<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Interview | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/interview/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 31 Aug 2026 04:10:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Interview | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>45 ปี BE Petrothai Group ชู ‘Valued Engineering’ ผ่าน Data Intelligence เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/45th-anniversary-be-petrothai-group-valued-engineering/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 01:30:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[BE Petrothai Group]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[Value Engineering]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเลียม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45861</guid>

					<description><![CDATA[<p>BE Petrothai Group เดินหน้าสู่บทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านระบบและอุปกรณ์โรงงาน ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การจัดหา การดูแลและซ่อมบำรุง ไปจนถึงการปรับปรุงระบบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานภายใต้แนวคิด Valued Engineering พร้อมนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมที่สั่งสมและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Intelligence) มาพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยบริหารจัดการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย — จัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ตามระดับความเสี่ยง คุณภาพและความน่าเชื่อถือ — ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ เวลา — ลดโอกาสหยุดกระบวนการผลิตทั้งโรงงานโดยไม่คาดคิด (Unplanned&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/45th-anniversary-be-petrothai-group-valued-engineering/">45 ปี BE Petrothai Group ชู ‘Valued Engineering’ ผ่าน Data Intelligence เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BE Petrothai Group</strong> เดินหน้าสู่บทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านระบบและอุปกรณ์โรงงาน ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การจัดหา การดูแลและซ่อมบำรุง ไปจนถึงการปรับปรุงระบบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานภายใต้แนวคิด Valued Engineering พร้อมนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมที่สั่งสมและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Intelligence) มาพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยบริหารจัดการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่</p>
<p><span id="more-45861"></span></p>
<ol>
<li>ความปลอดภัย — จัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ตามระดับความเสี่ยง</li>
<li>คุณภาพและความน่าเชื่อถือ — ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์</li>
<li>เวลา — ลดโอกาสหยุดกระบวนการผลิตทั้งโรงงานโดยไม่คาดคิด (Unplanned Shutdown)</li>
<li>ต้นทุน — ลดความเสี่ยงจากงบประมาณที่บานปลาย</li>
</ol>
<p>ความสำเร็จในวันนี้จึงไม่ควรวัดจากการลดต้นทุนหรือ KPI ระยะสั้นของโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรครอบคลุมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน ความปลอดภัย ตลอดจนการตัดสินใจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45864" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Tarm-Chamnong-arsa.png" alt="ตาม จำนงค์อาษา ผู้บริหาร BE Petrothai Group" width="740" height="467" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Tarm-Chamnong-arsa.png 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Tarm-Chamnong-arsa-300x189.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Tarm-Chamnong-arsa-150x95.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Tarm-Chamnong-arsa-500x316.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;"><em>คุณตาม</em> <em>จำนงค์อาษา</em></span> <em>ผู้บริหาร</em><em> BE Petrothai Group </em></strong><em>กล่าวว่า</em></p>
<p><strong>กลุ่มบริษัทมุ่งขับเคลื่อน ESG ด้วยเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน</strong></p>
<ul>
<li><strong>Environmental</strong>: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านเทคโนโลยีและโซลูชัน เช่น ระบบนำพลังงานกลับมาใช้ประโยชน์ด้วย Organic Rankine Cycle (ORC) และ PROFLUX® ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการกลั่น ลดการใช้พลังงานและต้นทุน ตลอดจนยืดอายุการใช้งาน</li>
<li><strong>Social &amp; Safety</strong>: ยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยลดควัน แสง เสียง และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ เช่น หอเผาทิ้งแบบปิด (Enclosed Ground Flare: EGF) และ XP Flare ซึ่งช่วยลดการใช้ไอน้ำในโหมด Standby และสามารถลดควันในกระบวนการผลิตได้ 40–60%</li>
<li><strong>Governance</strong>: สนับสนุนระบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ภายใต้เจตนารมณ์การเป็นพลเมืองโลกที่ดี (Good Global Citizen) พร้อมดำเนินงานตามมาตรฐานสากลและแนวทางต่อต้านการทุจริตที่เกี่ยวข้อง เช่น TRACE และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/45th-anniversary-be-petrothai-group-valued-engineering/">45 ปี BE Petrothai Group ชู ‘Valued Engineering’ ผ่าน Data Intelligence เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Taiwan Excellence ชู 3 นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ตอบโจทย์แนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Soltions”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 06:23:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing Expo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[MCM]]></category>
		<category><![CDATA[RHYMEBUS]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[SWAN]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45044</guid>

					<description><![CDATA[<p>Taiwan Excellence  นำทัพเทคโนโลยีนวัตกรรมระบบอัตโนมัติและโซลูชันการผลิตอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน จาก 17 บริษัทชั้นนำของไต้หวันมาจัดแสดงภายในงาน Manufacturing Expo 2026  ชูแนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Solutions” หรือ “สร้างการผลิตที่ยั่งยืนด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว” สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในการช่วยภาคอุตสาหกรรม ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอนาคต สำหรับนวัตกรรมจาก 17 แบรนด์ชั้นนำของไต้หวันจัดแสดงภายใน Taiwan&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions/">Taiwan Excellence ชู 3 นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ตอบโจทย์แนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Soltions”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Taiwan Excellence</strong>  นำทัพเทคโนโลยีนวัตกรรมระบบอัตโนมัติและโซลูชันการผลิตอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน จาก 17 บริษัทชั้นนำของไต้หวันมาจัดแสดงภายในงาน Manufacturing Expo 2026  ชูแนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Solutions” หรือ “สร้างการผลิตที่ยั่งยืนด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว” สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในการช่วยภาคอุตสาหกรรม ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอนาคต</p>
<p><span id="more-45044"></span></p>
<p>สำหรับนวัตกรรมจาก 17 แบรนด์ชั้นนำของไต้หวันจัดแสดงภายใน Taiwan Excellence Pavilion ณ บูธ 8F11 ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   ได้แก่ AAEON, APLEX, ASSOMA, CHIMEI MOTOR, FATEK, FENRI, GETAC, HCP, KSS, MCM, PLANET Technology, RHYMEBUS, SOLOMON, SYNTEC, TECHMAN ROBOT, TONG CHENG และ WALRUS PUMP</p>
<p>โดยมี 3 บริษัทที่โดดเด่นในการสนับสนุนการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ การจัดการพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลภายในโรงงานอย่างครบวงจร ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุค Industry 4.0 และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<h3>MCM ผู้บุกเบิกน้ำมันตัดกลึงผลิตจากพืช เปิดตัว 2ผลิตภัณฑ์เรือธง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – พนักงาน</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45046" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02.jpg" alt="MCM จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02.jpg 811w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>MCM </strong></span>กลับมาพร้อมกับความสำเร็จ หลังจากที่ชนะรางวัล Taiwan Excellence ถึง 4 ครั้ง โดยปีนี้ MCM มุ่งเน้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันตัดกลึงโลหะที่ผลิตจากพืช (Plant-based Oil) ร่วมกับจุลชีววิทยาเฉพาะทาง (Microbiological Technology)  รุ่น SUPERSOL และ G2 SUPERSYN ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำมันหล่อเย็นจากน้ำมันแบบเดิมที่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน</p>
<p>นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มสำคัญของภาคการผลิตโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระดับกระบวนการ ไปสู่การออกแบบวัสดุและสารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดย SUPERSOL มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 5-10 ปี มากกว่าน้ำมันตัดกลึงทั่วไปหลายเท่าตัว ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และลดต้นทุนการจัดการของเสียในระยะยาว</p>
<p>ขณะที่ G2 SUPERSYN ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีเคมีขั้นสูง สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ถึง 90% และยังคงประสิทธิภาพสำหรับงานตัดกลึงความแม่นยำสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน และอิเล็กทรอนิกส์  โดยน้ำมันตัดกลึงจากพืชของ MCM มีจุดเด่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันแบบเดิม พร้อมลดความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ได้ราว 30-65% ซึ่งไม่เพียงช่วยให้โรงงานบรรลุเป้าหมายด้าน ESG และ Net Zero ได้ง่ายขึ้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศและสุขภาวะของแรงงานในสถานประกอบการ</p>
<h3>RHYMEBUS ปลดล็อกพลังงานสะอาดเพื่อการจัดการน้ำ ด้วยระบบโซลาร์ปั๊มไร้แบตเตอรี่</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45047" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03.jpg" alt="RHYMEBUS จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03.jpg 811w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>บริษัท <span style="color: #6cb742;">RHYMEBUS </span></strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควบคุมมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์จากไต้หวัน นำเสนอ <strong>RM6F6-0713</strong> ระบบขับเคลื่อนปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์การใช้งานในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่เกษตรกรรม และระบบจัดการน้ำที่ต้องการความต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง  พร้อมชูจุดเด่นสำคัญภายใต้แนวคิด “พลังงานสะอาดโดยไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่”</p>
