<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Article | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/green-article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jan 2026 07:53:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Article | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 07:01:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[ทรินาโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42774</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้? ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้?</p>
<p><span id="more-42774"></span></p>
<p>ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42776" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="549" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-500x371.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 4.8 กิกะวัตต์ ในปี 2568 ซึ่งมากกว่า 1.5 เท่า ของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น กระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วเมื่อนโยบายมีความสอดคล้องกัน และเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังการผลิตที่สูงขึ้น</p>
<p>ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนไว้ในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ โดยประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 43 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580 อินโดนีเซียวางแผนที่จะติดตั้งการผลิตพลังงานสะอาด 42.6 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2577 และเวียดนามตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ที่ 24 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2573</p>
<p>ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุนระยะยาวเข้าสู่ภูมิภาคโดยมีเงื่อนไขว่า กระบวนการขออนุญาต การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าจะต้องสอดคล้องกันสนับสนุนให้โครงการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์มีความน่าเชื่อถือ และน่าลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>แนวโน้มในระดับภูมิภาคก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน ฟิลิปปินส์กำลังเปิดประมูลการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปีนี้หลังจากหยุดชะงักไปสองปี ในขณะที่มาเลเซียกำลังผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการคาดการณ์ของรัฐบาลระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์จะส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573และ 20.9 กิกะวัตต์ ภายในปี 2583 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความต้องการพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและโซลูชันการจัดการสำหรับผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการวางแผนไปสู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ภายใต้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าผ่านกริด การอนุมัติโครงการอย่างรวดเร็ว และการผลักดันนวัตกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนเป้าหมายพลังงานสะอาดให้เป็นโครงการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) สะท้อนถึงเป้าหมายในการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 47% ภายในปี 2578และบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593ควบคู่ไปกับการเปิดเสรีภาคพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเทศไทยเตรียมอนุมัตินโยบายการเปิดให้ธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิต (DPPA) ในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถจัดหาพลังงานสะอาดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น</p>
<p>ภายใต้นโยบาย &#8220;Quick Big Win&#8221; ของกระทรวงพลังงาน การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสำคัญในทุกระดับ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ส่งเสริมให้ผู้ผลิตภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณ 7.5 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาครัฐ โรงพยาบาล และเพื่อช่วยเหลือระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) วางแผนที่จะลงทุน 3 พันล้านบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการส่งไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42777" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="537" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-500x363.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ภูมิทัศน์พลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการเร่งด่วนของประเทศที่ต้องการโซลูชันที่ตอบสนองด้านความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีหลายแนวโน้มที่มีความสำคัญที่มีบทบาทในการพลิกโฉมการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2569</p>
<p>แนวโน้มสำคัญประการแรก คือ <strong>การพัฒนาด้านเทคโนโลยีลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)</strong> ในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ตลาด BESS กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 76.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และพุ่งสูงขึ้นเป็น 172.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 17.6% แรงผลักดันนี้มาจากประสิทธิภาพของการกักเก็บพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยที่ดีขึ้น และต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาลดลงทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นและแบตเตอรี่ LFP ยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบจัดเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่และยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีการใช้รถ EV มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของแบตเตอรี่ถูกลง ซึ่งเป็นผลดีกับภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเพิ่มความเสถียรให้กับแหล่งพลังงานหมุนเวียนและวางรากฐานสำหรับพลังงานสะอาดในอนาคต</p>
<p>เพื่อเสริมความก้าวหน้าในระบบกักเก็บพลังงาน แนวโน้มประการที่สอง คือ การ<strong>ผนวกรวมแหล่งพลังงานหมุ<wbr />นเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลั<wbr />งงาน </strong>ในการประชุม COP30 (2025) ผู้นำระดับโลกตอกย้ำถึงความสำคัญของการเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานสะอาดเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันหลายประเทศกำลังบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในแผนพลังงานของทุกประเทศ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ขาดความต่อเนื่องในการผลิตพลังงาน จะถูกชดเชยด้วยระบบกักเก็บพลังงานทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียรสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โซลูชันที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้กริดมีความเสถียรมากขึ้นสามารถจ่ายไฟฟ้าที่จัดเก็บไว้ในช่วงที่มีความต้องการสูงสุดหรือช่วงที่มีแสงแดดน้อย ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานช่วยให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>โครงการ ไลม์สโตน โคสต์นอร์ธ เอ็นเนอร์ยี่พาร์ค ในออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานของ Trina Storage ขนาด 250 MW / 500 MWh เป็นกรณีศึกษาการใช้ระบบกักเก็บพลังงานควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนที้น่าสนใจ เพราะโครงการนี้มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคออสเตรเลียตอนใต้</p>
<p>แนวโน้มประการที่สาม เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้สูงสุด นั่นคือ <strong>การใช้ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> การเปลี่ยนที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ในมณฑลซานตง ประเทศจีน เหมืองร้างแห่งหนึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำและระบบกักเก็บพลังงาน ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการทำการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า สามารถจัดการพลังงานหมนุเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ที่ดินในการทำการเกษตรหรือประมง</p>
<p>นอกจากนี้โครงการนำร่องในการพัฒนาไมโครกริดอัจฉริยะของทรินาโซลาร์ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ โดยโครงการนี้ได้บูรณาการการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโครงสร้างหลังคาที่จอดรถ เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานแบบ All-in-one และการชาร์จแบบสองทิศทางจากระบบผลิตไฟฟ้าสู่รถยนต์ และจ่ายไฟฟ้าสู่โครงข่ายกริด (V2G) โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่สร้างระบบนิเวศของพลังงานหมุนเวียนจาก “การผลิต-การจัดเก็บ-การชาร์จ-การคายประจุ&#8221; ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการบูรณาการการผลิต กักเก็บ และจ่ายไฟฟ้าของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>แนวโน้มประการที่สี่ คือ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง คือ <strong>การพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง</strong> เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเป็นพลังงานหมุนเวียนหลักในการผลิตไฟฟ้า และความก้าวหน้าล่าสุดในเซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอนได้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์พีวีถึง 31% ทรินาโซลาร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้วยความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาล่าสุดในนวัตกรรมของโซลาร์พีวี ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี TOPCon Ultra และเซลล์แทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอน บริษัทเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมด้วยการสร้างสถิติโลกใหม่ 5 รายการทั้งในด้านประสิทธิภาพของเซลล์ กำลังไฟฟ้าด้วยโมดูลขนาด 3.1 ตารางเมตรที่มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 841 วัตต์ และมีประสิทธิภาพ 31% อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ การพัฒนาโซลาร์พีวีรุ่น Shield ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง สามารถทนทานต่อลูกเห็บที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 75 มม. ที่กระทบในมุม 60°</p>
<p>แนวโน้มประการสุดท้าย คือ <strong>การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน</strong> ดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัลแต่ก็เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานมหาศาลเช่นกัน การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จึงก่อให้เกิดความกังวลในด้าน ESG อย่างมาก เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็น 30-50% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งเดียวใช้พลังงานเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ประกอบการในยุโรปให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยกำหนดเป็นมาตรฐานของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในการดำเนินการจัดหาพลังงานหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ การนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบทำความเย็น และการจัดการทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมในการระบายความร้อนมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การระบายความร้อนด้วยของเหลว และการจัดการการไหลเวียนของอากาศขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วย การบูรณาการระบบจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นมาตรฐานของธุรกิจที่มีความสำคัญ</p>
<p>ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการใช้พลังงานสะอาดของดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านนโยบายสนับสนุนและการอนุมัติโครงการที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทรินาโซลาร์มีส่วนร่วมในการจัดหาแผงโซลาร์พีวี และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยใช้โมดูลประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบพลังงานที่ความเสถียร เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่บริหารจัดการภายใต้บริบทของความยั่งยืนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายของการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ</p>
<p>ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 5 ประการตั้งแต่การผนวกรวมพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานไปจนถึงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน ช่วยปลดล็อกโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานวิจัย ภายใต้ความร่วมมือนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถยกระดับสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานสะอาดสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<hr />
<p>โดย เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ทรินาโซลาร์เอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรินาโซลาร์ชี้รัฐปฏิรูปกฎระเบียบติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หนุนตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทยติดปีก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trinasolarrooftop-solar-commentary/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/trinasolarrooftop-solar-commentary/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 01:58:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37885</guid>

					<description><![CDATA[<p>การที่คณะรัฐมนตรีของไทยได้ผ่อนคลายกฎระเบียบการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อภาคพลังงานหมุนเวียนของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป มีการยกเลิกข้อกำหนดการขอใบอนุญาตสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคานอกเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก่อนหน้านี้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังการผลิตเกิน 1 เมกะวัตต์ในรูปแบบดังกล่าวจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้จะช่วยลดอุปสรรคด้านการบริหารจัดการสำหรับเจ้าของโรงงานและอาคารพาณิชย์ ส่งผลให้การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&#38;I) ของไทยจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของไทยที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20–25% ภายในปี 2573 ตลาดโซลาร์เซลล์ในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรมของไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2565 มีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคาอยู่ที่ราว 1,800 เมกะวัตต์ และตัวเลขดังกล่าวน่าจะเติบโตอย่างชัดเจนและต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า อีกทั้งยังคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยโซลาร์เซลล์บนหลังคาในประเทศไทยอาจสูงถึง 226,000 เมกะวัตต์ ภายในปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trinasolarrooftop-solar-commentary/">ทรินาโซลาร์ชี้รัฐปฏิรูปกฎระเบียบติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หนุนตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทยติดปีก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การที่คณะรัฐมนตรีของไทยได้ผ่อนคลายกฎระเบียบการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อภาคพลังงานหมุนเวียนของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป มีการยกเลิกข้อกำหนดการขอใบอนุญาตสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคานอกเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก่อนหน้านี้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังการผลิตเกิน 1 เมกะวัตต์ในรูปแบบดังกล่าวจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้จะช่วยลดอุปสรรคด้านการบริหารจัดการสำหรับเจ้าของโรงงานและอาคารพาณิชย์ ส่งผลให้การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&amp;I) ของไทยจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของไทยที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20–25% ภายในปี 2573</strong></p>
<p><span id="more-37885"></span></p>
<p>ตลาดโซลาร์เซลล์ในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรมของไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2565 มีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคาอยู่ที่ราว <strong>1,800 </strong><strong>เมกะวัตต์</strong> และตัวเลขดังกล่าวน่าจะเติบโตอย่างชัดเจนและต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า อีกทั้งยังคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยโซลาร์เซลล์บนหลังคาในประเทศไทยอาจสูงถึง 226,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 โดยขนาดของตลาดที่เป็นไปได้ในระยะสั้นจะอยู่ที่ราว 9,000 เมกะวัตต์ สำหรับอุตสาหกรรมที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตครั้งนี้มีทั้งภาคการผลิต การค้าปลีก และการบริการ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยโครงการโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้อัตราค่าไฟฟ้าที่<strong>ต่ำกว่าอัตราปกติถึง </strong><strong>40%</strong> ทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่ต้องการลดต้นทุนการดำเนินกิจการและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน</p>
<p>การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยี n-type, TOPCon และเทคโนโลยีระดับ 210 มม. โดยล่าสุดทรินา โซลาร์ได้ทำลายสถิติโลกด้วยกำลังการผลิตของแผง Vertex N ที่สูงเกิน 740 วัตต์ <a href="https://www.pv-tech.org/trina-solar-record-i-topcon-module-power-output-740-6w/">(</a>ในห้องปฏิบัติการ<a href="https://www.pv-tech.org/trina-solar-record-i-topcon-module-power-output-740-6w/">)</a> และทำลายสถิติโลกถึง 2 ครั้งภายใน 2 เดือน ด้วยการบรรลุประสิทธิภาพของเซลล์ TOPCon ที่ 25.9% และ 26.58% (ในห้องปฏิบัติการ) เพียงแค่หนึ่งเดือนต่อมา และเป็นการทำลายสถิติโลกที่ถือครองมายาวนานถึง 7 ปีของ Fraunhofer จากเยอรมนี นับเป็นครั้งแรกที่ประสิทธิภาพโซลาร์เซลล์ทำได้เกิน 26.5%</p>
<p>ความก้าวหน้าเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานจากพื้นที่อันจำกัดบนหลังคา โดยประสิทธิภาพของเซลล์ที่เพิ่มขึ้น 1% จะเพิ่มกำลังการผลิตต่อแผงได้มากกว่า 30 วัตต์ นวัตกรรมเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา ช่วยให้ผู้ใช้พลังงานได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์</p>
