<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมสีเขียว | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jan 2026 07:56:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>อุตสาหกรรมสีเขียว | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 07:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Asia EnwastExpo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42618</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนกร วังบุญคงชนะ ปลื้มผลงาน “ชุดเต็มเหนี่ยว” ปิดโรงงานเถื่อน-ทิ้งกากของเสีย กว่า 20 โรงแล้ว ลั่น กระทรวงอุตสาหกรรมเอาจริง ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทั้งที่สายด่วน 1564  และแอปฯ ”แจ้งอุต” เผยนโยบายหลักมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว- Smart Factory  ชวนร่วมงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221; นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/">รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนกร วังบุญคงชนะ ปลื้มผลงาน “ชุดเต็มเหนี่ยว” ปิดโรงงานเถื่อน-ทิ้งกากของเสีย กว่า 20 โรงแล้ว ลั่น กระทรวงอุตสาหกรรมเอาจริง ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทั้งที่สายด่วน 1564  และแอปฯ ”แจ้งอุต” เผยนโยบายหลักมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว- Smart Factory  ชวนร่วมงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221;</strong></p>
<p><span id="more-42618"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42620" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02.jpg" alt="ธนกร วังบุญคงชนะ" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221; (Empowering Asia’s Green Future)   ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 5-6 ระหว่าง วันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสอดรับกับนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นในการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42623" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05.jpg" alt="ชุดเต็มเหนี่ยว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนกร</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาการทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถปนเปื้อนในดิน น้ำและอากาศได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงต้องวางมาตรการเข้มงวดในการดูแลการกำจัดของเสียให้ถูกต้องตามกระบวนการ กรณีเกิดปัญหานี้ขึ้นก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นนโยบายของกระทรวงฯ ในยุคนี้ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร(E-Fully Manifest)   อันเป็นระบบที่ตรวจสอบติดตาม นอกจากนั้นแล้วกระทรวงฯยังมีสายด่วน 1564  และแอปพลิเคชั่น”แจ้งอุต”ที่พี่น้องประชาชนสามารถแจ้งได้เลย เมื่อเจอโรงงานหรือผู้ใดแอบทิ้งกากอุตสาหกรรมหรือสารพิษใดๆ โดยทางกระทรวงฯจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันนโยบายหลักของตนในเรื่องนี้คือ จัดตั้งเจ้าหน้าที่“ชุดเต็มเหนี่ยว” ซึ่งเป็นชุดที่มีหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัญหาทิ้งกากของเสียไม่ถูกต้องและโรงงานเถื่อน โดยเจ้าหน้าที่ชุดนี้จะลงพื้นที่แล้วดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจับกุม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42622" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04.jpg" alt="ชุดเต็มเหนี่ยว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวอีกว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงฯ คือการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งนอกจากจะจัดการเรื่องกากของเสียโดยใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแล้ว  ทางกระทรวงฯ ยังส่งเสริมให้โรงงานลดการใช้พลังงาน ลดผลิตของเสีย และลดคาร์บอน เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และการเป็น”Smart Factory” รวมไปถึงการส่งเสริมเรื่องรีไซเคิล เพื่อนำของเหลือทิ้งเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่  เพราะสามารถเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่ดีได้ เนื่องจากมีเครื่องจักรมีเทคโนโลยีอยู่ ในเรื่องดังกล่าวนี้ มองว่ากระทรวงฯทำงานเดินหน้าไปด้วยดี</p>
<p>นอกจากนั้น กระทรวงฯก็ยังมีแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหากากของเสีย  โดยมีแผนการดำเนินงาน 2 ระยะ เริ่มจากแผนระยะสั้น 1-3 ปี จะมีการประเมินพื้นที่ แล้วจัดงบประมาณสนับสนุนในการกำจัดกากขยะ เช่นขุดลอกดินและน้ำปนเปื้อนต่างๆ ส่วนแผนระยะยาว 3-10 ปี จะใช้เทคโนโลยีตรวจสอบวิเคราะห์เชิงลึกถึงสิ่งปนเปื้อน จากนั้นมีการฟื้นฟูดินตามหลักวิชาการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42621" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03.jpg" alt="Asia EnwastExpo 2026" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนกร</strong> กล่าวอีกว่า  อยากเชิญชวนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ให้มาเยี่ยมชมงาน “Asia EnwastExpo 2026” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการเป็นเวทีระดับภูมิภาคสำหรับการเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสีย งานนี้รวบรวมองค์กรชั้นนำทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 200 แห่ง เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการผ่านการนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นการกระตุ้นในเรื่องของอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย ในแง่มุมของการพัฒนาความยั่งยืน กิจกรรมนี้ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>งาน “<strong>Asia EnwastExpo 2026</strong>” ที่จะจัดในวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคาร 5–6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี ยังประกอบด้วยโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด อีกทั้งกิจกรรมสัมมนาที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม 360 องศา เหมาะสมสำหรับประชาชนทั่วไป เจ้าของกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน</p>
<p>ผู้สนใจเข้าชมงานลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี: <a href="https://enwastexpo.com/th/visitor-registration/" target="_blank" rel="noopener">https://enwastexpo.com/th/visitor-registration/</a></p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.enwastexpo.com หรือ Facebook: https://www.facebook.com/EnwastExpo หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @enwastexpo หรือโทรสอบถามได้ที่กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท.คุณฐิติพร (แคท) โทร: 084-166-9229 / คุณภาวิณี (เมย์) โทร 063-223-4014</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/">รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CIMB ไทย ขยับจากแบงก์สู่ที่ปรึกษา Net Zero ชู Sustainability 360 หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cimb-net-zero-sustainability-360/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 08:56:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB Thai]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability 360]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42495</guid>

					<description><![CDATA[<p>แรงกดดันจากกติกาการเงินโลกและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ทำให้การระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงการเข้าถึงเงินทุนอีกต่อไป หากแต่ต้องอาศัยความพร้อมเชิงเทคนิค มาตรฐานสากล และความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ CIMB Thai  หนึ่งในกลุ่มธนาคารชั้นนำในอาเซียน จึงเร่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของภาคธุรกิจ ด้วยการอำนวยความสะดวกทั้งการระดมทุนและการขอสินเชื่อสีเขียว ควบคู่กับการให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเพื่อสนับสนุนการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม บริการใหม่ของธนาคารที่เปิดตัวในปีนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคสำคัญที่ภาคธุรกิจเผชิญ ตั้งแต่การจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Taxonomy ไปจนถึงการเตรียมเอกสารสำหรับตราสารหนี้และสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน ช่วยให้กระบวนการเข้าถึงแหล่งทุนมีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียวแตะระดับ 30,000&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cimb-net-zero-sustainability-360/">CIMB ไทย ขยับจากแบงก์สู่ที่ปรึกษา Net Zero ชู Sustainability 360 หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แรงกดดันจากกติกาการเงินโลกและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ทำให้การระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงการเข้าถึงเงินทุนอีกต่อไป หากแต่ต้องอาศัยความพร้อมเชิงเทคนิค มาตรฐานสากล และความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน <strong>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี</strong> <strong>ไทย จำกัด (มหาชน)</strong>  หรือ <strong>CIMB Thai </strong> หนึ่งในกลุ่มธนาคารชั้นนำในอาเซียน จึงเร่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของภาคธุรกิจ ด้วยการอำนวยความสะดวกทั้งการระดมทุนและการขอสินเชื่อสีเขียว ควบคู่กับการให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเพื่อสนับสนุนการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-42495"></span></p>
<p>บริการใหม่ของธนาคารที่เปิดตัวในปีนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคสำคัญที่ภาคธุรกิจเผชิญ ตั้งแต่การจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Taxonomy ไปจนถึงการเตรียมเอกสารสำหรับตราสารหนี้และสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน ช่วยให้กระบวนการเข้าถึงแหล่งทุนมีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียวแตะระดับ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2570 เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42497" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/cimb-net-zero-sustainability-360-02.jpg" alt="เจสัน ลี" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/cimb-net-zero-sustainability-360-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/cimb-net-zero-sustainability-360-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/cimb-net-zero-sustainability-360-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/cimb-net-zero-sustainability-360-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เจสัน ลี</span> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี</strong> <strong>ไทย จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า จากการทำงานร่วมกับลูกค้าองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero พบว่าความต้องการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่อุปสรรคสำคัญคือการวิเคราะห์เชิงเทคนิค การจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Taxonomy ทำให้ธนาคารพัฒนาโซลูชัน <strong>Sustainability 360</strong> เพื่อช่วยลูกค้าจัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับการออกตราสารหนี้และขอสินเชื่อ โดยเอกสารผ่านการรับรองความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ให้สอดคล้องทั้งมาตรฐานในประเทศและสากล ช่วยอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการเข้าถึงเงินทุน</p>
