<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Oct 2025 07:59:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 07:59:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41321</guid>

					<description><![CDATA[<p>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนเป็นลำดับแรก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 16,000 อัตรา ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 10 ล้านตันต่อปี “อรรถพล” แถลงนโยบายพลังงาน เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มกำลัง วางกรอบเป้าหมายชัด ลดค่าใช้จ่ายพลังงานให้ประชาชน สร้างความมั่นคงพลังงานผ่านการเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ ผลักดันเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันภาคอุตสาหกรรม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ลดหย่อนภาษี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/">”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนเป็นลำดับแรก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 16,000 อัตรา ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 10 ล้านตันต่อปี</em></p>
<p><strong>“อรรถพล” แถลงนโยบายพลังงาน เร่งเครื่อง “</strong><strong>Quick Big Win” เต็มกำลัง วางกรอบเป้าหมายชัด ลดค่าใช้จ่ายพลังงานให้ประชาชน สร้างความมั่นคงพลังงานผ่านการเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ ผลักดันเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันภาคอุตสาหกรรม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ลดหย่อนภาษี เดินหน้าให้ไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><span id="more-41321"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41323" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02.jpg" alt="นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>(วันที่ 8 ตุลาคม 2568) <strong><span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง เปิดกระทรวงพลังงานแถลงนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งผลักดันให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจ   การส่งเสริมการลงทุน การผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ และการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพลังงาน ได้ผลักดันโครงการ “Quick Big Win” ด้านพลังงาน</p>
<p><strong>การสร้างรายได้ ลดรายจ่ายด้านพลังงานภาคประชาชน</strong> นำโดยโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เร่งขับเคลื่อน “<strong>โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร</strong>” กว่า 1,200 ระบบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 แสนไร่ทั่วประเทศ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินผ่านการลงทุนกว่า 12,500 ล้านบาท ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ 87.5 เมกะวัตต์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 0.6 ล้านตันต่อปี “<strong>โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน</strong>” เป้าหมายกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนได้กว่า 30,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1,600 ตำแหน่ง และยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 0.8 ล้านตันต่อปี โดยจะสามารถประกาศรับซื้อไฟฟ้าได้ภายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ส่วนเป้าหมาย “<strong>การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์”</strong> คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วม 90,000 ครัวเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน ได้กว่า 20,250 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ 585 ล้านหน่วยต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.8 แสนตันต่อปี นอกจากนั้น ยังมีการเร่งอนุมัติ “<strong>การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำใน 3 เขื่อนหลัก</strong><strong>ของ กฟผ.”</strong> (เขื่อนภูมิพล เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์) ซึ่งมีต้นทุนต่ำ กำลังการผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์เกิดการลงทุนกว่า 53,000 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 0.8 ล้านตันต่อปี</p>
<p><strong>การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม</strong> ได้เร่งดำเนินการ “<strong>โครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง”</strong> หรือ Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเสนอ กบง. ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 เกิดเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 65,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากนั้น ยังมี “<strong>การพัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับอุตสาหกรรมเขตภาคตะวันออก (EEC)”</strong> คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ากว่า 800 เมกะวัตต์ รองรับธุรกิจ Data Center 16 ราย รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์ผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน</p>
<p><strong>การสร้างความยั่งยืนระยะยาวรองรับ</strong><strong> Net Zero 2050 </strong>ผ่านโครงการต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ แผน PDP ที่จะมีการทบทวนรายละเอียดให้การผลิตไฟฟ้าตอบโจทย์กับเป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการเริ่มโครงการพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ภายในปี 2577 และระหว่างปี 2577 ถึงปี 2607 (30 ปี) จะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ 6.4 ล้านตันต่อปี</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03.jpg'><img decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04.jpg'><img decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>“ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้วางกรอบการทำงาน “Quick Big Win” ไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีระยะเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัด เป้าหมายความสำเร็จจึงต้องมีความชัดเจน โดยในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ผมให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งกระทรวงพลังงานก็เพิ่งได้มีการตรึงค่าก๊าซหุงต้มและลดราคาน้ำมันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในอนาคตก็จะมีเป้าหมายในการลดค่าไฟ ซึ่งต้องหารือกับหลายหน่วยงาน ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แผนงานที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งโครงการโซลาร์รูปแบบต่างๆ จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ กฟผ. ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลง การส่งเสริมความแข็งแกร่งด้านการผลิตในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม จากทุกโครงการที่นำเสนอข้างต้น สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดมูลค่าการลงทุนสูงถึง 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 16,000 ตำแหน่ง และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 10 ล้านตันต่อปี” <strong>นายอรรถพล</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/">”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-label-no-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 04:17:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากประหยัดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รูปแบบใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเบอร์ 5]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41065</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน – พพ. – กฟผ. พร้อมหน่วยงานพันธมิตร เผยผลสำเร็จ 30 ปี ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 40,000 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 22 ล้านตัน พร้อมร่วมเดินหน้าพัฒนาฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 โฉมใหม่ มั่นใจคูณ 2 เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 30 ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-label-no-5/">ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน – พพ. – กฟผ. พร้อมหน่วยงานพันธมิตร เผยผลสำเร็จ 30 ปี ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 40,000 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 22 ล้านตัน พร้อมร่วมเดินหน้าพัฒนาฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 โฉมใหม่ มั่นใจคูณ 2 เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-41065"></span></p>
<p><strong>ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong> ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 30 ปี โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ด้วยรัก(ษ์) และผูกพัน โดยมี<strong>นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช</strong> อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) <strong>ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช</strong> รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ร่วมงาน ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41068" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_03.jpg" alt="ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> เผยว่า กระทรวงพลังงานได้ยกระดับและพัฒนาแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการอนุรักษ์พลังงาน รองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี รูปแบบการใช้พลังงาน ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2050 โดยโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ กฟผ. ดำเนินการตลอดระยะเวลา 30 ปี รวมถึงโครงการฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงของ พพ. เป็น 2 โครงการ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง นับเป็นโครงการต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาคอาเซียน และระดับสากล ตอบสนองนโยบายภาครัฐ สร้างผลลัพธ์การประหยัดพลังงานให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล กระทรวงพลังงานจึงให้นโยบายในการควบรวมฉลากทั้ง 2 ชนิดเป็นรูปแบบเดียวกัน สร้างความมั่นใจคูณ 2 โดยยึดการสร้างคุณค่าและเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ซึ่งฉลากเบอร์ 5 ใหม่จะครอบคลุม 45 ผลิตภัณฑ์ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เริ่มวางจำหน่าย 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41070" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_05.jpg" alt="ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช" width="740" height="519" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_05-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_05-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_05-500x351.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการ กฟผ.</strong> เสริมว่า เป็นเวลากว่า 30 ปี ตั้งแต่ กฟผ. เริ่มดำเนินโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 มุ่งยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามีการปรับรูปแบบฉลากเบอร์ 5 ให้แสดงประสิทธิภาพมากขึ้นเป็น เบอร์ 5 “3 ดาว” และเบอร์ 5 สูงสุด “5 ดาว” ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากเบอร์ 5 ทั้งสิ้น 27 ผลิตภัณฑ์ กว่า 520 ล้านดวง ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 40,000 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) กว่า 22 ล้านตัน เทียบเท่าปลูกต้นไม้กว่า 1,720 ล้านต้น (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2568) และ กฟผ. วางแผนดำเนินโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขยายผลไปยังบ้าน อาคาร โรงเรียน และโรงแรม ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันโครงการฯ ให้ประสบผลสำเร็จ และการร่วมมือกับ พพ. ในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาฉลากเบอร์ 5 ใหม่ ไปสู่การสร้างโลกสีเขียวที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41071" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_06.jpg" alt="ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/energy-saving-label-no-5_02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน" /></a>

<p>ภายในงานมีพิธีมอบโล่ขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรโครงการฉลากเบอร์ 5 ของ พพ. และ กฟผ. รวม 54 ราย นิทรรศการผลสำเร็จ 30 ปี ฉลากเบอร์ 5 และเสวนาในหัวข้อ “ความรัก(ษ์) และผูกพัน ที่มีต่อฉลากเบอร์ 5” โดยพันธมิตรโครงการฯ ด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท สตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงชุดนักเรียนประหยัดพลังงาน บริษัท น้อมจิตต์ แมนนูแฟกเจอร์ริ่ง จำกัด</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-label-no-5/">ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเดินหน้านำไทยสู่โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BITEC ผนึกพันธมิตร 6 Green Partners  ชูโมเดล Carbon-Neutral Events ขับเคลื่อนไมซ์ไทยยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bitec-green-partners-carbon-neutral-events/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 08:40:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BITEC]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral Events]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partners]]></category>