<p>การตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เร่งให้เจ้าของธุรกิจหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์กันมากขึ้น โดยพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 500 ตันต่อเมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 62,500 ต้น ดังนั้นภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่ลดลง มีความมั่นคงทางพลังงานที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรได้อีกด้วย</p>
<p>กฎระเบียบที่ผ่อนปรนและเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ล่าสุดได้สร้างสถานการณ์ที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทรินาโซลาร์ ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนเส้นทางสู่ความยั่งยืนในด้านพลังงานของไทย และเราพร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในไทยเพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะอาด เชื่อถือได้ และคุ้มค่ามาสู่อุตสาหกรรมและชุมชนของไทยต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37887" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TrinasolarRooftop-Solar-Commentary_02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>โดย เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลางของทรินา โซลาร์ เอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trinasolarrooftop-solar-commentary/">ทรินาโซลาร์ชี้รัฐปฏิรูปกฎระเบียบติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หนุนตลาดพลังงานหมุนเวียนของไทยติดปีก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/trinasolarrooftop-solar-commentary/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HYDROTHERMAL TREATMENT (HTT) สุดยอด Climate Technology คู่โลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/htt-climate-technology/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/htt-climate-technology/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jul 2024 06:32:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology]]></category>
		<category><![CDATA[HTT]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrothermal]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Energy]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี Hydrothermal]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเทอร์มอล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34832</guid>

					<description><![CDATA[<p>Waste to Energy คือ การนำ ของเสียและของเหลือใช้มาแปลงเป็น พลังงาน ในอดีตมักจะใช้วิธีการหมัก หรือการเผาเป็นส่วนใหญ่ เช่น เทคโนโลยี ก๊าซชีวภาพ และโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่เมื่อ โลกใบเก่าของเราต้องเผชิญกับภาวะ โลกร้อนด้วยเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ก็คือ กิจกรรมของมนุษย์ก่อให้เกิดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์มากเกินขนาดกว่า ที่ควร จึงจำเป็นต้องจัดหาหรือพัฒนา เทคโนโลยีมาช่วยลดโลกร้อน ซึ่งจะขอใช้ชื่อให้ดูทันสมัยคือ “Climate Technology” จะเรียกง่ายๆ ว่าเทคโนโลยี ลดโลกร้อนก็ยังได้ อาจมีหลายๆ เทคโนโลยีที่ช่วยลดโลกร้อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/htt-climate-technology/">HYDROTHERMAL TREATMENT (HTT) สุดยอด Climate Technology คู่โลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Waste to Energy คือ การนำ ของเสียและของเหลือใช้มาแปลงเป็น พลังงาน ในอดีตมักจะใช้วิธีการหมัก หรือการเผาเป็นส่วนใหญ่ เช่น เทคโนโลยี ก๊าซชีวภาพ และโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่เมื่อ โลกใบเก่าของเราต้องเผชิญกับภาวะ โลกร้อนด้วยเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ก็คือ กิจกรรมของมนุษย์ก่อให้เกิดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์มากเกินขนาดกว่า ที่ควร จึงจำเป็นต้องจัดหาหรือพัฒนา เทคโนโลยีมาช่วยลดโลกร้อน ซึ่งจะขอใช้ชื่อให้ดูทันสมัยคือ “Climate Technology” จะเรียกง่ายๆ ว่าเทคโนโลยี ลดโลกร้อนก็ยังได้ อาจมีหลายๆ เทคโนโลยีที่ช่วยลดโลกร้อน</strong></p>
<p><span id="more-34832"></span></p>
<p>แต่สำหรับเรื่องการจัดการ เศษเหลือทิ้งและ Waste to Energy แล้ว ผู้เขียนขอแนะนำ เทคโนโลยี “Hydrothermal” (ไฮโดรเทอร์มอล) เป็นการทำงานของไอน้ำร้อนร่วมกับความดันและระยะเวลาการทำงาน เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลมีรายละเอียด ชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามลักษณะ การทำงาน เช่น HTC : Hydrothermal Carbonization, HTL : Hydrothermal Liquefaction และ HTG : Hydrothermal Gasification โดยในบทความนี้จะเน้นที่ HTC : Hydrothermal Carbonization ซึ่งมีเครื่องจักรและอุปกรณ์หลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li>เครื่องผลิตไอน้ำ (Steam Boiler)</li>
<li>ถังปฏิกรณ์ (Reactor Tank)</li>
<li>ถังควบแน่น (Condensate Tank)</li>
<li>หอระบายความร้อน (Cooling Tower)</li>
<li>ถังไซโคลน (Cylone Tank)</li>
<li>ถังปรับสภาพน้ำ (Make-Up Water Tank) ดังภาพประกอบนี้</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34836" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-02.png" alt="Hydrothermal (ไฮโดรเทอร์มอล)" width="740" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-02.png 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-02-300x202.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-02-150x101.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-02-500x337.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<blockquote><p>“Climate Technology อย่าง <strong>Hydrothermal</strong> อาจเป็นเพียงเฟือง ตัวเล็กๆ ที่จะช่วยอุณหภูมิโลกไม่ให้ร้อนไปกว่านี้ หากผู้ที่เกี่ยวข้อง กับ Waste to Energy ช่วยกันใช้ ช่วยกันพัฒนา Hydrothermal Technology เมืองไทยก็จะกลาย เป็นเมือง Zero Waste สู่ Net Zero ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สีเขียว BCG ของประเทศในที่สุด”</p></blockquote>
<p><strong>Hydrothermal</strong> (<strong>ไฮโดรเทอร์มอล</strong>) เป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย แต่ วันนี้ไฮโดรเทอร์มอลกลายเป็น Climate Technology ช่วยลดสภาวะโลกร้อน ด้วยการเปลี่ยน ของเสียเจ้าปัญหา ให้เป็นพลังงานอันมีค่าแบบไม่ต้องเผา ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ และ ได้คาร์บอนเครดิตอีกด้วย ตัวอย่างประโยชน์ของไฮโดรเทอร์มอลมีมากมาย อาทิ</p>
<ol>
<li>ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร ทลายปาล์ม (EFB) เศษไม้</li>
<li>การกำจัดของเสียจากปศุสัตว์ เช่น ไก่ หมู ซากสัตว์ ขนไก่</li>
<li>ขยะพลาสติก เช่น การลอกพลาสติกออกจากสายไฟ ฯลฯ</li>
<li>การกำจัดขยะทางการแพทย์ (Medical Waste)</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-01.png" alt="ของเสีย" width="343" height="345" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-01.png 343w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-01-298x300.png 298w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-01-150x151.png 150w" sizes="(max-width: 343px) 100vw, 343px" /></p>
<p>ของเสียหลากหลายชนิดที่ผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มอล จะมีสภาพเป็น ผงคล้ายขี้เลื่อย และมีค่าความร้อนระหว่าง 4,500-6,600 Kcal/kg นอกจากนี้ ยังมีผลผลิตอื่นๆ อีก เช่น Bio-oil, Hydrochar ซึ่งเหมาะใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>จากอุบัติเหตุของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ตกหลุมอากาศ จนต้องขอลง ฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 สามารถอธิบายเชิง วิทยาศาสตร์ได้ว่า ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้อากาศแปรปรวนรุนแรงกว่าในอดีต Climate Technology อย่าง Hydrothermal อาจเป็นเพียงเฟืองตัวเล็กๆ ที่จะช่วย อุณหภูมิโลกไม่ให้ร้อนไปกว่านี้ การแปลงของเสียเป็นพลังงานด้วยการเผากำลังจะ เป็นเทคโนโลยีในอดีต เนื่องจากยังทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ หากผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Waste to Energy ช่วยกันใช้ช่วยกันพัฒนา Hydrothermal Technology เมืองไทย ก็จะกลายเป็นเมือง Zero Waste สู่ Net Zero ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว BCG ของประเทศในที่สุด</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">Hydrothermal Technology could be the old wine in new bottles technology to the waste to energy industry. It is the association of steam, temperature and pressure. There are two types which are supercritical and subcritical point. The solvent uses as the medium to extract the terpenes, essential oils or vitamins. The hydrothermal Carbonization, water solvent, is one of the popular methods when it comes to transforming into the fuel. With the “Burnt Free” concept, it converts food waste, municipal waste, cable wire waste and medical waste into the pulverized high calorific value feedstock so called “Hydrochar”. This climate technology could become the game changer in Thailand as it could be one of the keys to develop Thailand BCG to meet the Net Zero in 2070</p>
<p><strong>Summarized by Sarah Sunshine</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<blockquote><p>“จากอุบัติเหตุของ สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ จนต้องขอ ลงฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 สามารถ อธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ ได้ว่า ภาวะโลกร้อนมีส่วน ทำให้อากาศแปรปรวนรุนแรงกว่าในอดีต”</p></blockquote>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-34834 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-04.png" alt="รศ. ดร.เกื้ออนันต์ เตชะโต" width="220" height="263" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-04.png 220w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-04-150x179.png 150w" sizes="(max-width: 220px) 100vw, 220px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.เกื้ออนันต์ เตชะโต</strong></span> <strong>ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิตการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong></p>
<p>มีความเห็นเพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลว่า เป็นความสัมพันธ์ ระหว่างอุณหภูมิของของเหลว (Fluid) กับแรงดันในสภาวะที่แตกต่างกัน เช่น จุดวิกฤตของน้ำ (Critical Point) ที่จะเปลี่ยนสถานะจากน้ำกลายเป็นไอ จะอยู่ที่อุณหภูมิ 374๐C และแรงดันอากาศ 220.1 บาร์ หากสูงกว่าจะเรียกว่า Supercritical Water (น้ำวิกฤตยิ่งยวด) และ Subcritical Water (น้ำกึ่ง วิกฤต) สำหรับจุดที่ต่ำกว่าจุดดังกล่าว ดังรูป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34835 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-03.png" alt="เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอล" width="460" height="370" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-03.png 460w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-03-300x241.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/htt-climate-technology-03-150x121.png 150w" sizes="(max-width: 460px) 100vw, 460px" /></p>
<p>ทั้ง Supercritical Fluid (ของเหลวยิ่งยวด) และ Subcritical Fluid (ของเหลวกึ่งวิกฤต) มีการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และสมุนไพรมานานแล้ว เพื่อสกัดดึงสารสำคัญต่างๆ ออกมา เช่น สารให้รส สารให้กลิ่น (Terpenes) คาเฟอีน และน้ำมันหอมระเหย โดยใช้ตัวทำละลาย (Solvent) ที่มีจุดวิกฤตและแรงดันที่แตกต่างกัน เช่น โพรเพน (Propane) และ เอทานอล แต่ที่นิยมใช้กันคือ คาร์บอนไดออกไซด์ มีจุดวิกฤตอยู่ที่อุณหภูมิ 31.1๐C และแรงดันอากาศ 73.8 บาร์</p>
<p>Subcritical Water ได้มีการนำมาใช้ด้านพลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการเพิ่มค่าความร้อน ตัวอย่างเช่น การปรับปรุงทะลายปาล์มเป็นเชื้อเพลิง เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลได้ช่วยลดปริมาณขี้เถ้า โพแทสเซียม และ คลอรีน ซึ่งเป็นปัญหาต่อโรงไฟฟ้า แต่เพิ่มค่าคาร์บอนที่ช่วยให้ค่าความร้อนสูงขึ้น</p>
<p>เทคโนโลยี Hydrothermal ด้วย Subcritical Water นี้ นิยมใช้ในรูปแบบของ Hydrothermal Carbonization ใน อุณหภูมิระหว่าง 180-300๐C และแรงดันอากาศ 200-250 บาร์ ผลผลิต (Output) ที่ได้มีลักษณะเป็นผง (Pulverized) เรียกว่า ไฮโดรชาร์ (HydroChar) ซึ่งมีค่าความร้อนเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 52-69% (ขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งที่นำเข้า) ข้อดีอีกประการ ของเทคโนโลยีดังกล่าวคือ ไฮโดรชาร์ (HydroChar) ที่ได้จะไม่ซึมน้ำกลับ (Insoluble) จึงสามารถทำเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง ที่มีค่าความร้อนคุณภาพสูงได้ เทคโนโลยีไฮโดรเทอร์มอลนี้กำลังได้รับความนิยมมากข้ึนในหลายประเทศ เนื่องจากภาวะ โลกร้อนที่ทุกประเทศต้องมองหาเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อการจัดการเศษเหลือทิ้งภาคเกษตรและขยะต่างๆ ที่คุ้มค่าต่อการ ลงทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 123 พฤษภาคม – มิถุนายน 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/htt-climate-technology/">HYDROTHERMAL TREATMENT (HTT) สุดยอด Climate Technology คู่โลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/htt-climate-technology/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 01:30:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน ฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33485</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย</strong></p>
<p><span id="more-33485"></span></p>
<p>สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว</p>
<p>ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากเดิมที่เคยเป็นอยู่ มนุษย์จะดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจ กับคำศัพท์ใหม่ๆ อย่างน้อย 2 คำ คือ <strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>) และ<strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>Carbon Footprint</strong>) ทั้ง 2 คำเป็นความเหมือนที่แตกต่าง ท่านที่สนใจ หรือเริ่มเรียนรู้เรื่องของคาร์บอน ควรศึกษาจากอินโฟกราฟิก ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานนี้ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมก่อนจะไปต่อ</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png" alt="สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-300x168.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-768x431.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p>1. สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเมื่อ พ.ศ. 2562 รวมทั้งสิ้น 372.8 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (TCO2e) คิดเป็น 0.88% ของ ทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับ 9 ของโลก เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ของโลก</p>
<p>2. คาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นจากภาคพลังงานสูงถึง 69.96% ภาคเกษตร 15.23% ภาคอุตสาหกรรม 38.3% และของเสีย 16.9% ดังนั้นจึงควรแก้ไขในส่วนที่ส่งผลกระทบมากเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ถนนทุกสายมุ่งมาลดคาร์บอนที่ภาคพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ รวมถึงน้ำมันที่ใช้กับ เครื่องบิน (SAF) ซึ่งถูกจับตาว่าสร้างมลพิษอย่างมากมาย สำหรับภาค เกษตรกรรม สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การปลูกข้าวที่ยังต้องใช้ระบบน้ำขัง ทำให้ เกิดก๊าซมีเทน สำหรับภาคอุตสาหกรรมถึงแม้จะมีตัวเลขค่อนข้างสูงเป็น อันดับที่ 2 แต่ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะมีมาตรการในการลดคาร์บอน เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออก สำหรับ ของเสีย ซึ่งรวมถึงขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรม ได้มีเทคโนโลยีการนำ ของเสียเหล่านี้มาใช้เป็นพลังงาน แถมยังอาจได้คาร์บอนเครดิตและ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลงอีกด้วย</p>