<p>ในภาพรวมบริบทของประเทศไทย แม้ทุกภาคส่วนจะพูดถึง Net Zero แต่ข้อมูลจากสหภาพยุโรป หรือ EU สะท้อนว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1990 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก การเติบโตทางเศรษฐกิจ การส่งออก และการดึงดูดการลงทุนใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ยิ่งทำให้ความต้องการพลังงานสูงขึ้น ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้นสวนทางกับเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5–2 องศาเซลเซียส ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียง “มีเงินหรือไม่” แต่คือ “เงินควรไปอยู่ที่ไหน” และต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคธุรกิจ ไม่ใช่ให้รัฐตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว</p>
<p>ภายใต้กรอบดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ไทยทุกแห่งจำเป็นต้องจัดทำ Transition Plan เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น แนวทางของ IEA และเครือข่ายพันธมิตรธนาคารระดับโลกที่ตั้งเป้า Net Zero ร่วมกัน ซึ่ง CIMB Thai เป็นหนึ่งในสมาชิก และกำหนดกรอบการดำเนินงานหลัก 6 ด้าน พร้อมติดตามและรายงานผลต่อองค์การสหประชาชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนความเสี่ยงและความคืบหน้าของพอร์ตสินเชื่อในมิติการเปลี่ยนผ่าน</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมที่ CIMB Thai เร่งขับเคลื่อนเป็นอันดับแรก ได้แก่ การผลิตไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซ และการผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มปล่อยคาร์บอนสูงและต้องการเงินทุนเพื่อปรับโครงสร้างการผลิต โดยธนาคารจะช่วยวิเคราะห์ เตรียมความพร้อม และออกแบบเครื่องมือทางการเงินเพื่อให้บริษัทเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยกระดับศักยภาพการระดมทุนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ปาล์มน้ำมัน และการผลิตอื่น ๆ จะเป็นกลุ่มถัดไปในการขยายการสนับสนุน</p>
<p>“ธนาคารตั้งวงเงิน <strong>Committed Demand</strong> สำหรับการเปลี่ยนผ่านไว้ที่ 20,000 ล้านบาทในช่วงปี 2024–2026 โดยปัจจุบันลูกค้าใช้การระดมทุนผ่านตราสารหนี้และสินเชื่อแล้วราว 50% และมีแนวโน้มที่ความต้องการจะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาทภายในปี 2570 พร้อมเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อกลุ่ม GSS Loan โดยเฉพาะภาคไฟฟ้าและน้ำมันและก๊าซ จากประมาณ 4% ของพอร์ต เป็น 20% ภายในปี 2030” <strong>เจสัน ลี </strong>กล่าว</p>
<p>เครื่องมือสำคัญอีกประเภทคือ <strong>Sustainability-linked Loans</strong> ซึ่งเชื่อมอัตราดอกเบี้ยกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หากองค์กรสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม KPI ที่กำหนดได้ จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย และสามารถนำเงินที่ประหยัดไปลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดต่อยอดการลดคาร์บอน เป็นแรงจูงใจให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้าที่ต้องเดินตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP)  ของประเทศ ควบคู่กับแนวทางของ<em>องค์การพลังงานระหว่างประเทศ</em> (International Energy Agency : IEA)  และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียว Brown to Less Brown เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และ SMR (Small Modular Reactor)</p>
<p><strong>“</strong>CIMB Thai  ดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทาง Taxonomy และสนับสนุนโอกาสด้านพลังงานสะอาดจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตามที่ธนาคารฯ กำหนด เพื่อร่วมขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” <strong>เจสัน ลี </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cimb-net-zero-sustainability-360/">CIMB ไทย ขยับจากแบงก์สู่ที่ปรึกษา Net Zero ชู Sustainability 360 หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย-ญี่ปุ่น หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/jetro-boi-eec/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/jetro-boi-eec/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 07:39:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Business Desk]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[สกพอ.]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เจโทร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38221</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจโทร จับมือ บีโอไอ และ สกพอ.จัดตั้ง Sustainable Business Desk ด้านเอกชนใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ พีทีที โกลบอล เคมิคอลและเอกชนญี่ปุ่นขานรับ เผยผลรูปธรรมพัฒนาธุรกิจยั่งยืนและความเป็นกลางทางคาร์บอน โรดะ จุน ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กรุงเทพฯ กล่าวถึง การจัดตั้ง Sustainable Business Desk ในการเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนไทย-ญี่ปุ่น ในการพัฒนาแนวทางธุรกิจที่ยั่งยืนและผลักดันไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality &#8211; CN) ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/jetro-boi-eec/">ไทย-ญี่ปุ่น หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เจโทร จับมือ บีโอไอ และ สกพอ.จัดตั้ง Sustainable Business Desk ด้านเอกชนใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ พีทีที โกลบอล เคมิคอลและเอกชนญี่ปุ่นขานรับ เผยผลรูปธรรมพัฒนาธุรกิจยั่งยืนและความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></p>
<p><span id="more-38221"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38224" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/JETRO-.jpg" alt="โรดะ จุน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/JETRO-.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/JETRO--300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/JETRO--150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/JETRO--500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โรดะ จุน</strong></span> <strong>ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กรุงเทพฯ</strong> กล่าวถึง การจัดตั้ง Sustainable Business Desk ในการเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนไทย-ญี่ปุ่น ในการพัฒนาแนวทางธุรกิจที่ยั่งยืนและผลักดันไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality &#8211; CN) ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ ทำให้หลายประเทศร่วมมือกันประกาศเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดยหลายหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมโลกได้กำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตาม ส่วนผู้บริโภคและคู่ค้านั้นก็ให้ความสำคัญกับธุรกิจหรือสินค้าที่มุ่งเน้นความยั่งยืน (ESG) มากขึ้น</p>
<p>ดังนั้นเจโทร กรุงเทพฯ จึงจัดตั้ง Sustainable Business Desk ขึ้น ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนไทย-ญี่ปุ่น โดยบทบาทสำคัญของศูนย์ฯ มีหน้าที่ช่วยเหลือภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งไทยและญี่ปุ่นในการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลของความร่วมมือสะท้อนผ่านการจัดงาน Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2025 เวทีความร่วมมือของภาครัฐไทยและญี่ปุ่น ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) รวมถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนไทยและญี่ปุ่น ที่ได้ร่วมกันทำงานจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) ที่ร่วมกับ บริษัท Thermalytica ในด้านการดำเนินงาน พร้อมนำเสนอแนวทางความยั่งยืนในโครงการนำร่องด้านเทคโนโลยีการลดอุณหภูมิในโรงเรือนเพื่อทดสอบแนวคิด กระบวนการ และขั้นตอน (Proof of Concept (PoC)) การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) และ บริษัท CBT/Toray ที่ร่วมกันพัฒนาเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น น้ำตาลชีวภาพจากชีวมวลที่ไม่ใช้เป็นอาหารไปสู่การผลิตเรซินชีวภาพและเส้นใยชีวภาพเพื่อการพาณิชย์ เพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ รวมถึงยังมีการเซ็นต์สัญญาความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP Power Limited) และ บริษัท Algal Bio ในโครงการนำร่องการส่งเสริมเทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (CCUS) โดยอาศัยจุลสาหร่ายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Microalgae CCUS)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38222" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BOI.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BOI.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BOI-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BOI-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BOI-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)</strong> กล่าวว่า การจัดตั้ง Sustainable Business Desk นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นในการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน โดยศูนย์แห่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ผ่านการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดล BCG (Bio Circular and Green Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลและ BOI</p>
<p>ที่ผ่านมา BOI มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนที่ยั่งยืน ผ่านมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม BCG โดยในปี 2567 BOI ได้อนุมัติโครงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวมวล ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด หรือผลิตภัณฑ์จากการรีไซเคิล เป็นต้น รวม 939 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 230,000 ล้านบาท หากนับตั้งแต่ปี 2561-2567 BOI ได้ให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม BCG รวม 5,380 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 1.15 ล้านล้านบาท ซึ่งแสดงถึงทิศทางการเติบโตของธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียวของภูมิภาค</p>
