<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มหาวิทยาลัยขอนแก่น | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 May 2024 02:17:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>มหาวิทยาลัยขอนแก่น | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Startup ม.ขอนแก่น จับมือ Lily Pharma ผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ลดปัญหา Climate Change</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/n-p-k/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/n-p-k/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 May 2024 02:17:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Lily Pharma]]></category>
		<category><![CDATA[R&D]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยน้ำนาโน]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยน้ำนาโน N P K]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33978</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอนแก่น &#8211; 23 พ.ค. 2567 : สุรพล เพชรวรา อุปนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ มีนโยบายส่งเสริมการถ่ายทอด Technical Know How จากมหาวิทยาลัย ไปสู่ภาคเอกชน เพื่อนำออกสู่อุตสาหกรรม ด้วยการทำวิจัยและพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้องค์ความรู้ชั้นสูง พร้อมทั้งออกแบบและผลิตเครื่องจักรที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมนั้นให้กับภาคเอกชนที่ต้องการนำไปผลิตและทำการตลาด เพราะเชื่อว่าภาคเอกชนมีความชำนาญมากกว่าที่เราจะทำเองทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยฯ ได้มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดงานวิจัยและพัฒนาไปสู่ระดับโลก จึงได้คัดเลือกผู้ประกอบการประเทศมาเลเซียมาร่วมทุนก่อตั้ง Holding Company ปุ๋ยน้ำนาโนซึ่งเป็นการถือหุ้นระหว่าง Lily Pharma&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/n-p-k/">Startup ม.ขอนแก่น จับมือ Lily Pharma ผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ลดปัญหา Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขอนแก่น &#8211; 23 พ.ค. 2567 : <strong>สุรพล เพชรวรา อุปนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ มีนโยบายส่งเสริมการถ่ายทอด Technical Know How จากมหาวิทยาลัย ไปสู่ภาคเอกชน เพื่อนำออกสู่อุตสาหกรรม ด้วยการทำวิจัยและพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้องค์ความรู้ชั้นสูง พร้อมทั้งออกแบบและผลิตเครื่องจักรที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมนั้นให้กับภาคเอกชนที่ต้องการนำไปผลิตและทำการตลาด เพราะเชื่อว่าภาคเอกชนมีความชำนาญมากกว่าที่เราจะทำเองทุกอย่าง</p>
<p><span id="more-33978"></span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยฯ ได้มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดงานวิจัยและพัฒนาไปสู่ระดับโลก จึงได้คัดเลือกผู้ประกอบการประเทศมาเลเซียมาร่วมทุนก่อตั้ง Holding Company ปุ๋ยน้ำนาโนซึ่งเป็นการถือหุ้นระหว่าง Lily Pharma จำนวนหุ้น 40% กับ Einstein Nanoscience Sdn. Bhd. จำนวนหุ้น 60% โดยจะตั้งโรงงานผลิตที่รัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย</p>
<p>แนวคิดนี้จะทำให้ทางเราเน้นวิจัยและพัฒนา  (R&amp;D)  ของปุ๋ยน้ำนาโนและผลิตเครื่องจักรเป็นหลัก ส่วนทางมาเลเซียจะเน้นเรื่องการผลิตและขยายการลงทุนไปประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ เพราะเชื่อว่าทีมงานของเขาสามารถพูดและเขียนได้ดีทั้ง มาเลย์ จีน และอังกฤษ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดหาบุคลากรที่มีความพร้อมในการดำเนินงานอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาก็คือจะทำให้มหาวิทยาลัยนำผลงานวิจัยออกสู่ตลาดโลกได้อย่างจริงจัง</p>
<p>ด้าน <strong>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวถึงนโยบายการตั้งStartup แนวใหม่ เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าแบบเดิมว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้คัดเลือกบริษัทเอกชนที่มีความสามารถในด้านการจัดการและเข้าใจในเทคโนโลยี เช่น Biotech โดยจัดตั้ง Holding Company ที่บริษัท มิสลิลลี่ จำกัด ถือหุ้น 51% มหาวิทยาลัยถือหุ้น 49% โดย Holding Company นี้ จะไปจัดตั้งบริษัท Startup เพื่อดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดตั้งห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัยโดยมีนักวิจัยที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกเป็นผู้ทำงานวิจัยตั้งแต่ต้นจนออกสู่ผลิตภัณฑ์ ส่วนมหาวิทยาลัยฯ จะมีบทบาทในการสนับสนุน ให้คำปรึกษาพร้อมอำนวยความสะดวกในการใช้เครื่องมือต่างๆ และการทดสอบทางวิชาการ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33980" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-02.jpg" alt="Startup ม.ขอนแก่น จับมือ Lily Pharma ผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ลดปัญหา Climate Change" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“เมื่อเราจะขยายการผลิตไปสู่อุตสาหกรรม ทางบริษัท Startup จะเป็นผู้วิจัยประดิษฐ์เครื่องจักรในการผลิตพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมนั้นๆได้ทันที โดยเราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทำงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมแบบสำเร็จรูป และเข้าร่วมถือหุ้นในโครงการนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องให้กับภาคเอกชน”  <strong>รศ.นพ.ชาญชัย </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33981" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-03.jpg" alt="Startup ม.ขอนแก่น จับมือ Lily Pharma ผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ลดปัญหา Climate Change" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/N-P-K-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับความสำเร็จในโครงการปุ๋ยน้ำนาโน ปัจจัยหนึ่งมาจากเครื่อง Nano Homogenizer แบบอุตสาหกรรม ซึ่งถูกนำมาทำให้ Chitosan มีขนาดต่ำกว่า 100 นาโนเมตร โดยครั้งนี้ เราได้สร้าง Nano Homogenizer ขนาด 2,000 ลิตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมที่มีอยู่ นอกจากนี้ โครงการปุ๋ยน้ำนาโน ยังสนับสนุนนโยบาย BCG economy ซึ่งเป็นการผลิตปุ๋ยน้ำนาโนที่ไม่มีของเสียหรือขยะ และช่วยปรับปรุงและลดความเป็นพิษในดิน ทำให้ปลูกพืชได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร.นพรัตน์ อินทร์วิเศษ Chief R&amp;D Officer ของ Lily Pharma </strong>กล่าวถึงเรื่องการใช้ปุ๋ยเม็ดมีการสูญเสียธาตุอาหารไปในอากาศ น้ำ และ ดิน ซึ่งธาตุไนโตรเจน (N) ประมาณ 60-70% ส่วน ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) สูญเสียถึง 80% ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่ออากาศ น้ำ และ ดิน นอกจากนี้ ในการผลิตปุ๋ยยูเรียจำเป็นต้องใช้แอมโมเนีย ในการผลิตต้องใช้พลังงานสูงและมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) จำนวน 1.8% ของปริมาณทั้งโลก (Royal Society) และการใส่ปุ๋ยยูเรีย จุลินทรีย์ในดินจะทำการย่อยแล้วทำให้เกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N<sub>2</sub>O) ปล่อยขึ้นสู่อากาศประมาณ 312 ล้านเมตริกตันต่อปี (EPA Greenhouse Gas Explorer) และทั่วโลกมีนโยบายที่จะลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง 20%</p>
<p>เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เราจึงมีแนวคิดที่จะผลิตปุ๋ยน้ำนาโนที่ลดการใช้ธาตุ N P K และอยู่ในดินได้นานแม้อยู่ในสภาวะที่อากาศร้อนมาก โดยมี Nano Chitosan เป็นตัวอุ้มธาตุอาหารไว้ และพืชสามารถนำปุ๋ยน้ำนาโนไปใช้เมื่อต้องการ เราเรียกว่า On Demand Fertilizer ซึ่งจะแตกต่างกับปุ๋ยเม็ดแบบ Slow release ที่ปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ตลอดเวลา แม้พืชไม่ได้ต้องการก็ตาม ดังนั้นเราจึงเป็นประเทศแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้</p>
<p><strong>ผศ.ดร. จิรวัฒน์ สนิทชน อาจารย์สาขาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> ได้<br />
ทำการวิจัยเพื่อทดสอบการเจริญเติบโตของข้าวพันธุ์ มข-60-1 ระหว่างปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen ของ Lily Pharma และปุ๋ยเม็ดยูเรียในแปลงทดลอง พบว่า การใช้ปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen ในอัตรา 0.66 Kg N/ไร่ สามารถส่งเสริมศักยภาพด้านลักษณะทางการเกษตร เช่น จำนวนหน่อต่อต้น ความสูงต้น ความยาวรวง ค่าดัชนีการเก็บเกี่ยว น้ำหนัก 1000 เมล็ด ขนาดเมล็ด และความหอมของข้าวไม่แตกต่างจากการใช้เม็ดปุ๋ยยูเรียที่ 9.2 Kg N/ไร่ ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen น้อยกว่าปุ๋ยเม็ดยูเรียถึง 14 เท่า</p>
<p>พร้อมกันนี้ <strong>ผศ.ดร. ชานนท์ ลาภจิตร หัวหน้าภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong>ได้ทำการทดสอบปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen ของ Lily Pharma ต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้ากัญชง พบว่า การใช้ปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen ที่ความเข้มข้นของไนโตรเจน น้อยกว่าปุ๋ยเม็ด สูตร 21-0-0 ที่ 0.5 เท่าหรือครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้นกล้ากัญชงมีความสูง ความกว้างของใบ ความยาวใบ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ค่าเฉลี่ยปริมาณคลอโรฟิลล์สูงกว่าการฉีดพ่นด้วยปุ๋ยเม็ดละลายน้ำ</p>
<p>นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองในผักสลัดเรดโอ๊คโดยใช้ระบบน้ำหยด ปลูกกลางแจ้งในเดือนมีนาคม 2567 พบว่าการใช้ปุ๋ยน้ำนาโน Nitrogen ที่ความเข้มข้นต่ำกว่าปุ๋ยเม็ดสูตร 21-0-0 ละลายน้ำ 15 เท่า ยังทำให้ต้นสลัดเรดโอ๊คมีอัตราการเจริญเติบโตได้ดีกว่าปุ๋ยเม็ดละลายน้ำ</p>
<p><strong>Ng Kim Yun, CEO บริษัท Einstein Nanoscience Sdn Bhd</strong>  กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซีย “มาดานิ” ภายใต้นายกรัฐมนตรี Datuk Seri Anwar เสนอความช่วยเหลือให้กับนักลงทุนด้านเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างเต็มที่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้ำนาโนนี้จะช่วยให้เกษตรกรสร้างรายได้ที่มากขึ้นเนื่องมาจากประสิทธิผลที่ดีและในราคาที่คุ้มค่k โดยบริษัทฯ ได้ซื้อ Know how และร่วมลงทุนกับ Lily Pharma ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทั้งหมดจาก Lily Pharma ส่วนวัตถุดิบเกือบทั้งหมดจัดหาในประเทศมาเลเซีย เพื่อผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ครบวงจร รวมถึงธาตุอาหารเสริมที่ช่วยทำให้พืชแต่ละชนิดให้ผลผลิตที่ดีขึ้น โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10,000 ลิตรต่อวัน และสามารถเพิ่มได้ถึง 20,000 ลิตรต่อวัน</p>
<p>“เราได้ตกลงกับทางฝ่ายไทย ให้มาเลเซียเป็นบริษัทแม่หรือสำนักงานใหญ่ของธุรกิจนี้ ดังนั้น ทางมาเลเซียต้องมีหน้าที่ขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยทางฝ่าย Lily Pharma ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนา พร้อมพัฒนาเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนโดยรวมในครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านริงกิต และภายใน 3 ปี การลงทุนของกลุ่มเราจะอยู่ที่ประมาณ  30 ล้านริงกิต” <strong> Ng Kim Yun </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/n-p-k/">Startup ม.ขอนแก่น จับมือ Lily Pharma ผลิตปุ๋ยน้ำนาโน N P K ลดปัญหา Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/n-p-k/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มข. มอบนวัตกรรม “ผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์” ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kku-biogas-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kku-biogas-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Sep 2023 03:05:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30099</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งมอบนวัตกรรม “ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” แก่ เทศบาลตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง เมื่อเร็วๆนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา เรืองแสง นักวิจัยคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายสุริยันต์ บุญพิโย ผู้ช่วยนักวิจัย, ชลธิชา มามิมิน ผู้ช่วยวิจัย และคณะ เดินทางไปส่งมอบนวัตกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-biogas-energy/">มข. มอบนวัตกรรม “ผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์” ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งมอบนวัตกรรม “ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” แก่ เทศบาลตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<p><span id="more-30099"></span></p>