<p>ความโดดเด่นของ RM6F6-0713 คือความสามารถในการนำพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซลาร์เซลล์มาใช้งานได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่เหมือนโซลูชันแบบดั้งเดิม ช่วยลดต้นทุนการลงทุนและค่าบำรุงรักษาระยะยาว พร้อมลดปัญหาการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นเมื่อครบอายุการใช้งาน</p>
<p>หัวใจสำคัญของระบบอยู่ที่เทคโนโลยี Maximum Power Point Tracking (MPPT) ซึ่งช่วยดึงพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ในช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น วันที่มีเมฆมากหรือแสงแดดไม่สม่ำเสมอ  มาพร้อมระบบ Auto-transfer Module ที่สามารถสลับไปใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้โดยอัตโนมัติเมื่อพลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ ช่วยให้ระบบสูบน้ำสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด อีกทั้งยังมีระบบควบคุมอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์สภาวะแสงและผลกระทบจากเงาบังชั่วคราว เพื่อลดการเปิด-ปิดเครื่องบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และเพิ่มเสถียรภาพในการทำงานจริงภาคสนาม</p>
<h3>SWAN  นำเทคโนโลยี Coaxial Drive  ยกระดับเครื่องอัดอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสู่ความยั่งยืน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45048" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04.jpg" alt="SWAN CORPORATION จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04.jpg 811w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>บริษัท <span style="color: #6cb742;">SWAN CORPORATION</span></strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบอัดอากาศจากไต้หวัน ได้นำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดต้นทุนการดำเนินงาน และการสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวผ่าน<strong>นวัตกรรมเครื่องอัดอากาศรุ่น TMV Series (Twin Screw</strong>) ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยระบบ Coaxial Drive ที่ใช้มอเตอร์เพียงตัวเดียวในการขับเคลื่อนชุดสกรูคู่ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการส่งกำลังจากเดิมประมาณ 3% เหลือต่ำกว่า 1%</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการนำมอเตอร์แม่เหล็กถาวรมาใช้แทนมอเตอร์แบบขดลวดทองแดงทั่วไป ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี ขณะที่มอเตอร์ทั่วไปมักมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 5-6 ปี สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพพลังงานและการลดการใช้ทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์</p>
<p>จากประสิทธิภาพด้านพลังงานดังกล่าว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการประหยัดพลังงานระดับ Class 1 ของไต้หวัน ซึ่งมอบให้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันมากกว่า 5%  และเมื่อพิจารณาในมิติของผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาจากโรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอพบว่า การเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศของ SWAN สามารถลดค่าไฟฟ้าได้สูงถึง 80,000 บาทต่อเดือน หรือเกือบ 1 ล้านบาทต่อปี แม้ใช้กำลังไฟฟ้าในระดับใกล้เคียงกับเครื่องเดิม สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของเครื่องจักรยาวนานถึง 10-20 ปี</p>
<p>นอกเหนือจากการประหยัดพลังงานแล้ว การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เครื่องอัดอากาศของ <strong>SWAN</strong> ได้รับการออกแบบให้มีระดับเสียงเพียง 60-70 เดซิเบล แม้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดมลภาวะทางเสียงภายในโรงงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับพนักงาน โดยบริษัทฯ กำลังเดินหน้าสู่มาตรฐาน ISO 14000 เพื่อยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-building-sustainable-manufacturing-with-taiwans-adaptive-soltions/">Taiwan Excellence ชู 3 นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ตอบโจทย์แนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Soltions”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงาน “The Brother Group Global Charter”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-brother-group-global-charter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 06:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บราเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บราเดอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44985</guid>

					<description><![CDATA[<p>บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย)  ผู้นำที่มียอดจำหน่ายในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing &#38; Scanner) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นองค์กรที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุดในภูมิภาคประมาณ 130 คน ได้ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบการดำเนินงาน The Brother Group Global Charter ซึ่งเป็นค่านิยมหลักที่ยึดถือมานานกว่า 11 ปี  และได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทโลก โดยวางกรอบการดำเนินธุรกิจบน 3 แกนหลัก ได้แก่ Group Management, Group&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-brother-group-global-charter/">บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงาน “The Brother Group Global Charter”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) </strong> ผู้นำที่มียอดจำหน่ายในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing &amp; Scanner) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นองค์กรที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุดในภูมิภาคประมาณ 130 คน ได้ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบการดำเนินงาน<strong> The Brother Group Global Charter </strong>ซึ่งเป็นค่านิยมหลักที่ยึดถือมานานกว่า 11 ปี  และได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทโลก โดยวางกรอบการดำเนินธุรกิจบน 3 แกนหลัก ได้แก่ Group Management, Group Growth และ Stakeholders เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจและการดำเนินงานของพนักงานทุกคนทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือความคาดหวังแก่ลูกค้า ควบคู่กับการเติบโตขององค์กร บุคลากร พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-44985"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44987" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-02.jpg" alt="พรภัค อุไพศิลป์สถาพร" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พรภัค อุไพศิลป์สถาพร</span> ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด  </strong>กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในไทยเกือบ 30 ปี และกว่า 100 ปีของบริษัทแม่ บราเดอร์ได้วางกลยุทธ์ &#8220;Every Side of Life&#8221; เพื่อดูแลทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้ทั้ง 3 ส่วนงานหลัก (Sales &amp; Marketing, Customer Service และ Back Office) ต้องจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างน้อยแผนกละ 1 โครงการต่อปีโดยไม่ซ้ำกัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมในทุกมิติ</p>
<p>สำหรับบราเดอร์ ความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ (Core Business Strategy) ที่หลอมรวมอยู่ในทุกกระบวนการตัดสินใจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตระยะยาวควรดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน</p>
<p>“บราเดอร์เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวทาง ESG เราจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมขององค์กรสำหรับอนาคต ผ่านการนำ AI และ Automation เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง และสามารถส่งมอบคุณค่าที่เหนือความคาดหวังแก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน”  <strong>พรภัค </strong>กล่าว</p>
<p><strong>ในมิติของ Environmental </strong>บราเดอร์มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ผ่านการพัฒนา Green Innovation ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รองรับการใช้งานระยะยาว ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และช่วยลดการเกิดของเสียตลอดวงจรการใช้งาน ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์ Ink Tank เครื่องพิมพ์ Laser และโซลูชันด้านงานเอกสารสำหรับองค์กร ซึ่งสะท้อนแนวคิด Eco-design ที่ผสานประสิทธิภาพการใช้งานเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลด Carbon Footprint และสร้างความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาวแก่ผู้บริโภค</p>
<p>หนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรคือกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ได้ปรับแนวคิดจากการวัดจำนวนต้นไม้ที่ปลูก  สู่การให้ความสำคัญกับอัตราการอยู่รอดของต้นไม้ (Survival Rate) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศในระยะยาว จากการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่คลองโคน ส่งผลให้อัตราการอยู่รอดของต้นไม้เพิ่มขึ้นสู่ระดับมากกว่า 80% ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน</p>
<p>ส่วนกิจกรรม &#8220;No Ocean Waste&#8221; เพื่อเก็บขยะชายหาด ณ บางแสน ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 4 รวมถึงโครงการในอดีตอย่าง “Eco Bricks” ที่ร่วมกับภาคประชาสังคมนาน 3 ปี เพื่อนำขวดพลาสติกบรรจุขยะรีไซเคิลยากไปสร้างเป็นอาคารและห้องสมุดให้แก่เด็กด้อยโอกาสในจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต เช่น การมอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงดูแลพนักงานและคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44988" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-03.jpg" alt="บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการรับคืนตลับหมึกที่ใช้แล้ว ณ ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำไปทำลายอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานภาครัฐผ่านบริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO ด้วยวิธีการฝังกลบ ในแต่ละปีใช้งบประมาณในการจัดการตลับหมึกปีละ 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการคืนตลับหมึกด้วยการปลูกต้นไม้ 1 ต้นต่อการคืนตลับหมึกทุกๆ 1 ชิ้น  และโครงการรีไซเคิลขวดและฝาพลาสติก เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ไม้แขวนเสื้อ ก่อนส่งมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี</p>