<p>BOI ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การขยายการส่งเสริมกิจการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก การพัฒนา Bio Hub ในภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย และการปรับปรุงมาตรการ Smart &amp; Sustainable Industry เพื่อช่วยให้กิจการต่างๆ สามารถลงทุนเพื่อยกระดับการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงส่งเสริมให้ได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล ทั้งนี้ BOI จะยังคงทำงานร่วมกับเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38223" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/EEC.jpg" alt="ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/EEC.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/EEC-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/EEC-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/EEC-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับบทบาทของนักลงทุนญี่ปุ่นต่อการลงทุนในพื้นที่ EEC นั้น <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล</strong></span> <strong>ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)</strong> กล่าวว่า การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC นับจากการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนโดย BOI ระหว่างปี 2561-2567 ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,823,805 ล้านบาท หรือประมาณ 52.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สัดส่วนเฉลี่ยการลงทุนในพื้นที่ EEC คิดเป็นร้อยละ 52 เทียบกับทั้งประเทศ</p>
<p>ในปี 2567 มีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC นับจากการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนโดย BOI สูงถึง 374,407 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ EEC เมื่อปี 2561 โดยแบ่งเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ 2,425 ล้านบาท คลัสเตอร์อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ 110,681 ล้านบาท คลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์ 75,302 ล้านบาท คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ BCG 27,609 ล้านบาท คลัสเตอร์อุตสาหกรรมบริการ 41,686 ล้านบาท และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง 116,704 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญในพื้นที่ EEC ด้วยสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 12 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในพื้นที่ EEC ระหว่างปี 2561-2567 โดยนักลงทุนญี่ปุ่นมีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์</p>
<p>สำนักงาน EEC ตั้งเป้าหมายการลงทุนปี 2568 ไว้ที่ 150,000 ล้านบาท โดยในระยะเวลา 5 ปี (ปี 2566 &#8211; ปี 2570) ตั้งเป้าการลงทุนรวมไว้ที่ 500,000 ล้านบาท</p>
<p>ในปัจจุบัน สำนักงานมีความร่วมมือกับหลายภาคส่วนของญี่ปุ่นในการขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่ EEC หลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ BCG การจัดตั้ง Sustainable Business Desk นั้น สกพอ. ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง โดยทางญี่ปุ่นเองถือเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคในกลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและประหยัดพลังงาน การผลิตพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการติดตามและบริหารจัดการคาร์บอนในองค์กร ฯลฯ ซึ่งอุตสาหกรรมไทยอยู่ระหว่างการปรับตัวจากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและยังมีช่องว่างในการเติบโตที่สูง จึงเหมาะกับการจับคู่ทางธุรกิจให้เกิดการลงทุนใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีของบริษัทญี่ปุ่น และในอนาคตจะไม่จำกัดเฉพาะการซื้อและใช้งานเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและภูมิภาคมากขึ้น สอดคล้องกับการส่งเสริมด้านการลงทุนที่เน้น Co-creation ของรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/jetro-boi-eec/">ไทย-ญี่ปุ่น หนุนอุตสาหกรรมสีเขียว พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/jetro-boi-eec/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>1 ปี “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ความสำเร็จเบื้องต้นของจ.สระบุรี ภายใต้การรวมพลังกับ TCMA</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/saraburi-sandbox-tcma/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/saraburi-sandbox-tcma/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jan 2025 06:17:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตปูนซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37562</guid>

					<description><![CDATA[<p>TCMA ระดมทัพผู้ผลิตปูนซีเมนต์ ผนึกกำลังจังหวัดสระบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โชว์ความก้าวหน้า 1 ปี “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” รวมพลังสร้างเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว การสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอน ด้วยแรงหนุนจากภาคีพันธมิตร เชื่อมโยงความร่วมมือต่างประเทศด้านเทคโนโลยี และแหล่งทุนสีเขียว สู่เป้าหมายเมืองคาร์บอนต่ำ  “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นการทำงานเชิงพื้นที่  ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership: PPP) นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี มี 3&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/saraburi-sandbox-tcma/">1 ปี “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ความสำเร็จเบื้องต้นของจ.สระบุรี ภายใต้การรวมพลังกับ TCMA</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>TCMA ระดมทัพผู้ผลิตปูนซีเมนต์ ผนึกกำลัง</strong><strong>จังหวัดสระบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โชว์ความก้าวหน้า 1 ปี “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” รวมพลังสร้างเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว การสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอน ด้วยแรงหนุนจากภาคีพันธมิตร เชื่อมโยงความร่วมมือต่างประเทศด้านเทคโนโลยี และแหล่งทุนสีเขียว สู่เป้าหมายเมืองคาร์บอนต่ำ</strong> <span id="more-37562"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37564" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-02.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” </strong><strong>เป็น</strong>การทำงานเชิงพื้นที่  ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership: PPP) นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี มี 3 ภาคีหลัก-จังหวัดสระบุรี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดสระบุรีสู่เมืองคาร์บอนตํ่า “SARABURI SANDBOX LOW CARBON CITY” เชื่อมโยงความร่วมมือองค์กรหลายภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านโครงการต้นแบบ</p>
<p>นับตั้งแต่มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566  จนถึงปัจจุบัน การขับเคลื่อนตลอดระยะกว่าหนึ่งปี นำมาซึ่งความก้าวหน้าตามลำดับ และยังคงมีเป้าหมายที่ต้องเดินหน้ากันต่อใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 2. การผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว 3. การสร้างมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ 4. การส่งเสริมด้านเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ และ 5. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน  ภาคประชาสังคม และแสวงหาแหล่งทุนสีเขียว เพื่อจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่าภายในปี พ.ศ. 2570</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37565" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-03.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้ <strong>จังหวัดสระบุรี</strong> ร่วมกับ  <strong>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong>  และภาคีเครือข่ายจัดงาน <strong>“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ รวมพลังสร้างเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย”</strong> ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การร่วมกันถอดบทเรียน 1 ปีที่ผ่านมา และการระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำมาวางแผนเดินหน้าระยะต่อไปให้บรรลุเป้าหมายสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ มีผู้เข้าร่วมงานจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 700 คน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37566" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-04.jpg" alt="บัญชา เชาวรินทร์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>บัญชา เชาวรินทร์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong> เปิดเผยว่า “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นความร่วมมือขับเคลื่อนการทำงานจากหลายภาคส่วน มีหลักสำคัญในการทำงานร่วมกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1. ทำทันที  2. ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด สามารถปรับการทำงานได้ตลอดเวลา 3. เห็นต่างได้ แต่ห้ามขัดแย้ง หาข้อสรุปและแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน 4. ยิ้ม เพื่อเกิดความสนุกในการทำงานร่วมกัน โดยจังหวัดสระบุรีพร้อมเป็นจังหวัดนำร่องในการทดลองใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือเป็นพื้นที่ในการศึกษาวิจัยของหน่วยงานต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากการทดลองมาปรับใช้ในพื้นที่ และขยายผลไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เพื่อให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้ รวมถึงประชาชนและชุมชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี จะต้องได้รับประโยชน์ มีกิน มีใช้ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งมีงบประมาณในการทำวิจัยจำนวนมาก เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ซึ่งก็คือ P (People)  การดึงเงินจากการวิจัยมาลงพื้นที่ได้ ถือว่าเป็นความสำเร็จ</p>
<p>“สำหรับงานที่จัดขึ้นในวันนี้คือ ชี้แจงในรอบ 1 ปีให้ประชาคมเข้าใจ  พอขับเคลื่อนไประดับหนึ่งต้องรายงานให้ประชาคมทราบว่า สระบุรีแซนด์บ็อกซ์  หรือสังคมคาร์บอนต่ำคืออะไร โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม ไม่เฉพาะประชาคมในสระบุรีเท่านั้น แต่ยังมีภาคีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  สิ่งหนึ่งพิสูจน์ว่าสำคัญที่สุดจากโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์   คือ ความร่วมมือในการทำงาน  การมีส่วนร่วมของประชาชน ทดลองรูปแบบหลักการบริหารงานและต่อยอดจนเกิดผลสำเร็จ” <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี </strong>กล่าว</p>