		<category><![CDATA[งานอีเวนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ไมซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40663</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  (BITEC)   ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ด้วยการผนึกกำลัง 6 พันธมิตรชั้นนำ พัฒนาโมเดลการจัดงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ครอบคลุมการวัด ลด และชดเชยคาร์บอน พร้อมนำเทคโนโลยี Realtime Carbon Tracking Dashboard และมาตรฐานการชดเชยคาร์บอนของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO มาใช้จริง ผลักดันงานอีเวนต์ไทยสู่ Carbon-Neutral Events ตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จารุภา  ยินดีเหมาะ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  (BITEC)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bitec-green-partners-carbon-neutral-events/">BITEC ผนึกพันธมิตร 6 Green Partners  ชูโมเดล Carbon-Neutral Events ขับเคลื่อนไมซ์ไทยยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  (BITEC)</strong>   ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ด้วยการผนึกกำลัง 6 พันธมิตรชั้นนำ พัฒนาโมเดลการจัดงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ครอบคลุมการวัด ลด และชดเชยคาร์บอน พร้อมนำเทคโนโลยี Realtime Carbon Tracking Dashboard และมาตรฐานการชดเชยคาร์บอนของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO มาใช้จริง ผลักดันงานอีเวนต์ไทยสู่ Carbon-Neutral Events ตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-40663"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40665" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-02.jpg" alt="จารุภา  ยินดีเหมาะ" width="750" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-02-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-02-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-02-500x330.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">จารุภา  ยินดีเหมาะ </span>ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  (BITEC)</strong> กล่าวว่า ไบเทค พร้อมเดินหน้าแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย (MICE: Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ภายใต้พันธกิจในการเป็นสถานที่จัดงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและผลักดันแนวคิด Green MICE และ Circular Economy สู่การปฏิบัติจริง โดยร่วมมือกับ 6 Green Partners ได้แก่ <strong>บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Wake Up Waste, </strong><strong> บริษัท อัลโต้เทค โกลบอล จำกัด (AltoTech), บริษัท บ้านปู เน็กซ์ โซลาร์ วัน จำกัด (Banpu NEXT), และมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS)</strong>   เพื่อขับเคลื่อนโมเดล Carbon-Neutral Events ที่ครอบคลุมการ วัด-ลด-ชดเชยคาร์บอน ตามมาตรฐาน TGO พร้อมต่อยอดสู่การจัดงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด</p>
<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้มีไฮไลท์ที่สำคัญ คือ การนำ Realtime Carbon Tracking Dashboard โดย AltoTech มาช่วยผู้จัดงานติดตามและวิเคราะห์การปล่อยคาร์บอน ครอบคลุม Scope 1–3 พร้อมรายงานหลังงานเพื่อปรับปรุงการจัดงานในอนาคต การนำวัสดุเหลือใช้และขยะมารีไซเคิล ผ่าน SCGP และ PTTGC เพื่อให้เกิดเป็น Upcycling Product นำกลับใช้ประโยชน์ และลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ร่วมกับ Banpu NEXT เพื่อใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การบริหารจัดการอาหารร่วมกับ SOS ลดของเสียและส่งต่ออาหารให้ชุมชน การชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการที่ได้รับการรับรองจาก TGO</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40666" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-03.jpg" alt="ESG" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในความร่วมมือดังกล่าวนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยที่ผ่านมาสามารถรีไซเคิลขยะรวม 62.8 ตัน ในปี 2567 คิดเป็นการเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ 26 ตัน แบ่งเป็นกระดาษ 51.2 ตัน ขวดพลาสติก 5.7 ตัน และอะลูมิเนียม 5.9 ตัน รวมแล้วช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 116,497 กิโลกรัมเทียบเท่า คิดเป็นการเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ 26 ตัน รวมถึงการจัดนิทรรศการแบบ Carbon-Neutral ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมขยายการใช้ระบบติดตามเครดิตคาร์บอนในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>“ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 6 รายและมาตรฐานของ TGO ทำให้ไบเทค สามารถยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่อนาคตที่เป็นกลางทางคาร์บอน  และเป็นการตอกย้ำ บทบาทของไบเทคในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยเป็นศูนย์นิทรรศการและการประชุมที่พร้อมมอบโซลูชันด้านความยั่งยืนให้ผู้จัดงานทุกระดับ และเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกัน “Join the Leaders. Go Green with BITEC” <strong>จารุภา </strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับไบเทคกำหนดเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลให้กับ Planet – People – Profit ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong> Planet (</strong><strong>สิ่งแวดล้อม) :</strong> ใช้นวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ พลังงาน</li>
<li><strong> People (</strong><strong>สังคม) : </strong>ยึดหลักความครอบคลุม ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม สร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่พนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li><strong> Profit (</strong><strong>เศรษฐกิจ): </strong>มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมโมเดลธุรกิจที่ขยายตัวได้และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40667" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-04.jpg" alt="พลังงานสะอาด" width="750" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-04-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-04-500x279.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อีกทั้งโครงการและความร่วมมือที่เห็นได้อย่างโดดเด่น  อาทิ พลังงานสะอาดและการจัดการคาร์บอน ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป ขนาด 4 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 3,700 ตันต่อปี คิดเป็น 14% ของการใช้พลังงานรวมของ BITEC   และพัฒนาระบบ Real-Time Carbon Footprint Dashboard ร่วมกับ Altotech เพื่อรองรับงาน “Carbon Neutral Events” โดยเริ่มนำร่องในงาน ProPak Asia 2025</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40668" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-05.jpg" alt="การจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้านการจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ  ได้แก่  PTTGC ผ่านแคมเปญ “YOUTURN” ขับเคลื่อนการจัดการพลาสติก  SCGP  ผ่านแคมเปญ “We Draw The Future Together” ผลักดันการรีไซเคิลกระดาษ และSCGC ผ่านแคมเปญ “Wake Up Waste” จัดการรีไซเคิลขวดแก้วและอะลูมิเนียม โดยในปี 2024 รีไซเคิลรวมกว่า 62.8 ตัน  คิดเป็นกระดาษ 51.2 ตัน พลาสติก 5.7 ตัน และอะลูมิเนียม 5.9 ตัน ลดการใช้ขวดน้ำพลาสติกได้กว่า 317,244 ขวด ภายในปีเดียว เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพโดยติดตั้งตู้กดน้ำดื่มรีฟิล ทั่วพื้นที่ เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดกว่า 178,542 ลิตร</p>
<p>รวมถึงการลดใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ สมุดจด ปากกา ผ้าปูโต๊ะ ดอกไม้สด โดยเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำ     ครอบคลุมไปถึงความหลากหลายความเท่าเทียม พัฒนาสถานที่สำหรับผู้พิการ ครอบคลุมทางลาด ลิฟต์พร้อมปุ่มอักษรเบรลล์ ทางเดินกว้าง ป้ายบอกทาง และบริการรถรับส่งที่รองรับวีลแชร์ และให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา เช่น อาหารฮาลาล เมนูเจ/มังสวิรัติ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ</p>
<p>ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน  มีโครงการบริจาคอาหารส่วนเกิน (Food Donation) บริจาคอาหารกว่า 481.78 กิโลกรัม คิดเป็น 2,023 มื้อ ให้กับผู้ด้อยโอกาส <strong>   </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40669" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-06.jpg" alt="สถานที่จัดงานสีเขียว" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BITEC-Green-Partners-Carbon-Neutral-Events-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ไบเทคตั้งเป้าเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานสีเขียวที่น่าเชื่อถือที่สุดของเอเชีย “Carbon Neutral Events”  โดยไม่เพียงแต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่สังคมและชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bitec-green-partners-carbon-neutral-events/">BITEC ผนึกพันธมิตร 6 Green Partners  ชูโมเดล Carbon-Neutral Events ขับเคลื่อนไมซ์ไทยยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัด INTERCEM Asia 2025 ยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมกรีน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/scg-intercem-asia-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/scg-intercem-asia-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Apr 2025 03:10:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[INTERCEM Asia 2025]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38958</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียน แสดงความพร้อมร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน INTERCEM Asia 2025 งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลกแสดงถึงศักยภาพและความพร้อมการเป็นผู้นำขับเคลื่อนนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและแสดงวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง โซลูชันที่ยั่งยืน จุดพลังอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ด้วยปูนคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐาน ด้านความยั่งยืนในเวทีสากล พร้อมชูศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในฐานะตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคเอเชียดีเดย์ 6-8 พฤษภาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร เอสซีจี ปักหมุดประเทศไทย สู่งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลก INTERCEM Asia 2025 ชูพลังขับเคลื่อนพันธกิจและนวัตกรรมกรีน &#8220;Inclusive Green Growth&#8221; หรือการเติบโตอย่างสมดุล ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทั้งไทยและอาเซียนที่จะข้ามผ่านไปสู่อุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับเวทีโลก ในยุคที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-intercem-asia-2025/">เอสซีจี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัด INTERCEM Asia 2025 ยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมกรีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี ผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียน แสดงความพร้อมร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน INTERCEM Asia 2025 งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลกแสดงถึงศักยภาพและความพร้อมการเป็นผู้นำขับเคลื่อนนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและแสดงวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง โซลูชันที่ยั่งยืน จุดพลังอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ด้วยปูนคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐาน ด้านความยั่งยืนในเวทีสากล พร้อมชูศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในฐานะตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคเอเชียดีเดย์ 6-8 พฤษภาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร</strong></p>
<p><span id="more-38958"></span></p>
<p><strong>เอสซีจี</strong> ปักหมุดประเทศไทย สู่งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลก <strong>INTERCEM Asia 2025</strong> ชูพลังขับเคลื่อนพันธกิจและนวัตกรรมกรีน &#8220;Inclusive Green Growth&#8221; หรือการเติบโตอย่างสมดุล ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทั้งไทยและอาเซียนที่จะข้ามผ่านไปสู่อุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับเวทีโลก</p>
<p>ในยุคที่ &#8220;<strong>นวัตกรรมกรีน</strong>&#8221; ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น &#8220;ทางรอด&#8221; ของธุรกิจ งาน <strong>INTERCEM Asia 2025</strong> จะเป็นเวทีสำคัญในการหารือประเด็นเร่งด่วนที่ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทั่วโลกต้องปรับตัว โดยเฉพาะในด้านการลดการปล่อยก๊าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในสาเหตุในการสร้างภาวะโลกร้อน คิดเป็นสัดส่วน 7-8%ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการใหม่ๆ โดยเฉพาะ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกลไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากผู้นำเข้าสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง และ Carbon Tax หรือภาษีคาร์บอน ซึ่งเป็นการเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผู้ผลิต มาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทั้งในไทยและอาเซียน รวมถึงโอกาส ในการส่งออกสู่ตลาดโลกท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ เอสซีจีได้วางรากฐาน และลงทุนในนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำมาอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำและยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคอาเซียน ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านกลยุทธ์ ด้านวิจัยและพัฒนา ด้านเทคโนโลยีการผลิต และการมองการณ์ไกลถึงแนวโน้ม ของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์โลกและอนาคตแห่งการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing-300x150.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SCG 3D Printing" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing-300x150.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing-500x250.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_3D-Printing.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1-300x150.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SCG ปูนคาร์บอนต่ำ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1-300x150.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1-500x250.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_1.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter-300x150.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="SCG" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter-300x150.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter-500x250.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Adver-Banner-SCG-Intercem-Asia-2025_Inter.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>ภายในงานเอสซีจีจะนำเสนอนวัตกรรมระดับ First-to-Market ประกอบด้วย:</strong></p>
