<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 05 Mar 2026 08:48:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไลอ้อน ประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ SBT ระยะที่ 3 ยกระดับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสู่เส้นทาง Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/lion-thailand-sbt-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 08:48:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SBT]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43375</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไลอ้อน ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมายาวนานกว่า 57 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ประกาศเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 3)” ภายใต้การดำเนินงานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสริมศักยภาพการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ สอดคล้องเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส สุรีรัตน์ รักดี ผู้จัดการบริหารความยั่งยืนองค์กรและตรวจสอบภายใน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนผู้บริหารของบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ กล่าวว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-thailand-sbt-net-zero/">ไลอ้อน ประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ SBT ระยะที่ 3 ยกระดับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสู่เส้นทาง Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ไลอ้อน ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมายาวนานกว่า </strong><strong>57 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ประกาศเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 3)” ภายใต้การดำเนินงานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสริมศักยภาพการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ สอดคล้องเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong> <img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43377" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02.jpg" alt="" width="640" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>สุรีรัตน์ รักดี ผู้จัดการบริหารความยั่งยืนองค์กรและตรวจสอบภายใน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย)</strong> <strong>จำกัด </strong>ผู้แทนผู้บริหารของบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 3) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ โดยยกระดับการบริหารจัดการ Scope 1,2 และ 3 มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับบริษัทร่วมทุน โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีแล้ว รวมถึงมีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร และการสร้างความร่วมมือกับ Supply Chain เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43378" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03.jpg" alt="" width="640" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ภายใต้กรอบการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานสากล SBTi และเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ SBT โครงการจะให้การสนับสนุนคำปรึกษาเชิงเทคนิค ครอบคลุมการให้ความรู้เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมาย Net Zero การนำเสนอข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) การจัดทำเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ตลอดจนแนวทางการทวนสอบและการเตรียมความพร้อมสู่การรับรองตามหลักเกณฑ์ของ อบก. รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ผ่านการสัมมนาและฝึกอบรม เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และใช้ประกอบการรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43379" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04.jpg" alt="" width="640" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/lion-thailand-sbt-net-zero_04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ไลอ้อนเชื่อมั่นว่าการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science Based Target: SBT) จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-thailand-sbt-net-zero/">ไลอ้อน ประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ SBT ระยะที่ 3 ยกระดับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสู่เส้นทาง Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 01:30:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน ฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33485</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย</strong></p>
<p><span id="more-33485"></span></p>
<p>สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว</p>
<p>ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากเดิมที่เคยเป็นอยู่ มนุษย์จะดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจ กับคำศัพท์ใหม่ๆ อย่างน้อย 2 คำ คือ <strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>) และ<strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>Carbon Footprint</strong>) ทั้ง 2 คำเป็นความเหมือนที่แตกต่าง ท่านที่สนใจ หรือเริ่มเรียนรู้เรื่องของคาร์บอน ควรศึกษาจากอินโฟกราฟิก ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานนี้ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมก่อนจะไปต่อ</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png" alt="สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-300x168.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-768x431.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p>1. สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเมื่อ พ.ศ. 2562 รวมทั้งสิ้น 372.8 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (TCO2e) คิดเป็น 0.88% ของ ทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับ 9 ของโลก เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ของโลก</p>
<p>2. คาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นจากภาคพลังงานสูงถึง 69.96% ภาคเกษตร 15.23% ภาคอุตสาหกรรม 38.3% และของเสีย 16.9% ดังนั้นจึงควรแก้ไขในส่วนที่ส่งผลกระทบมากเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ถนนทุกสายมุ่งมาลดคาร์บอนที่ภาคพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ รวมถึงน้ำมันที่ใช้กับ เครื่องบิน (SAF) ซึ่งถูกจับตาว่าสร้างมลพิษอย่างมากมาย สำหรับภาค เกษตรกรรม สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การปลูกข้าวที่ยังต้องใช้ระบบน้ำขัง ทำให้ เกิดก๊าซมีเทน สำหรับภาคอุตสาหกรรมถึงแม้จะมีตัวเลขค่อนข้างสูงเป็น อันดับที่ 2 แต่ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะมีมาตรการในการลดคาร์บอน เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออก สำหรับ ของเสีย ซึ่งรวมถึงขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรม ได้มีเทคโนโลยีการนำ ของเสียเหล่านี้มาใช้เป็นพลังงาน แถมยังอาจได้คาร์บอนเครดิตและ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลงอีกด้วย</p>
<p>กลไกการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ที่เราเรียกว่า T-VER ม กิจกรรมต่างๆ มากมาย ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ ฯลฯ โดยปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือ กักเก็บได้ เราเรียกว่า คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นคำที่เรา ต้องจำและเข้าใจไปตลอด อีกคำศัพท์ที่เราต้องทั้งจดทั้งจำไปตลอดกาล ก็ว่าได้คือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="740" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png 796w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-300x201.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-768x513.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-500x334.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>CF</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณรวม ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ และ ก๊าซมีเทน เป็นต้น ที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สามารถแยกออกได้เป็น 3 หัวข้อหลัก คือ 1. คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO) 2. คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product : CFP) 3. Carbon Footprint ของบุคคล รวมถึงด้านบริการด้วย โดยในบทความนี้จะขอกล่าว เฉพาะหลักๆ 2 หัวข้อ คือ CFO และ CFP ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมของ องค์กร ตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การขนส่ง ไปจนถึง การจัดการของเสีย โดยพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก ที่เราเรียก จนชินว่า สโคป (Scope) ดังนี้ (โปรดดูภาพประกอบเพื่อความ เข้าใจมากยิ่งขึ้น)</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 1</span> : การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ทางตรงขององค์กร (Direct Emissions) เช่น การประหยัด พลังงานใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ การใช้รถไฟฟ้า การจัดการของเสีย เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 2</span> : ทางอ้อม (Indirect Emissions) คือ การใช้พลังงานจากภายนอก โดยการซื้อเข้ามาใช้ ตัวอย่างเช่น ไฟฟ้า หรือไอน้ำ</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 3</span> : ทางอ้อมด้านอื่นๆ (Other Indirect Emissions) คือ กิจกรรมจากภายนอกตั้งแต่ต้นน้ำ (ก่อนเข้าสู่ โรงงาน) จนถึงกิจกรรมปลายน้ำ (ภายหลังออกจากโรงงาน)</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิต ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง ไปจนถึง การใช้งานและจัดการของเสีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33491" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="540" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-300x204.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-150x102.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-500x340.png 500w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 Scope เป็นเพียงการตรวจวัด ยังไม่ใช่วิธีการ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้ง 2 รูปแบบใช้วิธีการคำนวณ (ไม่สามารถชั่งตวง หรือวัดได้) ออกมาในรูปแบบของกรัม กิโลกรัม หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า (เช่น Kg CO2e) จึงมีคำถามว่า แล้วทำเพื่ออะไร คำตอบเข้าใจ ง่ายๆ ก็คือ ก๊าซเรือนกระจกใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ เปรียบเสมือนคนอ้วนน้ำหนักเกินที่ต้องหาวิธีลดส่วนเกิน หากเป็นมนุษย์ ก็อาจจะใช้วิธีลดอาหาร ออกกำลังกาย กินยา หาหมอ เป็นต้น ในโลกของ คาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (CF) ก็เช่นกัน การลดปริมาณคาร์บอนสามารถทำได้ หลากหลายวิธี หลากหลายกิจกรรมที่ต้องเรียนรู้ หากเราไม่ลดคาร์บอน ส่วนเกินได้ ในที่สุดก็จะต้องถูกเก็บภาษีตาม พ.ร.บ. ที่กำลังจะบังคับใช้ ในเร็วๆ นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33490 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png" alt="อาหารชนิดใดผลิตก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ?" width="504" height="641" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png 504w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-236x300.png 236w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-150x191.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-393x500.png 393w" sizes="(max-width: 504px) 100vw, 504px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เราลดหรือกักเก็บได้ โดยใช้กลไกของการลดก๊าซ เรือนกระจก เช่น การเปลี่ยนจากรถใช้น้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า เปลี่ยน เชื้อเพลิงหม้อไอน้ำ (Boiler) จากน้ำมันเตาเป็นชีวมวลและชีวมวล อัดแท่ง (Wood Pellets) โรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง RDF : Refuse Derived Fuel รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อขายคาร์บอน เครดิตทั้งหลายที่ต้องผ่านกลไกการตรวจประเมินและรับรองจาก TGO : องค์การจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ออกหนังสือรับรอง แล้วจึง จะนำมาซื้อขายสร้างรายได้หรือใช้ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในองค์กร นั่นเอง</p>
<p>คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คู่คล้ายคู่เคียง เราต้องเข้าใจและแยกให้ออก จึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ความเข้าใจแบบสามัญชนก็คือ คาร์บอนเครดิต ย่ิงมีมากย่ิงดี ขายเป็นทรัพย์สินได้ ส่วนคาร์บอนฟุตพร้ินท์ ยิ่งมาก ยิ่งไม่ดี เพราะอาจต้องเสียภาษีส่วนเกิน ถ้าคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงเกินไป แล้วต้องการลด สามารถไปขอซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลบได้ ซึ่งวิธีน้ี เราเรียกว่า การชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset)</p>
