<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Mar 2026 06:20:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nbs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 06:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Environment]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด NbS]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43534</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกของเราได้ก้าวข้ามภาวะโลกร้อน (Global Warming) เข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วทำให้เราต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี และวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันที่คาดเดาไม่ได้ คำถามสำคัญคือ มนุษยชาติจะรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ซ่อนอยู่ในรากฐานของธรรมชาติ นั่นคือ ‘ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ’ วันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะพารู้จักแนวคิด “ทางรอดของคนเมือง แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน NbS” “ในยุคโลกเดือด ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมวัฏจักรน้ำให้สมดุล ลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และรักษาระบบนิเวศ การรักษาป่าและน้ำจึงเป็นหนึ่งใน &#8216;ทางรอด&#8217; ของคนเมือง โดยการดึงแนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน Nature-based Solutions&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nbs/">ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกของเราได้ก้าวข้ามภาวะโลกร้อน (</strong><strong>Global Warming) เข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วทำให้เราต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี และวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันที่คาดเดาไม่ได้ คำถามสำคัญคือ มนุษยชาติจะรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ซ่อนอยู่ในรากฐานของธรรมชาติ นั่นคือ ‘ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ’ วันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะพารู้จักแนวคิด “ทางรอดของคนเมือง แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน NbS”</strong></p>
<p><span id="more-43534"></span></p>
<p><strong><em>“ในยุคโลกเดือด ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมวัฏจักรน้ำให้สมดุล ลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และรักษาระบบนิเวศ การรักษาป่าและน้ำจึงเป็นหนึ่งใน </em></strong><strong><em>&#8216;ทางรอด&#8217; ของคนเมือง โดยการดึงแนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน Nature-based Solutions (NbS) เข้ามาช่วย”</em></strong></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43536" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/NbS-02.jpg" alt="ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/NbS-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/NbS-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/NbS-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/NbS-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ป่าไม้เปรียบเสมือนฟองน้ำยักษ์และต้นทุนน้ำของโลก</h3>
<p>หลายคนมองว่าป่าเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือแหล่งผลิตออกซิเจน แต่ในความเป็นจริงป่าไม้คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ’ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของโลก</p>
<ul>
<li><strong>ควบคุมวัฏจักรน้ำ</strong> ต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ รากไม้ที่หยั่งลึกและชั้นใบไม้ร่วงที่ทับถมบนผิวดินจะคอยดูดซับน้ำฝนที่ตกลงมา ช่วยลดความแรงของน้ำหลาก และค่อย ๆ ปล่อยน้ำซึมลงสู่ชั้นหินเป็นน้ำบาดาล ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงลำธารแม้ในฤดูแล้ง</li>
<li><strong>ความหลากหลายทางชีวภาพคือกลไกขับเคลื่อน</strong> ป่าจะทำหน้าที่ฟองน้ำไม่ได้เลยหากขาดความหลากหลายทางชีวภาพ นกและสัตว์ป่าช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ แมลงช่วยผสมเกสร และจุลินทรีย์ในดินช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี หากสัตว์ป่าหายไป ป่าจะเสื่อมโทรมและสูญเสียศักยภาพในการกักเก็บน้ำในที่สุด</li>
</ul>
<h3>ทางรอดของคนเมือง ด้วยวิธี NbS</h3>
<p>แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน หรือ NbS คือการทำงานร่วมกับธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายของสังคม สำหรับคนเมืองที่มักเป็นผู้รับผลกระทบปลายน้ำ (เช่น น้ำท่วมกรุง หรือน้ำประปาเค็มจากภัยแล้ง) ดังนั้นแนวทาง NbS คือทางรอดที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น <strong>ลดภัยพิบัติ</strong> การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำรอบเมือง ช่วยหน่วงน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในเขตเศรษฐกิจ <strong>ความมั่นคงทางอาหารและน้ำ</strong> ป่าที่สมบูรณ์ช่วยรักษาคุณภาพและปริมาณน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาให้คนเมืองใช้ตลอดปี <strong>ลดอุณหภูมิเมือง</strong> การนำแนวคิดป่าในเมืองมาใช้ ทำให้ช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island) ในยุคโลกเดือดได้</p>
<h3>กรณีศึกษาการปรับตัวด้วยแนวทาง NbS ในประเทศไทย</h3>
<p>ประเทศไทยได้เริ่มนำแนวคิด NbS มาใช้เพื่อรักษาต้นทุนน้ำและรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งในระดับป่าต้นน้ำและในเขตเมือง</p>
<ul>
<li><strong>ระดับป่าต้นน้ำ การจัดการป่าชุมชน</strong> เช่น โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย มีการฟื้นฟูป่าด้วยวิธีปลูกป่าแบบประณีต เน้นการปลูกไม้ท้องถิ่นหลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานกัน ไม่ใช่ป่าเชิงเดี่ยว เพื่อเลียนแบบ</li>
</ul>
<p>ธรรมชาติให้มากที่สุด การฟื้นฟูแนวกันชนป่าชายเลนในพื้นที่ชายฝั่งเคยถูกบุกรุกทำลายเพื่อทำนากุ้ง โดยชุมชนร่วมมือกันปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงธรรมชาติกลับมาเป็นเครื่องมือปกป้องชุมชน</p>
<ul>
<li><strong>ระดับเมือง ป่าในเมืองเพื่อจัดการน้ำ</strong> สวนสาธารณะหลายแห่งได้นำแนวคิด NbS เข้ามาออกแบบการจัดการภายในสวน เช่น สวนป่าเบญจกิติ และ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพมหานคร เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้พื้นที่สีเขียวเป็นฟองน้ำเขตเมือง พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาแค่เพื่อความสวยงาม แต่มีการสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำจำลองที่สามารถรองรับน้ำฝน หน่วงน้ำไม่ให้ท่วมถนน และบำบัดน้ำเสียด้วยพืชน้ำ ถือเป็นการจำลองระบบนิเวศป่าเพื่อปกป้องคนเมือง</li>
</ul>
<p><strong>วิกฤตโลกเดือดเป็นสัญญาณเตือนว่า เราไม่สามารถแยกวิถีชีวิตของมนุษย์ออกจากธรรมชาติได้อีกต่อไป &#8220;ไม่มีป่า ย่อมไม่มีน้ำ&#8221; การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและการปกป้องพื้นที่ป่า ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์เพื่อสัตว์ป่า แต่คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อรักษาความมั่นคงทางน้ำและเป็นทางรอดของพวกเราทุกคน</strong> ติดตามข่าวสาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่ :  <a href="https://www.tei.or.th/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</a></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43537" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TEI-P01.jpg" alt="นางสาวรัตนพร เจริญชาติ" width="487" height="425" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TEI-P01.jpg 487w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TEI-P01-300x262.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TEI-P01-150x131.jpg 150w" sizes="(max-width: 487px) 100vw, 487px" /></p>
<p><strong>เรียบเรียงโดย</strong></p>
<p>นางสาวรัตนพร เจริญชาติ นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</p>
<p><strong>ขอบคุณแหล่งข้อมูล</strong></p>
<p>เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
<p>เว็บไซต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>เว็บไซต์ Greener Bangkok</p>
<p>เว็บไซต์ International Union for Conservation of Nature (IUCN)</p>
<p>เว็บไซต์ United Nations Environment Programme (UNEP)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nbs/">ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 03:29:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Right to Repair]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรังสิต]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิในการซ่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37998</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” (Right to Repair – R2R) แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/">3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” (Right to Repair – R2R)</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38000" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02.jpg" alt="" width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p>แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อะไหล่ทดแทนใช้งานได้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Parts Pairing’ หรือ การจับคู่ชิ้นส่วน ที่ส่งผลให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก</p>
<p>การขาดทางเลือกของผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ R2R เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์สามารถซ่อมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้นแก่ผู้บริโภค หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายดังกล่าวแล้ว และปัจจุบันมีอีก 30 รัฐที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้กฎหมาย R2R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งห้ามผู้ผลิตกำหนดข้อจำกัดในการซ่อม และบังคับให้ผู้ผลิตต้องจัดหาอะไหล่และเครื่องมือในราคาที่สมเหตุสมผล</p>
<figure id="attachment_38001" aria-describedby="caption-attachment-38001" style="width: 700px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38001" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03.jpg" alt="มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ (ขวา) กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ " width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /><figcaption id="caption-attachment-38001" class="wp-caption-text">มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ (ขวา) กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</figcaption></figure>
