฯ ในหัวข้อ &#8220;เส้นทางความสำเร็จของการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน&#8221; จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและรับซื้อ ทั้งเกษตรกรรายย่อยผู้ผลิตปาล์มน้ำมันที่ได้รับการรับรองจาก RSPO ประเทศไทย ไปจนถึงโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน และ GGC</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34131" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-03.jpg" alt="นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ GGC</strong> ให้เกียรติกล่าวเปิดงานดังนี้ &#8220;เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับ GIZ การทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อยได้เข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง นำมาสู่การพัฒนาการจัดการสวนปาล์ม จนได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO เสริมศักยภาพให้กับผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มในการแข่งขันและเชื่อมโยงการเข้าถึงตลาดทั้งในระดับประเทศและระดับโลก&#8221;</p>
<p><strong>นายกฤษฎา</strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า GGC และ GIZ รวมทั้งพันธมิตรใน 4 จังหวัดนำร่องได้แก่ ชุมพร กระบี่ ตรัง และพังงา ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ SPOPP เมื่อปี พ.ศ. 2565 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล มุ่งยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ</p>
<p>ในประเทศไทยมีผู้ผลิตวัตถุดิบปาล์มน้ำมันตามมาตรฐาน RSPO ค่อนข้างน้อย เนื่องจากเกษตรกรส่วนมากเป็นเกษตรกรรายย่อยจึงควรมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยให้ความรู้งบประมาณสนับสนุนและเป็นตัวแทนในการผลักดัน ขณะที่ภาครัฐควรมีการส่งเสริมหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ได้ตามมาตรฐานสากลเพื่อยกระดับมาตรฐานพร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มในราคาขายตอบสนองกระแสความต้องการในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34132" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-04.jpg" alt="ดร.กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการ GIZ ประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า &#8220;โครงการ SPOPP ได้สร้างสะพาน เชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน และกลุ่มเกษตรกรรายย่อยให้คำนึงถึงความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพผ่านการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการฝึกอบรมเกษตรกรรายย่อยผ่านหลักสูตร &#8220;พัฒนาเกษตรกรรายย่อยของไทยในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน&#8221; (Thailand Oil Palm Smallholder Academy) หรือ TOPSA และการสร้างแอปพลิเคชัน i-Palm เพื่อจัดการฐานข้อมูลสวนแบบดิจิทัล</p>
<p><strong>ดร.กนกวรรณ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการ SPOPP ร่วมมือกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 6 แห่งเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรรายย่อยรวมกว่า 1,000 ราย ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรรายย่อยทั้ง 6 กลุ่ม ได้ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน RSPO ในกลุ่มนี้มี 2 กลุ่มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) 11,047 ตันและน้ำมันเมล็ดใน (Crude Palm Kernel Oil) 1,243 ตันที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐาน RSPO เข้าสู่ตลาดโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-05.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายยุทธนา จรุงการ</strong></span> <strong>ผู้จัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO &#8211; พังงา ในฐานะตัวแทนเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน</strong>กล่าวในเวทีเสวนาว่า &#8220;การที่เกษตรกรรายย่อยจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะหากไม่มีพี่เลี้ยงและงบประมาณสนับสนุน โครงการ SPOPP ทำให้กลุ่มเรากล้าที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน โครงการเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในทุกกระบวนการ ให้คำแนะนำจนกลุ่มของเราได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ปฏิเสธไม่ได้ว่าทัศนคติที่เปิดกว้างของสมาชิกทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารจัดการกลุ่ม เราไม่ได้ต้องการหยุดพัฒนาเพียงแค่เพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO แล้วเท่านั้น เรายังมองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเรื่องตลาดคาร์บอนเครดิตได้อีกในระยะยาว&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34129" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-01.jpg" alt="GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="680" height="453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07.jpg" class="attachment-large size-large" alt="GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="680" height="453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08.jpg" class="attachment-large size-large" alt="GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/GGC-and-GIZ-achievement-of-sustainable-palm-oil-production-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ggc-and-giz-achievement-of-sustainable-palm-oil-production/">GGC-GIZ ร่วมประกาศความสำเร็จการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-and-giz-achievement-of-sustainable-palm-oil-production/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 06:10:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าวลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีเกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31872</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุบลราชธานี :   ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุบลราชธานี :   <span style="color: #6cb742;">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์</span></strong> (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมี<strong>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย <strong>ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ</strong> เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวงฯ และจังหวัดให้การต้อนรับ ตามกำหนดการเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการ</p>