<p>เมื่อท่านอ่านถึงตรงนี้ คาร์บอนไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อกติกาโลก จากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ (COP) ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้เกิด ศัพท์ใหม่อีก 2 คำ คือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จึงทำให้ Carbon Credit และ Carbon Footprint เป็นยำใหญ่ผสม เครื่องแกงอีกมากมาย ท่านผู้อ่านต้องจำให้มั่นๆ ว่า Carbon Credit และ Carbon Footprint คืออะไรก่อน สำหรับคำศัพท์ที่ชวนเข้าใจยาก ต่อไปนี้ เป็นเรื่องควรรู้ แต่อาจไม่จำเป็นจะต้องลงลึกถึงขั้นคำนวณได้ เนื่องจากมีบริษัทที่ปรึกษามากมายพร้อมให้คำปรึกษา</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>CBAM</strong></span> (อ่านว่า ซี-แบม) ย่อมาจาก Carbon Border Adjustment Mechanism เข้าใจง่ายๆ คือ การเก็บภาษีคาร์บอนกับ สินค้าก่อนข้ามพรมแดนไปยังสหภาพยุโรป นอกเหนือจากภาษีนำเข้า หรือส่งออกตามปกติ</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว</strong></span> Utility Green Tariff (UGT) UGT1 หรือ UGT2 หรือ Renewable Energy Certificate (REC) (อ่านว่า เหร็ก) ทั้ง 3 รูปแบบเป็นวิธีการที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถซื้อไฟจาก พลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยผลิตอยู่ และผ่านการรับรองจาก TGO โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบใดที่เหมาะสมและมีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อต้องการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</p>
<p>3. <span style="color: #6cb742;"><strong>THAILAND Taxonomy</strong></span> มาตรฐานกลางสู่เศรษฐกิจ สีเขียว โดยแบ่งกลุ่มตามสีเพื่อแบ่งประเภทธุรกิจตามการใช้พลังงาน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จะอยู่ในกลุ่มสีเขียว ชีวมวลจะอยู่ ในกลุ่มสีเหลือง โรงไฟฟ้าอื่นๆ อาจเป็นสีเทา ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็น สีแดง เนื่องจากมาจากฟอสซิล เป็นต้น</p>
<p>การปลูกต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตควรมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ขึ้นไป มีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย มีความรู้ในการ ประเมินหรือว่าจ้างที่ปรึกษา มีความพร้อมในการว่าจ้างผู้ตรวจประเมิน โดยปกติต้นไม้จัดเก็บคาร์บอนไว้ที่ใบ 1% กิ่ง 11% ราก 26% และลำต้น 62% มีหลายหน่วยงานส่งเสริมด้านนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างงานแล้ว ยังเป็นการปลูกป่าอีกด้วย ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการเตรียมโครงการและค่าทวนสอบรับรองโครงการด้วย</p>
<p>เรื่องของคาร์บอนเครดิตและคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นเรื่องของ การรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลาน และเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ อยู่ที่ว่า เราจะยืนอยู่ตรงไหน มีรายละเอียดเชิงลึกมากมายที่เราต้องเรียนรู้ หากผู้อ่านทำความเข้าใจเบื้องต้นที่เขียนแบบเข้าใจง่ายๆ นี้ ก็จะ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ง่าย ซึ่งความจริงแล้ว ผู้บริหารหรือเจ้าของ กิจการก็อาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขั้นคำนวณราคาคาร์บอนเครดิตได้ ต้องขอขอบ<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณ วิวัฒน์ โฆษิตสกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด</strong> และ <span style="color: #6cb742;">สุริยัน สัมฤทธิ์</span> <strong>Sustainability Business Develop Manager บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย)</strong> จำกัด จากข้อมูลของ อบก. ประเทศไทยมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในโครงการ T-VER (ทั้งแบบ OTC และ FTIX) ในเดือนมีนาคม 2567 จำนวน 419,178 tCO2e มูลค่าซื้อขายสูงถึง 69,893,450 บาท</p>
<p>Carbon Credit and Carbon Footprint are new words which we should recognize and learn to understand. To make the long story short, the carbon footprint (CF) divides into 2 categories; Carbon Footprint Organization: CFO and Carbon Footprint Product: CFP. The CFO is divided into 3 scopes depending on how the carbon is generated. The CBAM becomes the new standards for everyone who wants to do business with European. In Thailand we starting the green electricity by developing UGT1, UGT2 and REC to buy and sell locally. Thailand also has the taxonomy to define business activities in colors. These colors may receive different privilege when acquire loans. Lastly, The TGO website states that 419,178 tCO2e (69,893,450 baht) is the amount of T-VER trading in 2024. (Summarized by Sarah Sunshine)</p>
<figure id="attachment_33488" aria-describedby="caption-attachment-33488" style="width: 276px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33488" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg" alt="ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี" width="276" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg 276w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-226x300.jpg 226w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-150x199.jpg 150w" sizes="(max-width: 276px) 100vw, 276px" /><figcaption id="caption-attachment-33488" class="wp-caption-text">ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</figcaption></figure>
<p>จากวิกฤตสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จำเป็นต้องลดปริมาณ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้นานาประเทศต้องร่วมมือกันและมุ่งสู่การปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายใน ค.ศ. 2050 กลไกตลาดเพื่อจูงใจให้ ทุกภาคส่วนลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ คาร์บอนเครดิต โดยคาร์บอนเครดิตคือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้จากการดำเนินโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถนำคาร์บอนเครดิตไปแลกเปลี่ยนหรือซื้อ-ขายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ สำหรับ ประเทศไทย มีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ซึ่งเป็น องค์กรภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานในการวิเคราะห์ กลั่นกรองและรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของ ประเทศไทย หรือ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) โครงการ ที่เข้าร่วมจะต้องเป็นโครงการที่เข้าข่ายด้านพลังงานทดแทน การขนส่ง ประสิทธิภาพ พลังงาน (Energy Efficiency) โรงงาน ของเสีย การใช้ที่ดิน (เกษตรและป่าไม้) การดักจับ กักเก็บ และการใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก 14 ประเภทนี้</p>
<h3>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามาถพัฒนาเป็นโครงการ T-VER ได้ ต้องเข้าข่าย ประเภทโครงการ ดังต่อไปนี้</h3>
<figure id="attachment_33489" aria-describedby="caption-attachment-33489" style="width: 707px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33489" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png" alt="โครงการลดก๊าซ เรือนกระจก" width="707" height="456" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png 707w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-300x193.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-150x97.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-500x322.png 500w" sizes="(max-width: 707px) 100vw, 707px" /><figcaption id="caption-attachment-33489" class="wp-caption-text">ที่มา : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของต่างประเทศที่ได้รับความนิยม เช่น VCS (Verified Carbon Standard) โดย Verra (USA), GS (The Gold Standard) โดย The Gold Standard Secretariat (Switzerland)</p>
<p>ปัจจุบันนี้ตลาดคาร์บอนมี 2 ประเภท ได้แก่ 1) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Market)</strong></span> คือ ตลาดคาร์บอนที่จัดตั้งขึ้น ตามการบังคับใช้กฎหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีรัฐบาลเป็นผู้ออกกฎหมายและกำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ เป็นตลาดสำหรับหน่วยงานที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าก็จะ ถูกลงโทษ ส่วนผู้ที่ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎหมายกำหนด และ 2) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอน แบบภาคสมัครใจ</strong></span> (Voluntary Carbon Market) คือ ตลาดคาร์บอนที่เกิดจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้มี กฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาบังคับจัดตั้ง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิตด้วยความสมัครใจ ไม่มีผลผูกพัน ตามกฎหมายแต่อย่างใด</p>
<p>สำหรับคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานไทยจากโครงการ T-VER ยังไม่เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นการซื้อขายในประเทศไทย เท่านั้น โดยสามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ 2 รูปแบบ คือ การซื้อขายในระบบทวิภาค (Over the Counter : OTC) เป็นการตกลงซื้อขายคาร์บอน เครดิตระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยไม่ผ่านตลาด และการซื้อขายผ่านแพล็ตฟอร์ม (Exchange Platform) เช่น “FTIX” ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผ่านการรับรองจาก อบก. แล้ว ปัจจุบันราคาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 107.64 บาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ส่วนในยุโรปราคา 80 ยูโร/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 122 มีนาคม – เมษายน 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายเดียวของไทย บริษัท VGI รับใบรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/vgi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/vgi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Aug 2023 04:31:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[The Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[VGI]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29520</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ วีจีไอ (VGI) ผู้นำการตลาด Offline-to-Online (O2O) โซลูชันส์ ผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เป็นบริษัทสื่อรายแรกและรายเดียวของประเทศไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ว่าเป็น “The Carbon Neutral” หรือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน จากการรับรองขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) เนื่องด้วย VGI เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาระดับโลกที่เราต่างกำลังประสบกับสภาวะวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากหลากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอันทำให้เกิดการบริโภคทรัพยากรและใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น VGI จึงแสดงเจตจำนงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนด้วยการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรจากขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีงบประมาณปี พ.ศ. 2565/66&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/vgi/">รายเดียวของไทย บริษัท VGI รับใบรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ วีจีไอ (VGI) ผู้นำการตลาด Offline-to-Online (O2O) โซลูชันส์ ผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เป็นบริษัทสื่อรายแรกและรายเดียวของประเทศไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ว่าเป็น “The Carbon Neutral” หรือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></p>
<p><span id="more-29520"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29522" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi.jpg" alt="The Carbon Neutral" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/vgi-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>จากการรับรองขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) เนื่องด้วย VGI เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาระดับโลกที่เราต่างกำลังประสบกับสภาวะวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากหลากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอันทำให้เกิดการบริโภคทรัพยากรและใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น VGI จึงแสดงเจตจำนงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนด้วยการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>โดยเริ่มจากการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรจากขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีงบประมาณปี พ.ศ. 2565/66 ซึ่งพบว่ามีบริษัทฯ มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด 2,093 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แบ่งเป็นปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct Emission) จำนวน 116 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect Emissions) จำนวน 1,977 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า VGI จึงมุ่งมั่นอย่างเสมอมาในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ผ่านการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานของบริษัทให้ชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น จนประสบความสำเร็จได้รับการรับรอง Carbon Neutral ซึ่งเป็นฉลากที่มอบให้กับองค์กรเพื่อรับรองว่าองค์กรมีการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการใช้พลังงานเท่ากับศูนย์</p>