<p>ส่วนการดำเนินงานในระยะต่อไปจะสำเร็จลุล่วงได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ ที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากทุกภาคส่วนมีเป้าหมาย และหลักในการทำงานร่วมกัน จะช่วยให้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน และสามารถเป็นต้นแบบให้จังหวัดและหน่วยงานอื่นๆ นำไปเป็นแนวทางในการทำงานในพื้นที่ได้ในอนาคต รวมทั้งสามารถตอบสนองแผนงานลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ตามเป้าหมาย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-05.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชนะ ภูมี</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> <strong>และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า TCMA เป็นความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำของประเทศไทย และเป็นอุตสาหกรรมภาคการผลิตหลักของจังหวัดสระบุรี  ซึ่งมีส่วนสนับสนุนสำคัญต่อการดำเนินงานสระบุรีแซนด์บ็อกซ์  ทั้งนี้ TCMA อยู่ระหว่างการเดินหน้านำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี พ.ศ. 2593 ตามแผนที่นำทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap 2050 นับเป็นอุตสาหกรรม Sectorเดียวในไทยที่มี Roadmap   จึงมีความตั้งใจ และมีความพร้อมในการร่วมลงมือทำให้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทยนี้ให้เกิดขึ้น  โดยขับเคลื่อนในหลายๆ ด้าน ทั้งในส่วนของกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การสนับสนุนความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และการเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อแสวงหาแหล่งทุนสีเขียว (Green Fund) เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37568" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-06.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 1.ด้านกระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Process and Product Use: IPPU) การวิจัยพัฒนาใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ดเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต และการใช้นาโนเทคโนโลยีเพื่อให้ปูนซีเมนต์มีคุณสมบัติดีขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการพัฒนาความรู้ การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนข้อกำหนด มาตรฐานการใช้งานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการส่งเสริมใช้งานปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกแทนปูนซีเมนต์ชนิดเดิม ทำให้ระหว่างปี พ.ศ. 2566-2567 สามารถช่วยลดคาร์บอนได้กว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ 2.การยกระดับพัฒนาเหมืองแร่สีเขียว โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (Green and Smart Mining) เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Land Rehabilitation Featured in Sustainability) 3.การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ด้วยการนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เพื่อผลิตไฟฟ้า (Waste Heat Recovery: WHR)  การเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ การใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) ทดแทนถ่านหิน ด้วยกระบวนการเผาร่วมในเตาเผาปูนซีเมนต์ (Co-Processing in Cement Kiln) สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 9 – 12 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 จากการเผาของภาคเกษตร และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมทั้งทำให้การจัดการขยะของจังหวัดสระบุรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Landfill)  4. การสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอน ด้วยการวิจัยใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (Carbon Utilization) เช่น เมทานอล  นอกจากนี้ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ยังเป็นคลัสเตอร์กลุ่มอุตสาหกรรมแรกของไทย ที่ได้รับตอบรับเข้าร่วมโครงการ Transitioning Industrial Clusters ขององค์กรระดับโลก World Economic Forum ด้วย</p>
<figure id="attachment_37569" aria-describedby="caption-attachment-37569" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-37569" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-07.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-07-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-07-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-07-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-37569" class="wp-caption-text">เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดสระบุรีทำการเกษตรและธุรกิจเกษตรผสมผสาน</figcaption></figure>
<p>“แม้ปัจจุบันการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ มีความคืบหน้าไปมากจากจุดเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ให้ไปสู่เป้าหมายการเป็นเมืองคาร์บอนต่ำได้สำเร็จนั้น ต้องใช้นวัตกรรมและรูปแบบการทำงานข้ามภาคส่วน ความเข้มแข็งของเจ้าของพื้นที่ และผู้นำของแต่ละภาคส่วนที่มีบทบาทแตกต่างกัน รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนจากระดับนานาชาติที่มากพอให้เกิดการสร้างความเปลี่ยนแปลง และเพิ่มโอกาสของการได้รับการสนับสนุน การเดินหน้าต่อจากนี้<strong> ยังคงต้องการแรงสนับสนุนอีกมาก </strong>ทั้งความร่วมมือจากหลายส่วนงานในประเทศ และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ Global Cement and Concrete Association (GCCA), United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), GIZ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ ที่พร้อมเข้ามาร่วมสนับสนุนดำเนินงาน <strong>ทั้งด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และ </strong>Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของภาครัฐ รวมถึงการสนับสนุนข้อมูล เทคโนโลยี และแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถเกิดขึ้นได้” <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย  </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37570" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-08.jpg" alt="นโยบาย Trump2.0" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-08.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-08-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-08-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/saraburi-sandbox-tcma-08-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับนโยบาย Trump2.0 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของความตกลงปารีส (Paris Agreement)  2. National Energy Emergency เพิ่มการขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันดิบ  พร้อมลดต้นทุนพลังงานในประเทศ ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้าในประเทศ และ3. เร่งขยาย Data Center  ให้มีต้นทุนที่ต่ำลง ด้วยการลดราคาพลังงานในประเทศ</p>
<p>“นอกจากอุตสาหกรรมซีเมนต์ ซึ่งมีความเข้มแข็ง ยังมีอุตสาหกรรมพลังงาน และแปรรูปอาหารที่ร่วมโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์  โดยในแต่ละปีจะเก็บภาพรวมการลดคาร์บอนในแต่ละคลัสเตอร์ ถึงแม้ไม่มีภาคอุตสาหกรรม จังหวัดสระบุรีทำพื้นที่สีเขียว และคาร์บอนต่ำอยู่ที่บริบทของจังหวัดว่าจะหยิบอะไรบ้าง เนื่องจากสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เป็นเรื่องใหม่ของราชการ เราต้องมาดูว่าหัวหอกทะลวงฟัน คือ ใครที่เข้มแข็งในพื้นที่ คือ  ภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงต้องใช้ภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวทะลวง  และภาคอื่นๆ จะตามมา งานนี้ยากในตัว C แรก คือ  Consistency คือ ทำอย่างไรให้สอดคล้องและไปด้วยกันภายใต้ความสามัคคี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ หากเดินตามนี้ได้ ส่วนใหญ่การสื่อสารตามมา และความร่วมมือจะตามมาในที่สุด”  <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/saraburi-sandbox-tcma/">1 ปี “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ความสำเร็จเบื้องต้นของจ.สระบุรี ภายใต้การรวมพลังกับ TCMA</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/saraburi-sandbox-tcma/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีเอพี คว้ารางวัลด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ชูแผนแม่บท “Brew a Better World” สอดรับแนวคิด ESG ในทุกมิติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tap-brew-a-better-world/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tap-brew-a-better-world/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 06:59:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอพี]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด ESG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36482</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด (ทีเอพี) ตอกย้ำความสำเร็จด้านความยั่งยืนจากการดำเนินธุรกิจภายใต้แผนแม่บท “Brew a Better World” คว้ารางวัลคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ รางวัลมาตรฐาน “อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4: วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)” จากกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศนียบัตรเจตนารมณ์อนุรักษ์พลังงาน (Energy Beyond Standards 2024) จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และโล่ประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tap-brew-a-better-world/">ทีเอพี คว้ารางวัลด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ชูแผนแม่บท “Brew a Better World” สอดรับแนวคิด ESG ในทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด (ทีเอพี) ตอกย้ำความสำเร็จด้านความยั่งยืนจากการดำเนินธุรกิจภายใต้แผนแม่บท “Brew a Better World” คว้ารางวัลคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ รางวัลมาตรฐาน “อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4: วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)” จากกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศนียบัตรเจตนารมณ์อนุรักษ์พลังงาน (Energy Beyond Standards 2024) จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และโล่ประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign) จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สปปท.) กระทรวงแรงงาน</strong></p>
<p><span id="more-36482"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36486" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/TAP-P01.jpg" alt="กวี เมฆทรงฤกษ์" width="686" height="457" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/TAP-P01.jpg 686w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/TAP-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/TAP-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/TAP-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 686px) 100vw, 686px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กวี เมฆทรงฤกษ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า การได้รับรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจภายใต้แผนแม่บทด้านความยั่งยืน “Brew a Better World” ของไฮเนเก้น ที่ให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และความรับผิดชอบ (Responsible) เราเดินหน้าพัฒนาความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการผสานความร่วมมือจากทั้งคนในองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชนข้างเคียงโรงผลิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในองค์รวม และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยของสังคม ครอบคลุมไปถึงการโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะสอดคล้องกับแนวคิด ESG ที่แสดงให้เห็นว่า ทีเอพี มีความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p>ในปีนี้ <strong>ทีเอพี</strong> ได้ก้าวเข้าสู่องค์กรที่ได้รับการยอมรับในด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการคว้ารางวัลมาตรฐาน &#8220;อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4: วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)” หลังจากที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 1 2 และ 3 ในปี พ.ศ. 2565 สะท้อนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกคนในองค์กรที่ทำให้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม กลายมาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของทีเอพี นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างองค์กรและชุมชนรอบโรงผลิต ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและชุมชนใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36483" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ESG-TAP-poster.jpg" alt="ทีเอพี คว้ารางวัลด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ชูแผนแม่บท “Brew a Better World” สอดรับแนวคิด ESG ในทุกมิติ" width="540" height="764" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ESG-TAP-poster.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ESG-TAP-poster-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ESG-TAP-poster-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ESG-TAP-poster-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>ทีเอพี เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำในประเทศไทย ที่เข้าร่วมเครือข่ายอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และได้รับประกาศนียบัตรเจตนารมณ์อนุรักษ์พลังงาน (Energy Beyond Standards 2024) แสดงถึงการเป็นองค์กรต้นแบบด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนอกจากการลดการใช้พลังงานในทุกขั้นตอนการผลิต ทีเอพี ได้ดำเนินโครงการ “TAP&#8217;s Brewed by the Sun” โซลาร์ฟาร์มขนาด 1.2 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ 10 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในโรงผลิต โดยเมื่อระบบพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมผลิตอย่างเต็มศักยภาพจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนคิดเป็น 30% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในโรงผลิต</p>