<ul>
<li>SCG LC3 Structural Cement: ปูนซีเมนต์งานโครงสร้างคาร์บอนต่ำสูตรต้นแบบของไทยที่พัฒนาจากองค์ความรู้เฉพาะของเอสซีจี สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้มากถึง 38% เมื่อเทียบ กับปูนงานโครงสร้างทั่วไป ขณะที่ยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงทนทานและสามารถประยุกต์ใช้งานตกแต่งได้อย่างลงตัว โดยมีเป้าหมายในการลดคาร์บอนให้ได้ถึง 50% ในอนาคตอันใกล้ สร้างมาตรฐานใหม่ให้ กับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในระดับภูมิภาคอาเซียน</li>
<li>SCG 3D Printing: เทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูปสามมิติด้วยปูนคาร์บอนต่ำ ที่ปฏิวัติวงการก่อสร้าง ด้วยความสามารถในการสร้างโครงสร้างที่มีความซับซ้อนสูง ตั้งแต่การออกแบบเส้นสาย ความโค้ง ไปจนถึงงานก่อสร้างหลายชั้น ตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมล้ำสมัย อีกทั้งยังสามารถใช้ในงานอนุรักษ์ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยในเวทีโลก</li>
<li>TORA S-ONE: นวัตกรรมเครื่องพ่นฉาบปูนระบบดีเซลที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างก้าวกระโดด โดยเพิ่มความเร็วในการฉาบผนังปูนซีเมนต์ได้ถึง 40% และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วัสดุให้คุ้มค่าสูงสุด ช่วยยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างไทยสู่ความเป็นเลิศ แก้ปัญหาขาดแคลนทักษะฝีมือแรงงาน</li>
<li>SCG International: ผู้นำด้านโซลูชัน Supply Chain แบบครบวงจร เพื่อช่วยพันธมิตรลดคาร์บอนและยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ด้วยบริการครบวงจร (End-to-End Solutions) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบการขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</li>
<li>Saraburi Sandbox: ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำที่แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมกรีนของเอสซีจีมาประยุกต์ใช้ในบริบทจริง เป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจสำหรับภาคอุตสาหกรรม สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p>นอกจากการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แล้วเอสซีจียังมุ่งมั่นลงทุนในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เช่น แกลบและฟางข้าว แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในสัดส่วนกว่า 45% พร้อมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ให้สูงถึง 40% และนำลมร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 (ค.ศ. 2050) การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวเพื่ออยู่รอด แต่เป็นการสร้างการยอมรับ และการกำหนดมาตรฐานใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว เอสซีจีมองว่านี่คือโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่จะยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งในไทย อาเซียน และระดับโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และการก่อสร้างอย่างยั่งยืน</p>
<p>อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษของงานในปีนี้ คือ ของที่ระลึก &#8220;ช้างปูนปั้น&#8221; ที่ผลิตจากปูนต้นแบบ &#8220;ปูนเอสซีจี LC3&#8221; แก่ผู้ร่วมบรรยาย เพื่อสื่อถึงความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและ Soft Power ของไทยผ่านสัญลักษณ์ประจำชาติไทย แสดงให้เห็นถึงการผสานอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติไทย</p>
<p>ภายในงาน <strong>INTERCEM Asia 2025</strong> ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังวิสัยทัศน์เชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในระดับโลก โดยตัวแทนจากเอสซีจี คุณมนสิช สาริกะภูติ Chief Innovation &amp; Technology Officer ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ นำเสนอในหัวข้อเรื่อง SCG&#8217;s Inclusive Green Growth: มุมมองเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่โมเดลธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนและนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และคุณเจริญชัย เฉลียวเกรียงไกร Bio-Circular Business Director ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ และ President The Saraburi Federation of Industries ในหัวข้อเรื่อง Saraburi Sandbox: ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ที่แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมกรีนของเอสซีจีมาประยุกต์ใช้ในบริบทจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38964" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.Surachai.jpg" alt="สุรชัย นิ่มละออ" width="480" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.Surachai.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.Surachai-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.Surachai-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.Surachai-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>สุรชัย นิ่มละออ</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> กล่าวถึงภาพรวมของ &#8220;INTERCEM Asia 2025 ว่าจะเป็นเวทีสำคัญในการเริ่มต้นสร้างการยอมรับและกำหนดมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านการพัฒนาสูตรมาตรฐานของปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาคอาเซียนการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ และการสร้างความร่วมมือจากนานาประเทศหรือสตาร์ทอัพในการลงทุนด้านเทคโนโลยี CCUS (Carbon Capture, Utilization &amp; Storage) ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่มีฐานการผลิตระดับภูมิภาคและเครือข่ายส่งออกทั่วโลก เอสซีจีตระหนักดีว่าการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและก้าวสู่ความเป็นผู้นำในเวทีโลก การเป็นเจ้าภาพร่วมงาน INTERCEM Asia 2025 จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยและอาเซียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-intercem-asia-2025/">เอสซีจี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัด INTERCEM Asia 2025 ยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมกรีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/scg-intercem-asia-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC จับมือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ใช้คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค ในโรงงานพรีคาสท์เป็นแห่งแรกของไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cpac-concrete-low-carbon/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cpac-concrete-low-carbon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 06:38:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36525</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ตอกย้ำนโยบายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Go Green” ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว นำ “คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค” ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้อย่างน้อย 17 KgCO2e (กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์) มาใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพรีคาสท์เป็นรายแรกของไทย เพื่อส่งมอบบ้านที่ดี มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ลูกบ้าน รวมกว่า 40 โครงการ นายวิชาญ ศิริเวชวราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpac-concrete-low-carbon/">CPAC จับมือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ใช้คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค ในโรงงานพรีคาสท์เป็นแห่งแรกของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ตอกย้ำนโยบายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Go Green” ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว นำ “คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค” ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้อย่างน้อย 17 KgCO2e (กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์) มาใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพรีคาสท์เป็นรายแรกของไทย เพื่อส่งมอบบ้านที่ดี มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ลูกบ้าน รวมกว่า 40 โครงการ</strong></p>
<p><span id="more-36525"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36527" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-01.jpg" alt="นายวิชาญ ศิริเวชวราวุธ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิชาญ ศิริเวชวราวุธ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบ เพื่อมอบความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยทุกคน และยังคงเดินหน้าดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Go Green” ซึ่ง 1 ในเป้าหมายสำคัญคือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต ล่าสุดได้ร่วมมือกับ CPAC นำคอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปหรือชิ้นส่วนพรีคาสท์ ในโรงงานพรีคาสท์เพอร์เฟค พรีแฟบ ถือว่าเป็นโรงงานผลิตพรีคาสท์แห่งแรกในประเทศไทย ที่นำ คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค มาใช้ในกระบวนการผลิต</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04-300x200.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="บ้านตัวอย่างในโครงการ Property Perfect ใช้แผ่นพรีคาสท์" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04-500x333.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-04.jpeg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="199" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05-300x199.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="บ้านตัวอย่างในโครงการ Property Perfect ใช้แผ่นพรีคาสท์" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05-300x199.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05-500x332.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-05.jpeg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="199" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06-300x199.jpeg" class="attachment-medium size-medium" alt="บ้านตัวอย่างในโครงการ Property Perfect ใช้แผ่นพรีคาสท์" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06-300x199.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06-500x332.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-06.jpeg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>“สำหรับการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปในโรงงานเพอร์เฟค พรีแฟบ นั้น เราได้ทำงานร่วมกับ CPAC มาเป็นระยะเวลา 12 ปี จุดแข็งคือคอนกรีตมีคุณภาพคงที่ ได้คุณสมบัติตามที่ออกแบบไว้ ทั้งกำลังการรับน้ำหนัก, ความไหลลื่น สามารถเทเข้าแบบหล่อได้ดี (Workability) ส่งมอบได้ทันตามความต้องการ อีกทั้งยังมีทีมงานที่คอยให้คำแนะนำเป็นอย่างดีอีกด้วย ที่สำคัญ CPAC มีการพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลาจนมาถึง ‘คอนกรีตคาร์บอนต่ำ’ เป็นสูตรที่ใช้ปูนซีเมนต์งานโครงสร้าง เอสซีจี คาร์บอนต่ำ และการใช้เถ้าลอยถ่านหินมาทดแทนการใช้ปูนซีเมนต์ ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อย่างน้อย 17 KgCO2e (กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์) โดยตั้งแต่บริษัทฯ เริ่มเปลี่ยนมาใช้สูตรนี้ในโรงงานครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2566 &#8211; กันยายน 2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 208,993 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 21,999 ต้น</p>
<p><strong>วิชาญ</strong> กล่าวต่อไปว่า ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว ซึ่งการก่อสร้างบ้านด้วยระบบพรีคาสท์ช่วยให้บ้านมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักแทนเสาได้ ใช้เวลาในการก่อสร้างรวดเร็ว ลดปัญหามลพิษ ลดขยะจากวัสดุเหลือใช้ในการก่อสร้างได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการนำเศษคอนกรีตส่วนที่เหลือมาเททำผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็ก เช่น คันหินหรือแผ่นปูทางเท้า ได้อีกด้วย โดยปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านโครงการแนวราบด้วยระบบพรีคาสท์กว่า 40 โครงการ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36528" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-02.jpeg" alt="นายนพพร กีรติบรรหาร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-02.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-02-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-02-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนพพร กีรติบรรหาร</strong></span> <strong>Chief Marketing Officer บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด</strong> กล่าวเสริมว่า “CPAC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Product อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระของโลก พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับสังคมและชุมชน ซึ่งความร่วมมือกับ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย อันจะเป็นแรงผลักดันให้วงการก่อสร้างไทยเติบโตและมีทิศทางที่ดีต่อไป นับเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36529" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-03.jpeg" alt="คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-03.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-03-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/cpac-go-green-03-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpac-concrete-low-carbon/">CPAC จับมือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ใช้คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค ในโรงงานพรีคาสท์เป็นแห่งแรกของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cpac-concrete-low-carbon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 06:04:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่]]></category>
