<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานไฮโดรเจน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jan 2026 03:01:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานไฮโดรเจน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 03:01:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์บัส]]></category>
		<category><![CDATA[โตชิบา คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43040</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/">โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_43042" aria-describedby="caption-attachment-43042" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-43042" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02.jpg" alt="ภาพที่ 1 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด: นำพาความฝันของเครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนสู่ความเป็นจริง" width="740" height="298" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-300x121.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-150x60.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-500x201.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43042" class="wp-caption-text">ภาพที่ 1 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด: นำพาความฝันของเครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนสู่ความเป็นจริง</figcaption></figure>
<p><strong>ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง</strong></p>
<p><span id="more-43040"></span></p>
<figure id="attachment_43043" aria-describedby="caption-attachment-43043" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-43043 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03.jpg" alt="ภาพที่ 2 เครื่องบินที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดจากโตชิบา" width="740" height="234" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-300x95.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-150x47.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-500x158.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43043" class="wp-caption-text">ภาพที่ 2 เครื่องบินที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดจากโตชิบา</figcaption></figure>
<p>ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace Expo 2024 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการบินและอวกาศ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ในด้านเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ความร่วมมือครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมทั้งของโตชิบาและแอร์บัส ในโครงการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนและการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องบิน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินที่ปล่อยก๊าซเป็นศูนย์</p>
<figure id="attachment_43044" aria-describedby="caption-attachment-43044" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-43044" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04.jpg" alt="ภาพที่ 3 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดมีน้ำหนักเบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป แต่ให้กำลังขับเทียบเท่า" width="740" height="374" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-300x152.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-150x76.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-500x253.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43044" class="wp-caption-text">ภาพที่ 3 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดมีน้ำหนักเบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป แต่ให้กำลังขับเทียบเท่า</figcaption></figure>
<p>เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี ซึ่งวิธีแรกได้พลังงานจากการเผาไหม้ไฮโดรเจนในกังหัน และวิธีที่สองแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าในเซลล์เชื้อเพลิง โดยวิธีที่สองมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดของโตชิบาเสริมข้อได้เปรียบนี้ โดยการทำงานที่อุณหภูมิเยือกแข็ง ดังนั้นจึงไม่มีแรงต้านทานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงสุด ไฮโดรเจนเหลวที่เก็บไว้ในอุณหภูมิ -253°C ทำหน้าที่เป็นทั้งเชื้อเพลิงและสารหล่อเย็น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่สมบูรณ์แบบถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในขณะที่น้ำหนักลดลง เพื่อปูทางไปสู่การบินที่ยั่งยืน</p>
<p>นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการบินแล้ว โตชิบาเล็งเห็นเทคโนโลยีมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดนี้ เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการสัญจรอย่างยั่งยืนในหลากหลายการใช้งาน ด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในพาหนะขนาดใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านน้ำหนักและพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ การใช้งานที่เป็นไปได้ในอนาคต ได้แก่การขับเคลื่อนเรือในยุคอนาคต เพื่อการขนส่งทางทะเลที่สะอาด และการขับเคลื่อนสำหรับการเดินทางในอวกาศ</p>
<figure id="attachment_43045" aria-describedby="caption-attachment-43045" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-43045" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05.jpg" alt="ภาพที่ 4 โตชิบาผสานเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43045" class="wp-caption-text">ภาพที่ 4 โตชิบาผสานเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า</figcaption></figure>
<p>การร่วมมือของโตชิบาและแอร์บัสในครั้งนี้ ได้ก้าวไปสู่การปฏิวัติท้องฟ้าที่ปราศจากคาร์บอน โดยปรับโฉมการบินด้วยมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดและระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นมากกว่าความร่วมมือทางด้านวิศวกรรม แต่เป็นการรวบรวมวิสัยทัศน์ของการขับเคลื่อนที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ด้วยการจับคู่ตัวนำยิ่งยวดกับศักยภาพของไฮโดรเจนในฐานะแหล่งพลังงานสะอาด สู่ความร่วมมือที่กำลังจะกำหนดอนาคตที่เครื่องบินจะบินได้ไกลขึ้น สะอาดขึ้น และชาญฉลาดยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/">โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนา “ไฮโดรเจนสีเขียว : เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2024 04:45:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33702</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE Power &#38; Energy Society (Thailand) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และชมรมไฮโดรเจนประเทศไทย จัดสัมมนา หลักสูตร &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว: เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน&#8221; ในระหว่างวันที่ 10 &#8211; 12 มิถุนายน 2567&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567/">สัมมนา “ไฮโดรเจนสีเขียว : เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE Power &amp; Energy Society (Thailand) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และชมรมไฮโดรเจนประเทศไทย จัดสัมมนา หลักสูตร &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว: เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน&#8221; ในระหว่างวันที่ 10 &#8211; 12 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-33702"></span></p>
<p><strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong> (<strong>Green Hydrogen</strong>) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน ไดออกไซด์ ในฐานะหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับอนาคต เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ช่วยโลกกลับไปสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ไฮโดรเจนเป็นพลังงานทางเลือกสำหรับอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ตามเป้าหมายของประเทศ ภายในปี 2065 &#8211; 2070 ไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานดั้งเดิมได้ มีประสิทธิภาพการเผาไหม้สูง สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น เป็นพลังงานสะอาด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ สามารถนำไปใช้กับเซลล์เชื้อเพลิง (fuel Cell) ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkseminar.com/hydrogen" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33704 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567.jpg" alt="ไฮโดรเจนสีเขียว" width="650" height="919" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567-354x500.jpg 354w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></a></p>
<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE Power &amp; Energy Society (Thailand) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และชมรมไฮโดรเจนประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “<strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong> : เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และ การประยุกต์ใช้งาน” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาภาคขนส่ง และอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนวิชาการจาก สนพ. กฟผ. ปตท. สภาอุตสาหกรรม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัทผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และสถาบัน อุดมศึกษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในงานภาคปฏิบัติโดยตรง</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์การจัดสัมมนา</strong></p>
<ol>
<li>สร้างความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจน และเซลล์เชื้อเพลิง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน การกักเก็บ การขนส่ง และการประยุกต์ใช้งานแก่ผู้สนใจลงทุน ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้ง ตลอดจนวิศวกรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง</li>
<li>เปิดโอกาสให้ปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าสัมมนาทุกคน และรับทราบแนวทางในการดำเนินการและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียว</li>
</ol>
<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย</strong></p>
<ol>
<li>วิศวกรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฮโดรเจนและพลังงานหมุนเวียน</li>
<li>ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานของกริดไฟฟ้าและสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน</li>
<li>ผู้สนใจลงทุนการซื้อขายคาร์บอนเครดิต</li>
<li>บุคลากรและนักวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไปที่สนใจ</li>
</ol>
<p><strong>ผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา สามารถดูรายละเอียดหัวข้อการบรรยายเพิ่มเติม และลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ <a href="https://www.greennetworkseminar.com/hydrogen" target="_blank" rel="noopener">https://www.greennetworkseminar.com/hydrogen</a></strong></p>