<p>กลไกการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ที่เราเรียกว่า T-VER ม กิจกรรมต่างๆ มากมาย ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ ฯลฯ โดยปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือ กักเก็บได้ เราเรียกว่า คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นคำที่เรา ต้องจำและเข้าใจไปตลอด อีกคำศัพท์ที่เราต้องทั้งจดทั้งจำไปตลอดกาล ก็ว่าได้คือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="740" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png 796w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-300x201.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-768x513.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-500x334.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>CF</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณรวม ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ และ ก๊าซมีเทน เป็นต้น ที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สามารถแยกออกได้เป็น 3 หัวข้อหลัก คือ 1. คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO) 2. คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product : CFP) 3. Carbon Footprint ของบุคคล รวมถึงด้านบริการด้วย โดยในบทความนี้จะขอกล่าว เฉพาะหลักๆ 2 หัวข้อ คือ CFO และ CFP ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมของ องค์กร ตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การขนส่ง ไปจนถึง การจัดการของเสีย โดยพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก ที่เราเรียก จนชินว่า สโคป (Scope) ดังนี้ (โปรดดูภาพประกอบเพื่อความ เข้าใจมากยิ่งขึ้น)</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 1</span> : การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ทางตรงขององค์กร (Direct Emissions) เช่น การประหยัด พลังงานใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ การใช้รถไฟฟ้า การจัดการของเสีย เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 2</span> : ทางอ้อม (Indirect Emissions) คือ การใช้พลังงานจากภายนอก โดยการซื้อเข้ามาใช้ ตัวอย่างเช่น ไฟฟ้า หรือไอน้ำ</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 3</span> : ทางอ้อมด้านอื่นๆ (Other Indirect Emissions) คือ กิจกรรมจากภายนอกตั้งแต่ต้นน้ำ (ก่อนเข้าสู่ โรงงาน) จนถึงกิจกรรมปลายน้ำ (ภายหลังออกจากโรงงาน)</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิต ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง ไปจนถึง การใช้งานและจัดการของเสีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33491" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="540" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-300x204.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-150x102.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-500x340.png 500w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 Scope เป็นเพียงการตรวจวัด ยังไม่ใช่วิธีการ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้ง 2 รูปแบบใช้วิธีการคำนวณ (ไม่สามารถชั่งตวง หรือวัดได้) ออกมาในรูปแบบของกรัม กิโลกรัม หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า (เช่น Kg CO2e) จึงมีคำถามว่า แล้วทำเพื่ออะไร คำตอบเข้าใจ ง่ายๆ ก็คือ ก๊าซเรือนกระจกใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ เปรียบเสมือนคนอ้วนน้ำหนักเกินที่ต้องหาวิธีลดส่วนเกิน หากเป็นมนุษย์ ก็อาจจะใช้วิธีลดอาหาร ออกกำลังกาย กินยา หาหมอ เป็นต้น ในโลกของ คาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (CF) ก็เช่นกัน การลดปริมาณคาร์บอนสามารถทำได้ หลากหลายวิธี หลากหลายกิจกรรมที่ต้องเรียนรู้ หากเราไม่ลดคาร์บอน ส่วนเกินได้ ในที่สุดก็จะต้องถูกเก็บภาษีตาม พ.ร.บ. ที่กำลังจะบังคับใช้ ในเร็วๆ นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33490 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png" alt="อาหารชนิดใดผลิตก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ?" width="504" height="641" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png 504w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-236x300.png 236w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-150x191.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-393x500.png 393w" sizes="(max-width: 504px) 100vw, 504px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เราลดหรือกักเก็บได้ โดยใช้กลไกของการลดก๊าซ เรือนกระจก เช่น การเปลี่ยนจากรถใช้น้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า เปลี่ยน เชื้อเพลิงหม้อไอน้ำ (Boiler) จากน้ำมันเตาเป็นชีวมวลและชีวมวล อัดแท่ง (Wood Pellets) โรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง RDF : Refuse Derived Fuel รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อขายคาร์บอน เครดิตทั้งหลายที่ต้องผ่านกลไกการตรวจประเมินและรับรองจาก TGO : องค์การจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ออกหนังสือรับรอง แล้วจึง จะนำมาซื้อขายสร้างรายได้หรือใช้ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในองค์กร นั่นเอง</p>
<p>คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คู่คล้ายคู่เคียง เราต้องเข้าใจและแยกให้ออก จึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ความเข้าใจแบบสามัญชนก็คือ คาร์บอนเครดิต ย่ิงมีมากย่ิงดี ขายเป็นทรัพย์สินได้ ส่วนคาร์บอนฟุตพร้ินท์ ยิ่งมาก ยิ่งไม่ดี เพราะอาจต้องเสียภาษีส่วนเกิน ถ้าคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงเกินไป แล้วต้องการลด สามารถไปขอซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลบได้ ซึ่งวิธีน้ี เราเรียกว่า การชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset)</p>
<p>เมื่อท่านอ่านถึงตรงนี้ คาร์บอนไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อกติกาโลก จากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ (COP) ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้เกิด ศัพท์ใหม่อีก 2 คำ คือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จึงทำให้ Carbon Credit และ Carbon Footprint เป็นยำใหญ่ผสม เครื่องแกงอีกมากมาย ท่านผู้อ่านต้องจำให้มั่นๆ ว่า Carbon Credit และ Carbon Footprint คืออะไรก่อน สำหรับคำศัพท์ที่ชวนเข้าใจยาก ต่อไปนี้ เป็นเรื่องควรรู้ แต่อาจไม่จำเป็นจะต้องลงลึกถึงขั้นคำนวณได้ เนื่องจากมีบริษัทที่ปรึกษามากมายพร้อมให้คำปรึกษา</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>CBAM</strong></span> (อ่านว่า ซี-แบม) ย่อมาจาก Carbon Border Adjustment Mechanism เข้าใจง่ายๆ คือ การเก็บภาษีคาร์บอนกับ สินค้าก่อนข้ามพรมแดนไปยังสหภาพยุโรป นอกเหนือจากภาษีนำเข้า หรือส่งออกตามปกติ</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว</strong></span> Utility Green Tariff (UGT) UGT1 หรือ UGT2 หรือ Renewable Energy Certificate (REC) (อ่านว่า เหร็ก) ทั้ง 3 รูปแบบเป็นวิธีการที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถซื้อไฟจาก พลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยผลิตอยู่ และผ่านการรับรองจาก TGO โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบใดที่เหมาะสมและมีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อต้องการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</p>
<p>3. <span style="color: #6cb742;"><strong>THAILAND Taxonomy</strong></span> มาตรฐานกลางสู่เศรษฐกิจ สีเขียว โดยแบ่งกลุ่มตามสีเพื่อแบ่งประเภทธุรกิจตามการใช้พลังงาน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จะอยู่ในกลุ่มสีเขียว ชีวมวลจะอยู่ ในกลุ่มสีเหลือง โรงไฟฟ้าอื่นๆ อาจเป็นสีเทา ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็น สีแดง เนื่องจากมาจากฟอสซิล เป็นต้น</p>
<p>การปลูกต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตควรมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ขึ้นไป มีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย มีความรู้ในการ ประเมินหรือว่าจ้างที่ปรึกษา มีความพร้อมในการว่าจ้างผู้ตรวจประเมิน โดยปกติต้นไม้จัดเก็บคาร์บอนไว้ที่ใบ 1% กิ่ง 11% ราก 26% และลำต้น 62% มีหลายหน่วยงานส่งเสริมด้านนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างงานแล้ว ยังเป็นการปลูกป่าอีกด้วย ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการเตรียมโครงการและค่าทวนสอบรับรองโครงการด้วย</p>
<p>เรื่องของคาร์บอนเครดิตและคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นเรื่องของ การรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลาน และเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ อยู่ที่ว่า เราจะยืนอยู่ตรงไหน มีรายละเอียดเชิงลึกมากมายที่เราต้องเรียนรู้ หากผู้อ่านทำความเข้าใจเบื้องต้นที่เขียนแบบเข้าใจง่ายๆ นี้ ก็จะ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ง่าย ซึ่งความจริงแล้ว ผู้บริหารหรือเจ้าของ กิจการก็อาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขั้นคำนวณราคาคาร์บอนเครดิตได้ ต้องขอขอบ<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณ วิวัฒน์ โฆษิตสกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด</strong> และ <span style="color: #6cb742;">สุริยัน สัมฤทธิ์</span> <strong>Sustainability Business Develop Manager บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย)</strong> จำกัด จากข้อมูลของ อบก. ประเทศไทยมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในโครงการ T-VER (ทั้งแบบ OTC และ FTIX) ในเดือนมีนาคม 2567 จำนวน 419,178 tCO2e มูลค่าซื้อขายสูงถึง 69,893,450 บาท</p>
<p>Carbon Credit and Carbon Footprint are new words which we should recognize and learn to understand. To make the long story short, the carbon footprint (CF) divides into 2 categories; Carbon Footprint Organization: CFO and Carbon Footprint Product: CFP. The CFO is divided into 3 scopes depending on how the carbon is generated. The CBAM becomes the new standards for everyone who wants to do business with European. In Thailand we starting the green electricity by developing UGT1, UGT2 and REC to buy and sell locally. Thailand also has the taxonomy to define business activities in colors. These colors may receive different privilege when acquire loans. Lastly, The TGO website states that 419,178 tCO2e (69,893,450 baht) is the amount of T-VER trading in 2024. (Summarized by Sarah Sunshine)</p>
<figure id="attachment_33488" aria-describedby="caption-attachment-33488" style="width: 276px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33488" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg" alt="ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี" width="276" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg 276w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-226x300.jpg 226w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-150x199.jpg 150w" sizes="(max-width: 276px) 100vw, 276px" /><figcaption id="caption-attachment-33488" class="wp-caption-text">ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</figcaption></figure>
<p>จากวิกฤตสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จำเป็นต้องลดปริมาณ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้นานาประเทศต้องร่วมมือกันและมุ่งสู่การปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายใน ค.ศ. 2050 กลไกตลาดเพื่อจูงใจให้ ทุกภาคส่วนลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ คาร์บอนเครดิต โดยคาร์บอนเครดิตคือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้จากการดำเนินโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถนำคาร์บอนเครดิตไปแลกเปลี่ยนหรือซื้อ-ขายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ สำหรับ ประเทศไทย มีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ซึ่งเป็น องค์กรภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานในการวิเคราะห์ กลั่นกรองและรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของ ประเทศไทย หรือ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) โครงการ ที่เข้าร่วมจะต้องเป็นโครงการที่เข้าข่ายด้านพลังงานทดแทน การขนส่ง ประสิทธิภาพ พลังงาน (Energy Efficiency) โรงงาน ของเสีย การใช้ที่ดิน (เกษตรและป่าไม้) การดักจับ กักเก็บ และการใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก 14 ประเภทนี้</p>
<h3>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามาถพัฒนาเป็นโครงการ T-VER ได้ ต้องเข้าข่าย ประเภทโครงการ ดังต่อไปนี้</h3>
<figure id="attachment_33489" aria-describedby="caption-attachment-33489" style="width: 707px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33489" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png" alt="โครงการลดก๊าซ เรือนกระจก" width="707" height="456" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png 707w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-300x193.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-150x97.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-500x322.png 500w" sizes="(max-width: 707px) 100vw, 707px" /><figcaption id="caption-attachment-33489" class="wp-caption-text">ที่มา : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของต่างประเทศที่ได้รับความนิยม เช่น VCS (Verified Carbon Standard) โดย Verra (USA), GS (The Gold Standard) โดย The Gold Standard Secretariat (Switzerland)</p>
<p>ปัจจุบันนี้ตลาดคาร์บอนมี 2 ประเภท ได้แก่ 1) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Market)</strong></span> คือ ตลาดคาร์บอนที่จัดตั้งขึ้น ตามการบังคับใช้กฎหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีรัฐบาลเป็นผู้ออกกฎหมายและกำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ เป็นตลาดสำหรับหน่วยงานที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าก็จะ ถูกลงโทษ ส่วนผู้ที่ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎหมายกำหนด และ 2) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอน แบบภาคสมัครใจ</strong></span> (Voluntary Carbon Market) คือ ตลาดคาร์บอนที่เกิดจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้มี กฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาบังคับจัดตั้ง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิตด้วยความสมัครใจ ไม่มีผลผูกพัน ตามกฎหมายแต่อย่างใด</p>
<p>สำหรับคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานไทยจากโครงการ T-VER ยังไม่เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นการซื้อขายในประเทศไทย เท่านั้น โดยสามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ 2 รูปแบบ คือ การซื้อขายในระบบทวิภาค (Over the Counter : OTC) เป็นการตกลงซื้อขายคาร์บอน เครดิตระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยไม่ผ่านตลาด และการซื้อขายผ่านแพล็ตฟอร์ม (Exchange Platform) เช่น “FTIX” ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผ่านการรับรองจาก อบก. แล้ว ปัจจุบันราคาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 107.64 บาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ส่วนในยุโรปราคา 80 ยูโร/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 122 มีนาคม – เมษายน 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF &#038; WOOD PELLETS</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 02:13:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[COP28]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[RDF & WOOD PELLETS]]></category>
		<category><![CDATA[WOOD PELLETS]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32587</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จบลงแบบต้องขอต่อเวลานอกอีกหนึ่งวัน โดยค่ายที่จำหน่ายน้ำมันขอต่อรองมติจาก “Trade-Off Fossil Fuel” เป็น “Transition Away Fossil Fuel” เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิลแบบค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อ่าน จากกูรูหลายๆ ท่านสรุปกันมาก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกยังกังวลว่า เป้าหมายสู่ Carbon Neutrality ใน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/">Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF & WOOD PELLETS</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จบลงแบบต้องขอต่อเวลานอกอีกหนึ่งวัน โดยค่ายที่จำหน่ายน้ำมันขอต่อรองมติจาก “Trade-Off Fossil Fuel” เป็น “Transition Away Fossil Fuel” เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิลแบบค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อ่าน จากกูรูหลายๆ ท่านสรุปกันมาก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกยังกังวลว่า เป้าหมายสู่ Carbon Neutrality ใน ค.ศ. 2050 และ Net Zero ใน ค.ศ. 2065 อาจเป็นไปได้ยาก ถ้าจะถามว่าบทสรุปของ COP28 ใครได้ใครเสีย ขอยกสุภาษิตบทหนึ่งที่ว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็น โคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดวงดาวอยู่พราวพราย” ดังนั้นบางประเทศจึงเห็นว่าเกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมากมายจากผลการประชุมในครั้งน้ี ส่วนบางประเทศอาจเห็นว่าบทสรุปของการประชุมไม่ส่งผลดีต่อประเทศตนเลยก็ได้</strong></p>
<p><span id="more-32587"></span></p>
<p>กลับมาที่บ้านเราประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนต่อประชาคมโลกว่า จะใช้ RE เพิ่มขึ้น 3 เท่า และจะลดก๊าซเรือนกระจกลง 30% ใน ค.ศ. 2030 แต่สิ่งที่ภาคเอกชนยังกังวลใจอยู่ก็คือ แผนรองรับและแผนปฏิบัติการของภาครัฐยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ทั้งๆ ที่ประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจด้วย BCG Model ซึ่งสอดคล้องกับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่แล้ว</p>
<p>ขอนำเสนอโอกาสทองของ 2 ธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ เป็น SME นั่นคือ</p>
<ol>
<li><strong>RDF</strong> : <strong>Refuse Derived Fuel</strong> หรือเชื้อเพลิงจากขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ราคาซื้อขาย ประมาณ 1,000-1,900 บาทต่อตัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ เชื้อเพลิงพลังงาน</li>
<li><strong>Wood Pellets</strong> (<strong>ชีวมวลอัดแท่ง</strong>) ทั้งชนิด White Pellets และ Black Pellets ราคาขายประมาณ 3,500-4,500 บาท ต่อตัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเชื้อเพลิง ภาครัฐควรผลักดัน ให้ต่างประเทศซื้อชีวมวลอัดแท่งตามมาตรฐาน มอก. เพื่อ ส่งเสริมให้ผลิตและสามารถส่งออกเชื้อเพลิงคุณภาพดีให้กับ ประเทศไทย</li>
</ol>
<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น จะขอนำประกาศบางส่วนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงของ (RDF) ตามหมายเลข มอก. 3460-2565 และหมายเลข มอก. 2772-2560 เชื้อเพลิงชีวมวล อัดเม็ดมาเป็นข้อมูล ดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32591" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF.jpg" alt="RDF" width="460" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-277x300.jpg 277w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-150x163.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-462x500.jpg 462w" sizes="(max-width: 460px) 100vw, 460px" /></p>
<h3>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงขยะ RDF : Refuse Derived Fuel</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32590" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01.png" alt="มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงขยะ RDF : Refuse Derived Fuel" width="780" height="411" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01.png 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-300x158.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-768x405.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-150x79.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-500x263.png 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเชื้อเพลิงที่ทำจากขยะมูลฝอยจากชุมชนหรือกากอุตสาหกรรมไม่อันตราย เช่น บรรจุภัณฑ์ เศษผ้า เศษยาง เศษพลาสติก กระดาษ เปลือกผลไม้ กากตะกอน แต่ไม่รวมถึงขยะอันตรายและขยะติดเชื้อ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32588" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets.jpg" alt="Wood Pellets" width="334" height="316" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets.jpg 334w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets-300x284.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets-150x142.jpg 150w" sizes="(max-width: 334px) 100vw, 334px" /></p>