<p>คุณเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่าการที่ VGI เป็นบริษัทสื่อรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง “The Carbon Neutral” ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา</p>
<p>ในการมีส่วนร่วมต่อการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง อีกทั้งยังเป็นการนำร่องช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิและก้าวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำต่อไปได้ในอนาคต ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งหน้าในการดำเนินการหรือสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆในอนาคต</p>
<p>โดยจะคำนึงถึงการอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการส่งมอบผลประโยชน์ที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/vgi/">รายเดียวของไทย บริษัท VGI รับใบรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/vgi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/methane/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/methane/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 06:34:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Semtex]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซมีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศแคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[วัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29362</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศแคนาดา เตรียมประกาศข่าวดี เมื่อลูกวัวฝูงแรกที่รัฐออนแทรีโอ ที่มีกำหนดตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลกปีหน้าพร้อมกับการช่วยโลกด้วยการลดปล่อยก๊าซมีเทน สำนักข่าว รอยเตอร์ส สื่อดังเมืองผู้ดี รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในฤดูใบไม้ผลิหน้า (มี.ค. &#8211; มิ.ย.) ลูกวัวของชาวแคนาดานามว่า เบน โลวิธ ซึ่งลูกวัวของเขาจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก และถือเป็นฝูงวัวหนึ่งในตัวแรกของโลกที่คลอดออกมาด้วยเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยคัดจากพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมของก๊าซมีเทนต่ำ ผสมเทียมกับวัวเพศเมีย 107 ที่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน &#8220;ตราบใดที่เราไม่เสียสละคุณสมบัติอื่นๆ การสืบพันธุ์แบบเลือกสรรเพื่อลดการปล่อยมลพิษดูเหมือนจะเป็นชัยชนะที่ง่ายดาย&#8221; ลอวิชญ์ ชาวนารุ่นที่สาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนผสมเทียมวัวในรัฐออนแทรีโอ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/methane/">ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศแคนาดา เตรียมประกาศข่าวดี เมื่อลูกวัวฝูงแรกที่รัฐออนแทรีโอ ที่มีกำหนดตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลกปีหน้าพร้อมกับการช่วยโลกด้วยการลดปล่อยก๊าซมีเทน</strong></p>
<p><span id="more-29362"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29366" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280.jpg" alt="cow" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำนักข่าว รอยเตอร์ส สื่อดังเมืองผู้ดี รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในฤดูใบไม้ผลิหน้า (มี.ค. &#8211; มิ.ย.) ลูกวัวของชาวแคนาดานามว่า เบน โลวิธ ซึ่งลูกวัวของเขาจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก และถือเป็นฝูงวัวหนึ่งในตัวแรกของโลกที่คลอดออกมาด้วยเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยคัดจากพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมของก๊าซมีเทนต่ำ ผสมเทียมกับวัวเพศเมีย 107 ที่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน</p>
<p>&#8220;ตราบใดที่เราไม่เสียสละคุณสมบัติอื่นๆ การสืบพันธุ์แบบเลือกสรรเพื่อลดการปล่อยมลพิษดูเหมือนจะเป็นชัยชนะที่ง่ายดาย&#8221; ลอวิชญ์ ชาวนารุ่นที่สาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนผสมเทียมวัวในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา กล่าว</p>
<p>ด้านนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปศุสัตว์กล่าวว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางพันธุกรรมที่มีอยู่ในเชิงพาณิชย์สามารถผลิตโคที่ปล่อยก๊าซมีเทนน้อยลง ซึ่งอาจช่วยลดแหล่งที่มาของก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพได้มากที่สุด การกรนของวัวเรอหรือขับลมเป็นแหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนออกมา</p>
<p>บริษัทซีเม็กซ์ (Semtex) ซึ่งเป็นบริษัทพันธุกรรมขายน้ําอสุจิวัว กล่าวว่า วัวตัวผู้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในการปศุสัตว์แคนาดาได้ราว 1.5% ต่อปี และสูงสุดถึง 20-30% ภายในปี 2050 ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มทำการตลาดกับขายน้ําอสุจิใน 80 ประเทศ ช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ทั้งฟาร์มในสหราชอาณาจักรและฟาร์มนมในสหรัฐอเมริกา รวมถึงสโลวะเกีย</p>
<p>ข้อมูลจาก : <a href="https://www.reuters.com/business/environment/climate-friendly-cows-bred-belch-less-methane-2023-08-08/">Reuters</a></p>
<p>ภาพจาก : <a href="https://pixabay.com/th/users/protocultura-8153034/?utm_source=link-attribution&amp;utm_medium=referral&amp;utm_campaign=image&amp;utm_content=5177251">Protocultura</a> จาก <a href="https://pixabay.com/th//?utm_source=link-attribution&amp;utm_medium=referral&amp;utm_campaign=image&amp;utm_content=5177251">Pixabay</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/methane/">ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/methane/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 08:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท WAVE BCG]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28677</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท WAVE BCG และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินการทางด้านคาร์บอนเครดิต เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 บริษัท WAVE BCG และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Operations Center) เพื่อสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการศึกษา วิจัย และให้ความร่วมมือด้านการวิจัยกับองค์กรและหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการดำเนินด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/">WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท WAVE BCG และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินการทางด้านคาร์บอนเครดิต</strong></p>
<p><span id="more-28677"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28678" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1.jpg" alt="Greenhouse Gas" width="750" height="445" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-300x178.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-768x456.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-150x89.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-500x297.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 บริษัท WAVE BCG และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Operations Center) เพื่อสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต</p>
<p>ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการศึกษา วิจัย และให้ความร่วมมือด้านการวิจัยกับองค์กรและหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการดำเนินด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate action) รวมถึง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero emissions) ภายในปี 2065</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28681" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU.jpg" alt="Greenhouse Gas" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>พิธีลงนาม MOU มีผู้แทนจากบริษัท WAVE BCG และคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเข้าร่วม โดยมีผู้ลงนาม ได้แก่ นาย เจมส์ แอนดริว มอร์ CEO ของ บริษัท WAVE BCG นายกิจชาญพิชญ์ สุกังวานวิทย์ กรรมการ WAVE Exponential นายสมิธร เหลี่ยมมณี ผู้อำนวยการโครงการ ของ บริษัท WAVE BCG ศาสตราจารย์ ดร.อนงฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ประมวล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พิพัฒน์ สายทอง รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ธีรวงศ์ เหล่าสุวรรณ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน</p>
<p>“เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจกร่วมกับคณาจารย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น” นายเจมส์ แอนดรูว์ มัวร์ CEO ของ WAVE BCG กล่าว “ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของเราเพื่อสร้างผลกระทบที่มีความหมายต่อการดำเนินการด้านสภาพอากาศและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”</p>
<p>ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจกคาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมีแผนสำหรับความคิดริเริ่มและโครงการต่างๆ ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/">WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนาธุรกิจแนวทาง ESG ผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ช่วยลดโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cpf-4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cpf-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 08:00:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28234</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถของคู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีมีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน ตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) โดยสนับสนุนให้บุคลากรของซีพีเอฟ และคู่ค้าธุรกิจมีศักยภาพในการผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ที่ช่วยลดโลกร้อนผ่านการดำเนินโครงการ “Partner to Grow..เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมมือกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ส่งเสริมและร่วมพัฒนาคู่ค้าธุรกิจของซีพีเอฟตามแนวทาง ESG มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-4/">ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนาธุรกิจแนวทาง ESG ผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ช่วยลดโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถของคู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีมีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน ตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard)</strong></p>
<p><span id="more-28234"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28236" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02.jpg" alt="สินค้าคาร์บอนต่ำ" width="750" height="425" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02-300x170.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02-768x435.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-02-500x284.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยสนับสนุนให้บุคลากรของซีพีเอฟ และคู่ค้าธุรกิจมีศักยภาพในการผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ที่ช่วยลดโลกร้อนผ่านการดำเนินโครงการ “Partner to Grow..เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมมือกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ส่งเสริมและร่วมพัฒนาคู่ค้าธุรกิจของซีพีเอฟตามแนวทาง ESG มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเติบโตด้วยกัน</p>
<p>ซีพีเอฟ และอบก. ร่วมจัดสัมมนาออนไลน์ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์..เครื่องมือผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ&#8230;สู่ Net Zero” เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่คู่ค้าธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs จำนวนกว่า 300 คน ให้มีความพร้อมในการบริหารจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ซึ่งได้รับเกียรติจากนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. เป็นประธานเปิดการสัมมนา และแนะนำความจำเป็นของภาคธุรกิจไทยต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการห่วงโซ่การผลิตอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28237" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01.jpg" alt="สินค้าคาร์บอนต่ำ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุด ด้านจัดซื้อกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นสนับสนุนและร่วมพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้าธุรกิจของซีพีเอฟ ยกระดับการดำเนินงานทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การร่วมมือกับ อบก. จัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดำเนินการภายใต้โครงการ “Partner to Grow…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจซีพีเอฟ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้มองเห็นโอกาสของการลงทุนที่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และก้าวสู่เป้าหมาย Net-Zero</p>