<p><span id="more-31872"></span></p>
<figure id="attachment_31874" aria-describedby="caption-attachment-31874" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31874" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg" alt="ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์" width="780" height="532" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-768x524.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-31874" class="wp-caption-text">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์  (กลาง) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี</figcaption></figure>
<p>อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและมีพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าวมากถึง 4.2 ล้านไร่ สำหรับกำหนดการเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดีและภริยาพร้อมคณะได้มีโอกาสพบปะกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการ และผู้นำชุมชนเพื่อเรียนรู้แนวทางการทำงานผ่านฐานการเรียนรู้วิธีจัดการดินและน้ำ ประกอบด้วยการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดอัตราการสูญเสียปุ๋ยและทำให้ข้าวได้รับปุ๋ยสม่ำเสมอทั่วกันทั้งแปลงนา ลดการใช้น้ำและเชื้อเพลิงในการปลูกข้าว ด้วยวิธีจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การทำปุ๋ยจากมูลสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเกษตร การจัดการฟางข้าวเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ ลดการเผาฟางและตอซัง ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ในพื้นที่เกษตร พร้อมเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน และปลูกป่าไม้ยืนต้นบนคันนา ตามแนวทางวนเกษตร</p>
<p>ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านข้าวของโลก โดยมีปริมาณการผลิตจำนวน 30 ล้านตัน และส่งออกข้าวจำนวน 10 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาโดยไม่มีแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนได้ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น นอกจานั้น การปลูกพืชเชิงเดี่ยว การรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ ยังทำให้ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมโทรมต่อแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าและแนวเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่คุ้มครองภายในภูมิประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31875" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg" alt="GIZ" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) ผ่านโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) โดยมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ เป็นผู้ดำเนินโครงการในพื้นที่นำร่องที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ลดความเสื่อมโทรมของที่ดิน และบรรเทาผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ และเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง GIZ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทโอแลมอกริ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีการจัดการระบบอาหาร ฟื้นฟูสภาพดิน และแนวทางการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์เพื่อปลูกข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำมาสู่การปฏิบัติที่สามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรของไทยอย่างเป็นระบบ โดยคาดว่าเกษตรกรกว่า 45,000 คนจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ นำมาสู่การพัฒนาพื้นที่กว่า 652,500 ไร่ ให้เป็นพื้นที่การปลูกข้าวยั่งยืนและสามารถฟื้นพื้นที่สำหรับการปลูกป่าและพืชหมุนเวียนได้มากกว่า 187,500 ไร่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตรไทยได้มากถึง 3.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดการใช้สารเคมีในกระบวนการเกษตรได้มากถึง 100 เมตริกตันภายในปีสิ้นสุดโครงการ พ.ศ. 2570</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31876" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg" alt="โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GGC จับมือ GIZ และพันธมิตร ยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-giz-mou-scpopp/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-giz-mou-scpopp/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 07:02:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GGC]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันปาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22515</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประเทศไทย ดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Climate – Friendly Palm Oil Production and Procurement in Thailand หรือ SCPOPP) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ggc-giz-mou-scpopp/">GGC จับมือ GIZ และพันธมิตร ยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประเทศไทย ดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Climate – Friendly Palm Oil Production and Procurement in Thailand หรือ SCPOPP) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) มุ่งหวังยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</strong><span id="more-22515"></span></p>