<figure id="attachment_30108" aria-describedby="caption-attachment-30108" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-30108" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P08.jpg" alt="ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ และ ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา เรืองแสง" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P08.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-30108" class="wp-caption-text">ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ (ขวา) และ ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา เรืองแสง (ซ้าย)</figcaption></figure>
<p style="text-align: center;">
<p>เมื่อเร็วๆนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ</strong></span> <strong>รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา เรืองแสง</strong></span> นักวิจัยคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายสุริยันต์ บุญพิโย ผู้ช่วยนักวิจัย, ชลธิชา มามิมิน ผู้ช่วยวิจัย และคณะ เดินทางไปส่งมอบนวัตกรรม ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ “ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” ให้แก่เทศบาลตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายสุรชัย พลทะอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ พร้อมด้วยนายทองไสย์ ไชยบุตรดี รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ และผู้นำชุมชน เป็นผู้แทนในการรับมอบนวัตกรรม</p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์</strong> กล่าวว่า วันนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มาส่งมอบ “ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” อย่างเป็นทางการแก่เทศบาลตำบลบ้านผือ หลังจากได้ลงพื้นที่มาศึกษาดูงาน และติดตั้งเครื่องให้ชุมชนได้ทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ</p>
<p>“ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมที่ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง และหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์เป็นวงกว้างในอนาคตต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30107" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P07.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P07.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ขณะที่<span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุรชัย พลทะอินทร์</strong></span> <strong>นายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ</strong> กล่าวว่า เทศบาลตำบลบ้านผือ รู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ เทศบาลตำบลบ้านผือ จะใช้ต้นแบบนวัตกรรมนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชน/ครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเองได้ทางด้านพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มในครัวเรือน และการใช้ประโยชน์จากกากตะกอนที่เหลือจากการหมัก รวมทั้งจะได้นำไปพิจารณาต่อยอดการใช้ประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p>
<p>ขณะที่ <strong>ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา</strong> ระบุว่า ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน ประกอบด้วยตัวถังหมักสำหรับเติมมูลวัว มูลกระบือ ซึ่งภายในถังหมักจะมีใบกวนผสมมูลสัตว์อยู่ด้านในเพื่อให้มูลสัตว์ภายในถังหมักเกิดการผสมได้ดีและก่อให้เกิดแก๊ส โดยตัวแกนหมุนใบผสมนี้ทางทีมวิจัยได้นำแผงโซลาเซลล์มาช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าไฟของชุมชนด้วย</p>
<p>สำหรับแก๊สชีวภาพที่ได้จากถังหมักจะผ่านตัวกรองชีวภาพ โดยมีผงเหล็กออกไซด์เป็นตัวดูดซับแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือ “แก๊สไข่เน่า” ทำให้แก๊สที่ผลิตไปให้ชุมชนใช้งานไม่มีกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่ ก่อนเข้าถุงเก็บแก๊สที่มีการต่อท่อไปยังเตาในครัวเพื่อใช้ในการประกอบอาหารทดแทนแก๊สหุงต้ม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30103" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-03.jpg" alt="ผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>เมื่อชุมชนต้องการใช้งานก็มีวิธีง่าย ๆ เพียงแค่นำมูลวัวหรือมูลกระบือเทลงไปในถังหมักแล้วรอประมาณ 1 คืน เพื่อให้เกิดกระบวนการหมักและผลิตแก๊ส เช้าวันถัดมาก็จะสามารถเปิดถุงแก๊สเพื่อให้แก๊สไหลไปกับท่อที่ฝังอยู่ใต้ดินเข้าไปในเตาไฟที่ครัวและใช้งานได้ทันทีเหมือนแก๊สหุงต้มทั่วไป ส่วนกากตะกอนที่ได้จากระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์จากถังหมักก็สามารถถ่ายออกจากถังหมักแล้วนำไปเป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ หรือนำไปทำให้แห้งก่อนจะอัดเป็นถ่านอัดแท่งได้<br />
“ผลงานชิ้นนี้เป็นความภูมิใจของนักวิจัยที่ได้นำนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และให้ทุกคนได้เห็นประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนและพึ่งพาตนเองได้”</p>
<p>ทั้งนี้ ในอนาคตหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปใช้ได้กับทั้งโรงเรียนหรือวัด เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์เป็นวงกว้าง ลดค่าใช้จ่ายและใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ ได้อย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P06.jpg" alt="นางรุจิกาญจน์ พลตรีนิษฐากุล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P06.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-P06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นางรุจิกาญจน์ พลตรีนิษฐากุล</strong></span> หรือ <strong>ป้าถนอม</strong> อายุ 50 ปี ชาวบ้านในชุมชนเทศบาลตำบลบ้านผือ กล่าว ปกติเลี้ยงกระบือ 9 ตัวทำให้ในแต่ละวันมีมูลมากแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ บางครั้งก็นำไปทิ้ง นำไปกองรวมกันไว้ หรือนำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้บ้าง เมื่อมีเครื่องต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนเข้ามา ได้ลองใช้งานมาประมาณ 7 เดือน พบว่าใช้งานง่ายทำกับข้าว นึ่งข้าวได้สบาย</p>
<p>“มูลกระบือ 1 ถัง ใช้ทำกับข้าวได้ถึง 3 มื้อ ในบ้านอยู่กัน 2 คน ปกติซื้อแก๊สถัง LPG ที่ใช้หุงต้มทั่วไป 1 ถัง ถังละ 473 บาท ใช้ได้ 2 เดือน ตอนนี้ประหยัดไป 3 ถัง คิดเป็นเงินกว่า 1,000 บาท รู้สึกดีใจมากที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำนวัตกรรมนี้เข้ามาให้ได้ใช้แบบนี้”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30102" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-02.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KKU-Biogas-Energy-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-biogas-energy/">มข. มอบนวัตกรรม “ผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์” ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kku-biogas-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kku-organic-waste/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kku-organic-waste/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Aug 2023 07:33:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำปุ๋ยหมัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29612</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการ มข.ส่งเสริมชุมชนเคียงมอน่าอยู่ โดยมี อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นาย กมลพงษ์ ทองดีนอก รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสามเหลี่ยม นาย สมชาติ ชัยอยุทธ์ ประธานชุมชนสามเหลี่ยม ๓ ผศ.ดร.ธนภัทร์สกรณ์ สุกิจประภานนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายชุมพร พารา ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร นักเรียน ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 100&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-organic-waste/">มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการ มข.ส่งเสริมชุมชนเคียงมอน่าอยู่ โดยมี อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นาย กมลพงษ์ ทองดีนอก รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสามเหลี่ยม นาย สมชาติ ชัยอยุทธ์ ประธานชุมชนสามเหลี่ยม ๓ ผศ.ดร.ธนภัทร์สกรณ์ สุกิจประภานนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายชุมพร พารา ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร นักเรียน ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 100 คน ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม ชุมชนสามเหลี่ยม</strong></p>
<p><span id="more-29612"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29615" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-03.jpg" alt="มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>โครงการ มข.ส่งเสริมชุมชนเคียงมอน่าอยู่ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมหรือสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนรอบมหาวิทยาลัยให้เกิดสังคมน่าอยู่ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และ เป็นการสร้างความยั่งยืน ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม ตามแผนยุทธศาสตร์การบริหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2563 – 2566 ตามยุทธศาสตร์ที่ การปรับเปลี่ยนการบริการวิชาการ จากความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) สู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน (Creating shared value : CSV)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29619" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p03.jpg" alt="อาจารย์ ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อาจารย์ ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์</strong></span> <strong>ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญกับชุมชนข้างเคียงมาโดยตลอด ซึ่งในโอกาสวาระพิเศษครบรอบ ๖๐ ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงจัดโครงการ มข.ส่งเสริมชุมชนเคียงมอน่าอยู่ขึ้น เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนเคียงมอ และ ส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคมที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ต่อชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ชุมชนสามเหลี่ยม นับเป็นชุมชนต้นแบบแห่งแรก ที่ได้เข้ามาส่งเสริมการสร้าง ต้นแบบการแยกขยะ โดยมีโรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และปลูกฝังเยาวชน ในจัดการขยะอินทรีย์ หรือขยะเปียกในครัวเรือน ด้วยวิธีการหมักปุ๋ย เพื่อลดปริมาณขยะลง ให้สามารถต่อยอดการแยกขยะเปียกระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ พี่น้องประชาชนจะสามารถนำความรู้เหล่านี้นำไปปฏิบัติที่บ้าน ซึ่งโครงการดีๆเช่นนี้มหาวิทยาลัยจะพยายามทำอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29618" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p02.jpg" alt="" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นาย สมชาติ ชัยอยุทธ์</strong></span> <strong>ประธานชุมชนสามเหลี่ยม ๓</strong> กล่าวถึงความต้องการของชุมชนและแนวทางการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ชุมชนสามเหลี่ยม 3 ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียน และมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด สำหรับปัญหาของชุมชนระยะหลัง เป็นปัญหาขยะมูลฝอยล้น ขณะเดียวกันรถจัดเก็บขนขยะทางเทศบาล ไม่สามารถมาเก็บตามกำหนดระยะเวลา สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาโดยตลอด แม้ว่าเทศบาลจะพยายามจัดซื้อรถขยะมาเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่สามารถจัดหามาได้เพียงพอ ทำให้ชุมชนต้องทบทวนถึงวิธีการกำจัดขยะตั้งแต่ระดับครัวเรือน</p>
