<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Factory | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/green-factory/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Mar 2026 09:09:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Factory | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช โชว์บ่อระบบปิดใหญ่สุดในไทย กำจัดขยะไม่ต่ำกว่า 1,000 ตันต่อวัน ก่อนเริ่มทดสอบรับขยะ 20 มี.ค.นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 09:09:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[รงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43486</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะล้นเมืองและความพยายามของกรุงเทพมหานครในการผลักดันแนวทาง “เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน” โครงการโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุชถูกวางให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงการพัฒนาโครงการที่ผ่านมา ประเด็นเรื่อง “กลิ่น” และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบยังคงเป็นข้อกังวลหลักที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การทดสอบระบบ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เตรียมเปิด “บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด” ซึ่งถูกระบุว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อนเริ่มรับขยะเข้าทดสอบในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยมุ่งแสดงให้เห็นการทำงานจริงของระบบจัดการขยะและเทคโนโลยีควบคุมกลิ่น เพื่อยืนยันมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดข้อกังวลของชุมชนที่มีต่อโครงการ “บ่อขยะระบบปิด” กำลังรองรับ 24,000 ตัน เหอ หนิง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant/">โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช โชว์บ่อระบบปิดใหญ่สุดในไทย กำจัดขยะไม่ต่ำกว่า 1,000 ตันต่อวัน ก่อนเริ่มทดสอบรับขยะ 20 มี.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางปัญหาขยะล้นเมืองและความพยายามของกรุงเทพมหานครในการผลักดันแนวทาง “เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน” โครงการโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุชถูกวางให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงการพัฒนาโครงการที่ผ่านมา ประเด็นเรื่อง “กลิ่น” และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบยังคงเป็นข้อกังวลหลักที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-43486"></span></p>
<p>ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การทดสอบระบบ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เตรียมเปิด “บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด” ซึ่งถูกระบุว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อนเริ่มรับขยะเข้าทดสอบในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยมุ่งแสดงให้เห็นการทำงานจริงของระบบจัดการขยะและเทคโนโลยีควบคุมกลิ่น เพื่อยืนยันมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดข้อกังวลของชุมชนที่มีต่อโครงการ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43488" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-02.jpg" alt="โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช โชว์บ่อระบบปิดใหญ่สุดในไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>“บ่อขยะระบบปิด” กำลังรองรับ 24,000 ตัน</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เหอ หนิง</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า โครงการมีความคืบหน้าแล้ว 86.89% และอยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบระบบ (Commissioning) โดยบ่อรับขยะซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ ถูกออกแบบให้เป็นระบบปิด (Closed System) รองรับขยะได้สูงถึงประมาณ 24,000 ตัน และทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่พักและปรับสภาพขยะ โดยขยะจะถูกพักไว้ 3–5 วัน เพื่อลดความชื้นจากเฉลี่ยราว 55% เหลือประมาณ 30–35% ก่อนถูกลำเลียงเข้าสู่เตาเผา</p>
<p>ในเชิงเทคโนโลยี โครงการใช้เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่เหมาะกับขยะชุมชนหลากหลายประเภท ควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้อยู่ที่ 850–1,100 องศาเซลเซียส พร้อมระบบอุ่นอากาศล่วงหน้าที่ 250 องศา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ พลังงานความร้อนที่ได้จะถูกนำไปผลิตไอน้ำแรงดันสูงเพื่อหมุนกังหันและผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 30 เมกะวัตต์ จำหน่ายเข้าระบบในอัตรา 3.66 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 20 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43489" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-03.jpg" alt="เหอ หนิง" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ระบบความดันลบ + รีไซเคิลกลิ่น แก้ปัญหากลิ่นตั้งแต่ต้นทาง</h3>
<p>ขณะเดียวกัน ระบบควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมถูกออกแบบให้ทำงานแบบบูรณาการ โดยใช้ “ระบบความดันลบ” ภายในอาคารบ่อขยะ เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นและอากาศรั่วไหลออกสู่ภายนอก พร้อมนำอากาศและก๊าซที่เกิดขึ้นกลับมาใช้เป็นอากาศในกระบวนการเผาไหม้ นอกจากนี้ ยังติดตั้งเครื่องตรวจวัดกลิ่นแบบ E-nose จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งใช้เซนเซอร์ตรวจจับสารระเหยและวิเคราะห์ด้วย AI ในรูปแบบ Odor Fingerprint เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมกลิ่นได้แบบเรียลไทม์</p>
<p>ในมิติของโครงสร้างพื้นฐาน โครงการมีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่ต่ำกว่า 1,000 ตันต่อวัน และรองรับได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ รวม 93 ชุมชน โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ในซอยอ่อนนุช 86 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มูลค่าการลงทุนราว 6,000 ล้านบาท ดำเนินงานในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (BOT) และคาดว่าจะมีรถขนขยะเข้าสู่พื้นที่วันละ 300–400 คัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43490" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-04.jpg" alt="โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช" width="740" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-04-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-04-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-04-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เจาะระบบบำบัดไอเสียโรงไฟฟ้าขยะ ดักฝุ่นเล็กกว่า PM2.5</h3>
<p><strong>เหอ หนิง</strong> กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ขั้นตอนการเผาไหม้จะทำให้เกิดก๊าซไอเสียตามธรรมชาติ โรงงานจึงติดตั้งระบบบำบัดหลายชั้น เริ่มจาก “หอปฏิกิริยา” สำหรับกำจัดก๊าซกรดและสารอันตราย ตามด้วยการฉีดสารดูดซับ เช่น ผงถ่านกัมมันต์และปูนขาว เพื่อดักจับสารพิษ ก่อนเข้าสู่ระบบถุงกรองฝุ่น (Bag Filter) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p>
<p>ระบบดังกล่าวสามารถดักจับฝุ่นได้มากกว่า 86% และเพิ่มประสิทธิภาพเป็นกว่า 90% เมื่อใช้สารเคลือบช่วย โดยสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กถึงระดับ 0.1 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่า PM2.5 ขณะที่ฝุ่นจากกระบวนการเผาไหม้ทั่วไปมักอยู่ในช่วง PM10 หรือใหญ่กว่า ส่งผลให้ค่าการปล่อยมลพิษของโรงงานต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน โดยค่ามาตรฐานอยู่ที่ 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่โรงงานสามารถควบคุมได้เพียงประมาณ 3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สะท้อนถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่นำมาใช้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43491" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-05.jpg" alt="โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>โจทย์ใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นควบคู่การแก้ปัญหาขยะเมือง</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะนำเสนอเทคโนโลยีควบคุมกลิ่นและมลพิษในระดับสูง แต่ “การยอมรับของชุมชน” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยผู้พัฒนาโครงการระบุว่าจะเดินหน้าสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนรวมกว่า 3,000 คน เพื่อให้การดำเนินโครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ในระยะยาว</p>
<p>โครงการเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่19 กุมภาพันธ์ 2567 และมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1,000 วัน โดยถูกวางให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “พลังงาน” ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะของเมืองในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความเชื่อมั่นของสังคม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-on-nut-waste-to-energy-power-plant/">โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช โชว์บ่อระบบปิดใหญ่สุดในไทย กำจัดขยะไม่ต่ำกว่า 1,000 ตันต่อวัน ก่อนเริ่มทดสอบรับขยะ 20 มี.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอนเดลีซ ประเทศไทย ปรับฐานการผลิตรับ Net Zero 2030 มุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งในภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mondelez-international-net-zero-203/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 06:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2030]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตลูกอมและหมากฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มอนเดลีซ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42999</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลูกอมหรือหมากฝรั่งที่ผู้บริโภคหยิบขึ้นมาเคี้ยวในชีวิตประจำวัน มักถูกมองเป็นเพียงของว่างชิ้นเล็ก ๆ ที่ให้ความหวานและความสดชื่น แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ต่างจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ทั้งการใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในบริบทที่หลายประเทศและภาคธุรกิจกำลังเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตลูกอมและหมากฝรั่งรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย และมีฐานการผลิตสำคัญอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เป็นอีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวต่อโจทย์ Net Zero โดยโรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับโลกของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้พลังงานและทรัพยากร ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และการกระจายสินค้า สะท้อนความพยายามของภาคอุตสาหกรรมอาหารในการมีบทบาทร่วมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จิรพงษ์ เจริญศรี ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายเชนประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mondelez-international-net-zero-203/">มอนเดลีซ ประเทศไทย ปรับฐานการผลิตรับ Net Zero 2030 มุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลูกอมหรือหมากฝรั่งที่ผู้บริโภคหยิบขึ้นมาเคี้ยวในชีวิตประจำวัน มักถูกมองเป็นเพียงของว่างชิ้นเล็ก ๆ ที่ให้ความหวานและความสดชื่น แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ต่างจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ทั้งการใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในบริบทที่หลายประเทศและภาคธุรกิจกำลังเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><span id="more-42999"></span></p>
<p><strong>มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย</strong> ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตลูกอมและหมากฝรั่งรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย และมีฐานการผลิตสำคัญอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เป็นอีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวต่อโจทย์ Net Zero โดยโรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับโลกของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้พลังงานและทรัพยากร ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และการกระจายสินค้า สะท้อนความพยายามของภาคอุตสาหกรรมอาหารในการมีบทบาทร่วมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<figure id="attachment_43001" aria-describedby="caption-attachment-43001" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-43001" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-02.jpg" alt="คุณสุมน คุณจิรพงษ์ คุณมณีรัตน์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43001" class="wp-caption-text">จากซ้าย คุณสุมน คุณจิรพงษ์ คุณมณีรัตน์</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จิรพงษ์ เจริญศรี</strong> </span><strong>ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายเชนประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า โรงงานมอนเดลีซ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังดำเนินการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งภายใต้แบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นฮอลล์ เดนทีน และคลอเร็ท โดยมีกำลังการผลิตราว 30,000 ตันต่อปี ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กว่า 190 รายการ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดเอเชียแปซิฟิก อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วงที่ผ่านมา ดำเนินควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการใช้พลังงานและทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43003" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-04.jpg" alt="โรงงานมอนเดลีซ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โรงงานลาดกระบังมีความคืบหน้าอย่างชัดเจนในการลดผล กระทบจากการดำเนินงาน โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 44% ลดปริมาณขยะอาหารกว่า 73% และลดการใช้น้ำลง 32% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2561 สอดคล้องกับเป้าหมายของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล อิงค์ ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า และมุ่งสู่การลดการปล่อยคาร์บอนลง 90% ภายในปี 2573</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43004" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-05.jpg" alt="โรงงานมอนเดลีซ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของมอนเดลีซทั่วโลกสามารถนำไปรีไซเคิลได้ถึง 96% พร้อมเดินหน้าเป้าหมายด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ด้วยการคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนมากกว่าปริมาณที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Water-positive) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ที่ผสานการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” <strong>จิรพงษ์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43002" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-03.jpg" alt="โรงงานมอนเดลีซ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/mondelez-international-net-zero-203-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>จากความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงงานมอนเดลีซ ลาดกระบัง ได้รับรางวัล Green Star Award จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ การมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยรอบ และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนมระดับโลกที่สามารถขับเคลื่อนการผลิตไปพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mondelez-international-net-zero-203/">มอนเดลีซ ประเทศไทย ปรับฐานการผลิตรับ Net Zero 2030 มุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 10:52:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Ginlong]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Solis]]></category>