<p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503 e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567/">สัมมนา “ไฮโดรเจนสีเขียว : เทคโนโลยี การผลิต กักเก็บ การขนส่ง การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้งาน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-hydrogen-ieee-pes-seminar-06-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 May 2024 03:27:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าสวีเดน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33676</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ การค้าสวีเดน ร่วมลงนามแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้านเชื้อเพลิงชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน หวังเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emission 30 เมษายน 2567 &#8211; นางแอนนา ฮัมมาร์เกรน (H.E. Mrs. Anna. Hammargren) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/">กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ การค้าสวีเดน ร่วมลงนามแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้านเชื้อเพลิงชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน หวังเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emission</strong></p>
<p><span id="more-33676"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33679" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02.jpg" alt="กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>30 เมษายน 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นางแอนนา ฮัมมาร์เกรน</strong></span> (<strong>H.E. Mrs. Anna. Hammargren</strong>) <strong>เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong> ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการค้าสวีเดน ณ อาคารสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33680" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03.jpg" alt="นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์" width="600" height="517" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-300x259.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-150x129.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-03-500x431.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ.</strong> กล่าวว่า ราชอาณาจักรสวีเดนถือเป็นประเทศผู้นำในการใช้พลังงานสะอาดของโลก ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับการค้าสวีเดนในครั้งนี้มีระยะเวลาความร่วมมือรวมทั้งสิ้น 2 ปี เพื่อเป้าหมายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทยภายใต้กรอบการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวลตั้งแต่กระบวนการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกป่าที่เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบและติดตามเพื่อพิสูจน์แหล่งที่มาของเชื้อเพลิงชีวมวลตลอดทั้งกระบวนการ และระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน รวมถึงการสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทางวิชาการ เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ การบริหารจัดการความยืดหยุ่นในการจัดการแหล่งพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33681" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04.jpg" alt="นายแคสเปอร์ ปิแอร์ซินอฟสกี้" width="600" height="517" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-300x259.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-150x129.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/EGAT-Sweden-MOU-04-500x431.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายแคสเปอร์ ปิแอร์ซินอฟสกี้</strong></span> <strong>กรรมาธิการการค้าสวีเดน</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงทำให้โลกต้องการแนวทางการพัฒนาพลังงานที่มีความยั่งยืนอย่างเร่งด่วน ซึ่งความร่วมมือในการสำรวจพลังงานชีวมวลผ่านหลักการจัดการป่าไม้ที่มีประสิทธิภาพ และการนำศักยภาพของไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า จะช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านพลังงานและโอกาสทางธุรกิจของทั้งสองประเทศ อันจะนำไปสู่การพลิกโฉมภูมิทัศน์ด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/">กฟผ. จับมือ สวีเดน ศึกษาพลังงานชีวมวลและไฮโดรเจน มุ่งลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-sweden-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไปรษณีย์ไทย” ผนึกกำลัง “บีไอจี” และ “EGCO Group” พัฒนาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในภาคโลจิสติกส์ เร่งเครื่องสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thailandpost-big-egco-hydrogen-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thailandpost-big-egco-hydrogen-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Feb 2024 04:37:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EGCO Group]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งและโลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ไปรษณีย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32283</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไปรษณีย์ไทย” ผนึกกำลัง “บีไอจี” และ “บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group” ลงนามความร่วมมือในการศึกษาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในการพัฒนาและให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย ยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งพัสดุและสินค้าทางไปรษณีย์อย่างยั่งยืน และมุ่งหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ในปี ค.ศ. 2065 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะรับผิดชอบการจัดหาเส้นทางการทดสอบการใช้พลังงานไฮโดรเจนในการขนส่งและโลจิสติกส์ทางภาคพื้นดินภายในประเทศและสร้างโอกาสขยายไปยังต่างประเทศในอนาคต ขณะที่ บีไอจี รับผิดชอบในการสนับสนุนการจัดหารถขนส่งและการเติมไฮโดรเจน รวมทั้งนวัตกรรมการใช้พลังงานไฮโดรเจนเพื่อยานยนต์ และ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thailandpost-big-egco-hydrogen-energy/">“ไปรษณีย์ไทย” ผนึกกำลัง “บีไอจี” และ “EGCO Group” พัฒนาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในภาคโลจิสติกส์ เร่งเครื่องสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ไปรษณีย์ไทย” ผนึกกำลัง “บีไอจี” และ “บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group” ลงนามความร่วมมือในการศึกษาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในการพัฒนาและให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย ยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งพัสดุและสินค้าทางไปรษณีย์อย่างยั่งยืน และมุ่งหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ในปี ค.ศ. 2065</strong></p>
<p><span id="more-32283"></span></p>
<p>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะรับผิดชอบการจัดหาเส้นทางการทดสอบการใช้พลังงานไฮโดรเจนในการขนส่งและโลจิสติกส์ทางภาคพื้นดินภายในประเทศและสร้างโอกาสขยายไปยังต่างประเทศในอนาคต ขณะที่ บีไอจี รับผิดชอบในการสนับสนุนการจัดหารถขนส่งและการเติมไฮโดรเจน รวมทั้งนวัตกรรมการใช้พลังงานไฮโดรเจนเพื่อยานยนต์ และ EGCO Group จะร่วมสนับสนุนข้อมูลในการพัฒนาและแสวงหาโอกาสในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมไฮโดรเจนด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่ง อาทิ การใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฮโดรเจนเพื่อนำมาใช้ในภาคโลจิสติกส์</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด</strong> กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมศึกษาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในการพัฒนาและให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย โดยมีบีไอจีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมจากไฮโดรเจน และ EGCO Group ผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องมากว่า 31 ปี โดยมีความมั่นใจว่าการศึกษาความเป็นไปได้ครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญของการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้ในภาคโลจิสติกส์ของประเทศไทย และขับเคลื่อนไปรษณีย์ไทย สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตามนโยบายของภาครัฐ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บีไอจี</strong> กล่าวว่า “บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในระดับสากล อีกทั้งสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบีไอจีผ่าน Generating A Cleaner Future บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อ ร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยด้วยการชูนวัตกรรมจากไฮโดรเจนซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology มาใช้ในภาคยานยนต์ เพื่อเป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง โดยที่บีไอจีมีการลงทุนเกี่ยวกับนวัตกรรมไฮโดรเจนอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong></span> ก<strong>รรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group</strong> กล่าวว่า “EGCO Group ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ด้วยทิศทาง “Cleaner, Smarter, and Stronger to Drive Sustainable Growth” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ไฮโดรเจน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่สำคัญและมีศักยภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสีเขียว (Green Energy) โดยการร่วมมือกับพันธมิตรศึกษาเทคโนโลยีและแสวงหาโอกาสลงทุนในห่วงโซ่อุปทานของไฮโดรเจน ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการประยุกต์ใช้งาน ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานกว่า 31 ปี EGCO Group พร้อมร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยและบีไอจี สนับสนุนข้อมูลในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากก๊าซไฮโดรเจนสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ รวมทั้งแสวงหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในอนาคต”</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thailandpost-big-egco-hydrogen-energy/">“ไปรษณีย์ไทย” ผนึกกำลัง “บีไอจี” และ “EGCO Group” พัฒนาการใช้พลังงานไฮโดรเจนในภาคโลจิสติกส์ เร่งเครื่องสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thailandpost-big-egco-hydrogen-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GPSC โชว์ศักยภาพตลาดพลังงานประเทศอินเดีย จับมือพันธมิตรกลุ่มอวาด้า ชิงตลาดไฟฟ้าสีเขียวในประเทศอินเดียที่มีสูงถึง 500 GW</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-update-082566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-update-082566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Aug 2023 02:12:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Avaada Group]]></category>
		<category><![CDATA[GPSC]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29104</guid>