<h3>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวมวลแข็งอัดเม็ด (Wood Pellets)</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32589" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02.png" alt="มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวมวลแข็งอัดเม็ด (Wood Pellets)" width="780" height="942" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02.png 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-248x300.png 248w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-768x928.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-150x181.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-414x500.png 414w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>เชื้อเพลิงพลังงานทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวข้างต้นอาจไม่เป็นที่สนใจของฝ่ายการเมืองเท่าไรนัก แต่สำหรับผู้ประกอบการตัวจริงที่ต้องการลด Carbon Footprint ทั้งสินค้าและบริการแล้ว RDF และ Wood Pellets อาจเหมือนหนูตัวน้อยที่คอยช่วยราชสีห์ เนื่องจากการคำนวณ Footprint ใน Scope 2 หากเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าจาก Grid และจากพลังงานหมุนเวียน (RE) แล้ว Factor ตัวคูณของ RE จะเท่ากับ 0 (ศูนย์) ดังนั้น ในอนาคตเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิดนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อสินค้าต่างๆ ต้องเสียภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)</p>
<p>The COP28 Summit agrees to fade the use of fossil fuel. It might be the challenge to Thailand to meet the Carbon Neutrality in 2050 and Net Zero in 2065. I want to quote Mr.Frederick Langbridge’s proverbs as &#8220;Two men look out the same prison bars; one sees mud and the other stars.&#8221; There are the opportunities in RDF : Refuse Derived Fuel and Wood Pellets. Currently both feedstocks have their own Thailand Standard which are TISI 3460-2565 and 2772-2560 respectively. These fuels reduce the carbon footprint comparing to the fossil fuel electricity.</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 121 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/">Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF & WOOD PELLETS</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ESG กับ Green Productivity</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 07:14:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31412</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นผลกระทบจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) ต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยแล้ว โดยเห็นได้จาก “มาตรการกีดกันทางการค้าและ การลงทุน” ของประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทย (หากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยมีการผลิตสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูง) คือ สหภาพยุโรปกำลังนำมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) โดยกำหนดให้เก็บค่าใบรับรองคาร์บอนในสินค้าที่นำเข้าสหภาพยุโรป โดยประเมินจากส่วนต่างของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสินค้า กับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อนุญาตให้มีการปล่อยได้ในสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นค่าปรับในสินค้านำเข้าที่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่า ระยะเริ่มแรกนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้กับสินค้า 5 กลุ่มแรก ได้แก่ (1) เหล็กและเหล็กกล้า (2)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/">ESG กับ Green Productivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นผลกระทบจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) ต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยแล้ว โดยเห็นได้จาก “มาตรการกีดกันทางการค้าและ การลงทุน” ของประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทย (หากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยมีการผลิตสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูง)</strong></p>
<p><span id="more-31412"></span></p>
<p>คือ สหภาพยุโรปกำลังนำมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) โดยกำหนดให้เก็บค่าใบรับรองคาร์บอนในสินค้าที่นำเข้าสหภาพยุโรป โดยประเมินจากส่วนต่างของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสินค้า กับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อนุญาตให้มีการปล่อยได้ในสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นค่าปรับในสินค้านำเข้าที่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่า</p>
<p>ระยะเริ่มแรกนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้กับสินค้า 5 กลุ่มแรก ได้แก่ (1) เหล็กและเหล็กกล้า (2) ซีเมนต์ (3) กระแสไฟฟ้า (4) ปุ๋ย และ (5) อะลูมิเนียม และมีแนวโน้มจะขยายไปสู่สินค้ากลุ่มอื่นๆ อีก ได้แก่ เคมีภัณฑ์อินทรีย์ พลาสติก แก้ว เซรามิก ยิปซัม กระดาษ และโพลีเมอร์ โดย CBAM เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566</p>
<p>ดังนั้นหากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยไม่ปรับตัวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกก็จะลดลง ซึ่งจะส่งผลทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง และ GDP ของประเทศไทยลดลงด้วย</p>
<p>ส่วนภาคการเงินและตลาดทุน นักลงทุนก็เริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยผ่านแนวความคิดเรื่อง “ESG” (Environment, Social, &amp; Governance) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมต้องเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบใน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) สิ่งแวดล้อม (2) สังคม และ (3) บรรษัทภิบาล ซึ่งเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน พร้อมกับช่วยสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย</p>
<p>ดังนั้นหากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยยังไม่ปรับตัว ตามแนวความคิดเรื่อง “ESG” แล้ว นักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลกอาจเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกจากประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะกระทบในเชิงลบต่อ GDP ในที่สุด</p>
<p>แม้ว่าการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ผลจากงานวิจัยในอดีตพบว่า หากได้รับการช่วยเหลือที่เพียงพอทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ พร้อมกฎหมายที่ยืดหยุ่นจากภาครัฐแล้ว การลงทุนเพื่อปรับตัวไปสู่การผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ในระยะยาวแล้ว แนวความคิดเรื่อง ESG จึงสอดคล้องกับเรื่องของ “Green Productivity” ซึ่งจะทำให้กิจการต่างๆ มี “ผลิตภาพ” สูงขึ้น และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 120 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/">ESG กับ Green Productivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Dec 2023 03:14:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ BCG]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่า Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31389</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG Economy อันชาญฉลาดของประเทศไทย สามารถสร้างความยอมรับในระดับ นานาชาติได้อย่างรวดเร็ว เป็นการผนวกความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ แต่งแต้มด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเป็นคำตอบในการช่วย ควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากยุคก่อน จึงเกิดมาเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย จะขอยกตัวอย่าง 10 นวัตกรรม ที่เข้าสู่วงจรด้านธุรกิจแล้ว ดังนี้ 1. RDF : Refuse Derived Fuel เชื้อเพลิงชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือใช้ทั้งชุมชนและอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ปัจจุบันยังอ้างอิงคุณภาพเชื้อเพลิงตาม ASTM ของสหรัฐอเมริกา แต่ในอนาคต เมื่อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมพิจารณาร่างมาตรฐาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/">10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG Economy อันชาญฉลาดของประเทศไทย สามารถสร้างความยอมรับในระดับ นานาชาติได้อย่างรวดเร็ว เป็นการผนวกความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ แต่งแต้มด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเป็นคำตอบในการช่วย ควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากยุคก่อน จึงเกิดมาเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย จะขอยกตัวอย่าง 10 นวัตกรรม ที่เข้าสู่วงจรด้านธุรกิจแล้ว ดังนี้</strong></p>
<p><span id="more-31389"></span></p>
<h3>1. RDF : Refuse Derived Fuel</h3>
<p>เชื้อเพลิงชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือใช้ทั้งชุมชนและอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ปัจจุบันยังอ้างอิงคุณภาพเชื้อเพลิงตาม ASTM ของสหรัฐอเมริกา แต่ในอนาคต เมื่อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมพิจารณาร่างมาตรฐาน RDF ไทย และประกาศใช้ จะมี RDF ไทยที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อีกด้วย ปัจจุบัน RDF ไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิงจากขยะที่คอยป้อนโรงไฟฟ้าขยะอีกต่อไป แต่ได้มีการพัฒนาเป็นระดับพรีเมียม คือ SRF : Solid Recovered Fuel มีความบริสุทธิ์เพียงพอที่จะใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31394" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF.jpg" alt="RDF" width="471" height="270" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF.jpg 471w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF-150x86.jpg 150w" sizes="(max-width: 471px) 100vw, 471px" /></p>
<h3>2. RDF to Fuel</h3>
<p>ด้วยการนำ RDF ผ่านกระบวนการ Gasification และผ่านการทำความสะอาดก๊าซแต่งเติมด้วย Catalytic กลั่นเป็นน้ำมัน ท่านสามารถจะเลือกชนิดของน้ำมันที่ต้องการได้หลายชนิด ปัจจุบันมีการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น คนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ นั่งรอการเปิดตัวเทคโนโลยีได้ อีกไม่นานเกินรอ</p>
<h3>3. Plastics to Oil</h3>
<p>น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากขยะพลาสติก ซึ่งมีราคาขายปลีก อยู่ที่ 15-20 บาทต่อลิตร ขึ้นลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขยะพลาสติกจากบ่อฝังกลบและเศษพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้แล้ว สามารถนำมาใช้ผลิตน้ำมันด้วยกระบวนการ Pyrolysis เพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำมันสังเคราะห์ใช้แทนน้ำมันเตา (Heavy Oil) เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตอีกด้วย หากมีการคัดแยกและทำความสะอาดพลาสติก เบื้องต้น ขยะพลาสติก 1 ตัน จะได้น้ำมันประมาณ 60-70% จึงคุ้มค่าการลงทุน ส่วนเทคโนโลยีได้มีการพัฒนามากว่า 10 ปีแล้ว จึงค่อนข้างจะมีปัญหาน้อย ข้อควรคำนึงก็คือ ต้องมีการเตรียมการเรื่องแหล่งเชื้อเพลิง ทั้งปริมาณที่เพียงพอและมีให้ใช้ตลอดระยะเวลาอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31393" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF.jpg" alt="" width="539" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF.jpg 539w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-285x300.jpg 285w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-150x158.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-475x500.jpg 475w" sizes="(max-width: 539px) 100vw, 539px" /></p>
<h3>4. SAF : Sustainable Aviation Fuel</h3>
<p>เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ผลิตจากทรัพยากรทางชีวภาพ (Biological Resources) ใช้แล้วไม่หมดไป สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 80% ก่อนหน้านี้ น้ำมันเครื่องบินได้มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพียง 2% เท่านั้น แต่เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาออกกฎหมาย RefuelEU Aviation Initiative ตามมติคณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป กำหนดให้มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน พ.ศ. 2568 จึงได้รับความสนใจจากทุกประเทศทั่วโลก</p>
<h3>5. Wood Pellets : Black and White</h3>
<p>สถานการณ์ชีวมวลอัดแท่งในประเทศไทยกำลังกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนก็ว่าได้ จากราคาขายตันละ 2,800 บาท มาสู่ราคา 3,800-4,200 บาท แท้ที่จริงแล้วผู้ซื้อไม่ได้ต้องการใช้แค่เชื้อเพลิง แต่ต้องการเครดิตคาร์บอนของ Wood Pellets อีกด้วย ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ผลิตกว่า 90 โรงงาน แต่มีผู้ผลิตจริงประมาณ 30 โรงงานเท่านั้น โรงงานที่เหลือกำลังรอเวลาที่ราคาและปริมาณความต้องการมากขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศ ญี่ปุ่นดูจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งก็คงต้องต่อรองกันในเรื่องของราคาและเงื่อนไขการส่งออก Wood Pellets ผู้ผลิตไทยยังต้องปรับปรุงเรื่องการขอ “เครื่องหมายผลิตภัณฑ์ไม้จากธรรมชาติ หรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ยอมรับ” เช่น FSC หรือ PEFC ซึ่งเป็นการรับรองผ่านบุคคลที่ 3 (Third Party Certification) ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าญี่ปุ่นจะมีความต้องการ Wood Pellets เพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านตัน ซึ่งผลิตได้เองเพียง 1 ล้านตันต่อปี สำหรับประเทศไทยปัจจุบันผลิตชีวมวลอัดแท่งได้ไม่ถึง 1 ล้านตันต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการใช้ภายในประเทศ</p>
<h3>6. BIOMASS to Liquid</h3>
<p>อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสามารถตั้งโรงงานผลิตเล็กๆ ในตู้คอนเทนเนอร์ได้ การลงทุนก็ไม่สูงนัก ชุมชนรวมตัวกันก็ลงทุนได้ วัตถุดิบหาง่าย มีสม่ำเสมอ โดยผ่านกระบวนการ Gasification ที่สำคัญก็คือสารเร่งปฏิกิริยาอันเป็นเทคโนโลยีที่ต้องเรียนรู้</p>
<h3>7. BIOGAS (ก๊าซชีวภาพ)</h3>
<p>เทคโนโลยีพื้นฐานระดับชุมชนของไทยกำลังเปล่งประกายเป็นอัญมณีล้ำค่าในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากวัตถุดิบมาจากของเสียและของเหลือใช้ที่เป็นอินทรีย์สาร อีกทั้งประเทศไทยเป็นเมืองร้อน อุณหภูมิเหมาะสมต่อเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ อากาศของโลกที่แปรปรวน ทำให้การใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นกำเนิดจากของเสียจะทวีความสำคัญมากเป็นเงาตามตัว ไม่ว่าท่านจะผลิตไบโอแก๊สด้วยเทคโนโลยี Wet Biogas หรือ Dry Biogas จะผลิตเพื่อใช้ความร้อนหรือเพื่อผลิตไฟฟ้า จากวันนี้ไปราคาขายจะถูกบวกด้วยคาร์บอนเครดิต พร้อมด้วยโอกาสการไปสู่เทคโนโลยีอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31391" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen.jpg" alt="" width="518" height="239" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen.jpg 518w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-300x138.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-150x69.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-500x231.jpg 500w" sizes="(max-width: 518px) 100vw, 518px" /></p>
<h3>8. BIOGAS to Hydrogen</h3>
<p>ขณะที่นักวิจัยไทยกำลังมุ่งมั่นวิจัยการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน จากก๊าซชีวภาพ มีข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีว่า โตโยต้า ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ผลิตไฮโดรเจนจากก๊าซชีวภาพด้วยการใช้มูลของไก่ โดยจะเริ่มผลิตไฮโดรเจนขนาด 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง ที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นโครงการนำร่อง</p>
<figure id="attachment_31392" aria-describedby="caption-attachment-31392" style="width: 472px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31392 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT.jpg" alt="HTT : Hydro Thermal Treatment" width="472" height="220" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT.jpg 472w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT-300x140.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT-150x70.jpg 150w" sizes="(max-width: 472px) 100vw, 472px" /><figcaption id="caption-attachment-31392" class="wp-caption-text">Hydrothermal Treatment</figcaption></figure>
<h3>9. HTT : Hydro Thermal Treatment</h3>
<p>เทคโนโลยีกลางเก่ากลางใหม่ที่มีการใช้เชิงพาณิชย์มานานได้เวลาขยายการใช้งานในเมืองไทยเพิ่มขึ้นแล้ว HTT เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ด้วยการใช้แรงดันไอน้ำ+อุณหภูมิ+ ระยะเวลา เพื่อทำให้สารอินทรีย์รวมทั้งพลาสติกกลายเป็นผง จะเรียกว่า RDF ก็คงไม่ผิด ซึ่งนอกจากจะปราศจากมลพิษแล้ว ยังมีค่าความร้อนสูงเมื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอีกด้วย HTT มีต้นทุนต่ำกว่าเตาเผาและใช้ประโยชน์ได้กว้างกว่า อาจมีจุดอ่อนที่ยังไม่เหมาะกับการใช้ในโครงการขนาดใหญ่ HTT สามารถใช้กับการลอกพลาสติกหุ้มสายไฟออกจากเส้นลวด การจัดการขยะติดเชื้อ และใช้กับชีวมวล โดยไม่ทำให้โลหะหรือแก้วที่ติดอยู่ด้วยกันเสียหาย เนื่องจากใช้อุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนประกอบหลักของเครื่อง ประกอบด้วย 1. ถังปฏิกรณ์ (Reactor) 2. หม้อไอน้ำ (Boiler) และ 3. ระบบบำบัดน้ำเสียและระบบควบคุมการทำงาน เป็นต้น</p>
<h3>10. Electronics Waste</h3>