<p>&#8220;เราได้แลกเปลี่ยนปัญหาของชุมชนให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทราบ หลังจากนั้นจึงได้รับความ ร่วมมือจากมหาวิทยาลัยมาทำโครงการครั้งนี้ เพื่อให้ชุมชนรู้จักวิธีแก้ไข ปัญหาขยะภายในครัวเรือนด้วยตนเอง ซึ่งจะสามารถสร้างความยั่งยืนในการกำจัดขยะให้กับชุมชนและนำไปสู่ปัญหาขยะที่ลดลงต่อไป&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29617" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p01.jpg" alt="ผศ.ดร.ธนภัทร์สกรณ์ สุกิจประภานนท์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-p01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.ธนภัทร์สกรณ์ สุกิจประภานนท์</strong></span> เปิดเผยว่า โดยทั่วไปขยะครัวเรือนจะมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเศษพลาสติก โลหะ รวมไปถึงกลุ่มขยะอินทรีย์ ที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยหมัก ใช้สำหรับปลูกผัก ใส่ต้นไม้ และ ยังเป็นการช่วยจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ลดต้นทุนด้านแรงงานไปด้วย โดยปกติเวลาเราทิ้งขยะ เทศบาลในแต่ละชุมชนจะมาจัดเก็บไป ต่อจากนั้นต้องมีการแยกขยะ การจัดการตรงจุดนี้จะมีต้นทุน แต่ถ้าประชาชนแต่ละครัวเรือนมีการคัดแยกขยะเปียก เศษอินทรีย์ หากมองในภาพกว้าง เราจะสามารถลดต้นทุนและแรงงานในกระบวนการนี้ได้อย่างมาก ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าเป็นการใช้เองในระดับครัวเรือน จะไม่มีสูตรตายตัว ขั้นตอนจะเริ่มที่ นำเศษอินทรีย์ ใบไม้ หรือ เศษอาหารต่างๆ มาเทในที่ๆจัดเตรียมไว้ ต่อจากนั้นจะใส่ปุ๋ยคอก หรือ มูลสัตว์เพื่อให้เกิดการย่อยสลาย แต่บางครั้งมูลสัตว์เลี้ยงอาจจะใช้ไม่ได้เพราะว่ามีปัญหาเรื่องกลิ่น และเติมน้ำเข้าไปเพื่อให้มีความชื้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29616" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-04.jpg" alt="มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>&#8220;สำหรับระยะในการย่อยสลาย ใบไม้แห้งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน เศษผักผลไม้สด ใช้เวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นกิ่งไม้จะต้องสับให้ชิ้นเล็กก่อน และ หมักทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็สามารถนำส่วนที่ย่อยสลายมาใช้เป็นปุ๋ยได้ จากการศึกษาวิจัยด้านการจัดการอินทรีย์วัตถุหลายชนิด พบว่า การทำปุ๋ยหมักที่มีการใส่ใบไม้แห้ง จะช่วยส่งผลให้สมบัติทางเคมี ฟิสิกส์ ของดิน มีความร่วนซุย อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ดินทรายก็สามารถ ดูดซับปุ๋ยได้มากขึ้น&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29613" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-01.jpg" alt="มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/kku-organic-waste-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-organic-waste/">มข.ชวนชุมชนขจัดปัญหาขยะอินทรีย์ ให้ความรู้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อชุมชนเคียงมอน่าอยู่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kku-organic-waste/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คณะวิศวฯ มข.ไขคำตอบ “ติดโซลาร์เซลล์ลดค่าไฟ” คุ้มจริงไหม ?</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solar-cell-kku/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/solar-cell-kku/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 May 2023 08:43:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ติดตั้งโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ติดโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.รองฤทธิ์ ฉัตรถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26649</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลายเป็นข่าวสร้างความสนใจให้สังคมในช่วงฤดูร้อน เมื่อหนุ่มแชร์ประสบการณ์ค่าไฟฟ้าลดลง หลังที่บ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ ทำให้ค่าไฟฟ้าจากเดือนละ 4,000 – 5,000 บาท ลดลงเหลือเพียง 71 บาท จนหลายคนเริ่มมีความคิดอยากติดตั้งบ้าง แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดค่าไฟนั้นจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่ต้องเสียไปหรือไม่ รศ.ดร.รองฤทธิ์ ฉัตรถาวร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในบ้านทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ว่า ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลดค่าไฟฟ้าได้นั้น ยังมีสิ่งที่ประชาชนต้องคำนึงถึง คือ ต้นทุนในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 กิโลวัตต์ มีต้นทุน 30,000&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solar-cell-kku/">คณะวิศวฯ มข.ไขคำตอบ “ติดโซลาร์เซลล์ลดค่าไฟ” คุ้มจริงไหม ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลายเป็นข่าวสร้างความสนใจให้สังคมในช่วงฤดูร้อน เมื่อหนุ่มแชร์ประสบการณ์ค่าไฟฟ้าลดลง หลังที่บ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ ทำให้ค่าไฟฟ้าจากเดือนละ 4,000 – 5,000 บาท ลดลงเหลือเพียง 71 บาท จนหลายคนเริ่มมีความคิดอยากติดตั้งบ้าง แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดค่าไฟนั้นจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่ต้องเสียไปหรือไม่</strong><span id="more-26649"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26651" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Solar-Cell-KKU-02.jpg" alt="รศ.ดร.รองฤทธิ์ ฉัตรถาวร" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Solar-Cell-KKU-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Solar-Cell-KKU-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Solar-Cell-KKU-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Solar-Cell-KKU-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.รองฤทธิ์ ฉัตรถาวร</span> อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในบ้านทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ว่า ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลดค่าไฟฟ้าได้นั้น ยังมีสิ่งที่ประชาชนต้องคำนึงถึง คือ ต้นทุนในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 กิโลวัตต์ มีต้นทุน 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแผงและ inverter ซึ่งตามระเบียบการไฟฟ้า ระบุว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้า 3 เฟส จะติดตั้งได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ส่วนบ้านที่ใช้ไฟฟ้า 1 เฟส จะติดตั้งได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์</p>
<p><strong>“หากติดตั้งขนาด 5 กิโลวัตต์ สำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย แล้วใช้ไฟตอนกลางวันตลอด ในวันที่แดดออกปกติ ก็จะลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 80-120 บาท ต่อวัน หรือหากเดือนนั้นๆ เป็นเดือนที่แดดออกดีก็จะสามารถลดได้ถึง 2,400 – 3,600 บาทต่อเดือน” รศ.ดร.รองฤทธิ์  กล่าว</strong></p>
<p><strong>รศ.ดร.รองฤทธิ์</strong> ระบุอีกว่า หากถามเรื่องระยะเวลาความคุ้มทุนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า หากใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันมากเป็นประจำจะช่วยคืนทุนได้ไว แต่หากใช้ไฟฟ้าเฉพาะช่วงกลางคืนเป็นประจำจะคืนทุนช้า เนื่องจากการขายไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แก่การไฟฟ้า เราจะขายได้ในอัตราอยู่ที่ 2.2 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งยังน้อยเมื่อเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า ซึ่งโดยเฉลี่ยความคุ้มทุนจะอยู่ที่ประมาณ 4-8 ปี</p>
<h2><strong>สำหรับการติดตั้ง โซลาร์เซลล์บนหลังคานั้น จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ </strong></h2>
<ol>
<li><strong>แบบออนกริด (On Grid)</strong> คือ การใช้โซลาร์เซลล์จ่ายไฟฟ้าควบคู่กับการรับไฟฟ้าจากการไฟฟ้า โดยทั่วไปจะไม่มีการติดตั้งแบตเตอรี่</li>
<li><strong>แบบออฟกริด (Off Grid)</strong> คือ การใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียว ไม่พึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า การติดตั้งรูปแบบนี้ ต้องมีการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ในช่วงกลางคืน  สำหรับการติดตั้งรูปแบบนี้อาจไม่เหมาะสมจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยที่ 1 ต้นทุนแบตเตอรี่ราคาสูง เช่น หากโซลาร์เซลล์มีต้นทุน 200,000 บาท ค่าแบตเตอรี่อาจสูงถึง 100,000 บาท  และ ปัจจัยที่ 2 คือ การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มีความผันผวนไม่แน่นอน หากไม่มีแบตเตอรี่และไม่มีการซื้อไฟจากการไฟฟ้า จะทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟดับได้</li>
<li><strong>แบบไฮบริด (Hybrid)</strong> คือ การใช้ไฟฟ้าจากทั้งจากโซลาร์เซลล์ และการไฟฟ้า โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเก็บกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไว้ใช้ในช่วงกลางคืน แต่หากไฟฟ้าไม่เพียงพอก็สามารถดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ได้</li>
</ol>
<p><strong>“หากพิจารณาด้านความคุ้มค่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในรูปแบบที่ 1 หรือ On Grid คุ้มทุนไวที่สุด เนื่องจากไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องแบตเตอรี่ จึงทำให้มีระยะเวลาคุ้มทุนไวกว่าแบบอื่น” </strong><strong>รศ.ดร.รองฤทธิ์ </strong><strong>กล่าว</strong></p>
<h2><strong>สำรวจปัจจัยสำคัญก่อนลงทุนติดตั้ง</strong></h2>
<p><strong>รศ.ดร.รองฤทธิ์</strong> แนะนำว่า ก่อนจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านควรพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ก่อน ทั้งพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หากไม่ใช่ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน แต่ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนเป็นประจำก็อาจไม่คุ้มค่ากับการติดตั้ง</p>
<p>ขณะเดียวกัน พื้นที่หลังคาบ้านก็ต้องเพียงพอต่อการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ด้วย โดย 1 กิโลวัตต์ต้องใช้พื้นที่ประมาณ 7-8 ตารางเมตร ส่วนตำแหน่งในการติดตั้งก็ต้องหันไปทางรับแดด ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน พบว่า ควรติดตั้งหันไปทางทิศใต้ ทำมุม 15 องศาจากพื้นดิน จะทำให้โซลาร์เซลล์มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้สุงที่สุด และไม่ควรมีอาคารหรือต้นไม้มาบดบัง</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในบ้านควรมีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์สนับสนุนการใช้งาน โดยเฉพาะ Inventer หรือตัวแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงของโซลาร์เซลล์ไปเป็นกระแสสลับให้สามารถใช้งานภายในบ้านได้ ซึ่งตำแหน่งการติดตั้งต้องอยู่ด้านล่างไม่ได้ติดบนหลังคา และต้องเป็นพื้นที่ไม่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมอีกด้วย</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เช่น การทำการสับเปลี่ยนระบบเชื่อมต่อของแผงโซลาร์เซลล์แบบอัตโนมัติเมื่อเกิดการบดบังบนแผง รวมถึงการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มีความไม่แน่นอน แปรผันตามสภาพอากาศ ดังนั้น การพยากรณ์ค่ากำลังการผลิตของโซลาร์เซลล์ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้งได้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solar-cell-kku/">คณะวิศวฯ มข.ไขคำตอบ “ติดโซลาร์เซลล์ลดค่าไฟ” คุ้มจริงไหม ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/solar-cell-kku/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นศ.มข. คว้ารางวัลชนะเลิศระดับชาติ ออกแบบหลักสูตรการอนุรักษ์น้ำฯ หวังกระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมเด็กไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-guardian-of-water/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/the-guardian-of-water/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 08:04:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[The guardian of water]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25558</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลชนะเลิศในกิจกรรมประกวดการออกแบบหลักสูตรการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเชิงสร้างสรรค์ หัวข้อ &#8220;สอนน้อง&#8230;รักษ์น้ำ&#8221; จัดโดย กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมดูแล และรักษาทรัพยากรน้ำแก่เยาวชน ผ่านกระบวนการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำ และการอนุรักษ์  กระตุ้นให้เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม &#8220;The guardian of&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-guardian-of-water/">นศ.มข. คว้ารางวัลชนะเลิศระดับชาติ ออกแบบหลักสูตรการอนุรักษ์น้ำฯ หวังกระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมเด็กไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="v1MsoNormal"><strong><span lang="TH">เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักศึกษาชั้นปีที่ </span>3 <span lang="TH">สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลชนะเลิศในกิจกรรมประกวดการออกแบบหลักสูตรการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเชิงสร้างสรรค์ หัวข้อ </span>&#8220;<span lang="TH">สอนน้อง</span>&#8230;<span lang="TH">รักษ์น้ำ</span>&#8221; <span lang="TH">จัดโดย กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมดูแล และรักษาทรัพยากรน้ำแก่เยาวชน ผ่านกระบวนการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำ และการอนุรักษ์  กระตุ้นให้เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></strong><span id="more-25558"></span></p>