<p>สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน <strong>GGC</strong> และ <strong>GIZ</strong> พันธมิตรโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการดังกล่าว โดยร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ด้วยการนำหลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยผู้ผลิตปาล์มน้ำมันของไทย (Thailand Palm Smallholder Academy หรือ TOPSA) มาสร้างความเชื่อมโยงให้กับเครือข่ายเกษตรกรกับโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันและการเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเกษตรกรเข้าสู่การรับรองมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) ภายในปี พ.ศ. 2567</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22518" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Piroj-Samutthananont.jpg" alt="ไพโรจน์ สมุทรธนานนท์" width="422" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Piroj-Samutthananont.jpg 422w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Piroj-Samutthananont-211x300.jpg 211w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Piroj-Samutthananont-150x213.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Piroj-Samutthananont-352x500.jpg 352w" sizes="(max-width: 422px) 100vw, 422px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ไพโรจน์ สมุทรธนานนท์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า <strong>GGC</strong> ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมและผู้บุกเบิกด้านการผลิตผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมี ในประเทศไทย นอกจากการสร้างโอกาสให้แก่การดำเนินธุรกิจของ GGC การสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคเกษตรกรรมของประเทศให้เกิดความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นสิ่งที่ GGC ให้ความสำคัญ เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทยและให้ได้การยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals หรือSDGs) และการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ GGC ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระหว่าง GGC และ GIZ เกิดขึ้นด้วยเป้าหมายเดียวกันคือต้องการยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย สำหรับการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันระหว่าง 4 ภาคี คือ GGC GIZ 7 พันธมิตรโรงสกัดปาล์มน้ำมัน และกลุ่มเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน 1,000 ราย ในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง ชุมพร และพังงา เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการผลิตปาล์มและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การฝึกอบรมวิทยากร การฝึกอบรมเกษตรกร และการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรรายย่อยให้สามารถเข้าถึงมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนที่เป็นสากล มาตรฐาน RSPO ภายในปี พ.ศ. 2567”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22517" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Kanokwan-Saswattecha.jpg" alt="ดร. กนกวรรณ ศาศวัตเดชะ" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Kanokwan-Saswattecha.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Kanokwan-Saswattecha-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Kanokwan-Saswattecha-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Kanokwan-Saswattecha-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. กนกวรรณ ศาศวัตเดชะ</strong></span> <strong>ผู้จัดการโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (SCPOPP) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาการทำลายผืนป่า แต่เป็นเรื่องข้อจำกัดของเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันรายย่อยที่มากกว่าร้อยละ 70 ยังคงขาดความตระหนักรู้ โอกาสในการเข้าถึง ความรู้ ตลอดจนมีเงินทุนที่จำกัด เพื่อยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนได้ GIZ ประเทศไทยร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการ SCPOPP ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 โครงการได้พัฒนาเครื่องมือต่างๆเพื่อปลดล็อกความท้าทาย</p>
<p>ของเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ เช่น หลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ควบคู่กับการจัดทำแปลงสาธิต ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันการจัดการฐานข้อมูลการผลิตอย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะนี้ วิทยากรเกษตรกรกว่า 200 ราย ซึ่งมาจากเจ้าหน้าส่งเสริมการเกษตร ผู้นำเกษตรกร และผู้แทนจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการฯและได้ส่งต่อความรู้ไปยังเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,400 ราย ในปี พ.ศ. 2564</p>
<p><strong>นอกจากนี้เกษตรกรรายย่อย 400 ราย ได้รับการรับรองการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO และเชื่อมต่อกับตลาดโลกได้สำเร็จ เห็นได้ชัดว่า ความสำเร็จในการยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แน่นอน หากผู้เล่นในห่วงโซ่ร่วมมือกัน โดยเริ่มต้นจากพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ggc-giz-mou-scpopp/">GGC จับมือ GIZ และพันธมิตร ยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ggc-giz-mou-scpopp/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงเกษตรฯ จับมือ RSPO และ GIZ ยกระดับอุตฯ น้ำมันปาล์มไทยสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/rspo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/rspo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2022 09:08:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[RSPO]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22424</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) จับมือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (SCPOPP) ร่วมจัดงานสัมมนาเชิงธุรกิจ เรื่อง “เส้นทางสู่การยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในประเทศไทย ครั้งที่ 