		<category><![CDATA[พาราไซลีนเชิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติก bio-PET]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36474</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 31 ตุลาคม 2567 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานกับซันโทรี่ (Suntory) เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น (ENEOS Corporation) มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) อิวาตานิ (Itawani) และเนสเต้ (Neste) เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพ[1]&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 31 ตุลาคม 2567 – <strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานกับซันโทรี่ (Suntory) เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น (ENEOS Corporation) มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) อิวาตานิ (Itawani) และเนสเต้ (Neste) เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพ[1] (bio-paraxylene) ซึ่งผ่านการรับรอง ISCC+ สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกของโลก[2] ถือเป็นก้าวสำคัญต่อเส้นทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยส่วนหนึ่งในการผลิตขวด PET ดังกล่าวได้นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งขวด PET ที่ผลิตจากเทคโนโลยีนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-36474"></span></p>
<p>ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป กลุ่มซันโทรี่จะเริ่มเปิดตัวขวด PET เชิงชีวภาพ (bio-PET) เหล่านี้สำหรับบางผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น โดยความร่วมมือนี้จะทำให้มีการเปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากวัสดุนวัตกรรมดังกล่าว[3]สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประมาณ 45 ล้านขวด และจะพิจารณาขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของซันโทรี่เพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของผู้นำอุตสาหกรรมในห่วงโซ่คุณค่า ทำให้โครงการนี้สะท้อนพลังของความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ยาช โลเฮีย</strong></span> <strong>ประธานบริหารโครงการพิเศษด้านปิโตรเคมี และประธานคณะกรรมการด้านการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อินโดรามา เวนเจอร์ส</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความรับผิดชอบร่วมกันของพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำอุตสาหกรรมในการพัฒนานวัตกรรมนี้ ที่ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอีกด้วย และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของความร่วมมือนี้ปรากฎอยู่บนชั้นวางสินค้าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของซันโทรี่ในเร็วๆ นี้&#8221;</p>
<p>แต่ละพันธมิตรได้นำความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาร่วมในการทำให้โครงการที่ก้าวล้ำนี้ประสบความสำเร็จ ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกโดยผ่านความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งเป็นผู้ผลิตและรีไซเคิล PET ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้นำพาราไซลีนเชิงชีวภาพ (bio-paraxylene) มาผลิตกรดเทเรฟทาลิกเชิงชีวภาพ (bio-terephthalic acid) และนำไปทำปฏิกิริยากับโมโนเอทิลีนไกลคอล (MEG) เพื่อผลิตเม็ดพลาสติก PET</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36477" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001.jpg" alt="ารผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET" width="900" height="362" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-300x121.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-768x309.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-150x60.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-500x201.jpg 500w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p style="text-align: left;" align="center">ในฐานะพันธมิตรในโครงการริเริ่<wbr />มนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริ<wbr />มเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรั<wbr />บอนาคตของบรรจุภัณฑ์ผ่านช่<wbr />องทางต่างๆ การผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยื<wbr />นในระยะยาวของอินโดรามา เวนเจอร์ส และเสริมสร้างความมุ่งมั่<wbr />นในการนำเสนอโซลูชันที่รับผิ<wbr />ดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้<wbr />าของบริษัทฯ</p>
<p align="center"><strong>บทบาทของพันธมิตรในโครงการนี้</strong></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทั้<wbr />งหมด</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">เนสเต้</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิต bio-naphtha จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้<wbr />วในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">มิตซูบิชิ เคมิคอล</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิตวัสดุตัวกลางของ bio-paraxylene โดยใช้ bio-naphtha ในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">เอเนออส คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิต bio-paraxylene จากวัสดุตัวกลางในโรงงานที่ได้<wbr />รับการรับรอง ISCC+ โดยใช้แนวทาง Mass Balance<sup>*2</sup></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">อินโดรามา เวนเจอร์ส</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิตเม็ดพลาสติก PET โดยทำปฏิกิริยา MEG กับ PTA (TPA) ที่ผลิตจาก bio-paraxylene ในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">บริหารการดำเนินงานตั้งแต่<wbr />การผลิตจนถึงการส่งมอบเม็<wbr />ดพลาสติก PET</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">กลุ่มซันโทรี่</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">แปรรูปเม็ดพลาสติก PET ให้เป็นขวด PET สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในการผลิต PET โดยการใช้แนวทางสมดุลมวล (Mass Balance) ที่ใช้ตลอดกระบวนการผลิต ช่วยให้มั่นใจได้ว่าวัสดุชีวภาพผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการผลิตขวด PET</p>
<p>ในฐานะพันธมิตรในโครงการริเริ่ม อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับอนาคตของบรรจุภัณฑ์ผ่านการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยการผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนในระยะยาวของอินโดรามา เวนเจอร์ส และเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าของบริษัทฯ</p>
<hr />
<p>[1] ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2567 อ้างอิงจากการศึกษาโดย เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น และมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น</p>
<p>[2] ใช้แนวทางการประเมินแบบสมดุลมวลสาร โดยภายใต้แนวทางนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการผสมวัสดุที่มีคุณสมบัติเฉพาะกับวัสดุที่ไม่มีคุณสมบัตินั้น คุณสมบัติพิเศษนั้นสามารถจัดสรรให้กับบางส่วนของผลผลิตได้ตามสัดส่วนของวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษซึ่งใช้ในกระบวนการผลิต แนวทางการประเมินแบบสมดุลมวลสารนี้ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
<p>[3] ขวด PET ขนาด 280 มิลลิลิตร และ 285 มิลลิลิตร</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 02:47:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SPRC]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36028</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์  เมื่อต้นปี 2567 ช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจให้ SPRC ครบห่วงโซ่ โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายผ่านปั๊มคาลเท็กซ์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 528 สถานี คาดอีก 5 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 800 สถานี  พร้อมเผยการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปีที่ผ่านมาในไทย เติบได้ด้วยวิสัยทัศน์ “ครอบครัวแห่งความห่วงใย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sprc/">SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC</strong> เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์  เมื่อต้นปี 2567 ช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจให้ SPRC ครบห่วงโซ่ โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายผ่านปั๊มคาลเท็กซ์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 528 สถานี คาดอีก 5 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 800 สถานี  พร้อมเผยการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปีที่ผ่านมาในไทย เติบได้ด้วยวิสัยทัศน์ “ครอบครัวแห่งความห่วงใย ร่วมสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของเรา” เดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งมุ่งสร้างมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเป้าหมายการลดปริมาณความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย “Net Zero” ของประเทศ ในปี พ.ศ. 2608</p>
<p><span id="more-36028"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36030" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02.jpg" alt="เชาวศรี เหลืองรัตนากร" width="750" height="467" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-500x311.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชาวศรี เหลืองรัตนากร</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์ นโยบาย และพัฒนาธุรกิจบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) </strong>กล่าวว่า กว่า 32 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์เพื่อการเติบโตเคียงคู่ไปกับประเทศไทย โดยได้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่มีหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Complex  Crude Oil Refinery) ซึ่งถือว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยธุรกิจหลักยังคงเป็นการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งปัจจุบัน SPRC มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ควบคู่กับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมคุณภาพสูงหลากหลายประเภท สำหรับใช้ภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ SPRC มีหลากหลายชนิด อาทิ โพรพิลีนเกรดโพลีเมอร์ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเตา และยางมะตอย เป็นต้น</p>
<p>เมื่อต้นปี  2567 นี้ SPRC ได้เข้าซื้อธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 75 ปี การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างโอกาสการเติบโตให้ SPRC อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่ และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย</p>
<p>การซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ได้เข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจ SPRC ที่แต่เดิมเป็นเพียงผู้กลั่นน้ำมันออกจำหน่าย ซึ่งบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อมีสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์มาอยู่ห่วงโซ่ธุรกิจ นอกจากจะช่วยให้ทราบข้อมูลชัดเจนในด้านความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนแล้ว ยังเป็นช่องทางให้ SPRC ได้จำหน่ายน้ำมันถึงมือประชาชนโดยตรงด้วย</p>
<p><strong>เชาวศรี </strong>กล่าวถึงกรณีภาครัฐมีนโยบายศึกษาการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ว่า เชื่อว่านโยบาย SPR ของภาครัฐ เกิดจากความต้องการรักษาความมั่นคงพลังงานให้ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะสงครามในต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันของโลก และอาจเป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันได้</p>
<p>“การสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์นั้นมองเป็นเรื่องสำคัญและจะมีผลเกี่ยวข้องกับผู้ผลิตน้ำมันด้วย ดังนั้นคงต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดก่อนว่า ใครจะเป็นผู้จัดเก็บสำรองน้ำมัน หรือมีการแบ่งสัดส่วนการสำรองน้ำมันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างไร ขณะที่ปัจจุบันภาครัฐเองก็ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาทั้งหมด  ทั้งนี้เชื่อว่าก่อนนโยบายดังกล่าวจะออกมา ทางภาครัฐคงต้องหารือกับผู้ค้าน้ำมันก่อน หรืออาจจะต้องมาศึกษาร่วมกันเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันในทางปฏิบัติ เบื้องต้นปัญหาสำคัญที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการให้เอกชนสำรองน้ำมันร่วมกับภาครัฐคือ ปัญหาด้านพื้นที่สร้างคลังจัดเก็บสำรองน้ำมัน โดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมันที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อาจไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะขยายคลังเก็บน้ำมันได้” <strong>เชาวศรี </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36031" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปัจจุบัน  SPRC ได้มีการสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมาย 6% ของการจำหน่าย หรือสำรองได้ 21 วัน ซึ่งในส่วนนี้ SPRC ไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้ เนื่องจากต้องเก็บไว้ในกรณีฉุกเฉินที่ภาครัฐเห็นควรให้นำออกมาจำหน่ายได้เท่านั้น  ขณะที่คลังเก็บน้ำมันของ SPRC ปัจจุบันมีถึง 7 คลัง หรือ4.2ล้านบาร์เรล ซึ่งสร้างขึ้นเต็มพื้นที่ของโรงกลั่นน้ำมันแล้ว หากต้องสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์อีกจะประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เพียงพอในการก่อสร้างได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36032" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04.jpg" alt="SPRC" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ดังนั้นนโยบายการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนก่อนและอาจจะศึกษาข้อมูลร่วมกันก่อน ขณะนี้ภาคเอกชนยังไม่เห็นข้อมูลที่ชัดเจนจากภาครัฐแต่อย่างใด จึงต้องรอให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลออกมาก่อน จึงจะพิจารณาได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนอย่างไรต่อไป” <strong>เชาวศรี </strong>กล่าว</p>