<p class="v1MsoNormal"><span lang="TH">ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม </span>&#8220;<strong>The guardian of water</strong>&#8221; <span lang="TH">ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย </span>1) <span lang="TH">นายพงศกร พรมเสน </span>2) <span lang="TH">นายวัชรินทร์ สีดา และ </span>3) <span lang="TH">นายสุรเดช แก้วเหล่า นักศึกษาชั้นปีที่ </span>3 <span lang="TH">สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มี รศ.ดร.อังคณา ตุงคะสมิต อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา เป็นที่ปรึกษา  คว้ารางวัลชนะเลิศ รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา </span>60,000 <span lang="TH">บาท จากนางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสาววิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์บริษัทซันโทรี่ เป๊บซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และนายพิทยา ปราโมทย์วรพันธุ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นผู้มอบโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา เมื่อวันที่ </span>23 <span lang="TH">มกราคม </span>2566 <span lang="TH">ที่ผ่านมา</span></p>
<p><strong><span lang="TH"><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.อังคณา ตุงคะสมิต</span> อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์</span></strong> <strong><span lang="TH">มหาวิทยาลัยขอนแก่น</span></strong><span lang="TH">เผยว่า ผลงานหลักสูตร </span>&#8220;<span lang="TH">สอนน้อง</span>&#8230;<span lang="TH">รักษ์น้ำ</span>&#8221; <span lang="TH">ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ของทีม ถูกออกมาให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ปฏิบัติตนในการอนุรักษ์น้ำอย่างสร้างสรรค์ และเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โดยมีการนำเอาแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (</span>Active leaning) <span lang="TH">และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ </span>21 <span lang="TH">เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดแก้ปัญหา (</span>SSCS) <span lang="TH">การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (</span>PBL) <span lang="TH">การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (</span>5E) <span lang="TH">เป็นต้น มาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ผสานกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน (</span>Gamification) <span lang="TH">และเทคนิคเกมจำลองสถานการณ์ (</span>Simulation Game) <span lang="TH">จนเกิดเป็นนวัตกรรมด้านสื่อการเรียนรู้ของหลักสูตรที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ เช่น บอร์ดเกมการศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำ </span>&#8220;The value of water&#8221; <span lang="TH">เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้สามารถนำไปบูรณาการเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้บรรลุตามความมุ่งหวังของหลักสูตรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span><b></b></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong><span lang="TH">นายพงศกรพรมเสน</span></strong></span> <strong><span lang="TH">นักศึกษาชั้นปีที่</span></strong><strong>3</strong>  <strong><span lang="TH">สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ </span></strong> <strong><span lang="TH">มหาวิทยาลัยขอนแก่น</span></strong><span lang="TH">เผยว่า ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ปรึกษาและเวทีการประกวด ที่ทำให้นักศึกษาอย่างเราได้มีเวทีฝึกทักษะ เค้นศักยภาพออกมา โดยได้นำการเรียนในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้อย่างมาก อาทิ การวัดและประเมินผล นวัตกรรมการเรียนการสอน เรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดแก้ปัญหา (</span>SSCS) <span lang="TH">การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (</span>PBL) <span lang="TH">การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (</span>5E)  <span lang="TH">ออกแบบเป็นหลักสูตรเข้าใจง่าย สำหรับเด็กประถมวัย ไม่เกิน </span>10 <span lang="TH">ชม. ผสานกันเป็นเกมจำลองสถานการณ์ (</span>Simulation Game) <span lang="TH">หรือ บอร์ดเกม  เช่น หากมีน้ำท่วม น้ำเสียในชุมชน เด็กจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร  นอกจากนี้ยังมีบัตรคำ การสร้างโมเดล กราฟฟิก และเว็บไซต์ให้เรียนรู้ ซึ่งเหล่านี้จะส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ  คิดว่าจุดเด่นที่ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ หลักสูตรเข้าใจง่าย นักเรียนใช้แล้วเห็นผลจริง และความสามัคคีภายในกลุ่ม</span>  <span lang="TH">อยากให้มีเวทีการประกวดแบบนี้ต่อไป</span></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-guardian-of-water/">นศ.มข. คว้ารางวัลชนะเลิศระดับชาติ ออกแบบหลักสูตรการอนุรักษ์น้ำฯ หวังกระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมเด็กไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/the-guardian-of-water/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มข. ร่วม บียอนด์กรีน MOU แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า หนุนพลังงานสะอาด หวังสร้างฐานแบตเตอรี่โลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kku-mou-beyond-green/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kku-mou-beyond-green/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2023 06:33:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[บียอนด์กรีน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[รถกอล์ฟไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่โซเดียมไอออน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25384</guid>

					<description><![CDATA[<p>รองศาสตราจารย์ นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ คุณศุภัสสร เชาว์วิศิษฐ์ กรรมการบริษัท บียอนด์ กรีน จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ใน &#8220;โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า&#8221; โดยบูรณาการความร่วมมือเพื่อนำผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนของโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ภายใต้แบรนด์ kkUVolts รวมถึง พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออน ขยายไปยังธุรกิจรถกอล์ฟไฟฟ้าและรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้มีผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมงาน ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-mou-beyond-green/">มข. ร่วม บียอนด์กรีน MOU แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า หนุนพลังงานสะอาด หวังสร้างฐานแบตเตอรี่โลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รองศาสตราจารย์ นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ คุณศุภัสสร เชาว์วิศิษฐ์ กรรมการบริษัท บียอนด์ กรีน จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ใน &#8220;โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า&#8221; โดยบูรณาการความร่วมมือเพื่อนำผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนของโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ภายใต้แบรนด์ kkUVolts รวมถึง พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออน ขยายไปยังธุรกิจรถกอล์ฟไฟฟ้าและรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้มีผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมงาน ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong><span id="more-25384"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25388" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-01.jpg" alt="มข. ร่วม บียอนด์กรีน MOU แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า หนุนพลังงานสะอาด หวังสร้างฐานแบตเตอรี่โลก" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รองศาสตราจารย์ นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล</span></strong> <strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีองค์ความรู้ มีนักวิจัย เพื่อตอบสนองสังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะในด้านพลังงานทางเลือกอย่างแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนและชนิดโซเดียมไอออน ซึ่งใช้ทรัพยากรหลักจากแกลบและแหล่งแร่ ที่มีมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทรัพยากรที่มีในประเทศ ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เมื่อผนวกกับนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่อย่าง รองศาสตราจารย์นงลักษณ์ มีทอง ผู้อำนวยการโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง อาทิ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด เช่นเดียวกับวันนี้ที่ได้มีโอกาสลงนามบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท บียอนด์ กรีน จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจรถกอล์ฟไฟฟ้าอันดับหนึ่งของไทยและรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเชื่อว่าเมื่อร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแบตเตอรี่จากพลังงานธรรมชาติของโลกได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25389" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-02.jpg" alt="รถกอล์ฟไฟฟ้า" width="493" height="740" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-02.jpg 493w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kku-mou-beyond-green-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 493px) 100vw, 493px" /></p>
<p>&#8221; ก่อนหน้ามหาวิทยาลัยที่ได้บันทึกข้อตกลงกับเอกชนรายหนึ่งโดยได้นำแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนไปใช้กับรถแข่ง ปรากฏว่าได้ผลยอดเยี่ยมมาก แสดงให้เห็นว่านักวิจัยของเรามีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง รวมทั้งคุณภาพแบตเตอรี่ก็มีความปลอดภัยและศักยภาพสูง ฉะนั้นจึงเป็นที่มาสำคัญการลงนามบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท บียอนด์ กรีน เบื้องต้นทางบริษัทต้องการแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน 2,000 ชุด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมจากแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนร่วมกัน โดยได้รับเกียรติจากท่านอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้ามาเป็นสักขีพยาน ซึ่งเมื่อเอกชนกับนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาในประเทศ ผนึกความร่วมมือกัน ผลดีจะเกิดแก่ประชาชนไทย ที่จะได้ใช้นวัตกรรมที่ดีมีคุณภาพ ราคาถูก หวังว่าความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายจะทำให้โครงการประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ&#8221;</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณศุภัสสร เชาว์วิศิษฐ์ </strong></span><strong>กรรมการบริษัท บียอนด์ กรีน จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัท บียอนด์ กรีน จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ยุคใหม่ชั้นนำของประเทศ ไปใช้สำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบริษัท ฯ ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจรถกอล์ฟไฟฟ้าอันดับหนึ่งของไทยและรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย มากกว่า 30 ปี บริษัทมีความต้องการแบตเตอรี่คุณภาพ ผลิตได้เองในประเทศ โดย นักวิจัยในประเทศ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีความปลอดภัยและมาตรฐานสูง พัฒนาศักยภาพ โดยใช้เทคโนโลยีของคนไทย เป็นปรากฏการของชาติไทยที่ผลิตแบตเตอรี่ชนิดกรีนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประโยชน์กับรถกอล์ฟ สำหรับกรอบความร่วมมือนี้บริษัทต้องการแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ราว 2,000 ชุดต่อปี รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนร่วมกัน บริษัท ฯ มีความยินดีที่ได้ร่วมบันทึกข้อตกลง กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อผลักดันธุรกิจแบตเตอรี่ไทยให้ไกลเข้าสู่ตลาดโลกในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-mou-beyond-green/">มข. ร่วม บียอนด์กรีน MOU แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า หนุนพลังงานสะอาด หวังสร้างฐานแบตเตอรี่โลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kku-mou-beyond-green/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัย มข. สุดเจ๋ง เปิดตัว “แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน” รองรับพลังงานทดแทน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kku-sodium-ion-battery/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kku-sodium-ion-battery/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Nov 2022 06:57:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่โซเดียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24478</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกในอาเซียน นักวิจัย มข. สุดเจ๋ง ผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน รองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมแบตเตอรีในอนาคต ด้าน กพร. เผยเตรียมดันไทยเป็นอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจรพลังงานทางเลือกของโลก 15 พฤศจิกายน 2565 &#8211; มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม (กพร.) จัดงานแถลงข่าวโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร. ธีรวุธ ตันนุกิจ ผู้แทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-sodium-ion-battery/">นักวิจัย มข. สุดเจ๋ง เปิดตัว “แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน” รองรับพลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครั้งแรกในอาเซียน นักวิจัย มข. สุดเจ๋ง ผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน รองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมแบตเตอรีในอนาคต ด้าน กพร. เผยเตรียมดันไทยเป็นอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจรพลังงานทางเลือกของโลก </strong><span id="more-24478"></span></p>