<p><strong>ในมิติของ Social</strong> บราเดอร์เดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนชุมชนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและโรงอาหารของโรงเรียนวัดคลองโคน การมอบอุปกรณ์การศึกษา รวมถึงการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในกิจกรรมขององค์กร</p>
<p>ด้าน Health &amp; Well-being บราเดอร์ยังจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ &#8220;Brother Breast Cancer Run&#8221; ถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ภายใต้โครงการระดับโลก Golden Ring Project ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง โดยตลอด 12 ครั้งที่ผ่านมา สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมกว่า 18 ล้านบาท มอบให้แก่กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ และมียอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลี่ย 2,000 คนต่อครั้ง</p>
<p><strong>ในมิติของ Governance </strong>บราเดอร์ยังส่งเสริมการ Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง ผ่านการหมุนเวียนงานภายใน หรือ Job Rotation เพื่อขยายทักษะของบุคลากรให้มีความหลากหลาย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Diversity การเปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมถึงการสนับสนุนเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรทุกคนเติบโตไปพร้อมกับองค์กรและพร้อมส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44989" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-04.jpg" alt="Green Office Certificate" width="600" height="442" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-04-300x221.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-04-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-04-500x368.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>พรภัค </strong>กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารจัดการองค์กรสีเขียว บราเดอร์ ประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน <strong>&#8220;Green Office Certificate&#8221; </strong> จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปัจจุบันได้รับ Certificate ระดับทอง (Gold)  พร้อมตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ระดับPlatinum  ภายในปี 2571 ซึ่งมีเกณฑ์สำคัญคือต้องมีสัดส่วนการรีไซเคิลขยะ (Recycle) มากกว่า 45%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44990" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-05.jpg" alt="บราเดอร์ ประเทศไทย" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/the-brother-group-global-charter-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>บริษัทฯ ยังได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้ทรัพยากรแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ เป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้า น้ำ และกระดาษลง 2% และเป้าหมายลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณขยะ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้จะพบอุปสรรคในบางปัจจัย เช่น ปัญหาน้ำรั่วซึมที่ส่งผลต่อเป้าหมายการใช้น้ำ หรือราคาน้ำมันที่ควบคุมยากเนื่องจากพนักงานใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติงาน แต่บริษัทฯ ได้นำมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้เข้มงวด อาทิ ระบบเซนเซอร์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ และนโยบาย Hybrid Working ให้ทำงานที่บ้านได้ 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร</p>
<p><strong>พรภัค </strong>กล่าวถึง แผนสิ่งแวดล้อมระยะกลาง (Mid-term Plan 2030)  ซึ่งบราเดอร์ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซ CO<sub>2</sub> ลง 28.5% และลดการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 25% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับฐานปี 2022   ในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing &amp; Scanner)  ซึ่งมีสัดส่วนรายได้หลักถึง 80-90% บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลดการใช้พลาสติก โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดสามารถลดพลาสติกได้ถึง 17% ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิมหรือสูงขึ้น</p>
<p>ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า บราเดอร์ตั้งเป้ายกระดับบทบาทขององค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน Sustainable Growth ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมส่งต่อคุณค่าที่ดีให้คนรุ่นต่อไปและร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกภาคส่วน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-brother-group-global-charter/">บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงาน “The Brother Group Global Charter”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 07:45:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[AVEVA]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Grid 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44607</guid>

					<description><![CDATA[<p>AVEVA บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Electric ล่าสุด AVEVA กำลังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการโครงข่ายไฟฟ้าของไทย ผ่านยุทธศาสตร์ Smart Grid 2.0 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนพลังงานของไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืน Ann Moore ผู้ดำรงตำแหน่ง Industry Principal ด้าน Power and Utilities แห่ง AVEVA&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/">AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>AVEVA</strong> บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Electric ล่าสุด AVEVA กำลังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการโครงข่ายไฟฟ้าของไทย ผ่านยุทธศาสตร์ Smart Grid 2.0 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนพลังงานของไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-44607"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02.jpg" alt="Ann Moore" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Ann Moore</span> ผู้ดำรงตำแหน่ง Industry Principal ด้าน Power and Utilities แห่ง AVEVA </strong>มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคมากกว่า 20 ปี และเสริมว่าด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 60 ปีของ AVEVA ในเรื่อง Engineering Designs และ Construction ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า AVEVA มีโซลูชันครบทุก Lifecycle ของอุตสาหกรรม ที่สามารถช่วยงานได้ทุกอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค</p>
<p><strong>Ann Moore </strong>ได้ให้ทัศนะเชิงลึกว่า ในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค มีข้อมูล (Data) เป็นรากฐานสำคัญ ยิ่งอุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างรวดเร็วมาก ข้อมูลยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นปริมาณมหาศาล ห่วงโซ่มูลค่าของข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่การผลิต ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงไปยังสถานีย่อยและการจ่ายไฟฟ้าไปยังผู้บริโภคเมื่อ 15-20 ปีที่แล้วจะพูดถึง Data Mining, Smart Metering และ SCADA เพื่อดูแลระบบส่งไฟฟ้ารูปแบบเก่า เป็นการส่งกำลังไฟฟ้าทางเดียวจากโรงไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ไปยังผู้บริโภค การสื่อสารข้อมูลเป็นแบบรวมศูนย์ทางเดียว แต่ปัจจุบันนี้ โครงข่ายไฟฟ้าของไทยมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้ามากขึ้น การเติบโตทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources) ตัวอย่างเช่น โซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop ) หรือการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่บ้าน ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้แค่ใช้พลังงานอย่างเดียว แต่เป็นทั้งผู้ผลิตพลังงานและเป็นผู้บริโภคด้วย  ก่อเกิดการสื่อสารข้อมูลแบบสองทางหรือหลายทางมากยิ่งขึ้น จึงมีปริมาณข้อมูลจำนวนมากยิ่งขึ้นไปอีก การเก็บข้อมูลแบบไซโล (Silos) หรือข้อมูลแบบแยกส่วนกลายเป็นอุปสรรค หน่วยงานจึงต้องการแนวทางที่เป็นองค์รวม และจำเป็นต้องมีการมองเห็นข้อมูลแบบบูรณาการครบวงจร (Visibility) และเข้าถึงข้อมูลได้ โดยมีเซ็นเซอร์อัจฉริยะจำนวนมากที่ราคาไม่แพง สามารถส่งคืนข้อมูลได้ทั้งหมดจาก Internet of Things (IoT) จากอุปกรณ์ภาคสนามเพื่อนำข้อมูลนั้นมาใช้ในการตัดสินใจ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลอย่างเดียวนั้นไม่พอ หน่วยงานจะต้องบูรณาการข้อมูลเพื่อทำการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก Solution AVEVA เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้  โดยเป็น Data Platform ที่บูรณาการแบบครบวงจร ในการดำเนินงานด้านการส่งไฟฟ้าหรือแม้แต่การผลิตสามารถใช้แพลตฟอร์มของ AVEVA เพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือ (Reliability) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ ทำให้ระบบการดำเนินงานเป็นอัจฉริยะ (Operational Intelligence)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44610" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AVEVA มีโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการประสิทธิภาพของสินทรัพย์ (Asset Performance Management) เนื่องจากการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้า หรือการส่งและจำหน่ายนั้นมีสินทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นมีราคาแพงมาก และคงไม่ต้องการให้ไฟฟ้าดับโดยไม่ได้วางแผนไว้ AVEVA จะตรวจสอบสภาพสินทรัพย์ทั้งหมดและระยะเวลาใช้ในการใช้งานของอุปกรณ์ พร้อมจัดลำดับความสำคัญของตารางการบำรุงรักษาได้  ซึ่งสามารถช่วยปกป้องสินทรัพย์และยืดอายุการใช้งานได้</p>
<p>ด้านวิศวกรรม AVEVA มีระบบ 3 มิติ (3D) ทั้งการออกแบบวิศวกรรมและการวาดภาพ ดังนั้นจึงมีภาพจำลองเสมือนจริงแบบ 3 มิติของสินทรัพย์ทางกายภาพ สิ่งที่เป็นที่นิยมมากขณะนี้คือ แบบจำลองเสมือนจริงของโรงงาน (Digital Twin) ที่ไม่ใช่แค่การทำให้สินทรัพย์เป็นดิจิทัล แต่ยังสร้างภาพจำลองเสมือนของสินทรัพย์จริงขึ้นมาด้วย ซึ่งมีข้อมูลแบบเรียลไทม์และข้อมูลย้อนหลัง และยังมีแบบจำลองความเชื่อมโยงอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44611" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="338" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนั้นโซลูชันของ AVEVA ยังเป็นระบบ Hybrid คือรูปแบบการทำงานของซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมที่ผสานการทำงานระหว่างระบบภายในองค์กร (On-Premises/Edge) กับระบบคลาวด์ (Cloud) เข้าด้วยกันอย่างราบรื่น ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บ ประมวลผล และดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้จากทุกที่โดยไม่ต้องละทิ้งระบบเดิมที่มีอยู่ และเป็นคลาวด์เนทีฟ (Cloud Native) ซึ่งช่วยเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เกิดเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหมดในการคาดการณ์และพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยคลาวด์เนทีฟจะสร้างระบบนิเวศพลังงาน (Energy Ecosystem) ซึ่งจะมีการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันบนคลาวด์ ทำให้โซลูชันของ AVEVA ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44612" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AVEVA ยังมีโซลูชันไปไกลกว่า Data-Driven โดยเป็น AI-Driven Analysis ที่เรียกว่า Industrial AI Assistant คือเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) สำหรับภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูล ถาม-ตอบปัญหาทางเทคนิค หรือสรุปข้อมูลการทำงานด้วยการพิมพ์หรือพูดภาษาธรรมชาติ ผ่านแชทอินเทอร์เฟซ โดยไม่ต้องตั้งค่าชุดคำสั่งหรือแดชบอร์ดที่ซับซ้อน</p>