<h3>โครงการ “เติมพลังรักษ์ยั่งยืน สู่ผืนป่าไทย” สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมิติ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36033" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>จากวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกในวงกว้างและกำลังขยายผลกระทบขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ “Net Zero” กลายเป็นหนึ่งในวาระระดับโลกที่หลายประเทศให้ความสำคัญ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหา จึงเดินหน้าให้การสนับสนุนเป้าหมายการลดปริมาณความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนและเป้าหมาย “Net Zero” ของประเทศ ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065)</p>
<p>จังหวัดระยอง ในภาคตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญ และเป็นจังหวัดที่มีป่าชายเลนแพร่กระจายอยู่ตามชายฝั่งค่อนข้างมาก โดยป่าชายเลน ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญทั้งทางด้านนิเวศวิทยา เนื่องจากสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ และช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งปัจจุบัน พื้นที่ป่าชายเลนในประเทศไทยสามารถดูดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละกว่า 9.4 ตันต่อไร่ (ข้อมูลกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง: 2566) อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชายฝั่งทะเล เนื่องจากเป็นแนวป้องกันชายฝั่งทะเลจากการกัดเซาะพังทลาย และกำบังคลื่นพายุอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าพื้นที่ป่าชายเลนนั้นมีอัตราลดลง รวมถึงสภาพป่าชายเลนบางพื้นที่นั้นยังขาดความอุดมสมบูรณ์</p>
<p>โครงการ “เติมพลังรักษ์ยั่งยืน สู่ผืนป่าไทย” (Foster Future Forests) ซึ่งเป็นโครงการจากความร่วมมือของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาในบริเวณป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพิ่มพื้นที่สีเขียวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ผ่านชุมชนสู่ความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมไปจนถึงเศรษฐกิจในชุมชนตลอดการดำเนินงาน เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เหล่านี้เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของเชฟรอน และ SPRC ในพันธกิจลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการ หรือ Environmental Footprint (รอยเท้าทางนิเวศ) เพื่อสร้างผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบพื้นที่ในระยะยาว</p>
<p>โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนการลดคาร์บอน และสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ ดังนี้</p>
<ol>
<li>ฟื้นฟูระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชายเลน ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเพิ่มที่อยู่อาศัยให้สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable Species) ไปจนถึงผลพลอยได้สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดระยองผ่านธรรมชาติที่สวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต</li>
<li>สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานในชุมชนอย่างใกล้ชิด อาทิ หน่วยงานภาครัฐจังหวัดระยอง โรงเรียน เยาวชน และกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกับชุมชน พร้อมให้ความรู้และเสริมทักษะของชุมชนและเยาวชนเกี่ยวกับการลดคาร์บอน ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ โดยจะนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างอาชีพในอนาคตเพื่อเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน ทั้งในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต</li>
<li>ส่งเสริมด้านงานวิจัยผ่านการศึกษาและเรียนรู้จากธรรมชาติ (Nature-based learning) โดยติดตามและประเมินผลด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางแผนดำเนินงาน รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานวิชาการเพื่อค้นคว้าวิจัย ศึกษา รวมถึงติดตามความคืบหน้าของโครงการผ่านข้อมูลที่พิสูจน์และเชื่อถือได้ อีกทั้งยังผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น การใช้โดรน เพื่อวัดผลสำเร็จเคร่งครัด สู่การต่อยอดและขยายผลสู่ต้นแบบโครงการอื่น ๆ ต่อไป โดยร่วมมือกับพันธมิตรวิชาการผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ได้แก่
<ul>
<li>คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการนำความเชี่ยวชาญด้านป่าไม้ และนิเวศวิทยา ประยุกต์ใช้ในการวางแผนดำเนินโครงการ รวมถึงประเมินพื้นที่ปลูกป่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและวัดผลได้จริง</li>
<li>คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและอุทกวิทยา เพื่อศึกษาและวางแผนโครงการฯ เกี่ยวกับการทำทางน้ำเพื่อลดพื้นที่แห้งแล้ง และแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับพื้นที่ป่าในเมือง</li>
<li>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้บริการ ดูแล และกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการวัด การรายงาน และการทวนสอบ และให้การรับรองปริมาณการปล่อย การลด และการชดเชยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำงานร่วมกับโครงการฯ ในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวัดผล เพื่อพัฒนาโครงการฯ สู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตราวัดผลได้เชิงรูปธรรม</li>
</ul>
</li>
<li>ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอาสาเพื่อส่งต่อจิตสำนึกด้านการตอบแทนสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่ผู้คนรอบข้าง</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36034" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>จากเป้าหมายดังกล่าว ทางโครงการฯ ได้มุ่งทำงานและสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์หลายภาคส่วน อาทิ ชุมชนในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนครระยอง เทศบาลตำบลเนินพระ กรมเจ้าท่า กรมประมง ชุมชนเนินพระ กลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำระยองและป่าชายเลนจังหวัดระยอง วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กเก้ายอด วิสาหกิจท่องเที่ยวตำบลปากน้ำ เยาวชนในพื้นที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว</p>
<p>สำหรับการดำเนินโครงการในระยะแรก มุ่งเน้นการศึกษาพื้นที่ในโครงการฯ ร่วมกับหน่วยงานวิชาการอย่าง มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อวางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรมและเน้นความยั่งยืน เช่น ศึกษาการนำเอาพืชพื้นถิ่นเข้ามาปลูก ศึกษาพื้นที่ทางน้ำและกระแสน้ำ รวมถึงวิเคราะห์คุณภาพดิน เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูตามความเหมาะสมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ ศึกษาตัวชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงประเมินความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ จากแผนงานที่วางไว้</p>
<p>สำหรับการวางแผนในระยะถัดมา ทางโครงการฯ วางแผนยกระดับสร้างการรับรู้ในวงกว้างขึ้น พร้อมร่วมมือกับสถานศึกษาในระดับต่าง ๆ ในพื้นที่เพื่อเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนเข้าไปในหลักสูตร อีกทั้งวางแผนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนเพื่อให้ผู้ที่สนใจ คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้ร่วมทำกิจกรรม และร่วมเสวนาในประเด็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่าในเมือง ตลอดจนจัดทำสื่อการศึกษาเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและการอนุรักษ์ระบบนิเวศจากสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ในด้านการศึกษาติดตามความคืบหน้า เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทางโครงการฯ ได้มุ่งวัดผลเชิงลึกเพื่อประเมินเป้าหมายของปริมาณการดูดซับคาร์บอนสำหรับป่าชายเลนในพื้นที่ และประเมินการเปลี่ยนแปลงในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการผสานเทคโนโลยีมาช่วยวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้โดรนเพื่อวัดความสูงของต้นไม้และวัดอัตราการเติบโตในแต่ละปี ไปจนถึงการเปรียบเทียบจำนวนพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นมาคำนวณปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อชดเชย โดยข้อมูลดังกล่าวถือเป็นองค์ความรู้สำคัญเพื่อการต่อยอดขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมด้านการจัดการคาร์บอนเครดิต ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนในอนาคต</p>
<p>พร้อมกันนี้ โครงการฯ ยังมีแผนสำหรับการนำข้อมูลที่ได้ศึกษามาพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้ภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน พนักงานเชฟรอน และพนักงานบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมปลูกป่า ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การสร้างทางน้ำ ทำคอนโดปู ไปจนถึงจัดทำบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับโครงการในวงกว้างผ่านการจัดเสวนาวิชาการ หรือสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายช่องทาง เพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโครงการฯ และความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาผลกระทบสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sprc/">SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2024 08:04:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[EV Forklift]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled PET]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ใส่ใจสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยน้ำทิพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35697</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี   โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ </strong><strong>คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ <strong>“โคคา-โคล่า”</strong> ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาส<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี   </strong>โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35697"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35699" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg" alt="6cb742" width="475" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg 475w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-205x300.jpg 205w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-150x220.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-341x500.jpg 341w" sizes="(max-width: 475px) 100vw, 475px" /></p>
<p><strong><em><span style="color: #6cb742;">ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น</em></strong> <strong><em>จำกัด</em></strong>  กล่าวว่า ไทยน้ำทิพย์ หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ที่ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าโคคา-โคล่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502  โดยบริษัทฯ ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  ปัจจุบันไทยน้ำทิพย์<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี  มี</strong>โรงงานผลิตทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานรังสิต โรงงานปทุมธานี โรงงานนครราชสีมา โรงงานขอนแก่น และโรงงานลำปาง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับโลก สายการผลิตถึง 21 สาย มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นกว่า 450 ล้านยูนิตเคสต่อปี  และได้รับการยกย่องในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคใต้ในด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35700" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับโรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2524 บนพื้นที่ 140 ไร่ มีสายการผลิต 7 สาย โดยมีสายการผลิตขวดแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย  รวมถึงสายการผลิตเครื่องดื่มแบบกระป๋องที่มีความเร็วที่สุดในโรงงานผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องในประเทศไทย สามารถผลิตได้ถึง 2,000 กระป๋องต่อนาที</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35701" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg" alt="เทอดพงษ์ ศิริเจน" width="490" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg 490w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-211x300.jpg 211w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-150x213.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-352x500.jpg 352w" sizes="(max-width: 490px) 100vw, 490px" /></p>