		<category><![CDATA[String Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ ESS]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเวอร์เตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42387</guid>

					<description><![CDATA[<p>Ginlong (Solis) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ.  2005 เป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ PV รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานระดับโลกที่ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และสาธารณูปโภค เราทำหน้าที่ส่งมอบคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ของเราที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Solis ได้นำเทคโนโลยีสตริงนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านการรับรองระดับสากลที่เข้มงวด ด้วยการรวมห่วงโซ่อุปทานระดับโลกเข้ากับความสามารถในด้านการวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนการผลิตระดับโลก จึงทำให้ Ginlong สามารถปรับแต่งอินเวอร์เตอร์ Solis ให้เหมาะกับตลาดแต่ละภูมิภาคได้ผ่านทางทีมงานผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ทุ่มเทให้บริการและการสนับสนุนที่เป็นเลิศ ความสามารถด้านการธนาคารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรามาจากการสนับสนุนของสถาบันการเงินชั้นนำ ทำให้มั่นใจได้ถึงผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่งและยาวนาน เราทุ่มเทเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย Ginlong&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/">ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Ginlong (Solis) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ.  2005 เป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ PV รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานระดับโลกที่ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และสาธารณูปโภค เราทำหน้าที่ส่งมอบคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ของเราที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Solis ได้นำเทคโนโลยีสตริงนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านการรับรองระดับสากลที่เข้มงวด ด้วยการรวมห่วงโซ่อุปทานระดับโลกเข้ากับความสามารถในด้านการวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนการผลิตระดับโลก จึงทำให้ Ginlong สามารถปรับแต่งอินเวอร์เตอร์ Solis ให้เหมาะกับตลาดแต่ละภูมิภาคได้ผ่านทางทีมงานผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ทุ่มเทให้บริการและการสนับสนุนที่เป็นเลิศ ความสามารถด้านการธนาคารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรามาจากการสนับสนุนของสถาบันการเงินชั้นนำ ทำให้มั่นใจได้ถึงผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่งและยาวนาน เราทุ่มเทเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย</strong></p>
<p><span id="more-42387"></span></p>
<p><strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ได้เชิญคณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการและชมโรงงานผลิตของ <strong>Solis</strong> ในนครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษานวัตกรรมอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กระบวนการผลิตมาตรฐานสากล ตลอดจนโครงสร้างการให้บริการหลังการขายที่ครบวงจรของ Solis ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการขยายตัวของตลาดพลังงานสะอาดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>การเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการของ <strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ในครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของศักยภาพเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการให้บริการหลังการขาย (Service) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของแบรนด์ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ปัจจุบัน Solis มีศูนย์บริการ (Service Center) มากกว่า 53 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนทั่วโลกที่คอยให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ทั้งนี้ ในประเทศไทย <strong>Solis</strong> ให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วยการจัดตั้งทีมบริการคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งฝ่ายเทคนิค ฝ่ายขาย และฝ่ายสนับสนุนลูกค้า เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับคำปรึกษาอย่างครบถ้วนตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การติดตั้ง ไปจนถึงกรณีเกิดปัญหา โดยมีระบบสต๊อกสินค้าในประเทศเพื่อรองรับการเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอซ่อม สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42390" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02.jpg" alt="ระบบพลังงานแสงอาทิตย์" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอน</h3>
<p><strong>Solis</strong> ระบุว่าจากการใช้งานอินเวอร์เตอร์ทั่วโลก บริษัทได้ช่วยผลิตพลังงานสะอาดรวมกว่า 286 กิกะวัตต์ และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสะสมได้ถึง 172 ล้านตัน สะท้อนบทบาทที่สำคัญของบริษัทต่อการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับสากล</p>
<h3>ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทย</h3>
<p>ตลาดไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็ว โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Hybrid Inverter (Energy Storage Solution)</strong></li>
<li><strong>String Inverter สำหรับระบบโซลาร์ทั่วไป</strong></li>
<li><strong>ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่สำหรับ C&amp;I (Commercial &amp; Industrial)</strong></li>
</ul>
<ol>
<li><strong>Hybrid Inverter</strong> – พื้นฐานสำคัญของตลาดโซลาร์ยุคใหม่ Hybrid Inverter ของ <strong>Solis</strong> เป็นโซลูชันที่เข้ากับทิศทางตลาดไทยอย่างชัดเจน เพราะปัจจุบันผู้ใช้ไม่ต้องการเพียงแค่ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่ต้องการ “เก็บพลังงาน” เพื่อลดค่าไฟและใช้ในช่วงไฟดับ กลุ่มผลิตภัณฑ์มีตั้งแต่ 6kW, 8kW ไปจนถึงรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า เช่น 10kW (1 เฟส) และ 10–125kW สำหรับ 3 เฟส ซึ่งตอบโจทย์ทั้งบ้านเรือน โรงงาน และสถานประกอบการขนาดใหญ่</li>
</ol>
<p>จุดเด่นสำคัญของ Solis คือ Hybrid Inverter สามารถใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ได้หลายยี่ห้อ ไม่ได้ผูกขาดให้ใช้เฉพาะแบตเตอรี่ของแบรนด์เดียว ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามงบประมาณและความต้องการ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งหลายรายที่ล็อกให้ใช้แบตเตอรี่เฉพาะแบรนด์ของตนเอง</p>
<ol start="2">
<li><strong>String Inverter</strong> สำหรับระบบอุตสาหกรรม สำหรับภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ <strong>Solis</strong> มี String Inverter ครอบคลุมตั้งแต่ 30kW ถึง 150kW ส่วนโซลาร์ฟาร์มมีรุ่นใหญ่ถึง 350kW รองรับการติดตั้งในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความเสถียรสูง</li>
<li><strong>Energy Storage</strong> สำหรับ C&amp;I – Solis EverVolt ระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&amp;I ESS) ของ <strong>Solis</strong> เป็นไฮไลต์สำคัญของการดูงานครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ EverVolt ถูกออกแบบแบบ “All-in-One” รวม 4 ฟังก์ชันหลักไว้ในตัวเดียว ได้แก่</li>
</ol>
<ul>
<li>การรับพลังงานจากโซลาร์โดยตรง</li>
<li>การชาร์จ/ดิสชาร์จแบตเตอรี่</li>
<li>ระบบสำรองไฟ (Backup)</li>
<li>EMS สำหรับควบคุมพลังงานทั้งระบบ</li>
</ul>
<p>ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายชิ้นเหมือนระบบแบบเดิมที่ต้องใช้ทั้ง Inverter, PCS, ATS และ EMS แยกกัน ส่งผลให้ลดพื้นที่ติดตั้ง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทั้งหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42391 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03.jpg" alt="ระบบ ESS" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>Innovation ในปี 2026 ความปลอดภัยระดับสูง – 15 ชั้น (15-Level Safety Design)</h3>
<p><strong>Solis</strong> อธิบายถึงดีไซน์ด้านความปลอดภัยที่ถือเป็นจุดแข็งที่สุดของระบบกักเก็บพลังงาน โดยแต่ละแพ็กประกอบด้วยระบบป้องกันครบทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเซลล์ แบตเตอรี่แพ็ก ไปจนถึงระดับตู้ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับอุณหภูมิ ควัน ความดัน ระบบดับเพลิง Aerosol ระบบต่อท่อน้ำดับเพลิง และแผ่นระบายแรงดันเพื่อป้องกันการระเบิดแบบกระจาย</p>
<p>ทั้งหมดนี้ช่วยให้ระบบ ESS ของ <strong>Solis</strong> สามารถควบคุมความร้อนได้ดีและยับยั้งการลุกลามของไฟในกรณีเกิดความผิดปกติ</p>
<h3>ประสิทธิภาพ ความเสถียร และการสำรองไฟ</h3>
<p>ระบบ ESS ของ <strong>Solis</strong> ถูกออกแบบให้สำรองไฟได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี Response Time ต่ำกว่า 10 ms เหมาะสำหรับอุปกรณ์สำคัญ เช่น โรงพยาบาล โรงงานที่มีไลน์การผลิตต่อเนื่อง และดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งไม่สามารถยอมให้ไฟกระชากหรือดับได้แม้เสี้ยววินาที</p>
<h3>ดีไซน์ที่รองรับการติดตั้งจริง</h3>
<p>ตู้ ESS ของ <strong>Solis</strong> ใช้พื้นที่เพียง 2.5 ตารางเมตร เบากว่าโซลูชันทั่วไป 5–11% และให้ Energy Density สูงกว่า 20–95% พร้อมออกแบบให้ยก เคลื่อนย้าย และติดตั้งได้ง่าย ลดภาระของผู้รับเหมาและธุรกิจ EPC อย่างมาก</p>
<p>ดังนั้น การเข้าศึกษาดูงานที่ <strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เห็นกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัย ออกแบบ ทดสอบ ไปจนถึงการผลิตจริงภายใต้มาตรฐานสากลที่เข้มงวด ความละเอียดในทุกขั้นตอนสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p>สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ คือ นวัตกรรมสตริงอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ของ <strong>Solis</strong> ซึ่งพัฒนาให้มีความเสถียร ประสิทธิภาพสูง และรองรับสภาพแวดล้อมของแต่ละภูมิภาคได้ดี ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มการจัดการพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยบริหารการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการสูญเสียและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42392" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04.jpg" alt="คณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการและชมโรงงานผลิตของ Solis ในนครหางโจว" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับประเทศไทย นวัตกรรมของ <strong>Solis</strong> จะมีบทบาทสำคัญในการ ยกระดับระบบพลังงานหมุนเวียน ดังนี้</p>
<ol>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งขนาดครัวเรือน พาณิชย์ และขนาดสาธารณูปโภค</li>
<li>ช่วยเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Stability) ผ่านระบบอินเวอร์เตอร์อัจฉริยะและโซลูชัน ESS</li>
<li>สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด</li>
<li>รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ เช่น EV charging โรงงานอัจฉริยะ และโครงการพลังงานกระจายตัว (Distributed Energy)</li>
<li>สร้างความคุ้มค่าให้ผู้ประกอบการ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ที่ลดลง</li>
</ol>
<p><strong>โดยรวมแล้ว การดูงานครั้งนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า Ginlong (Solis) ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมผลักดันพลังงานสะอาดให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การสนับสนุนทางเทคนิคระดับสากล และแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/">ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 02:02:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36932</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ที่ทันสมัย ผสานนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคใต้ ด้วยยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง HTC ก่อตั้งในปี 2512 ปัจจุบัน หาดทิพย์มีโรงงานสองแห่งคือ โรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/">หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ที่ทันสมัย ผสานนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคใต้ ด้วยยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>HTC ก่อตั้งในปี 2512 ปัจจุบัน หาดทิพย์มีโรงงานสองแห่งคือ โรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ในสาขา 19 แห่งที่ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มีตัวแทนมากกว่า 46,000 Outlets รถบรรทุกมากกว่า 2,000 คัน และรถหัวลากมากกว่า 60 คัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36934" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>ชูศักยภาพโรงงานผลิตระดับโลก<br />
พร้อมสายการผลิตขวดแก้วอันทันสมัย</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36935" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>จอห์น เบเนเดตตี รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส &#8211; ซัพพลายเชน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ของภาคใต้มากว่า 55 ปี หาดทิพย์เดินหน้ายกระดับกระบวนการและเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผสานความยั่งยืนในกระบวนการผลิต เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการใช้พลังงานสะอาด โดยโรงงานพุนพิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 315 ไร่ เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2556 เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและให้บริการผู้บริโภคในภาคใต้ตอนบนได้ดียิ่งขึ้น ภายในโรงงานประกอบด้วยสายการผลิตที่ทันสมัยจำนวน 6 สาย ซึ่งได้มาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย แบ่งเป็นสายการผลิตเดิม 4 สาย และสายการผลิตอาคารใหม่ 2 สาย กำลังการผลิตเครื่องดื่มขวดพลาสติก 75 ล้านขวด/ปี เครื่องดื่มประเภทแคน 18 ล้านลัง/ปี เครื่องดื่มขวดแก้ว 12 ล้านลัง/ปี และเครื่องดื่มเช้มข้นสำหรับกด (Fountain) 160,000 กล่อง/ปี โดยมีคลังสินค้าพื้นที่ 22,000 ตร.ม.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36936" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ล่าสุดได้เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่ ( RGB) เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถผลิตได้ทั้งขวดแก้วชนิดคืนขวดและไม่คืนขวด ด้วยกำลังการผลิตขวดแก้วสูงสุดถึง 800 ขวดต่อนาที นับเป็นไลน์การผลิตขวดแก้วที่เป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ใช้ระบบ Fully Automated Bottle Inspection -ASEBI ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบขวดแก้วทุกขวด เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดและไม่มีสิ่งปนเปื้อน และยังสามารถบรรจุน้ำที่อุณหภูมิสูงขึ้น 230c โดยไม่เกิดฟองสบู่ ช่วยลดการใช้พลังงานในการบรรจุค่อนข้างสูง หลังจากนี้ จะมีการทยอยปรับการผลิตเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วจากที่โรงงานหาดใหญ่มายังโรงงานพุนพิน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2567 และสามารถผลิตได้เต็มรูปแบบในปี 2568</p>