<p>อีกหนึ่งความท้าทาย คือ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) AVEVA มีโซลูชันที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ โดยสามารถตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานได้ เช่น การตรวจจับการบุกรุก สินทรัพย์ในระบบไฟฟ้า เช่น เซิร์ฟเวอร์ ไฟร์วอลล์ หรือระบบไอทีที่จะต้องตรวจสอบและส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีความผิดปกติ ซึ่งเป็นการตรวจสอบสินทรัพย์เชิงรุก นอกจากความปลอดภัยทางไซเบอร์แล้ว ความปลอดภัยทางกายภาพก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา เคยมีเหตุการณ์สถานีไฟฟ้าถูกบุกรุก ทำให้ไฟดับไปทั้งชุมชน พลังงานจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องปกป้อง</p>
<p>“โซลูชันของ AVEVA สามารถตรวจสอบได้ ถ้ามีคนพยายามแฮกหรืออะไรก็ตาม จะตรวจจับได้เหมือนกับอุปกรณ์ของคุณ ถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป หรือความดันสูงเกินไป องค์กรที่ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนทันที ทุกอย่างคือเรื่องของข้อมูลและการนำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจ” Ann <strong>Moore</strong> กล่าว</p>
<p><strong>Ann Moore</strong> กล่าวว่า AVEVA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบไฟฟ้าของไทยให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และ บีกริม เพาเวอร์ (B.Grimm Power) ซึ่งเป็นคู่ค้ามายาวนาน โดย AVEVA ได้ติดตั้งระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (AVEVA PI System) ซึ่งเป็น Data Platform ระดับอุตสาหกรรม ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เครื่องจักร และระบบควบคุมในโรงงาน เพื่อนำไปวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นหัวใจสำคัญในการทำ Data Analytics ให้แก่ทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานมีข้อมูลสินทรัพย์ การดำเนินงาน และการบำรุงรักษามาก  อีกทั้งยังมีแหล่งเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน จึงต้องบูรณาการข้อมูลเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานกำลังสร้างระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยใช้แพลตฟอร์มข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวที่บูรณาการไว้แล้ว ทำให้ลูกค้าซึ่งใช้ AVEVA PI System ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก</p>
<p>สำหรับโครงการ Smart Grid 2.0 ของไทย ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน มุ่งเน้นการรองรับพลังงานหมุนเวียน (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และลม) และรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้บริโภคเปลี่ยนสถานะจาก &#8220;ผู้ใช้&#8221; มาเป็น &#8220;ผู้ผลิตและขายไฟฟ้า&#8221; (Prosumer) ได้ <strong>Ann Moore </strong>ให้มุมมองที่น่าสนใจว่าโครงการ Smart Grid 2.0 คือการทำให้เป็นดิจิทัลทั้งหมด เนื่องจากภูมิทัศน์ของพลังงานกำลังเปลี่ยนไป มีความเคลื่อนไหวและซับซ้อนมากขึ้น  ขณะนี้มีระบบที่เรียกว่า Behind the Meter (BTM)  ที่เกิดขึ้นในบ้าน มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งแอร์ ตู้เย็น คอมพิวเตอร์  และยังมีโซลาร์บนหลังคาที่ผลิตไฟเองด้วย ทำให้ระบบ BTM มีความซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>การจะบริหารจัดการดูแลระบบ Smart Grid 2.0 ที่ซับซ้อนต้องมีระบบ Data Platform อย่าง AVEVA ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาลแบบเรียลไทม์ บูรณาการให้เป็นหนึ่งเดียว รวมข้อมูลที่กระจัดกระจาย (Data Silos) จากหลายระบบให้เป็นระเบียบ มองเห็นสินทรัพย์ในระบบไฟฟ้าทั้งหมดเป็นภาพจำลองเสมือน ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำนายเวลาที่เครื่องจักรหรือสินทรัพย์ใดมีปัญหา ช่วยลดดาวน์ไทม์ และประหยัดพลังงาน และรองรับการทำงานแบบ Hybrid ทำงานร่วมกันได้ทั้งบนเซิร์ฟเวอร์ (Edge) และระบบคลาวด์ (Cloud) มีความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง และเป็นทั้ง Data-Driven และ AI-Driven Analysis</p>
<p><strong>Ann Moore</strong> กล่าวถึงโครงการ Smart Grid 2.0 จะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล ที่กำลังมุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ AI โดยที่ปัญหาสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์คือการส่งกำลังไฟฟ้าไปที่ดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างไรให้เพียงพอ เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์หนึ่งแห่งสิ้นเปลืองไฟฟ้ามหาศาล โครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแล้วจึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย  ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญทำให้มีการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย แทนที่จะสร้างใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น เช่น การเพิ่มความจุของสายส่งเพื่อแก้ปัญหาความแออัด  ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวและแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าได้</p>
<p>โครงการ Smart Grid 2.0 ยังเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องความยืดหยุ่น (Resilience) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ของการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากสภาพอากาศที่รุนแรงด้วย เช่น พายุไต้ฝุ่นในสหรัฐอเมริกา มีไฟป่าจากสภาพอากาศที่แห้งจัด แม้แต่แคนาดาหรือชายฝั่งตะวันออกที่เคยชื้นก็ยังมีไฟป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องเจอและเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก จึงต้องการการพยากรณ์ที่ดีขึ้นโดยใช้ AI มาช่วยสร้างแบบจำลอง และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำนายภัยพิบัติเหล่านี้</p>
<p>อีกประเด็นที่มีความสำคัญ คือ ความสามารถในการจ่ายได้ของประชาชน  คือทำอย่างไรให้ไฟฟ้ามีราคาที่จ่ายได้สำหรับทุกคน และต้องมีความเท่าเทียมกันด้วย ในสหรัฐอเมริกา ให้ความสำคัญกับคำนี้มาก  เมื่อมีนโยบายจากรัฐ ผู้กำกับดูแล (Regulator) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า ผู้ผลิตไฟ และผู้ลงทุนอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) หรือ กูเกิล (Google) ให้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และสนับสนุนการใช้ AI ทั้งรัฐบาลและภาคธุรกิจเอกชนจะต้องสร้างระบบนิเวศร่วมกัน เพื่อปรับปรุงพื้นที่อื่นๆ ให้มีไฟฟ้าที่เสถียรต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมงและมีความยืดหยุ่น  หากไฟดับแล้วต้องกู้กลับมาให้ได้อย่างรวดเร็ว และสุดท้ายคือเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน</p>
<p>ในมุมมองของความยั่งยืน <strong>Ann Moore</strong> มีการพูดถึงการลดการปล่อยคาร์บอนและลดมลพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีมลพิษ หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพง แม้กระทั่งการที่ทุกประเทศต่างแข่งขันกันใช้ AI เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่ AI ใช้ไฟมหาศาล ดังนั้นในระยะยาวจะต้องรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ความยั่งยืน ความน่าเชื่อถือ และราคาที่ประชาชนจ่ายได้ ซึ่งในเรื่องนี้ เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและเชื่อว่าเทคโนโลยีและโซลูชันของ AVEVA ซึ่งเป็น Data Platform ช่วยตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/">AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมโชว์ 3 นวัตกรรมในงาน IEEE PES GTD Asia 2025</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 01:50:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES GTD Asia 2025]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42021</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (Hitachi Energy) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้านไฟฟ้า และผู้นำตลาดด้านโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grids)  นำเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด โดยบริษัทฯ พร้อมสนองนโยบาย Quick Big Winและโครงการโซล่าร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์  ด้วยการนำนวัตกรรมด้านพลังงานแบบครบวงจรมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้ได้พลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน  พร้อมเชื่อมโยง ‘พลังงานหมุนเวียน’ ให้เข้ากับ ‘ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า’ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025/">ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมโชว์ 3 นวัตกรรมในงาน IEEE PES GTD Asia 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (</strong><strong>Hitachi Energy)</strong> ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้านไฟฟ้า และผู้นำตลาดด้านโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grids)  นำเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด โดยบริษัทฯ พร้อมสนองนโยบาย Quick Big Winและโครงการโซล่าร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์  ด้วยการนำนวัตกรรมด้านพลังงานแบบครบวงจรมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้ได้พลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน  พร้อมเชื่อมโยง ‘พลังงานหมุนเวียน’ ให้เข้ากับ ‘ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า’ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)  ในปี 2065</p>
<p><span id="more-42021"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42023" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-02.jpg" alt="ดร.วรวุฒิ วรุตตมพรสุ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วรวุฒิ </strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">วรุตตมพรสุ</span> Country Managing Director บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด </strong> กล่าวว่า พลังงานมี 3 แง่มุมที่สำคัญ ได้แก่ Effort จ่ายได้  2. Security ความมั่นคง ไฟฟ้าที่เสถียร และ 3. Sustainability ความยั่งยืน</p>