<p>ด้าน<strong><em><span style="color: #6cb742;">เทอดพงษ์ ศิริเจน</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</em></strong> กล่าวว่ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ และสังคม โดยในแต่ละด้านมีเป้าหมายและโรดแมปจนถึงปี พ.ศ. 2573 แผนงานด้านความยั่งยืนถูกผนวกอยู่ในแผนงานในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่แผนงานด้านทรัพยากรบุคคล การกำกับดูแลกิจการ ไปจนถึงแผนงานด้านซัพพลายเชน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลัก คือ <strong>การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด </strong>  <strong>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> และ<strong> บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน </strong> ผ่านการวางแผนกลยุทธ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัยและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค</p>
<p><strong>ในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ  จะเห็นได้ว่า “น้ำ” </strong> ถือเป็นหัวใจสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของไทยน้ำทิพย์ เราจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้กลยุทธ์ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ในกระบวนการผลิต ด้วยการ<strong>ลด </strong>(Reduce) ปริมาณการใช้น้ำ โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำมาใช้คือแอปพลิเคชัน “บำรุง” ที่พัฒนาโดยบริษัทไทยน้ำทิพย์   นำน้ำกลับมา<strong>ใช้ซ้ำ </strong>(Reuse) ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น นำมารดน้ำต้นไม้  รวมถึง <strong>บำบัด </strong>(Recycle) น้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว  โดยเป็นโรงงานแห่งแรกที่ติดตั้งระบบ Membrane Bio Reactor ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้  สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบ R.O. (Reverse Osmosis) เพื่อนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดจนสะอาดได้มาตรฐาน กลับมาใช้ใหม่ในขั้นตอนการผลิตที่ไม่ใช่วัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องดื่ม  ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2566 โรงงานไทยน้ำทิพย์ทั้ง 5 โรงงาน สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 907 ล้านลิตร สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<figure id="attachment_35702" aria-describedby="caption-attachment-35702" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35702" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ โรงงานรังสิต" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-35702" class="wp-caption-text">โรงงานรังสิต</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>  ไทยน้ำทิพย์มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานไทยน้ำทิพย์ครบทั้ง 5 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 24,716 แผง เทียบเท่าสนามฟุตบอล 16 สนาม  สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวม 12.6242 MWp คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงาน  โดยโรงงานปทุมธานีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4 MW</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35703" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg" alt="นำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า (EV Forklift) ในคลังสินค้า และรถขนส่งสินค้า (EV Truck) กว่า 1,100 คัน พร้อมนำระบบ Telematics มาใช้บริหารจัดการการขนส่ง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกล้อง AI ช่วยมอนิเตอร์ความเสี่ยงของพฤติกรรมการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานขับรถ ในปีพ.ศ. 2566 สามารถลดการใช้พลังงานได้ 2.1 ล้านลิตร คิดเป็น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p><strong>สำหรับการสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์  <em>เทอดพงษ์ </em></strong><em>กล่าวว่า</em><strong>  </strong>ไทยน้ำทิพย์สนับสนุนวิสัยทัศน์ระดับโลก “World Without Waste” ของ “โคคา-โคล่า” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2568 และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกโดยใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50% รวมถึงช่วยเก็บรวบรวมและรีไซเคิลขวดหรือกระป๋องในจำนวนเทียบเท่ากับที่จำหน่าย ภายในปี 2573 ตลอดจนสนับสนุนการจัดเก็บพลาสติกในครัวเรือน เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติก แล้วนำมาผลิตเป็นขวดอีกที</p>
<p>เพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไทยน้ำทิพย์ให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง คือ   ลด (Reduce) การใช้บรรจุภัณฑ์ด้วยการลดปริมาณพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ผ่านการ Lightweight โดยยังคงรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ เช่น ลดปริมาณพลาสติกบรรจุภัณฑ์ขนาด 1.5 ลิตรจากเดิม 38 กรัมเหลือ 34 กรัม และบรรจุภัณฑ์น้ำทิพย์ จากเดิม 16.5 กรัม เหลือ 10.7 กรัม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ไทยน้ำทิพย์สามารถลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้กว่า 7,645 ตัน <strong>ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่</strong> (Redesign) เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2568 และใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อย่างน้อย 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 ไทยน้ำทิพย์ได้เปลี่ยนขวด “สไปรท์” จากขวดสีเขียวเป็นขวดใส เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์กลับไปรีไซเคิล และสนับสนุน<strong>การจัดเก็บและรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องที่ใช้แล้ว </strong>(Collection &amp; Recycling) เพื่อสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศไทย และกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์</p>
<figure id="attachment_35704" aria-describedby="caption-attachment-35704" style="width: 596px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35704" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg" alt="ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET" width="596" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg 596w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-257x300.jpg 257w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-150x175.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-428x500.jpg 428w" sizes="(max-width: 596px) 100vw, 596px" /><figcaption id="caption-attachment-35704" class="wp-caption-text">ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET</figcaption></figure>
<p><strong><em>ปุณฑริกา </em></strong><em>กล่าวเสริมว่า </em>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ไทยน้ำทิพย์ ร่วมกับ “โคคา-โคล่า” เปิดตัวขวด “โค้ก” ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ไม่รวมฉลากและฝา) หรือ Recycled PET (rPET)  ในบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร และปีนี้ได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ขนาด 300 มิลลิลิตร และ 510 มิลลิลิตร เพิ่มเติม โดยไทยน้ำทิพย์ได้ปรับสายการผลิตให้รองรับการผลิตขวด rPET ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย (Food Contact Grade) และเป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” แม้ว่า Recycled PET (rPET)  จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 40% ก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานในการเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในทุก ๆ ปีตามโรดแมป  มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 กับความมุ่งมั่นสู่ “กีฬาสีเขียว”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/olympic-games-paris-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/olympic-games-paris-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jul 2024 04:20:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[กีฬาสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ปารีส 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิก ปารีส 2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34984</guid>

					<description><![CDATA[<p>สาระสำคัญ ปารีส 2024 ให้ความสำคัญกับการริเริ่มเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยมลพิษทุกที่ที่เป็นไปได้ ผ่านการใช้สถานที่ที่มีอยู่ พลังงานหมุนเวียน และโซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน ปารีส 2024 มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสลงร้อยละ 50 โดยมุ่งเป้าไปที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ารวม 1.75 ล้านตัน ถือเป็นการลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งก่อน กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 ในปี 2024 หรือ &#8220;ปารีส 2024&#8243; โดยมาพร้อมความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ ความพยายามด้านสิ่งแวดล้อม กับเป้าหมายที่ต้องการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขัน โดยตั้งเป้าลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/olympic-games-paris-2024/">มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 กับความมุ่งมั่นสู่ “กีฬาสีเขียว”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สาระสำคัญ</strong></p>
<ul>
<li><strong>ปารีส 2024</strong> ให้ความสำคัญกับการริเริ่มเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยมลพิษทุกที่ที่เป็นไปได้ ผ่านการใช้สถานที่ที่มีอยู่ พลังงานหมุนเวียน และโซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน</li>
<li><strong>ปารีส 2024</strong> มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสลงร้อยละ 50 โดยมุ่งเป้าไปที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ารวม 1.75 ล้านตัน ถือเป็นการลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งก่อน</li>
</ul>
<p><span id="more-34984"></span></p>
<p><strong>กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ </strong><strong>33</strong><strong> ในปี </strong><strong>2024</strong><strong> หรือ &#8220;ปารีส </strong><strong>2024&#8243; </strong><strong>โดยมาพร้อมความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ ความพยายามด้านสิ่งแวดล้อม กับเป้าหมายที่ต้องการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขัน โดยตั้งเป้าลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลง </strong><strong>50%</strong><strong> เมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ยของการจัดงานโอลิมปิกครั้งก่อน อย่าง ลอนดอน </strong><strong>2012</strong><strong> และ ริโอ เดอ จาเนโร </strong><strong>2016</strong><strong> หรือลดเหลือ </strong><strong>1.75</strong><strong> ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากโอลิมปิก โตเกียว </strong><strong>2021 (1.9</strong><strong> ล้านตัน) ที่เป็นการจัดงานในช่วงล็อคดาวน์ซึ่งไม่เปิดให้ผู้ชมเข้างาน</strong></p>
<p>ความท้าทายของ <strong>ปารีส 2024</strong> คือการพยายามจำกัดการปล่อยคาร์บอนที่มาจากสถานที่จัดการแข่งขัน และจำกัดปริมาณพื้นที่สูญเปล่าหลังจากพิธีปิด ซึ่งในอดีตการจัดมหหรรมกีฬาแต่ละครั้ง จะต้องมีโครงการก่อสร้างใหม่เพื่อสร้างสถานที่รองรับการจัดการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น สนามแข่ง หมู่บ้านนักกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและพลังงานมหาศาล ทั้งวัสดุก่อสร้าง พลังงานต่างๆ ในขั้นตอนการก่อสร้าง รวมถึงพลังงานสำหรับแสงสว่าง การทำความร้อน การทำความเย็น ที่ใช้ภายในสถานที่เหล่านั้น</p>
<h3>ลดการก่อสร้างใหม่ เน้นการใช้สถานที่ที่มีอยู่</h3>
<p>หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการจัดเตรียมสถานที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือ การที่ปารีส เลือกใช้สถานที่จัดการแข่งขันที่มีอยู่แล้ว โดยเน้นการรีโนเวท และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวที่เกี่ยวข้อง แทนการสร้างใหม่ ซึ่งแตกต่างออกไปจากการจัดมหกรรมกีฬาในอดีตที่ผ่านมา ที่มักจะเน้นการสร้างใหม่ โดยสถานที่เหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 95% ของสถานที่จัดการแข่งขันทั้งหมด สิ่งนี้ช่วยลดความต้องการวัสดุก่อสร้าง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ไม่เกิดพื้นที่สูญเปล่า หลังพิธีปิดจะไม่มีภาพสถานที่จัดงาน หรือสนามแข่งถูกปล่อยทิ้งร้างเหมือนการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในครั้งก่อนๆ</p>
<h3>ก่อสร้างอย่างยั่งยืน</h3>
<p>ในขณะที่การก่อสร้างสถานที่จัดการแข่งขันใหม่เพิ่มเติม ที่มีเพียง 5% อย่างเช่น หมู่บ้านนักกีฬา ก็เป็นโครงการก่อสร้างใหม่ที่เลือกใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างแบบคาร์บอนต่ำ โดยใช้โครงไม้เป็นส่วนใหญ่ ใช้คอนกรีตคาร์บอนต่ำ และวัสดุรีไซเคิล เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างลงได้เช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงสถานที่ในโอลิมปิกครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลตามแนวทางความยั่งยืน ตัวอย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐานชั่วคราว ซึ่งรวมถึงสถานที่จัดงาน 17 แห่ง วัสดุทั้งหมดจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ปรับใช้ใหม่ หรือรีไซเคิลได้ วัสดุที่ได้จากการรื้อถอนถูกนำกลับมาใช้ใหม่ คอนกรีตจะได้รับการปรับสภาพใหม่เพื่อนำมาใช้ซ้ำในการก่อสร้างถนนและพื้นดิน และหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น หมู่บ้านนักกีฬาจะถูกแปลงโฉมเป็นพื้นที่ชุมชนอเนกประสงค์ ที่มีบ้านใหม่มากกว่า 2,800 หลัง โดย 25% จากจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้เป็นที่อยู่อาศัยทางสังคม และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา และสถานีตำรวจ รวมถึงพื้นที่สีเขียว 6 เฮกตาร์ ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่ามรดกของโอลิมปิกครั้งนี้ จะเป็นผลประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว และยังคงมีส่วนสนับสนุนเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในท้องถิ่นต่อไป</p>
<h3>การริเริ่มเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านพลังงาน ด้วยพลังงานหมุนเวียน 100%</h3>