<p>สายการผลิตขวดแก้วใหม่นี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของหาดทิพย์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วชนิดคืนขวดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร และภัตตาคารในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งผู้บริโภคนิยมดื่มเครื่องดื่มภายในร้าน อีกทั้งยังเป็นประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่หาดทิพย์มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าคู่แข่ง และยังช่วยเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้นด้วย</p>
<p>นอกจากขวดแก้วใหม่แล้ว หาดทิพย์ยังออกแบบลังบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยป้องกันการกระแทก ทำให้ขวดแก้วใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น รวมทั้งใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย</p>
<p>ด้านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนว่า จากการใช้ Dashboard มีการพัฒนามาแล้ว 2 ปี พบว่า 5 อันดับแรกที่ปล่อยคาร์บอน ได้แก่ หลอด Preforms Loquid Sugar ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และสายการผลิตเครื่องดื่มประเภทแคน จากการติดตั้ง Cloud Base Energy Monitoring ทำให้ทราบว่าเครื่องจักรใช้ไฟเกินปกติ ลดการใช้ไฟและบริการจัดการใช้ไฟฟ้า</p>
<h3>พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์<br />
เพื่อส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</h3>
<p><strong>จอห์น เบเนเดตตี</strong> กล่าวถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนว่า หาดทิพย์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้บริโภค โดยมีการดำเนินงาน ดังนีั้ 1<strong>.พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์</strong> โดยตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา หาดทิพย์สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกใหม่ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ลงถึง 911 ตัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 4,078ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าและตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 6600ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2568 ลดการใช้อะลูมิเนียม404 ตัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 592 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดพลาสติกประเภท HDPE ที่ใช้พันลังได้ 354 ตัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก752 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และ ล่าสุดสามารถลดน้ำหนักพลาสติกที่ใช้ผลิตฝาขวดน้ำอัดลมจาก 2.45 กรัม เหลือ 1.75 กรัม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการใช้พลาสติกที่ลดลงถึง 28% ลดปริมาณคาร์บอน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งหาดทิพย์ถือเป็นโรงงานรายแรกของโคคา-โคล่าในเอเชียที่สามารถผลิตได้ โดยในปี 2568ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36937" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>2.เพิ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน หาดทิพย์ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว</strong> เพื่อลดการใช้พลาสติก และใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; ในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่<strong>ผลิตจากพลาสติก PET รีไซเคิล หรือ rPET 100%</strong> (ไม่รวมฉลากและฝา) ในผลิตภัณฑ์ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; สูตรออริจินัล และ &#8220;โคคา-โคล่า&#8221; สูตรไม่มีน้ำตาล ขนาด 1 ลิตร</p>
<h3>จัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</h3>
<p>โรงงานพุนพินลดการใช้และหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% ในการผลิตที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ได้แก่ <strong>1.ลดการใช้น้ำในการผลิต</strong> ปัจจุบันโรงงานพุนพินใช้น้ำ 250 ลบ.ม./ชม คิดเป็น 6,000 ลิตร/ชม. โดยตั้งเป้าลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต จากปัจจุบัน 1.54 ลิตรต่อหน่วยการผลิต ให้เหลือ 1.39 ลิตรต่อหน่วยการผลิต ภายในปี 2573 ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น การปรับขนาดหัวฉีดล้างขวดแก้ว การติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น และการติดตั้งระบบล้างรถอัตโนมัติที่ใช้น้ำจากการหมุนเวียน <strong>2.โครงการ UF Recover Backwash</strong> โดยเปลี่ยนมาใช้ไส้กรอง Ultrafiltration ซึ่งสามารถนำน้ำสะอาดกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 44,513 ลูกบาศก์เมตรต่อปีเมื่อเทียบกับระบบเดิมในปี 2565 ช่วยลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ถึง 9%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36938" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>3. ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อปรับเสถียรแบบธรรมชาติ</strong> บนพื้นที่ 26 ไร่ ซึ่งใช้พลังงานต่ำ โดยใช้แบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic) ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย สามารถรองรับน้ำทิ้งประมาณ 20% ซึ่งเพียงพอกับกำลังการผลิตของโรงงาน และมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งค่า BOD และค่า O2 ในน้ำ ลดการใช้พลังงาน 7 แสน kWh /ปี ลดการปล่อย Co2 ประมาณ 350 ตัน/ปี อีกทั้งยังสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีนก กระรอกและสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่รอบๆ</p>
<h3>ตั้งเป้าสู่ Net Zero ภายในปี 2593<br />
มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36940" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>หาดทิพย์ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น <strong>1.เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด</strong> โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารผลิต และแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ จำนวนมากกว่า 9,000 แผง ที่โรงงานพุนพิน ซึ่งสามารถผลิตพลังงานทดแทนมาใช้ภายในโรงงานได้ถึง 19% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มเติม 2,686 แผงในปีหน้า โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานได้ถึง 28% ก่อนสิ้นปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36941" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>2.การใช้พลังงานทดแทน</strong> เช่น เพิ่มการใช้รถยกไฟฟ้าในคลังสินค้า จำนวน 29 คัน และใช้รถขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิง NGV จำนวน 8 คัน นอกจากนี้ โรงงานพุนพินยังติดตั้งหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิง LPG รวมถึงระบบหมุนเวียนความร้อนกลับมาใช้ใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36942" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_09-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>หาดทิพย์มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาการดำเนินงาน และขอการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยในปี 2567 บริษัทฯ ได้ขอการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของหน่วยสินค้าจำนวน 83 ประเภท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36943" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_10-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่การพัฒนาชุมชนชาวใต้</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36944" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/HaadThip-sustainability-media-trip_11-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ด้าน<strong>นันทิวัต ธรรมหทัย รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ – องค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ภาคใต้คือบ้านของหาดทิพย์ นอกจากการพัฒนาความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังเดินหน้าพัฒนาชุมชนเพื่อเติบโตเคียงคู่ไปกับพี่น้องชาวใต้ เราเชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินไปพร้อมกัน พนักงานหาดทิพย์ทุกคนจึงภาคภูมิใจที่ได้ส่งมอบความสดชื่นและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนร่วมกับพี่น้องชาวใต้</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาแปรรูปใช้ใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดเก็บขวดพลาสติกและกระป๋องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมทั้งร่วมกับภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่าง ๆ เช่น ในแคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ในจังหวัดภูเก็ตและสงขลา และโครงการประกวดชั้นวางสินค้าจากวัสดุรียูส รวมถึงจัดโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากฝาขวดพลาสติกร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคร่วมลดและแยกขยะอย่างจริงจัง</p>
<p>จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้หาดทิพย์ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน &#8220;SET ESG Ratings&#8221; ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และเป็น 1 ใน 5 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในระดับเรตติ้ง AA ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ ระดับ 5 ดาว หรือ &#8220;ดีเลิศ&#8221; ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ ระดับดีเด่นปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และปีที่ 4 ในปี 2567อีกด้วย</p>
<p>By สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/">หาดทิพย์เปิดโรงงานพุนพิน โชว์นวัตกรรมการผลิตขวดแก้วที่ทันสมัย ใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มที่ยั่งยืนในภาคใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/haadthip-sustainability-media-trip/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/lion-eco-factory/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/lion-eco-factory/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 04:25:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Factory]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลโรงงานอุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35922</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน กระแสของโลกกำลังมุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การประกอบกิจการอย่างสมดุล ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environmental) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามแนวคิดที่เรียกว่า Environmental, Social, Governance หรือ ESG ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ดี ล่าสุด ไลอ้อน ประเทศไทย ได้รับรางวัลโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ประกอบการโรงงานที่มีมาตรฐาน ประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบ มีการปล่อยของเสียเป็นศูนย์ หรือมีของเสียเกิดน้อยที่สุด มีการใช้วัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีและได้มาตรฐาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-eco-factory/">“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบัน กระแสของโลกกำลังมุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การประกอบกิจการอย่างสมดุล ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environmental) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามแนวคิดที่เรียกว่า Environmental, Social, Governance หรือ ESG ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ดี</strong></p>
<p><span id="more-35922"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35926" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-04.jpg" alt="“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”" width="740" height="484" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-04-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-04-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-04-500x327.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03.jpg" class="attachment-large size-large" alt="“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01.jpg" class="attachment-large size-large" alt="“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p><strong>ล่าสุด ไลอ้อน ประเทศไทย ได้รับรางวัลโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (</strong><strong>Eco Factory) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ประกอบการโรงงานที่มีมาตรฐาน ประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบ มีการปล่อยของเสียเป็นศูนย์ หรือมีของเสียเกิดน้อยที่สุด มีการใช้วัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีและได้มาตรฐาน มีการดำเนินกิจกรรมที่น่าเชื่อถือ มีการเกื้อกูลกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสังคมโดบรอบ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญและดำเนินกิจการที่สอดรับการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ผลักดันสู่มาตรฐานสากลตามแนวทาง Circular Economy</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35927" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-05.jpg" alt="ดร. กิตติวัตร โสมวดี" width="740" height="483" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-05-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-05-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-05-500x326.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร. กิตติวัตร โสมวดี</span> รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 55 ปี กล่าวว่า ไลอ้อน ประเทศไทย มีเ<strong>ป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางของ </strong><strong>ESG เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)</strong> ขององค์การสหประชาชาติ ผนวกกับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด Circular Economy</p>