<p><strong>มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า เหตุผลในการเลือกเปิดโครงการในไทย ซึ่งปัจจุบันไม่เฉพาะประเทศไทย ทั่วโลกควรมีโครงการนี้ด้วย เหตุผลสำคัญ 3 ประการคือ 1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึง 14 ล้านเครื่องในปี 2566 คาดว่าอัตราการใช้สมาร์ทโฟนจะสูงถึง 97% ภายในปี 2572 โดยพบว่าไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 65% ของขยะอันตรายจากชุมชน ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 450,000 ตันต่อปี ขยะจากโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต คิดเป็นประมาณ 25,200 ตัน แต่มีเพียง 21% เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่จีนสั่งห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2560 ทำให้ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าในไทยเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า โดยในปี 2564 ไทยนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 28 ล้านตัน ทำให้เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการออกกฎหมาย R2R ที่ก้าวหน้า</p>
<p>2.เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ทั่วโลกประสบปัญหาเงินเฟ้อ การทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้นานขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระดับโลก 25% และ3.เศรษฐกิจในประเทศ งานวิจัยในภาคส่วนต่างๆ พบว่ามี SMEรายย่อยจำนวนมาก แต่ประสบปัญหาในการซ่อม</p>
<p>รายงานฉบับนี้ได้เสนอข้อแนะนำสำคัญในการพัฒนากรอบการทำงานของ R2R ที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการห้ามการจับคู่ชิ้นส่วน (Parts Pairing) เพื่อให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น การกำหนดราคามาตรฐาน และการให้สิ่งจูงใจสำหรับธุรกิจซ่อมแซม ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)</p>
<p><strong>มร.เอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์</strong> กล่าวว่า การที่สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่กรกฎาคม 2567 พบว่าช่วยกระตุ้นให้คนอียูตื่นตัวในเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ ได้มีการใช้เวลาในการหารือตอบข้อสนองของผู้บริโภคเรื่องซ่อม ซึ่งสินค้าที่ใช้ส่วนใหญ่ในบ้านจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เมื่อชิ้นส่วนอุปกรณ์ตัวใดหนึ่งเสีย ไม่สามารถซ่อมได้ หรือค่าซ่อมแพง แสดงให้เห็นว่าในอียู นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วมีประเด็นค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย สามารถลดขยะ e-waste 20-30% และลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค 25%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38002" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04.jpg" alt="" width="700" height="466" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TEI-Right-to-Repair–R2R_04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p>ด้าน<strong>ดร.กฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต</strong> กล่าวว่า รายงานวิจัยฉบับใหม่นี้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการซ่อมกว่า 40 รายในกรุงเทพฯ โดยมีการสัมภาษณ์ในเชิงลึก ครอบคลุมตลาดใหญ่ เช่น MBK บิ๊กซี และโลตัส พบปัญหาสำคัญในระบบซ่อมแซมของไทย โดย 54% ของร้านซ่อมอิสระไม่มีคู่มือการซ่อม ขณะที่ 96% ไม่สามารถเข้าถึงอะไหล่จากศูนย์บริการหรือผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต “ความท้าทายในการซ่อม เครื่องมือในการซ่อม เป็นการเรียนรู้จากร้านซ่อม หรือถามจากช่างข้างร้าน อีกทั้งผู้ประกอบการร้านซ่อมรายย่อยยังประสบปัญหาความน่าเชื่อถือและความไม่ปลอดภัยในเรื่องข้อมูล  ถ้าสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ จะผลักดันให้สิทธิด้านการซ่อมได้การยอมรับมากขึ้น&#8221;<strong> ดร.กฤษฎา</strong> กล่าว</p>
<p>งานวิจัยนี้เผยแพร่ในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า” หรือที่รู้จักกันในชื่อ &#8220;เลมอน ลอว์&#8221; (Lemon Law) ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งช่วยชดเชยค่าเสียหายให้ผู้บริโภค โดยเชื่อว่าแนวคิด R2R ช่วยจุดประกายให้สังคมไทยตระหนักถึงการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>ทั้งนี้ รายงานฉบับเต็มได้ทำการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในโลกเกี่ยวกับนโยบาย R2R และได้เสนอข้อแนะนำที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในการพัฒนากรอบงานของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำในด้านการบริโภคที่ยั่งยืนและการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/">3 องค์กรชั้นนำเสนอภาครัฐรับรอง “สิทธิในการซ่อม” หวังลดขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-right-to-repair/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวสำคัญ!! สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย คลอดฉลาก “EPD” สร้างความเชื่อมั่นในการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม มอบความมั่นใจเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epd/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/epd/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 03:29:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[EPD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาก EPD]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34754</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI โดยฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จึงเดินหน้าพัฒนาแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนโยบายคุณภาพของฉลากเขียว ในการมุ่งมั่นรับรองผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงานที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล ปักธงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเดินหน้ามอบความเชื่อมั่นในการบริโภคที่ยั่งยืน ได้ทำการเปิดตัวฉลากใหม่ “EPD (Environmental Product Declaration)” หรือ ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ โดยฉลาก EPD เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3 มาตรฐาน ISO 14025 ซึ่งมีความสำคัญสำหรับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันการรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานที่ได้รับรองอย่างถูกต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคด้วยรายงานข้อมูลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และมีประโยชน์สำหรับผู้บริโภคในการศึกษาส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ โดยฉลากสิ่งแวดล้อมชนิดนี้เป็นการดำเนินงานด้วยความสมัครใจของผู้ประกอบการ โดยต้องวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามหลักการวิเคราะห์ ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epd/">ก้าวสำคัญ!! สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย คลอดฉลาก “EPD” สร้างความเชื่อมั่นในการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม มอบความมั่นใจเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI โดยฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จึงเดินหน้าพัฒนาแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนโยบายคุณภาพของฉลากเขียว ในการมุ่งมั่นรับรองผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงานที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล ปักธงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเดินหน้ามอบความเชื่อมั่นในการบริโภคที่ยั่งยืน ได้ทำการเปิดตัวฉลากใหม่ “EPD (Environmental Product Declaration)” หรือ ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์</strong></p>
<p><span id="more-34754"></span></p>
<p>โดยฉลาก EPD เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3 มาตรฐาน ISO 14025 ซึ่งมีความสำคัญสำหรับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันการรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานที่ได้รับรองอย่างถูกต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคด้วยรายงานข้อมูลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และมีประโยชน์สำหรับผู้บริโภคในการศึกษาส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ โดยฉลากสิ่งแวดล้อมชนิดนี้เป็นการดำเนินงานด้วยความสมัครใจของผู้ประกอบการ โดยต้องวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามหลักการวิเคราะห์ ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ หรือ Life Cycle Assessment (LCA) โดยมีหน่วยรับรองที่เป็นบุคคลที่ 3 ให้การรับรอง สำหรับฉลากนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้ผลิต อีกทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขอรับรองกับหน่วยงานต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของทั้งผู้ประเมินและผู้ผลิตภายในประเทศด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34756" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-02.jpg" alt="ดร.ฉัตรตรี ภูรัต" width="740" height="523" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-02-300x212.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-02-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-02-500x353.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ฉัตรตรี ภูรัต</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ การที่ผลิตภัณฑ์ได้การรับรองฉลาก EPD เป็นเครื่องยืนยันถึงการเป็นผู้ผลิตที่มีความมุ่งมั่นและจริงใจต่อผู้บริโภค ผ่านการสำแดงข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเลือกสิ่งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและตนเอง อีกทั้ง การที่มีหน่วยรับรองฉลาก EPD ในประเทศ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ผลิตในการยื่นขอการรับรองฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ภายใต้มาตรฐานที่ตรวจสอบได้และเป็นสากล”</p>
