โรงกำจัดขยะหนองแขม เร่งเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 35 MW เตรียมทดสอบระบบ 1 พ.ค.นี้


การจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีปริมาณขยะเกิดขึ้นวันละหลายพันตัน โครงการโรงกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “ภาระ” ให้เป็น “พลังงาน” อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย โรงกำจัดขยะอ่อนนุชที่รองรับขยะได้มากกว่า 1,000 ตันต่อวัน (สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) และผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์ โรงกำจัดขยะหนองแขม 1 รองรับขยะกว่า 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 เมกะวัตต์ และโรงกำจัดขยะหนองแขม 2 รองรับขยะมากกว่า 1,000 ตันต่อวัน (สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์

เมื่อรวมทั้ง 3 โครงการเข้าด้วยกัน ทำให้กรุงเทพมหานครมีกำลังการกำจัดขยะรวมประมาณ 3,700 ตันต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของขยะทั้งหมดในเมือง และมีแนวโน้มขยับเข้าใกล้ 40% จากปริมาณขยะที่ลดลงเหลือราว 9,000 ตันต่อวันตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน ที่ไม่เพียงช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นหนึ่งในคำตอบของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคตของมหานครแห่งนี้

เหอ หนิง

เหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ว่า ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 91% และเตรียมเปิดรับขยะเพื่อทดสอบระบบในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยโครงการดังกล่าวสามารถรองรับขยะได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และสูงสุดถึง 1,600 ตันต่อวัน พร้อมกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 35 เมกะวัตต์

โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม

ชูเทคโนโลยีครบวงจร ควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ด้านเทคโนโลยี โครงการใช้ระบบเตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้ที่ 850–1,100 องศาเซลเซียส โดยนำความร้อนที่ได้ไปผลิตไอน้ำแรงดันสูงเพื่อขับเคลื่อนกังหันไอน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า ขยะจะถูกนำมาเก็บพักในอาคารระบบปิดเป็นเวลา 3–5 วันเพื่อลดความชื้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดและการผลิตพลังงาน

โครงการยังให้ความสำคัญกับการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบบ่อพักขยะเป็นระบบปิด (Closed System) รองรับขยะได้ถึงประมาณ 24,000 ตัน และใช้ระบบแรงดันลบ (Negative Pressure System) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกลิ่น โดยอากาศภายในจะถูกดูดเข้าสู่เตาเผาและกำจัดไปพร้อมกระบวนการเผาไหม้ นอกจากนี้ ยังติดตั้งเทคโนโลยี E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  เพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ และควบคุมกลิ่นอย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์

ขณะเดียวกัน โครงการยังติดตั้งระบบตรวจวัดระดับเสียงแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง หากระดับเสียงเกินมาตรฐานจะมีการแจ้งเตือนทันที เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ และยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม

ดันขยะเป็นพลังงานทางเลือก ลดต้นทุนระบบเมือง

เหอ หนิง กล่าวว่า ขยะเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นทุกวันตามการเติบโตของประชากรในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมากกว่า 10 ล้านคนที่ผลิตขยะในช่วงกลางวัน  ทำให้มีขยะรวมหลายพันตันต่อวัน การนำขยะมาใช้ผลิตพลังงานจึงเป็นทางเลือกด้านพลังงานสีเขียวที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระการฝังกลบและการขนส่งขยะไปยังพื้นที่ปลายทาง เช่น นครปฐมและฉะเชิงเทรา ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวเกือบเท่าตัว

เสนอปรับขั้นตอนการพิจารณาให้เอื้อต่อการลงทุน

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญอยู่ที่โครงสร้างการกำกับดูแลของภาครัฐที่ยังขาดเอกภาพ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการจัดการขยะ การผลิตไฟฟ้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ขั้นตอนการอนุมัติและพัฒนาโครงการใช้เวลานาน ขณะที่ภาคเอกชนมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชน แต่ต้องการเห็นการปรับปรุงกระบวนการอนุญาตให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังสะท้อนต้นทุนโครงการที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยหน้างาน เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าเอง การวางโครงสร้างใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งล้วนส่งผลให้งบลงทุนขยับจากราว 5,000 ล้านบาท เป็นกว่า 6,000 ล้านบาทต่อโครงการ แม้เผชิญข้อจำกัดดังกล่าว โครงการยังสามารถดำเนินงานได้เร็วกว่ากำหนดในสัญญา สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพในการดำเนินโครงการที่มีประสิทธิภาพ