2” เพื่อนำเสนอทิศทางของตลาดน้ำมันปาล์มยั่งยืนและโอกาสของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ หนทางสู่การยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในประเทศไทย ผ่านแนวคิด “ความรับผิดชอบร่วมกัน” (Shared Responsibility) ตลอดจนรวบรวมความเห็นต่อการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรปาล์มน้ำมันยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Sustainable Palm Oil Alliance) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ภายในงานนี้มีผู้ขับเคลื่อนระดับนโยบายและตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/rspo/">กระทรวงเกษตรฯ จับมือ RSPO และ GIZ ยกระดับอุตฯ น้ำมันปาล์มไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) จับมือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (SCPOPP) ร่วมจัดงานสัมมนาเชิงธุรกิจ เรื่อง “เส้นทางสู่การยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในประเทศไทย ครั้งที่ 2” เพื่อนำเสนอทิศทางของตลาดน้ำมันปาล์มยั่งยืนและโอกาสของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ หนทางสู่การยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในประเทศไทย ผ่านแนวคิด “ความรับผิดชอบร่วมกัน” (Shared Responsibility) ตลอดจนรวบรวมความเห็นต่อการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรปาล์มน้ำมันยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Sustainable Palm Oil Alliance) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-22424"></span></p>
<p>ภายในงานนี้มีผู้ขับเคลื่อนระดับนโยบายและตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม โรงสกัด โรงกลั่น ผู้ผลิตแปรรูป ผู้ค้าส่งออกน้ำมันปาล์ม เข้าร่วมกิจกรรม</p>
<p>ประเทศไทยนับเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอันดับสามของโลก การพัฒนาศักยภาพเพื่อให้ได้การรับรองน้ำมันปาล์มยั่งยืนเป็นเรื่องที่สำคัญ ด้วยน้ำมันปาล์มมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 40 ของความต้องการน้ำมันที่ผลิตจากพืชทั่วโลก และเป็นพืชที่มีการใช้พื้นที่การผลิตเพียงร้อยละ 6 ของพื้นที่การผลิตน้ำมันพืชทั้งหมด ทำให้น้ำมันปาล์มมีประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลก ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 9.8 พันล้านคนในปีพ.ศ.2593</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศไทยเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มรายย่อย 70% ซึ่งยังขาดการเข้าถึงองค์ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการกลุ่ม และการบริหารต้นทุนในการจัดการสวนปาล์มได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมทั้งยังขาดโอกาสเข้าถึงการรับรองมาตรฐานของ RSPO และการเชื่อมโยงกับตลาดโลก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ภาครัฐโดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร จึงร่วมกับ GIZ จัดทำโครงการการผลิตปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (SCPOPP) ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 19 แห่ง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนปาล์มรายย่อยกว่า 3,000 ราย และมีวิทยากรเกษตรกรจำนวนกว่า 200 รายที่ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการสวนปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2564 มีเกษตรกรจำนวนกว่า 400 รายภายใต้โครงการ SCPOPP ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO และได้เชื่อมโยงกับตลาดโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกร้อยละ 20-40 และอีกกว่า 1,500 รายคาดว่าจะได้รับการรับรองภายในสิ้นปี พ.ศ. 2565 นี้<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22426" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-684x1024.jpg" alt="" width="500" height="748" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-684x1024.jpg 684w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-768x1149.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-150x224.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670-334x500.jpg 334w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591823670.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>โจเซฟ เดอ ครูซ ประธานบริหารของ RSPO ประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา</strong> กล่าวว่า ไทยถือเป็นประเทศอยู่ในตำแหน่งพิเศษ ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลกได้ ในฐานะเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยศักยภาพการขับเคลื่อนของเกษตรกรรายย่อยในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม RSPO ตระหนักดีว่า เกษตรกรรายย่อย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืน ให้เป็นบรรทัดฐานตามวิสัยทัศน์ของ RSPO ได้จริง เพราะการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างผลผลิตที่ยั่งยืน จะส่งผลดีต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก โดย RSPO มองว่าความรับผิดชอบร่วมกันของ “ผู้เล่น”ทั้งหมดในห่วงโซ่การผลิต จะต้องให้คำมั่นในการสนับสนุนกันและกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22427" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-200x300.jpg" alt="" width="500" height="748" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-684x1024.jpg 684w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-768x1149.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-150x224.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691-334x500.jpg 334w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1654591826691.