<p>ฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) คือ ฉลากที่บอกรายละเอียของผลิตภัณฑ์ถึงส่วนผสม รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment; LCA) โดยการประเมินค่าผลกระทบ นับตั้งแต่ การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่งสินค้า การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดซาก ซึ่งฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (EPD) จะแสดงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ในเชิงปริมาณ ได้แก่ การก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP), การลดลงของโอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ (ODP), การก่อให้เกิดความเป็นกรด (AP), การเพิ่มขึ้นของธาตุอาหาร (EP), การเกิดโอโซนในบรรยากาศชั้นโทรโปสเฟียร์ (POCP), การลดลงของทรัพยากรพลังงานที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ (ADP fossil fuels), การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (ADP elements) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนในการรับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริโภค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34757" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-03.jpg" alt="ประโยชน์ของฉลาก EPD" width="650" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-03.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-03-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-03-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/EPD-03-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p>สำหรับประโยชน์ของฉลาก EPD ที่นอกเหนือจากการรายงานข้อมูลต่างๆ ครบถ้วนและตรวจสอบได้แล้ว เพื่อให้ผู้บริโภครับทราบแล้วฉลาก EPD ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นศักยภาพการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกทางการตลาด และช่วยเพิ่มคะแนนในการขอรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design)</p>
<p><strong>สำหรับขั้นตอนการรับรองฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมผลิตภัณฑ์ EPD สามารถยื่นสมัครขอการรับรองพร้อมเอกสารจากผู้ทวนสอบที่ขึ้นทะเบียน โดยจะมีการประเมินตรวจสอบผลการคำนวณและเอกสารประกอบคำขอ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการอนุมัติให้การรับรอง สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย <a href="https://www.tei.or.th/th/index.php" target="_blank" rel="noopener">https://www.tei.or.th/th/index.php</a></strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epd/">ก้าวสำคัญ!! สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย คลอดฉลาก “EPD” สร้างความเชื่อมั่นในการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม มอบความมั่นใจเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/epd/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย” ตอกย้ำองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดงาน “มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วยฉลากเขียว” ชวนผู้ประกอบการ สร้างความยั่งยืนให้ภาคธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-sustainable/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-sustainable/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 03:02:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33058</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันการสร้างความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ภาคเอกชน ตื่นตัวและให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนผ่านเกณฑ์ของฉลากสิ่งแวดล้อม ก็ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากหลายสาเหตุ อาทิ การสร้างการรับรู้ที่ยังไม่ทั่วถึง การสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลากสิ่งแวดล้อมยังไม่เพียงพอ รวมถึงข้อเสนอหรือแรงจูงใจในการสนับสนุนการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมยังไม่เอื้ออำนวยต่อภาคเอกชนเท่าที่ควร ดังนั้น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ตอกย้ำการเป็นองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม ที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงรุก สู่การปฏิบัติร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ด้วยหลัก ธรรมาภิบาล จึงเดินหน้าเปิดเวทีเสวนา ในหัวข้อ “มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย ฉลากเขียว” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมบัญชีกลาง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-sustainable/">“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย” ตอกย้ำองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดงาน “มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วยฉลากเขียว” ชวนผู้ประกอบการ สร้างความยั่งยืนให้ภาคธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันการสร้างความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ภาคเอกชน ตื่นตัวและให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนผ่านเกณฑ์ของฉลากสิ่งแวดล้อม ก็ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากหลายสาเหตุ อาทิ การสร้างการรับรู้ที่ยังไม่ทั่วถึง การสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลากสิ่งแวดล้อมยังไม่เพียงพอ รวมถึงข้อเสนอหรือแรงจูงใจในการสนับสนุนการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมยังไม่เอื้ออำนวยต่อภาคเอกชนเท่าที่ควร ดังนั้น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ตอกย้ำการเป็นองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม ที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงรุก สู่การปฏิบัติร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ด้วยหลัก ธรรมาภิบาล จึงเดินหน้าเปิดเวทีเสวนา ในหัวข้อ “มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย ฉลากเขียว” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมบัญชีกลาง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและที่อยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้สำนักงาน ผลิตภัณฑ์กระดาษ และผลิตภัณฑ์ยานยนต์ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงประเด็น “ฉลากสิ่งแวดล้อมกับการส่งเสริมธุรกิจ ทิศทางการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Production) และการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption)” ทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติเพื่อที่จะพัฒนาการผลิตที่สะอาดและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล นำไปสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-33058"></span></p>
<figure id="attachment_33060" aria-describedby="caption-attachment-33060" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33060" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-02.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา และดร.ฉัตรตรี ภูรัต" width="740" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-33060" class="wp-caption-text">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา และดร.ฉัตรตรี ภูรัต</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ประเด็นปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกังวลและต่างผนึกกำลังร่วมมือเพื่อหาทางรับมือ โดยประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายไว้สามระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง ปี 2030 (พ.ศ.2573) ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% หากได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน และเทคโนโลยี ระยะที่สอง เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ในปี 2050 (พ.ศ.2593) และระยะที่สาม เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2065 (พ.ศ.2608) หลังเข้าร่วม COP26 ได้ประกาศเป้าหมายสำคัญคือประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ส่วนเรื่องการลดอุณหภูมิประเทศไทยอยู่ในทิศทางที่จะลดลงมาอยู่ระหว่าง 1.6-1.7 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย ในขณะเดียวกันการรณรงค์ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่การผลิตจนถึงการบริโภคในรูปแบบยั่งยืน ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายภาคส่วนตื่นตัวและให้ความสำคัญ โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในฐานะองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้าร่วมขับเคลื่อนนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว สู่การปฏิบัติร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ด้วยการเปิดเวทีเสวนาในครั้งนี้</p>
<p>“การแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือสภาพภูมิอากาศไม่ใช่หน้าที่หลักของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแต่ประชากรของโลกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ในฐานะสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มีหน้าที่เผยแพร่ชุดข้อมูล สร้างการตระหนักรู้ โดยเฉพาะ “ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม” ให้แก่ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชน ในการทำความเข้าใจ ให้รับรู้ถึงความหมายที่แท้จริง เพื่อผลดีของการเลือกซื้อ เลือกใช้สินค้าและบริการที่มีฉลากเขียวกำกับ”</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ฉัตรตรี ภูรัต</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่ไปกับการป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นฉลากเขียว ฉลากที่ออกให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ผ่านการประเมินและตรวจสอบว่าได้มาตรฐานทางด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยป้องกันรักษาธรรมชาติผ่านทางการผลิตและการบริโภค สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจึงสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ปลอดภัย และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของผู้ผลิตและผู้บริโภค พร้อมทั้งยังเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเขียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และเกิดผลลัพธ์คือความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33061" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-03.jpg" alt="มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วยฉลากเขียว" width="740" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-03-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TEI-Sustainable-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“การจัดงานมารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วยฉลากเขียว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นอีกเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย หากเราจะร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและตรงจุด ควรเริ่มที่การผลิตและการบริโภค เบื้องต้นเราอาจจะต้องถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ เพื่อชี้ให้เห็นข้อดีของการผลิตสินค้าและบริการที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจสำรวจกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการ และชักจูงให้ผู้ประกอบการผลิตและขอการรับรองฉลากเขียว ในขณะเดียวกันภาครัฐ ก็ได้มีพื้นที่แสดงนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของรัฐ ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่สำคัญเพื่อให้เกิดตลาดผลิตภัณฑ์สีเขียว ด้วยการกระตุ้นให้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังเร่งให้เกิดการแข่งขันในการปรับปรุงคุณภาพสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและส่งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ผู้ผลิตเองในระยะยาว”</p>