<p>ปารีส 2024 ยังมุ่งมั่นที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับการจัดการแข่งขัน โดยให้การรับรองว่า ไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ระหว่างการแข่งขันมาจากพลังงานหมุนเวียน จากแหล่งผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ 8 แห่งทั่วฝรั่งเศส ขณะที่หมู่บ้านนักกีฬา มีการติดตั้งระบบความร้อน-ความเย็นที่จ่ายพลังงานจากความร้อนใต้พิภพ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก และศูนย์กีฬาทางน้ำ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาขนาดใหญ่ ที่ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 20% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมด</p>
<p>ปารีส 2024 มุ่งมั่นที่จะลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เหลือน้อยที่สุด โดยสถานที่จัดงานทั้งหมดเชื่อมต่อกับเครือข่ายไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ก่อมลพิษ และในพื้นที่ห่างไกล จะใช้แบตเตอรีเคลื่อนที่และโซลูชันเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นทางเลือก โดยเลือกใช้โซลูชันสำรองที่สร้างสรรค์อย่างเชื้อเพลิงชีวภาพ แบตเตอรี่ หรือไฮโดรเจน</p>
<h3>การจัดการการเดินทางที่ยั่งยืน</h3>
<p>อีกหนึ่งความท้าทายที่เกิดขึ้นในปารีส 2024 ที่ต้องเผชิญคือการจัดการการเดินทางของผู้ชม ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมจากทั่วโลกหลายแสนคนเดินทางมาปารีสเพื่อชมการแข่งขัน การเดินทางนี้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมาก เพื่อลดผลกระทบนี้ ปารีส 2024 ได้ทำงานร่วมกับผู้จัดหาการขนส่งเพื่อส่งเสริมตัวเลือกการขนส่งที่ยั่งยืน โดยสถานที่แข่งขันทั้งหมดจะต้องใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงมีที่จอดจักรยานชั่วคราว และใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือไฮโดรเจน 100% เพื่ออำนวยความสะดวกในระหว่างจัดการแข่งขัน</p>
<p>ผู้จัดงานได้ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยมลพิษที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสำหรับการแข่งขัน โดยเน้นที่ความใกล้ชิดระหว่างสถานที่จัดงานกับหมู่บ้านนักกีฬา สถานที่จัดงานทั้งหมดตั้งอยู่ในรัศมี 10 กม. ซึ่งช่วยลดเวลาเดินทางได้อย่างมาก และจัดให้สถานที่ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยระบบขนส่งสาธารณะ มีการปรับปรุงบริการขนส่งสาธารณะ โดยเพิ่มความจุ 15% ในระหว่างการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีบริการรถรับส่งสำหรับผู้ชมโดยเฉพาะสำหรับสถานที่ที่อยู่ห่างจากสถานีขนส่งสาธารณะ</p>
<p><strong>มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส </strong><strong>2024 มุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแค่การแข่งขันกีฬา แต่เป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงศักยภาพของ &#8220;กีฬาสีเขียว&#8221; โดยมุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับการจัดงานมหกรรมกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลก ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/olympic-games-paris-2024/">มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 กับความมุ่งมั่นสู่ “กีฬาสีเขียว”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/olympic-games-paris-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 03:06:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[O’right]]></category>
		<category><![CDATA[Steven Ko]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34440</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน สถานการณ์โลกร้อนได้ก้าวเข้าสู่สภาวะโลกเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสภาวะนี้ได้นำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อันเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรายงานกว่าหลายพันฉบับจากนักวิทยาศาสตร์ ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้มนุษยชาติกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วและทำลายสถิติมากมายในประวัติศาสตร์ของเรา และภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ผลักดันให้หลายประเทศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบมากมาย เพื่อลดแรงกระแทกของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แรงกระเพื่อมที่สำคัญเหล่านี้ทำให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2020 หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคนใส่ใจกับค่านิยม ESG หรือค่านิยมด้านความยั่งยืน และได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่การเป็น ‘Zero Carbon’ หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ โดยไม่เพียงแต่ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องเริ่มปรับ แต่รวมไปถึงภาครัฐบาลและภาคธุรกิจด้วย ซึ่งหลายภาคส่วนเองก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติกันมานานแล้ว โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ปรับให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตและส่วนประกอบ คือ ‘O’right’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามจากไต้หวัน O’right เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและความงามจากไต้หวันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/">O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบัน สถานการณ์โลกร้อนได้ก้าวเข้าสู่สภาวะโลกเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสภาวะนี้ได้นำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อันเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรายงานกว่าหลายพันฉบับจากนักวิทยาศาสตร์ ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้มนุษยชาติกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วและทำลายสถิติมากมายในประวัติศาสตร์ของเรา และภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ผลักดันให้หลายประเทศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบมากมาย เพื่อลดแรงกระแทกของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-34440"></span></p>
<p>แรงกระเพื่อมที่สำคัญเหล่านี้ทำให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2020 หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคนใส่ใจกับค่านิยม ESG หรือค่านิยมด้านความยั่งยืน และได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่การเป็น ‘<strong>Zero Carbon</strong>’ หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ โดยไม่เพียงแต่ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องเริ่มปรับ แต่รวมไปถึงภาครัฐบาลและภาคธุรกิจด้วย ซึ่งหลายภาคส่วนเองก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติกันมานานแล้ว โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ปรับให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตและส่วนประกอบ คือ ‘<strong>O’right</strong>’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามจากไต้หวัน</p>
<p><strong>O’right </strong>เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและความงามจากไต้หวันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ก่อตั้งโดย ‘<strong>Steven Ko</strong>’ ผู้มีความตั้งใจเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การลดลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02.jpg" alt="Steven Ko" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“All brands will go green just a matter of time” <strong>Steven Ko </strong>กล่าวไว้เมื่อปี 2006 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่าง O’right ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพของผู้คน และดีต่อสุขภาพของโลก ด้วยการผลิตแชมพูที่ปราศจากสารเคมี โดยปณิธานนี้สะท้อนผ่านโลโก้ของแบรนด์ ที่ตัว ‘O’ มีสีเขียว ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคำว่า ‘right’ สื่อถึงการอุทิศตนในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อโลก และเมื่ออ่านพร้อมกันจะทำให้ได้ 2 ความหมาย คือ ‘All Right’ และ ‘Zero Right’ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอีกทางหนึ่งว่าแบรนด์จะก้าวขึ้นสู่การเป็น Zero Carbon</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03.jpg" alt="O’right ได้รับการรับรองว่าเป็นแบรนด์ความงามแบรนด์แรกที่เป็น Zero Carbon" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในปี 2011 <strong>O’right</strong> ได้รับการรับรองว่าเป็นแบรนด์ความงามแบรนด์แรกที่เป็น <strong>Zero Carbon</strong> โดย SGS (General Society of Surveillance) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการทดสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โดยเทียบกับมาตรฐานด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และข้อบังคับต่าง ๆ ตามข้อกำหนดจากรัฐบาล รวมถึงการได้รับเชิญเข้าร่วมงาน UN 2021 World Biodiversity Summit (COP15) และได้รับการประกาศให้เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการสำหรับการประชุมสุดยอด UN 2021 World Climate Summit (COP26) และการบรรลุมาตรฐานคาร์บอนเป็นศูนย์สำหรับผลิตภัณฑ์ 9 รายการในปีถัด ๆ มา ในเวลาต่อมา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34454" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04.jpg" alt="แนวคิดของ O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>แนวคิดของ <strong>O’right</strong> นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกแล้ว ยังใช้วัตถุดิบออแกนิคและวีแกนทั้งหมด ปราศจากกลูเตนซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป และไม่ได้มาจากพืช GMO หรือสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมด้วย โดยจุดเริ่มต้นมาจากสโลแกนแรกของแบรนด์ “เราคือผู้ผลิตแชมพู” ซึ่งหากมองให้แง่การทำธุรกิจ คนส่วนใหญ่อาจจะมองเพียงต้นทุนและกำไร แต่สำหรับ <strong>O’right</strong> ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ด้วยความต้องการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทิศทางการทำธุรกิจหันมาใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>เมื่อพูดถึงการขายสินค้า มักจะมีพรีเซ็นเตอร์เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่เนื่องด้วยทรัพยากรที่จำกัดของแบรนด์ <strong>O’right</strong> จึงเลือกที่จะลงทุนไปกับการวิจัยและการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อปรับส่วนผสมให้ใช้สารสกัดจากธรรมชาติม โดยส่วนใหญ่สีของแชมพู เรามักจะเห็นว่าเนื้อของแชมพูมีสีที่เหมือนกับกลิ่นของแชมพู เช่น แชมพูกลิ่นลาเวนเดอร์มีสีม่วง แชมพูกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่มีสีชมพู แชมพูกลิ่นพีชมีสีพีช ซึ่งสีเหล่านี้เป็นสีสังเคราะห์ทั้งสิ้น เพราะในความจริงแล้วส่วนผสมจากสารที่สกัดจากธรรมชาติมักจะไม่มีสี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34455" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05.jpg" alt="O’right ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อีกทั้ง กว่า 90% ของการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตแชมพู มาจากการใช้ของผู้บริโภค โดยมาจากการที่ผู้บริโภคต้องใช้น้ำในการล้างผมและล้างแชมพูออกจากผม และลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้น้ำอุ่นในการสระผม</p>
<p>ดังนั้นตามจุดประสงค์คือต้องการยุติการพึ่งพาทรัพยากรปิโตรเคมี จึงได้ปรับสูตรส่วนผสมของแชมพูเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและเพื่อสุขภาพของลูกค้า เพื่อประหยัดน้ำประหยัดไฟมากขึ้น และให้ผู้บริโภคสระผมได้ง่ายมากขึ้น และได้ร่วมกับ 5 องค์กรวิจัยในไต้หวัน เพื่อค้นหาสูตรที่ผสมผสานส่วนผสมจากพืชในธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ความงามของ <strong>O’right</strong> ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด โดยไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทุกคนว่าผลิตภัณฑ์จะมีความอ่อนโยนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา <strong>O’right</strong> ได้เปิดเผยส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างจนครบถ้วน จนได้รับการรับรองจาก USDA (United States Department of Agriculture) ว่าช่วยลดการใช้ปิโตรเลียมโดยเพิ่มการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มเติมที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34456" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06.jpg" alt="O’right Caffeine Botanical Scalp Revitalizer" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อีกทั้งยังให้การสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นผ่านการรับซื้อผลผลิตที่เหลือทิ้งอย่าง แกลบเมล็ดกาแฟ มาผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ “O’right Caffeine Botanical Scalp Revitalizer” ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ทั้งใส่ใจโลก ใส่ใจผู้บริโภค และยังใส่ใจเกษตรกรอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34457" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07.jpg" alt="O’right ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากผลผลิตจากกาแฟอย่างเซรั่มหนังศีรษะแล้ว ส่วนประกอบจากเมล็ดกาแฟยังถูกนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์แชมพูของแบรนด์  โดยนำไปผสมกับวัสดุที่ผลิตจากเศษผัก ผลไม้ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้เป็นพลาสติก PCR (Post-consumer Recycled) ทุกชิ้น และออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ โดยขวดพลาสติกชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลังการบริโภค และย่อยสลายได้ 100% ตามธรรมชาติ เมื่อถูกฝังลงดินเป็นระยะเวลา 1 ปี และขวดของผลิตภัณฑ์อื่นยังได้ถูกผลิตขึ้นจากการรีไซเคิลขวดพลาสติก โดยสร้างเม็ดเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ และนำไปผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34458" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“แชมพูจึงไม่เพียงแต่ทำความสะอาดเส้นผมเท่านั้น แต่ยังทำความสะอาดหัวใจและจิตใจอีกด้วย” <strong>Steven Ko </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34459" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดย <strong>Steven