<p>“ความร่วมมือกับ อบก.จัดสัมมนาครั้งนี้ มุ่งให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการคู่ค้าธุรกิจของซีพีเอฟเข้าใจคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่การผลิต เป็นการช่วยสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และสร้างโอกาสเติบโตไปด้วยกัน” นางสาวธิดารัตน์กล่าว</p>
<p>ในการสัมมนา ผู้เชี่ยวชาญจากอบก. ถ่ายทอดความรู้ผู้ประกอบการได้เข้าใจและประยุกต์ใช้กลไกและเครื่องมือเพื่อประ เมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การบริโภค จนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์ นำไปสู่ความร่วมมือกันกำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถูกจุดและมีประสิทธิภาพ และพัฒนา “ผลิตภัณฑ์อาหารคาร์บอนต่ำ&#8221; ตอบรับความต้องการสินค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28238" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03.jpg" alt="สินค้าคาร์บอนต่ำ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ซีพีเอฟ-ร่วมมือกับ-อบก.-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ซีพีเอฟ ได้ริเริ่มโครงการ Partner to Grow เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้าธุรกิจยกระดับการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง ลดค่าใช้จ่าย มีความรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อมหนุนการเติบโตในระยะยาว ผ่านการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้าธุรกิจ โดยการดำเนินโครงการในช่วงแรกจะให้ความสำคัญกับคู่ค้าธุรกิจในกลุ่ม SMEs ตั้งแต่ โครงการ “เอส เอ็ม อี เอ็กซ์ ต้นทุนต่ำ นำรักษ์โลก” เสริมสร้างความรู้ให้คู่ค้า SMEs ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนตามแนวทาง Lean Six Sigma และ โครงการ Partnership Enhancement Program เป็นการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าที่มีความพร้อม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ของ CPF เพื่อร่วมกับคู่ค้าในการพัฒนาขีดความสามารถใน 4 ด้าน อาทิ ด้านต้นทุนการผลิต (Cost Effectiveness) ด้านปรับปรุงกระบวนการผลิตและนวัตกรรม (Process improvement /Innovation) ด้านความยั่งยืนเน้นแนวปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน และแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ ด้านการกำกับกิจการที่ดี นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีโครงการอื่นๆ เพื่อช่วยคู่ค้ามีแต้มต่อในการทำธุรกิจกับซีพีเอฟ ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ๆ มากขึ้น</p>
<p>ซีพีเอฟมุ่งมั่นร่วมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาคู่ค้าธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ ด้วยการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟและแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG (CPF Supply Chain ESG Management Approach) ควบคู่กับนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า นอกจาก โครงการ “Partner to Grow..เติบโต เคียงข้างอย่างยั่งยืน” ซีพีเอฟยังร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ ดำเนินโครงการ “CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง&#8230;เคียงข้างคู่ค้า” ช่วยสนับสนุนคู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อหมุนเวียนที่มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการบริหารจัดการธุรกิจของคู่ค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงให้ผู้บริโภคได้ต่อเนื่อง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-4/">ซีพีเอฟ ร่วมพัฒนาธุรกิจแนวทาง ESG ผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ ช่วยลดโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cpf-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทย จับมือ อบก. เซ็น MOU พัฒนาธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเดินหน้าสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kbank-tgo-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kbank-tgo-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 06:29:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อบก.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27226</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสิกรไทย จับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero ธนาคารกสิกรไทย จับมือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินงานตามแนวทางของธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด GO&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kbank-tgo-mou/">กสิกรไทย จับมือ อบก. เซ็น MOU พัฒนาธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเดินหน้าสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสิกรไทย จับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero</strong></p>
<p><span id="more-27226"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27227" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04.jpg" alt="พัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ธนาคารกสิกรไทย จับมือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27228" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02.jpg" alt="พัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินงานตามแนวทางของธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด GO GREEN Together ทั้งนี้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องคาร์บอนเครดิตมากนัก ทำให้ที่ผ่านมาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยจำกัดอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ แต่จากการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้ตลาดคาร์บอนเครดิตเริ่มคึกคักขึ้น โดยปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉพาะ 2 เดือนแรกของปี 2566 เติบโตมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ที่สนใจตลาดคาร์บอนเครดิตควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ธนาคาร ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีเจตนารมย์เดียวกับธนาคาร ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย มาร่วมกันศึกษาพัฒนาให้คนไทยเข้าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างสังคมสีเขียวไปด้วยกัน</p>
<p>นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กล่าวว่า อบก. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยมีบทบาทหลักคือการกำหนดมาตรฐาน การประเมินผลสำเร็จ ในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” รวมถึงบทบาทการพัฒนามาตรฐาน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า &#8220;คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8221; ทั้งในระดับบุคคล ระดับการจัดประชุม ระดับงานอีเวนต์ ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับองค์กรธุรกิจเอกชนและภาครัฐ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับเมือง และจังหวัด นอกจากนี้ อบก. ยังส่งเสริมให้เกิดกลไกในการนำคาร์บอนเครดิตที่มีมาตรฐานไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละภาคส่วนที่มีการปล่อยสูงกว่าเป้าหมายได้ โดยผ่านกลไกตลาดคาร์บอน อย่างไรก็ตามสาเหตุที่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายยังไม่สมดุลกัน อีกทั้งยังขาดสิทธิประโยชน์ที่เป็นแรงจูงใจ และมีข้อจำกัดทางกฎหมายกฎระเบียบที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ดังนั้น การได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยจึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยกันผลักดันให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำได้จริง เพื่อสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าสู่การเป็น Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27229" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03.jpg" alt="พัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการศึกษาและพัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน โดยจะร่วมกันศึกษาและพัฒนานวัตกรรม ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต รวมทั้งศึกษาการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เช่น ระบบบล็อกเชนเข้ามาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการขึ้นทะเบียน การซื้อขาย และการโอนถ่ายคาร์บอนเครดิต ให้มีความเหมาะสมแก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ได้แก่ องค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตในไทยแพร่หลายมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kbank-tgo-mou/">กสิกรไทย จับมือ อบก. เซ็น MOU พัฒนาธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเดินหน้าสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kbank-tgo-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2021 01:30:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อนเกิดจาก]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศสุดขั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19985</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของรูปแบบสภาพอากาศในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งคงอยู่เป็นเวลานับทศวรรษหรือยาวนานกว่านั้น โดยอาจมีสาเหตุหลายประการสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกิดจาก ภาวะโลกร้อน (Global Warming) จากการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) ในบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศอื่น ๆ อีกหลายประการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลทำให้มวลน้ำแข็งละลายและการระเหยเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทางกายภาพหลายประการเช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบสภาพอากาศ และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้เป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนกำลังปรากฏให้เห็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของรูปแบบสภาพอากาศในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งคงอยู่เป็นเวลานับทศวรรษหรือยาวนานกว่านั้น โดยอาจมีสาเหตุหลายประการสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกิดจาก ภาวะโลกร้อน (Global Warming) จากการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) ในบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์</strong><span id="more-19985"></span></p>
<p>การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศอื่น ๆ อีกหลายประการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลทำให้มวลน้ำแข็งละลายและการระเหยเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทางกายภาพหลายประการเช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบสภาพอากาศ และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้เป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนกำลังปรากฏให้เห็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายหลายประการต่อระบบนิเวศทางทะเล</p>
<h2>ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>น้ำทะเลอุ่นขึ้น</strong></span>: ภาวะโลกร้อนส่งผลให้มหาสมุทรดูดซับความร้อนส่วนเกินเกือบ 90% จากอากาศโดยรอบ ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น แม้ว่าความร้อนส่วนใหญ่จะถูกดูดซับในพื้นผิว แต่เนื่องจากอัตราการให้ความร้อนเพิ่มขึ้น ความร้อนจึงเข้าถึงน้ำทะเลในระดับลึกได้ นอกจากนี้มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นอาจนำไปสู่การเกิดพายุที่รุนแรงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแนวปะการัง การเจริญเติบโตของพืชทะเล และกระทบต่อการอยู่รอดของสัตว์ทะเล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19993" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming.jpg" alt="การละลายของธารน้ำแข็งจากภาวะโลกร้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเปลี่ยนแปลงของหิมะ น้ำแข็ง และพื้นน้ำแข็ง</strong></span>: การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิส่งผลโดยตรงต่อหิมะ น้ำแข็งในแม่น้ำและทะเลสาบ น้ำแข็งในทะเล ธารน้ำแข็ง แผ่นน้ำแข็ง และน้ำแข็งบนพื้นโลก อุณหภูมิพื้นผิวที่สูงขึ้นทำให้มวลน้ำแข็งลดลง ในการวัดมวลน้ำแข็งโดยดาวเทียมมของ NASA แสดงให้เห็นว่ามวลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์กำลังลดลงในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธารน้ำแข็งกำลังถอยห่างออกไปเกือบทุกแห่งทั่วโลก รวมทั้งเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาร็อกกี้ อะแลสกา และแอฟริกา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น</strong></span>: การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมีสาเหตุหลักมาจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง และการขยายตัวของน้ำทะเลเมื่ออุ่นขึ้น การสังเกตของดาวเทียมระบุว่าความสูงของทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราที่เร็วขึ้น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมีผลกระทบในทางลบต่อประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และส่งผลต่อการเกิดอุทกภัยและการเพิ่มขึ้นของพายุ</p>