<p>15 พฤศจิกายน 2565 &#8211; มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม (กพร.) จัดงานแถลงข่าวโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร. ธีรวุธ ตันนุกิจ ผู้แทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง นักวิจัยโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออน ฯ ร่วมแถลงข่าวโดยมี ผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย สถานประกอบการ และ สื่อมวลชนร่วมงานจำนวนมาก ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล</strong></span> <strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันการประชุมทั่วโลกได้กล่าวถึงการใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทางเลือก โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ นับเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากการทำงานวิจัยอย่างหนักของทีมวิจัย ตอบสนองนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก นำทีมโดย รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง นักวิจัยโครงการฯ จนสามารถพัฒนาได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในอาเซียน โดยแบตเตอรี่ตัวนี้ สามารถกักเก็บพลังงานทั้งจากแสงอาทิตย์ หรือจากกังหันลม แปลงมาเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วเก็บในรูปแบบ แบตเตอรี่ อันนี้คือสิ่งที่จะมาช่วยในชีวิตประจำวันของเรา ในอนาคตพลังงานแบตเตอรี่เหล่านี้ก็จะถูกลง ๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน</p>
<p>“โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ เป็นกลไกลสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัตถุดิบ ให้สามารถผลิตวัตถุดิบคุณภาพสูง รองรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่แห่งอนาคต” <strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ร. ธีรวุธ ตันนุกิจ</strong></span> <strong>ผู้แทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า จากการสำรวจของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พบว่าประเทศไทยมีแหล่งแร่โปแตช หรือกลุ่มแร่ชนิดโซเดียมมักเกิดคู่กัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณมากที่สุด และมีปริมาณสำรองแหล่งแร่เกลือหินในประเทศไทยมี 18 ล้านล้านตัน เป็นแหล่งแร่สำรองที่มีปริมาณมหาศาล ซึ่งแร่ชนิดดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหิน โดยทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นในชาติไทย พัฒนาเทคโนโลยีเอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และมีแหล่งแร่พลังงานมหาศาล</p>
<p>“โครงการนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในอาเซียน กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ส่งเสริมและผลักดัน เป้าหมายชาติต่อไปคือ เราต้องการสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจร นำเกลือหินมาทำเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ อาจจะไปใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ใช้เป็นตัวพลังงานเพื่อทำสมาร์ทฟาร์มให้กับอุตสาหกรรมเกษตรต่อไป เป้าหมายของกระทรวง คือผลักดันอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจรสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักคืออุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่แห่งอนาคต” <strong>ผู้แทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่</strong> กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง</strong></span> <strong>นักวิจัย ผู้จัดการโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ</strong> เผยว่า ทีมวิจัยในโครงการได้ทุ่มเทกำลังสุดความสามารถ ร่วมกันทำงานจนประสบความสำเร็จ ในการพัฒนาศึกษาวิจัยและทดลองแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินในประเทศไทย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ทางเลือกโดยการใช้วัตถุดิบที่มีภายในประเทศทดแทนแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงเทียบเท่า ลิเธียมไอออน ในราคาที่ถูกลงกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์ ในสเกลที่เท่ากัน แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจะเข้าไปเป็นตัวเสริม ในบางแอปพลิเคชั่นได้ดีกว่า แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนมีความปลอดภัยสูงกว่า</p>
<p>“อย่างไรก็ตามทางโครงการ ฯ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ทางเลือก ในระดับเซลล์จากโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และนำไปทดลองใช้งานจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ใหม่ และระบบกักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรองสำหรับระบบโซลาร์เซลล์ และไฟส่องสว่าง เรามีโมเดลการใช้พลังงานแบตเตอรี่จากโซเดียม คือ E – Bike ที่ประหยัดพลังงานและใช้งานได้จริง ในอนาคตทีมนักวิจัยมีแนวโน้มจะศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหิน โดยให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพสูง ราคาประหยัด คุ้มค่ามากที่สุด ผลักดันให้ไทยกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของโลกตามเป้าของกระทรวง ฯ ต่อไป”</p>
<hr />
<p>ที่มา: มหาวิทยาลัยขอนแก่น &#8211; <a href="https://th.kku.ac.th/120695/" target="_blank" rel="noopener">https://th.kku.ac.th/120695/</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kku-sodium-ion-battery/">นักวิจัย มข. สุดเจ๋ง เปิดตัว “แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน” รองรับพลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kku-sodium-ion-battery/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มข. ร่วม กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าภาพการจัดประชุม APEC ระดมสมอง Smart city and Connectivity</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/smart-city-and-connectivity/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/smart-city-and-connectivity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2022 04:26:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[APEC Media Focus Group]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City and Connectivity]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22606</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยวิทยาลัยนานาชาติ ร่วมกับ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) จัดการเสวนาระดมสมอง APEC Media Focus Group ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด Smart City and Connectivity เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนในสังคมในเรื่อง Smart City and Connectivity ที่ APEC ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาเมือง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smart-city-and-connectivity/">มข. ร่วม กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าภาพการจัดประชุม APEC ระดมสมอง Smart city and Connectivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยวิทยาลัยนานาชาติ ร่วมกับ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) จัดการเสวนาระดมสมอง APEC Media Focus Group ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด Smart City and Connectivity เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนในสังคมในเรื่อง Smart City and Connectivity ที่ APEC ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ ให้กลายเป็นเมืองฉลาดอัจฉริยะ ทั่วทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเรียนรวมพื้นฐาน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการเสวนา Smart City and Connectivity ได้รับเกียรติกล่าวเปิดงานโดย นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคของไทย ผศ. สิริมนพร ทิพสิงห์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong><span id="more-22606"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-03.jpg" alt="เชิดชาย ใช้ไววิทย์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์</strong></span> <strong>อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ</strong> กล่าวว่า ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเสวนาครั้งนี้จึงจะเป็นประโยชน์ในการเป็นเจ้าภาพเอเปกของประเทศโดยเฉพาะการแบ่งปันองค์ความรู้ประสบการณ์ด้านสมาร์ทซิตี้ของขอนแก่นให้สาธารณะชนรับทราบในวงกว้างซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสและศักยภาพของภาคธุรกิจของประเทศไทยในภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติและโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ไทยได้แสดงบทบาทในเวทีสำคัญระดับโลกผ่านการเสวนาที่เน้นความมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ขอนแก่นเป็นเมืองหลวงของการเจริญเติบโตในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เราจะพัฒนาเมืองได้ต้องมีทรัพยากรมนุษย์ที่ฉลาดมาก ท่ามกลางจุดแข็งที่ขอนแก่นมี อาทิ พื้นที่ทางการเกษตร ผู้คนฉลาด เมืองที่พร้อมต่อการขยายการเจริญเติบโต ทุกภาคมีประเด็นที่ต้องขับเคลื่อนต่อ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร การติดขัดข้องการเงิน การพัฒนาทักษะแรงงาน และที่สำคัญของการกระจายรายได้ เป็นเครื่องมือที่จะสร้างความเลื่อมล้ำของรายได้ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ล้วนแต่ต้องอาศัย Smart City and Connectivity ทั้งสิ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ. สิริมนพร ทิพสิงห์</strong></span> <strong>คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้วางแผนผลิตงานวิจัยที่เอื้อต่อการเป็น Smart City โดยงานวิจัยนี้พูดถึงการตลาดและการท่องเที่ยว ในเจนวาย (Gen Y ) สอบถามไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว 389 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังจ่ายสูง ทำการวิจัยเกี่ยวกับมุมมองนักท่องเที่ยวว่า หากต้องการไปเที่ยวในเมืองนั้น มีมีองค์ประกอบใดใน smart city ที่เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมหรือท่องเที่ยวในเมืองนั้น ๆ โดยโครงการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ขณะนี้อยู่ในระยะแรกที่สามารถระบุได้ว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวใช้พิจารณา คือ Smart People ต้องมีคนฉลาด Smart Mobility การเดินทางและขนส่ง ต้องงสะดวกสบายมีระบบอัจฉริยะ เพื่อที่จะให้มี Smart Living การดำรงชีวิตอัจฉริยะ 3 ส่วนนี้เป็นปัจจัยแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวจะตัดสินใจเพื่อท่องเที่ยวเมืองนั้น ๆ งานวิจัยนี้เป็นผลงานที่อาจารย์และนักศึกษาตั้งใจจะผลิตออกมาเมื่อถึงระยะ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22608" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-02.jpg" alt="เสวนา Smart city and Connectivity" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/APEC-Smart-city-and-Connectivity-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smart-city-and-connectivity/">มข. ร่วม กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าภาพการจัดประชุม APEC ระดมสมอง Smart city and Connectivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/smart-city-and-connectivity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สจล. จับมือ ซีเอ็มเคแอล และ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมจัดตั้ง “สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์” คาดเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน AI ได้ ส.