Ko </strong>ยังได้เล่าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างยาสีฟันเพิ่มเติมว่า <strong>O’right</strong> ได้คิดค้นยาสีฟันออแกนิค โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้บริษัทยาสีฟันอื่น ๆ ลดการใส่สารเคมีในยาสีฟันและเป้าหมายที่สองคือเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการควบคุมส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน เนื่องจากในปัจจุบันมากกว่า 90% ของยาสีฟันในโลกมีสารกันบูดที่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34460" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ความตั้งใจของ <strong>O’right</strong> กว่าหลายสิบปีที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้แก่ชีวิตของผู้บริโภคและแก่โลก โดยได้สร้างอาคารและโรงงานเพื่อความยั่งยืน จนได้รับการรับรองจากรัฐบาลแห่งแรกในไต้หวันให้เป็นโรงงานเครื่องสำอางสีเขียว ซึ่งไม่ใช่แค่อาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วย ด้วยแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมที่ผลิตเอง และอีก 80% ที่ซื้อจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทำให้บรรลุการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และโรงงานของ <strong>O’right</strong> มีการปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ ซึ่งหมายความว่าน้ำเสียที่ผ่านการแปรรูปทั้งหมดนั้นถูกนำไปใช้ในการเลี้ยงต้นไม้สีเขียวด้านนอกอาคารที่ถูกปลูกไว้จำนวนมากด้วยระบบชลประทานน้ำเสียบริสุทธิ์ และ <strong>O’right</strong> ยังติดตั้งแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้พนักงานได้ใช้ฟรี เพื่อเป็นการกระตุ้นในพนักงานหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>ปัจจุบัน O’right ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคและเพื่อโลกใบนี้อย่างสม่ำเสมอ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ทำหน้าที่สื่อสารให้ผู้บริโภคได้เข้าใจถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเกิดความตระหนักรู้ให้ผู้บริโภคได้หันมาใส่ใจและให้ความร่วมมือในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นต่อไปในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/">O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอพี-เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ap-x-scg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ap-x-scg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Apr 2024 08:01:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[เอพี ไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33480</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอพี ไทยแลนด์ จับมือ ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ภายใต้เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว ด้วยแนวคิด Green Construction หนึ่งในการดำเนินงานที่ เอพี ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญ กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) เพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) จับมือ ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน (Cement and Green&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ap-x-scg/">เอพี-เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอพี ไทยแลนด์ จับมือ ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ภายใต้เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว ด้วยแนวคิด Green Construction หนึ่งในการดำเนินงานที่ เอพี ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญ กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) เพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</strong></p>
<p><span id="more-33480"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)</strong> จับมือ <strong>ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> (Cement and Green Solution Business) ภายใต้ <strong>เอสซีจี</strong> ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว ผ่านกระบวนการและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Economy เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ไปร่วมกัน เปลี่ยนสิ่งไร้ค่าสู่สิ่งล้ำค่า สร้างความร่วมมือสู่ความยั่งยืน ด้วยการเริ่มต้นจากการให้ความสำคัญในทุกๆ กระบวนการก่อสร้าง ภายใต้แนวคิด Green Construction แบบองค์รวม โดยเฉพาะงานซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จที่ถือเป็นวัสดุหลักของอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นและเลือกใช้ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรคาร์บอนต่ำ นวัตกรรมปูนซีเมนต์มาตรฐานใหม่ และ CPAC Low Carbon Concrete ของทางเอสซีจี ที่มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการใช้นวัตกรรมปูนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้กว่า 2,355,807 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้จำนวนมากถึง 261,756 ต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33482" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/AP-x-SCG-02.jpg" alt="เอพี-เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/AP-x-SCG-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/AP-x-SCG-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/AP-x-SCG-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/AP-x-SCG-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ap-x-scg/">เอพี-เอสซีจี ตอกย้ำจุดยืนเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ap-x-scg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย จับมือ กรีนสปอต เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน 60 ตันต่อปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-x-green-spot-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-x-green-spot-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jan 2024 02:20:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนสปอต]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล]]></category>
		<category><![CDATA[รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31821</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 23 มกราคม 2567 : ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ร่วมกับกรีนสปอต ผู้ผลิตนมถั่วเหลืองชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 18 ล้อ เป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทสู่การสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน โดยรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบนี้สามารถวิ่งได้ในระยะทางสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้เวลาชาร์จพลังงานเต็มประสิทธิภาพประมาณ 2 ชั่วโมง คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ประมาณ 60 ตันต่อปี การเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในการขนส่งสินค้าของกรีนสปอต เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งสินค้าทั้งภายในและภายนอกบริษัทจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเส้นทางการขนส่งสินค้าจะครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบจากโรงงานผลิตขวดไปยังโรงงานกรีนสปอต หนองแค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-x-green-spot-ev/">ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย จับมือ กรีนสปอต เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน 60 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 23 มกราคม 2567 : <strong>ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ร่วมกับกรีนสปอต ผู้ผลิตนมถั่วเหลืองชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 18 ล้อ เป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทสู่การสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน โดยรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบนี้สามารถวิ่งได้ในระยะทางสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้เวลาชาร์จพลังงานเต็มประสิทธิภาพประมาณ 2 ชั่วโมง คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ประมาณ 60 ตันต่อปี</strong></p>
<p><span id="more-31821"></span></p>
<p>การเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในการขนส่งสินค้าของกรีนสปอต เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งสินค้าทั้งภายในและภายนอกบริษัทจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเส้นทางการขนส่งสินค้าจะครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบจากโรงงานผลิตขวดไปยังโรงงานกรีนสปอต หนองแค และรังสิต และขนส่งสินค้าจากโรงงานทั้งสองแห่งไปยังคลังสินค้าคลองหลวง หลังจากนั้น สินค้าจะถูกขนส่งไปยังผู้บริโภคผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดต่างๆ อาทิ บิ๊กซี โลตัส และ 7-11</p>
<p>รถขนส่งพลังงานไฟฟ้านี้จะถูกบริหารจัดการโดยศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการด้านการขนส่งของดีเอชแอล (DHL Connected Control Tower) โดยมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมายมาใช้ อาทิ Paragon Route Optimization System, Transport Management System, Telematics และ DHL’s MySupplyChain digital platform</p>
<figure id="attachment_31823" aria-describedby="caption-attachment-31823" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31823" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/DHL-x-Green-Spot-EV-02.jpg" alt="โชติ โสภณพนิช และสตีฟ วอล์กเกอร์" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/DHL-x-Green-Spot-EV-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/DHL-x-Green-Spot-EV-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/DHL-x-Green-Spot-EV-02-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-31823" class="wp-caption-text">โชติ โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรีนสปอต จำกัด และสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สตีฟ วอล์กเกอร์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย</strong> กล่าวว่า เรากำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้วยพลังงานสะอาดและยั่งยืนในทุกขั้นตอน ความร่วมมือของเรากับกรีนสปอตในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของทั้งสองบริษัทที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ต่อแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน การเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าของเราถือเป็นเครื่องพิสูจน์อันเด่นชัดถึงความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้ และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ​​จะช่วยให้เราสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการวางแผนเส้นทางการเดินรถที่มีประสิทธิภาพและการส่งมอบสินค้าอย่างปลอดภัย โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้ในทุกขั้นตอนการทำงาน</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>โชติ โสภณพนิช</strong></span> <strong>ประธานกรรมการ บริษัท กรีนสปอต จำกัด</strong> กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของเราจะมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัยด้านอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลักเสมอ การเปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเพื่อขนส่งเครื่องดื่มของเราในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นไปอีกก้าวต่อการปฏิบัติงานที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกับดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของเราในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เราจะยังคงมุ่งมั่นนำโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการต่างๆ ของซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
<p>ความมุ่งมั่นของกรีนสปอตในด้านความยั่งยืน ยังครอบคลุมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการสร้างขยะให้น้อยที่สุด และลดอัตราการใช้พลังงาน ด้วยความพยายามอันเต็มเปี่ยมและจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายที่จะสร้างเสริมสุขภาวะและยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้บริโภคและชุมชนในวงกว้าง นโยบายนี้สะท้อนผ่านการให้ความสำคัญต่อแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ และการมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย</p>
<p>ปัจจุบัน ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย มีการนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้ามาใช้จำนวนมากและมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่องในปี 2567 และปีต่อๆ ไป การนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องนี้ สอดคล้องกับนโยบายการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transport Policy) ซึ่งเป็นแผนงานเชิงกลยุทธ์ในการใช้โซลูชันการขนส่งที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามแผนงานความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท นโยบายนี้ยังทำหน้าที่เป็นแบบแผนในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรถขนส่งโดยใช้ทางเลือกต่างๆ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อาทิ การนำน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrotreated Vegetable Oil) ก๊าซชีวภาพ พลังงานไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ไฮโดรเจน มาใช้ เป็นต้น ซึ่งในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มนี้ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ตั้งเป้าที่จะปรับเปลี่ยนรถขนส่งประมาณ 2,000 คัน ทั่วโลกไปใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-x-green-spot-ev/">ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย จับมือ กรีนสปอต เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน 60 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-x-green-spot-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