<h2>การเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว</h2>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ</strong>นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านความถี่ ความรุนแรง ขอบเขตพื้นที่ ระยะเวลา และระยะเวลาของสภาพอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว สภาพอากาศสุดขั้วและสภาพอากาศเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสภาพอากาศหรือตัวแปรสภาพอากาศอยู่เหนือกว่าหรือต่ำกว่าค่าเกณฑ์ปกติของตัวแปร การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสภาพอากาศบางส่วน ได้แก่ จำนวนวันและคืนที่อากาศอบอุ่นเพิ่มขึ้น จำนวนวันและคืนที่หนาวเย็นลดลง ความถี่และความรุนแรงของอุณหภูมิที่ร้อนจัดในแต่ละวันเพิ่มขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบางอย่าง ได้แก่ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุเฮอริเคน และคลื่นความร้อนที่รุนแรง ที่จะไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นกำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19989" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from.jpg" alt="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดพายุที่ใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ตามรายงานล่าสุดจาก IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ภาวะโลกร้อนที่สูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสจะทำให้เกิดผลกระทบจากสภาพอากาศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น พายุที่ใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ตามมาด้วยความแห้งแล้งที่ยืดเยื้อและยาวนานยิ่งขึ้น ฯลฯ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>แตกต่างกันไปตามสถานที่ ตัวอย่างเช่นโซนขั้วโลกจะร้อนเร็วขึ้นเป็นสองเท่าของส่วนอื่น ๆ ของโลก แผ่นน้ำแข็งอาร์กติกอาจหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ</p>
<h2>อะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</h2>
<p>ความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดวงอาทิตย์เปล่งรังสีดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้น เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลตและแสงสว่าง พื้นผิวโลกดูดซับรังสีดวงอาทิตย์บางส่วนและสะท้อนส่วนที่เหลือเป็นรังสีคลื่นยาว รังสีสะท้อนบางส่วนหลุดออกจากพื้นผิวโลก และมีบางส่วนถูกดูดซับไว้โดยก๊าซ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน ก๊าซเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายกับเรือนกระจกและด้วยเหตุนี้จะเรียกว่าก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุดคือ คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ก็มี มีเทน ไนตรัสออกไซด์ ก๊าซฟลูออรีน ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน และเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน ซึ่งผลกระทบของก๊าซเหล่านี้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของก๊าซและศักยภาพในการทำให้โลกร้อน ก๊าซที่มี GWP สูงกว่าจะดูดซับความร้อนได้มากกว่า และทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นสูงกว่าก๊าซชนิดอื่น ๆ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น</p>
<p>อันที่จริงภาวะก๊าซเรือนกระจกเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลก (ไม่ให้หนาวเย็นจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่อาศัยได้) แต่ถ้าก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมีมากเกินไป ความร้อนก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่ภาวะโลกร้อนในที่สุด ซึ่งผลที่ตามมาของภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนสิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้น ภาวะโลกร้อนจึงเป็นภัยคุกคามสิ่งแวดล้อม และเสี่ยงต่อการอยู่รอดของพืช สัตว์และแม้แต่มนุษย์เอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19987" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide.jpg" alt="ารปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> เกิดได้ทั้งจากทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุณหภูมิผิดปกติที่สังเกตได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศเริ่มสูงขึ้น การที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการพลังงานมากขึ้น จึงต้องเร่งผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ (ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก) ส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 1.1°C ระหว่างปี ค.ศ. 1850-2017 การปล่อยมลพิษเหล่านี้สูงกว่าปริมาณที่วัฏจักรคาร์บอนตามธรรมชาติของโลกสามารถดักจับได้ แหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้นคือการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เกษตรกรรม และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล</strong></span>: การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมัน ได้เพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ การมีส่วนร่วมของเชื้อเพลิงฟอสซิลในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีมากที่สุดถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19992" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire.jpg" alt="การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เกษตรกรรม</strong></span>: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตรมาจากปศุสัตว์ เช่น วัว ดินทางการเกษตร และการผลิตข้าว คิดเป็นปริมาณ 10-15% ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน</strong></span>: การเผาป่าเพื่อการเพาะปลูก การขยายพื้นที่อุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ ของมนุษย์ได้เพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก ส่วนแบ่งของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดินในการปล่อยมลพิษทั้งหมด คิดเป็นปริมาณ 5-10% ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-ประเทศไทย/" target="_blank" rel="noopener">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง:</strong><br />
www.climate.selectra.com/en/environment/global-warming<br />
www.scienceabc.com/social-science/climate-change-definition-causes-and-effects.html</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2021 04:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[COP26]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP26]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญากลาสโกว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19781</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส (CMA3)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร</strong><span id="more-19781"></span></p>
<p>การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg" alt="การประชุม COP26" width="750" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-300x163.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-500x272.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคี<a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">ความตกลงปารีส</a> (CMA3) มีผู้นำจาก 117 ประเทศได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ประเด็นการเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP26</h2>
<ul>
<li>การกำหนดกลไกความร่วมมือสำหรับการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ</li>
<li>การกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeframe) ในการดำเนินงานตามเป้ามายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC)</li>
<li>การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>การกำหนดรูปแบบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory)</li>
<li>การรายงานความก้าวหน้าด้านการดำเนินงานของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด</li>
</ul>
<h2>บทบาทประเทศไทยในเวที COP26</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></span><strong> นายกรัฐมนตรี</strong> ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในห้วงการประชุม COP26 เพื่อแสดงเจตจำนงของกระเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategies : LT-LEDS) ของประเทศไทย รวมถึงประกาศเป้าหมาย<a title="ความเป็นกลางทางคาร์บอน" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/"><strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></a> (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ๆ ของโลกที่สามารถดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกรอบมาตรการในการดำเนินงานที่ชัดเจน</p>
<p>พร้อมกันนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายดอน ปรมัตถ์วินัย</strong></span><strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg" alt="พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" width="750" height="431" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทย</strong> ได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดแก่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมที่จะยกระดับการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 หากได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) เป็นร้อยละ 40 ได้และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงระบบนิเวศ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาประเทศ เนื่องจากเราไม่มี “แผนสอง” เพื่อเยียวยาสภาพภูมิอากาศ และเราไม่มี “โลกที่สอง” ที่เป็นบ้านของพวกเราได้เหมือนอย่างโลกใบนี้อีกแล้ว</p>
<h2>ปฏิญญาสำคัญ ที่ UK เชิญชวนให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมในระหว่างการประชุม COP26</h2>
<p>สหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะประธานการประชุม COP26 ได้เชิญชวนประเทศต่าง ๆ พิจารณาเข้าร่วมปฏิญญาสำคัญที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><strong>Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญากลาสโกว์</strong> แสดงความมุ่งมั่นของผู้นำที่จะร่วมกันหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี ค.ศ. 2030 เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน และหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าและความเสื่อมโทรมของที่ดิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>Global Coal to Clean Power Transition Statement</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญาการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินสู่พลังงานสะอาด</strong> มุ่งสู่การเปลี่ยนการใช้พลังงานจากพลังงานถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด โดย 1] เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดและศักยภาพการใช้พลังงาน 2] ยกระดับเทคโนโลยีและนโยบายภายในปี ค.ศ. 2040 (ภายใน 10 ปีนี้ สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่) 3] หยุดการออกใบอนุญาตและโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และภาครัฐหยุดสนับสนุนโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าถ่านหิน</p>
<p><strong>World Leader Summit Statement on the Breakthrough Agenda</strong></p>
<p>แสดงความตั้งใจของประเทศ ที่จะร่วมกันในระดับสากลเพื่อเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสะอาดและทางเลือกที่ยั่งยืนไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส โดยมีราคาที่เหมาะสม เข้าถึงได้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด การสร้างงาน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นทางเลือกแก่ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 2030 (ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า การขนส่งทางถนน เหล็ก และไฮโดรเจน)</p>
<p><strong>COP26 Declaration on Accelerating the Transition to 100% Zero Emission Cars and Vans</strong></p>
<p>ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรอื่น ๆ ตั้งใจเร่งการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งบรรลุตามเป้าหมายของความตกลงปารีส โดยจะร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกจำหน่ายยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2040 และภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับตลาดที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้</p>
<h2>นโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</h2>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 1</span></strong> ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)</p>
<p>ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>1.ลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจก<br />
2.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<br />
3.การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<br />
4.รับมือต่อโรคอุบัติใหม่/โรคอุบัติซ้ำจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 2</span></strong></p>
<ul>
<li>แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
<ul>