					<description><![CDATA[<p>GPSC โชว์ศักยภาพตลาดไฟฟ้าอินเดียเติบโตแข็งแกร่ง จากนโยบายผลักดันพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล จับมือกลุ่มอวาด้า ร่วมขยายโอกาสศึกษาพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจน และโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ (แบบต่อเนื่องตั้งแต่ผลึกซิลิคอนไปจนถึงแผงโซลาร์) รองรับระบบเศรษฐกิจอินเดียขยายตัวต่อเนื่อง คาดการใช้พลังงานสะอาดสูงถึง 500 กิกะวัตต์ มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2613 หนุนศักยภาพ GPSC เติบโตและก้าวสู่ผู้นำตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทย นางรสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-update-082566/">GPSC โชว์ศักยภาพตลาดพลังงานประเทศอินเดีย จับมือพันธมิตรกลุ่มอวาด้า ชิงตลาดไฟฟ้าสีเขียวในประเทศอินเดียที่มีสูงถึง 500 GW</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>GPSC โชว์ศักยภาพตลาดไฟฟ้าอินเดียเติบโตแข็งแกร่ง จากนโยบายผลักดันพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล จับมือกลุ่มอวาด้า ร่วมขยายโอกาสศึกษาพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจน และโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ (แบบต่อเนื่องตั้งแต่ผลึกซิลิคอนไปจนถึงแผงโซลาร์) รองรับระบบเศรษฐกิจอินเดียขยายตัวต่อเนื่อง คาดการใช้พลังงานสะอาดสูงถึง 500 กิกะวัตต์ มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2613 หนุนศักยภาพ GPSC เติบโตและก้าวสู่ผู้นำตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทย</strong></p>
<p><span id="more-29104"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29111" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mrs.-Rosaya-Teinwan.jpg" alt="รสยา เธียรวรรณ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mrs.-Rosaya-Teinwan.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mrs.-Rosaya-Teinwan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mrs.-Rosaya-Teinwan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mrs.-Rosaya-Teinwan-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางรสยา เธียรวรรณ</strong> </span><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GPSC</strong> แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2566 ได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนเดินทางเพื่อศึกษาศักยภาพการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาด และนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดของประเทศอินเดีย ซึ่งรัฐบาลอินเดียมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2613 ประกอบกับอินเดียมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ในขณะที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อประชากรอยู่ที่ประมาณ 1.2 เมกะวัตต์ชั่วโมง เมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ยของประชากรโลกที่ 3.4 เมกะวัตต์ชั่วโมง จึงทำให้ตลาดอินเดียมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของ GPSC เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-01.jpg" alt="GPSC" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับการลงทุนที่อินเดีย บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) ที่ GPSC ถือหุ้น 100% ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท อวาด้า เวนเจอร์ ไพรเวท จำกัด (Avaada Venture Private Limited) หรือ AVPL เพื่อลงทุนใน บริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท จำกัด (Avaada Energy Private Limited) หรือ AEPL บริษัทในกลุ่มอวาด้า (Avaada Group) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในประเทศอินเดีย โดย GRSC เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 42.93% และยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจใน AEPL ให้ครอบคลุมธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (BESS) อีกด้วย ซึ่งปัจจุบัน AEPL มีการเติบโตโดยชนะประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดียอย่างต่อเนื่อง</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="GPSC" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="GPSC" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/GPSC-Avaada-Group-02.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ทั้งนี้ การเข้าร่วมทุนกับ AEPL มีส่วนสำคัญต่อการขยายสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนของ GPSC ให้ได้ตามเป้าหมายมากกว่า 50% ในปี 2573 ซึ่งปัจจุบัน GPSC มีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 3,629 เมกะวัตต์ คิดเป็น 45% ของกำลังการผลิตรวม ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานเพื่อความยั่งยืน ภายใต้ 4 กลยุทธ์การเติบโต หรือ 4S ประกอบด้วย</p>
<p>S1: Strengthen and Expand the Core การสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมขยายการให้บริการในธุรกิจหลัก ที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต</p>
<p>S2: Scale-up Green Energy การเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด</p>
<p>S3: S-Curve &amp; Batteries การพัฒนานวัตกรรมพลังงาน และธุรกิจแห่งอนาคต</p>
<p>S4: Shift to Customer-Centric Solutions บริการโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้า และสาธารณูปโภคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>นอกจากนี้ GPSC ได้กำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทนวัตกรรมผู้ผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยวางแผนเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตมากกว่าครึ่งหนึ่งจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2603</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29110" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Vineet-Mittal.jpg" alt="Mr. Vineet Mittal" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Vineet-Mittal.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Vineet-Mittal-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Vineet-Mittal-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Vineet-Mittal-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Vineet Mittal</strong> </span><strong>ประธาน กลุ่มอวาด้า</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือทางธุรกิจกับ GPSC นับเป็นความสำเร็จร่วมกันในการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด ที่สอดรับกับนโยบายของทั้งสองประเทศ ในการมุ่งสู่การพัฒนาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ และเกิดความยั่งยืน ซึ่ง AEPL ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก GPSC ที่เข้าร่วมลงทุนด้วยมูลค่า 779 ล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา</p>
<p>ทั้งนี้ เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มอวาด้า สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารของนาย Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่ได้ประกาศวาระแห่งชาติ ให้มีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สืบเนื่องจากผลการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ที่มีเป้าหมายการผลิตพลังงานโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ 500 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งในส่วนนี้เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 280 GW และตั้งเป้าผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 50% ภายในปี 2573 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2613 โดยอินเดียได้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการประกาศเชิญชวนให้มีการลงทุนในหลายโครงการทั่วประเทศ ในรูปของตราสารหนี้ และหุ้นในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานจากชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้แบตเตอรี่ เป็นต้น</p>
<p>“นับเป็นความท้าทายในการเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ซึ่งเรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความพยายามในการบุกเบิกในภาคธุรกิจที่รัฐบาลอินเดียประกาศให้เป็น “ภาคธุรกิจที่ควรผลักดัน (thrust sectors)” ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่มีร่วมกัน” Mr. Vineet กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ จากคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศอินเดียในปี 2566 GDP จะมีอัตราการเติบโตที่ 6.1% และในปี 2567 คาดว่าจะเติบโต 6.8% จะส่งผลให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจอินเดีย มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปีงบประมาณ 2569 และเพิ่มเป็น 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29109" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Kishor-Nair.jpg" alt="Mr. Kishor Nair" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Kishor-Nair.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Kishor-Nair-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Kishor-Nair-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.-Kishor-Nair-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Mr. Kishor Nair</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AEPL</strong> กล่าวว่า ในปี 2566 นี้ กลุ่มอวาด้าสามารถชนะการประมูลโครงการเสนอราคาการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ จากโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการผลิต PLI เพื่อผลิตแผ่นเวเฟอร์ โซลาร์เซลล์ และโมดูล และ AEPL ยังได้ชนะการประมูลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ 2.5 GW ซึ่งทำให้ปัจจุบัน AEPL มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นมากกว่า 7 GW รวมทั้งบริษัท Brookfield ได้เข้ามาร่วมลงทุนมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐในกลุ่มอวาด้า เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไฮโดรเจน/แอมโมเนียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เนื่องจากการได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน รายใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น GPSC, Brookfield เป็นต้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-update-082566/">GPSC โชว์ศักยภาพตลาดพลังงานประเทศอินเดีย จับมือพันธมิตรกลุ่มอวาด้า ชิงตลาดไฟฟ้าสีเขียวในประเทศอินเดียที่มีสูงถึง 500 GW</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-update-082566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปักหมุดงาน SETA 2023 ควบ Solar+Storage Asia 2023 อัพเดทเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสุดทันสมัย เพื่อพลังงานที่ยั่งยืน 17-18 ส.ค. นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-solarstorage-asia-2023_17-18-august-at-central-world/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-solarstorage-asia-2023_17-18-august-at-central-world/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Aug 2023 03:24:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[SETA 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Solar+Storage Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29066</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023 เวทีที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานและผู้บริหารแถวหน้าวงการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากทั่วโลกเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันการใช้พลังงานสะอาด และเดินหน้าสู่เป้าหมายความ Carbon Neutrality และ Net Zero โดยหนึ่งในไฮไลท์ของงาน คือ การนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด CCUS (การดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน) และการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนสุดอินเทรนด์  โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  งานจะจัดขึ้น ณ เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-solarstorage-asia-2023_17-18-august-at-central-world/">ปักหมุดงาน SETA 2023 ควบ Solar+Storage Asia 2023 อัพเดทเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสุดทันสมัย เพื่อพลังงานที่ยั่งยืน 17-18 ส.