<p><strong>ด้าน </strong><strong>Environmental</strong> ได้นำแนวทาง BCG Economy มาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างความร่วมมือ รักษาระบบนิเวศ โดยมีการ<strong>บริหารจัดการของเสียฝังกลบเป็นศูนย์</strong> <strong>(</strong><strong>Zero Waste to Landfill) คิดค้นนวัตกรรมการหมุนเวียนน้ำใช้ในการผลิต</strong> ด้วยวิธี Cascade Water Management ทำให้สามารถนำน้ำกลับมาใช้หมุนเวียนในกระบวนการผลิตได้หลายขั้นตอน และยังสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นวัตถุดิบคาร์บอนต่ำได้ และจัด<strong>โครงการต้นแบบด้าน </strong><strong>BCG Economy</strong> โดยร่วมมือกับหลายหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และวิสาหกิจชุมชนจังหวัดน่าน ภายใต้ <strong>“โครงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและแปรรูปสมุนไพรภายในชุมชน”</strong> เช่น สมอพิเภก สมอไทย มะขามป้อม เป็นต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่และป่าอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ และประเมินเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิต ต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนานำสมุนไพรแปรรูปมาใช้เป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้านปากซอลส์ ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ และชมพูฟอลเลส เป็นต้น</p>
<p><strong>ด้าน </strong><strong>Social</strong>  พัฒนาธุรกิจด้วยนโยบาย “เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในทุกภารกิจ” สร้างสังคมที่มีสุขภาวะที่ดี ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ <strong>โครงการทันตกรรมป้องกัน</strong> <strong>โครงการ</strong> <strong>Happy Life &amp; Happy Home</strong>  ส่งเสริมให้ชุมชนมีสุขอนามัยที่ดี และการ<strong>ให้โอกาสทางการศึกษาโดยจัดทำหลักสูตรอาชีวะศึกษาระบบทวิภาคี</strong> หลักสูตร Mechatronic มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จบแล้วมีโอกาสเข้าทำงานต่อในองค์กร หรือสามารถทำงานในสาขาวิชาชีพได้ทันที <strong>พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้</strong> ด้วยกิจกรรม Think better Kaizen คัดเลือกผลงานส่งระดับเครือสหพัฒน์ ส่งเสริมต่อเนื่องถึงระดับประเทศ เช่น Thailand Kaizen Award และระดับภูมิภาคถึงระดับสากล <strong>ส่งเสริมการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม</strong> (Promote Equity) มีการพิมพ์อักษรเบลล์บนบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้พิการทางสายตา <strong>ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน</strong> ตามมาตรฐานสากล Iso45001การจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย</p>
<p><strong>ด้าน </strong><strong>Governance</strong> ดำเนินธุรกิจบนฐานของจรรยาบรรณประกอบกิจการที่ดี <strong>ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล  โปร่งใส และเป็นธรรม </strong>รวมถึงการได้รับการรับรองจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติขอภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>ทั้งหมดนี้ คือการดำเนินการด้านความยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ซึ่งการดำเนินลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยแนวทางอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฟุ๊ตพริ้นขององค์กร (Carbon Footprint of Organization) ภายใต้ Scope 1,2 และ 3 ได้มากถึง 20% หรือ 68,000 ตันคาร์บอนไดออกโซด์ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 7 ล้านต้น (ในปี 2022 เทียบกับปี 2021)  บริษัทยังได้ทำการประเมินค่าคาร์บอนฟุตพริ้นของผลิตภัณฑ์ของบริษัท (Carbon Footprint of Product) เพื่อเป็นตัวชี้วัดให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพื่อให้การตรวจวัดเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นของผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก – องค์การมหาชน (อบก.) และได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนฉลากลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction: CFR) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานเป็นรายแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2014 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล้างจานเข้มข้นไลปอนเอฟ สูตรอนามัย ผลิตภัณฑ์ล้างจานไลปอนกลิ่นชามะนาว และผลิตภัณฑ์ล้างจานโปร และในปัจจุบันยังมีการขยายผลไปอีกหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำยาซักผ้าเปาวินวอซ ผงซักฟอกเปาซิลเวอร์นาโน ผงซักฟอกเปาเอ็มวอซ</p>
<p>“ไลอ้อน ประเทศไทย ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ลดลง 55 % ในปี 2030  และลดลงเท่ากับศูนย์ในปี 2050 ในขอบเขตที่ 1 และ 2 (Scope1,2) และลดลด 50% ในขอบเขตที่ 3 (Scope3)  โดยมีกลยุทธ์ การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและ การใช้ Energy Technology ทำงานร่วมกับ Digital Technology ให้เกิดการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” ดร. กิตติวัตร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35924" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-02.jpg" alt="นางสาวประกาย คุณคุปต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LION-ESG-Eco-Factory-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวประกาย คุณคุปต์</span> ผู้จัดการบริหารบริหารคุณภาพและตัวแทนบริหารระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับ นับเป็นความภาคภูมิใจของ ไลอ้อน ประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้วัฒนธรรมองค์กรคนดี และยังคงเดินหน้านโยบายการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต สู่เป้าหมาย &#8220;คาร์บอนต่ำ&#8221; เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ต่อไป</p>
<p>ทุกผลิตภัณฑ์ ทุกถุง ทุกชิ้น ที่ผลิตโดยโรงงานของไลอ้อน จึงเป็นสินค้าคาร์บอนต่ำ หรือผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของไลอ้อน ก็มีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-eco-factory/">“ไลอ้อน” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG สร้างสังคมยั่งยืน การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ “Eco Factory”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/lion-eco-factory/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2024 08:04:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[EV Forklift]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled PET]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ใส่ใจสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยน้ำทิพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35697</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี   โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ </strong><strong>คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ <strong>“โคคา-โคล่า”</strong> ที่ได้รับสิทธิ์รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้  เปิดโรงงานปทุมธานี หนึ่งในห้าโรงงานใหญ่ที่ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ดังจาก “โคคา-โคล่า”  เนื่องในโอกาส<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี   </strong>โชว์ศักยภาพการผลิตระดับโลก  พร้อมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรจุภัณฑ์  ตั้งเป้าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35697"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35699" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg" alt="6cb742" width="475" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02.jpg 475w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-205x300.jpg 205w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-150x220.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-02-341x500.jpg 341w" sizes="(max-width: 475px) 100vw, 475px" /></p>
<p><strong><em><span style="color: #6cb742;">ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น</em></strong> <strong><em>จำกัด</em></strong>  กล่าวว่า ไทยน้ำทิพย์ หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ที่ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าโคคา-โคล่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502  โดยบริษัทฯ ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  ปัจจุบันไทยน้ำทิพย์<strong>ครบรอบ </strong>65 <strong>ปี  มี</strong>โรงงานผลิตทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานรังสิต โรงงานปทุมธานี โรงงานนครราชสีมา โรงงานขอนแก่น และโรงงานลำปาง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับโลก สายการผลิตถึง 21 สาย มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นกว่า 450 ล้านยูนิตเคสต่อปี  และได้รับการยกย่องในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคใต้ในด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35700" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับโรงงานไทยน้ำทิพย์ ปทุมธานี สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2524 บนพื้นที่ 140 ไร่ มีสายการผลิต 7 สาย โดยมีสายการผลิตขวดแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย  รวมถึงสายการผลิตเครื่องดื่มแบบกระป๋องที่มีความเร็วที่สุดในโรงงานผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องในประเทศไทย สามารถผลิตได้ถึง 2,000 กระป๋องต่อนาที</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35701" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg" alt="เทอดพงษ์ ศิริเจน" width="490" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04.jpg 490w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-211x300.jpg 211w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-150x213.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-04-352x500.jpg 352w" sizes="(max-width: 490px) 100vw, 490px" /></p>
<p>ด้าน<strong><em><span style="color: #6cb742;">เทอดพงษ์ ศิริเจน</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</em></strong> กล่าวว่ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ และสังคม โดยในแต่ละด้านมีเป้าหมายและโรดแมปจนถึงปี พ.ศ. 2573 แผนงานด้านความยั่งยืนถูกผนวกอยู่ในแผนงานในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่แผนงานด้านทรัพยากรบุคคล การกำกับดูแลกิจการ ไปจนถึงแผนงานด้านซัพพลายเชน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลัก คือ <strong>การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด </strong>  <strong>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> และ<strong> บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน </strong> ผ่านการวางแผนกลยุทธ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัยและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค</p>
<p><strong>ในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ  จะเห็นได้ว่า “น้ำ” </strong> ถือเป็นหัวใจสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของไทยน้ำทิพย์ เราจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้กลยุทธ์ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ในกระบวนการผลิต ด้วยการ<strong>ลด </strong>(Reduce) ปริมาณการใช้น้ำ โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำมาใช้คือแอปพลิเคชัน “บำรุง” ที่พัฒนาโดยบริษัทไทยน้ำทิพย์   นำน้ำกลับมา<strong>ใช้ซ้ำ </strong>(Reuse) ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น นำมารดน้ำต้นไม้  รวมถึง <strong>บำบัด </strong>(Recycle) น้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว  โดยเป็นโรงงานแห่งแรกที่ติดตั้งระบบ Membrane Bio Reactor ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้  สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบ R.O. (Reverse Osmosis) เพื่อนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดจนสะอาดได้มาตรฐาน กลับมาใช้ใหม่ในขั้นตอนการผลิตที่ไม่ใช่วัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องดื่ม  ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2566 โรงงานไทยน้ำทิพย์ทั้ง 5 โรงงาน สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 907 ล้านลิตร สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<figure id="attachment_35702" aria-describedby="caption-attachment-35702" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35702" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg" alt="โรงงานไทยน้ำทิพย์ โรงงานรังสิต" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-35702" class="wp-caption-text">โรงงานรังสิต</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>  ไทยน้ำทิพย์มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานไทยน้ำทิพย์ครบทั้ง 5 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 24,716 แผง เทียบเท่าสนามฟุตบอล 16 สนาม  สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวม 12.6242 MWp คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงาน  โดยโรงงานปทุมธานีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4 MW</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35703" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg" alt="นำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยกสินค้า (EV Forklift) ในคลังสินค้า และรถขนส่งสินค้า (EV Truck) กว่า 1,100 คัน พร้อมนำระบบ Telematics มาใช้บริหารจัดการการขนส่ง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกล้อง AI ช่วยมอนิเตอร์ความเสี่ยงของพฤติกรรมการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานขับรถ ในปีพ.ศ. 2566 สามารถลดการใช้พลังงานได้ 2.1 ล้านลิตร คิดเป็น 34.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p><strong>สำหรับการสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์  <em>เทอดพงษ์ </em></strong><em>กล่าวว่า</em><strong>  </strong>ไทยน้ำทิพย์สนับสนุนวิสัยทัศน์ระดับโลก “World Without Waste” ของ “โคคา-โคล่า” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2568 และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกโดยใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50% รวมถึงช่วยเก็บรวบรวมและรีไซเคิลขวดหรือกระป๋องในจำนวนเทียบเท่ากับที่จำหน่าย ภายในปี 2573 ตลอดจนสนับสนุนการจัดเก็บพลาสติกในครัวเรือน เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติก แล้วนำมาผลิตเป็นขวดอีกที</p>