ค.65 นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mou-ai-sandbox/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mou-ai-sandbox/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 May 2022 08:56:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI SANDBOX]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอ็มเคแอล]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22120</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL) จับมือ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดตั้ง “สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์” เพื่อเปิดให้นักศึกษาเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ได้เรียนรู้และฝึกประสบการณ์แบบข้ามมหาวิทยาลัยได้ รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม คาดว่าจะเปิดหลักสูตรสอนเกี่ยวกับ AI ได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 นี้ ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-ai-sandbox/">สจล. จับมือ ซีเอ็มเคแอล และ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมจัดตั้ง “สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์” คาดเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน AI ได้ ส.ค.65 นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL) จับมือ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดตั้ง “สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์” เพื่อเปิดให้นักศึกษาเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ได้เรียนรู้และฝึกประสบการณ์แบบข้ามมหาวิทยาลัยได้ รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม คาดว่าจะเปิดหลักสูตรสอนเกี่ยวกับ AI ได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 นี้</strong><span id="more-22120"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22122" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p01.jpg" alt="ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล</strong></span> <strong>รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มีความสำคัญและจำเป็นในการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลอย่างมาก เนื่องมาจากในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทั่วโลกได้นำปัญญาประดิษฐ์มาใช้อย่างแพร่หลายทำให้เกิดการแข่งขันทางเทคโนโลยีในรอบใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของประเทศไทยในการแข่งขันในเวทีโลก ในการผลิตบุคลากร สร้างเครื่องมือและหลักสูตรใหม่ๆด้าน AI สัญชาติไทย เพื่อลดช่องว่างในการแข่งขันระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่พัฒนาแล้วให้ลดลง ทาง อว.จึงได้มีแนวนโยบายในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน AI มาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับความร่วมมือกันจัดตั้ง สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ ของทั้ง 6 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการผลิตกำลังคนของระบบอุดมศึกษาในอนาคต ช่วยพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศให้มีศักยภาพตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมให้ทันเวลากับการใช้งาน ตามความต้องการ และการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเกิดขึ้นภายใต้นโยบายการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษาทั่วไป และมั่นใจว่าคณาจารย์ บุคลากร หลักสูตรและพันธมิตรในภาคเอกชนจะพร้อมสร้างรูปแบบและวิธีการจัดหลักสูตรใหม่ๆด้าน AI และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จและพร้อมขยายสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆของประเทศไทยต่อไป</p>
<h2>CMKL พร้อมจัดตั้งสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์รองรับบุคลากรด้าน AI</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22123" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p02.jpg" alt="รศ. ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น" width="412" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p02.jpg 412w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p02-206x300.jpg 206w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p02-150x218.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p02-343x500.jpg 343w" sizes="(max-width: 412px) 100vw, 412px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น</strong></span> <strong>อธิการบดีมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนบัณฑิตด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จากรายงานแนวโน้มความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตของ สอวช. พบว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์จะมีความต้องการบุคลากรเป็นจำนวนสูงถึง 34,505 ตำแหน่ง ขณะที่รายงานสารสนเทศด้านการศึกษาในสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยปี พ.ศ.2560-2564 พบว่านักศึกษามีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา พ.ศ. 2564 พบจำนวนนักศึกษาใหม่ 17,485 คนและลดลงกว่าปี 2560 ถึงกว่า 7.6% หรือประมาณ 18,902 คน ซึ่งสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความขาดแคลนลุคลากรรองรับความต้องการในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลจำนวนมาก ซึ่งการจัดตั้งสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ในครั้งนี้ หวังอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดอุปสรรคด้านการเรียนรู้ด้วยพัฒนาหลักสูตรแบบเน้นสมรรถนะของผู้เรียน ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โดยกระตุ้นให้นักศึกษามีความสนใจเข้าศึกษาต่อสาขาเทคโนโลยีดิจิทัล คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถผลิตบุคลากรให้เพียงพอความต้องการของประเทศได้ โดยคาดว่าจะเปิดหลักสูตรสอนด้สน AI ได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 นี้ เบื้องต้นตั้งเป้าจะผลิตนิสิตนักศึกษาด้าน AI ให้ได้ปีการศึกษาละ 15-30 คน</p>
<h2>ที่มาของการจัดตั้งสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22124 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/kmitl-cmkl-ai-sandbox-p03-e1652259340168.jpg" alt="รศ. ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ" width="680" height="454" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ</strong></span> <strong>รักษาการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</strong> กล่าวว่า สำหรับการร่วมมือกันจัดตั้งสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ตรงกันระหว่างผู้บริหารทั้ง 6 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันจัดการศึกษาที่แตกต่างโดยอาศัยหลักการแซนด์บ็อกซ์ (SANDBOX) พลิกรูปแบบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาไทย ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา พ.ศ.2565 นำร่องการเรียนการสอนเน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนเป็นหลักเพื่อให้นำนักศึกษานำไปใช้งานได้จริง เช่น เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้ามสถาบัน สามารถใช้หน่วยกิตของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันระหว่างสถาบันที่มีความร่วมมือให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยกิตในหลักสูตรของสถาบันที่นักศึกษาสังกัดได้ นำรายวิชาที่มีการลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันไปอยู่ในระบบคลังหน่วยกิตและเก็บสะสมได้ตามข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน ส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและสังคมแก่นักศึกษาให้มีความรู้พัฒนาสร้าง AI ใช้งานได้เองลดการสั่งซท้อนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นต้น ส่วนในอนาคตพร้อมขยายสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆและภาคเอกชนที่จะเข้ามาร่วมบ่มเพาะการเรียนการสอนด้าน AI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-ai-sandbox/">สจล. จับมือ ซีเอ็มเคแอล และ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมจัดตั้ง “สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์” คาดเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน AI ได้ ส.ค.65 นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mou-ai-sandbox/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ม.ขอนแก่น จับมือ กฟผ. เผยนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ ช่วยสิ่งแวดล้อม ปี 65</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Dec 2021 06:14:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[วัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20133</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดโครงการงานวันภูมิปัญญาไฟฟ้าอีสาน ประจำปี 2564 และ ENKKU – EGAT Open House ในหัวข้อ 2S with 2E (Smart &#38; Sustainable Solution with Green Energy &#38; Emerging Technology) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/">ม.ขอนแก่น จับมือ กฟผ. เผยนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ ช่วยสิ่งแวดล้อม ปี 65</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดโครงการงานวันภูมิปัญญาไฟฟ้าอีสาน ประจำปี 2564 และ ENKKU – EGAT Open House ในหัวข้อ 2S with 2E (Smart &amp; Sustainable Solution with Green Energy &amp; Emerging Technology) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี คุณพลศรี สุวิศิษฏ์อาษา รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีนายเกษม ปิดสายะตัง ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าน้ำพอง กล่าวรายงาน โดยมี รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้การต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมฯ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บุคลากรจาก กฟผ.ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านพลังงานระหว่างกัน ณ ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น และระบบการประชุมออนไลน์</strong><span id="more-20133"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20138" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-04.jpg" alt="รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร</strong></span> <strong>คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กล่าวว่า นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมขณะนี้ ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านทางการแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขและเครื่องมือแพทย์ ด้านเทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย หุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับ สมาร์ทฟาร์ม อุตสาหกรรมการเกษตร และด้านพลังงานสีเขียว พลังงานทดแทนการประหยัดพลังงานต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาโลกร้อน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20135" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-01.jpg" alt="ENKKU – EGAT Open House" width="680" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-01-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-01-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>&#8220;สำหรับนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ผลิตออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมและพัฒนาประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ รถจักรยานยนต์อีวี มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว คงคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีต้นแบบใช้งานแล้ว 12 คัน โดยมีแนวโน้มที่จะวางแผนให้บริการนักศึกษาอย่างครอบคลุม ในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทนรถจักรยานยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ AI เพื่อช่วยดูแลสมาร์ทฟาร์ม เป็นชุดคิดขนาดเล็กดูแลการปลูกพืชให้เกษตรกรสะดวกสบายต้นทุนต่ำและได้ผลผลิตสูง&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20136" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-02.jpg" alt="ENKKU – EGAT Open House" width="680" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>รศ.