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับงาน </strong><strong>SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023 เวทีที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานและผู้บริหารแถวหน้าวงการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากทั่วโลกเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันการใช้พลังงานสะอาด และเดินหน้าสู่เป้าหมายความ Carbon Neutrality และ Net Zero โดยหนึ่งในไฮไลท์ของงาน คือ การนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด CCUS (การดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน) และการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนสุดอินเทรนด์  โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  งานจะจัดขึ้น ณ เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคมนี้ ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดพรมแดนความร่วมมือด้านพลังงานและโอกาสจับคู่ทางธุรกิจกับงานสัปดาห์พลังงานไทย-เกาหลี (Thailand-Korea Energy Week)  </strong><strong>โดยความร่วมมือของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน  กระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ของประเทศเกาหลีใต้</strong><span id="more-29066"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29068" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-02.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>SETA 2023</strong> และ <strong>Solar+Storage Asia 2023 </strong>สนับสนุนการจัดงานโดย กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม  กระทรวงอุดมศึกษาฯ  กระทรวงดิจิทัลฯ  กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น  ร่วมกับบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้แนวคิด “Driving Asia’s Energy Transition Pathways to Carbon Neutrality” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050  และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065  โดยมีรูปแบบการประชุมเป็นลักษณะเวทีที่ผู้บริหารระดับซีอีโอของบริษัทผู้ลงทุนด้านพลังงาน รัฐวิสาหกิจด้านกระแสไฟฟ้า บริษัทสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (EPC) กว่า 500 คน จะเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออุตสาหกรรมพลังงาน โดยคาดว่าจะมีคีย์แมนในภาคพลังงานจากทั่วโลกหลายท่านเข้าร่วมงานและเป็นวิทยากรนำเสนอข้อมูลด้านพลังงานที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย  ผู้แทนระดับสูงจากองค์กรพลังงานโลก (World Energy Council)   อธิบดีจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม  ประเทศญี่ปุ่น   ประธานบริหารบริษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC)  ประธานสถาบันเศรษฐกิจพลังงานแห่งประเทศญี่ปุ่น (IEEJ)   ผู้แทนระดับสูงจากธนาคารโลก (World Bank)   ผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำด้านพลังงานระดับโลก อาทิ HUAWEI, JERA Asia Pte. Ltd., Saudi Aramco, Kawasaki Heavy Industries, GE Gas Power, PTTEP, Banpu NEXT และผู้บริหารบริษัทเอกชนชั้นนำในระดับ C-level กว่า 100 ท่าน   เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ  เช่น  นโยบายการลดคาร์บอน  โอกาสและความท้าทายในตลาดการค้าคาร์บอน อีกทั้งเป็นโอกาสให้เกิดการต่อเชื่อมและขยายเครือข่ายธุรกิจและการเจรจาธุรกิจ  เพิ่มโอกาสการลงทุนและเพิ่มเม็ดเงินในการลงทุน โดยตอบรับกับแผนพลังงานชาติของประเทศไทยที่มุ่งเน้นเพิ่มการลงทุนทางด้านพลังงานสะอาด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29073" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-07.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> ผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จะได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ถึงบทบาท หน้าที่ และทิศทางกลยุทธ์ ของ กฟผ. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์กรหลักด้านพลังงานของไทย โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ภายใต้กลยุทธ์  “Triple S” คือ Source Transformation เพื่อเปลี่ยนแปลงจากแหล่งพลังงานของไทยจากแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่แหล่งพลังงานหมุนเวียน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล Sink Co-creation เพิ่มปริมาณการดูดซับกักเก็บคาร์บอน และ Support Measure Mechanism กลไกการสนับสนุนโครงการชดเชยและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านการริเริ่มโครงการนำร่องใหม่ ๆ เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โซลาร์ฟาร์ม โซลาร์ลอยน้ำ เทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) โครงสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการใช้พลังงานจากไฮโดรเจน เป็นต้น</p>
<p>ไฮไลท์ในปีนี้คือการเข้าร่วมงานจากกูรูระดับแถวหน้าของวงการพลังงานทั่วโลกกว่า 100 คน มาโชว์วิสัยทัศน์ พร้อมตีแผ่ข้อมูลเชิงลึกครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ เพื่อให้ผู้ร่วมงานเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายด้านความยั่งยืน อาทิ  พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บ (Solar+ Storage Forum)   พร้อมชี้เทรนด์ในตลาดไทยและอาเซียน  การประชุมผู้นำระดับสูงด้านพลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen, Ammonia and downstream options Forum) ร่วมจัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น  และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย เจาะลึกบทบาทการใช้เทคโนโลยีไฮโดรเจนและแอมโมเนียในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานยั่งยืน การประชุมยานยนต์ (Mobility Forum) เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ อัปเดตเทรนด์ล่าสุดด้านพัฒนาการและการใช้โซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟฟ้า การเชื่อมโยงยานยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า และโชลูชันยานยนต์รูปแบบอื่นๆ เพื่อความยั่งยืนในอนาคต การประชุมเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง (Advanced Energy Technology &amp; Digital Power Forum) ร่วมจัดโดยบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันพลังงานชั้นนำของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะการใช้เทคโนโลยีพลังงานขั้นสูงเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Forum) เวทีสำคัญของเอเชียที่บรรดาผู้กำหนดนโยบายผู้นำธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกจะร่วมอภิปรายหลักการและแนวปฏิบัติของเศรษฐกิจหมุนเวียน  เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SETA 2023 Solar+Storage Asia 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SETA 2023 Solar+Storage Asia 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SETA 2023 Solar+Storage Asia 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-08.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคือการเปิดพรมแดนด้านพลังงานเชื่อมโลกเข้าด้วยกันผ่านการจัดงานคู่ขนาน “งานสัปดาห์พลังงานไทย-เกาหลี (Thailand-Korea Energy Week)”  โดยความร่วมมือของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน กระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ร่วมกับ สถาบันชั้นนำในธุรกิจพลังงานและเทคโนโลยีของประเทศเกาหลีใต้ อาทิ  KEPCO, JEONNAM Technopark, Jeonnam Institute for Regional Program Evaluation (IRPE) และ Korea Smart Grid Institute (KSGI)  โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และขับเคลื่อนนวัตกรรมในภาคส่วนพลังงานและการค้าการลงทุน ผ่านการจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับหน่วยงานและผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะ เจรจาธุรกิจและเปิดประสบการณ์รับรู้เทคโนโลยีจากประเทศเกาหลีเพื่อต่อยอดทางการค้าและการพัฒนาต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29072" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-06.jpg" alt="" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/seta-2023-solarstorage-asia-2023-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023 ยังจะมีพิธีมอบรางวัล Power &amp; Energy Award 2023 รางวัลระดับนานาชาติเพื่อยกย่องความสำเร็จของบุคคลและธุรกิจที่ผลักดันนวัตกรรมภาคพลังงานและไฟฟ้าอีกด้วย</p>
<p>ไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจและความร่วมมือกับผู้นำด้านพลังงาน  สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/SETA-2023-SSA-2023 และดูรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.SETAasia.com  และ  www.SolarStorageAsia.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-solarstorage-asia-2023_17-18-august-at-central-world/">ปักหมุดงาน SETA 2023 ควบ Solar+Storage Asia 2023 อัพเดทเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสุดทันสมัย เพื่อพลังงานที่ยั่งยืน 17-18 ส.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-solarstorage-asia-2023_17-18-august-at-central-world/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนแบบครบวงจรแห่งแรกของจีน เปิดให้บริการแล้ว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/china-first-ethanol-to-hydrogen-refueling-service-station/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/china-first-ethanol-to-hydrogen-refueling-service-station/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2023 08:36:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[World News]]></category>
		<category><![CDATA[Sinopec]]></category>
		<category><![CDATA[ซิโนเปค]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25474</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไชน่า ปิโตรเลียม แอนด์ เคมิคอล คอร์ปอเรชัน (China Petroleum &#38; Chemical Corporation) หรือซิโนเปค (Sinopec) (HKG: 0386) เปิดตัวสถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนแห่งแรกของจีนอย่างเป็นทางการ (&#8220;สถานีบริการ&#8221;) ในเมืองต้าเหลียน เมื่อวานนี้ โดยเป็นการยกระดับจากสถานีเดิมที่ให้บริการเติมน้ำมัน ก๊าซ ไฮโดรเจน และบริการชาร์จไฟฟ้า สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงแบบครบวงจรแห่งนี้สามารถผลิตไฮโดรเจนได้ 1,000 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.999% โรงงานผลิตไฮโดรเจนของซิโนเปคมีข้อได้เปรียบคือครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/china-first-ethanol-to-hydrogen-refueling-service-station/">สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนแบบครบวงจรแห่งแรกของจีน เปิดให้บริการแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไชน่า ปิโตรเลียม แอนด์ เคมิคอล คอร์ปอเรชัน (China Petroleum &amp; Chemical Corporation) หรือซิโนเปค (Sinopec) (HKG: 0386) เปิดตัวสถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนแห่งแรกของจีนอย่างเป็นทางการ (&#8220;สถานีบริการ&#8221;) ในเมืองต้าเหลียน เมื่อวานนี้ โดยเป็นการยกระดับจากสถานีเดิมที่ให้บริการเติมน้ำมัน ก๊าซ ไฮโดรเจน และบริการชาร์จไฟฟ้า สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงแบบครบวงจรแห่งนี้สามารถผลิตไฮโดรเจนได้ 1,000 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.999%</strong><span id="more-25474"></span></p>