<p>ทุกวันนี้เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งใช้ไฟฟ้ามหาศาล จะเห็นได้จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้การอนุมัติการลงทุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม หากไทยต้องการเป็น ‘Digital Hub’ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องรองรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  การใช้งาน และบริการดิจิทัลที่เติบโตขึ้น รวมถึงนโยบายด้าน EV และอุตสาหกรรมอัตโนมัติยังคงมีความต่อเนื่อง ทำให้เกิดความต้องการพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42024" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-03.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-03-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-03-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-03-500x360.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ดังนั้น ประเทศไทยจึงได้เปลี่ยนผ่านพลังงาน  (Energy Transition) ด้วยการขับเคลื่อนโดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นสมาร์ทกริดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายใน 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน 2065 เพื่อมุ่งไปสู่ทิศทางของพลังงานคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42025" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-04.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้เปิดตัวนโยบาย ‘Quick Big Win’ เพื่อกำหนดมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมและการวางแผนพลังงาน โดยปรับปรุงสายส่งไฟฟ้า เพื่อจัดการความผันผวนของระบบไฟฟ้า และจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพควบคู่กัน พร้อมกันนี้ได้เร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ภายใน 4 เดือนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065   ล่าสุดรัฐบาลยังสนับสนุนนโยบายโครงการโซล่าฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์สู่ฐานรากเศรษฐกิจ  ทำให้คนไทยซื้อไฟในราคาที่ถูกลง</p>
<p>ดังนั้นเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการพลังงาน ‘ระดับมหภาค’ จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อให้ระบบพลังงานของไทยสามารถผสานความยั่งยืนและความมั่นคงได้อย่างสมดุลบนเส้นทางสู่ Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42026" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-05.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้วยประสบการณ์ระดับโลกในเทคโนโลยีพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ จึงมีโซลูชันและนวัตกรรมครบวงจร เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่มั่นคง ยั่งยืน และมีความเป็นดิจิทัลที่พร้อมใช้งานสำหรับอนาคตของประเทศไทยตามนโยบาย Energy Transition</p>
<p>“การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจัดการพลังงานมีพารามิเตอร์เกี่ยวข้องที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูล โดยจะต้องพัฒนาระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นจะเกิดการผันผวน  2. ควบคุมการจัดการพลังงาน และ 3. สามารถคาดการณ์หรือจัดการระบบล่วงหน้า” <strong>ดร.วรวุฒิ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42027" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-06.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับกลุ่มโซลูชันหลักๆ ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li><strong>Grid-enSure™ </strong>เทคโนโลยีล้ำหน้าที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความเสถียร ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทำให้สามารถแปลง ควบคุม และบริหารจัดการทิศทางการจ่ายพลังงานภายในกริดได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ช่วยให้ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าสามารถตอบสนองต่อความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความมั่นคงให้กับโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมรองรับความต้องการพลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ <strong> STATCOM (Static Synchronous Compensator) </strong>ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าและคุณภาพพลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของกริด <strong>2.HVDC (High-Voltage Direct Current) </strong>ระบบส่งกำลังไฟฟ้าแรงสูงในรูปแบบกระแสตรง ที่สามารถส่งพลังงานได้ไกลขึ้นด้วยการสูญเสียน้อยลง <strong>3.SFC (Static Frequency Converters) </strong>อุปกรณ์แปลงความถี่ไฟฟ้า ช่วยให้ระบบที่มีมาตรฐานต่างกันสามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ<strong>4.BESS (Battery Energy Storage System) </strong>ระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ ช่วยให้พลังงานต่อเนื่องแม้ในช่วงเวลาที่ผลิตพลังงานได้น้อย ช่วยบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้อย่างลงตัว</li>
<li><strong>EconiQ™ </strong>มาตรฐานใหม่แห่งกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Equipment) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ Alternative Gas แทนก๊าซSF₆  สามารถลดคาร์บอนได้มาก แต่ยังคงประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยเทียบเท่าอุปกรณ์แบบดั้งเดิม ครอบคลุมตั้งแต่ สวิตช์เกียร์ เบรกเกอร์ สามารถขยายขอบเขตการใช้งานได้ถึงระดับแรงดันสูงพิเศษ (Extra-High Voltage) แต่ยังให้ขนาดที่กะทัดรัดและความยืดหยุ่นของการติดตั้ง เช่นเดียวกับอุปกรณ์แบบดั้งเดิม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงานหรือความปลอดภัยของระบบ</li>
<li><strong>Grid-eXpand™</strong> สถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบสำเร็จรูป ที่สามารถประกอบ ติดตั้ง และเชื่อมเข้ากับระบบไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสร้างสถานีขนาดใหญ่ใหม่ทั้งหมด เป็นนวัตกรรมโซลูชันแบบโมดูลาร์ และพร้อมใช้งานได้ในทันที (Modular &amp; Prefabricated) สำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Connection) ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สามารถขยายกริดได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังใช้งานครอบคลุมทุกความต้องการ เช่น การเชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่กระจายตัวและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงงาน โซลาร์ฟาร์มชุมชน ดาต้าเซ็นเตอร์ ขนาด 115 k<u>V </u>เป็นต้น  มีการใช้งานแล้วที่การไฟฟ้านครหลวง  ขนาด 22-24 k<u>V  </u></li>
<li><strong>TXpert™ Hub</strong> แพลตฟอร์มอัจฉริยะ ช่วยเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าธรรมดาให้เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่แล้ว โดยโซลูชันจะมีการติดตั้งเซนเซอร์และเก็บข้อมูล เช่น อุณหภูมิ กระแสไฟ และคุณภาพไฟฟ้า เพื่อช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มเพื่อแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีความเสี่ยง</li>
<li><strong>PLC IoT Controller</strong> อุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะที่รวมความสามารถของ PLC (Programmable Logic Controller) ซึ่งใช้ในงานควบคุมเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติในโรงงาน เข้ากับเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ ส่งข้อมูล และวิเคราะห์การทำงานแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ช่วยให้โรงงานหรือระบบพลังงานสามารถตรวจสอบสถานะเครื่องจักร คาดการณ์การซ่อมบำรุง (Predictive Maintenance) และควบคุมระบบจากระยะไกลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</li>
<li><strong>Service </strong>โซลูชันบริการหลังการขายที่ถือได้ว่ามีบริการที่มากที่สุด ครอบคลุมทุกช่วงอายุของสินทรัพย์ ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การติดตั้ง การทดสอบ และการบำรุงรักษา ไปจนถึงการยืดอายุการใช้งานและการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทฯ มี Spare Part ในอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม ทำให้สามารถขยายหรืออัปเกรดซอฟต์แวร์ได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์แต่อย่างใด ด้วยการผสานเทคโนโลยี IoT ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้แบบแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า และวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Predictive Maintenance) เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของระบบไฟฟ้าที่ส่งผลต่อความต่อเนื่อง</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42028" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-07.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-07-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-07-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-07-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ดร.วรวุฒิ </strong>กล่าวว่า สำหรับแผนลงทุนของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ทั้งหมด 9,000ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่ง</p>
<p>เป็น2 ระยะ ได้แก่ การลงทุนใน 2020-2023 จำนวน 3,000ล้านเหรียญสหรัฐ  และในปี 2024-2027  ลงทุน 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปีนี้ลงทุน 455 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต 60%<strong> </strong>  และลงทุนโรงงานหม้อแปลงในสหรัฐอเมริกา 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองรับการเติบโตของดาต้า เซ็นเตอร์ในสหรัฐอเมริกา</p>
<figure id="attachment_42029" aria-describedby="caption-attachment-42029" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42029" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-08.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="344" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-08.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-08-300x138.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-08-150x69.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-08-500x229.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42029" class="wp-caption-text">โรงงานหม้อแปลงแห่งที่ 2</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ได้จัดตั้งบริษัทในไทย 45 ปี  โดยจัดตั้งโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังแห่งแรกในไทย เริ่มดำเนินงานในปี 2525  ที่อ.บางปู จ.สมุทรปราการ และโรงงานหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังแห่งที่ 2 ในปี 2533  ในปี 2568 นี้ บริษัทฯ ผลิตหม้อแปลงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นจาก 100 ลูกเป็น 150 ลูก และได้ส่งออกหม้อแปลงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 60%</p>
<p>ในส่วนของยอดขายในไทยในปีนี้ แบ่งเป็นสัดส่วนของภาครัฐ 50% และภาคเอกชน 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็น  งานโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊ส  ระบบขนส่ง  และดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<p><strong>ดร.วรวุฒิ </strong>กล่าวว่า ในปีนี้มีการจัด<strong>งาน IEEE PES GTD Asia 2025 </strong> ในระหว่างวันที่ 27–29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ได้นำ 3 นวัตกรรมโซลูชันไฮไลท์มาจัดแสดงในงาน ณ บูธ C1 บูธแรกหน้าทางเข้า Hall 2–4 ชั้น G  ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42030" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-09.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-09.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-09-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-09-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-09-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>1.</strong><strong>กลุ่มผลิตภัณฑ์ EconiQ™ </strong>มาตรฐานใหม่แห่งกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Equipment) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ใช้ก๊าซ SF₆ แต่ยังคงประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยเทียบเท่าอุปกรณ์แบบดั้งเดิม</p>