<li>เรื่องสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ 3 ผลักดันทุกภาคส่วนให้ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>เรื่องระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯ ประเด็นที่ 8 การปฏิรูปกฎหมาย (ร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ)</li>
</ul>
</li>
<li>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
<ul>
<li>ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการรับตัวฯ</li>
<li>กรอบแผนฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 10 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ และหมุดหมายที่ 11 การลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
</ul>
</li>
<li>นโยบายและแผนว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ 11 รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>แผนระดับ 3</strong></span></p>
<ul>
<li>แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก 20.8% จากกรณีปกติ ณ ปี 2030</li>
<li>แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 รายสาขา ในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรม/น้ำเสียอุตสาหกรรม และการจัดการของเสีย</li>
<li>แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ด้านการปรับตัวฯ การลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขีดความสามารถ</li>
<li>แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ด้านการจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg" alt="ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality)" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>มาตรการสำคัญในการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission)</h2>
<p><strong>พลังงานและขนส่ง</strong></p>
<ul>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน / ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น Electric Vehicles (EV), Carbon Capture and Storage (CCS), Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS), Bio-Energy with CSS (BECCS)</li>
<li>เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้าและความร้อน</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคไฟฟ้า</li>
<li>พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านนโยบาย 4D1E</li>
<li>ใช้พลังงานทดแทนในยานยนต์ (เอทานอลและไบโอดีเซล)</li>
</ul>
<p><strong>กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์</strong></p>
<ul>
<li>การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ดในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและคอนกรีตผลสมเสร็จ และการใช้เทคโนโลยีในการลดการปล่อย CO₂ ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์</li>
<li>การจัดการมีเทน (CH4) ในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม</li>
<li>ปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants)</li>
<li>การจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม โดยเพิ่มการผลิตก๊าซชีวิภาพจากน้ำเสียอุตสาหกรรมด้วยการนำก๊าซมีเทนกลับมาใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p><strong>ของเสีย</strong></p>
<ul>
<li>การจัดการขยะชุมชน เช่น
<ul>
<li>ลดปริมาณขยะ</li>
<li>นำก๊าซจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (Landfill Gas) ไปเผาทิ้ง หรือนำไปใช้ประโยชน์</li>
<li>นำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก (Composting)</li>
</ul>
</li>
<li>การจัดการน้ำเสียชุมชน
<ul>
<li>เพิ่มการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบ</li>
<li>เพิ่มจำนวนระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>การเกษตร</strong></p>
<ul>
<li>จัดการมูลสัตว์ และการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์</li>
<li>การทำเกษตรแบบยั่งยืน</li>
<li>การปลูกพืชแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ</li>
</ul>
<p><strong>ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong></p>
<ul>
<li>ปลูกป่าและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</li>
<li>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</li>
<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</li>
<li>ป้องกันการบุกพื้นที่ป่าและการเผาป่า</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19820 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Greenhouse-Gas-Emissions-e1637296766614.jpg" alt="ก๊าซเรือนกระจก" width="750" height="422" /></p>
<h2>บัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</h2>
<p>ข้อมูลจากการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System : TGEIS) คำนวณตามคู่มือ IPCC2006 พบว่า ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 354,357.61 GgCO₂eq และปล่อยสุทธิ (รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 263,223.46 GgCO₂eq โดยแบ่งเป็น</p>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์<br />
</strong>จำนวน 31.531.41 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์แร่ 18,968.93 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มเคมี 11,970.64 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มอื่น ๆ 591.84 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร</strong><br />
จำนวน 52.158.70 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มปลูกข้าว 26.639.52 GgCO₂eq</li>
<li>การปล่อยก๊าซ N2O ทางตรงจากดินเกษตร 8,42.98 GgCO₂eq</li>
<li>ระบบย่อยอาหารของสัตว์ 8,477.89 GgCO₂eq</li>
<li>อื่น ๆ 8,615.31 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสีย</strong><br />
จำนวน 16.771.89 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มระบบบำบัดน้ำเสีย 8,310,24 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มการจัดการขยะ 8.139.72 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากจากภาคพลังงาน</strong><br />
จำนวน 253.895.61 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>การผลิตไฟฟ้า/ความร้อน 108,238.60 GgCO₂eq</li>
<li>คมนาคมขนส่ง 68,260.17 GgCO₂eq</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้าง 49.538.34 GgCO₂eq</li>
<li>การรั่วไหล 10.684.61 GgCO₂eq</li>
<li>อื่นๆ 16.993.90 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p>โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ -91,134.15 GgCO₂eq แบ่งเป็น จากกลุ่มพื้นที่เพาะปลูกยังคงเป็นพื้นที่เพาะปลูก -73,457 GgCO₂eq และกลุ่มป่าไม้ที่ยังคงเป็นป่าไม้ &#8211; 25,117 GgCO₂eq</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg" alt="ป่าไม้" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>การดำเนินงานในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติ 113.23 ล้านไร่ (ร้อยละ 35) พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 48.42 ล้านไร่ (ร้อยละ 15) และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 16.17 ล้านไร่ (ร้อยละ 5)</p>
<p><strong>ปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 102.04 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 11.29 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 1,2) ป่าชุมชน ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน พื้นที่ ส.ป.ก. ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง/นิคมสหกรณ์ เป็นต้น</p>
<p><strong>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 32.65 ล้านไร่ ตั้งเป้าปลูกป่าเพิ่ม 15.99 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในส่วนของพื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 3,4,5) สวนป่าของ อ.อ.ป. พื้นที่ ส.ป.ก. ในเขตป่าสงวน พื้นที่ปลูกยางพารา และพื้นที่เอกชน (ที่ดินกรรมสิทธิ์) เป็นต้น</p>
<p><strong>พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</strong></p>
<p>ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท ทุกจังหวัด รวมทั้งประเทศให้ได้ 3 ล้านไร่</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าตามข้อมูลข้างต้นทั้ง 3 เป้าหมายแล้ว ยังได้กำหนดมาตรการ/เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเผาป่าด้วย ซึ่งศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิของภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่จำนวนทั้งสิ้น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂eq) ในปี พ.ศ. 2580</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #ffffff; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ปฏิญญากลาสโกว์ ผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong><br />
<strong>(Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use)</strong>ในส่วนของการเข้าร่วมปฎิญญากลาสโกว์นั้น เนื่องจาก UK ประสานงานเชิญชวนให้เข้าร่วมปฏิญญาฯ ในเวลากระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทัน ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถลงนามเข้าร่วมปฏิญญาฯ ได้ในการประชุม COP26อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยพร้อมเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าว เพื่อหยุดตัดไม้ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผส.) ในฐานะ UNFCCC National Focal Point จะเร่งประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงต้องวิเคราะห์ข้อดี/ข้อเสีย ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างรอบคอบ เพื่อพิจารณาการเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวของประเทศไทย ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>คาร์บอนเครดิต และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและดูแลป่า</h2>
<h3>คาร์บอนเครดิต คืออะไร</h3>
<p>&#8220;<strong>คาร์บอนเครดิต</strong>&#8221; คือ ตัวเลขปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้จากโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่าอนุรักษ์ การปลูกป่าเศรษฐกิจ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน (CCS) ฯลฯ ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปแลกเปลี่ยนหรือ ซื้อ-ขายได้ โดยต้องมีการเปลี่ยนหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19822" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg" alt="ป่าไม้ แหล่งพื้นที่สีเขียว" width="750" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></h2>
<p>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คือ กลไกลภายในประเทศที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการฯ มีระบบขึ้นทะเบียนการตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบบัญชี T-VER Credits ให้แก่ผู้ดำเนินโครงการ หรือผู้ซื้อ-ผู้ขายคาร์บอนเครดิต</p>
<h3>มาตรการส่งเสริมการปลูก รักษาและพื้นฟูป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</h3>
<ul>
<li>ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูก บำรุงอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2564)</li>
<li>ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน 2564)</li>
</ul>
<p>ภาคเอกชนผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าต้องขึ้นทะเบียนกับโครงการ T-VER ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ของรัฐ โดยผู้พัฒนาโครงการฯ จะได้รับการแบ่งปันปริมาณคาร์บอนเครดิตร้อยละ 90 และหน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ ร้อยละ 10 หรือตามตกลง</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>รวบรวมข้อมูลจาก:</strong></p>
<p><a href="https://www.onep.go.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a> (FB <a href="https://www.facebook.com/onep.gov.th/" target="_blank" rel="noopener">@onep.gov.th</a>)<br />
ข้อมูลโดย กองประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2021 03:24:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19324</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราอยู่ในสังคมเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ และใช้ชีวิตได้ยากมากหากปราศจากเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมงพอตื่นขึ้นมาเราก็มี นวัตกรรมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ ๆ เกิดขึ้นแล้ว แน่อนเมื่อมีของใหม่ย่อมต้องมีของเก่า และของเก่าก็แปรสภาพกลายเป็นขยะไป แต่ทั้งของใหม่และของเก่าก็จะต้องผ่านกระบวนการผลิตเสียก่อนถึงจะเกิดขึ้นได้ และกระบวนการ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดอันตรายในระดับร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้ นั่นคือก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งภาวะโลกร้อนมันอันตรายร้ายแรงแค่ไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร เราลองมาทำความเข้าใจคร่าว ๆ กันก่อนครับ ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/">ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราอยู่ในสังคมเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ และใช้ชีวิตได้ยากมากหากปราศจากเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมงพอตื่นขึ้นมาเราก็มี นวัตกรรมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ ๆ เกิดขึ้นแล้ว แน่อนเมื่อมีของใหม่ย่อมต้องมีของเก่า และของเก่าก็แปรสภาพกลายเป็นขยะไป แต่ทั้งของใหม่และของเก่าก็จะต้องผ่านกระบวนการผลิตเสียก่อนถึงจะเกิดขึ้นได้ และกระบวนการ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดอันตรายในระดับร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้ นั่นคือก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งภาวะโลกร้อนมันอันตรายร้ายแรงแค่ไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร เราลองมาทำความเข้าใจคร่าว ๆ กันก่อนครับ</strong><span id="more-19324"></span></p>