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ด้าน<strong>ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย</strong> กล่าวว่าความมั่นคงทางอาหารนับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากวิถีการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารแบบเดิม ยังขาดการคำถึงการผลิตอย่างยั่งยืนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และขาดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศไทย จะไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาอย่างรุนแรงในการทำลายป่าและละเมิดสิทธิแรงงานและชุมชน แต่ความท้าทายหลักของไทยอยู่ที่ข้อจำกัดของเกษตรกรรายย่อยที่ยังขาดการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมันที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ หนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะอุดช่องว่างนี้ คือ การขยายความร่วมมือระหว่างผู้ซื้อน้ำมันปาล์มและเกษตรกรรายย่อยชาวสวนปาล์มผ่านแนวคิด “ความรับผิดชอบร่วมกัน” และการเพิ่มศักยภาพเพื่อเข้าถึงการรับรองมาตรฐานของ RSPO ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทยให้เข้าถึงตลาดโลก ทั้งอีกยังช่วยให้เกิดความมั่นคงของแหล่งอาหารและลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ในปัจจุบัน มีน้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองจาก RSPO ร้อยละ 19.3 (14.8 ล้านตัน) ของจำนวนน้ำมันปาล์มที่ผลิตทั้งหมดทั่วโลก ขณะที่น้ำมันปาล์มได้รับการรับรองจากมาตรฐาน RSPO ในประเทศไทยเพียงร้อยละ 2.8 ของการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศทั้งหมดเท่านั้น</p>
<p>ที่ผ่านมา GIZ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือภาครัฐและเอกชนให้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยในการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตามมาตรฐานของ RSPO และได้พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยของไทยในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (Thailand Oil Palm Smallholder Academy:TOPSA) โดยนำเอาเนื้อหาจาก RSPO Smallholder Training Academy (STA) มาปรับให้เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรชาวสวนปาล์มรายย่อยไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการจัดการสวนปาล์มอย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,000 ราย และได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ในที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น</p>
<p>“วิทยากรเกษตรกรถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมเละพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย ดังนั้นโครงการจึงมีความยินดีที่จะเรียนเชิญองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยมาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดศักยภาพของอุตสาหกรกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทยไปด้วยกัน”<strong> ไรน์โฮลด์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “ถึงเวลายกระดับมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืนในประเทศไทย” สรุปสาระสำคัญได้ว่า ประเทศไทย ได้บรรจุแผนการพัฒนาเรื่องของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม อยู่ภายใต้แผนปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ปีพ.ศ. 2560 &#8211; 2579 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกระทรวงเกษตรฯ ต้องขับเคลื่อนให้บรรลุแผนดังกล่าว จึงมีการกำหนดเป้าหมายสำคัญไว้ คือ ขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ควบคู่กับการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 จากปัจจุบัน การเพิ่มประสิทธิภาพปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ให้ได้อัตราการสกัดน้ำมันร้อยละ 22-23 เพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต ตลอดจนการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันปาล์มให้อยู่ระดับ 3-7 แสนตันต่อปี</p>
<p>ส่วนงานถัดมาของกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องใกล้เคียงกับงานของ RSPO คือ การยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนั้น เดินมาถึงจุดสำคัญมาก ก็คือเรื่อง มาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ได้ออกประกาศ กำหนดมาตรฐานเรื่องสินค้าเกษตรที่เกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน รวม 4 ฉบับ</p>
<p>อลงกรณ์ กล่าวว่า ภายใต้วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่มีความผันผวนไม่อาจคาดเดา นับเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายจะได้ทบทวนและมาแชร์เป้าหมายร่วมกันในก้าวเดินสู่อนาคตและไม่มีก้าวเดินอะไรที่แน่นอนภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนที่ดีที่สุดเท่ากับก้าวเดินบนความยั่งยืน</p>
<p>ดังนั้นโอกาสของความเป็นไปได้ในการการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรปาล์มน้ำมันยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Sustainable Palm Oil Alliance) จึงเป็นโอกาสและจังหวะที่ดีมาก</p>
<p>“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยินดีสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศไทยไปสู่การดำเนินการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน เพื่อเชื่อมกับสภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอสแห่งประเทศไทย ภายใต้การจัดตั้งของกระทรวงเกษตรฯ ยุคนี้ ซึ่งได้เดินหน้าบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม<br />
ดังนั้นขอให้ความมั่นใจว่า เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุน พร้อมให้ความร่วมมือ และเดินไปสู่ความยั่งยืนในการพัฒนาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ภายใต้ความร่วมมือกับหลักการของ RSPO จากวันนี้สู่อนาคตที่ดีกว่า” อลงกรณ์ กล่าว</p>
<p><strong>ทั้งนี้ RSPO ได้นำ “มาตรฐานสำหรับเกษตรกรรายย่อย” มาใช้เพื่อการรับรองเมื่อพ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งหวังที่จะช่วยให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการรับรองด้วยขั้นตอนที่ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังยึดมั่นข้อกำหนดที่เป็นสาระสำคัญของความยั่งยืน</strong></p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/rspo/">กระทรวงเกษตรฯ จับมือ RSPO และ GIZ ยกระดับอุตฯ น้ำมันปาล์มไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/rspo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