<p><strong>2.</strong><strong>Grid-enSure™ </strong> เทคโนโลยีล้ำหน้าที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความเสถียร ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทำให้สามารถแปลง ควบคุม และบริหารจัดการทิศทางการจ่ายพลังงานภายในกริดได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ช่วยให้ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าสามารถตอบสนองต่อความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้แบบเรียลไทม์</p>
<p><strong>3.โซลูชันด้านบริการ (Service Solutions) </strong>ที่ครอบคลุมทุกช่วงอายุของสินทรัพย์ ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การติดตั้ง การทดสอบ และการบำรุงรักษา ไปจนถึงการยืดอายุการใช้งานและการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุอย่างเป็นระบบ  และยังสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า และวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Predictive Maintenance) อีกด้วย</p>
<p>โดย3 นวัตกรรมโซลูชันจะช่วยยกระดับระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้เสถียร ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมโชว์เคสเทคโนโลยีดิจิทัลพลังงานสุดล้ำที่กำหนดอนาคตของ Energy Transition อย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42031" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-10.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-10.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-10-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-10-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025-10-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ในปี 2050 หรืออีก 25 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า มีการใชพลังงานทดแทนสูง 80% เราจะต้องส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2020 ในส่วนของเทคโนโลยีการสร้างสถานีไฟจะต้องสร้างให้เสร็จภายใน 1 ปี จากเดิมที่ใช้เวลา 3-5 ปี” <strong>ดร.วรวุฒิ </strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-ieee-pes-gtd-asia-2025/">ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนไทยสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมโชว์ 3 นวัตกรรมในงาน IEEE PES GTD Asia 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย – แปซิฟิก บริษัท AIKO “จากทหารอากาศสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลาร์เซลล์ระดับภูมิภาค”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aiko-solar-cell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2025 04:09:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green People]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[AIKO]]></category>
		<category><![CDATA[เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40608</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บุคลากรที่สามารถปรับตัว มีวิสัยทัศน์ และมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองไปพร้อมกับองค์กร เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย &#8211; แปซิฟิก บริษัท AIKO ถือเป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่สะท้อนคุณลักษณะเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ด้วยความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิศวกรรม การจัดการพลังงาน และการพัฒนาโซลูชันระดับภูมิภาค พร้อมวิสัยทัศน์ที่มองไกลถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก กัณฐนันท์จึงถือเป็นตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงสร้างความสำเร็จให้กับตนเองและองค์กร แต่ยังมีแรงบันดาลใจที่อยากจะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก ด้วยความเชื่อมั่นว่า “เมื่อแสงสว่างหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้น ย่อมสามารถจุดประกายแสงอื่นๆ ให้ตามมาได้เสมอ” กว่าจะมาเป็นวิศวกรโซลาร์เซลล์ ผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด จากจุดเริ่มต้นเส้นทางชีวิตจากโรงเรียนนายเรืออากาศ คณะวิศวกรรมอุตสาหการ ตามความตั้งใจของครอบครัวที่หวังจะให้เป็นนายทหารและเป็นนักบินกองทัพอากาศ แต่เมื่อวันหนึ่งความฝันในวัยเด็กอย่าง “การเป็นนักบินพาณิชย์”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aiko-solar-cell/">เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย – แปซิฟิก บริษัท AIKO “จากทหารอากาศสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลาร์เซลล์ระดับภูมิภาค”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บุคลากรที่สามารถปรับตัว มีวิสัยทัศน์ และมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองไปพร้อมกับองค์กร <strong>เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย &#8211; แปซิฟิก บริษัท AIKO </strong>ถือเป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่สะท้อนคุณลักษณะเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ด้วยความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิศวกรรม การจัดการพลังงาน และการพัฒนาโซลูชันระดับภูมิภาค พร้อมวิสัยทัศน์ที่มองไกลถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก</p>
<p><span id="more-40608"></span></p>
<figure id="attachment_40614" aria-describedby="caption-attachment-40614" style="width: 380px" class="wp-caption alignleft"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-40614" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/AIKO-Solar-Cell-02.jpg" alt="เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์" width="380" height="570" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/AIKO-Solar-Cell-02.jpg 468w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/AIKO-Solar-Cell-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/AIKO-Solar-Cell-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/AIKO-Solar-Cell-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 380px) 100vw, 380px" /><figcaption id="caption-attachment-40614" class="wp-caption-text">เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย – แปซิฟิก บริษัท AIKO</figcaption></figure>
<p><strong>กัณฐนันท์</strong>จึงถือเป็นตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงสร้างความสำเร็จให้กับตนเองและองค์กร แต่ยังมีแรงบันดาลใจที่อยากจะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก ด้วยความเชื่อมั่นว่า<strong> “เมื่อแสงสว่างหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้น ย่อมสามารถจุดประกายแสงอื่นๆ ให้ตามมาได้เสมอ”</strong></p>
<h3>กว่าจะมาเป็นวิศวกรโซลาร์เซลล์ ผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด</h3>
<p>จากจุดเริ่มต้นเส้นทางชีวิตจากโรงเรียนนายเรืออากาศ คณะวิศวกรรมอุตสาหการ ตามความตั้งใจของครอบครัวที่หวังจะให้เป็นนายทหารและเป็นนักบินกองทัพอากาศ แต่เมื่อวันหนึ่งความฝันในวัยเด็กอย่าง “การเป็นนักบินพาณิชย์” เริ่มชัดเจน จึงเลือกสอบเข้าโควตานักบินของสายการบิน แต่ด้วยวิกฤต COVID-19 ที่ทำให้โอกาสในสายการบินต้องหยุดชะงัก จึงตัดสินใจพักความฝันไว้ชั่วคราว แล้วหันมาเป็นอาจารย์พิเศษ พร้อมหารายได้เสริมด้วยการร้องเพลงและขายของออนไลน์ เพื่อเก็บเงินเรียนบินเอง ก่อนจะทบทวนและเลือกเปลี่ยนเส้นทางมุ่งสู่อาชีพวิศวกรที่สอดคล้องกับสิ่งที่เรียนมา</p>
<p>แม้ไม่มีพื้นฐานด้านโซลาร์เซลล์มาก่อน แต่ก็ได้โอกาสเริ่มงานกับบริษัทจีนในฐานะ Inspector  ตรวจสอบสายการผลิตแผงโซลาร์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านวัสดุ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด งานที่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาหลงใหล เพราะได้ใช้ความรู้ด้านฟิสิกส์และวิศวกรรมมาประยุกต์จริงในภาคสนาม และยังได้เห็นแผงโซลาร์จากหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก ทำให้มองเห็นมาตรฐานที่แตกต่างอย่างลึกซึ้ง จากความไม่รู้สู่ความเชี่ยวชาญ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยังคงไม่หยุดพัฒนาตัวเอง โดยปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโทด้านการจัดการเทคโนโลยีพลังงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนวงการพลังงานหมุนเวียนให้ก้าวไกลไปอีกขั้น</p>
<h3>สั่งสมประสบการณ์ด้านโซลาร์เซลล์ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาค</h3>
<p>หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการตรวจสอบคุณภาพภายในโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ระดับโลก ก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หน้างานจริงในไซต์ติดตั้ง เขาทำกันอย่างไร” ความสงสัยนี้จึงนำไปสู่การตัดสินใจย้ายสายงาน มาร่วมงานกับบริษัทผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเรียนรู้กระบวนการภาคสนามอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การวางระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการ ทำให้มองเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งไม่ใช่โอกาสที่ใครจะได้สัมผัส และนำไปสู่การเป็นที่ปรึกษาให้กับหลากหลายองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชน</p>
<p>จุดที่ประกายให้หลงใหลในโซลาร์เซลล์อย่างแท้จริง เกิดขึ้นเมื่อได้ร่วมงานกับบริษัทโซลาร์ระดับโลกแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง Technical Manager ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฝันไว้ และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับโอกาสนี้ การดูแลโซลูชันด้านพลังงานในหลายประเทศ ทำให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีระดับลึกมากขึ้น พร้อมกับเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่ช่วยเติมเต็ม Passion ให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม จนรู้สึกว่านี่คืออีกหนึ่งอาชีพในฝันที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน</p>
<h3>AIKO จุดประกายฝันปฏิวัติโซลาร์เซลล์ไทย ด้วยวิสัยทัศน์สีเขียว</h3>