<p><strong>นอกจากสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน อีกส่วนสำคัญคือการแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขององค์กร โดยโรงผลิต ทีเอพี ได้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign) ที่มุ่งป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ที่จัดขึ้นโดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ สปปท. และได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ ระดับทองแดง ประจำปี 2567 ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะมอบให้กับสถานประกอบกิจการที่ไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นสูญเสียวันทำงาน และมีชั่วโมงการทำงานสะสมของลูกจ้าง ตั้งแต่ 1,000,000 – 2,999,999 ชั่วโมง</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tap-brew-a-better-world/">ทีเอพี คว้ารางวัลด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ชูแผนแม่บท “Brew a Better World” สอดรับแนวคิด ESG ในทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tap-brew-a-better-world/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Sep 2024 07:35:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35886</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปีงบประมาณ 2567 “ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน..คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม..ด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในเรื่องของภัยน้ำท่วม และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และทักษะคุณภาพแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดนโยบายมุ่งเน้นการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปที่ 1) การจัดการกาก สารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน 2)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/">กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปีงบประมาณ 2567 “ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน..คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม..ด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</strong></p>
<p><span id="more-35886"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35888" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02.jpg" alt="เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" width="750" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-500x330.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เอกนัฏ พร้อมพันธุ์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในเรื่องของภัยน้ำท่วม และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และทักษะคุณภาพแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดนโยบายมุ่งเน้นการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปที่ 1) การจัดการกาก สารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน 2) Save อุตสาหกรรมไทย และ 3) การสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ โดยจะดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ 1) การสร้างความร่วมมือ พันธมิตรห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ 2) การจัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูประบบอุตสาหกรรม และ 3) การปรับกฎหมายและภารกิจเข้าสู่ภาครัฐดิจิทัล สร้าง Ease of  สร้าง Ease of Doing Business</p>
<p>การส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวนับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียวใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน ส่งเสริมและยกระดับสถานประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นไปตามเป้าหมายการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามแนวคิด BCG (Bio -Circular &#8211; Green Economy)  เพื่อการขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ที่ตอบโจทย์ประเทศไทยและประชาคมโลก มีความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35889" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03.jpg" alt="ณัฐพล รังสิตพล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฐพล รังสิตพล</span> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม </strong>กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักให้บุคลากรในทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เผยแพร่องค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีและแนวทางในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมแก่สถานประกอบการผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งการสร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ ผู้ตรวจประเมิน และการให้บริการช่วยเหลือแก่สถานประกอบการให้สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือแนวโน้มการค้าโลก รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการใหม่ และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35890" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04.jpg" alt="รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้ได้มอบรางวัลให้แก่สถานประกอบการที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 และระดับที่ 5 ในปี พ.ศ. 2566-2567 จำนวน 325 ราย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) จำนวน 36 ราย และอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จำนวน 289 ราย เพื่อเพิ่มโอกาสและส่งเสริมสถานประกอบการในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยในการประกอบกิจการ มีความรับผิดชอบต่อสังคม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม สังคม และชุมชนที่อยู่โดยรอบอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35891" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05.jpg" alt="อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) อาทิ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จากโรงงานทั้ง 13 แห่ง และรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) อาทิ บริษัท ปูนซีเมนต์ ประเทศไทย , บริษัท แคนนอน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   โดยสิทธิประโยชน์สำหรับโรงงานที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป จะสามารถใช้โลโก้ GI บนผลิตภัณฑ์ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ได้รับโอกาสทางการตลาด ตลอดจนการสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35892" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06.jpg" alt="อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายน 2567) มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวจำนวน 57,663 ใบรับรอง แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่</p>
<p>1)ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) จำนวน 50,591 ใบรับรอง<br />
2)ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) จำนวน 3,112 ใบรับรอง<br />
3)ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) จำนวน 3,455 ใบรับรอง<br />
4)ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จำนวน 429 ใบรับรอง<br />
5)ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) จำนวน 76 ใบรับรอง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/">กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อมตะวีเอ็น“ เปิดพื้นที่นิคมฯ 4 โปรเจ็กต์ รับย้ายฐานลงทุนทั่วโลก มั่นใจเวียดนามเป็นแม่เหล็กสำคัญการลงทุน ตั้งเป้าปี’67 เติบโต 15 – 20%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/amatav/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/amatav/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 04:11:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อมตะวีเอ็น]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมแห่งอนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34464</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อมตะวีเอ็น“ โชว์แผนศักยภาพการลงทุนในพื้นที่นิคมฯในเวียดนาม 4 โครงการ บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคเหนือ กลางและใต้ บนพื้นที่ 3,000 เฮกตาร์ หรือกว่า 18,000 ไร่ เน้นรองรับอุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI  มากกว่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าปี 2567 เป็นแม่เหล็กนักลงทุนต่างชาติและสร้างรายได้เติบโต 15 &#8211; 20%  สมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/amatav/">“อมตะวีเอ็น“ เปิดพื้นที่นิคมฯ 4 โปรเจ็กต์ รับย้ายฐานลงทุนทั่วโลก มั่นใจเวียดนามเป็นแม่เหล็กสำคัญการลงทุน ตั้งเป้าปี’67 เติบโต 15 – 20%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“อมตะวีเอ็น“ โชว์แผนศักยภาพการลงทุนในพื้นที่นิคมฯในเวียดนาม 4 โครงการ บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคเหนือ กลางและใต้ บนพื้นที่ 3,000 เฮกตาร์ หรือกว่า 18,000 ไร่ เน้นรองรับอุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI  มากกว่า </strong><strong>6</strong><strong> พันล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าปี 2567 เป็นแม่เหล็กนักลงทุนต่างชาติและสร้างรายได้เติบโต 15 &#8211; 20%  </strong><span id="more-34464"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34466" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-02.jpg" alt="สมหะทัย พานิชชีวะ" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมหะทัย พานิชชีวะ</span> กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV</strong> เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์และภาพรวมการลงทุนในปี 2567  ว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่กลุ่มอมตะฯได้เข้าไปลงทุนที่เวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ลงทุนเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติทั่วโลก สะท้อนได้จากความสำเร็จของอมตะฯ ในการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่งและโครงการนิคมฯ ร่วมทุนกับพันธมิตรนานาชาติอีก  1 แห่ง ได้แก่ 1.นิคมฯอมตะซิตี้ เบียนหัว 2.นิคมฯอมตะซิตี้ ลองถั่น 3.นิคมฯอมตะซิตี้ ฮาลอง และ 4.นิคมฯ กว่างจิ (Joint Venture)  คิดเป็นมูลค่าลงทุนทั้งสิ้นกว่า 860 ล้านเหรียญสหรัฐ บนพื้นที่ดินที่ได้รับใบอนุญาติ 3,000 เฮกตาร์ หรือ (18,750 ไร่) ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมดกว่า 200 บริษัทคิดเป็นมูลค่าลงทุนมากกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 60,000 คน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34467" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-03.jpg" alt="นิคมฯอมตะซิตี้เบียนหัว" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับการพัฒนานิคมฯอมตะซิตี้เบียนหัว ซึ่งเป็นนิคมฯ แรกที่ตั้งอยู่ที่เมืองเบียนหัว จ. ดองไน และอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์เพียง 25 กิโลเมตร จึงสะดวกต่อการเดินทางได้ง่าย และรวดเร็ว  ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพื่อสาธารณูปโภคพื้นที่ 513 เฮกตาร์พร้อมเตรียมขยายพื้นที่ ให้ครบ 540 เฮกตาร์  เพื่อปรับสู่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Park) ถือเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนานิคมฯอื่นๆ ของทั้งประเทศเวียดนาม</p>