<p>โรงงานผลิตไฮโดรเจนของซิโนเปคมีข้อได้เปรียบคือครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สถานีบริการแห่งใหม่สามารถประหยัดต้นทุนในการผลิต กักเก็บ และขนส่งไฮโดรเจนได้มากกว่า 20% เมื่อเทียบกับสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนแบบดั้งเดิม และจะกลายเป็นโมเดลนำร่องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนของจีนต่อไป</p>
<p>จีนผลิตเมทานอลมากที่สุดในโลก คิดเป็น 60% ของทั้งหมดทั่วโลก นอกจากนี้ ต้นทุนการเก็บและขนส่งเมทานอลยังต่ำกว่าไฮโดรเจนอย่างมาก ทำให้การเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนเป็นเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนที่ยอดเยี่ยม</p>
<p>โซลูชันของซิโนเปคตอบโจทย์การแก้ปัญหาคอขวดด้านการขนส่งต่ำ ต้นทุนสูง และเวลาในการขนถ่ายที่ยาวนาน นอกจากนี้ อุปกรณ์เติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนของสถานีบริการแห่งนี้มีกำลังการผลิตต่อชั่วโมงที่ 500 ลูกบาศก์เมตรมาตรฐาน แต่ใช้พื้นที่เพียง 64 ตารางเมตร ในขณะที่อุปกรณ์ทั่วไปที่มีกำลังการผลิตเท่ากันจะใช้พื้นที่ 500 ตารางเมตร</p>
<p>บริษัท ซิโนเปค ฟูเอล ออยล์ เซลส์ จำกัด (Sinopec Fuel Oil Sales Co., Ltd) สร้างสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจร 2 แห่งในเขตการค้าเสรีต้าเหลียน และอีก 6 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ด้วยประสิทธิภาพการผลิตไฮโดรเจนระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และความสามารถอัจฉริยะ โซลูชันของซิโนเปคจึงมีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลิตขยะมูลฝอย น้ำเสีย และหางก๊าซเป็นศูนย์ ขณะเดียวกันยังประหยัดพลังงานมากขึ้นและใช้เมทานอลน้อยลง</p>
<p>&#8220;การเปิดตัวสถานีบริการแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนเป็นแผนงานที่ถูกต้องสำหรับการพัฒนาสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนของจีนอย่างยั่งยืน เป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดที่นำเสนอโซลูชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาญฉลาด ครบวงจร และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานไฮโดรเจนในปริมาณมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง&#8221; คุณหยางจวินเซ่อ (Yang Junze) ผู้อำนวยการบริหารของซิโนเปค ฟูเอล ออยล์ เซลส์ กล่าว</p>
<p>ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของซิโนเปคในการเป็นองค์กรพลังงานไฮโดรเจนอันดับ 1 ของจีน บริษัทได้สร้างศูนย์จ่ายเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน 9 แห่งทั่วประเทศจีน และสร้างสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจำนวนมากที่สุดในโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/china-first-ethanol-to-hydrogen-refueling-service-station/">สถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเปลี่ยนเมทานอลเป็นไฮโดรเจนแบบครบวงจรแห่งแรกของจีน เปิดให้บริการแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/china-first-ethanol-to-hydrogen-refueling-service-station/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว&#8221; พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-green-hydrogen/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-green-hydrogen/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 03:01:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานเพื่ออนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17512</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกจับตามอง ในฐานะหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับอนาคต เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ช่วยโลกกลับไปสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐอเมริกา เคยขนานนาม ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ว่าเป็น &#8220;เชื้อเพลิงแห่งเสรีภาพ&#8221; ในปัจจุบัน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เองก็มีแผนพัฒนาพลังงานสะอาดโดยให้ความสนใจที่จะพัฒนาให้การใช้งานไฮโดนเจนสีเขียวในราคาเทียบเท่าไฮโดรเจนธรรมดา นอกจากนี้ หลาย ๆ ประเทศยังตัดสินใจลงทุนพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวอย่างจริงจัง อาทิ ชิลี ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกจับตามอง ในฐานะหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับอนาคต เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ช่วยโลกกลับไปสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐอเมริกา เคยขนานนาม ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ว่าเป็น &#8220;เชื้อเพลิงแห่งเสรีภาพ&#8221;</strong><span id="more-17512"></span></p>
<p>ในปัจจุบัน <strong>ประธานาธิบดี โจ ไบเดน</strong> เองก็มีแผนพัฒนาพลังงานสะอาดโดยให้ความสนใจที่จะพัฒนาให้การใช้งานไฮโดนเจนสีเขียวในราคาเทียบเท่าไฮโดรเจนธรรมดา นอกจากนี้ หลาย ๆ ประเทศยังตัดสินใจลงทุนพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวอย่างจริงจัง อาทิ ชิลี ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย เยอรมนี และออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าตลาดไฮโดรเจนสีเขียวจะเติบโตอย่างทวีคูณในช่วงทศวรรษหน้านี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของไฮโดรเจนสีเขียว อาจมีเท่า ๆ กับข้อดีของมัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการผลิตและการจัดเก็บที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล คาดว่าในปี ค.ศ. 2050 การพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวจะต้องใช้เงินลงทุนกว่า 11 ล้านล้านดอลลาร์ ใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาลมากกว่าที่ผลิตได้ทั้งหมดในปัจจุบันเพื่อใช้ในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวให้เพียงพอต่อความต้องการด้านพลังงาน 1 ใน 4 ของโลก</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong>ยังยากต่อการจัดเก็บ การขนส่งการบรรทุก พลังงานยังทำได้แค่เพียง 1 ใน 4 ต่อหน่วยเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ ทำให้โลหะเปราะ และเป็นก๊าซติดไฟง่าย</p>
<p>อีกทั้งการลงทุนและผลิตไฮโดรเจนในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยคาดว่าผลิตได้เพียง 3 ล้านตันต่อปี เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั่วโลกที่ 8.7 ล้านตันต่อปี</p>
<h2>ทำไมต้อง &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว&#8221;</h2>
<p><strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong> เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหา ความพยายามในการกำจัดคาร์บอนในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม โดยสิ่งที่ทำให้ไฮโดรเจนสะอาดขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับวิธีผลิต</p>
<p>ไฮโดรเจนส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ ไฮโดรเจนสีเทา ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต ขณะที่ ไฮโดรเจนสีน้ำเงิน เป็นไฮโดรเจนที่ผลิตขึ้นโดยใช้ก๊าซธรรมชาติแล้วดักจับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เป็นพลังงานที่สะอาดกว่าไฮโดนเจนสีเทา</p>
<p>ส่วน &#8220;<strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong>&#8221; นั้น เป็นไฮโดรเจนที่ปราศจากคาร์บอน เพราะถูกสร้างขึ้นโดยใช้ไฟฟ้าเพื่อแยกโมเลกุลไฮโดรเจนออกจากโมเลกุลออกซิเจนในน้ำ ทำให้ผลพลอยได้หลังจากกระบวนการผลิตที่เกิดจากการเผาไหม้ไฮโดรเจนไม่ใช้คาร์บอนไดออกไซด์แต่เป็นน้ำ</p>
<p>ดังนั้น กุญแจสำคัญของพลังงานงานสะอาดจาก &#8220;<strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong>&#8221; ก็คือ ไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิตจะต้องมีราคาถูก และมาจากแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ อาทิ พลังงานลม หรือ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีวันหมด</p>
<h2>เปรียบเทียบ ไฮโดรเจนสีเขียว กับพลังงานสะอาดรูปแบบอื่น</h2>
<p>ในทศวรรษที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดลดลงอย่างมาก ทั้งการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน ทำให้การลงทุนพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดเหล่านี้เติบโตเป็นอย่างมาก</p>
<p>แต่พลังงานเหล่านี้ยังมีข้อจำกัด นั้นคือเป็นพลังงานที่ไม่เหมาะสำหรับการขนส่งระยะไกล เช่น รถบรรทุก เรือสินค้า และเครื่องบิน</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันเครื่องบินใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อน เชื้อเพลิงเหล่านี้จะถูกเผาไหม้ในขณะเดินทาง ทำให้น้ำหนักของตัวเครื่องลดลงไปเรื่อย ๆ ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อน ในขณะที่หากเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม พลังงานเหล่านี้จะถูกกักเก็บในแบตเตอรี่ เมื่อนำไปใช้ในเครื่องบิน น้ำหนักของแบตเตอรี่จะเป็นปัญหาสำหรับการเดินทางทางอากาศ เพราะแบตเตอรี่จะยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิมตลอดการเดินทาง</p>
<p>นั่นทำให้ &#8220;<strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong>&#8221; ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูง จึงคาดว่าจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ แต่การลงทุนสำหรับไฮโดรเจนนั้นต้องแข่งกับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ซึ่งถือเป็นความท้ายทาย และหากสามารถทำได้ ไฮโดรเจนสีเขียวจะมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษจากการเดินทางทางอากาศได้มาก</p>
<h2>ไฮโดรเจนสีเขียวสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ได้</h2>
<p>อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ไฮโดรเจนสีเขียวได้รับความสนใจอย่างมาก คือ มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว<br />
เนื่องจากการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจะไม่ถูกใช้งานในสถานที่ผลิต แต่จะต้องใช้แรงดันและเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านท่อ การขนส่งทางเรือ หรือการขนส่งโดยรถบรรทุก ทั้งหมดนี้สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม ๆ ที่มีอยู่แล้วได้ เช่น สามารถส่งผ่านลงท่อส่งก๊าซธรรมชาติได้ หรือแม้แต่โรงกลั่นที่ใช้ไฮโดรเจนสีเทาในการผลิตสารเคมี ก็สามารถนำมาใช้สำหรับไฮโดรเจนสีเขียวได้เช่นกัน และใช้ได้กับเครื่องจักรอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ เครื่องยนต์สำหรับรถบรรทุกระยะไกลสามารถใช้ไฮโดรเจนได้ แม้ในท้ายที่สุดเครื่องยนต์เหล่านั้น จะต้องถูกแทนที่ด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนก็ตาม</p>
<p>ประโยชน์อีกอย่างของไฮโดรเจนสีเขียว คือ สามารถผสมลงในก๊าซธรรมชาติได้ด้วย</p>
<h2>การปฏิวัติไฮโดรเจนสีเขียวได้เริ่มขึ้นแล้ว!</h2>