<p>หลังจากทำงานมาราว 1 ปี ก็ได้รับการติดต่อจาก AIKOผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์อันดับ 1 ของโลก ซึ่งมาจากโอกาสที่ได้ไปบรรยายเทคโนโลยี TopCon ในหลายประเทศทั่วเอเชียเมื่อปี 2023 โดยเป็นหนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกที่นำความรู้นี้มาเผยแพร่ในภูมิภาค การตัดสินใจเข้าร่วมกับ AIKO ในฐานะ Regional Technical &amp; Solution Manager ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และดูแล Business Development ในประเทศไทย โดยมีหน้าที่หลักในการสนับสนุน Pre-sales Technical Consultation, after -sales services พร้อมพัฒนาโซลูชันและร่วมผลักดันทุกโปรเจกต์ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งในด้านเทคนิคและงานวิจัยพัฒนา พร้อมศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศเพื่อนำกลับมาวิเคราะห์และออกแบบผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันให้ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ได้มีโอกาสร่วมงานวิจัยในประเด็นที่ท้าท้ายและหายากนำไปสู่เป้าหมายระยะยาวคือการกลับมาสร้างคนรุ่นใหม่และผลักดันความเข้าใจด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>
<p>การร่วมงานกับ AIKO จึงถือเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ในไทยจนสามารถขยายยอดขายจาก 20 เมกะวัตต์ เป็น 150 เมกะวัตต์ภายในเวลาไม่ถึงปี และยังช่วยยกระดับความรู้ของผู้ใช้งานในเรื่องการเลือกใช้แผง การออกแบบระบบ และผลกระทบจากปัญหาเซลล์แตกร้าวที่อาจสร้างขยะให้โลก  โดย AIKO  มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ตรงที่มีระบบรีไซเคิลครบวงจรที่ได้รับการรับรองจาก PV Global ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ขณะที่ความท้าทายหลักในตลาดคือการแข่งขันด้านราคา ซึ่งอาจสูงกว่าคู่แข่ง 5-10% แต่สิ่งที่ลูกค้าได้กลับมาคือประสิทธิภาพ ความเสถียร และความทนทานที่มากกว่า ช่วยลดภาระในการดูแลระบบ และส่งเสริมแนวทางพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>“เราต้องการให้ผู้ลงทุนเห็นว่าแผง AIKO ของเราสามารถคืนทุนได้ภายใน 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานและการคำนวณค่า CAPEX หลังจากนั้นจึงเป็นกำไรจากประสิทธิภาพการผลิตที่สูงกว่า รวมถึงตอบโจทย์ในการสร้าง Green Certificate ในระดับสากลด้วย” <strong>กัณฐนันท์ </strong>กล่าว</p>
<h3>สร้างความเชื่อมั่นด้วยเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด</h3>
<p>แม้แบรนด์ AIKO จะใหม่ในตลาดแผงโซลาร์เซลล์ แต่เรามีพื้นฐานจากทีมวิจัยและเทคโนโลยีที่แข็งแรงทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เริ่มนำแผงไปทดสอบใช้งานก่อนขยายการลงทุนในระยะต่อไป ซึ่งเรามีกลุ่มลูกค้าที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ระดับอุตสาหกรรมและครัวเรือน ปัจจุบันผลตอบรับในไทยถือว่าน่าพอใจมาก และเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นเติบโต เรียนรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปในอนาคต</p>
<p>“หากมีโอกาสได้กลับมาทำงานในไทยอย่างเต็มตัว ก็อยากเป็นทั้งอาจารย์และที่ปรึกษา และมีความฝันอยากเป็นนักวิจัยให้กับแบรนด์ระดับโลก จึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอก เพื่อพัฒนาความรู้และคุณสมบัติให้พร้อมสำหรับเวทีสากล พร้อมนำความรู้ทีได้มาช่วยยกระดับคุณภาพด้านพลังงานของประเทศไทยให้ดีขึ้น เพราะหากประเทศผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ค่าไฟของประชาชนก็จะลดลงในระยะยาว” <strong>กัณฐนันท์ </strong>กล่าว</p>
<h3>แสงเล็กๆ ที่เชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนโลกได้ ด้วยแผงโซลาร์เซลล์</h3>
<p>แผงโซลาร์เซลล์คือเทคโนโลยีที่จะช่วยเปลี่ยนโลก เนื่องจากพลังงานรูปแบบเดิมอย่างถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป และยังสร้างปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลก ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไปในยุคเรา แม้กระบวนการผลิตแผงโซลาร์เซลล์จะยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ระยะยาวแล้ว แผงโซลาร์เซลล์กลับช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มหาศาล ปัจจุบันหลายโรงงานก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็น Zero Carbon Factory</p>
<p>“หากให้เปรียบเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของแผงโซลาร์เซลล์ ขอนิยามตนเองว่าเป็น ‘Brightness’ แสงที่พร้อมจะส่องทางและจุดประกายให้วงการโซลาร์เซลล์ก้าวไปข้างหน้า ด้วยความเชื่อมั่นในพลังแห่งความมุ่งมั่นและพยายาม ว่าหากใดที่เราทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จจะตามมาในที่สุด และอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า ไม่ว่าความฝันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน หากเราตั้งใจและลงมือทำอย่างเต็มที่ เส้นทางที่เราใฝ่ฝันถึงจะพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด” <strong>กัณฐนันท์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aiko-solar-cell/">เรืออากาศโท กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชีย – แปซิฟิก บริษัท AIKO “จากทหารอากาศสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลาร์เซลล์ระดับภูมิภาค”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มุ่งสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-group/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-group/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 03:42:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi Chemical Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมวัสดุบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39850</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (Mitsubishi Chemical Group) ดำเนินพันธกิจในการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอาหาร ยา และเวชภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยยังคงสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ฮายาโตะ ซาโตะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และหัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า “เราให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจวัสดุชนิดพิเศษ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาวอย่างยั่งยืน” บรรจุภัณฑ์: กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อการเติบโตในระยะยาว ธุรกิจของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์ ไฟฟ้าและดิจิทัล ไปจนถึงอาหาร การแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง คาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคนี้จะเติบโตเฉลี่ยมากกว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-group/">มุ่งสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (Mitsubishi Chemical Group) ดำเนินพันธกิจในการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอาหาร ยา และเวชภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยยังคงสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด</strong></p>
<p><span id="more-39850"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ฮายาโตะ ซาโตะ</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และหัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong> เปิดเผยว่า “เราให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจวัสดุชนิดพิเศษ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาวอย่างยั่งยืน”</p>
<figure id="attachment_39859" aria-describedby="caption-attachment-39859" style="width: 340px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39859" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Hayato.jpg" alt="ฮายาโตะ ซาโตะ" width="340" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Hayato.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Hayato-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Hayato-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Hayato-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 340px) 100vw, 340px" /><figcaption id="caption-attachment-39859" class="wp-caption-text"><strong>ฮายาโตะ ซาโตะ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และหัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล</figcaption></figure>
<h3>บรรจุภัณฑ์: กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อการเติบโตในระยะยาว</h3>
<p>ธุรกิจของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์ ไฟฟ้าและดิจิทัล ไปจนถึงอาหาร การแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง คาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคนี้จะเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 7% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรและวิสัยทัศน์ “KAITEKI” ที่เน้นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ทั้งผู้คนและโลก</p>
<h3>นวัตกรรมวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและการใช้งานจริง</h3>
<p>กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล เป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีฟิล์มหลายชั้นที่ผสานการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับประสิทธิภาพทางเทคนิค ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติด้านการรีไซเคิล การย่อยสลายทางชีวภาพ หรือความสามารถในการป้องกันก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่โดดเด่นของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ได้แก่:</strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39853" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food.jpg" alt="นวัตกรรมวัสดุบรรจุภัณฑ์" width="780" height="511" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food.jpg 825w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food-768x503.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Food-500x327.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></a></p>
<ul>
<li><strong>DIAMIRON&#x2122;:</strong> ฟิล์มหลายชั้นที่สามารถรีไซเคิลได้ พร้อมคุณสมบัติการกั้นก๊าซและการลอกออกง่าย ลดวัสดุส่วนเกินและคงคุณภาพผลิตภัณฑ์ภายในได้นาน</li>
<li><strong>SoarnoL&#x2122;:</strong> เรซินชนิด EVOH ที่มีความสามารถในการยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร ช่วยรักษาคุณภาพอาหารได้ยาวนานขึ้น และสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>NICHIGO G POLYMER&#x2122;:</strong> วัสดุกั้นชนิดละลายน้ำได้และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เหมาะกับบรรจุภัณฑ์อาหารที่ต้องการการถนอมคุณภาพ รวมถึงสามารถตอบโจทย์การลดขยะพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>BioPBS&#x2122;:</strong> พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ได้รับการรับรองความปลอดภัยด้านการสัมผัสอาหารโดยตรง ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน</li>
<li><strong>MODIC&#x2122;:</strong> นวัตกรรมวัสดุที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อกับวัสดุประเภทอื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่ผสมผสานคุณสมบัติหลายด้านได้อย่างลงตัว วัสดุที่ช่วยให้เชื่อมต่อกับวัสดุประเภทอื่นได้ง่ายขึ้น เหมาะกับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะหลายด้านในชิ้นเดียว</li>
</ul>
<p>นวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะพลาสติก และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ในการขับเคลื่อนโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<h3>กลยุทธ์วัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมคือหัวใจขององค์กร</h3>