ดร.รัชพล</strong> กล่าวต่ออีกว่า &#8220;นักวิจัย นักวิชาการ ต้องร่วมมือกับเอกชนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก เอาความรู้ไปใช้บริหารงานต่าง ๆ ภาระงานสอนอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ต้องลงพื้นที่เพื่อร่วมมือกับภาคประชาชนแก้ไขปัญหา ถึงจะสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมของเราได้อย่างยั่งยืน กฟผ. ก็เป็นหน่วยงานพันธมิตรมีสัมพันธ์แนบแน่น ที่เรามีบันทึกข้อตกลงร่วมกันยาวนานกว่า 16 ปี แล้ว โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้พัฒนาบุคคล ทีมนักวิจัย และเทคโนโลยี ตอบโจทย์ กฟผ. เช่น นวัตกรรมปัญหาภัยแล้ง ปัญหาการจัดการน้ำ ฝุ่นในโรงงานผลิตไฟฟ้าน้ำพอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดพลังงานทดแทน เพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างยั่งยืนตอบโจทย์การจัดงานในวันนี้ การแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน และใช้พลังงานสีเขียวบวกเทคโนโลยีเกิดใหม่&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20137" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-03.jpg" alt="นายพลศรี สุวิศิษฏ์อาษา" width="680" height="490" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-03-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-03-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/KKU-EGAT-03-500x360.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพลศรี สุวิศิษฏ์อาษา</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า</strong> กล่าวว่า จากแนวโน้มทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก บริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป นโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในส่วนภาคพลังงานไฟฟ้าที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน (Transformation) ด้วยการนำเอานวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้งานมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดงานครั้งนี้ซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดประโยชน์ต่อวงการพลังงานและดูแลสิ่งแวดล้อมของชาติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/">ม.ขอนแก่น จับมือ กฟผ. เผยนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ ช่วยสิ่งแวดล้อม ปี 65</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาการพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในไทย สอดรับแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีหรือไม่ ?</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-building-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-building-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2021 08:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Energy Building]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลังงานในอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19619</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา การออกแบบอาคารได้มุ่งเน้นออกแบบให้เป็นอาคารเขียว (Green Building) ประหยัดพลังงาน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ปัจจุบันนอกจาก 2 ประเด็นหลักดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นของการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 การออกแบบ อาคารจึงต้องคำนึงถึงการลดการปนเปื้อนของ PM2.5 เพื่อสุขภาพของผู้อาศัยให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ รวมทั้งการออกแบบอาคารให้สอดรับกับวิถีชีวิต (Next Normal) อีกด้วย จากแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีของประเทศไทย กำหนดให้มีการออกแบบอาคารทั่วไปให้เป็นอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ (Net-Zero Energy Building) ภายในปี พ.ศ.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-building-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">จับตาการพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในไทย สอดรับแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีหรือไม่ ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา การออกแบบอาคารได้มุ่งเน้นออกแบบให้เป็นอาคารเขียว (Green Building) ประหยัดพลังงาน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ปัจจุบันนอกจาก 2 ประเด็นหลักดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นของการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 การออกแบบ อาคารจึงต้องคำนึงถึงการลดการปนเปื้อนของ PM2.5 เพื่อสุขภาพของผู้อาศัยให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ รวมทั้งการออกแบบอาคารให้สอดรับกับวิถีชีวิต (Next Normal) อีกด้วย</strong><span id="more-19619"></span></p>
<p>จาก<strong>แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีของประเทศไทย</strong> กำหนดให้มีการออกแบบอาคารทั่วไปให้เป็นอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ (Net-Zero Energy Building) ภายในปี พ.ศ. 2579 โดยที่ประเทศไทยมีอาคารต้นแบบที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์แห่งแรกที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้อาคารอื่นๆ ทั่วทั้งประเทศต่อยอดการออกแบบก่อสร้างอาคารให้การใช้พลังงานเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ถึงแม้ปัจจุบันอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในไทยยังมีเพียงไม่กี่แห่ง ส่วนใหญ่ยังเป็นอาคารขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีความซับซ้อนเทียบกับอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่</p>
<h2>อาคารในยุโรป-US ขยายสู่ระดับชุมชนที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์</h2>
<p>จากบทความเรื่อง “<strong>ชุมชนที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Energy Settlement)</strong>” โดย <span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.พิพัฒน์ ชัยวิวัฒน์วรกุล</strong></span> <strong>บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> ได้ระบุว่า ในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ภาคอาคารมีการใช้พลังงาน 40% ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งคิดเป็น 36% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเขตภูมิภาคนี้ ดังนั้นคณะมนตรีสหภาพยุโรปจึงเห็นชอบที่จะบังคับใช้ Energy Performance of Buildings Directive (EPBD) เพื่อเป็นเครื่องมือเชิงกฎหมายที่จะปรับปรุงเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานอาคารในแต่ละประเทศสมาชิกให้เข้มงวดขึ้น โดยมีเป้าหมายให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่ในปีค.ศ. 2020 เป็นอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิใกล้ศูนย์</p>
<p>ในสหรัฐอเมริกา อาคารธุรกิจและบ้านที่อยู่อาศัยใช้ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 70 ของการใช้ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 75 ในปี ค.ศ. 2025 หน่วยงานภาครัฐ Environmental Protection Agency (EPA) จึงได้ประกาศใช้ Executive Order 13693 กำหนดให้อาคารก่อสร้างใหม่ของภาครัฐต้องเป็นอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2020 โดยในปี ค.ศ. 2025 อาคารภาครัฐที่มีอยู่ 1% จะเป็นอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p>ภายใต้การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนดังกล่าว กอปรกับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐที่ต่อเนื่อง การพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา จึงมีความก้าวหน้าโดยลำดับ จากเดิมที่ขอบเขตของโครงการที่เป็นอาคารหลังหนึ่งๆได้ขยายสู่ระดับชุมชน หรือเมืองที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Energy Settlement) หลายแห่ง ซึ่งการพัฒนาในลักษณะนี้ส่งผลกระทบที่ชัดเจนทั้งด้านอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดำเนินโครงการเหล่านี้เริ่มที่จะขับเคลื่อนโดยกลไกตลาด (Market Driven Mechanism) เกิดเป็นธุรกิจใหม่ตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมก่อสร้าง เกิดผลิตภัณฑ์อาคารสำเร็จรูปใหม่ กระบวนการก่อสร้างใหม่ เทคโนโลยีการออกแบบอาคาร การตรวจวัดและพิสูจน์เพื่อประกันสมรรถนะของอาคาร รวมไปถึงธุรกิจบำรุงรักษางานระบบ ฯลฯ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19625" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KKU-Net-Zero-Energy-Building-01.jpg" alt="อาคารสำนักงานกองสื่อสารองค์กร มข. ต้นแบบอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์แห่งแรกของไทย" width="680" height="423" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KKU-Net-Zero-Energy-Building-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KKU-Net-Zero-Energy-Building-01-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KKU-Net-Zero-Energy-Building-01-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/KKU-Net-Zero-Energy-Building-01-500x311.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<h2>อาคารสำนักงานกองสื่อสารองค์กร มข. ต้นแบบอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์แห่งแรกของไทย</h2>
<p>สำหรับประเทศไทย มี<strong>โครงการอาคารต้นแบบที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์</strong> (<strong>Net Zero Energy Building</strong>) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง <strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> กับ<strong>กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> สนับสนุนงบประมาณ 18 ล้านบาท เพื่อศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่เหมาะสมสำหรับอาคารในประเทศไทย ถือเป็นอาคารแรกและอาคารเดียวในประเทศไทยที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ ตามหลักการอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ คือ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่นำเข้าจากภายนอกสู่อาคาร เมื่อหักลบกับปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจากอาคารคิดคำนวณในแต่ละรอบปีต้องมีค่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในอาคารได้สูงสุด โดยที่อาคารสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้เพียงพอต่อความต้องการภายในอาคาร</p>
<h2>มข. ระดมนักวิจัยพัฒนาปรับปรุงอาคารเก่าให้เป็นต้นแบบอาคารที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสุทธิเป็นศูนย์</h2>
<p>โครงการวิจัยฯ นี้มีเป้าหมายใน<strong>การใช้พลังงานไฟฟ้าสุทธิภายในอาคารเป็นศูนย์</strong> (<strong>Net Zero Energy Building</strong>) นำทีมวิจัยโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ. ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี</strong></span> <strong>รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong> ซึ่งได้รวบรวมนักวิจัยที่เกี่ยวข้องหลายสาขาภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วยอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ นักวิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมกับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนต่างๆ เช่น <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</strong>และ<strong>บริษัท เอ็นโซล จำกัด</strong> โดยได้พัฒนาปรับปรุง “<strong>อาคารสำนักงานของกองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น</strong>” ให้เป็นอาคารสำนักงานต้นแบบที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าสุทธิภายในอาคารเป็นศูนย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19626" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU.jpg" alt="ต้นแบบอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น" width="750" height="1101" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU-204x300.jpg 204w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU-698x1024.jpg 698w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU-150x220.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-KKU-341x500.jpg 341w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>ชู 2 องค์ประกอบสำคัญ สู่เป้าหมายการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารสุทธิเป็นศูนย์</h2>
<p>เดิมอาคารสำนักงานกองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอาคารเก่า 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้งาน 315 ตารางเมตร มีการใช้ไฟฟ้าประมาณ 35,000 หน่วยต่อปี ทีมวิจัยได้ออกแบบอาคารเน้นให้ใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ในอาคาร ในช่วงกลางวันที่สามารถผลิตพลังงานได้เกินความต้องการ จะจ่ายพลังงานไปยังอาคารอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ช่วงกลางคืนหรือไม่มีแสงอาทิตย์ ก็จำเป็นต้องใช้พลังงานจากภายนอก แต่เมื่อใช้พลังงานภายนอกลบกับพลังงานที่ผลิตได้ในอาคารแล้วจะมีค่าเท่ากับศูนย์</p>
<p>สิ่งที่ช่วยให้แนวคิดดังกล่าวสำเร็จขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรก คือ เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานที่นำมาใช้ในอาคาร เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง การออกแบบอาคารและการจัดการพลังงาน เป็นต้น ส่วนที่ 2 คือ เทคโนโลยีการผลิตพลังงานที่ใช้ในอาคาร อาทิ การผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นแนวทางการประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในอาคารได้สูงสุด โดยเบื้องต้นอาคารจะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ประมาณ 28,000 หน่วย/ปี เฉลี่ย 80 หน่วย/วัน หรือมีการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าปริมาณการใช้งานประมาณ 8%</p>
<h2>อาคารต้นแบบ มข. ถ่ายทอดความรู้อาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ให้อาคารอื่นๆ ทั่วทั้งประเทศ</h2>
<p>อาคารต้นแบบฯ แห่งนี้ ได้ลดการใช้พลังงานในอาคารโดยใช้เทคนิคดังนี้ คือ ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์สำนักงานเป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ปรับปรุงผนังอาคารโดยการติดตั้งฉนวนในผนัง ปรับปรุงหลังคาอาคารโดยเปลี่ยนวัสดุมุงเป็นสีอ่อนและติดตั้งฉนวนใยแก้วหนา 4 นิ้ว ลดพื้นที่กระจกและติดตั้งฟิล์มกรองแสงที่กระจกเพื่อลดความร้อนโดยอาคารมีค่าการถ่ายเทความร้อนรวม (Thermal Transfer Value : OTTV) เท่ากับ 18.95 วัตต์ต่อตารางเมตร และมีค่าสัดส่วนพื้นที่หน้าต่างกระจกต่อพื้นที่ผนังทั้งหมด (Window to Wall Ratio : WWR) เท่ากับ 0.21 ติดตั้งอุปกรณ์นำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคารการปรับปรุงระบบปรับอากาศ โดยใช้ระบบ Variable Refrigerant Volume (VRF) มีคอมเพรสเซอร์ DC มอเตอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบ ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรง และมีอินเวอร์เตอร์ควบคุมความเร็วรอบให้สัมพันธ์กับภาระการทำความเย็น ติดตั้งแผงรังผึ้งระบายความร้อน (Cooling Pad) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ ใช้หลอด LED โดยมีค่าพลังไฟฟ้าแสงสว่างต่อพื้นที่ (Lighting Power Density : LPD) เท่ากับ 3.36 วัตต์ต่อตารางเมตร โดยที่ยังมีแสงสว่างที่เพียงพอ และการรณรงค์จิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงาน สุดท้ายคือ ปรับปรุงหลังคาให้มีความลาดเอียงไปทางทิศใต้และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 20 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 26,000 หน่วยต่อปี</p>
<p>ภายหลังการปรับปรุงโครงสร้างอาคารและปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว อาคารใช้พลังงานลดลงถึง 40% รวมทั้งพลังงานที่ใช้จริงประมาณ 60% ยังได้มาจากระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยอาคารของมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะเป็นอาคารต้นแบบและสถานที่ถ่ายทอดความรู้อาคารต้นแบบด้านการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์อีกด้วย เพื่อให้อาคารอื่นๆ ทั่วทั้งประเทศต่อยอดการออกแบบก่อสร้างอาคารให้การใช้พลังงานเกิดประโยชน์สูงสุด ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะเป็นศูนย์กลางในการกระจายความรู้ออกไปในวงกว้าง</p>
<h2>กฟผ. ปรับปรุงอาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูงอุบลราชธานี สู่การใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์</h2>
<p>ล่าสุด <strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> ได้มีโครงการวิจัยเพื่อศึกษาการปรับปรุงอาคารที่ทำการสถานีไฟฟ้าแรงสูง อุบลราชธานี สู่การใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ โดยอาคารนี้เป็นอาคารก่อสร้างใหม่ ความสูง 4 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานห้องประชุม และห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 2,273.81 ตารางเมตร มีพื้นที่ปรับอากาศ 1,027.17 ตารางเมตร ผลการจำลองค่าพลังงานสำหรับอาคารต้นแบบผ่านโปรแกรม Building Energy Code (BEC) มีค่าพลังงานรวมที่ใช้ตลอดปีเท่ากับ 93,709.72 kWh/Year เป้าหมายหลักของการศึกษาในครั้งนี้ คือ กำหนดแนวทางการปรับปรุงอาคารเพื่อลดการใช้พลังงาน รวมกับพลังงานที่จัดหาได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ต้องมีค่ามากกว่าค่าพลังงานรวมที่ใช้ตลอดปีของอาคารต้นแบบ จากผลการศึกษาพบว่า ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการปรับปรุงอาคาร คือ เปลี่ยนวัสดุกระจกเป็นชนิด Clear Color Single Silver Low-E coat on Ocean Green 6 mm (6-6-6) ลดขนาดหน้าต่างชนิด น 1 ประมาณร้อยละ 25 ใช้แสงธรรมชาติภายในอาคารและจัดหาพลังงานด้วยเซลล์แสงอาทิตย์จากมาตรการทั้งหมดทำให้มีค่าพลังงานรวมที่ใช้ตลอดปี 82,195.43 kWh/Year ค่าพลังงานรวมที่จัดหาได้ 82,555.55 kWh/Year ส่งผลให้การใช้พลังงานเป็นบวก คือ สามารถจัดหาพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้เท่ากับ 360.12 kWh/Year โดยใช้งบประมาณลงทุน 7,701,066.15 บาท คิดเป็นระยะเวลาคืนทุน 28 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19627" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building.jpg" alt="อาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์" width="850" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-300x180.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-768x461.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-150x90.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Net-Zero-Energy-Building-500x300.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<h2>เผยอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ในไทยยังเป็นอาคารขนาดเล็ก-มีจำนวนน้อย</h2>
<p>จะเห็นได้ว่าอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์เริ่มมีการออกแบบก่อสร้างและใช้งานในประเทศไทยแล้ว แต่ยังเป็นอาคารขนาดเล็กและมีจำนวนค่อนข้างน้อย ขณะที่การออกแบบก่อสร้างอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ขนาดกลางและขนาดใหญ่นั้น มีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากระบบประกอบอาคารที่เพิ่มขึ้นทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้น การลดการใช้พลังงานในอาคารต้องการการทำงานประสานกันแบบบูรณาการของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งออกแบบบูรณาการแนวทางการประหยัดพลังงานด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องมีการใช้โปรแกรมจำลองพลังงานในอาคาร เพื่อให้มีข้อมูลสนับสนุนทางเลือกการออกแบบต่างๆ ตามแนวทางการออกแบบที่นำเสนอรวมทั้งต้องมีการออกแบบเตรียมพื้นที่เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>ดังนั้นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะทำให้การออกแบบอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ประสบความสำเร็จ ได้แก่ เจ้าของอาคารเนื่องจากกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องตั้งแต่ออกแบบก่อสร้างไปจนถึงการใช้งานและวัดผลความสำเร็จของอาคาร ปัจจุบันเริ่มมีอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์แล้วในต่างประเทศ เช่น อาคาร School of Design and Environment 4 ความสูง 6 ชั้น ของมหาวิทยาลัย National University of Singapore ซึ่งถือเป็นอาคารที่มีพลังงานสุทธิเป็นศูนย์แห่งแรกของประเทศสิงคโปร์ พื้นที่ 8,500 ตารางเมตร เป็นต้น</p>
<p><strong>จากแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีของประเทศไทย กำหนดให้มีการออกแบบอาคารทั่วไปให้เป็นอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2579 แต่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการสนับสนุนการออกแบบอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์ในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นโจทย์ท้าทายความสามารถของกระทรวงพลังงานรวมทั้งสถาปนิกและวิศวกรไทยที่จะช่วยกันพัฒนาอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ของไทยให้สามารถใช้พลังงานเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 107 กันยายน-ตุลาคม 2564 คอลัมน์ Cover Story โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-building-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">จับตาการพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในไทย สอดรับแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีหรือไม่ ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-building-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ ม.ขอนแก่น พัฒนา “Engywall” แบตเตอรี่บ้านพลังสูง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-engywall/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-engywall/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2021 04:10:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Engywall]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่สำหรับใช้ในบ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18683</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พัฒนานวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ในโครงการวิจัยและพัฒนา “Engywall” แบตเตอรี่สำหรับใช้ในบ้านต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ หวังสร้างชุมชนยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามร่วมกับ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการวิจัยและพัฒนา “Engywall” เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งดำเนินการลงนามผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-engywall/">กฟผ. จับมือ ม.ขอนแก่น พัฒนา “Engywall” แบตเตอรี่บ้านพลังสูง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พัฒนานวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ในโครงการวิจัยและพัฒนา “Engywall” แบตเตอรี่สำหรับใช้ในบ้านต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ หวังสร้างชุมชนยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด</strong><span id="more-18683"></span></p>
<p><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ</strong> รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามร่วมกับ <strong>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล</strong> อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการวิจัยและพัฒนา “<strong>Engywall</strong>” เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งดำเนินการลงนามผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. </strong>กล่าวว่า โครงการวิจัยและพัฒนา “Engywall” เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จะมีกรอบระยะเวลา 3 ปี โดยเป็นการนำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี ตลอดจนศักยภาพของบุคลากรทั้งสองหน่วยงาน มาร่วมกันวิจัยและพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะดำเนินการนำแบตเตอรี่ที่พัฒนาและผลิตโดย มข. มาพัฒนาต่อเป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) โดยจะเรียกว่า Engywall ซึ่งเป็น BESS สำหรับใช้ในบ้าน และเพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงยั่งยืน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล</strong></span> <strong>อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น </strong>กล่าวว่า ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมดำเนินการพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพของ Engywall โดยจะนำระบบแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไออนที่ผลิตจากโรงงานต้นแบบของ มข. ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไออนแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลของ IEC โดยแบตเตอรี่ที่ผลิตได้จะใช้ขั้วแอโนดที่มีนาโนซิลิกอนผลิตจากแกลบเป็นส่วนประกอบ ส่งผลให้แบตเตอรี่สามารถกักเก็บพลังงานได้สูง ปลอดภัย และรองรับการอัดประจุไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว (Fast Charge) ไปประกอบกับอุปกรณ์ Inverter สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส (Single-phase Grid-connected Inverters) ของ กฟผ.</p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-engywall/">กฟผ. จับมือ ม.ขอนแก่น พัฒนา “Engywall” แบตเตอรี่บ้านพลังสูง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-engywall/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