<figure id="attachment_19658" aria-describedby="caption-attachment-19658" style="width: 635px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19658 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1.jpg" alt="ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)" width="635" height="462" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1.jpg 635w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-500x364.jpg 500w" sizes="(max-width: 635px) 100vw, 635px" /><figcaption id="caption-attachment-19658" class="wp-caption-text">ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)</figcaption></figure>
<p><strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> (Greenhouse Gas หรือ GHG) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีอินฟาเรดได้เป็นอย่างดี มีหน้าที่สำคัญในการรักษาระดับอุณหภูมิของโลก ซึ่งก๊าซเรือนกระจกนี้เป็นองค์ประกอบส่วนนึงของก๊าซชนิดต่าง ๆ ในชั้นบรรยากาศโลก โดยหน้าที่หลัก ๆ คือ ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวันทำให้อุณหภูมิบนโลกไม่สูงจนเกินไป แล้วค่อย ๆ คายรังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิของโลกไม่ลดลงจนเข้าสู่สภาวะหนาวเย็นจนสิ่งมีชิวิตอาศัยอยู่ไม่ได้ ซึ่งถ้าปราศจากก๊าซเรือนกระจกเวลากลางวันอุณหภูมิบนโลกเราจะสูงหลายร้อยองศา และจะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเป็นติดลบหลายสิบองศาในเวลากลางคืน แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบนี้จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกตอนนี้สูญพันธุ์ในทันที ดังนั้นก๊าซเรือนกระจกจึงมีความสำคัญมาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19329" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster.jpg" alt="การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงาน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ซึ่งก๊าซเรือนกระจกจะมีประโยชน์มากถ้ามันอยู่ในระดับที่ปรกติ แต่ในปัจจุบัน ได้เกิดการสะสมของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมากกว่าปรกติ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกโดยสาเหตุหลัก ๆ คือเกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้เกิดสภาวะที่เราไม่สามารถระบายรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ออกไปได้อย่างปรกติ จนทำให้อุณหภูมิของโลกค่อย ๆ สูงขึ้นจนส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมของโลก หรือที่เราเรียกว่าสภาวะโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19327" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect.jpg" alt="ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้โลกร้อนเพิ่มขึ้น" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ก๊าซเรือนกระจกตามธรรมชาติจะประกอบไปด้วย ไอน้ำ (H<sub>2</sub>O) เป็นหลัก ที่เหลือก็จะเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) โอโซน (O<sub>3</sub>) มีเทน (CH<sub>4</sub>) และไนตรัสออกไซด์ (N<sub>2</sub>O) รวมกันแล้วจะไม่ถึงร้อยละหนึ่งของชั้นบรรยากาศในยามปรกติ แต่ในปัจจุบันสัดส่วนของก๊าซเหล่านี้เพิ่มขึ้นหลายเท่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นน้ำมันและถ่านหิน ซึ่งปัจจัยหลักคือ รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตไฟฟ้า รวมถึงเวลาเผาสิ่งต่าง ๆ ก๊าซมีเทน (CH<sub>4</sub>) จากการบำบัดน้ำเสีย การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ • ไนตรัสออกไซด์ (N<sub>2</sub>O) จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการเผาป่า จะสังเกตเห็นได้ว่า การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ เพิ่มปริมาณมากขึ้น แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุหลักของการใช้พลังงานฟอสซิล? ผมว่าหลายท่านคงนึกออก ใช่แล้วครับ รถยนต์นั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19333" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry.jpg" alt="ขยะอิเล็กทรอนิกส์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>แต่ในวันนี้เราจะไม่พูดถึงปัญหาที่เกิดจากรถยนต์ แต่จะพูดถึงปัญหาที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวหน้าไปอย่างมากและส่วนประกอบสำคัญคือชิ้นส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และในกระบวนการการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมากมายมหาศาลอย่างที่เราคิดไม่ถึง.. โดยเริ่มจาก • ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF<sub>3</sub>) เป็นก๊าซที่เกิดจากการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือวงจรขนาดเล็ก • ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF<sub>6</sub>) เป็นก๊าซโพพิแลนต์ไม่มีกลิ่น นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิล็กทรอนิกส์ การผลิตเซอร์กิตเบรกเกอร์ และสวิตช์เกียร์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้าแรงสูง ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน(PFCs) และก๊าซ์ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) อันนี้สำคัญมากเพราะเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นจากมนุษย์เท่านั้น ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในระบบทำความเย็นต่าง ๆ สำหรับก๊าซ์ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน ในส่วนของ ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน จะเกิดจากการผลิตสารกึ่งตัวนำ</p>
<p>จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน และปริมาณของ<strong>ขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong>จำนวนมากที่กำลังจะแตะ 60 ล้านตันต่อปีภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าโดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญเป็นขยะที่ยากต่อการทำลายเพราะประกอบไปด้วยสารอันตรายชนิดต่าง ๆ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท บริลเลียม อาร์เซนิก (สารหนู) และแบเรียม ซึ่งทุกชนิดส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวและจัดว่าเป็นพิษไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ การกำจัดขยะประเภทนี้จึงมีอันตรายและมีค่าใช้จ่ายที่สูง การช่วยจัดการปัญหา<strong>ขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong>มีหลัก ๆ อยู่สองวิธีคือ การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) การใช้ซ้ำเช่นการซ่อมแซมแล้วบริจาคให้ผู้อื่นเพื่อไปใช้ต่อ ส่วนการรีไซเคิล จะเป็นการแยกส่วนประกอบและวัตถุที่มีค่าภายในออก เช่น เงิน ทองคำขาว และทองแดง ออกมาเพื่อนำกลับไปผลิตซ้ำ หรือเอาไปผลิตอุปกรณ์อย่างอื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19328 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones.jpg" alt="โทรศัพท์มือถือ หนึ่งในขยะอิเล็กทรอนิกส์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>สิ่งที่พวกเราพอจะช่วยกันได้นอกจากการใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) ยังมีอีกทางคือยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกไป ซึ่งในปัจจุบันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือถือว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอายุการใช้งานระยะสั้น และเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์แอบแฝงจากต่างประเทศในรูปแบบสินค้ามือสอง เพราะการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์มีต้นทุนสูงกว่าการกำจัดขยะทั่วไป จึงใช้วิธีการส่งต่อไปยังประเทศอื่นในรูปแบบสินค้ามือสอง สำหรับอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะอยู่ที่ราว ๆ 5 ปี ในขณะที่โทรศัพท์มือถืออายุการใช้งานจะอยู่ที่ราว ๆ 2 ปี หรือสั้นกว่านั้นราว ๆ 6 &#8211; 12 เดือนสำหรับบางคน ในจุดนี้เราคงไปห้ามเรื่องรสนิยมหรือความชอบไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนคำนึงถึงผลที่ตามมาเนื่องจากกระบวนการผลิตของสินค้าเหล่านี้ อย่างน้อยก็คิดทุกครั้งก่อนที่จะซื้อ หรือคิดที่จะทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายครับ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/">ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2021 03:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[การปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตเนื้อวัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มของอุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18583</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยงานระหว่างรัฐบาลของสหประชาชาติถึงกับกล่าวว่า ‘การจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิ ที่ 1.5 °C แทบจะไม่น่าเป็นไปได้’ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน กรุงเทพมหานคร: 18 สิงหาคม 2564 รายงานการประเมินประจำปีของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change- IPCC) ซึ่งเผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้การอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลุกเป็นไฟ โดย IPCC เชื่อว่าหากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับมหัพภาคให้ทันท่วงที การจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ 2 องศาเซลเซียส จะเป็นไปไม่ได้เลย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน่วยงานระหว่างรัฐบาลของสหประชาชาติถึงกับกล่าวว่า ‘การจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิ ที่ 1.5 °C แทบจะไม่น่าเป็นไปได้’ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน</strong></p>
<p>กรุงเทพมหานคร: 18 สิงหาคม 2564 รายงานการประเมินประจำปีของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change- IPCC) ซึ่งเผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้การอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลุกเป็นไฟ โดย IPCC เชื่อว่าหากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับมหัพภาคให้ทันท่วงที การจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ 2 องศาเซลเซียส จะเป็นไปไม่ได้เลย<span id="more-18583"></span></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างของสภาพภูมิอากาศไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายพันปี และการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสร้างผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไข่ได้ <span style="color: #6cb742;"><strong>ผานเหมา ไจ่</strong></span> (Panmao Zhai) <strong>ประธานร่วมของคณะกรรมการ IPCC</strong> กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาคบนโลกแล้วในหลายๆ ด้าน และการเปลี่ยนแปลงก็มีแต่จะเกิดบ่อยขึ้นพร้อมกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18585" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg" alt="น้ำท่วมจากวิกฤติโลกร้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>รายงานคาดว่าจะมีคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้น ฤดูร้อนยาวนานขึ้น และฤดูหนาวสั้นลง ฝนตกอย่างหนักจะทำให้เกิดอุทกภัย ในขณะที่หลายๆ ภูมิภาคจะประสบภัยแล้งรุนแรง รายงานกล่าวเตือนถึงระดับน้ำทะเลซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระบบนิเวศน์ในมหาสมุทรจะถูกคุกคามจากน้ำที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น การกลายเป็นกรดของน้ำทะเล และระดับออกซิเจนที่ลดลง</p>
<p>“การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อาจนำไปสู่หายนะซึ่งคาดว่าเกิดจากวิกฤต<a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> ซึ่งจะเกิดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ เช่น น้ำท่วมในเยอรมนีและเบลเยียมที่คร่าชีวิตผู้คนไป 209 คน และในจีนอีก 33 คน ภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และคลื่นความร้อนที่คร่าชีวิตผู้คน 815 คนในแคนาดา” กล่าวโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>ชิสากัญญ์ อารีพิพัฒน์</strong></span>, <strong>ผู้จัดการโครงการท้าลอง 22 วัน จาก ซิเนอร์เจีย แอนิมอล องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ</strong> ซึ่งทำงานในลาตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อส่งเสริมการเลือกอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18586" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg" alt="น้ำแข็งขั้วโลกละลายจากวิกฤติโลกร้อน" width="680" height="340" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-300x150.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-150x75.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-500x250.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<h3>ป้องกันความเสียหายในอนาคต</h3>
<p>ขณะนี้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แนะนำว่าต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต เพราะหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึง 2 องศาเศลเซียสจะมีผลกระทบต่อการเกษตรและสุขภาพ</p>