<p>เพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไทยน้ำทิพย์ให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง คือ   ลด (Reduce) การใช้บรรจุภัณฑ์ด้วยการลดปริมาณพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ผ่านการ Lightweight โดยยังคงรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ เช่น ลดปริมาณพลาสติกบรรจุภัณฑ์ขนาด 1.5 ลิตรจากเดิม 38 กรัมเหลือ 34 กรัม และบรรจุภัณฑ์น้ำทิพย์ จากเดิม 16.5 กรัม เหลือ 10.7 กรัม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ไทยน้ำทิพย์สามารถลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้กว่า 7,645 ตัน <strong>ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่</strong> (Redesign) เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2568 และใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อย่างน้อย 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 ไทยน้ำทิพย์ได้เปลี่ยนขวด “สไปรท์” จากขวดสีเขียวเป็นขวดใส เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์กลับไปรีไซเคิล และสนับสนุน<strong>การจัดเก็บและรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องที่ใช้แล้ว </strong>(Collection &amp; Recycling) เพื่อสร้างวงจรปิดของบรรจุภัณฑ์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศไทย และกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์</p>
<figure id="attachment_35704" aria-describedby="caption-attachment-35704" style="width: 596px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-35704" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg" alt="ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET" width="596" height="696" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07.jpg 596w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-257x300.jpg 257w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-150x175.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Thai-Namthip-Sustainability-07-428x500.jpg 428w" sizes="(max-width: 596px) 100vw, 596px" /><figcaption id="caption-attachment-35704" class="wp-caption-text">ขวดrPET  และPreform เพื่อขึ้นรูปเป็นขวด  rPET</figcaption></figure>
<p><strong><em>ปุณฑริกา </em></strong><em>กล่าวเสริมว่า </em>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ไทยน้ำทิพย์ ร่วมกับ “โคคา-โคล่า” เปิดตัวขวด “โค้ก” ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ไม่รวมฉลากและฝา) หรือ Recycled PET (rPET)  ในบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร และปีนี้ได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ขนาด 300 มิลลิลิตร และ 510 มิลลิลิตร เพิ่มเติม โดยไทยน้ำทิพย์ได้ปรับสายการผลิตให้รองรับการผลิตขวด rPET ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัย (Food Contact Grade) และเป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานระดับโลกของ “โคคา-โคล่า” แม้ว่า Recycled PET (rPET)  จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 40% ก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานในการเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในทุก ๆ ปีตามโรดแมป  มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/">“ไทยน้ำทิพย์” ครบรอบ 65 ปี โชว์ศักยภาพการผลิตเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตฯ เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thainamthip-sustainability/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BLC เปิดตัวนวัตกรรมสมุนไพร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยาสามัญใหม่ ในงาน CPHI South East Asia 2024</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/blc-cphi-south-east-asia-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/blc-cphi-south-east-asia-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2024 06:14:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[BLC]]></category>
		<category><![CDATA[CPHI South East Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33788</guid>

					<description><![CDATA[<p>BLC ผู้นำยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์สุขภาพ “ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” ในประเทศไทย เปิดตัว New Generics ใหม่ คัดสรรสมุนไพรไทยที่ปลูกโดยเกษตรกร สกัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพในสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมเตรียมงบลงทุน 825 ล้านบาท จัดตั้งโรงงานผลิตยาแห่งใหม่  เพิ่มกำลังการผลิตยาเม็ด 960 ล้านเม็ด/ปี  สอดรับเป้าหมายรายได้ 2,000 ล้านบาท ในปี 2569  ภก.สุวิทย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blc-cphi-south-east-asia-2024/">BLC เปิดตัวนวัตกรรมสมุนไพร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยาสามัญใหม่ ในงาน CPHI South East Asia 2024</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BLC ผู้นำยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์สุขภาพ “ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” ในประเทศไทย เปิดตัว New Generics ใหม่ คัดสรรสมุนไพรไทยที่ปลูกโดยเกษตรกร สกัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพในสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมเตรียมงบลงทุน 825 ล้านบาท จัดตั้งโรงงานผลิตยาแห่งใหม่  เพิ่มกำลังการผลิต</strong><strong>ยาเม็ด 960 ล้านเม็ด/ปี  สอดรับเป้าหมาย</strong><strong>รายได้ 2,000 ล้านบาท ในปี 2569 </strong></p>
<p><span id="more-33788"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33790" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-02.jpg" alt="ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC</strong> กล่าวว่า ตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านขายยา 20% และโรงพยาบาล 80%  ในส่วนของโรงพยาบาล แบ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ 60% และโรงพยาบาลเอกชน 40%  นับเป็นอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากการผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับโรค COVID-19 และการฟื้นตัวกลับมาของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้แนวโน้มอุบัติการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการที่โรงพยาบาลและคลินิก ส่งผลให้ความต้องการยาและเวชภัณฑ์โดยรวมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33791" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-03.jpg" alt="BLC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>BLC ผู้นำด้านยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยให้เป็นสากลมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ ก่อตั้งโดยเภสัชกร 3 คน ประกอบด้วย <strong>ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์  ภก.ศุภชัย สายบัว ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ </strong>และ<strong>ภก.สมชัย พิสพหุธาร  ประธานเจ้าหน้าที่สายบริหารการเงิน </strong> เริ่มสร้างโรงงานในปี 2536   ปัจจุบันบริษัทฯ เดินทางมา 4 ทศวรรษ  โดยยุคปัจจุบันนี้เป็นยุคที่ 4   ที่บริษัทฯ  เน้นการเติบโตธุรกิจแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน (Sustainable Growth)  ภายใต้วิสัยทัศน์ บูรณาการภูมิปัญญาไทยสู่สากล  พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการนำคุณค่าของสมุนไพรไทย  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของบริษัทฯ  อาทิ พริก ไพลและกระชายดำมาสู่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ โดย BLCได้พัฒนานวัตกรรมสมุนไพรทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบัน และมีการนำไปใช้ในโรงพยาบาลแล้ว ได้แก่  Capsika -25 gel แก้ปวดข้อเข่าเสื่อม สกัดจากพริก  บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ  และPlaivana ครีมทาบรรเทาปวด  เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33792" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-04.jpg" alt="BLC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>BLC ได้จัดตั้งศูนย์วิจัย BLC  ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงาน เพื่อวิจัยและพัฒนายาแผนปัจจุบันและยาสามัญใหม่ โดยเฉพาะยาจากสมุนไพร ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ   นอกจากนี้ได้สนับสนุนอุตสาหกรรมยาในประเทศและสนับสนุนการใช้สินค้า/ยาในประเทศ (MIT: MADE IN THAILAND) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  เพื่อยกระดับการผลิตและบริการในอุตสาหกรรมยา และความยั่งยืนทางธุรกิจ (Sustainable) ภายใต้ค่านิยมหลักในการดำเนินธุรกิจขององค์กร คือ SMILE ได้แก่  Social Environmental Responsibility , Moral ,Innovation, Loyalty และ Excellence Performance</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33793" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-05.jpg" alt="BLC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ภก.สุวิทย์ </strong>กล่าวว่า  BLC ตั้งเป้าหมายการเติบโตปีนี้ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเติบโตมากกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมด้วยกลยุทธ์การเน้นผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญและยาสามัญใหม่ ประเภท ยา New Generics ตัวใหม่ๆ  ที่สิทธิบัตรกำลังจะหมดอายุ  ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเพื่อให้ประชาชนคนไทย สามารถเข้าถึงยาและการรักษาได้ง่ายและมากขึ้น ลดการพึ่งพาการซื้อยา หรือนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมด้านสมุนไพรไทยเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลก  โดยมีผลิตภัณฑ์ยาใหม่ๆ ออกสู่ตลาดทุกๆ ไตรมาส</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33794" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-06.jpg" alt="BLC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>พร้อมกันนี้  บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณลงทุน 825 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารผลิตยาใหม่ ซึ่งแบ่งเป็นโกดังสำหรับเก็บวัตถุดิบจำนวน 5,590 ตารางเมตร และ โรงงานผลิต ขนาด 8,600 ตารางเมตร โดยจะเพิ่มกำลังผลิตยาเม็ดได้มากถึง 960 ล้านเม็ด/ปี ซึ่งจะขับเคลื่อนภาพรวมธุรกิจไปสู่เป้าหมายรายได้ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33795" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-07.jpg" alt="BLC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceuticals) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ จำหน่ายผ่านช่องทางผู้ประกอบการ (B2B) เช่น ร้านขายยา โรงพยาบาลรัฐและเอกชน บริษัทเอกชน ร้านค้าปลีก  ในและต่างประเทศ รวมถึงจำหน่ายสินค้าให้แก่ ผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ผ่านช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและช่องทางออนไลน์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33796" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-08.jpg" alt="ภก.สมชัย พิสพหุธาร" width="562" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-08.jpg 562w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-08-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-08-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-08-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 562px) 100vw, 562px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ภก.สมชัย พิสพหุธาร</span>  ประธานเจ้าหน้าที่สายบริหารการเงิน บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC  </strong>กล่าวว่า  BLC ได้<strong>ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย </strong><strong>(SET)</strong><strong> ในปี 2566  จึง</strong>มีแผนดำเนินธุรกิจในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  เพื่อสร้างความยั่งยืน   เช่น การบำบัดของเสียในโรงงานได้มาตรฐาน ISO 14001  มีการใช้บรรจุภัณฑฺ์รีไซเคิล และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน   โดยจัดตั้งโซล่าร์ฟาร์มขนาด 1.4 เมกกะวัตต์  ผลิตไฟใช้ในโรงงาน 30%   ล่าสุดได้รับเลือกจากให้เข้าร่วมโครงการ ESG  เนื่องจากตลท.มองว่าธุรกิจของ BLC  เป็นธุรกิจ New Economy  เพื่อบริษัทฯ จะพัฒนาไปสู่ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่ให้ความสำคัญในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33797" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-09.jpg" alt="รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์" width="500" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-09.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-09-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-09-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-09-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน และผู้จัดการทั่วไป – ฟิลิปปินส์, อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ </strong>ในฐานะผู้จัดงาน  CPHI South East Asia 2024งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยา ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ <strong> </strong>กล่าวว่า สถานการณ์ประชากรสูงอายุในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณการเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี โดยแยกเป็นรายปีจะพบว่า ปี 2567 สังคมไทยจะมีผู้สูงวัย 18.3% จากนั้นเพิ่มเป็น 19.7% ในปี 2568 และ 21.1% ปี 2569 จนไปถึงปี 2573 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) นั่นหมายถึงสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 28%  ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้ความต้องการใช้ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีเพิ่มขึ้น ทั้งเพื่อดูแลสุขภาพ และรักษาอาการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งต้องการยาที่มีคุณภาพมาทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความต้องการจากตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากปัจจัยที่กล่าวมานี้ทำให้อุตสาหกรรมยาของไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก</p>
<p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมยาของไทยมีศักยภาพสูงมาก ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา พร้อมการยอมรับในมาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศ พร้อมกันนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายต่างมีเป้าหมายที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยาไปสู่ New S-Curve เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และ ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ (Medical Hub)  ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะดึงเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33798" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-10.jpg" alt="CPHI South East Asia 2024" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-10.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/blc-cphi-south-east-asia-2024-10-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับงาน <strong> CPHI South East Asia 2024</strong>  จะจัดแสดงงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยา ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ร่วมโชว์ศักยภาพด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมยาของไทยให้ก้าวขึ้นเทียบเท่าระดับสากล และเพื่อให้คนไทยเข้าถึงยาคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยจะจัดขึ้นวันที่ 10 &#8211; 12 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><strong>ภก.สุวิทย์ </strong> กล่าวถึงไฮไลท์ นวัตกรรมและสินค้าที่จะนำไปจัดแสดงในงาน <strong>CPHI South East Asia 2024</strong> ว่า ประกอบด้วย สมุนไพรไทยคุณภาพสูง  โดยพิถีพิถันคัดสรรสมุนไพรไทยที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย นำมาสกัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ได้สารสกัดที่มีคุณภาพ สามารถควบคุมปริมาณสารสำคัญให้คงที่ ปราศจากตัวทำละลายตกค้าง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานบริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิด และยา New Generics ตัวใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยใน Aging population และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมทั้งนำเสนอบริการรับจ้างผลิตยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร (Contract Development and Manufacturing Organization: CDMO) รองรับความต้องการที่หลากหลายของเจ้าของธุรกิจในปัจจุบัน</p>