<p>การจัดการซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นธุรกิจกองทัพมดของไทย ซึ่งกำลังจะเติบโตขึ้น เมื่อมีเทคโนโลยีที่คุ้มค่าต่อการลงทุนทยอยเข้ามาจากการขอรับการสนับสนุนการลงทุน BOI ได้ทราบว่า มีการขอ BOI เพื่อลงทุนด้าน E-Waste เป็นโรงงานทันสมัยในจังหวัดระยอง เพื่อรองรับการขยายตัวของการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับ Zero Waste ไม่มีของเสียไปฝังกลบ</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ดังนั้น 10 ธุรกิจข้างต้นจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานความพยายามลดค่า Carbon Footprint ลงจากกระบวนการผลิต และเป็นประตูสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นอกจากประเทศไทยและอีกเพียงไม่กี่ประเทศในโลกใบเก่านี้เท่านั้นที่สภาพภูมิศาสตร์จะเหมาะสมกับ BCG Economy ท่านผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณเลือกธุรกิจสู่โลกใบใหม่ที่เหมาะสมกับประสบการณ์ ความรู้ และต้นทุนที่ท่านมี แต่อย่าลืมว่า วันนี้โอกาสกับความเสี่ยงเป็นเรื่องเดียวกัน</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="mceTemp"></div>
<h3>ความเห็นจากนักวิชาการและภาคเอกชนต่อแนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนา เศรษฐกิจแบบ BCG Economy</h3>
<figure id="attachment_31555" aria-describedby="caption-attachment-31555" style="width: 230px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31555" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01.jpg" alt="รศ. ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์" width="230" height="284" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01.jpg 230w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01-150x185.jpg 150w" sizes="(max-width: 230px) 100vw, 230px" /><figcaption id="caption-attachment-31555" class="wp-caption-text"><strong>รศ. ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์</strong><br />คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ</figcaption></figure>
<p>ถนนเทคโนโลยีทุกสายมุ่งสู่ <strong>BCG</strong> (Bio-Circular-Green Economy) เกิดเป็นนวัตกรรมด้านธุรกิจ ใหม่ๆ มากมายจากทั้งชีวมวล ของเสีย และวัสดุเหลือใช้ที่ใครหลายคนมองข้าม เช่น น้ำมันปาล์ม และน้ำมัน ใช้แล้ว (Used Cooking Oil) สามารถพัฒนาให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) การสนับสนุนการต่อยอดความรู้และความร่วมมือการพัฒนาตั้งแต่ระดับนำร่อง ไปสู่การทดสอบเชิงพาณิชย์ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้าน เทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงจากฐานชีวภาพได้ และที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมายก็คือ การผลิตไฮโดรเจน ซึ่งได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนกลายมาเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนสามารถ นำไปใช้สู่เชิงพาณิชย์ได้ในเวลาอันใกล้นี้</p>
<p>การใช้ผลผลิตจากการเกษตร รวมถึงของเสียและวัสดุเหลือใช้มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตนั้น นอกจากจะช่วยตอบสนองนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม <strong>BCG</strong> ของประเทศแล้ว ยังตอบโจทย์การลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่จะเป็นทางรอดสำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต อันใกล้นี้ กลุ่มธุรกิจใหม่ (Start Up) ที่เข้ามาช่วงชิงความทันสมัยและล้ำหน้าของเทคโนโลยี และโอกาส ที่เปิดกว้างมากขึ้น ยังคงต้องตระหนักว่า หลายๆ เทคโนโลยีก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยความเชื่อ และอีก หลากหลายเทคโนโลยีที่ยังคงต้องมุ่งหน้าพัฒนาต่อไป</p>
<hr />
<div class="mceTemp"></div>
<p>เมื่อสังคมพูดถึง “ภาวะโลกร้อน” ผู้ร้ายคนแรกๆ ก็คือ “ขยะ” ถึงเวลาที่เราต้องจัดการขยะอย่างจริงจัง เพื่อรักษาโลกเก่าๆ ใบนี้กันแล้ว แต่ข่าวดีก็คือ ขยะเกือบทุกประเภทสามารถนำมาแปลงเป็นพลังงานเพื่อ ใช้ทดแทนฟอสซิลได้</p>
<figure id="attachment_31554" aria-describedby="caption-attachment-31554" style="width: 229px" class="wp-caption alignleft"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31554" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02.jpg" alt="ทักษ์สุตา ถิ่นสันติสุข" width="229" height="288" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02.jpg 229w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02-150x189.jpg 150w" sizes="(max-width: 229px) 100vw, 229px" /><figcaption id="caption-attachment-31554" class="wp-caption-text"><strong>ทักษ์สุตา ถิ่นสันติสุข</strong><br />อุปนายก สมาคมการค้าพลังงาน ขยะ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีโรเวซท์ จำกัด</figcaption></figure>
<p>ปัจจุบันภาคเอกชนได้มีส่วนช่วยภาครัฐทั้งด้านการจัดเก็บและคัดแยกต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ศูนย์การค้าฯ และด้วยเทคโนโลยี AI และระบบ Logistics ที่ขยายตัวมากขึ้น ช่วยให้การเก็บขยะตามบ้าน และสถานที่ต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคุ้มค่าในการนำมาคัดแยกและจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิง พลังงาน RDF/SRF ท่ีกำลังจะเป็นเชื้อเพลิงพาณิชย์ตามกฎหมายและมีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่สอดคล้อง กับการใช้งานในประเทศไทย เชื้อเพลิงพลังงาน RDF/SRF นี้ สามารถจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ ทดแทนการใช้ถ่านหินอีกด้วย</p>
<p>การใช้เชื้อเพลิงพลังงาน RDF/SRF ช่วยลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบ กับการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพประเภทอื่นๆ และมีผลพลอยได้อย่างคาร์บอนเครดิตสูงอีกด้วย การผลิต RDF/SRF นี้ สามารถช่วยลดการฝังกลบขยะอย่างไม่ถูกหลักวิชาการตามนโยบายของภาครัฐ และสามารถ ตอบโจทย์ <strong>BCG Model</strong> ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป</p>
<p>สมาคมการค้าพลังงานขยะ ยินดีให้ความรู้กับนักศึกษาที่สนใจการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพเป็น หมู่คณะ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ณ ปั่นไฟเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ สามารถติดต่อได้ที่ E-mail : wte.association @gmail.com</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">The 10 Bio-Circular-Green Business which may fruitful in the near future are : 1. RDF : Refuse Derived Fuel, 2. RDF to Fuel 3. Plastics to Oil 4. SAF : Sustainable Aviation Fuel 5. Wood Pellets : Black and White 6. BIOMASS to Liquid 7. BIOGAS (ก๊าซชีวภาพ) 8. BIOGAS to Hydrogen 9. HTT : Hydro Thermal Treatment and 10. Electronics Waste. From the point of view of Assoc. Prof. Suthum Patumsawad, Ph.D., Lecturer, King Mongkut’s University of Technology North Bangkok says that the Bio-Circular-Green business model becomes solid to find the right commercial technologies such as Used Cooking Oil for SAF. The start up companies should pick the right technology to start with because every technologies have their strengths and weakness. Ms.Taksuta Tinsuntisook, Vice Chairman of Waste to Energy Trade Association (WETA) and CEO of Zero Waste Co.,Ltd. says the waste always the first few words to pick up when we talk about the Green House Gas effect. Currently, waste can turn into the RDF/SRF and becomes the coal substitution in power plants. Thailand is going to have the Thailand RDF Standard for future boiler plants to use. These RDF/SRF is one of the keys to support the pathway to Thailand Net Zero commitment. SUMMARIZED BY SUNSHINE S.</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 120 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/">10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทุกอย่างต้องยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 04:03:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30713</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ “ความยั่งยืน” คือเป้าหมายของทุกองค์กรและทุกชุมชนในสังคมโลก ความยั่งยืน ขององค์กรจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความยั่งยืนของโลก เพราะถ้าองค์กรต่างๆ ไม่ยั่งยืนแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนก็คงเป็นไปได้ยาก “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development) จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้นำ และผู้บริหารทุกระดับในปัจจุบัน ในความเป็นจริงแล้ว ความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ “กำไร-ขาดทุน” และ “ความต่อเนื่องของกิจการ” เป็นหลัก ส่วนความยั่งยืนของชุมชนและสังคมโลกจะอยู่ที่ “สิ่งแวดล้อม” และ “คุณภาพชีวิต” ของชุมชนและชาวโลกเป็นสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ ทั้งในและรอบชุมชน (กากขยะ น้ำเสีย และอากาศ)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/">ทุกอย่างต้องยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อ “ความยั่งยืน” คือเป้าหมายของทุกองค์กรและทุกชุมชนในสังคมโลก ความยั่งยืน ขององค์กรจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความยั่งยืนของโลก เพราะถ้าองค์กรต่างๆ ไม่ยั่งยืนแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนก็คงเป็นไปได้ยาก</strong></p>
<p><span id="more-30713"></span></p>
<p>“<strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” (Sustainable Development) จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้นำ และผู้บริหารทุกระดับในปัจจุบัน</p>
<p>ในความเป็นจริงแล้ว ความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ “กำไร-ขาดทุน” และ “ความต่อเนื่องของกิจการ” เป็นหลัก ส่วนความยั่งยืนของชุมชนและสังคมโลกจะอยู่ที่ “สิ่งแวดล้อม” และ “คุณภาพชีวิต” ของชุมชนและชาวโลกเป็นสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ ทั้งในและรอบชุมชน (กากขยะ น้ำเสีย และอากาศ) ต้องมีคุณภาพดีตามมาตรฐาน รวมถึง “สิ่งแวดล้อมของโลก” ที่มีปัจจัยในเรื่องของ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) เกี่ยวข้องด้วย</p>
<p>การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) ที่ชาวโลกทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้เป็นสีเขียว เพื่อให้ชีวิตของมนุษย์และสัตว์โลกอยู่ด้วยกันได้ภายใต้ “สิ่งแวดล้อมที่ดี” อันทำให้ “คุณภาพ ชีวิต” ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>ทุกวันนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์การสหประชาชาติและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้น และต้องการเป็น ส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้ยั่งยืน ด้วยการกระตุ้นให้พวกเราตระหนักรู้ เรียนรู้ (ขวนขวายหาความรู้) และยอมรับที่จะปฏิบัติตาม “มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี” ด้วย ความเต็มใจ</p>
<p>ปัจจุบันแหล่งความรู้เกี่ยวกับ “<strong>การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>” และ “<strong>การลดโลกร้อน</strong>” มีมากมาย ไม่ว่าจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานต่างๆ (ทั้งภาครัฐและเอกชน) ตำราวิชาการ บทความงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และอื่นๆ อีกมากมายหลายช่องทาง รวมตลอดถึงยุทธศาสตร์ และนโยบายของภาครัฐที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้กระแสรักษ์ สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นและกระจายกว้างขวางไปทั่วโลก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ “<strong>ความรับผิดชอบต่อสังคม</strong>” ด้วยการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญมากขึ้นทุกที</p>
<p>ศัพท์แสงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “<strong>การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม</strong>” และ “<strong>การจัดการภาวะโลกร้อน</strong>” ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจจึงมีมากมาย อาทิ SDGs, BCG, ESG, CE, GI, GHG, Carbon Footprint, Carbon Credit, Net Zero, Climate Change, CBAM เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มุ่งสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อคงไว้ซึ่ง “คุณภาพชีวิต ที่ดี” ของสิ่งมีชีวิตบนโลกสีเขียวใบนี้</p>
<p>“<strong>จิตสำนึกในการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>” จึงมี ความสำคัญต่อทุกผู้คนที่ประกอบอาชีพต่างๆ ทั้งที่เป็นพนักงานลูกจ้าง หรือผู้บริหารแต่ละคน หรือเป็นองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรม (ค้าขาย บริการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม) คือจิตสำนึก แห่งการรักและหวงแหนธรรมชาติ การรัก สิ่งแวดล้อม การไม่ทำลายหรือเบียดเบียน สิ่งแวดล้อม การไม่ฉกฉวยและใช้ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันอย่าง สิ้นเปลือง จนรุ่นลูกหลานของเราไม่มีโอกาส ได้เห็น ไม่ได้ใช้สิ่งนั้นในวันหน้า เป็นต้น</p>
<p>สิ่งต่างๆ ที่เรามีใช้ในวันนี้ ลูกหลาน ของเราก็มีใช้ของเขาในวันหน้าเช่นเดียวกัน รุ่นเราได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ (ผืนป่าและสัตว์ป่า) รุ่นลูกรุ่นหลานก็ได้เห็น ได้สัมผัสเหมือนเราในชั่วอายุของเขาด้วย ไม่ใช่คนยุคเราใช้จนหมด ลูกหลานไม่มีใช้ หรือรุ่นลูกหลานไม่ได้เห็นป่าไม้ที่เขียวขจี ลำธารที่ใสสะอาด และสัตว์ป่าอย่างที่รุ่นเราเห็น (เราเห็นแรดสีขาว ลูกหลานเราก็เห็นแรด สีขาว ไม่ใช่เห็นแต่รูปที่อยู่ในหนังสือเพราะ แรดสีขาวสูญพันธุ์แล้ว) ดังนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น “<strong>การพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>”</p>
<p><strong>วันนี้ของเราทุกคนจึงต้องช่วยกันสร้าง องค์กรให้ยั่งยืนด้วยจิตสำนึกและการกระทำ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโลก เพื่อให้ยั่งยืนพร้อมๆ กันไป ด้วยการยึดมั่นใน หลักการที่ว่า “คุณภาพคือความอยู่รอดและ ยั่งยืน” ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 119 กันยายน – ตุลาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/">ทุกอย่างต้องยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sustainable-development/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Troubleshooting Guide Abnormal Noise from Inverter: Causes and Solutions</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/abnormal-noise-from-inverter-causes-and-solutions/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/abnormal-noise-from-inverter-causes-and-solutions/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2023 02:21:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Abnormal Noise]]></category>
		<category><![CDATA[Causes and Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Solis Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Troubleshooting Guide]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30722</guid>

					<description><![CDATA[<p>Background Inverters operating at high or full power sometimes exhibit abnormal noises, ranging from subtle to more pronounced sounds. What causes these issues, and how can they be resolved? This&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/abnormal-noise-from-inverter-causes-and-solutions/">Troubleshooting Guide Abnormal Noise from Inverter: Causes and Solutions</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3><strong>Background</strong></h3>
<p>Inverters operating at high or full power sometimes exhibit abnormal noises, ranging from subtle to more pronounced sounds. What causes these issues, and how can they be resolved? This Solis seminar will analyze typical causes of abnormal noise and share effective solutions.</p>
<h3>Fault description</h3>
<p>Abnormal sounds from inverters can normally be categorized into the following categories:</p>
<p><strong>Fan noise: </strong>This often occurs when the inverter is running at high power or full power, and the fan needs to dissipate heat. If the fan isn’t operating as it should, it will produce a more distinguishable sound – when prolonged this may affect the working order of the inverter.</p>
<p><strong>Other sources: </strong>This type of noise is primarily caused by internal inductance vibrations or unsteady inverter installations. These factors can cause operational vibrations, resulting in unwanted noise that hampers the inverter&#8217;s performance and lifespan.</p>
<h3>Abnormal fan noise: analysis and solutions</h3>
<p>Abnormal fan noise can be attributed to the following factors:</p>
<p>1) <strong>Inadequate installation spacing: </strong>The field inverter installation spacing is not reasonable (normal spacing ≥0.5m), resulting in timely heat dissipation, high temperature makes the fan frequently start, the fan rotation shaft loses lubrication, and the operating condition deteriorates, causing noise.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30730 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-01.jpg" alt="Inadequate installation spacing" width="740" height="300" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-01-300x122.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-01-150x61.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-01-500x203.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>Solution:</strong> Refer to the installation requirements of the product manual, correct the installation position, expand the spacing, to ensure smooth heat dissipation, as illustrated above.</p>
<p>2) <strong>Foreign object interference: </strong>As the inverter cooling fan rotates, it collides with foreign bodies resulting in noise. This may cause the fan to fail to rotate, as shown in the below image:</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30724 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-02.jpg" alt="Foreign object interference" width="740" height="281" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-02-300x114.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-02-150x57.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-02-500x190.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>Solution:</strong> Clear any debris around the inverter, and check whether there is foreign matter in the fan and air duct, clean promptly if so, and test (as below) whether the fan rotates well after cleaning. If the fan is damaged, replace it promptly.</p>