<p>ส่วนนิคมฯอมตะซิตี้ ลองถั่น พัฒนาเป็นนิคมฯไฮเทคในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนในภาคใต้ซึ่งห่างจากสนามบินใหม่ที่เปิดใช้ภายในปีนี้ เพียง 10 นาที สำหรับภาคเหนือ นิคมฯอมตะซิตี้ ฮาลอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.กว่างหนิง อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Zone) ที่กำลังได้รับความสนใจสูงสุดจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหลายด้านจากเวียดนาม  นอกจากนี้ยังมีท่าเรือน้ำลึกจำนวน 2 แห่ง และมีโครงการสามารถขยายพื้นที่ได้ถึง 6,000 เฮกตาร์  สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานได้เป็นจำนวนมาก ถึง 6 แสนคน ปัจจุบันมีคู่ค้าร่วมจองพื้นที่ไปแล้วถึง 95% ซึ่งคาดว่าสามารถดึงเม็ดเงินได้ถึง 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้ อมตะยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก บริษัท Marubeni Corporation โดยเข้าถือหุ้น สัดส่วน 20% เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาดและการเงิน ส่วนนิคมฯกวางจิ (JV)ในภาคกลางเป็นนิคมฯ ร่วมทุนกับพันธมิตรอีก 2 ราย ประกอบด้วย Singapore Industrial Park J.V Co., Ltd (VSIP) และ Sumitomo Corporation ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ   ปัจจุบันมีลูกค้าต่างชาติจำนวนมากสนใจเข้ามาลงทุนในเวียดนาม ดังนั้นในปี 2567 อมตะวีเอ็น มียอดขายที่รอโอน (Backlog) ประมาณ 60 เฮกเตอร์ และได้วางเป้าหมายรายได้เติบโต 15 – 20%</p>
<p><strong>สมหะทัย </strong>กล่าวว่า สำหรับการพัฒนานิคมฯอมตะซิตี้เบียนหัว ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแรกที่ตั้งอยู่ที่เมืองเบียนหัว จ. ดองไน และอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์เพียง 25 กิโลเมตร จึงสะดวกต่อการเดินทางได้ง่าย และรวดเร็ว  ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพื่อสาธารณูปโภคพื้นที่ 513 เฮกตาร์ พร้อมเตรียมขยายพื้นที่ ให้ครบ 540 เฮกตาร์  เพื่อปรับสู่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Park) ถือเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนานิคมฯอื่นๆ ของทั้งประเทศเวียดนาม  ส่วนนิคมฯอมตะซิตี้ ลองถั่น พัฒนาเป็นนิคมฯไฮเทคในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนในภาคใต้ซึ่งห่างจากสนามบินใหม่ที่เปิดใช้ภายในปีนี้ เพียง 10 นาที  สำหรับภาคเหนือ นิคมฯอมตะซิตี้ ฮาลอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.กว่างหนิง อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Zone) ที่กำลังได้รับความสนใจสูงสุดจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหลายด้านจากเวียดนาม  นอกจากนี้ยังมีท่าเรือน้ำลึกจำนวน 2 แห่ง และมีโครงการสามารถขยายพื้นที่ได้ถึง 6,000 เวกตาร์  สามารถรองรับอุตสาหกรรมแรงได้เป็นจำนวนมาก ถึง 6 แสนคน ปัจจุบันมีคู่ค้าร่วมจองพื้นที่ไปแล้วถึง 95% ซึ่งคาดว่าสามารถดึงเม็ดเงินได้ถึง 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  และเร็วๆนี้อมตะยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก บริษัท Marubeni Corporation ในการเข้าถือหุ้น สัดส่วน 20%  เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาดและการเงิน ส่วนนิคมฯกวางจิ (JV)ในภาคกลางเป็นนิคมร่วมทุนกับพันธมิตรอีก 2 ราย ประกอบด้วย Singapore Industrial Park J.V Co., Ltd (VSIP) และ Sumitomo Corporation ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ</p>
<p>ปัจจุบันมีลูกค้าต่างชาติจำนวนมากสนใจเข้ามาลงทุนในเวียดนาม ดังนั้นในปี 2567 บริษัท อมตะวีเอ็น จำกัด (มหาชน) มียอดขายที่รอโอน (Backlog) ประมาณ 60 เฮกเตอร์ และได้วางเป้าหมายรายได้เติบโต 15 – 20%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34468" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-04.jpg" alt="อมตะฯ" width="750" height="398" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-04-300x159.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-04-150x80.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/amatav-04-500x265.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>อมตะฯ ยังคงเน้นย้ำถึงการให้คุณค่ากับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ กับอมตะเวียดนามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยังคงมีพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์สำคัญอีกมากมาย พร้อมกับมีความรู้เกี่ยวข้องกับประเทศเวียดนามเป็นอย่างดี ทั้งด้านการบริหารทีมงานที่มีความสามารถ สิ่งสำคัญยังมุ่งเน้นด้านความยั่งยืนของพลังงานสะอาดโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว และการตั้งศูนย์เพื่อการพัฒนาการวิจัยในภาคธุรกิจ (Research Development)ในอนาคต </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/amatav/">“อมตะวีเอ็น“ เปิดพื้นที่นิคมฯ 4 โปรเจ็กต์ รับย้ายฐานลงทุนทั่วโลก มั่นใจเวียดนามเป็นแม่เหล็กสำคัญการลงทุน ตั้งเป้าปี’67 เติบโต 15 – 20%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/amatav/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 04:37:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green with Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[TAITRA]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34380</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไต้หวัน เมืองแห่งเทคโนโลยี ตอกย้ำต่อเป้าหมายการมุ่งสร้างอนาคตสีเขียวและความเจริญรุ่งเรือง และเพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนสู่สายตาโลก และได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำทั่วโลกร่วมคิดค้นโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ในตัวแคมเปญ “Go Green with Taiwan” โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสามอันดับแรกจะได้รับเงินรางวัลกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยพิธีเปิดตัวแคมเปญ นำโดยโดยประธาน James C.F. Huang จากสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศของไต้หวัน (TAITRA) ผู้อำนวยการทั่วไป Cynthia Kiang จากสำนักการค้าต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตกิตติมศักดิ์ Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Inc.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/">ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไต้หวัน เมืองแห่งเทคโนโลยี ตอกย้ำต่อเป้าหมายการมุ่งสร้างอนาคตสีเขียวและความเจริญรุ่งเรือง และเพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนสู่สายตาโลก และได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำทั่วโลกร่วมคิดค้นโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ในตัวแคมเปญ “Go Green with Taiwan” โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสามอันดับแรกจะได้รับเงินรางวัลกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ</strong></p>
<p><span id="more-34380"></span></p>
<p>โดยพิธีเปิดตัวแคมเปญ นำโดยโดย<strong>ประธาน</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>James C.F. Huang</strong></span> <strong>จากสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศของไต้หวัน (TAITRA)</strong> <strong>ผู้อำนวยการทั่วไป Cynthia Kiang จากสำนักการค้าต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตกิตติมศักดิ์ Stan Shih ผู้ก่อตั้ง Acer Inc.</strong> พร้อมด้วยตัวแทนจากบริษัทพลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนของไต้หวัน สมาคมอุตสาหกรรม และนักการทูตต่างประเทศในไต้หวัน ซึ่งแคมเปญนี้เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของไต้หวัน เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนของไต้หวันและความร่วมมือระหว่างประเทศ และทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><strong>ประธาน Huang</strong> กล่าวถึงอุตสาหกรรมของไต้หวันว่ามีความยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชียในอดีต หรือกลายเป็นเกาะอัจฉริยะท่ามกลางคลื่น AI ในปัจจุบัน ไต้หวันได้สร้างปาฏิหาริย์ในทุกยุคสมัย โดยวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางที่สำคัญใน &#8220;ห่วงโซ่อุปทานประชาธิปไตยระดับโลก&#8221; ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ลงทุนในต่างประเทศ TAITRA ได้รวมสถาบันชั้นนำในประเทศและแหล่งข้อมูลสื่อจากทั้งในและต่างประเทศ โครงการริเริ่ม &#8220;<strong>Go Green with Taiwan</strong>&#8221; ได้รับการพัฒนาให้เป็นประตูสำคัญสำหรับพันธมิตรระหว่างประเทศในการทำความเข้าใจเส้นทางสู่ความยั่งยืนของไต้หวันเป็นครั้งแรก ส่งเสริมผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสีเขียวที่ครอบคลุมและสร้างสรรค์ที่สุดของไต้หวัน โดยเชิญชวนพันธมิตรระหว่างประเทศให้เข้าร่วมกับไต้หวันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>ผู้อำนวยการทั่วไป <span style="color: #6cb742;">Jiang</span></strong> กล่าวว่า อุตสาหกรรมสีเขียวของไต้หวันมีเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง และบริการที่เกี่ยวข้อง สภาพแวดล้อมด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง และความสามารถทางเทคนิคที่มีทักษะสูง ไต้หวันสามารถผลิตวัสดุสีเขียวที่มีเสถียรภาพและมีมูลค่าเพิ่มสูงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่ขาดไม่ได้สำหรับพลังงานสีเขียวระหว่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน</p>