<p>“บริษัทฯ เล็งเห็นการเติบโตของอุตสาหกรรมยา ทั้งการเข้าสู่ตลาดทุนและมีการระดมทุน เพื่อพัฒนาให้มีความครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้านสุขภาพ (Wellness) บริการทางการแพทย์ (Medical Service) วิชาการ (Academic) และผลิตภัณฑ์ (Products) ด้วยการต่อยอดพื้นฐานจากทางด้านการผลิตยาสามัญ (Generics) สู่การพัฒนาสมุนไพรไทยที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยาให้ทัดเทียมระดับสากล” <strong>ภก.สุวิทย์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blc-cphi-south-east-asia-2024/">BLC เปิดตัวนวัตกรรมสมุนไพร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยาสามัญใหม่ ในงาน CPHI South East Asia 2024</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/blc-cphi-south-east-asia-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุมชนเภสัชกรรม พัฒนายาสูตรใหม่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยกระดับอุตฯ ยาไทย ก้าวสู่ Medical Hub  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chumchon/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/chumchon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2024 09:57:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเภสัชกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33543</guid>

					<description><![CDATA[<p> ‘ชุมชนเภสัชกรรม’ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของคนไทย กว่า 4 ทศวรรษ วางแผนปั้นรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2568   เติบโตปีละ 15% พร้อมโชว์ศักยภาพการผลิตและจำหน่าย ดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ครั้งสำคัญของไทย ในงานอุตสาหกรรมยาแห่งเอเชีย CPHI South East Asia 2024 จัดโดยอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย วันที่ 10 &#8211; 12&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chumchon/">ชุมชนเภสัชกรรม พัฒนายาสูตรใหม่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยกระดับอุตฯ ยาไทย ก้าวสู่ Medical Hub  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong><strong>‘ชุมชนเภสัชกรรม’ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของคนไทย กว่า 4 ทศวรรษ วางแผนปั้นรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2568   เติบโตปีละ 15% พร้อมโชว์ศักยภาพการผลิตและจำหน่าย ดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ครั้งสำคัญของไทย ในงานอุตสาหกรรมยาแห่งเอเชีย CPHI South East Asia 2024 จัดโดยอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย วันที่ 10 &#8211; 12 กรกฎาคม 2567 ฮอลล์ 1-3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p><span id="more-33543"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33545" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02.jpg" alt="ภก. สุรชัย เรืองสุขศิลป์" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong>ภก. สุรชัย เรืองสุขศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชุมชนเภสัชกรรม จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ   ซึ่งรวมตัวเภสัชกรไทยมากกว่า 700 คน กล่าวว่า ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรระบุภาพรวมตลาดยาในประเทศในปี 2023 มีมูลค่า  2.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้า 70%   คิดเป็นมูลค่า1.68 แสนล้านบาท  และผลิตขึ้นใช้เองภายในประเทศ 30%  หรือ 72,000ล้านบาท   โดยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 11% แบ่งเป็นช่องทางโรงพยาบาล 171,360 ล้านบาท คิดเป็น71.4%   เติบโต 15% และช่องทางร้านขายยา  48,000 ล้านบาท คิดเป็น20% หรือเติบโตปีละ 5%  ส่วนเวชสำอาง วิตามินและอาหารเสริมมีมูลค่า 20,640 ล้านบาท  คิดเป็น8.6%  หรือ เติบโต  2%  ขณะที่ข้อมูล IQVIA Quarter 3/2023 ระบุถึงแนวโน้มตลาดยาภายในประเทศอุตสาหกรรมผลิตยาภายในประเทศมีการเติบโตในอัตราปีละ 11% นับเป็นอุตสาหกรรมไม่กี่ประเภทที่เติบโต 2 Digit  เนื่องจากเป็นอุุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นสำหรับมนุษย์</p>
<p>จากแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมยาดังกล่าว  ประกอบกับในช่วงหลายปีที่้ผ่านมา  ธุรกิจบริษัทฯ เติบโตสูงอย่างต่อเนื่้องมากกว่าค่าเฉลี่ย ทางบริษัทฯ  จึงวางแผนการเติบโตด้วยเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาทในปี 2025 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 15%  ซึ่งเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย  ด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. ยาใหม่ออกสู่ตลาด 2. เจาะตลาดยาที่มีความต้องการในปริมาณมาก  และ3. ความเร็วในการตอบสนองการตลาด   โดยโรงงานของบริษัทฯ ได้มาตรฐาน PICS/GMDP    นับเป็น 1 ในโรงงานยา  5-6 รายในไทยที่ได้รับมาตรฐานนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33546" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03.jpg" alt="ชุมชนเภสัชกรรม" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ปัจจุบันบริษัทฯ มีแบรนด์สินค้ารวมกว่า 145 รายการ (SKU) และยังมียาที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาอีกเป็นจำนวนมาก แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประกอบด้วยยาสามัญและยาสามัญใหม่ เช่น แบรนด์ Apixa CCP ในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด, แบรนด์ Rovas ในกลุ่มยาลดไขมัน, แบรนด์ Amlopress, Enalapril, Apreszine ในกลุ่มลดความดัน, แบรนด์ Glycediab ในกลุ่มยารักษาเบาหวาน เป็นต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบรนด์ Bee ‘en Plus เป็นต้น   โดยจัดจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล 75% และ ร้านยา 25% ครอบคลุม 4, 000 ร้านทั่วประเทศ  เช่น Health Up, Pure, iCare และร้านยากรุงเทพ เป็นต้น ขณะที่สัดส่วนการส่งออกยังน้อยกว่า 10%</p>
<p><strong>ภก. สุรชัย </strong>กล่าวว่า ในแต่ละปีบริษัทฯ ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา 12 % ของยอดขายทั้งหมด  โดยตั้งเป้ามียาใหม่ออกสู่ตลาดปีละ 5 รายการ   ในปีนี้ทางบริษัทฯ เตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ Apixaban 2.5mg และ Apixaban 5 mg ซึ่งเป็นยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดในระบบไหลเวียน โดยเฉพาะที่หลอดเลือดสมอง โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่สามารถผลิตยาชนิดนี้ขึ้นเองภายในประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33547" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04.jpg" alt="ชุมชนเภสัชกรรม" width="780" height="585" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>“บริษัทฯ เตรียมความพร้อมล่วงหน้ามากกว่า 5 ปี ในการพัฒนาสูตรผลิตยาโมเลกุลใหม่ ๆ ที่ให้ผลการรักษาดี มีความปลอดภัย และกำลังจะหมดสิทธิบัตรลง โดยที่ภาครัฐจะต้องให้ข้อมูลแก่บริษัทยา เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยสูงวัย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 18.3% ของจำนวนประชากรของประเทศ และจะเพิ่มเป็น 28% ในอีก 6 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น  คิดเป็นการเติบโตของผู้สูงวัยเฉลี่ยปีละ 7.5%  ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ยาโรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases &#8211; NCDs) เพิ่มขึ้นในอัตราสูง  รวมทั้งยาป้องกันไม่ให้ผู้สูงวัยเกิดโรค  เพราะถ้าผู้สูงวัยเป็นโรคจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแล ” <strong>ภก. สุรชัย </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33548" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05.jpg" alt="ชุมชนเภสัชกรรม" width="780" height="585" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p style="text-align: center;">เครื่องตอกยามูลค่า  40 ล้านบาท ความเร็ว 6แสนเม็ด/ชม. นับเป็นเครื่องที่มีความเร็วสูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์</p>
<p>ในช่วง COVI0D-19  บริษัทฯ ได้ลงทุนติดตั้งเครื่องตอกยามูลค่า  40 ล้านบาท ความเร็ว 6แสนเม็ด/ชม. จากประเทศเยอรมนี  ซึ่งเป็นเครื่องที่มีความเร็วสูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์ เพื่อผลิตยารองรับความต้องการของโรงพยาบาลและผู้บริโภค</p>
<p>“จากแรงบันดาลใจในวิชาชีพของกลุ่มเภสัชกรชุมชนจำนวนหนึ่ง ร่วมกันผลักดันให้เกิดการก่อตั้งบริษัท ชุมชนเภสัชกรรม จำกัด ขึ้นในปี 2526 บริษัทฯ มีปณิธานและความมุ่งหวังตั้งใจอันแรงกล้าที่จะผลิตยาที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสใช้ยาคุณภาพในราคาที่เหมาะสมยุติธรรม ลดการสูญเสียดุลการค้าจากการนำเข้ายาต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการพัฒนาทักษะความสามารถของเภสัชกรไทยให้มีศักยภาพมากขึ้นทั้งคุณภาพ และการบริการที่เหนือกว่า ด้วยราคายุติธรรม<strong>” ภก.สุรชัย </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33549" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06.jpg" alt="รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Chumchon-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ด้าน<strong>รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาเก็ตส์  และ ผู้จัดการทั่วไป – ฟิลิปปินส์ </strong>ในฐานะผู้จัดงาน “ซีพีเอชไอ เซาท์อีส เอเชีย 2024 (CPHI South East Asia 2024)”<strong>  </strong>กล่าวว่า อุตสาหกรรมยาของไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุน จากการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แนวโน้มการใส่ใจดูแลสุขภาพของคนไทย และ ตัวเลขของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งต้องการยาที่มีคุณภาพมาทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความต้องการจากตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากปัจจัยที่กล่าวมานี้ทำให้อุตสาหกรรมยาของไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมากในอนาคต</p>
<p>“โอกาสของอุตสาหกรรมยาในไทยมีศักยภาพสูง ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา พร้อมการยอมรับในมาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศ พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยาไปสู่ New S-Curve เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต” <strong>รุ้งเพชร </strong>กล่าว</p>
<p>งาน ซีพีเอชไอ เซาท์อีส เอเชีย 2024 <strong>(</strong><strong>CPHI South East Asia 2024) </strong>เป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยา ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ International Healthcare Week”  บนพื้นที่ 15,000 ตร.ม. <strong> </strong>ในระหว่างวันที่ 10 &#8211; 12 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ภายในงานจะมีผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ร่วมโชว์ศักยภาพด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และ ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมยาของไทยให้ก้าวขึ้นเทียบเท่าระดับสากล และเพื่อให้คนไทยเข้าถึงยาคุณภาพได้ง่ายขึ้น  คาดมีผู้เช้าชมงานจาก 50 ประเทศ ทั้งหมด 8,000 ราย  และผู้ร่วมออกบูธแสดงสินค้า 400 ราย</p>
<p><strong>“</strong>การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน CPHI South East Asia 2024 เป็นหนึ่งในการนำเสนอศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนายาของบริษัท ชุมชนเภสัชกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทยให้เป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต”  <strong>ภก.สุรชัย </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chumchon/">ชุมชนเภสัชกรรม พัฒนายาสูตรใหม่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยกระดับอุตฯ ยาไทย ก้าวสู่ Medical Hub  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/chumchon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีแมนตั้งเป้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพในอนาคต </title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/t-man-pharmaceutical/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/t-man-pharmaceutical/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Mar 2024 01:41:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[ทีแมน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีแมน ฟาร์มาซูติคอล]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรสกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเภสัชกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33005</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยมูลค่าตลาดประมาณ 225 พันล้านบาท ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในตลาดเภสัชกรรมชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สร้างความมั่นคงด้านยา ทำให้ยามีราคาไม่แพงและเข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดยาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้เสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ในเอเชีย เพื่อดึงดูดผู้ป่วยชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ คาดว่าจะมีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ รวมทั้งเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง (MSMEs) ในภาคเภสัชกรรมที่จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและการแข่งขันให้องค์กร รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์  และผู้จัดการทั่วไป – ฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้จัดงาน CPHI South East Asia 2024 เปิดเผยว่า การจัดแสดงงานในปีนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/t-man-pharmaceutical/">ทีแมนตั้งเป้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพในอนาคต </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ด้วยมูลค่าตลาดประมาณ 225 พันล้านบาท ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในตลาดเภสัชกรรมชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สร้างความมั่นคงด้านยา ทำให้ยามีราคาไม่แพงและเข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดยาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้เสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ในเอเชีย เพื่อดึงดูดผู้ป่วยชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ คาดว่าจะมีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ รวมทั้งเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง (MSMEs) ในภาคเภสัชกรรมที่จะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและการแข่งขันให้องค์กร</strong></p>