<p>Test process: Main menu → Advanced Settings → Password 0010→ Fan test</p>
<p>(Or hold down ESC for more than 3 seconds to start the fan, and press the up and Down keys for more than 3 seconds to stop the fan).</p>
<p>3) <strong>Blocked heat dissipation duct</strong>: When the heat dissipation duct is blocked, the cooling performance of the inverter will be reduced. Since the fan&#8217;s operation is signal-controlled by a temperature sensor, it operates at high speed for extended periods when the heat dissipation duct is obstructed, resulting in increased abnormal noise.</p>
<p><strong>Solution: </strong>Make sure the radiator slot is free of foreign objects and that there is enough space at the top and bottom of the inverter for easy air circulation.</p>
<p>4) <strong>Fan-related issues:</strong> Problems with the fan itself or insecure installation can lead to noise. Blade breakage during inverter installation can disrupt the fan&#8217;s balance and cause noise during rotation. Loose fastening screws on the fan and protective cover can result in noise due to fan shaking and friction during operation.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30725" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-03.jpg" alt="" width="740" height="389" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-03-300x158.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-03-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-03-500x263.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>Solution</strong>: If the fan is damaged, replace it. If the fan exhibits abnormalities, ensure screws are securely tightened. Perform fan test after adjustments (as below).</p>
<p>Test process: Main menu → Advanced Settings → Password 0010→ Fan test</p>
<p>(Or hold down ESC for more than 3 seconds to start the fan, and press the up and Down keys for more than 3 seconds to stop the fan).</p>
<p>In addition to the above, to avoid additional fan noise and ensure good heat dissipation of the inverter, the following should be considered:</p>
<p><strong>Add protective measures</strong></p>
<p>The addition of external safeguards such as sunshades for the inverter can not only block direct sunlight to reduce the temperature rise of the inverter, but also prevent foreign objects such as soil and leaves from blocking the heat dissipation channel and the fan.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30726 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-04.jpg" alt="Add protective measures" width="693" height="471" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-04.jpg 693w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-04-300x204.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-04-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-04-500x340.jpg 500w" sizes="(max-width: 693px) 100vw, 693px" /></p>
<p><strong>Perform regular fan maintenance</strong></p>
<p>① Periodic inspection: Periodically check the operating status of the fan, which can be monitored or checked on site.</p>
<p>② Regular cleaning: Regularly clean the external fan with a soft brush. The recommended frequency of cleaning is once a month. The steps are as follows, see the product manual.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30727" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-05.jpg" alt="Perform regular fan maintenance" width="740" height="273" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-05-300x111.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-05-150x55.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-05-500x184.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>Other sources of abnormal noise: analysis and solutions</h3>
<p>Even after addressing abnormal fan noise, the inverter may still exhibit running noise. This could be attributed to the following issues:</p>
<p>1) <strong>Inductance whistling:</strong> The main cause of inductance whistling is poor quality power from the local grid. This results in the inverter&#8217;s internal filter sensing an irregular and intense electromagnetic field, leading to coil jitters and magnetic core vibrations. You can assess this by sound judgment or measuring waveforms with an oscilloscope.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30728" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-06.jpg" alt="" width="740" height="247" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-06-300x100.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-06-150x50.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Abnormal-Noise-from-Inverter-06-500x167.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>Solution: </strong>Inductive whistling is mainly affected by the quality of the power grid, you can examine this through an oscilloscope and power quality tester. Alternatively seek assistance from a Solis technical assistance. Solution may be tailored according to the specific test results.</p>
<p>2) <strong>Insecure inverter installation:</strong> The inverter is not firmly installed on site: the screws on the back plate of the inverter are loose or the screws are not locked during installation, resulting in vibration during the operation of the inverter, which makes a significant noise.</p>
<p><strong>Solution: </strong>Tighten the loose screws to eliminate abnormal vibration of the inverter. If the installation site lacks sufficient stability, consider relocating the inverter.</p>
<h3>Conclusion</h3>
<p>Abnormal inverter noise, while uncommon, can disrupt the product&#8217;s performance. Therefore, conducting a comprehensive investigation is vital. Careful assessment, exclusion of potential issues, and regular maintenance are vital to ensure the inverter continues to operate reliably and efficiently.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/abnormal-noise-from-inverter-causes-and-solutions/">Troubleshooting Guide Abnormal Noise from Inverter: Causes and Solutions</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/abnormal-noise-from-inverter-causes-and-solutions/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรา (ประเทศไทย) พร้อมหรือไม่ที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคต?</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/smr-nuclear-power-plant/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/smr-nuclear-power-plant/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Sep 2023 06:25:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SMR]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.พรรณี แสงแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29646</guid>

					<description><![CDATA[<p>แหล่งพลังงานสะอาดสำหรับการผลิตไฟฟ้า ด้วยปัญหาด้านพลังงานของประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุหลายประการ หนึ่งในนั้นคือความผันผวนของราคาแก๊สธรรมชาติตามตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ประกอบกับการก้าวเข้าสู่ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition)” หรือการมุ่งเปลี่ยนรูปแบบการผลิตพลังงาน จากเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน หรือน้ำมัน เป็นต้น) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ มาสู่การใช้ “แหล่งพลังงานสะอาด” ได้แก่ เซลล์แสงอาทิตย์ ลม น้ำ และนิวเคลียร์ ซึ่งการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาดเหล่านี้ หากพิจารณาทั้งวัฏจักรแล้ว พบว่ามีการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตพลังงานโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smr-nuclear-power-plant/">เรา (ประเทศไทย) พร้อมหรือไม่ที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคต?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>แหล่งพลังงานสะอาดสำหรับการผลิตไฟฟ้า</h3>
<p>ด้วยปัญหาด้านพลังงานของประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุหลายประการ หนึ่งในนั้นคือความผันผวนของราคาแก๊สธรรมชาติตามตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา<span id="more-29646"></span> ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ประกอบกับการก้าวเข้าสู่ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition)” หรือการมุ่งเปลี่ยนรูปแบบการผลิตพลังงาน จากเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน หรือน้ำมัน เป็นต้น) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ มาสู่การใช้ “แหล่งพลังงานสะอาด” ได้แก่ เซลล์แสงอาทิตย์ ลม น้ำ และนิวเคลียร์ ซึ่งการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาดเหล่านี้ หากพิจารณาทั้งวัฏจักรแล้ว พบว่ามีการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตพลังงานโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างไรก็ตาม “แหล่งพลังงานสะอาด” ข้างต้นต่างมีข้อดีข้อเสียสำหรับการผลิตไฟฟ้าแตกต่างกัน ดังนี้ (1) เซลล์แสงอาทิตย์ ยังคงขาดเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืนหรือมืดครึ้ม จึงจำเป็นต้องใช้แบตเตอรีในการเก็บสำรองประจุไฟฟ้า ซึ่งหลังจากหมดอายุการใช้งานแบตเตอรีดังกล่าวจะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่สุด (2) ลม ยังคงขาดเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าเช่นเดียวกันกับเซลล์แสงอาทิตย์ เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมให้เกิดลมได้ตลอดเวลา (3) น้ำ จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรณีที่พบได้โดยทั่วไปคือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากระบบนิเวศป่าไม้ธรรมชาติมาเป็นเขื่อน ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย (4) นิวเคลียร์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นศูนย์ (net zero carbon emission) อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญของเทคโนโลยีนี้ก็คือ “กากกัมมันตรังสี (radioactive waste)” ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยวิธีการจัดการเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดการรั่วไหลของกากกัมมันตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อม</p>
<p>จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า “<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์</strong>” เป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์เรื่องการลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกได้เป็นอย่างดี แม้จะมีข้อเสียเรื่องกากกัมมันตรังสี แต่ก็ได้มีการกำหนดมาตรการการจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างชัดเจนเป็นมาตรฐานสากลและบังคับใช้อย่างเคร่งครัดโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency หรือ IAEA) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำกับดูแลการใช้พลังงานนิวเคลียร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพด้วยความปลอดภัยสูงสุด</p>
<h3>แนวคิดเบื้องต้นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์</h3>
<p>องค์ประกอบ (ภาพที่ 1) และหลักการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความคล้ายคลึงกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบดั้งเดิม แตกต่างกันที่แหล่งพลังงานความร้อนสำหรับทำให้น้ำร้อนขึ้นและเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอน้ำร้อนเพื่อไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งแหล่งพลังงานความร้อนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน (nuclear fission) ทำให้ไอโซโทปกัมมันตรังสีที่สามารถแตกตัวได้ (โดยมากที่นิยมใช้คือยูเรเนียม-235 หรือพลูโทเนียม-239) เกิดการแตกตัว แล้วคายพลังงานความร้อนออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน โดยพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากการแตกตัวของยูเรเนียม-235 ปริมาณเพียง 1 กรัมเทียบเท่ากับพลังงานความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินปริมาณมากถึง 3,000 กิโลกรัมเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29649" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02.jpg" alt="" width="781" height="485" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02.jpg 781w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02-300x186.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02-768x477.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-02-500x310.jpg 500w" sizes="(max-width: 781px) 100vw, 781px" /></p>
<p><strong>ภาพที่ 1:</strong> แบบจำลองสามมิติของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ (1) กังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (2) ระบบป้องกันความปลอดภัยอัตโนมัติเชิงรับ (passive safety features) ซึ่งควบคุมให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (3) เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor) ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันและถ่ายเทความร้อนหรือระบายความร้อนทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะของน้ำหล่อเย็นกลายเป็นไอน้ำร้อน (4) หอคอยระบายความร้อน (cooling tower) เปลี่ยนสถานะของไอน้ำให้กลับมาเป็นของเหลว และหมุนเวียนกลับไปรับพลังงานความร้อนจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่อีกครั้ง และ (5) ห้องควบคุมการทำงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (ที่มาของภาพ: <a href="https://www.nuclear-power.com/nuclear-power-plant" target="_blank" rel="noopener">https://www.nuclear-power.com/nuclear-power-plant</a> และดูรายละเอียดของภาพเพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://sketchfab.com/3d-models/cattenom-3d-nuclear-power-plant-eeed3c79649640b3a370546e9fea53ff" target="_blank" rel="noopener">https://sketchfab.com/3d-models/cattenom-3d-nuclear-power-plant-eeed3c79649640b3a370546e9fea53ff</a>)</p>
<h3>พัฒนาการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์</h3>
<p>ตั้งแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ได้มีพัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้พัฒนาการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พิจารณาจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รุ่น ดังนี้</p>
<p><strong><em>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ I</em></strong> เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1950–1960 ซึ่งเป็นยุคแรกของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นนี้มีระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการทำงานอยู่ในระดับพื้นฐาน อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อจำกัดด้านการจัดการกากกัมมันตรังสีและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นหลัง</p>
<p><strong><em>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ II</em></strong> เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1960–1990 โดยได้รับการพัฒนาเทคโนโลยี และระบบควบคุมการทำงานต่าง ๆ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบการจัดการกากกัมมันตรังสีก็ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ I</p>
<p><strong><em>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ III</em></strong> เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 (ปี 1990–2000) โดยมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีและความปลอดภัยสูงขึ้นกว่าเดิม โดยมีระบบความร้อนและระบบควบคุมการทำงานที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น เป้าหมายของการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ III นี้คือการลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด</p>
<p><strong><em>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ IV</em></strong> เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด โดยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ให้สูงขึ้นและเกิดกากกัมมันตรังสีในปริมาณที่ลดลง นอกจากนี้ในการออกแบบและสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่ IV ยังมีการพิจารณาถึงความคุ้มทุนในด้านต่าง ๆ อีกด้วย เช่น การลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินระบบ การเพิ่มผลประกอบการทางเศรษฐกิจ (ผลกำไร) จากการดำเนินระบบ เป็นต้น</p>
<h3>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR)</h3>
<p><strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล</strong> (<strong>Small Modular Reactor</strong> หรือ <strong>SMR</strong>) เป็นระบบพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กและแยกส่วนเป็นหน่วยย่อยที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างอิสระภายในหน่วยย่อยเดียว โดยไม่ได้ขึ้นกับหน่วยย่อยอื่น ๆ แต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ (สิงหาคม 2566) เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong> ที่สามารถเดินเครื่องได้แล้วมีเพียง 2 เครื่องเท่านั้น โดยเครื่องแรกอยู่ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นที่ III ประเภทใช้น้ำความดันสูง (pressurized water reactor หรือ PWR) ภาคพื้นทะเล (marine-based) และอีกเครื่องหนึ่งอยู่ในประเทศจีน (ภาพที่ 2) ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นที่ IV ประเภทระบายความร้อนด้วยแก๊สอุณหภูมิสูง (high temperature gas cooled reactor หรือ HTGR) ภาคพื้นดิน (land-based) ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR นี้เป็นอย่างมาก โดยได้มีการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR มากถึง 80 รุ่น (สำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong> ที่ยังไม่ได้เดินเครื่องจะใช้ลักษณนาม คือ “รุ่น” หรือ “โมเดล” ไม่ได้ลักษณนามว่า “เครื่อง”) ทั้งนี้เนื่องมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR มีข้อได้เปรียบหลายประการ เมื่อเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม ได้แก่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ของบริษัท China Huaneng Group ตั้งอยู่ที่อ่าว Shidao มณฑลชานตงของประเทศจีน" width="780" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong>ภาพที่ 2:</strong> โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ของบริษัท China Huaneng Group ตั้งอยู่ที่อ่าว Shidao มณฑลชานตงของประเทศจีน (ที่มาของภาพ: <a href="https://interestingengineering.com/science/the-worlds-first-small-modular-nuclear-reactor-is-sending-power-to-the-grid" target="_blank" rel="noopener">https://interestingengineering.com/science/the-worlds-first-small-modular-nuclear-reactor-is-sending-power-to-the-grid</a>)</p>