<p>ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บริโภค การสร้างความตระหนักรู้ และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเขียว ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งควรให้มีสื่อการสอนในชั้นเรียนมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่จะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เราควรปลูกฝังให้เด็กยุคดิจิทัลให้มีความเข้าใจอย่างแท้จริง ในขณะที่ภาครัฐควรมีข้อบังคับอย่างจริงจังในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กำหนดเป้า หรือกลุ่มสินค้าและบริการให้ชัดเจน <strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี การคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ อาจต้องใช้เวลา แต่ขณะนี้ทั่วโลกเริ่มตระหนักกันมากขึ้นแล้ว ทั้งการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์สันดาป เราแค่ต้องสื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่า การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว หรือองค์กรเดียว ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของคนทุกคน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-sustainable/">“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย” ตอกย้ำองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดงาน “มารักษ์กัน เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนด้วยฉลากเขียว” ชวนผู้ประกอบการ สร้างความยั่งยืนให้ภาคธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-sustainable/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมทีมเครือข่าย ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ฉลากสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mtec/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mtec/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jun 2023 02:57:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[SDG 12]]></category>
		<category><![CDATA[TIIS]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีโลหะ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27676</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ร่วมกันพัฒนาแนวทางประเมินผลกระทบผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดต้นทุนในกระบวนการผลิตลงมากที่สุด นายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม และคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ กล่าวว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 12 “ความต้องการผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อการบริโภคและการผลิต” (SDG 12) และการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว อีกทัั้งร่วมกันพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้ง 2 องค์กรด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ เสริมสร้างความรู้ด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งการร่วมกันพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และประยุกต์ใช้ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้กำหนดฉลากสิ่งแวดล้อมจะเป็นประโยชน์ที่ครอบคลุมการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยตามเป้าหมาย SDG 12 ทั้งนี้ การก้าวสู่การผลิตที่ยั่งยืนกับฉลากสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ผู้ผลิตทุกผลิตภัณฑ์สามารถช่วยบรรเทาปัญหา ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตได้ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mtec/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมทีมเครือข่าย ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ฉลากสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ร่วมกันพัฒนาแนวทางประเมินผลกระทบผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดต้นทุนในกระบวนการผลิตลงมากที่สุด</strong></p>
<p><span id="more-27676"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27677" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01.jpg" alt="ประเมินผลกระทบผลิตภัณฑ์" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-01-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม และคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ กล่าวว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 12 “ความต้องการผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อการบริโภคและการผลิต” (SDG 12) และการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว</p>
<p>อีกทัั้งร่วมกันพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้ง 2 องค์กรด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ เสริมสร้างความรู้ด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งการร่วมกันพัฒนาแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และประยุกต์ใช้ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้กำหนดฉลากสิ่งแวดล้อมจะเป็นประโยชน์ที่ครอบคลุมการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยตามเป้าหมาย SDG 12 ทั้งนี้ การก้าวสู่การผลิตที่ยั่งยืนกับฉลากสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ผู้ผลิตทุกผลิตภัณฑ์สามารถช่วยบรรเทาปัญหา ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิตได้ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง ช่วงอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ และการกำจัดซากของผลิตภัณฑ์นั้นๆในทุกขั้นตอน พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสภาพแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคสินค้าได้มีส่วนร่วมบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันได้</p>
<p>ด้าน กฤษดา ประภากร รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ กล่าวว่า ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ของ MTEC สวทช. จะนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่มีช่วยพัฒนาบุคลากรในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ให้มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการประเมินต้นทุนตลอดวัฏจักรชีวิต (LCC) และค่าการหมุนเวียนวัสดุ (MCI) เพื่อให้ได้แนวทางพัฒนาการประเมินและประยุกต์ใช้ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และใช้ในข้อกำหนดฉลากสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mtec/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมทีมเครือข่าย ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ฉลากสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mtec/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RSPO ประเทศไทย จับมือ 9 องค์กรภาคีหลัก ยกระดับการผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันไทยสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/rspo-tei/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/rspo-tei/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Nov 2022 09:10:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[RSPO]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24239</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดประชุมความร่วมมือและแถลงข่าวการพัฒนาเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Palm Oil Alliance : TSPOA) ร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อประกาศเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของภาคีผู้เกี่ยวข้อง ยกระดับด้านมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า การผลักดันตลาดปาล์มน้ำมันไทยสู่วิถีความยั่งยืนในระดับสากล โจเซฟ เดอ ครูช ประธานบริหารของ RSPO กล่าวว่าประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันหลัก 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งมีโอกาสในการยกระดับและเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันให้ก้าวสู่มาตรฐานที่ยั่งยืนได้มาก ดังนั้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/rspo-tei/">RSPO ประเทศไทย จับมือ 9 องค์กรภาคีหลัก ยกระดับการผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) </strong>ร่วมกับ <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) </strong>จัดประชุมความร่วมมือและแถลงข่าวการพัฒนาเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Palm Oil Alliance : TSPOA) ร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อประกาศเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของภาคีผู้เกี่ยวข้อง ยกระดับด้านมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า การผลักดันตลาดปาล์มน้ำมันไทยสู่วิถีความยั่งยืนในระดับสากล<span id="more-24239"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24242" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/RSPO-02.jpg" alt="RSPO ประเทศไทย จับมือ 9 องค์กรภาคีหลัก ยกระดับการผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันไทยสู่ความยั่งยืน" width="680" height="383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/RSPO-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/RSPO-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/RSPO-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/RSPO-02-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">โจเซฟ เดอ ครูช</span> ประธานบริหารของ RSPO</strong> กล่าวว่าประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันหลัก 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งมีโอกาสในการยกระดับและเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันให้ก้าวสู่มาตรฐานที่ยั่งยืนได้มาก ดังนั้น การมีเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนของประเทศไทย จะช่วยส่งเสริมฐานกำลังให้แข็งแกร่งต่อการผลักดันทั้งระบบห่วงโซ่การผลิตที่มีประสิทธิภาพของทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น  โดยRSPO ตระหนักดีว่าภาคีความร่วมมือต่าง ๆ เหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการขยายตลาดปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนให้เป็นบรรทัดฐานของประเทศไทยสู่สากล พร้อมมีความยินดียิ่งต่อการผนึกกำลังของกลุ่มบุคคลที่มาแสดงเจตนารมณ์พัฒนาเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนของประเทศไทย และพร้อมร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลังให้บรรลุเป้าหมายหลักของ RSPO ไปด้วยกัน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย </strong>กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มว่า เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคและบริโภค ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม จึงเป็นวัตถุดิบขั้นต้นของอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย และประเทศไทยก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่มีสัดส่วนในตลาดโลกไม่มากนัก ที่ผ่านมาส่งออกและได้การรับรองมาตรฐานยังดำเนินได้น้อย ส่วนใหญ่มุ่งใช้บริโภคภายในประเทศ การรวมตัวกันของภาคีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า เครือข่ายฯ นี้ จะเป็นพลังความร่วมมือในการส่งเสริมและเพิ่มความมั่นใจในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนให้เกิดการขับเคลื่อนและการปฏิบัติร่วมกันทั้งระบบ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูล องค์ความรู้เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความตระหนักในการผลิตและการใช้ประโยชน์ปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน การบริโภคสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงวาระแห่งชาติด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ในการใช้ทรัพยากรปาล์มน้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดของเสียให้น้อยที่สุดด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ</strong></span> <strong>รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง</strong> ในฐานะผู้แทนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ประธานในการประชุมความร่วมมือและแถลงข่าวการริเริ่มพัฒนาเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย กล่าวว่า กนป. มีหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันและเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือเพื่อพิจารณา เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ ที่ผ่านมา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานกรรมการ กนป. ได้ขับเคลื่อนโยบายปาล์มน้ำมันทุกมิติ บริหารจัดการดีมานด์และซัพพลายตามหลักเศรษฐศาสตร์ โดยเพิ่มความต้องการในการใช้ทั้งในส่วนของการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าและการนำไปใช้ผสมในน้ำมันดีเซลสำหรับยานยนต์ ส่งออกผลผลิตส่วนเกิน</p>
<p>นอกจากนี้ได้สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันขึ้นเมื่อปี 2563 โดยมอบหมายให้กระผมเป็นประธานอนุกรรมการ ปัจจุบัน กนป.ได้อนุมัติให้มีการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มใหม่ 8 ชนิด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายที่จะจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดโลก</p>
<p>“การดำเนินการตามแนวทาง RSPO มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ลูกค้าในตลาดเป้าหมายโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐ ที่เป็นสมาชิกเครือข่าย RSPO ยอมรับผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มใหม่จากปาล์มน้ำมันที่ปลูกในประเทศไทย การริเริ่มและพัฒนาเครือข่าย RSPO ในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถให้ทัดเทียมกับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์โอเลโอเที่สำคัญของโลกอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานกรรมการ กนป. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการบูรณาความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถการผลิตและใช้ประโยชน์ปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมต่อไป” พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อัสนี มาลัมพุช</span> ประธานเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทยและนายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม</strong><strong>คนแรก </strong><strong> กล่าวว่าพร้</strong>อมจะร่วมทำงานและขับเคลื่อนไปพร้อมกับองค์กรสมาชิกในการสานต่อเจตนารมณฺ์และความมุ่งมั่นของภาคีผู้เกี่ยวข้องในระบบห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มต่อการยกระดับด้านมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน ซึ่งการจะผลักดันอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มสู่วิถีความยั่งยืนในระดับสากล ได้นั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ตลอดจนโรงงานโอลีโอเคมี โรงงานไบโอดีเซล รวมไปถึงผู้บริโภคด้วย</p>
<p>สำหรับบทบาทและวัตถุประสงค์ของเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทยมี 5 เรื่องสำคัญที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนในช่วงแรกของการดำเนินงาน ได้แก่ 1) การประสานและขยายภาคีการผลิตและการใช้ประโยชน์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในทุกระดับ 2) การผนึกกำลังทุน หรือความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งของสมาชิกและเครือข่าย 3) ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและการใช้ประโยชน์จากปาล์มน้ำมันที่ได้รับมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน 4 ) เผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักในการผลิตและใช้ประโยชน์ปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน  และ 5) ส่งเสริมบทบาทการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการผลักดันนโยบายและกำหนดมาตรฐานการผลิตการใช้ประโยชน์ปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนของประเทศไทยสู่สากล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/rspo-tei/">RSPO ประเทศไทย จับมือ 9 องค์กรภาคีหลัก ยกระดับการผลิตและบริโภคปาล์มน้ำมันไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/rspo-tei/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TBCSD &#8211; ก.ล.ต. &#8211; TEI ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของภาคธุรกิจและประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-%e0%b8%81-%e0%b8%a5-%e0%b8%95-tei-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-%e0%b8%81-%e0%b8%a5-%e0%b8%95-tei-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2021 07:59:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19281</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 3 หน่วยงานหลักผ่านระบบออนไลน์ Zoom เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำพาธุรกิจสู่ความยั่งยืน โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-%e0%b8%81-%e0%b8%a5-%e0%b8%95-tei-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">TBCSD – ก.ล.ต. – TEI ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของภาคธุรกิจและประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ : สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 3 หน่วยงานหลักผ่านระบบออนไลน์ Zoom เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำพาธุรกิจสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-19281"></span></p>
<p><strong>โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19283 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477.jpg" alt="ดร. วิจารย์ สิมาฉายา" width="850" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529583477-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ในระดับเชิงนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ การพัฒนาและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในบทบาทที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ร่วมดำเนินงานกับองค์กรภาคธุรกิจของประเทศไทยในฐานะทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมมือกับองค์กรสมาชิก TBCSD และองค์กรพันธมิตรของ TBCSD ร่วมด้วยเครือข่ายต่าง ๆ ในการดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงจุดยืนของการเป็นผู้นำในภาคธุรกิจไทยด้านความยั่งยืนที่ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาของประเทศอันเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของสังคมไทยให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>“ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศ ได้แก่ วาระแห่งชาติ BCG และการมุ่งไปสู่คาร์บอนสุทธิ(Net Zero Emission) ในอนาคต นับได้ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต”<strong> ดร.วิจารย์</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19284 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965.jpg" alt="ประเสริฐ บุญสัมพันธ์" width="850" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529542965-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ด้าน<strong>ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานระหว่าง TEI และ TBCSD ร่วมกับ ก.ล.ต. เป็นการแสดงถึงการผนึกกำลังความร่วมมือที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อร่วมมือกันในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมขององค์กรภาคธุรกิจไทย โดยกว่า 2 ทศวรรษ TBCSD จากก้าวแรกถึงปัจจุบัน ผ่านระยะเวลากว่า 28 ปี องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาคธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน จำนวนสมาชิกกว่า 40 องค์กร ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย นอกจากองค์กรสมาชิก TBCSD แล้วนั้น TBCSD ยังได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในระดับสากล และระดับประเทศ ซึ่งในระดับสากล TBCSD เป็น Regional Network ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ World Business Council for Sustainable Developmentหรือ WBCSD ทำให้ TBCSD ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก รวมทั้ง มีองค์ความรู้และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยมีความยั่งยืน</p>
<p>ในระดับประเทศ TBCSD ยังได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรของ TBCSD จำนวน 4 หน่วยงานหลักของประเทศ ได้แก่ 1) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 3) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ 4) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจและประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้ง ช่วยขับเคลื่อนวาระแห่งชาติต่าง ๆ ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้หากบริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ได้ดำเนินการก็จะเป็นตัวอย่างและขับเคลื่อนในเครือข่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19285 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123.png" alt="รื่นวดี สุวรรณมงคล" width="850" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123.png 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123-300x169.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123-768x432.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1634529550123-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)</strong>กล่าวว่า ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศที่เกื้อหนุนให้ตลาดทุนไทยยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ โดยกำหนดให้ประเด็นความยั่งยืนเป็นหนึ่งในเรือธงของแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG) ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals : SDGs) รวมถึงได้มีการวางกรอบนโยบายในการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน<br />
ในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem)</p>
<p>สำหรับตลาดทุนไทย TEI TBCSD และ ก.ล.ต. ซึ่งมีนโยบายและการดำเนินงานที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในตลาดทุนไทยมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>“โดยจะร่วมมือกันสนับสนุนการสร้างและพัฒนาความยั่งยืนของตลาดทุนไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การดำเนินงาน และพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงร่วมรณรงค์และประชาสัมพันธ์กิจกรรมภายใต้ความร่วมมือให้ภาคธุรกิจในตลาดทุน เครือข่ายสมาชิก และหน่วยงานภาคีเครือข่ายรับทราบ ร่วมติดตาม และประเมินผลการดำเนินกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” <strong>รื่นวดี</strong> กล่าว</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ทางองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ได้กำหนดจัดงานสัมมนาประจำปี 2564 (TBCSD Annual Event 2021) : Vision 2050 ขึ้น ในวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 17.00 – 19.30 น. ในรูปแบบ Online โดยภายในงานดังกล่าวจะกล่าวถึงบทบาทขององค์กรพันธมิตรในการร่วมสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยร่วมกับ TBCSD ในโอกาสต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-%e0%b8%81-%e0%b8%a5-%e0%b8%95-tei-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">TBCSD – ก.ล.ต. – TEI ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของภาคธุรกิจและประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-%e0%b8%81-%e0%b8%a5-%e0%b8%95-tei-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา PM2.5 ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-pm2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-pm2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Dec 2020 03:14:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[Pure-Earth]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เพาะปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[วิลาวรรณ น้อยภา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหา PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15615</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมกับ Pure-Earth และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูกและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา PM2.5 ในประเทศไทย เพื่อสรุปผลการศึกษาและรวบรวมความคิดเห็นต่อการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก อันเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำร่างแนวปฏิบัติและข้อเสนอเชิงนโยบายฯ ให้เกิดความสมบูรณ์และถูกต้อง และจัดทำเอกสารเผยแพร่ใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนดำเนินงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเผาในพื้นที่เพาะปลูกทำให้เกิดผลกระทบจากฝุ่น ควัน และก๊าซอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต พืช ดิน และน้ำ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การเผาในพื้นที่โล่งจากวัสดุเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก เป็นปัจจัย 2 ในแหล่งกำเนิดและทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ รองจากแหล่งยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลที่พบได้ในเขตเมืองใหญ่ ดังนั้นผลในการสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูกในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองของประเทศในภาคเกษตร ทั้งในด้านแนวปฏิบัติและข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป นายเถลิงศักดิ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-pm2-5/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา PM2.5 ประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมกับ Pure-Earth และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูกและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา PM2.5 ในประเทศไทย เพื่อสรุปผลการศึกษาและรวบรวมความคิดเห็นต่อการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก อันเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำร่างแนวปฏิบัติและข้อเสนอเชิงนโยบายฯ ให้เกิดความสมบูรณ์และถูกต้อง และจัดทำเอกสารเผยแพร่ใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนดำเนินงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</strong><span id="more-15615"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15618" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wijarn-Simachaya.jpg" alt="วิจารย์ สิมาฉายา" width="600" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wijarn-Simachaya.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wijarn-Simachaya-300x249.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wijarn-Simachaya-150x125.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wijarn-Simachaya-500x415.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า การเผาในพื้นที่เพาะปลูกทำให้เกิดผลกระทบจากฝุ่น ควัน และก๊าซอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต พืช ดิน และน้ำ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การเผาในพื้นที่โล่งจากวัสดุเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก เป็นปัจจัย 2 ในแหล่งกำเนิดและทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ รองจากแหล่งยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลที่พบได้ในเขตเมืองใหญ่ ดังนั้นผลในการสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูกในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองของประเทศในภาคเกษตร ทั้งในด้านแนวปฏิบัติและข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15617" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Thalearngsak.jpg" alt="เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ" width="600" height="527" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Thalearngsak.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Thalearngsak-300x264.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Thalearngsak-150x132.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Thalearngsak-500x439.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ</strong></span> <strong>รองอธิการบดีกรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวว่า ปัจจุบัน ทส. ได้ปรับแผนการปฏิบัติตรวจแหล่งกำเนิด โดยบังคับให้ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งการเผาในที่โล่ง ได้แก่ การเผาขยะ เผาในพื้นที่ไร่นาหรือไร่อ้อย ขอให้งดการเผาที่โล่งในพื้นที่จังหวัดรอบกรุงเทพฯ พร้อมมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ผ่านศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) โดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งพร้อมจะบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนในรูปแบบ One Voice Team ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15619" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wilavan.jpg" alt="วิลาวรรณ น้อยภา" width="600" height="516" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wilavan.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wilavan-300x258.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wilavan-150x129.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/Wilavan-500x430.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาววิลาวรรณ น้อยภา</strong></span> <strong>หัวหน้าโครงการ</strong> กล่าวว่า จากผลการศึกษาในครั้งนี้ ได้มุ่งการจัดการที่ต้นเหตุหรือแหล่งกำเนิดในพื้นที่เพาะปลูก โดยมองว่าเป็นประเด็นที่ควบคุมและจัดการได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. การป้องกันและการลดการเผาในระบบการผลิตในพื้นที่ ตั้งเป้าหมายการทำเกษตรปลอดการเผา ลดการเผาและมุ่งประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตรทุกชนิด 2. ควบคุมและจัดระบบการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก จัดระเบียบการเผาและระบบแปลงให้เอื้อต่อเครื่องจักรแทนแรงงานคน 3. เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและลดการเผา มีฐานข้อมูลการเพาะปลูก</p>
<p><strong>ดังนั้น การมีระบบแบ่งปันเครื่องจักรกลทางการเกษตร จะช่วยจัดการผลิตพืชของเกษตรกรทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ให้เข้าถึงเครื่องจักรกลแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดการเผา ขณะเดียวกันก็ควรนำเอาแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในการลดการเผา เพื่อเพิ่มคุณค่าของเศษวัสดุ หมุนเวียนและนำกลับมาใช้ เพื่อลดการเกิดของสูญเปล่า และช่วยสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นได้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-pm2-5/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการสัมมนาการจัดการเผาในพื้นที่เพาะปลูก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา PM2.5 ประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89-pm2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2020 07:06:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[งานเสวนา]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ จรูญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคธุรกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สร้อยฟ้า ตรีรัตนนุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[สุวัฒน์ กมลพนัส]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13878</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ขึ้นภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563” (Thailand Research Expo 2020) ณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/">งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development หรือ TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute หรือ TEI) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ขึ้นภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563” (Thailand Research Expo 2020) ณ ห้อง Lotus Suite 9 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ที่สนใจได้เข้าใจ ถึงรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า BCG Economy Model ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของภาคเอกชนไทยในปัจจุบันว่ามีการขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรม อันนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต รวมถึงได้เข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศตามหลักการ BCG Economy Model</strong><span id="more-13878"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)</strong> กล่าวว่า องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ TBCSD เกิดจากการรวมตัวกันของภาคธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน กว่า 40 องค์กร ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยเกือบทุกกลุ่ม ซึ่ง TBCSD มุ่งมั่น “ส่งเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยมีความยั่งยืนและประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืน”รวมถึงประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย ปัจจุบันสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> หรือ <strong>TEI</strong> เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดำเนินงานในรูปแบบสถาบันวิชาการอิสระ เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือของภาคีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องการอนุรักษ์ การพัฒนาและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล อันเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในปี 2562 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้รับการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นหนึ่งในหน่วยงานคลังสมอง (Think Tanks) ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน</p>