<p><span id="more-33005"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33007" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-02.jpg" alt="รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์" width="540" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-02.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-02-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-02-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-02-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์</span></strong> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์  และผู้จัดการทั่วไป – ฟิลิปปินส์</strong> ในฐานะผู้จัดงาน CPHI South East Asia 2024 เปิดเผยว่า การจัดแสดงงานในปีนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญ คือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความมั่นคงทางการยาของประเทศไทย เพื่อช่วยขับเคลื่อนสุขภาพและเศรษฐกิจ ให้ก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการผลิตยาในประเทศไทยนั้นได้มาตรฐานระดับสากล GMP-PIC/S พร้อมแข่งขันในการเป็นผู้ผลิตยาสู่ตลาดต่างประเทศ โดยปีนี้มีการจัดแสดงงานคู่กับ “Medlab Asia &amp; Asia Health 2024” เพื่อให้ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมยา อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ และการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33008" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03.jpg" alt="งาน “CPHI South East Asia 2024” และ“Medlab Asia &amp; Asia Health 2024”" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>งาน “CPHI South East Asia 2024” และ“Medlab Asia &amp; Asia Health 2024” จะเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงศักยภาพของภาคส่วนในอุตสาหกรรมยาไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาของนานาชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์  International Healthcare Week ที่มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพการพัฒนาระบบและการดูแลสุขภาพครบวงจร ในระหว่างวันที่ 10 &#8211; 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<h3>ทีแมนตั้งเป้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33009" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-04.jpg" alt="ภก.ประพล ฐานะโชติพันธ์" width="587" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-04.jpg 587w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-04-245x300.jpg 245w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-04-150x184.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-04-408x500.jpg 408w" sizes="(max-width: 587px) 100vw, 587px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ภก.ประพล ฐานะโชติพันธ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีแมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ทีแมน</strong> ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า กว่า 50 ปีบนเส้นทางผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ  บริษัทฯ มีปณิธานมุ่งมั่นผลิตยาเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงยาที่ดีมีคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ โดยมีเป้าหมายก้าวเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33010" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05.jpg" alt="อุตสาหกรรมเภสัชกรรม" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/t-man-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<h3>ผลิตยาและกระจายยามาตรฐาน GMP-PIC/S ระดับโลก</h3>
<p>สำหรับแผนการพัฒนาเพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมชั้นแนวหน้านั้น  ทีแมนได้คิดค้น วิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ยาและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ด้วยกระบวนการผลิตยาและการกระจายยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP-PIC/S ในปี 2534ซึ่งใช้เงินลงทุนหลายร้อนล้านบาท และ GDP PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสากล ISO 17025 ระบบมาตรฐานจัดการคุณภาพ ISO, 9000:2001, ISO IEC, GHPs, HACCP, ISO22000 และ ISO 2271 ซึ่งเป็นการพัฒนายกระดับมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของระดับนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Medical Hub ต่อไป</p>
<p>นอกจากนี้ ทีแมน ยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยเล็งเห็นโอกาสที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง ผสานกับความเชี่ยวชาญของทางบริษัท และเทคโนโลยี NatureCeutical ซึ่งประยุกต์มาจากเทคโนโลยีการผลิตยาแผนปัจจุบัน เป็นการนำสารสำคัญออกจากวัตถุดิบจากธรรมชาติมาอยู่ในรูปแบบสารสกัด ให้มีฤทธิ์สรรพคุณทางยาที่มีการควบคุมทั้งในด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัย อย่างเช่นผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการเจ็บคอ Propoliz Spray   เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เรานำเทคโนโลยี NatureCeutical มาใช้สร้างสารสกัดจึงทำให้ขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพร ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Original โดยคนไทย ซึ่งนอกจากตลาดในประเทศแล้ว ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันเข้าสู่ตลาดโลกต่อไป</p>
<h3>ทีแมนมีสินค้า 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ รวม 216 แบรนด์</h3>
<p>ปัจจุบันทีแมนมีสินค้าในพอร์ต ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ รวม 216 แบรนด์และแบรนด์จากบุคคลภายนอกอีก 13 แบรนด์ รวมกว่า 756 รายการ (SKU) แบ่งเป็น 1.<strong>ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน</strong> ประกอบด้วยยาสามัญและยาสามัญใหม่ที่มุ่งเน้นการบำบัด รักษาและบรรเทาอาการระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น แบรนด์ Myda กลุ่มผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อรา รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา กลากเกลื้อน  / แบรนด์ IBUMAN กลุ่มบรรเทาอาการปวดศรีษะ ปวดไมเกรน ลดไข้,  MANMOX กลุ่มยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฯลฯ</p>
<p>2.<strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร</strong> เช่น แบรนด์ Propoliz (โพรโพลิซ) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและช่วยบรรเทาอาการทางช่องปากและลำคอ, แบรนด์ ไอยรา กลุ่มผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการไอ ระคายคอ, แบรนด์ปาริฉัตร กลุ่มผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ฯลฯ ทีแมน โดยบริษัท โนว่า เฮลท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนา Nevtral สารสกัดจากรางจืด  มีประสิทธิภาพลดผื่นคันแพ้จากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยเทียบเท่ายาสเตียรอยด์</p>
<p>3.<strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง</strong> เช่น แบรนด์ Vita-C ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซีเสริมภูมิคุ้มกัน, TMT Whey Protein เวย์โปรตีนเสริมสมรรถภาพสำหรับนักกีฬาและผู้รักสุขภาพ และเครื่องสำอางสำหรับดูแลและบำรุงผิว เช่น แบรนด์ Falete ครีมลดเลือนฝ้า จุดด่างดำ และปรับสภาพผิว, แบรนด์ Aloe Derma เจลบรรเทาอาการแสบร้อน ด้วยสารสกัดบริสุทธิ์ว่านหางจระเข้ ฯลฯ</p>
<p>4.<strong>ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ</strong> เช่น Dr.Temp แผ่นเจลลดไข้ SureDerm Plus เนื้อเยื่อทดแทนที่ใช้ร่วมกับการใช้ซิลิโคนเสริมจมูก ฯลฯ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เพื่อดูแลสุขภาพทั่วไปสำหรับทุกเพศทุกวัย เช่น แบรนด์ Polar ที่มีทั้งสเปรย์ปรับอากาศและโฟมล้างมือ เป็นต้น</p>
<h3>4 Factor ผลักดันให้ตลาดHealth Care เติบโตต่อเนื่อง</h3>
<p>ภก.ประพล กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบันหลังจากเปิดประเทศ ในปี 2564-2565  ตลาดยาเติบโต 5-6%  ส่วนตลาด Health Care โลก ประกอบด้วยอุตสาหกรรมอาหารเสริม วิตามิน และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเติบโต 6.8%  ส่วนประเทศไทยเติบโตที่ 5.3%  โดย Factor ที่ทำให้ตลาดHealth Care เติบโตต่อเนื่อง  คือ 1. สังคมผู้สูงวัย   ประเทศไทยถือว่ามีผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ประชากรอายุ 60 ปี มีสัดส่วน 20% ตามหลังประเทศญี่ปุ่น  ไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  ทิศทางไปกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDS   ทำให้ยาลดไขมันในเลือด และอาหารเสริมมีส่สนสำคัญ  ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น “การกระตุ้น Silver Age   คือสนับสนุน Health Care โดยมีแผนพัฒนาสินค้ากลุ่มนี้เป็น Food Supplement และอาหารเสริม เพื่อให้ Health  Span  สอดรับกับ Life Spanที่ยาวขึ้น” <strong>ภก.ประพล</strong> กล่าว</p>
<p>2. โรค COVID-19  คล้ายโรคหวัด โดยไวรัสจะเปลี่ยนสายพันธุ์ ซึ่งคาดว่าโรคนี้น่าจะอยู่กับมนุษย์ไปตลอด มีสินค้าดูแลอาการ Long  COVID-19 ซึ่งมีภาวะซึมเศร้า ไอเรื้อรัง ทำให้เกิดโอกาสในการพัฒนากลุ่มสินค้า Supplement</p>
<p>3. พฤติกรรมที่รีบเร่ง  ทานปิ้งย่างทำให้เกิดโรคมะเร็ง ประกอบกับชีวิตที่ต้องแข่งขัน  ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า ส่งผลให้เทรนด์ของยาในกลุ่มนี้เติบโต</p>
<p>4. สภาพแวดล้อม  หันมาช่วยโลก ทานสมุนไพรมากขึ้น  เนื่องจากสารเคมีที่สะสมในระยะยาว</p>
<p>“ทีแมนช่วยประเทศได้ เนื่องจากการนำเข้ายาจากต่างประเทศมีราคาค่อนข้างสูง พยายามคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม  ยา 1 ตัวมีสิทธิบัตร 20 ปี   เราไม่มีต้นทุนการตลาด Global Brand จึงสามารถทำต้นทุนที่ถูกถึง 50%  โดยมีแผนพัฒนายาภูมิแพ้ เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ ลดอาการง่วง  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำวิจัย คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ภายในปีนี้จะเปิดตัวยาที่ต่อยอดจากแบรนด์ที่ทำ เพื่อช่วยลดอาการที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 พร้อมผลักดันให้มีการใช้โนฮาวด์ต่อยอดพืชสมุนไพร 7 ชนิด เช่น  กระชายดำ ขมิ้นชัน  ฟ้าทะลายโจร  ขิง และกากสมุนไพรที่เป็น Zero Waste  โดยสามารถนำไปเป็นปุ๋ย และผลิตอาหารสัตว์ เพิ่มมูลค่าเป็น Upcycling” <strong>ภก.ประพล</strong> กล่าว</p>
<p><strong>รุ้งเพชร</strong> กล่าวเสริมว่า  ปัจจุบันไทยส่งออกสมุนไพรสกัดไปยังประเทศญี่ปุ่น และเยอรมนี  สำหรับสมุนไพรที่เป็น Zero Waste ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ Food Grade หรือ Food Supplement  เช่น เปลือกมังคุด นำไปทำสารผลิต Food  Ingredient</p>
<p>“ในส่วนของการสร้างการรับรู้แบรนด์ ทีแมน ในบทบาทของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร ได้เข้าร่วมงาน CPHI South East Asia 2024  ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมผู้นำในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ยา โดยมีผู้เข้าชมงานจากหลายกลุ่มอาชีพและจากหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักร ผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์เภสัชกรฝ่ายผลิต และอีกมาก มีส่วนผลักดันให้ทีแมน เป็นที่รู้จักและขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศไทยและกว่า 21 ประเทศทั่วโลก เช่น กัมพูชา จีน พม่า มาเลเซีย ลาว เวียดนาม ฮ่องกง เป็นต้น  โดยมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10%  ซึ่งมีทิศทางเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีแผนรุกตลาดในเกาหลีใต้” <strong>ภก.ประพล</strong> กล่าวสรุปทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/t-man-pharmaceutical/">ทีแมนตั้งเป้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพในอนาคต </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/t-man-pharmaceutical/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรีน เยลโล่ จับมือกับ เบทาโกร ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ในโรงงานเบทาโกรทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/greenyellow-x-betagro/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/greenyellow-x-betagro/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 01:14:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[กรีน เยลโล่]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานเบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26003</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 20 มีนาคม 2566 – GreenYellow (กรีน เยลโล่) ผู้ลงทุนและดำเนินงานระดับโลกด้านการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จับมือกับ Betagro (เบทาโกร) ผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับสากล ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงานของเบทาโกรทั้ง 8 แห่ง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อันเป็นวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันของทั้งสองบริษัท โดยที่โครงการดังกล่าว มีกำลังการติดตั้งแล้วกว่า 8.3 MWp และประกอบไปด้วยโซลูชันด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็น โซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ฟาร์ม และโรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 8 แห่งนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด รวมไปถึงการออกแบบ สร้าง ดำเนินการ และบำรุงรักษาโดย กรีน เยลโล่ ภายใต้ข้อตกลง Solar&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenyellow-x-betagro/">กรีน เยลโล่ จับมือกับ เบทาโกร ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ในโรงงานเบทาโกรทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – </strong><strong>20 มีนาคม 2566</strong> – <strong>GreenYellow (กรีน เยลโล่) ผู้ลงทุนและดำเนินงานระดับโลกด้านการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จับมือกับ Betagro (เบทาโกร) ผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับสากล ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงานของเบทาโกรทั้ง 8 แห่ง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อันเป็นวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันของทั้งสองบริษัท โดยที่โครงการดังกล่าว มีกำลังการติดตั้งแล้วกว่า 8.3 MWp และประกอบไปด้วยโซลูชันด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็น โซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ฟาร์ม และโรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์</strong><span id="more-26003"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 8 แห่งนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด รวมไปถึงการออกแบบ สร้าง ดำเนินการ และบำรุงรักษาโดย กรีน เยลโล่ ภายใต้ข้อตกลง Solar PPA ในระยะยาว ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว กรีน เยลโล่ จะมีกรรมสิทธิ์ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตั้งอยู่ในโรงงานของเบทาโกร  และช่วยเบทาโกรให้สามารถประหยัดค่าไฟได้อย่างมาก โดยมีการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากถึง 12 GWh ต่อปี หรือเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 6,080 ตันต่อปี</p>