<ul>
<li><strong><em>ขนาดเล็ก:</em></strong> ขนาดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SRM เล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR สามารถทำได้ในหลากหลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลและทุรกันการ</li>
<li><strong><em>ต้นทุนในการก่อสร้างต่ำ:</em></strong> ด้วยโครงสร้างและอาคารต่าง ๆ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR มีขนาดเล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่ต่ำกว่า</li>
<li><strong><em>การทำงานแบบโมดูล:</em></strong> ด้วยลักษณะการทำงานเป็นโมดูล (หน่วยย่อยอิสระ) ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ทำให้สามารถแยกผลิตเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (ซึ่งมีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม) จากสถานที่อื่น แล้วทำการขนย้ายมาติดตั้งที่โรงไฟฟ้าในภายหลังได้ (ด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิมมีขนาดใหญ่ จึงทำให้เกิดข้อจำกัดด้านการขนย้าย หากสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จากสถานที่อื่น ด้วยเหตุนี้การก่อสร้างหรือประกอบชิ้นส่วนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมจึงจำเป็นต้องทำที่โรงไฟฟ้านั่นเอง) ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ช่วยร่นระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ให้สั้นลงได้นั่นเอง</li>
<li><strong><em>ลดปริมาณการเกิดกากกัมมันตรังสี:</em></strong> ด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR มีขนาดเล็ก แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจึงมีขนาดเล็กตามไปด้วย ส่งผลทำให้กากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นมีปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการใช้แท่งเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR บางรุ่น ยังได้ออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบเกลือหลอมเหลว (molten salt reactor) ด้วยการใช้ระบบสารหล่อเย็นหรือการผสมเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เป็นเกลือคลอไรด์หรือฟลูออไรด์หลอมเหลวแทน โดยสถานะของเกลือหลอมเหลวนี้สามารถดูดซับกากกัมมันรังสีที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันได้ดี ซึ่งเป็นประโยชน์ด้านความปลอดภัยด้วยการลดโอกาสการปนเปื้อนของกากกัมมันตรังสีได้อีกทางหนึ่งด้วย</li>
<li><strong><em>ระบบรักษาความปลอดภัย:</em></strong> การออกแบบก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR หลายแห่งได้มีการออกแบบและวางระบบรักษาความปลอยภัยอัตโนมัติเชิงรับ (passive safety features) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดระดับความรุนแรงของความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR หลายรุ่นถูกออกแบบให้สามารถปิดระบบตัวเองได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งยังสามารถควบคุมอุณหภูมิให้เย็นลง (cool down) ได้เองอีกด้วย</li>
<li><strong><em>ความยืดหยุ่นในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น ๆ:</em></strong> โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลนอกจากมีขนาดเล็กแล้ว ระบบการทำงานต่าง ๆ ยังได้รับการออกแบบให้มีความสลับซับซ้อนน้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความยืดหยุ่นสูงด้านการใช้งานร่วมกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) รูปแบบอื่น ๆ เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ เป็นต้น</li>
<li><strong><em>ลดการปลดปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ (decarbonization):</em></strong> การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ยังคงปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นศูนย์ดังเช่นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม แต่เนื่องด้วยข้อได้เปรียบหลายประการข้างต้น จึงทำให้การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งด้านการก่อสร้างและการใช้งาน</li>
</ul>
<p>นอกจากประเทศจีนและรัสเซียแล้ว โรงไฟฟ้า SMR ก็ได้รับความสนใจจากอีกหลายประเทศทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตของ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong> อย่างรวดเร็ว โดยสะท้อนให้เห็นได้จากโครงการ NuScale Power (ภาพที่ 2) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสำนักงานความปลอดภัยและการส่งเสริมการใช้พลังงาน (Nuclear Regulatory Commission) เมื่อปี 2020 นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ให้ความสนใจต่อ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong> โดยปรากฏโครงการพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เช่น แคนาดา (โครงการ Small Modular Reactor-Atomic Energy of Canada Limited หรือ SMR-AECL และโครงการ Terrestrial Energy) และสวีเดน (โครงการ Oskarshamn 3 ของบริษัท Vattenfall) เป็นต้น ทั้งนี้บางประเทศได้กำหนดแผนพัฒนา<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong> หรือกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดแผน เช่น สวิสเซอร์แลนด์ รัสเซีย และอาเซอร์ไบจาน เป็นต้น ในขณะเดียวกันบางประเทศก็มีท่าทีแสดงความสนใจต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR อีกด้วย เช่น อาร์เจนตินา และแอฟริกาใต้ เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29651" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04.jpg" alt="" width="779" height="348" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04.jpg 779w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04-300x134.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04-768x343.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04-150x67.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SMR-04-500x223.jpg 500w" sizes="(max-width: 779px) 100vw, 779px" /></p>
<p><strong>ภาพที่ 3:</strong> (A) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล NuScale ประเทศสหรัฐอเมริกา (B) เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล NuScale 1 โมดูล (หน่วยย่อย) (ที่มาของภาพ: Mays, G. 2020. Small modular reactors (SMRs): the case of the United States of America. In: Ingersoll, D. T. and Carelli, M. D. (Eds.), <u>Handbook of Small Modular Nuclear Reactors</u>. 2<sup>nd</sup> Edition. pp. 521–553. A volume in Woodhead Publishing Series in Energy)</p>
<h3>ข้อจำกัดสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย</h3>
<p>สำหรับประเทศไทย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (รวมถึง<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong>) ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หากแต่ด้วยข้อจำกัดบางประการ จึงทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ข้อจำกัดเหล่านี้ ได้แก่ (1) ความคิดเห็นของประชาชน ประเด็นเรื่อง “ความปลอดภัย” ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึง “มาตรการป้องกันและจัดการ” เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการถกเถียงและต่อต้านจากคนในสังคมเป็นวงกว้าง (2) แหล่งพลังงานสะอาดรูปแบบอื่น ประเทศไทยยังคงสนับสนุนการใช้แหล่งพลังงานสะอาดรูปแบบอื่นในการผลิตไฟฟ้า อันได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังลม รวมถึงพลังน้ำ (3) ต้นทุนและความเสี่ยงในการก่อสร้าง แม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR จะมีความยืดหยุ่นสูงและมีขนาดเล็กกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ แต่การตัดสินใจลงทุนก็ยังจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบถึงความเสี่ยงในการลงทุนและผลกำไรที่จะได้รับหลังจากการก่อสร้างและเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้า และ (4) นโยบายและข้อกฎหมาย ที่ไม่อำนวยหรือส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม</p>
<h3>บทสรุป</h3>
<p>ในอนาคตหากประเทศไทยต้องการให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานไฟฟ้า ประกอบกับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านพลังงานและปัญหาด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน “<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR</strong>” นับได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งสามารถลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศได้ในปริมาณมหาศาล อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดและข้อกังวลตามบริบทของสังคมไทยยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ซึ่งในที่สุดแล้วเราจำเป็นต้องพินิจพิจารณาชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับนั้นมีความคุ้มค่าหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อนาคต จึงเป็นประเด็นท้าทายสำหรับพวกเราในขณะนี้นั่นก็คือ “เราพร้อมหรือไม่ที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคต?”</p>
<hr />
<p><strong>โดย</strong></p>
<p><strong>ดร.วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ</strong>  ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณี แสงแก้ว</strong></p>
<p>ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>ภายใต้โครงการ “การสร้างการรับรู้และความตระหนักรู้ในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน”</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิงหลัก</strong></p>
<p><strong>วิทิต เกษคุปต์</strong> และคณะ. ไม่ปรากฏปีที่ตีพิมพ์เผยแพร่. <strong>กว่าจะมาเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์.</strong><br />
เผยแพร่ออนไลน์: <a href="https://www.nst.or.th/jnal/nst-book-npp-1.pdf" target="_blank" rel="noopener">https://www.nst.or.th/jnal/nst-book-npp-1.pdf</a>. สืบค้นเมื่อเมษายน 2566.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smr-nuclear-power-plant/">เรา (ประเทศไทย) พร้อมหรือไม่ที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคต?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/smr-nuclear-power-plant/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SMRs โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดจิ๋วแบบ MODULAR ไทยพร้อมจะใช้หรือยัง ?</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/smrs-nuclear-fusion-modular/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/smrs-nuclear-fusion-modular/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 07:12:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Nuclear FISSION]]></category>
		<category><![CDATA[Nuclear FUSION]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติเด่นของ SMRs]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงอาทิตย์เทียม]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ระบบ SMR]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29421</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ราคาไฟฟ้าในประเทศไทยแพงเกินกว่าที่ควร อันอาจมาจากค่าใช้จ่ายในการดําเนินการสูงมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว กูรูในวงการจึงเริ่มหาเทคโนโลยีทางเลือกมาผลิตไฟฟ้า เช่น พลังงานหมุนเวียน และพลังงานใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างค้นคว้าทดสอบ SMRs : Small Modular Reactors หลากหลายยี่ห้อได้กรีฑาทัพเข้ามาเสนอประเทศไทย ผ่านเข้ามาทางหน่วยงานผลิตไฟฟ้าของรัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในประเทศไทย และหน่วยงานความมั่นคง SMR คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เริ่มตั้งแต่ขนาด VSPP (ตํ่ากว่า 10 MW) จนถึงขนาด SPP (30-50 MW) ด้วยรูปแบบแยกส่วน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smrs-nuclear-fusion-modular/">SMRs โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดจิ๋วแบบ MODULAR ไทยพร้อมจะใช้หรือยัง ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในขณะที่ราคาไฟฟ้าในประเทศไทยแพงเกินกว่าที่ควร อันอาจมาจากค่าใช้จ่ายในการดําเนินการสูงมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว กูรูในวงการจึงเริ่มหาเทคโนโลยีทางเลือกมาผลิตไฟฟ้า เช่น พลังงานหมุนเวียน และพลังงานใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างค้นคว้าทดสอบ</strong></p>
<p><span id="more-29421"></span></p>
<p><strong>SMRs</strong> : <strong>Small Modular Reactors</strong> หลากหลายยี่ห้อได้กรีฑาทัพเข้ามาเสนอประเทศไทย ผ่านเข้ามาทางหน่วยงานผลิตไฟฟ้าของรัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในประเทศไทย และหน่วยงานความมั่นคง <strong>SMR คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก</strong> เริ่มตั้งแต่ขนาด VSPP (ตํ่ากว่า 10 MW) จนถึงขนาด SPP (30-50 MW) ด้วยรูปแบบแยกส่วน (Modular) ซึ่งถอดประกอบเคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยไม่ต้องมีการก่อสร้างที่หน้างาน ไม่ต้องคอยกันจนข้าม Generation และไม่กลายเป็นตัวประกันในยามสงคราม เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้ผลิตมั่นใจว่ามีความปลอดภัยสูง และทุกระบบจะหยุดทํางานเมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29428" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs.jpg" alt="" width="634" height="222" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs.jpg 634w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-300x105.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-150x53.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-500x175.jpg 500w" sizes="(max-width: 634px) 100vw, 634px" /></p>
<p>เรามาสร้างความเข้าใจเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กันแบบสามัญชนคนทั่วๆ ไปกันดีกว่า คําว่า “โ<strong>รงไฟฟ้านิวเคลียร์</strong>” มี 2 รูปแบบ (เป็นแฝดคนละฝาก็ว่าได้)</p>
<ol>
<li><strong>โรงไฟฟ้าปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear FISSION)</strong> หมายถึง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั่วไปที่เรารู้จัก เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ประเทศรัสเซีย เป็นต้น</li>
<li><strong>โรงไฟฟ้าปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear FUSION)</strong> หรือที่เรารู้จักในชื่อ <strong>“ดวงอาทิตย์ เทียม</strong>” ล่าสุดมีข่าวดีว่ากําลังจะเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้แล้วในอนาคตอันใกล้ (5-10 ปี) นี้</li>
</ol>
<figure id="attachment_29432" aria-describedby="caption-attachment-29432" style="width: 723px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-29432" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-01.jpg" alt="SMRs" width="723" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-01.jpg 723w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-01-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-01-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs-01-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 723px) 100vw, 723px" /><figcaption id="caption-attachment-29432" class="wp-caption-text">คุณสมบัติเด่นของ SMRs</figcaption></figure>
<p><strong>SMRs</strong> ที่เราจะกล่าวถึงในฉบับนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แบบ<strong>ฟิชชัน (Fission)</strong> ซึ่งเป็น นวัตกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กลงแต่เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น (โดยผู้ขายยืนยัน) สําหรับประเทศไทยมีหน่วยงานที่ดูแลและมีความรู้เกี่ยวกับนิวเคลียร์นี้ 3 หน่วยงาน ได้แก่</p>
<ol>
<li>สํานักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นหน่วยงานราชการดูแลและกํากับด้านนโยบายภาพรวม</li>
<li>สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบด้าน การนําเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ เช่น ด้านการแพทย์ เกษตรกรรม วิศวกรรม ฯลฯ</li>
<li>ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</li>
</ol>
<p>คงเป็นเรื่องยากที่จะนําเสนอ ให้ผู้รับผิดชอบด้านการผลิตไฟฟ้ากล้าตัดสินใจทดลองใช้เทคโนโลยี SMRs นอกเหนือจากกังวลด้านความปลอดภัยแล้ว ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าเกินกว่าปริมาณสํารองหลายเท่าตัว อีกทั้งผู้ผลิตไฟฟ้ากว่าร้อยละ 50 เป็นภาคเอกชนลงทุน ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผู้เขียนในฐานะผู้สนใจและติดตามเรื่องเหล่านี้ อยากจะให้ท่านผู้มีอํานาจเปิดใจทบทวนความผิดพลาดในอดีตที่ฟันธงว่า ประเทศไทยเราจะใช้ก็าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากสมัยนั้นราคาถูกและไฟฟ้าก็มีความเสถียร แต่ในปัจจุบันผู้รับผิดชอบทุกรัฐบาลต่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อันเนื่องมาจากราคาก็าซมีแต่สูงขึ้น อีกทั้ง ประเทศไทยก็ไม่ได้โชติช่วงชัชวาลเหมือนสมัยก่อน ลูกเป็ดขี้เหร่อย่าง SMR ตัวนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ไทยเรามีเชื้อเพลิงหลากหลายในการผลิตไฟฟ้า</p>
<p>เพื่อรู้จักกับ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ระบบ SMR</strong> มากขึ้น จึงได้นําความเห็นและข้อมูลจากผู้รู้ 3 หน่วยงานมาให้ท่านผู้อ่าน พิจารณาดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-29433 alignleft" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P01.jpg" alt="นทีกูล เกรียงชัยพร" width="272" height="323" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P01.jpg 272w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P01-253x300.jpg 253w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P01-150x178.jpg 150w" sizes="(max-width: 272px) 100vw, 272px" /></p>