<p>ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้ามผ่าน “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” และลดความ เหลื่อมล้ำ ดังนั้น ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยต้องอาศัยฐานความเข้มแข็งของประเทศที่มีความโดดเด่นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นผู้นำและยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่มาเสริมการดำเนินงานให้เกิดการก้าวกระโดดของการพัฒนาต่อยอด และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) ด้วยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Economy Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจหลัก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>BCG Model</strong> มีความสอดคล้องและตอบโจทย์ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติได้อย่างน้อยถึง 5 เป้าหมายจากทั้งหมด 17 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p><strong>BCG Economy Model</strong> ถือเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืนที่สำคัญ (BCG in Action : The New Sustainable Growth Engine) เนื่องจากมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนการจ้างงานรวม และครอบคลุม 4 สาขา คือ สาขาเกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าเป็น 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของ GDP ในอีก 5 ปีข้างหน้า<br />
BCG Economy Model จึงเป็นช่องทางและโอกาสที่ดีขององค์กรภาคธุรกิจไทย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ TBCSD จึงพร้อมขับเคลื่อนและสนับสนุนภาคธุรกิจในเรื่องนี้ การเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model” ในครั้งนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจากวิทยากร 4 ท่านจาก 4 หน่วยงานภาคเอกชนไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economy Model ได้แก่</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า BBGI ในฐานะบริษัทที่มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจทางด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพของกลุ่มบางจาก ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินธุรกิจการผลิต Biodiesel และ Ethanol เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้น BBGI ยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดธุรกิจภายใต้ BCG Economy Model เพิ่มเติม โดยได้นำเอาความรู้ทางด้าน Synthetic Biology ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในโลก เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเป็นการสอดรับกับนโยบายของรัฐที่ต้องการผลักดัน New S-Curve ด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุวัฒน์ กมลพนัส</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน อันได้แก่ การมีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ การกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจพร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศเติบโตไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของบริษัทฯ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สังคมและองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน มุ่งเน้นแผนและกลยุทธ์ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจ เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตใน 3 เสาหลักของธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) เคมีชีวภาพ (Biochemicals) และผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามแผนและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่วางไว้สู่การเป็น Leading Green Company และ Green Flagship ของกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และเป็นผู้นำของประเทศในการขับเคลื่อน Bioeconomy ควบคู่ไปกับการพัฒนาตามโมเดล BCG ของประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) (ประธานโครงการ PPP Plastics)</strong> กล่าวว่าแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน การนำโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงมาตรการต่างๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนแปลงจะต้องมาจากทั้งการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ (top down) และการสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภค (bottom up) ให้เกิดความเข้าใจและยอมรับในความสำคัญ กระบวนการและผลิตภัณฑ์ของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อประเทศก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพงศ์ จรูญเอก</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมปลูกฝังค่านิยมด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานภายในองค์กรให้มีส่วนร่วมต่อหลักการ Low Carbon and Green Society นอกจากนี้ ออริจิ้นฯ ได้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด SMART ECO ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น และยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นและพัฒนาโครงการอย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผู้พักอาศัยและชุมชนโดยรอบเป็นสำคัญ</p>
<p><strong>โดยมีนางสร้อยฟ้า ตรีรัตนนุกูล พิธีกรผู้ดำเนินรายการ Smart Energy ช่องไทยรัฐทีวี เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้วิทยากรแต่ละท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง BCG โมเดลได้ให้องค์ความรู้ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อน BCG Economy Model อันนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกของ TBCSD องค์กรธุรกิจอื่นๆ หน่วยงานของรัฐ นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานเสวนาฯ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/">งานเสวนา “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการขับเคลื่อน BCG Economy Model”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-bcg-economy-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&#8230;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jan 2020 06:45:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green People]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11889</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้นำต้นแบบยึดหลักพรหมวิหาร 4 ผู้ขับเคลื่อนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หากจะกล่าวถึงบุคคลผู้มีหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อม มีจิตใจรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่ กอร์ปกับความมีเจตนารมณ์ในการพัฒนาผลักดันองค์กรให้เกิดการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความสมดุลอันจะเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก บุคคลท่านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ที่ได้ร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอดการทำงาน นั่นคือ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้คร่ำวอดทางด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ร่วมผลักดันกฎหมายและกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย…</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้นำต้นแบบยึดหลักพรหมวิหาร 4 ผู้ขับเคลื่อนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม</h2>
<p><strong>หากจะกล่าวถึงบุคคลผู้มีหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อม มีจิตใจรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่ กอร์ปกับความมีเจตนารมณ์ในการพัฒนาผลักดันองค์กรให้เกิดการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความสมดุลอันจะเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก บุคคลท่านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ที่ได้ร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอดการทำงาน นั่นคือ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong><span id="more-11889"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> ผู้คร่ำวอดทางด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ร่วมผลักดันกฎหมายและกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งอดีตเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่เป็นองค์กรกลางและคลังสมองของประเทศด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี พร้อมกับการการปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งถือเป็นองค์กรชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลที่ยึดมั่นในความเป็นกลางบนพื้นฐานทางวิชาการ เพื่อร่วมสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ข้อมูลทางวิชาการ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนรัฐขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายของโลกในการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การพัฒนาและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศเกิดชึ้นอย่างสมดุลและได้มาตรฐาน เพื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลในระดับพื้นที่ การรณรงค์ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ สร้างความร่วมมือกับองค์กรหลักด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเครือข่ายระดับต่าง ๆ ในการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่อสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวนโยบายจากการบริหารองค์กรที่นำโดย ดร.