<p>อีกทั้ง ภายในงานได้รับเกียรติจาก <span style="color: #6cb742;"><strong>Shi Zhenrong</strong></span> <strong>ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของ Acer Group</strong> มาทำหน้าที่เป็นทูตกิตติมศักดิ์ของแคมเปญระดับโลกอย่าง &#8220;Go Green with Taiwan&#8221; ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีนวัตกรรมของไต้หวันและอุตสาหกรรมสีเขียวในโลก และเพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนของไต้หวัน และเพื่อขับเคลื่อนบริษัทพลังงานสีเขียวให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและช่วยให้โลกบรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และการเปลี่ยนแปลงสีเขียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02.jpg" alt="ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน" width="740" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-300x170.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-02-500x283.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ งานแถลงข่าวเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวรอบด้านของกำแพง โดยจัดในพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการอย่าง &#8220;AMBI Space One&#8221; เพื่อเติมเต็มประสบการณ์รอบด้านด้วยกำแพงที่ฉายแอนิเมชันพาโนรามา 3 มิติด้วยตาเปล่าเพื่อแสดงพลังงานนวัตกรรมของอุตสาหกรรมสีเขียวของไต้หวัน เช่น เศรษฐกิจหมุนเวียน การขนส่งคาร์บอนต่ำ การจัดเก็บพลังงาน และอุปกรณ์ป้องกันสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการลดผลกระทบของการตกแต่งงานและขยะที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และการจัดหาเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งอยู่ในตึกที่เป็นแลนด์มาร์คอันเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวันและขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารสีเขียว โดยมีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างตึก “Taipei 101”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34383" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03.jpg" alt="ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Go-Green-with-Taiwan-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>แคมเปญ &#8220;<strong>Go Green with Taiwan</strong>&#8221; ดำเนินโครงการโดยฝ่ายบริหารการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงเศรษฐกิจ และบริหารจัดการโดยสมาคมพัฒนาการค้าต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐจีน เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2567 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ซึ่งเปิดรับผู้เข้าร่วมจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลก โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://gogreen.taiwanexcellence.org/" target="_blank" rel="noopener">https://gogreen.taiwanexcellence.org/</a></p>
<p><strong>&#8220;Go Green with Taiwan&#8221; เป็นของการเปิดประตูโอกาสให้ชาวโลกได้เห็นถึงความเป็นผู้นำและศักยภาพการพัฒนาของไต้หวันในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวที่ยั่งยืน และเพื่อเชิญชวนให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/">ไต้หวันเปิดแคมเปญ “Go Green with Taiwan” พร้อมจับมือเหล่าพันธมิตรนานาชาติสร้างอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/go-green-with-taiwan/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 03:56:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[SYS]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็กสยามยามาโตะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32201</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS  เดินหน้ารับมือมาตรการ CBAM ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ผนึก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกลุ่มโรงงานนำร่อง ร่วมผลักดันโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ด้วยแพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission ฉัตรภพ พรธรรม  ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศเรื่องมาตรการ CBAM&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/">“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS</strong>  เดินหน้ารับมือมาตรการ CBAM ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ผนึก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกลุ่มโรงงานนำร่อง ร่วมผลักดันโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ด้วยแพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission</p>
<p><span id="more-32201"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02.jpg" alt="ฉัตรภพ พรธรรม" width="780" height="519" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฉัตรภพ พรธรรม</span>  ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด</strong> <strong>หรือ SYS</strong> กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศเรื่องมาตรการ CBAM มานั้น ทาง SYS ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตสินค้าที่จะส่งออกไปยังยุโรปให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรการ CBAM   การได้เข้าร่วมในโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือมาตรการ CBAM” ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีเพราะจะเป็นการทวนสอบถึงสิ่งที่ SYS ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ว่ามีความเข้าใจถูกต้องหรือไม่ และการดำเนินการโครงการนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังภาคพื้นยุโรป ถือเป็นการติดอาวุธและความพร้อมที่ดีให้กับผู้ประกอบการ</p>
<p>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างแท้จริง ด้วยการผลิตวัสดุก่อสร้างที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy) ที่มุ่งหน้าสู่ Green Ecosystem ที่จะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวได้ในที่สุด</p>
<p>ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของ SYS นั้น ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดูแลชุมชนรอบข้างเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งยังปลูกจิตสำนึกให้กับพนักงาน SYS ทุกคนให้มีความมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมาโดยตลอด ทั้งแนวคิดเรื่องการรักษ์โลก ลดการสร้างขยะด้วยแนวคิด 3R  แนวคิด Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างไร้คาร์บอน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ SYS นอกจากจะได้คุณภาพมาตรฐานแล้ว ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศมาโดยตลอด</p>
<p>“ในส่วนของ SYS นั้น ได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายที่ยุโรปมานานแล้ว แม้ปัจจุบันมีคู่แข่งหลายรายที่เข้ามาแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาด แต่คุณภาพเหล็กของ SYS นั้นมีความได้เปรียบกว่าเพราะมี Carbon Emission Footprint ที่ต่ำกว่า อีกทั้งโครงการความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มศักยภาพในการส่งสินค้าไปจำหน่ายยุโรปได้มากขึ้นอีกด้วย”  <strong>ฉัตรภพ</strong>กล่าว</p>
<p>ภายในงาน นอกจากการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และผู้ประกอบการโรงงานนำร่องที่อยู่ในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า ซีเมนต์ กระแสไฟฟ้า ปุ๋ย อลูมิเนียม กระดาษ เซรามิก  แก้ว พลาสติก ไฮโดรเจน และเคมีภัณฑ์ รวม 16 องค์กร แล้ว ผู้ประกอบการยังได้ทดลองใช้แพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission ซึ่งเป็นเครื่องมือในการประเมินและใช้ประกอบการรายงานให้กับสหภาพยุโรป รวมถึงร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่<strong> ผศ.ดร.วรพจน์ กนกกันฑพงษ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>และ ป<strong>ฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</strong> ร่วมกันบรรยาย “แนะนำโครงการเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM” และ “มาตรการการปล่อยคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของสหภาพยุโรป”</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี  <strong>ดร.พรทิพย์ วงศ์สุโชโต บริษัท ทรี โมเม้นส์ จำกัด </strong>บรรยาย “แนวทางการประเมินและรายงานค่า Embedded Emission”  และ<strong>ดร.แพรวพกุล ศิลธรรม บริษัท ทรี โมเม้นส์ จำกัด </strong> บรรยาย “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/">“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พิมพ์ภัทรา” รมว.อุตฯ  ชูวาระเร่งด่วนพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว สอดรับ BCG Model สู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-bcg-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-bcg-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2023 08:09:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30227</guid>

					<description><![CDATA[<p>“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม” เดินหน้านโยบายเร่งด่วนยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาด ผ่านแนวคิด “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่ “เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” ปรับโหมดยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อลดโลกร้อนและสอดรับกับ BCG Model (บีซีจี โมเดล) เพื่อก้าวสู่บริบทการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ เข้มมาตรฐานการผลิต ใช้เทคโนโลยี อำนวยความสะดวกเพิ่มการติดตาม ด้านสิ่งแวดล้อม เปิดทางให้ชุมชนมีส่วนร่วม มุ่งขับเคลื่อนภาคการผลิต เติบโตแบบยั่งยืน  พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายเร่งด่วนให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมพัฒนาผู้ประกอบการทุกขนาดยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมที่ยั่งยืนโดยนำแนวคิด  “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่ “เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มและอุตสาหกรรมสีเขียว(Green Industry) ที่ไทยวางเป้าหมายสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-bcg-model/">“พิมพ์ภัทรา” รมว.อุตฯ  ชูวาระเร่งด่วนพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว สอดรับ BCG Model สู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม” เดินหน้านโยบายเร่งด่วนยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาด ผ่านแนวคิด “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่ “เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” ปรับโหมดยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อลดโลกร้อนและสอดรับกับ BCG Model (บีซีจี โมเดล) เพื่อก้าวสู่บริบทการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ เข้มมาตรฐานการผลิต ใช้เทคโนโลยี อำนวยความสะดวกเพิ่มการติดตาม ด้านสิ่งแวดล้อม เปิดทางให้ชุมชนมีส่วนร่วม มุ่งขับเคลื่อนภาคการผลิต เติบโตแบบยั่งยืน </strong></p>