<h3><strong>นทีกูล เกรียงชัยพร</strong><br />
<span style="color: #000000;">วิศวกรระดับ 9 ฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</span></h3>
<p><strong>SMRs</strong> : <strong>Small Modular Reactors</strong> <strong>เป็นโรงไฟฟ้าซึ่งใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก</strong>ที่สามารถผลิตกําลังไฟฟ้าได้ ในระดับที่ตํ่ากว่า 300 MWe มีลักษณะ เป็นโมดูล (Module) ที่ผลิตและประกอบ เบ็ดเสร็จจากโรงงานผู้ผลิต ทําให้มีระยะเวลา การก่อสร้างน้อยกว่าโรงไฟฟ้าแบบเดิม และสะดวกต่อการขนย้ายโดยรถบรรทุก หรือรถไฟ</p>
<p>ปัจจุบันในหลายๆ ประเทศ อาทิ จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส มีการพัฒนาเทคโนโลยี <strong>SMRs</strong> มากกว่า 50 แบบ เทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างแพร่หลาย ในป็จจุบันเป็นแบบนํ้าอัดความดันสูง (PWR : Pressurized Water Reactor) โดยออกแบบให้มีกําลังการผลิตระหว่าง 10-300 MWe และนําเอาอุปกรณ์หลักต่างๆ เช่น เครื่องผลิตไอนํ้า (Steam Generator) เครื่องควบคุมความดัน (Pressurizer) แท่งควบคุมปฏิกิริยา (Control Rod) รวมเข้าติดตั้งในเตาปฏิกรณ์ทั้งหมด โดยไม่จําเป็นต้องมีปั๊มนํ้าและท่อระบายความร้อน เรียกว่า iPWR (Integrated Pressurized Water Reactor) ดังแสดง ในรูปที่ 1</p>
<figure id="attachment_29434" aria-describedby="caption-attachment-29434" style="width: 620px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29434" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/iPWR.png" alt="iPWR" width="620" height="376" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/iPWR.png 699w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/iPWR-300x182.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/iPWR-150x91.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/iPWR-500x303.png 500w" sizes="(max-width: 620px) 100vw, 620px" /><figcaption id="caption-attachment-29434" class="wp-caption-text">รูปที่ 1 iPWR (Integrated Pressurized Water Reactor)</figcaption></figure>
<p>รวมไปถึงเทคโนโลยีในรุ่นที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เครื่องปฏิกรณ์ที่ระบายความร้อนด้วยแก็สอุณหภูมิสูง (High Temperature Gas-Cooled Reactor) เครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมละลาย (Molten Salt Reactor) และเครื่องปฏิกรณ์นิวตรอนพลังงานสูงหล่อเย็นด้วยตะกั่ว (Lead-Cooled Fast Neutron Reactor)</p>
<p>ด้านความปลอดภัย <strong>SMRs</strong> ได้ออกแบบให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยนําบทเรียนจากอุบัติเหตุฟูกุชิม่ามาใช้เป็นการออกแบบให้มีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การสูญเสียนํ้าระบายความร้อน โดยระบบจะหยุดปฏิกิริยานิวเคลียร์อัตโนมัติทันที และมีการป้องกัน การหลอมละลายของเชื้อเพลิงโดยไม่จําเป็นต้องใช้ไฟฟ้า เพื่อการระบายความร้อนออกจากระบบ มีมาตรการในการป้องกันการระเบิดจากก็าซไฮโดรเจน นอกจากนี้ ยังสามารถลดขนาดของพื้นที่รองรับเหตุฉุกเฉินลงให้อยู่ในบริเวณของโรงไฟฟ้าได้ จากเดิมที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะต้องมีพื้นที่รองรับเหตุฉุกเฉินที่รัศมี 16 กิโลเมตร (มาตรฐานสหรัฐอเมริกา) จึงทําให้ลดข้อจํากัดในการเลือกพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า โดยจะสามารถตั้งใกล้แหล่งชุมชนได้มากขึ้น</p>
<p><strong>SMRs</strong> ได้พัฒนาทั้งในรูปแบบเครื่องปฏิกรณ์เดี่ยวและหลายเครื่องปฏิกรณ์ (Module) เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าโดยรูปแบบของโรงไฟฟ้าแบบหลายโมดูลนั้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามความต้องการจาก การเพิ่มโมดูล ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี NuScale (รูปที่ 2) มีกําลังการผลิตโมดูลละ 77 MWe สามารถ ออกแบบโรงไฟฟ้าให้รองรับได้ 4 โมดูล (308 MWe) 6 โมดูล (462 MWe) หรือ 12 โมดูล (924 MWe) ได้ จึงมีความยืดหย่อนเหมาะกับความต้องการใช้งาน และยังสามารถใช้ในรูปแบบผสมร่วมกับพลังงานหมุนเวียนในช่วงเวลาที่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ โดยคาดการณ์ว่าเทคโนโลยี NuScale จะเริ่มเดินเครื่องใน 6-7 ปีข้างหน้านี้</p>
<figure id="attachment_29429" aria-describedby="caption-attachment-29429" style="width: 625px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-29429" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/NuScale.jpg" alt="เทคโนโลยี NuScale" width="625" height="321" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/NuScale.jpg 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/NuScale-300x154.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/NuScale-150x77.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/NuScale-500x257.jpg 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /><figcaption id="caption-attachment-29429" class="wp-caption-text">รูปที่ 2 เทคโนโลยี NuScale</figcaption></figure>
<p>สําหรับ<strong>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMRs</strong> ได้เริ่มมีการใช้งานแล้วในประเทศรัสเซียและประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจในการนําเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อตอบสนองกับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยนํามาสร้างทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่หมดอายุ ซึ่งคาดว่าตลาด SMRs จะขยายตัวอย่างมากในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-29431 alignleft" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P02.jpg" alt="" width="274" height="335" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P02.jpg 274w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P02-245x300.jpg 245w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P02-150x183.jpg 150w" sizes="(max-width: 274px) 100vw, 274px" /></p>
<h3><strong>รศ. ดร.สัญชัย นิลสุวรรณโฆษิต</strong><br />
<span style="color: #000000;">อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span></h3>
<p>กระบวนการฟิวชัน (Fusion) และกระบวนการฟิชชัน (Fission) ล้วนเป็นกระบวนการทางนิวเคลียร์ ที่ผลิตพลังงานอันมหาศาลออกมา อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของมวลเป็นพลังงานที่แตกต่างกัน คือ กระบวนการฟิชชันนั้นเป็นกระบวนการที่นิวเคลียสของธาตุหนักแตกตัวเป็นนิวเคลียสของธาตุเบากว่า และสูญเสียมวลบางส่วนไปเป็นพลังงาน ในขณะที่กระบวนการฟิวชันจะหลอมรวมนิวเคลียสของธาตุเบากว่าไปเป็นนิวเคลียสของธาตุที่หนักขึ้น หากแต่ก็สูญเสียมวลบางส่วนไปเป็นพลังงานเช่นกัน</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วธาตุที่จะเกิดการฟิชชันได้จะมีเลขมวลสูงมาก ธาตุเหล่านี้ เช่น U-235 และ Pu-239 ในขณะที่ธาตุที่จะเกิดฟิวชันได้จะเป็นธาตุที่มีเลขมวลตํ่า โดยทั่วไปธาตุที่พิจารณาใช้ในกระบวนการ ฟิวชัน คือ H-2 (ดิวทีเรียม, Deuterium) และ H-3 (ตริเตียม, Tritium) ทั้งนี้ โดยเหตุผลที่ว่ากระบวนการ ฟิวชันของดิวทีเรียมและตริเตียมเกิดได้โดยใช้อุณหภูมิตํ่าที่สุดที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ และแม้อย่างนั้นก็ยังเป็นอุณหภูมิสูงนับเป็นหลายล้านองศาเซลเซียส (และโดยเหตุที่การฟิวชันของดิวทีเรียม และตริเตียมเป็นหนึ่งในกระบวนการฟิวชันที่เกิดในดวงอาทิตย์ จึงมีบางคนเรียกกระบวนการฟิวชัน ของดิวทีเรียมและตริเตียมนี้ว่าเป็นดวงอาทิตย์ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น)</p>
<p>ในการสร้างกระบวนการฟิวชันของดิวทีเรียมและตริเตียม ทั้งดิวทีเรียมและตริเตียมในสถานะก็าซจะถูกบรรจุในภาชนะโดยมีความดันตํ่ามาก จากนั้นถูกเพิ่มอุณหภูมิโดยใช้ศักย์ไฟฟ้าแรงดันสูง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงมากถึงจุดที่อิเล็กตรอนของดิวทีเรียมและตริเตียมแยกตัวเป็นอิสระ ตัวกลางที่อยู่ ในภาชนะจะกลายสถานะเป็นพลาสมา อันเป็นของไหลที่ประกอบด้วยของไหลประจุบวก ซึ่งคือไอออน ของดิวทีเรียมและตริเตียม และของไหลประจุลบ อันได้แก่ อิเล็กตรอน ในภาวะพลาสมานี้หากมีอุณหภูมิสูงมากพอ ไอออนของดิวทีเรียมและตริเตียมจะสามารถชนและหลอมรวมกันเกิดเป็นกระบวนการฟิวชันได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ที่สถานะนี้พลาสมามีอุณหภูมิสูงมาก กระทั่งอาจสร้างความเสียหายกับตัวภาชนะ ยิ่งกว่านั้นหากพลาสมาสัมผัสกับภาชนะก็อาจสูญเสียพลังงานไม่สามารถรักษาภาวะการเป็นพลาสมาไว้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการควบคุมและกักเก็บพลาสมาในภาชนะโดยใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง ภาชนะบรรจุพลาสมาและระบบแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงเหล่านี้ ปัจจุบันกระทําได้โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบโทคาแมค (Tokamak Reactor)</p>
<p>ประเด็นสําคัญที่กําลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาก็คือ การพัฒนากระบวนการฟิวชันให้สามารถปลดปล่อยพลังงานได้มากกว่าพลังงานที่ใช้ในการสร้างฟิวชัน กับทั้งสามารถควบคุมให้ดําเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะยาว โครงการ ITER (International Thermonuclear Experimental Reactor) เป็นโครงการนานาชาติขนาดใหญ่ที่พยายามตอบป็ญหาในส่วนนี้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นต่อเนื่องที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เช่น การจัดสร้างตริเตียม ซึ่งเป็นไอโซโทปที่มนุษย์ต้องสร้างขึ้น เนื่องจากไม่มีอยู่เองในธรรมชาติ รวมถึงวิธีการที่จะนําพลังงานที่ได้จากกระบวนการฟิวชันไปใช้งาน ในทางกายภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-29430 alignleft" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P03.jpg" alt="ดร.กัมปนาท ซิลวา" width="249" height="327" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P03.jpg 249w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P03-228x300.jpg 228w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/SMRs_P03-150x197.jpg 150w" sizes="(max-width: 249px) 100vw, 249px" /></p>
<h3><strong>ดร.กัมปนาท ซิลวา</strong><br />
<span style="color: #000000;">นักวิจัย กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนตํ่า ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ</span></h3>
<p>เมื่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Modular) หรือ <strong>SMRs</strong> ได้รับการวางตัวให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ภายใต้แผนพลังงานชาติฉบับที่กําลังจะเกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นการมองในระยะยาว แต่หากพลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในทางเลือก ก็ต้องมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า ในฐานะนักวิจัยที่อยู่ภายใต้หน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เห็นว่านี่เป็นก้าวแรกและเป็นก้าวที่สําคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ กําลังคน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนําไปสู่การใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างยั่งยืนในอนาคต การให้ความสําคัญกับ 2 ประเด็นหลัก ในช่วงก่อนการตัดสินใจว่าจะใช้พลังงานนิวเคลียร์หรือไม่ ตามคําแนะนําของทบวงการปรมาณูระหว่าง ประเทศ ประเด็นแรกคือ การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหากไม่ได้ดําเนินการอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอนตั้งแต่ต้นแล้ว ก็จะทําให้ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน และอาจถูกคัดค้าน จนกลายเป็นป็ญหาเรื้อรังในระยะยาว อีกประเด็นหนึ่งคือ การพัฒนากําลังคนและแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดําเนินการเป็นเรื่องแรกๆ เนื่องจากการพัฒนากําลังคนต้องใช้เวลา และหากต้องการให้โครงการนี้ ประสบความสําเร็จ ก็ควรจะมีกําลังคนที่มากเพียงพอ นอกจากนี้ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบ SMRs นี้ เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ การเรียนรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีรวมถึงระบบความปลอดภัย ก็เป็นเรื่องที่สําคัญมากเช่นกัน ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบ SMRs นี้ ใช้ปริมาณเชื้อเพลิงที่น้อยกว่า และยังออกแบบมาให้มีระบบความปลอดภัยที่ใช้แรงธรรมชาติ (Passive Safety System) เช่น แรงโน้มถ่วง หรือกฎการไหลเวียนของของไหล ทําให้มั่นใจในความปลอดภัยได้มากขึ้น จากการประชุมเชิงปฏิบัติการซึ่งประกอบด้วยวิทยากรมากประสบการณ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาและ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ใช้พลังงานนิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50-60 ปี ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้กับบุคลากรในประเทศไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบ SMRs นี้ รวมไปถึง แนวทางการดําเนินงานในช่วงต้นเพื่อให้โครงการสามารถดําเนินการได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 118 กรกฎาคม – สิงหาคม 2566 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smrs-nuclear-fusion-modular/">SMRs โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดจิ๋วแบบ MODULAR ไทยพร้อมจะใช้หรือยัง ?</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/smrs-nuclear-fusion-modular/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกษตรกรรมสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 02:44:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29411</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ดีมากสําหรับการเกษตรกรรม เพราะมีปัจจัยตามธรรมชาติ เช่น ดิน นํ้า แสงแดด อุณหภูมิ มีชายฝั่งทะเลสองด้าน (ด้าน ทิศตะวันออก คือ อ่าวไทย ทะเลจีนใต้ ส่วนด้านทิศตะวันตก คือ ทะเลอันดามัน) และมีลมมรสุมพัดผ่านสองทิศทาง (ลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) หรือ ลมฝน และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-ม.ค.) หรือ ลมหนาว) พัดเอา ความชื้นและฝนมาตกตามฤดูกาล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/">เกษตรกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ดีมากสําหรับการเกษตรกรรม เพราะมีปัจจัยตามธรรมชาติ เช่น ดิน นํ้า แสงแดด อุณหภูมิ มีชายฝั่งทะเลสองด้าน (ด้าน ทิศตะวันออก คือ อ่าวไทย ทะเลจีนใต้ ส่วนด้านทิศตะวันตก คือ ทะเลอันดามัน) และมีลมมรสุมพัดผ่านสองทิศทาง (ลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) หรือ ลมฝน และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-ม.ค.) หรือ ลมหนาว) พัดเอา ความชื้นและฝนมาตกตามฤดูกาล ทําให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมกับการทํานา (ปลูกข้าวนาปีและนาปรังได้ปีละหลาย ครั้ง) รวมทั้งการทําพืชไร่ พืชสวน การประมง และการปศุสัตว์ ด้วย</strong></p>
<p><span id="more-29411"></span></p>
<p>ดังนั้น <strong>การเกษตรบ้านเราจึงมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ หรือเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นทุนเดิมที่สูงมาก</strong></p>
<p>แม้ว่าแต่ละปีเกษตรกรจะเป็นผู้ผลิตพืชผลทางการเกษตร ได้จํานวนมาก แต่ตราบใดที่เกษตรกรผลิตและขายผลผลิตเป็น วัตถุดิบเลย ก็จะพบกับปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตรตกตํ่า และ เกษตรกรจะมีอํานาจต่อรองราคาผลผลิตน้อยด้วย</p>
<p>การที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลตกตํ่าและสามารถ สร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้ผลิตซึ่งเป็น “ต้นนํ้า” นั้น นอกเหนือจากการประกันราคาและการใช้เงิน อุดหนุนพืชผลทางเกษตรแล้ว เราควรจะต้องทําอย่างครบวงจร ด้วย “วิถีทางอุตสาหกรรม” ด้วย (คือการเชื่อมโยงผลผลิต จากต้นนํ้าเข้าสู่กลางนํ้าจนถึงปลายนํ้า เป็นกระบวนการผลิตที่ ต่อเนื่องกันจนถึงการขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าได้อย่างยั่งยืน)</p>
<p><strong>หลักการสําคัญก็คือ การสร้างกลไกที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มให้พืชผลทางการเกษตรอย่างเป็นระบบแบบ ครบวงจร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างอํานาจการต่อรอง ให้เกษตรกร แทนที่จะขายเป็นวัตถุดิบเบื้องต้นเท่านั้น</strong></p>
<p>ถึงแม้ว่าปัจจุบันเกษตรกรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการขายพืชผลทางการเกษตรได้มากขึ้น แต่ก็เป็นเพียง “ต้นนํ้า” เท่านั้น ส่วนกลางนํ้าและปลายนํ้ายังขาดการเชื่อมโยง (เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม) และขาดเทคโนโลยี (เพื่อเพิ่มผลิตภาพ) ซึ่งต้องอาศัยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยกัน สร้าง <strong>“ห่วงโซ่แห่งคุณค่า” (Value Chain)</strong> ให้ครบวงจร</p>
<h3>“เกษตรอุตสาหกรรม”(Agro-Industry) จึงเป็น “คําตอบ” ในวันนี้</h3>
<p>“เกษตรอุตสาหกรรม” (Agro-Industry) (หลายท่าน เรียกว่า “อุตสาหกรรมเกษตร”) หมายถึง การดําเนินการ ผลิตพืช ผลิตสัตว์ และการแปรรูปวัตถุดิบที่เป็นพืชและสัตว์ ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค โดยผ่าน กระบวนการแปรรูปด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งใช้เครื่องจักกลหรือ หลายๆ วิธีร่วมกันก็ได้ รวมตลอดถึงการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตได้นั้นด้วย เช่น การผลิตอาหารสําเร็จรูปจากโรงงาน หรือในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>องค์ประกอบที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เป็นทุนเดิมใน การผลิตพืชผลทางการเกษตรของไทย จึงเปรียบเสมือนเป็น “สุวรรณภูมิ” โดยแท้ เช่น พื้นที่ลุ่มภาคกลางของประเทศไทย เป็นแผ่นดินทองที่เหมาะกับการปลูกข้าวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลก เป็นต้น</p>
<p>แต่ปัจจัยที่มนุษย์เราจะต้องเสาะหาเพื่อเพิ่มความ สามารถในการแข่งขันก็คือ “พันธุ์พืชและชนิดพืช” ที่เหมาะสม กับพื้นที่เกษตรแต่ละแห่ง จากนั้นก็ใช้เทคโนโลยีและ การบริหารจัดการใส่เข้าไปในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพในปริมาณสูง และใช้บริโภคเป็นอาหาร ที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์ และที่สําคัญก็คือ กระบวนการ ผลิตนั้นๆ จะต้องไม่ก่อให้เกิดขยะ นํ้าเสีย มลพิษทางอากาศ และสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีเกิดขึ้นด้วย มิฉะนั้นจะเกิดผลกระทบ ระยะยาว และมีผลต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เป็นปัญหาของโลกในปัจจุบัน ครับผม!</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 118 กรกฎาคม – สิงหาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/">เกษตรกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