<p>นักวิจัยคาดการณ์ว่าการผลิตอาหารปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าหนึ่งในสี่ของของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในโลก โดยปศุสัตว์และการประมงปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 31% ของปริมาณดังกล่าว “เพื่อลดคาร์บอนฟุ๊ตปริ้นท์ เราต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งรวมถึงในระดับบุคคลด้วย หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่แต่ละคนจะทำได้เพื่อลดผลกระทบคือการลดหรืองดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด&#8221; <strong>ชิสากัญญ์</strong> กล่าว</p>
<p>การลดการผลิตและบริโภคอาหารที่ทำจากสัตว์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมาก ก๊าซมีเทนยังเป็นหนึ่งในข้อกังวลหลักซึ่งระบุไว้ในรายงานของ IPCC เนื่องจากมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและภาคปศุสัตว์ นอกจากนี้ ก๊าซมีเทนยังส่งผลกระทบในระยะยาวมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า</p>
<p>เมื่อพูดถึงการปศุสัตว์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ตัวอย่างเช่น การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น ถั่วเหลือง ในขณะที่ก๊าซมีเทนส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยอาหารของสัตว์ในการปศุสัตว์</p>
<p>เนื้อวัวที่ผลิตได้แต่ละกิโลกรัมปล่อยก๊าซเรือนกระจก 60 กิโลกรัม ชีสหนึ่งกิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 21 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการผลิตเต้าหู้ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชในน้ำหนักที่เท่ากันแล้ว การผลิตเนื้อวัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ 20 เท่า ส่วนชีสปล่อยก๊าซเรือนกระจก มากกว่าเต้าหู้ 7 เท่า การผลิตนมวัว 1 กิโลกรัมปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 2.8 กิโลกรัม ในขณะที่นมถั่วเหลืองปริมาณเท่ากันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น</p>
<p><strong>ซิเนอร์เจีย แอนิมอล</strong> ขอเชิญชวนทุกคนให้ลองปรับพฤติกรรมการบริโภค หันมาเริ่มไลฟ์สไตล์ใหม่ ที่ยั่งยืนและดีต่อโลกมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนอาหารเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราขอเชิญให้คุณเข้าร่วมโครงการ ท้าลอง 22 วัน และบริโภคอาหารจากพืชเป็นเวลา 22 วัน โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารพร้อมเคล็ดลับ และสูตรอาหารอร่อยๆ เป็นเวลา 22 วัน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ www.thaichallenge22.org</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2021 06:53:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Think Green]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อนด้วยมือเรา]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อนอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤติโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16951</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้นออกมาเป็นระยะ หนึ่งในนั้นคือรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่ออกมาเตือนถึงหายนะทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลทำให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา กลายเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือกว่า 170 ปีมาแล้ว จากข้อมูลพบว่าระหว่างปี 2011-2020 ถือเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุด และระหว่างปี 2015-2020 เป็นช่วง 6 ปีที่ร้อนที่สุดของโลก และคาดว่าในอนาคตโลกยังคงจะร้อนขึ้นได้อีก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้นออกมาเป็นระยะ หนึ่งในนั้นคือรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่ออกมาเตือนถึงหายนะทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลทำให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา กลายเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือกว่า 170 ปีมาแล้ว จากข้อมูลพบว่าระหว่างปี 2011-2020 ถือเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุด และระหว่างปี 2015-2020 เป็นช่วง 6 ปีที่ร้อนที่สุดของโลก และคาดว่าในอนาคตโลกยังคงจะร้อนขึ้นได้อีก อย่างน้อยปีละ 1 องศาเซลเซียส</strong><span id="more-16951"></span></p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ</strong> (<strong>Climate Change</strong>) นั้น ส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรมของมนุษย์เอง ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม และในระดับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวบุคคล ส่งผลทำให้ปริมาณ<strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> (<strong>Greenhouse Gases</strong>) ในชั้นบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้<strong>ภาวะเรือนกระจก</strong> (<strong>Greenhouse Effect</strong>) รุนแรงกว่าที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ และส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น ที่เรียกว่า <strong>ภาวะโลกร้อน</strong> (<strong>Global warming</strong>) ซึ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดสภาพอากาศรุนแรง เช่น คลื่นความร้อน ความแห้งแล้ง และ น้ำท่วม โดยในปัจจุบันความแห้งแล้งทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าใน 30 ปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า จนกลายเป็นวิกฤติโลกร้อน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทุกๆ ชีวิตบนโลก ไม่เว้นแม้แต่ตัวมนุษย์เอง</p>
<p>กระแสความกังวลเกี่ยวกับ<strong>ภาวะโลกร้อน</strong> จึงกลายเป็นหนึ่งในกระแสหลักที่ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญ และหลายฝ่าย อาทิ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ และองค์กรในประเทศ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ต่างออกมารณรงค์ให้มีการตะหนักถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งออกมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยกัน<a title="ชุมชนคาร์บอนต่ำ…กุญแจสำคัญ “ลดโลกร้อน”" href="https://www.greennetworkthailand.com/ชุมชนคาร์บอนต่ำ/">ลดโลกร้อน</a></p>
<p>นอกจากความร่วมมือระดับองค์กรแล้ว แรงสนับสนุนจากคนตัวเล็กๆ จากประชาชนคนทั่วไปอย่างเราๆ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้เช่นกัน ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของคนทั้งโลก เราจะมีวิธีการช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไรบ้าง? ในบทความนี้ กรีน เน็ตเวิร์ค ขอนำเสนอ 14 วิธีการช่วยโลกอย่างไม่ยาก ด้วย 2 มือของเราเอง ดังนี้</p>
<h2>14 วิธีแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ลดโลกร้อน ที่คุณทำได้ด้วยตัวเอง</h2>
<ol>
<li><strong>สนุบสนุนการใช้พลังงานสะอาด</strong> ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมในบ้านของคุณเอง พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดที่ดีที่สุด เพราะกระบวนการผลิตไม่มีขั้นตอนในการปล่อยคาร์บอน แต่ทั้งนี้การจะเลือกใช้พลังงานแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสถานที่ตั้งของที่อยู่อาศัยของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย คุณสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อฟ หรือแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านของคุณได้ เป็นต้น</li>
<li><strong>ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง</strong> คุณสามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ง่ายๆ เพียงแค่เปลี่ยนสิ่งที่คุณกิน คุณสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมากโดยการกินเนื้อสัตว์น้อยลง เลือกอาหารในท้องถิ่นและมาจากธรรมชาติเมื่อเป็นไปได้ และซื้ออาหารที่มีบรรจุภัณฑ์น้อย</li>
<li><strong>ประหยัดการใช้น้ำ</strong> การประหยัดน้ำที่บ้านเป็นอีกวิธีหนึ่งในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำไมนะเหร้อ? เนื่องจากน้ำสะอาดและส่งจ่ายไปยังบ้านเรือนต่างๆ นั้น ต้องผ่านการผลิตและได้รับการบำบัด ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวใช้พลังงานจำนวนมาก</li>
<li><strong>เลือกรถที่ประหยัดน้ำมัน หรือ ไม่ใช้น้ำมัน</strong> คุณสามารถเลือกได้ที่จะซื้อรถที่ประหยัดน้ำมัน หรือ การใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการไปทำงาน หรือเลือกใช้การขี่จักรยาน หรือเดินเท้าหากเป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ทั้งหมดนี้เป็นทางเลือกที่ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศและทำให้โลกของเราร้อนขึ้นได้</li>
<li><strong>ใช้ซ้ำ ลดการซื้อของใหม่</strong> วัตถุทั้งหมดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า หนังสือ และเฟอร์นิเจอร์ล้วนมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอย่างหนึ่งคือคาร์บอนฟุตพรินต์ของสินค้า ซึ่งแสดงถึงพลังงานที่ใช้ในการผลิตวัสดุ การผลิตสินค้าและการขนส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง พลังงานดังกล่าวอาจเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจนกว่าการผลิตจะขับเคลื่อนโดยแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ การซื้อของน้อยลง จึงเป็นวิธีที่ดีในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน</li>
<li><strong>รีไซเคิล</strong> การรีไซเคิลสามารถช่วยหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้จริงๆ นั่นเป็นเพราะวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ มักใช้พลังงานน้อยกว่าและทำให้เกิดมลพิษน้อยกว่าการใช้วัตถุดิบใหม่</li>
<li><strong>อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ</strong> หากคุณเป็นเจ้าของบ้าน การลองติดตั้งตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ เทอร์โมสตัทอัจฉริยะ เพื่อเรียนรู้กิจวัตรของคุณ และปรับอุณหภูมิในบ้านของคุณเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดค่าไฟในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการปล่อยมลพิษได้ด้วย</li>
<li><strong>ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน</strong> การเปลี่ยนหลอดไฟสามารถส่งผลกระทบได้ จากข้อมูลจากต่างประเทศ หากทุกครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนหลอดไฟธรรมดาเพียงหลอดเดียวเป็น CFL หรือหลอดไฟ LED จะเท่ากับการลดปริมาณการใช้รถยนต์บนท้องถนนกว่า 1 ล้านคัน</li>
<li><strong>ฉลากประหยัดพลังงาน</strong> มองหาฉลากประหยัดพลังงาน เมื่อต้องซื้อสินค้าในหมวดหมู่ที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สำนักงานและอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลง</li>
<li><strong>การตรวจสอบพลังงาน</strong> ทำสิ่งที่เรียกว่า “การตรวจสอบพลังงาน” เพื่อประหยัดเงินและพลังงานในบ้านของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยตัวคุณเอง หรือจ้างบริษัทที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ค้นหาการรั่วไหลของอากาศ พิจารณาการระบายอากาศ ตรวจสอบฉนวน ตรวจสอบอุปกรณ์ทำความร้อนและความเย็น ตรวจสอบระบบแสงสว่าง ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น เพื่ออัพเกรดแก้ไขปัญหาหลังจากการตรวจสอบพลังงาน เป็นอีกหนึงวิธีที่สามารถช่วยคุณประหยัดเงินและปรับปรุงความสะดวกสบายในบ้านของคุณได้ด้วย</li>
<li><strong>การประหยัดค่าพลังงาน</strong> วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการป้องกันบ้าน รวมถึงการอัพเกรดเปลี่ยนแปลงหลังการตรวจสอบพลังงาน ตามข้อที่ [10.] อาทิ เช่น การแก้ไขปิดรอยที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของอากาศ การเปลี่ยนฉนวน การเลือกใช้ฉนวน วัสดุผนังของบ้านที่ช่วยป้องกันความร้อนและช่วยการระบายอากาศได้ดีขึ้น การซ่อมแซมแก้ไขอุดรูรั่วซีลแอร์ ทำให้เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ทำงานน้อยลง การตรวจสอบระบบแสงสว่าง เพื่อเปลี่ยนหลอดไส้ประหยัดพลังงานด้วยหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (CFL) หรือไดโอดเปล่งแสง (LED) และการเปลี่ยนแก้ไขท่อน้ำในจุดที่ชำรุดเสียหาย เป็นต้น ทั้งหมดนี้ช่วยประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้</li>
<li><strong>ทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ เศษอาหาร</strong> จากข้อมูลของ EPA มลพิษมีเทนประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์มาจากเศษอาหารที่ฝังกลบ แต่หากนำเศษอาหารและของเหลือที่เป็นขยะอินทรีย์เหล่านั้นมาทำเป็นปุ๋ยหมัก จะช่วยลดการปล่อยก๊าซและช่วยปกป้องดินได้ด้วย</li>
<li><strong>ปลูกต้นไม้</strong> ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนออกจากอากาศ และช่วยรักษาสภาพอากาศให้คงที่ ต้นไม้ช่วยลดโลกร้อนได้</li>
<li><strong>กระจายข่าว รณรงค์ ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการลดโลกร้อน</strong> คุณสามารถช่วยรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน และลดโลกร้อน ตัวอย่างเช่น การบอกต่อข้อมูลจากบทความนี้ให้คนในครอบครัวของคุณทราบ หรือส่งต่อแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียของคุณ เพื่อให้เพื่อนๆ และคนที่คุณรู้จักได้ทราบข้อมูล ให้พวกเขาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน</li>
</ol>
<hr />
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-ประเทศไทย/" target="_blank" rel="noopener">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