<p style="font-weight: 400;">โครงการโซลาร์เซลล์นี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของ กรีน เยลโล่ เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่ของเบทาโกร และความมุ่งมั่นในการพัฒนาสังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนให้การดำเนินกิจการของเบทาโกร โดยใช้พลังงานไฟฟ้าต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในโรงงานทั้ง 8 แห่งของเบทาโกรในประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายของ กรีน เยลโล่ และเบทาโกรในการเสริมสร้างการใช้พลังงานสีเขียวเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="color: #6cb742;">คุณชาติชาย ลือกุลวัฒนะชัย</span> ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า “เบทาโกรให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล พร้อมทั้งตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ โดยหนึ่งในประเด็นที่เบทาโกรให้ความสำคัญคือ การพัฒนาและออกแบบการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งโดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด ที่ผ่านมาเบทาโกรได้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ในโรงงานโดย คิดเป็น 75% ของกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้ของโรงงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 22,000 ตัน โดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ต่อหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเบทาโกร อยู่ที่ราว 8%”</p>
<p style="font-weight: 400;">ความร่วมมือระหว่างเบทาโกรและ กรีน เยลโล่ นอกจากจะตอกย้ำถึงการเป็นพันธมิตรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันแล้ว ด้วยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของ กรีน เยลโล่ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เบทาโกรบรรลุเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า ตลอดจนแนวทางการการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้อีกด้วย</p>
<p style="font-weight: 400;">กรีน เยลโล่ ช่วยบริษัทมาแล้วมากมายในหลากหลายอุตสาหกรรมในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร ขั้นตอน และโครงสร้างการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังส่งต่อความรู้และข้อมูลเชิงลึก รวมถึงส่งเสริมความคล่องตัวของธุรกิจที่มากขึ้น</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="color: #6cb742;">คุณ แฟรงค์ คลุค</span> ประธานกรรมการบริหารของบริษัท กรีน เยลโล่ ในประเทศไทยและเอเชีย</strong> กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนความสำเร็จของเบทาโกรในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยโซลูชั่นด้าน Solar PPA  ของเรา รวมถึงส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์”</p>
<p style="font-weight: 400;">ธุรกิจ กรีน เยลโล่ คือการให้บริการโซลูชันด้านพลังงานอย่างครบวงจร โดยให้การสนับสนุนทางการเงินทั้งหมด เพื่อช่วยลูกค้าในการลดต้นทุนด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กรีน เยลโล่ มีบริการที่ครอบคลุม ทั้งโซลูชั่น Solar PPA (Power Purchase Agreement) และ Energy Efficiency Agreements ที่ได้มีการออกแบบบริการโซลูชั่นให้เหมาะกับและตามความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป โดยที่ไม่ต้องลงทุนและไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา และการตรวจสอบระบบพลังงาน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย และรับประกันด้านประสิทธิภาพอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenyellow-x-betagro/">กรีน เยลโล่ จับมือกับ เบทาโกร ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ในโรงงานเบทาโกรทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/greenyellow-x-betagro/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เบทาโกร” เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ก้าวสู่ Smart Factory และขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/btg-smart-factory/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/btg-smart-factory/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 08:41:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[BTG]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25893</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารชั้นนำระดับสากล (World-Class Branded Food Company) ยกระดับซัพพลายเชนกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม เปิดตัว ‘โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา’ โรงงานอัจฉริยะเต็มรูปแบบแห่งแรก ที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตอาหารสัตว์และบริหารทรัพยากรด้วยการเชื่อมต่อ IoT และระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล นายวสิษฐ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/btg-smart-factory/">“เบทาโกร” เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ก้าวสู่ Smart Factory และขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารชั้นนำระดับสากล (World-Class Branded Food Company) ยกระดับซัพพลายเชนกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม เปิดตัว ‘โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา’ โรงงานอัจฉริยะเต็มรูปแบบแห่งแรก ที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตอาหารสัตว์และบริหารทรัพยากรด้วยการเชื่อมต่อ IoT และระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล</strong><span id="more-25893"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25894" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_01.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BTG</strong> เปิดเผยว่า “นโยบายของบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นยกระดับระบบซัพพลายเชนของเบทาโกร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด ‘PROACTIVE SUSTAINABILITY’ เบทาโกรสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง โดยเดินหน้าลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาขับเคลื่อนรากฐานการผลิตก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการจัดการทรัพยากร ล่าสุดได้เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก นำร่องแห่งแรกที่เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เต็มรูปแบบ และจะเป็นโมเดลต้นแบบการขยายไปสู่โรงงานของเบทาโกรอื่น ๆ ต่อไป</p>
<p>โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก นับว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่อันดับ 3 ของบริษัทฯ ผลิตอาหารสัตว์หลากหลายชนิด อาทิ สุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ โดยนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และระบบอัตโนมัติมาใช้ภายในโรงงานซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตอาหารที่มีความแม่นยำ(Smart Production) ยิ่งขึ้น และภายในปีนี้ จะเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอีก 18% เพื่อรองรับตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและ สปป.ลาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25896" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_03.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>เบทาโกร</strong> ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยโรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ร่วมสร้างรากฐานสังคมเข้มแข็ง ด้วยการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรร่วมเติบโตไปด้วยกัน รวมถึงสร้างงานให้คนในชุมชน ยกระดับทักษะทางด้านเทคโนโลยีให้กับคนในพื้นที่ ทั้งยังส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบผลิตไอน้ำแบบประหยัดพลังงาน (Smart Boiler) จากเชื้อเพลิงชีวมวล (Bio-Mass Fuel) การใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ 20% โดยติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) ขณะนี้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.8 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 1,900 ตันต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25898" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_05.jpg" alt="โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ภายในโรงงานยังได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยมายกระดับจัดการหลากหลายมิติ ได้แก่ ระบบการบริหารจัดการโรงงาน (Smart Dashboard) ระบบการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพ (Smart Sampling) ระบบการจัดเก็บวัตถุดิบที่ควบคุมแบบอัตโนมัติ (Smart Silo) รวมถึงระบบการจัดเก็บและลำเลียงวัตถุดิบอัตโนมัติ (Smart Bulk) และการใช้หุ่นยนต์ในการบรรจุและลำเลียง (Auto packing &amp; Robot) โดยการลงทุนโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนช่วยลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นความเสี่ยงในการกระบวนผลิตและระบบขนส่ง ทั้งยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25897" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_04.jpg" alt="โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/BTG_Feedmill-NM_04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“แนวโน้มอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ในปี 2566 มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการในการผลิตสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่เพิ่มขึ้น สำหรับการก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะด้วย IoT ผสานกับระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบในโรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา จะเป็นห่วงโซ่คุณค่าต้นน้ำในด้านฐานการผลิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเบทาโกรสู่การเป็น World-Class Branded Food Company ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” <strong>นายวสิษฐ</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/btg-smart-factory/">“เบทาโกร” เปิดตัวโรงงานอาหารสัตว์หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ก้าวสู่ Smart Factory และขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/btg-smart-factory/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/covestro-iscc-plus-standard/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/covestro-iscc-plus-standard/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 06:13:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Covestro]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ทีโม สลาวินสกี้]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิล์มโพลีคาร์บอเนต]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน ISCC PLUS]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุคอมปาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[โคเวสโตร]]></category>
		<category><![CDATA[โคเวสโตรมาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[โพลีคาร์บอเนต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23355</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/covestro-iscc-plus-standard/">โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล</strong><span id="more-23355"></span></p>
<figure id="attachment_23357" aria-describedby="caption-attachment-23357" style="width: 340px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-23357" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dr.Timo-Slawinski_Covestro_MD.jpg" alt="ดร.ทีโม สลาวินสกี้" width="340" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dr.Timo-Slawinski_Covestro_MD.jpg 460w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dr.Timo-Slawinski_Covestro_MD-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dr.Timo-Slawinski_Covestro_MD-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dr.Timo-Slawinski_Covestro_MD-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 340px) 100vw, 340px" /><figcaption id="caption-attachment-23357" class="wp-caption-text">ดร.ทีโม สลาวินสกี้</figcaption></figure>
<p>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ทีโม สลาวินสกี้</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong> <strong>และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด</strong> กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม 2565 และได้เริ่มผลิตโพลีคาร์บอเนตภายใต้มาตรฐานชีวภาพเชิงหมุนเวียน ISCC Plus ล็อตแรกที่มาบตาพุดเมื่อไม่นานมานี้”</p>
<p>การรับรองมาตรฐานนี้ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon® RE และฟิล์ม Makrofol® ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล โดยพลาสติกชนิดแรกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CQ ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันแบบหมุนเวียนจากโคเวสโตร CQ เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</p>
<p>ในแนวคิดด้านสมดุลมวลสาร วัตถุดิบชีวภาพหรือวัตถุดิบรีไซเคิลจะถูกป้อนเข้าไปในช่วงแรกของการสกัดวัตถุดิบ และนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วนที่ผ่านการคำนวณ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารยังคงเท่าเทียมกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิล โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้สูตรการผลิต อุปกรณ์ วิธีการผลิต และข้อกำหนดในการผลิตแบบเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน และในขณะเดียวกัน โคเวสโตรยังพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย และนอกเหนือจากโรงงานผลิตในมาบตาพุด โรงงานผลิตแห่งอื่นของโคเวสโตรในเมือง เซี่ยงไฮ้ ชางฮัว เลเวอร์คูเซิน ดอร์มาเกิน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป และ ฟิลาโก ก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS เช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23358" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3.jpg" alt="PC Plant" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/PC-Plant-3-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<hr />
<h3>เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3>
<p><strong>โคเวสโตร</strong>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p>
<p><strong>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/covestro-iscc-plus-standard/">โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/covestro-iscc-plus-standard/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