<p>มีการตั้งเป้าหมายว่า การผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องลดลง 6% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2020-2030 เพื่อป้องกันหายนะจากวิกฤตโลกร้อน ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับไฮโดรเจนสีเขียวเป็นลำดับแรก สำหรับความต้องการพลังงาน และค่าใช้จ่ายจำนวนมากจะมาจากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชิลี</span></strong> ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนเนื่องจากทรัพยากรลมที่เหมาะสมที่สุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ซาอุดีอาระเบีย</strong></span> กำลังสร้างโรงงานพลังงานสีเขียวและแอมโมเนียที่ใหญ่ที่สุดในนีโอม ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น &#8220;เมืองแห่งอนาคต&#8221; นอกจากนี้ ACWA Power บริษัทพลังงานของซาอุดิอาระเบีย ได้ลงนามในข้อตกลงกับ Air Products บริษัทอุตสาหกรรมเคมีของสหรัฐฯ เพื่อสร้างโรงงาน ซึ่งจะใช้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทั้งทะเลทราย และคาดว่าจะขับเคลื่อนซาอุดิอาระเบียสู่การปลอดคาร์บอนในอนาคต</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สหภาพยุโรป</strong></span> ประกาศความตั้งใจที่จะขยายการลงทุนในไฮโดรเจนสีเขียวขนาดใหญ่ 550 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพลังงานสะอาด เช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการ Electrolyzers ได้ประกาศกลยุทธ์ด้านไฮโดรเจนที่เรียกร้องให้มีการลงทุนไฮโดรเจนสีเขียวมูลค่า 430 พันล้านดอลลาร์ภายใน พ.ศ. 2573</p>
<p>ในขณะที่ <span style="color: #6cb742;"><strong>เยอรมนี</strong></span> มีไฮโดรเจนอยู่ในแผนพลังงานมาตั้งแต่ พ.ศ.2549 รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนจำนวนมากให้แก่โครงการ “National Hydrogen Strategy” เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไฮโดรเจน และสนับสนุนการใช้งานไฮโดรเจนในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งทำเงินได้ถึง 7 พันล้านยูโรสำหรับการเปิดตัวไฮโดรเจนสีเขียวในเยอรมนี และอีก 2 พันล้านยูโรสำหรับพันธมิตรระหว่างประเทศ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สเปน</strong></span> ได้ประกาศโครงการที่จะเปิดตัวอิเล็กโทรไลเซอร์ 4 ตัวที่จะบรรลุเป้าหมาย 20% ของไฮโดรเจนสีเขียวภายใน ค.ศ. 2030 ประเทศสเปนมีภูมิทัศน์และรูปแบบสภาพอากาศในอุดมคติสำหรับการผลิตไฮโดรเจนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ญี่ปุ่น</strong></span> โรงงานไฮโดรเจนสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพิ่งเปิดใหม่ใกล้กับฟุกุชิมะ ซึ่งเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์หลังแผ่นดินไหวและสึนามิใน พ.ศ. 2554 ญี่ปุ่นได้จ่ายเบี้ยประกันภัยสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวมากกว่าไฮโดรเจนธรรมดา และญี่ปุ่นประกาศเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</p>
<ul>
<li><a title="ไฮโดรเจนสีเขียวจากพลังงานลมในประเทศจีน" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจน-พลังงานลม/">การเติบโตของ &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว&#8221; จากพลังงานลมในจีน</a></li>
<li><a title="แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-ปี-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a></li>
<li><a title="10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-renewable-energy-outlook-2021-2022/">คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>ที่มา: abcnews.go.com/Technology/green-hydrogen-renewable-energy-source-watch-2021/story?id=74128340</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-green-hydrogen/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ซิโนเปค” เร่งพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนเพื่อสร้างบริษัทเคมีพลังงานสะอาดชั้นนำของโลก เตรียมสร้างสถานีเติมไฮโดรเจน 1,000 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sinopec-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sinopec-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Mar 2021 08:05:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[World News]]></category>
		<category><![CDATA[Sinopec]]></category>
		<category><![CDATA[ซิโนเปค]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีเติมไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16523</guid>

					<description><![CDATA[<p>Ma Yongsheng ประธานบริหารของ China Petroleum &#38; Chemical Corporation (HKG: 0386, &#8220;Sinopec&#8221; หรือซิโนเปค) และนักวิชาการประจำสถาบันวิศวกรรมแห่งชาติจีน ได้เสนอให้มีการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนในระหว่างการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยคุณ Ma ได้แนะนำให้ทุ่มเทความพยายามมากขึ้นในการออกแบบระดับสูง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี หลักการกำหนดระบบมาตรฐาน และการสนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรม ในฐานะแหล่งพลังงานสำรอง ไฮโดรเจนกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นบนเวทีพลังงานโลก ปัจจุบันจีนมีความก้าวหน้าอย่างมากในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฮโดรเจน แต่อุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนยังคงอยู่ในขั้นตอนการสาธิตนำร่องและการส่งเสริมการตลาด Ma ตั้งข้อสังเกตถึงข้อดีหลายประการของพลังงานไฮโดรเจน เช่น แหล่งที่มาที่แตกต่างกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sinopec-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/">“ซิโนเปค” เร่งพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนเพื่อสร้างบริษัทเคมีพลังงานสะอาดชั้นนำของโลก เตรียมสร้างสถานีเติมไฮโดรเจน 1,000 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">Ma Yongsheng</span> ประธานบริหารของ China Petroleum &amp; Chemical Corporation (HKG: 0386, &#8220;Sinopec&#8221; หรือซิโนเปค) และนักวิชาการประจำสถาบันวิศวกรรมแห่งชาติจีน ได้เสนอให้มีการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนในระหว่างการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยคุณ Ma ได้แนะนำให้ทุ่มเทความพยายามมากขึ้นในการออกแบบระดับสูง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี หลักการกำหนดระบบมาตรฐาน และการสนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรม</strong><span id="more-16523"></span></p>
<p>ในฐานะแหล่งพลังงานสำรอง ไฮโดรเจนกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นบนเวทีพลังงานโลก ปัจจุบันจีนมีความก้าวหน้าอย่างมากในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฮโดรเจน แต่อุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนยังคงอยู่ในขั้นตอนการสาธิตนำร่องและการส่งเสริมการตลาด</p>
<p><strong>Ma</strong> ตั้งข้อสังเกตถึงข้อดีหลายประการของพลังงานไฮโดรเจน เช่น แหล่งที่มาที่แตกต่างกัน การไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และการใช้งานที่หลากหลาย ขณะที่สภาพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนระหว่างประเทศระบุว่า พลังงานไฮโดรเจนจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6 พันล้านตันภายในปี 2593 ขณะเดียวกัน สหพันธ์พลังงานไฮโดรเจนแห่งชาติจีนคาดการณ์ว่า ภายในปี 2593 ความต้องการไฮโดรเจนต่อปีของจีนจะอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับ 60 ล้านตัน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 700 ล้านตัน</p>
<p>นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา จีนได้ออกประกาศเปิดตัวการสาธิตการใช้งานยานยนต์เซลล์เชื้อเพลิง และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (2564-2578) ทั้งยังสนับสนุนแผนและนโยบายเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพลังงานไฮโดรเจน รวมไปถึงการผลิต การจัดเก็บ การขนส่งและการใช้งาน ผ่านการสนับสนุนโดยหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศจีน ข้อมูลจากช่วงสิ้นปี 2563 ระบุว่า จีนมียานพาหนะเซลล์เชื้อเพลิงคงคลังจำนวน 7,352 คัน มีสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 128 แห่งได้ถูกสร้างขึ้น โดยกว่า 101 แห่งได้เปิดดำเนินการแล้ว นับว่ามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่นเท่านั้น</p>
<p>ปัจจุบัน <strong>ซิโนเปค</strong>ผลิตไฮโดรเจนจำนวน 3.5 ล้านตันต่อปี ในปี 2563 ซิโนเปคเริ่มพัฒนาและเร่งการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนแบบบูรณาการในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการด้านทุน, การวิจัยและพัฒนา, เทคโนโลยี, การจัดเก็บ, การผลิต, การขนส่ง, การกระจายเครือข่าย และความร่วมมือทางสังคม</p>
<p><strong>ซิโนเปค</strong>ได้สร้างสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในมณฑลกวางตุ้ง เซี่ยงไฮ้ เจ้อเจียง กวางซีและอีกมากมาย รวมถึงสถานีผสมน้ำมัน-ไฮโดรเจนอีก 10 แห่งที่กำลังเปิดดำเนินการอยู่</p>
<p>ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนห้าปีฉบับที่ 14 ของจีน <strong>ซิโนเปค</strong>ได้รวม &#8220;ความสะอาด&#8221; ไว้ในวิสัยทัศน์ของบริษัทเป็นครั้งแรก ด้วยเป้าหมายในการสร้างบริษัทพลังงานไฮโดรเจนที่ใหญ่ที่สุดของจีน ซิโนเปคจะส่งเสริมการสร้างพลังงานสะอาดด้วยการเร่งเปลี่ยนแปลงแหล่งผลิตไฮโดรเจนจากไฮโดรเจนสีเทาเป็นไฮโดรเจนสีน้ำเงินและสีเขียว</p>
<p>&#8220;ในช่วงแผนห้าปีครั้งที่ 14 <strong>Sinopec</strong> จะวางสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 1,000 แห่ง และก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ให้บริการน้ำมัน ก๊าซ ไฮโดรเจน ไฟฟ้าและธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ผ่านการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ&#8221; นาย Ma กล่าว &#8220;ในอนาคต ผู้คนไม่เพียงแต่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลในปั๊มน้ำมันของ Sinopec เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและไฟฟ้าสำหรับธุรกิจอื่น ๆ ด้วย”</p>
<p>เพื่อส่งเสริมการตลาดในอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนให้ดียิ่งขึ้น <strong>Sinopec</strong> ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 จะรับประกันการจัดหาพลังงานสะอาดสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินการแข่งขันเพื่อสร้าง &#8220;โอลิมปิกฤดูหนาวสีเขียว&#8221;</p>
<p><strong>ด้วยเหตุนี้บริษัท Beijing Yanshan Petrochemical Company ของซิโนเปค จึงได้สร้างหน่วยกลั่นไฮโดรเจนซึ่งสามารถผลิตไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์กว่า 99.9% ในเดือนมี.ค. 2563 และบรรลุกำลังการผลิตแบตเตอรี่ไฮโดรเจนจำนวน 500 กิโลกรัมต่อวันเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sinopec-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/">“ซิโนเปค” เร่งพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนเพื่อสร้างบริษัทเคมีพลังงานสะอาดชั้นนำของโลก เตรียมสร้างสถานีเติมไฮโดรเจน 1,000 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sinopec-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2021 02:55:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[COP21]]></category>
		<category><![CDATA[Enapter]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการบ้านผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15763</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า &#8220;Hydrogen Valleys&#8221; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/">โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า &#8220;Hydrogen Valleys&#8221; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก</strong><span id="more-15763"></span></p>
<p>จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่น ๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา</p>
<p>แนวคิด Mission Innovation ริเริ่มจากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส เมื่อปี 2015 เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดในระดับโลก การเปิดตัวแพลตฟอร์มในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านนวัตกรรม 1 ใน 8 ด้าน นำโดยประเทศออสเตรเลีย เยอรมนี และสหภาพยุโรป ในฐานะผู้นำร่วมของเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและไฮโดรเจนสะอาด</p>
<p>&#8220;ประเทศไทยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทน 30% ภายในปี 2037 ทั้งนี้ ความท้าทายไม่ใช่แค่การผลิตพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศไทยเห็นว่าการกักเก็บพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีที่ทราบว่าประเทศไทยมีโครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ในแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation และหวังว่าบ้านผีเสื้อจะไม่เป็นเพียงโครงการเดียวแต่เป็นโครงการแรกของอีกหลาย ๆ โครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&#8221;</p>
<p>&#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร</span> หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน</strong></p>
<p>&#8220;ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ โครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นว่าพลังงานไฮโดรเจนสามารถนำมาใช้ได้แล้วในวันนี้ เป็นต้นแบบของ Enapter บริษัทสัญชาติเยอรมันที่เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมัน&#8221;</p>
<p>&#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>Georg Schmidt</strong></span> <strong>เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย</strong></p>
<p>บ้านผีเสื้อเป็นกลุ่มอาคารบ้านพักที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานแบบไฮบริดไฮโดรเจนร่วมกับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน โครงการต้นแบบนี้พัฒนาโดยนายเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Enapter ผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่ติดตั้งอยู่ในโครงการบ้านผีเสื้อ ทำงานโดยการผลิตไฮโดรเจนจากน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์<br />
Enapter เป็นผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM รายเดียวของโลก ที่มีประสิทธิภาพสูงและทำงานแบบโมดูลาร์ เครื่องผลิตไฮโดรเจนชนิดนี้ถูกใช้อยู่ในกลุ่มลูกค้ามากกว่า 100 ราย กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ Enapter ได้เลือกประเทศเยอรมนีเป็นฐานผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์แห่งใหม่ จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022 ฐานผลิตแห่งใหม่จะสามารถผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์ได้มากกว่า 100,000 โมดูลต่อปี</p>
<p>&#8220;บ้านผีเสื้อทำให้เรารู้แล้วว่าเราเป็นได้มากกว่า เราทำได้มากกว่า และได้จารึกสิ่งเล็ก ๆ นี้ไว้ในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับโครงการบ้านผีเสื้อและผู้ก่อตั้งโครงการ คุณเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ และบริษัท Enapter สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้&#8221;</p>
<p>&#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/">โครงการในประเทศไทยได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-cop21/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Siemens จับมือ Deutsche Bahn เปิดตัวรถไฟไฮโดรเจน เตรียมทดลองใช้ในเยอรมนี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/siemens-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/siemens-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2020 04:37:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Deutsche Bahn]]></category>
		<category><![CDATA[Siemens]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15184</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีเมนส์ (Siemens) ร่วมกับ Deutsche Bahn ผู้ให้บริการรถไฟในเยอรมนี เริ่มพัฒนารถไฟเซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้ไฮโดรเจน และสถานีเติมน้ำมันที่ออกแบบใหม่ โดยจะทดลองเดินรถในปี 2567 และทดสอบเป็นเวลาหนึ่งปี  เพื่อแทนที่เครื่องยนต์ดีเซลในเครือข่ายรถไฟท้องถิ่นของเยอรมนี  อีกหนึ่งความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศและบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ สำหรับรถต้นแบบที่ซีเมนส์สร้างขึ้นนั้น มีพื้นฐานมาจากรถรางไฟฟ้า Mireo Plus H ซึ่งจะติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเปลี่ยนไฮโดรเจนและออกซิเจนให้เป็นไฟฟ้า ใช้เวลาในการชาร์จไฟ 15 นาที ระยะทาง 600 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยรถไฟไฮโดรเจนจะสามารถเข้ามาทดแทนรถไฟที่ใช้น้ำมันดีเซลได้ในระยะยาว ซึ่ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/siemens-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5/">Siemens จับมือ Deutsche Bahn เปิดตัวรถไฟไฮโดรเจน เตรียมทดลองใช้ในเยอรมนี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซีเมนส์ (Siemens) ร่วมกับ Deutsche Bahn ผู้ให้บริการรถไฟในเยอรมนี เริ่มพัฒนารถไฟเซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้ไฮโดรเจน และสถานีเติมน้ำมันที่ออกแบบใหม่ โดยจะทดลองเดินรถในปี 2567 และทดสอบเป็นเวลาหนึ่งปี  เพื่อแทนที่เครื่องยนต์ดีเซลในเครือข่ายรถไฟท้องถิ่นของเยอรมนี  อีกหนึ่งความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศและบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ</strong><span id="more-15184"></span></p>
<p>สำหรับรถต้นแบบที่ซีเมนส์สร้างขึ้นนั้น มีพื้นฐานมาจากรถรางไฟฟ้า Mireo Plus H ซึ่งจะติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเปลี่ยนไฮโดรเจนและออกซิเจนให้เป็นไฟฟ้า ใช้เวลาในการชาร์จไฟ 15 นาที ระยะทาง 600 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยรถไฟไฮโดรเจนจะสามารถเข้ามาทดแทนรถไฟที่ใช้น้ำมันดีเซลได้ในระยะยาว ซึ่ง Deutsche Bahn คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ราว 330 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับการใช้รถไฟพลังงานดีเซลแบบเดิม</p>
<p>จากข้อมูลปัจจุบัน แม้ว่าเครือข่ายรถไฟส่วนใหญ่ของเยอรมนีจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าแล้ว แต่ยังมีรางรถไฟอีกประมาณ 13,000 กิโลเมตร หรือคิดเป็นเกือบ 40% ของระบบทั้งหมดยังคงขับเคลื่อนด้วยดีเซล และเนื่องจากบริษัทรถไฟมีหน้าที่ที่ต้องยุติการปล่อยก๊าซคาร์บอนภายในปี 2593 หรือเร็วกว่านั้น ทาง Deutsche Bahn จึงต้องทำให้ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นศูนย์ โดยจะเปลี่ยนรถไฟทั้งหมดให้เป็นระบบไฟฟ้า และไม่เหลือรถไฟดีเซลธรรมดาแม้แต่คันเดียว</p>
<p>Deutsche Bahn มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสีเขียวในเครือข่ายระบบรถไฟ จากปัจจุบัน 60% เป็น 100% ให้ได้ภายในปี 2581 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายของประเทศเยอรมันนีถูกกำหนดให้ปิดตัวลง</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลเบอร์ลินได้ประกาศกองทุนมูลค่า 9 พันล้านยูโร (11 พันล้านดอลลาร์) เพื่อพัฒนาบทบาทของ<a href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/" title="ไฮโดรเจนสีเขียว">ไฮโดรเจน &#8220;สีเขียว&#8221;</a> ที่ผลิตจากระบบพลังงานหมุนเวียน และแม้ว่าในปัจจุบันพลังงานส่วนใหญ่ที่ใช้จะได้มาจากก๊าซฟอสซิลและถ่านหิน แต่ในทศวรรษหน้าคาดว่าไฮโดรเจนจากพลังงานสะอาดจะมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้กับเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมและการขนส่ง</strong></p>
<hr />
<p>Sorce: press.siemens.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/siemens-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5/">Siemens จับมือ Deutsche Bahn เปิดตัวรถไฟไฮโดรเจน เตรียมทดลองใช้ในเยอรมนี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/siemens-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2019 02:00:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Renewable Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลมแบบลอยบนอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานของกากนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานคลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานจากร่างกายมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวภาพจากสาหร่าย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานฟิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10947</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราทราบกันดีว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าในไม่ช้า เชื้อเพลิงชนิดนี้จะหมดไป เมื่อถึงตอนนั้นเราจะใช้เชื้อเพลิงจากที่ไหนเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน…. คำตอบก็คือ “พลังงานทดแทน” ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป แต่เมื่อกล่าวถึง “พลังงานทดแทน” คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไปถึงพลังงานอย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้กันมานานแล้ว แต่นอกจากพลังงานเหล่านี้ ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามค้นคว้า วิจัย และศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นพลังงานทดแทนของเรา ซึ่ง 10 แหล่งพลังงานทดแทน ที่คาดว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกที่มนุษย์จะสามารถนำมาใช้ได้ ประกอบด้วย 1. พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากห้วงอวกาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เราทราบกันดีว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าในไม่ช้า เชื้อเพลิงชนิดนี้จะหมดไป เมื่อถึงตอนนั้นเราจะใช้เชื้อเพลิงจากที่ไหนเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน…. คำตอบก็คือ “พลังงานทดแทน” ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป แต่เมื่อกล่าวถึง “พลังงานทดแทน” คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไปถึงพลังงานอย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้กันมานานแล้ว แต่นอกจากพลังงานเหล่านี้ ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามค้นคว้า วิจัย และศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นพลังงานทดแทนของเรา ซึ่ง 10 แหล่งพลังงานทดแทน ที่คาดว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกที่มนุษย์จะสามารถนำมาใช้ได้ ประกอบด้วย</strong><span id="more-10947"></span></p>
<h2>1. พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากห้วงอวกาศ (Space-Based Solar Power)</h2>
<p>จากข้อเท็จจริงที่ว่า พลังงานแสงอาทิตย์กว่า 55-60% นั้น ไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศของโลกมาได้ ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่อยู่บนพื้นโลกจึงใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การผลิตไฟฟ้าบนพื้นโลกยังมีข้อจำกัด เพราะผลิตได้เฉพาะในช่วงกลางวัน พื้นที่ตั้งก็ต้องเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สภาพภูมิอากาศก็ต้องเหมาะสม ทำให้บางประเทศไม่สามารถผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ ด้วยข้อจำกัดนี้ จึงมีผู้คิดค้นว่าหากสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์นอกโลก เช่นเดียวกับการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ของดาวเทียมแล้ว ข้อจำกัดเหล่านี้จะหมดไป อีกทั้งยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลอีกด้วย</p>
<p>ปัจจุบันนักวิจัยจึงมีความพยายามที่จะทดลอง วิจัยหาความเป็นไปได้ ที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอวกาศ เพื่อผลิตไฟฟ้าและส่งพลังงานที่ผลิตได้กลับมายังสถานีพลังงานบนพื้นโลกในรูปแบบของคลื่นไมโครเวฟ โดยให้แน่ใจว่าการส่งพลังงานดังกล่าวจะไม่เกิดการสูญเสียพลังงาน และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อโลก</p>