<p><span id="more-30227"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายเร่งด่วนให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมพัฒนาผู้ประกอบการทุกขนาดยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมที่ยั่งยืนโดยนำแนวคิด  “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่ “เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มและอุตสาหกรรมสีเขียว(Green Industry) ที่ไทยวางเป้าหมายสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero )ปีค.ศ. 2065 และสอดคล้องกับนโยบาย BCG Model   ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ  (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดการเกิดของเสียโดยจัดการใช้ทรัพยากรภายในสถานประกอบการให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p>“กระทรวงอุตสาหกรรมต้องมีบทบาทเป็นหน่วยงานส่งเสริมแทนการกำกับดูแลที่เน้นให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดให้มากขึ้นด้วยเพื่อให้โรงงานมีความคล่องตัวในการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีความทันสมัย มีต้นทุนแข่งขันได้ ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยยึดหลัก อุตสาหกรรมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจไทยเป็นไปแบบยั่งยืนที่แท้จริง”  <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ทั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำให้ประเทศพัฒนาแล้วกำหนดมาตรการต่างๆในการลดภาวะโลกร้อนที่ทำให้มีระเบียบ ข้อบังคับสำหรับการนำเข้าสินค้าที่เป็นลักษณะกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งยกระดับผู้ประกอบการผ่านกลไกต่างๆที่จะทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่เป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด  ดังนั้นวาระเร่งด่วนจึงให้ความสำคัญดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย </strong> อุตสาหกรรมที่รองรับบริบทการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การใช้พลังงานสะอาดและการลดการใช้ฟอสซิล   อุตสาหกรรม Soft power ฯลฯ</li>
<li><strong> การผลักดันให้หน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรมก้าวสู่การเป็นภาครัฐดิจิทัล (Digital Government) อย่างเต็มรูปแบบ</strong> เพื่อเป็นกลไกในการให้บริการ การขออนุมัติ/อนุญาต และบูรณาการการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบ One Stop Service เพื่อเป็นกลไกในการกำกับดูแลโรงงาน เหมืองแร่ และมาตรฐานอย่างจริงจัง</li>
<li><strong> เร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ และกากของเสีย </strong>โดยกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษในพื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่นให้เข้มงวดขึ้น การรวมพลังของกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับผู้ประกอบการในการกำกับดูแลแม่น้ำลำคลอง การทิ้งกากอุตสาหกรรม และมาตรฐานความปลอดภัยในการประกอบการต่าง ๆ</li>
<li><strong> กำหนดมาตรการแก้ไขฝุ่นมลพิศษ PM 2.5</strong> โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ยกระดับการบังคับใช้มาตรฐานการปล่อยมลพิษไปสู่มาตรฐาน EURO 6 ในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป  กำกับการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงงานอย่างเข้มงวด  การส่งเสริมมาตรการช่วยเหลือชาวไร้อ้อยที่ดูแลพื้นที่เพาะปลูกอ้อยที่ไม่มีการลักลอบเผา ตลอดทั้งการช่วยเหลือโรงงานน้ำตาลที่ไม่รับอ้อยลักลอบเผา</li>
<li><strong>ขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมโดยใช้แนวทางของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือ EEC  ในภูมิภาคต่างๆ</strong> โดยเน้นการใช้พลังงานสะอาด และมาตรการลดราคาที่ดินและบริการเพื่อเป็นกลไกดึงดูดการลงทุนรายใหม่</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-bcg-model/">“พิมพ์ภัทรา” รมว.อุตฯ  ชูวาระเร่งด่วนพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว สอดรับ BCG Model สู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-bcg-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟรี สัมมนาสัญจร หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-factory-seminar/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-factory-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 May 2023 09:18:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรีสัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26840</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลับมาอีกครั้งกับสัมมนาสัญจรประจำปีโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงานแสดงสินค้า Pumps and Valves Asia และ งาน Thai Water Expo 2023 กรมโรงงานอุตสาหกรรมเล็งเห็นและขานรับตามแผนนโยบาย BCG Economy รวมถึงการให้ความสำคัญด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก กรมโรงงานฯ จึงมีแผนในการส่งเสริม เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย ให้มีศักยภาพ และพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเน้นด้านเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-factory-seminar/">ฟรี สัมมนาสัญจร หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลับมาอีกครั้งกับสัมมนาสัญจรประจำปีโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงานแสดงสินค้า Pumps and Valves Asia และ งาน Thai Water Expo 2023</strong><span id="more-26840"></span></p>
<p>กรมโรงงานอุตสาหกรรมเล็งเห็นและขานรับตามแผนนโยบาย BCG Economy รวมถึงการให้ความสำคัญด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก กรมโรงงานฯ จึงมีแผนในการส่งเสริม เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย ให้มีศักยภาพ และพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเน้นด้านเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน ความปลอดภัย เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน</p>
<p>จึงขอเรียนเชิญผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ อาทิ ฝ่ายบริหาร, ผู้จัดการโรงงาน, ผู้จัดการโครงการ, หัวหน้า ฝ่ายปฏิบัติการ,วิศวกร, ช่างซ่อมบำรุง, และอื่นๆ มาร่วมรับฟังสัมมนาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และองค์กรชั้นนำ พร้อมพบการสาธิตเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม ด้าน ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากผู้ประกอบการชั้นนำมากมาย เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้และต่อยอดกับธุรกิจของท่าน กับสัมมนาสัญจรภายใต้หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจาก นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม** เป็นประธานและร่วมกล่าวเปิดงานสัมมนา</p>
<ul>
<li>วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2566</li>
<li>เวลา 8.30 – 16.00 น.</li>
<li>โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง</li>
</ul>
<p style="padding-left: 40px;">ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ ด่วนที่นั่งมีจำนวนจำกัด!!<br />
<a href="https://ers.ubmthailand.com/seminar/register/831" target="_blank" rel="noopener">https://ers.ubmthailand.com/seminar/register/831</a></p>
<p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่: คุณธีรนันท์ กาญจนจงกล</p>
<p>โทร: 02 036 0500 ต่อ 819 อีเมล: Theeranan.k@informa.com</p>
<p>**หมายเหตุ อยู่ระหว่างรอการยืนยัน กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-factory-seminar/">ฟรี สัมมนาสัญจร หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-factory-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย สพิริท อินดัสทรี รับรางวัลอุตสาหกรรมระดับที่ 3 (ระบบสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaispirit-green-industry-award/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaispirit-green-industry-award/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2022 01:58:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย สพิริท อินดัสทรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24850</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสภาพการณ์ของสภาพแวดล้อมที่มีแนวโน้มการถูกทำลายเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนของทรัพยากรมนุษย์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ภัยพิบัติ หมายรวมไปถึงมลพิษจากสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นด้วย บริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด โรงงานผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มเศรษฐกิจด้าน Beverage ของไทย ภายใต้การกำกับและบริหารงานของหัวเรือใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร &#8216;คุณเทพอาจ กวินอนันต์&#8216; นั้น มีความห่วงใยและมุ่งมั่นในการที่จะเป็นโรงงานที่ให้ความสำคัญด้านส่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานภาครัฐกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการโรงงานในรูปแบบโรงงานสีเขียวตามโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม มีการดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงาน และวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่น ตั้งใจ จริงใจ อย่างใส่ใจต่อสังคมนั้นทำให้ บริษัท ไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaispirit-green-industry-award/">ไทย สพิริท อินดัสทรี รับรางวัลอุตสาหกรรมระดับที่ 3 (ระบบสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากสภาพการณ์ของสภาพแวดล้อมที่มีแนวโน้มการถูกทำลายเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนของทรัพยากรมนุษย์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ภัยพิบัติ หมายรวมไปถึงมลพิษจากสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นด้วย</strong><span id="more-24850"></span></p>
<p><strong>บริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด</strong> โรงงานผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มเศรษฐกิจด้าน Beverage ของไทย ภายใต้การกำกับและบริหารงานของหัวเรือใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร &#8216;<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณเทพอาจ กวินอนันต์</strong></span>&#8216; นั้น มีความห่วงใยและมุ่งมั่นในการที่จะเป็นโรงงานที่ให้ความสำคัญด้านส่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานภาครัฐกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการโรงงานในรูปแบบโรงงานสีเขียวตามโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม มีการดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงาน และวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>จากการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่น ตั้งใจ จริงใจ อย่างใส่ใจต่อสังคมนั้นทำให้ <strong>บริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด</strong> ได้รับการรับรองให้เป็นอุตสาหกรรมระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) จากกระทรวงอุตสาหกรรม คือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผลและทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหรือการได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นที่ยอมรับหรือได้รับการับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่างๆ</p>
<p><strong>ทั้งนี้แผนงานด้านส่งแวดล้อม ในปี 66 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมสีเขียวทั้ง 5 ระดับอันได้แก่ ความมุ่งมั่นสีเขียว ปฏิบัติการสีเขียว ระบบสีเขียว วัฒนธรรมสีเขียว และเครือข่ายสีเขียว อย่างครบสมบูรณ์</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaispirit-green-industry-award/">ไทย สพิริท อินดัสทรี รับรางวัลอุตสาหกรรมระดับที่ 3 (ระบบสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaispirit-green-industry-award/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