วิจารย์ ในฐานะผู้บริหารองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความเป็นนักวิชาการ และหลักการบริหารงานที่ได้ยึดมั่นความถูกต้องตามหลักวิชาการ คุณงามความดีและซื่อสัตย์ และจะสามารถนำพาองค์กรก้าวหน้าไปตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11890 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon.jpg" alt="TEI" width="800" height="733" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon-300x275.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon-768x704.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon-150x137.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-Green-Carbon-500x458.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><strong>ดร. วิจารย์</strong> เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักวิชาการและนักบริหารสิ่งแวดล้อมในเชิงบูรณาการ สร้างเครือข่ายการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นผู้นำทางองค์กรสู่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการอุทิศตนอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเทในการจัดการสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดความรู้สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่เป็นต้นแบบของข้าราชการ ทั้งการวางตัว การถ่ายทอดความรู้ การสร้างเครือข่าย และการประกอบสัมมาชีพ เป็นที่ประทับใจของเพื่อนร่วมงานทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน จนได้รับรางวัลเกียรติคุณและประกาศเกียรติคุณด้านคุณงามความดีจากหน่วยงานต่าง ๆ มากกว่า 10 รางวัล ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 อาทิ รางวัล “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” จากสำนักงานข้าราชการพลเรือน รางวัล “คนดีศรี คพ.” จากกรมควบคุมมลพิษ รวมไปถึงได้รับการยกย่องให้เป็น “ศิษย์เก่าเกียรติยศ 100 ปี โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย” รางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “รางวัลเกียรติยศ ผู้ทำประโยชน์ ในวาระ 80 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล “คนดีศรีสะเกษ” จากเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ รางวัลที่ยืนยันถึงคุณความความดีและความซื่อสัตย์สุจริต คือ รางวัล “ผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ประจำปี 2558” จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ และรับรางวัลเกียรติยศโล่ห์และใบประกาศเกียรติคุณ “คนดีศรีอีสาน” ในปี 2558 และรางวัล “หนี่งในอีสาน ด้านส่งเสริมคุณธรรม” จากประธานเครือข่ายความดีงามภาคอีสาน ในปี 2560</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์</strong> เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2501 ที่บ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ บิดารับราชการครูประชาบาล มารดาประกอบอาชีพค้าขาย สำเร็จปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศนียบัตรชั้นสูง สาขาวิศวกรรมสุขาภิบาล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเข้ารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในปี 2528 และต่อมาได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลประเทศแคนาดาจนสำเร็จปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ที่ University of Guelph ประเทศแคนาดา ในปี 2541 นอกจากนี้ ดร.วิจารย์ ยังได้รับการยกย่องและการยอมรับทางด้านวิชาการและการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยจะเห็นได้จากการที่สภามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ต่าง ๆ มากมาย ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ จากวิทยาลัยเซาท์อีสบางกอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สิ่งแวดล้อมศึกษา) จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดสิ่งแวดล้อม) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาศาสตร์(นิด้า) ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ตามลำดับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11891 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD.jpg" alt="TEI &amp; TBCSD" width="800" height="727" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD-300x273.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD-768x698.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD-150x136.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/01/TEI-TBCSD-500x454.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>กองบรรณาธิการนิตยสาร <span style="color: #6cb742;">Green</span> <span style="color: #ff9900;">Network</span></strong> ได้รับเกียรติจาก <strong>ดร.วิจารย์</strong> ให้สัมภาษณ์พิเศษในเรื่องแนวนโยบายการดำเนินงานองค์กร รวมถึงแนวคิดในการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปอย่างไรบ้าง โดย <strong>ดร.วิจารย์</strong> กล่าวว่า ในปีใหม่เข้าสู่ พ.ศ. 2563 สถานการณ์มลภาวะและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยยังคงมีความน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะภาวะแห้งแล้งที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งค่า<strong>ฝุ่นละออง PM2.5</strong> จะยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพคนไทยและส่งผลต่อปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ปล่อยไอเสียจากรถยนต์ประกอบกับสภาวะอากาศปิด ที่จะก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศสูงขึ้น และสถานการณ์ปัญหาขยะพลาสติกส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งล้วนเกิดจากมนุษย์ที่ไม่มีจิตสำนึกในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ จึงนำมาซึ่งแนวนโยบายการขับเคลื่อนการงดและเลิกให้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการดำเนินงานเพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว หรือ Single-Use Plastic ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573</p>
<p>“<strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> ก็เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมบูรณาการดำเนินงาน โดยนโยบายในปี 2563 นี้ สถาบันฯ จะเป็นตัวกลางความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้ และความเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษที่เกิดขึ้น ซึ่งคงต้องเน้นมาตรการแก้ไขเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ มาตรการด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ การรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถสาธารณะมากขึ้น การรณรงค์ลดการใช้พลาสติกทุกรูปแบบด้วยการรีไซเคิ่ลให้เป็นกระบวนการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงจัดทำโครงการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม และมาตรการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในชุมชน โดยจัดกิจกรรมให้เยาวชนทุกระดับร่วมกันรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ในโรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาชุมชนของตนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้อง”</p>
<p>สำหรับผลการทำงานที่โดดเด่นของ <strong>ดร.วิจารย์</strong> ที่ผ่านมา เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ประกอบด้วย การจัดการมลพิษทางน้ำ ด้านการจัดการมลพิษทางอากาศ การจัดการขยะและของเสีย การจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ และการสร้างการมีส่วนร่วมด้านงานสิ่งแวดล้อม การจัดการคุณภาพน้ำในระบบพื้นที่ลุ่มน้ำร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ใน “โครงการพันธมิตรลุ่มน้ำท่าจีน” นับเป็นต้นแบบให้ขยายผลไปในพื้นที่อื่น ๆ ทำให้ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยมการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม 2 ปีซ้อน (ปี 2556 และปี 2557) จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ส่วนผลงานดีเด่นด้านการจัดการมลพิษทางอากาศ คือ การแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ โดยเน้นการเสริมสร้างบทบาทชุมชนในการแก้ไขปัญหาผ่านการดำเนินการโครงการ “ชุมชนมาตรฐาน หมู่บ้านปลอดการเผา การพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Air4Thai” เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแผนโรดแม๊ปอาเซียนปลอดหมอกควัน “ASEAN Transboundary Haze-Free Roadmap” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้อาเซียนปลอดจากหมอกควันภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งได้รับการยอมรับจากประเทศภาคีอาเซียน ขณะที่ผลงานด้านการจัดการขยะและของเสีย ได้ขับเคลื่อนผ่านแผนแม่บทบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย จนสามารถแก้ไขปัญหาการตกค้างของขยะสะสม การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการ การนำขยะไปผลิตพลังงาน การสร้างการรับรู้เพื่อลดขยะที่ต้นทาง เป็นต้น และได้เป็นผู้แทนประเทศไทยและระดับภูมิภาค ในการเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การได้รับเลือกเป็นผู้แทนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคในการเข้าไปร่วมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก ฉบับที่ 6 (Global Environment OutlooK 6) ขององค์การสหประชาชาติ โปรแกรมสิ่งแวดล้อม (UNEP) อีกด้วย</p>
<p>“แนวคิดในการบริหารองค์กร ผมมีแนวคิดในการบริหารโดยเน้นการมีส่วนร่วม และหุ้นส่วนการทำงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนทั่วไป บนพื้นฐานความรู้ ข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ เสนอแนะการขับเคลื่อนนโยบายในทิศทางที่ถูกต้อง สร้างสังคมและชุมชนให้เข้มแข็ง ร่วมมือทางวิชาการกับองค์การและสถาบันทั้งในและระหว่างประเทศ และทำงานอย่างโปร่งใส ในส่วนพนักงานของสถาบัน ก็มุ่งพัฒนาศักยภาพ ให้มีความสุขกับงาน และมีความสมดุลของงานรับผิดชอบกับชีวิตส่วนตัวและครอบครัวด้วย” <strong>ดร.วิจารย์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ที่สะสมมาของ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่ส่วนต่าง ๆให้มีการขับเคลื่อนทางนโยบาย ผ่านการทำงานด้านการบริการวิชาการ ที่ปรึกษางานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในระดับต่าง ๆ แผนแม่บทและยุทธศาสตร์การจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ และด้วยการยึดหลักแนวคิดของความเป็นนักบริหารงานที่ได้ทุ่มเทด้วยใจรัก และเป็นผู้นำที่ทำงานอย่างโปร่งใส ยึดหลักพรหมวิหาร 4 คือ ความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ยึดมั่นในคุณงามความดีแล้วนำมาบริหารองค์กรอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จึงเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะชนได้รับการยอมรับทั้งหน่วยงานภายในและองค์กรระหว่างประเทศว่าเป็นผู้นำต้นแบบ และเป็นนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง</strong></p>
<hr />
<p>Source: กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย…</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