<p>ซึ่งก็มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการทดลองวิจัยในเรื่องนี้ โดยเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 สำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เปิดเผยว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการแปลงกระแสไฟฟ้าขนาด 1.8 กิโลวัตต์ให้เป็นไมโครเวฟ หลังจากที่พวกเขาส่งพลังงานแบบไร้สายเป็นระยะทาง 50 เมตรได้แล้ว</p>
<p>นอกจากนี้ ในปีนี้ (2019) จีนก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพยายามที่จะทำการทดลองผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จากห้วงอวกาศ โดยล่าสุดได้เริ่มทดลองตามแนวคิดนี้แล้วที่เมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน บนพื้นที่กว่า 33 เอเคอร์ ด้วยทุนสนับสนุนเริ่มต้นที่ 15 ล้านเหรียญฯ เพื่อทำการทดสอบหาวิธีการที่ดีที่สุดในการส่งพลังงานจากวงโคจรในห้วงอวกาศรอบโลกมายังพื้นโลก</p>
<h2>2. พลังงานจากร่างกายมนุษย์ (Human Power)</h2>
<p>ผู้เชียวชาญหลายคนเชื่อว่าวิธีการที่ง่ายที่สุดในการสร้างพลังงานหมุนเวียน คือ ผ่านร่างกายของมนุษย์เอง โดยแนวคิดนี้มาจากแนวคิดที่ว่า ในปัจจุบันอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ใช้ไฟฟ้าที่น้อยกว่าในอดีตมาก ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กก็เพียงพอที่จะจ่ายเป็นพลังงานให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจำนวนมากได้ โดยผลิตพลังงานผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกายเราเอง เพียงแค่ใช้ระบบที่จะสามารถรวบรวมและแปลงพลังงานได้</p>
<p>ซึ่งนักวิจัยจากสหราชอาณาจักรได้พัฒนาอุปกรณ์พยุงหัวเข่า ที่สามารถรวบรวมอิเล็กตรอนในขณะเดินไว้ โดยทุกครั้งที่เดิน หัวเข่าโค้ง โลหะแบบใบพัดจากอุปกรณ์จะมีการสั้นสะเทือนเหมือนสายกีตาร์ และเกิดการผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้น สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไม่มาก</p>
<h2>3. พลังงานคลื่น (Wave Power)</h2>
<p>ความคิดที่จะนำพลังงานคลื่นมาใช้นั้นมีแนวคิดมานานแล้ว ซึ่งทางเทคนิคนั้นคลื่น คือรูปแบบที่เกิดขึ้นจากพลังงานลมที่พัดผ่านทะเล พลังงานคลื่นถูกวัดเป็นกิโลวัตต์ (KW) ต่อหนึ่งเมตรของแนวชายฝั่ง โดยชายฝังทะเลของสหรัฐฯ นั้น มีศักยภาพพลังงานคลื่นประมาณ 252 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี</p>
<p>ปัจจุบันมีกว่า 5 ประเทศ ที่พยายามดำเนินการสร้างฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น หนึ่งในนั้นที่นำไปปฏิบัติ คือประเทศโปรตุเกส ที่ได้ตั้งฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นในเชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกในโลก ตั้งแต่ปี 2008 มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 2.25 เมกะวัตต์</p>
<h2>4. พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Power)</h2>
<p>ไฮโดรเจนเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมีมากถึง 74% จากทั้งหมดในจักรวาล ในขณะที่บนโลกพบได้เฉพาะเมื่อรวมกับออกซิเจน คาร์บอน และไนโตรเจน โดยหากต้องการใช้ไฮโดรเจนจะต้องแยกออกมาจากองค์ประกอบอื่น ๆ ซึ่งก๊าซที่ได้จะให้พลังงานสูง แต่เป็นก๊าซที่ไม่มีมลพิษ</p>
<p>ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงที่แปลงไฮโดรเจนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องบิน ยานพาหนะอื่น ๆ รวมถึงเป็นพลังงานที่ใช้ในบ้านและอาคาร ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ค่ายญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า ฮอนด้า และฮุนได ได้มีการลงทุนวิจัยในเทคโนโลยีที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นพลังงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>5. พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Magma Power)</h2>
<p>พลังงานจากความร้อนที่อยู่ลึกใต้พื้นพิภพ สามารถผลิตไอน้ำเพื่อใช้หมุนกังหันและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ โดยพลังงานความร้อนใต้พิภพ 10,700 เมกะวัตต์ ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกในปี 2010 โดยมีไอซ์แลนด์ ฟิลิปปินส์และเอลซัลวาดอร์ได้นำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติแล้ว<br />
แนวคิดพลังงานความร้อนใต้พิภพเริ่มได้รับความสนใจในปี 2008 จากการค้นพบด้วยความบังเอิญจากโครงการขุดเจาะ IDDP1 ของไอซ์แลนด์ และภายหลังได้รับการปรับปรุงเป็นระบบแรกที่ให้ความร้อนโดยตรงจากแมกมาหลอมเหลว สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ 36 เมกะวัตต์</p>
<h2>6. พลังงานจากกากนิวเคลียร์ (Nuclear Waste Power)</h2>
<p>อะตอมยูเรเนียมเพียงห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ในปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเพิ่มเข้าไปยังคลังขยะนิวเคลียร์ มีกากของเสียจากกัมมันตรังสีกว่า 77,000 ตัน ที่ถูกเก็บสะสมจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอเมริกา ในขณะที่เครื่องปฏิกรณ์เร็ว ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบเดิม และสามารถแก้ปัญหานี้ได้ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การใช้ยูเรเนียมที่มีอยู่เดิมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถใช้พลังงานจากแร่ยูเรเนียมได้ถึง 95% ของเชื้อเพลิงพลังงานนิวเคลียร์ที่ผลิตได้</p>
<p>จากแนวคิดที่ต้องการนำกากนิวเคลียร์ที่มีเก็บไว้ปริมาณมหาศาลมาใช้ผลิตพลังงานทางเลือก ทำให้ทาง ฮิตาชิ ได้ออกแบบเครื่องปฏิกรณ์เร็ว Gen-IV ที่เรียกว่า PRISM ซึ่งเป็นโมดูลเครื่องปฏิกรณ์นวัตกรรมพลังงานขนาดเล็ก ที่สามารถเปลี่ยนกากนิวเคลียร์ให้กลายเป็นพลังงานได้ และยังช่วยทำให้ Half Life ของกัมมันตภาพรังสี (ระยะเวลาที่สารสลายตัวไปจนเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม) เหลือเพียง 30 ปีแทนที่จะเป็นพันปีด้วย</p>
<h2>7. พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งได้ในทุกพื้นผิว (Embeddable Solar Power)</h2>
<p>เทคโนโลยีที่สามารถฝังหรือเคลือบเซลล์แสงอาทิตย์ลงบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในลักษณะที่โปร่งแสงไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สามารถรับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ แนวคิดนี้ ปัจจุบันถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสามารถนำมาเคลือบบนพื้นผิวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ อาทิ เคลือบบนหน้าต่าง หรือกระจกของอาคาร เพื่อเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าให้แก่อาคาร เป็นต้น</p>
<h2>8. พลังงานชีวภาพจากสาหร่าย (Algae Power)</h2>
<p>สาหร่ายถือเป็นแหล่งพลังงานที่น่าประหลาดใจมาก เพราะมันอุดมไปน้ำมัน ที่สามารถดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพได้โดยตรง แม้น้ำเสียจะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่มันกลับมีประสิทธิภาพสูงในการปลูกพืชชนิดนี้ โดยในพื้นที่ขนาดหนึ่งเอเคอร์ สามารถให้ผลผลิตได้สูงถึง 9,000 แกลลอน ดังนั้น เชื้อเพลิงจากสาหร่ายจึงถือเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถปลูกและสร้างขึ้นได้</p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/D-HfUxwTAu0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center>Alabama สามารถสร้างระบบเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายได้เป็นแห่งแรกของโลก โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพแบบลอยตัว โดยการปลูกสาหร่ายยังช่วยบำบัดน้ำเสียจากเทศบาล และหลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว น้ำสะอาดที่ได้จากการบำบัดจะถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป</p>
<h2>9. กังหันลมแบบลอยบนอากาศ (Flying Wind Power)</h2>
<p>ฟาร์มกังหันลมตามแนวคิดนี้จะเป็นกังหันลมที่ติดตั้งลอยตัวอยู่สูงในระดับเดียวกับตึกระฟ้า หรืออยู่สูงเหนือระดับพื้นดินที่ 1,000 &#8211; 2,000 ฟุต เพื่อรับความแรงลมที่แรงกว่าห้าถึงแปดเท่าของระดับความแรงลมแบบติดตั้งแบบทาวเวอร์ และกังหันเหล่านี้จะผลิตพลังงานได้สองเท่าเมื่อเทียบกับกังหันลมขนาดใกล้เคียงกันที่ตั้งแบบทาวเวอร์</p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/hD9Nk9M71ik" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center>โดย Altaeros Energie ได้พัฒนากังหันลมแบบลอยบนอากาศในเชิงพาณิชย์เครื่องแรก ที่เรียกว่า Buoyant Air Turbine หรือ BAT ซึ่งเป็นเซลล์พองลมแบบกลมยาว 35 ฟุต ที่ทำจากผ้าที่มีความแข็งแรงสูง โดย BAT มีกำลังการผลิต 30 กิโลวัตต์</p>
<h2>10. พลังงานฟิวชั่น (Fusion Power)</h2>
<p>ฟิวชั่น เป็นกระบวนการเดียวกันกับการเกิดขึ้นของดวงอาทิตย์ และมีศักยภาพที่สามารถผลิตพลังงานได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งไม่ปล่อยมลพิษ หรือก๊าซเรือนกระจก และไม่มีการคุกคามจากการหลอมละลายแบบนิวเคลียร์ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิชชั่นในปัจจุบัน ฟิวชั่นทำงานโดยการหลอมรวมไอโซโทปไฮโดรเจนสองอัน คือ ดิวทีเรียมและทริเทียมซึ่งมีอยู่มากมาย</p>
<p>ในปัจจุบัน ITER เครื่องปฏิกรณ์ทดลองความร้อนระหว่างประเทศ ได้ถูกสร้างขึ้นในประเทศฝรั่งเศสโดยได้รับทุนจาก7 ประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2027 และหวังว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชั่นแห่งแรกของโลกในเชิงพาณิชย์</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</p>
<ul>
<li><a title="แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-ปี-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a></li>
<li><a title="ไฮโดรเจนสีเขียว พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-renewable-energy-outlook-2021-2022/">คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022</a></li>
<li><a title="ลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)" href="https://www.greennetworkthailand.com/บอร์ดอีวี-ยานยนต์ไฟฟ้า/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a></li>
<li><a title="แผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan)" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานแห่งชาติ-national-energy-plan/">พลังงานเตรียมยื่นแผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan) วางกรอบแนวทางนโยบายด้านพลังงานของประเทศในอนาคต</a></li>
<li><a title="พันธุ์พืชและเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าชุมชน" href="https://www.greennetworkthailand.com/โรงไฟฟ้าชุมชน-ชีวมวล/">โรงไฟฟ้าชุมชนได้เวลาพัฒนาพันธุ์พืชและเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าชุมชน “หญ้ายักษ์ VS กระถินยักษ์”</a></li>
<li><a title="เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย" href="https://www.greennetworkthailand.com/เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน-2563/">เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย</a></li>
<li><a title="หญ้าเนเปียร์ พลิกผืนดินอีสาน เขียวขจีอย่างยั่งยืน" href="https://www.greennetworkthailand.com/หญ้าเนเปียร์-โรงไฟฟ้า/">หญ้าเนเปียร์ พลิกผืนดินอีสาน เขียวขจีอย่างยั่งยืน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: เรียบเรียงจากงานเสวนา เรื่อง โรงไฟฟ้าชุมชนนวัตกรรมพลังงานทดแทน และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน<br />
โดย ดร.นุวงศ์ ชลคุป ในหัวข้อ นวัตกรรมพลังงานทดแทนแห่งอนาคต ภายในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2562<br />
Reference: The Top Alternative Energy Sources of the Future (Infographic)<br />
https://futurism.com/images/renewable-energy-sources-of-the-future-infographic</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