<p>กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร ตัวอย่างเช่น BioPBS&#x2122; ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้บางส่วนตามธรรมชาติ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ปลอดภัยในการใช้งานกับอาหาร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญคือ NICHIGO G POLYMER&#x2122; โซลูชันสำหรับการกั้นที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนถึงการสนับสนุนของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง</p>
<p>ในขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในแง่ของปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล จึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงความตระหนักรู้ในปัญหาและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก</p>
<p>ในขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกกำลังเผชิญทั้งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย-ข้อบังคับในแต่ละท้องถิ่น กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนไปพร้อมกับการเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบตามแต่ละพื้นที่ที่เราทำธุรกิจด้วยอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน</p>
<h3>มองอนาคต: บรรจุภัณฑ์ต้องยั่งยืนกว่าที่เคย</h3>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39852" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy.png" alt="Circular Economy" width="780" height="579" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy.png 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy-300x223.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy-768x571.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy-150x111.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Circular-Economy-500x371.png 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></a></p>
<p>ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการออกแบบ ผลิต และการจัดการหลังการใช้งาน กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล จึงเดินหน้าพัฒนาวัสดุที่สามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-group/">มุ่งสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-group/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Oct 2024 09:14:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Green Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36087</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นวัตกรรมสีเขียว” การพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอื่น ๆ พร้อมกับช่วยรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยา นวัตกรรมสีเขียวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ The Nova Community x MECT ร่วมจัดงาน “Green Innovation Revolution Workshop” ในงาน Thailand Smart City พร้อมด้วยกูรูผู้เชี่ยวชาญที่สุดในวงการ มาร่วมกันเฟ้นหา Green Innovation ที่เหมาะกับเมืองไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/">Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“นวัตกรรมสีเขียว” การพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอื่น ๆ พร้อมกับช่วยรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยา นวัตกรรมสีเขียวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p><span id="more-36087"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36088" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop.jpg" alt="Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว " width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<table style="border-left: 10px solid #56864c; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>The Nova Community x MECT</strong> ร่วมจัดงาน “<strong>Green Innovation Revolution Workshop</strong>” ในงาน Thailand Smart City พร้อมด้วยกูรูผู้เชี่ยวชาญที่สุดในวงการ มาร่วมกันเฟ้นหา Green Innovation ที่เหมาะกับเมืองไทย เพิ่มความหลากหลาย เพิ่มทางเลือก เพื่อให้ Green Project เกิดขึ้นได้จริง วันที่ 8 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (บุคคลทั่วไปมีค่าลงทะเบียนท่านละ 10,000 บาท) และพิเศษ รับหน่วย CPD จากสภาวิศวกร</p>
<p><strong>Workshop Highlights</strong></p>
<ol>
<li>ความเป็นกลางทางคาร์บอน: ภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ<br />
(Carbon Neutrality: The Do or Die Mission)</li>
<li>แผนที่เส้นทางการลดการปล่อยคาร์บอนของโลกและประเทศไทย<br />
(Global and Thailand&#8217;s Carbon Emission Reduction Roadmaps)</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้างจะช่วยโลกได้อย่างไร<br />
(How the Building Industry Can Save the World)</li>
<li>เทรนด์นวัตกรรมสีเขียว<br />
(Green Innovation Trends)</li>
<li>การค้นหาวิธีแก้ปัญหาและซัพพลายนวัตกรรมสีเขียว<br />
(Finding Solutions and Green Innovation Supplies)</li>
</ol>
<p>เตรียมพร้อมสำหรับ งาน The Nova Expo 2025</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>นวัตกรรมสีเขียวจะเข้ามาช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36089 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen.jpg" alt=" จินต์ ธีระโกเมน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จินต์ ธีระโกเมน</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;"> </span>รองกรรมการผู้จัดการอีอีซี</strong> กล่าวว่า นวัตกรรมสีเขียวมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้าง มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ทั้งในด้าน Embodied Carbon และ Operational Carbon ในปัจจุบัน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำจากบริษัทใหญ่ ๆ แต่ปัญหาหนึ่งคือความหลากหลายของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกใช้นั้นยังน้อย โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวกับงานสถาปัตย์ส่งผลต่อความสามารถในการออกแบบและความสวยงามของโครงการ</p>
<p>ในด้านงานโครงสร้าง มีการพัฒนาโซลูชันต่าง ๆ เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้ปูนที่มีคาร์บอนต่ำเป็นวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูงในระดับทั่วโลก แต่ทางเลือกอื่น ๆ เช่น การใช้เหล็กคาร์บอนต่ำและโครงสร้างไม้ (Timber Construction) ยังมีข้อจำกัดในด้านความพร้อมและการเข้าถึงวัสดุในประเทศการพัฒนาโครงสร้างไม้ให้เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ปัญหาคือไม้ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายสูง และในเรื่องของเหล็กคาร์บอนต่ำก็มีความท้าทายในการผลิตในประเทศเนื่องจากกระบวนการที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างไม้ยังมีข้อจำกัด ทำให้เป็นข้อจำกัดในการนำมาใช้</p>
<p>การสนับสนุนให้มีความหลากหลายของวัสดุในตลาดจะช่วยให้การออกแบบและนักพัฒนา มีทางเลือกมากขึ้น อาจนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาและเพิ่มโอกาสในการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้มากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวและการสร้างความรู้ความเข้าใจในวัสดุและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในอนาคต</p>
<h2>การแข่งขันสู่การเพิ่มโอกาสในการใช้งานนวัตกรรมสีเขียว</h2>
<p>ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้างจึงต้องการสร้างความเข้าใจกับภาครัฐเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่มีมาตรฐานรองรับและได้รับการพิสูจน์ผ่านกรณีศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะในด้าน Embodied Carbon</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Operational Carbon ยังคงมีความเข้าใจที่จำกัด เพราะมีการปล่อยคาร์บอนในระยะยาวสูงถึง 60% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ Embodied Carbon มีส่วนช่วยเพียง 40% เท่านั้น จึงต้องการให้ผู้คนได้รู้จัก Operational Carbon มากขึ้น ทั้งในด้าน Supply Side และ Demand Side</p>
<p>ลดการปลดปล่อยพลังงานเป็นวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานต่ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำระบบ Control Automation และ AI มาประยุกต์ใช้ ทำให้การจัดการพลังงานของอาคารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบ AI หรือ Building Automation System สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานได้ง่ายขึ้น มีการเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับความต้องการของอาคารได้ดี</p>
<p>การนำ AI และ Data Analytics เข้ามาใช้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์ในอาคารมีความเสียหาย ต้องการการซ่อมบำรุงจะช่วยให้การทำงานนั้นทำได้อย่างเต็มศักยภาพและคุ้มค่ากับการลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ในด้าน Supply ของผลิตภัณฑ์ AI และ Control Automation ยังมีความต้องการที่สูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีผู้ให้บริการจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการสรรหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อสร้างการแข่งขันในตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับเจ้าของอาคารหรือผู้พัฒนา ที่มีมุมมองว่า Control Automation นั้นใช้งานยาก ต้องการให้เกิดความเข้าใจว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวล้ำไปมาก ทำให้การเข้าถึงและการใช้งานมีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงควรมีโอกาสได้พบปะ ทำความเข้าใจ และพูดคุยเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในอนาคต</p>
<h2>เทคโนโลยีสีเขียวที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบเดิม</h2>
<p><strong><em>“มองว่าตรงนี้เป็นโอกาสในการเติบโตธุรกิจของเขา จึงอยากจะแชร์ตรงนี้เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึง”</em></strong></p>
<p>ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงการต่าง ๆ ให้มีความยั่งยืน ในการจัด Workshop ล่าสุด มีการพูดคุยเกี่ยวกับการสนับสนุนโครงการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสีเขียว โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมีการกู้เงินจากธนาคาร ช่วยให้โครงการเหล่านี้มีโอกาสในการเข้าถึงงบประมาณหรือกองทุนสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงการสีเขียว</p>
<p>การที่โครงการสามารถทำสีเขียวได้ จะต้องมีการพิจารณา Supply Chain และเทคโนโลยีทั้งหมดที่ใช้ในโครงการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มโอกาสให้โครงการสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น และสามารถได้รับดอกเบี้ยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ Supply Chain ในการเข้าถึงงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงแต่แข่งขันในด้านราคา แต่ยังแข่งขันในเรื่องของการลดการปลดปล่อยคาร์บอน</p>
<p><strong>เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Green Fund</strong></p>
<p>เรื่องของ Taxonomy ได้มีการออกระยะที่ 1 แล้ว โดยเน้นไปที่ขนส่งและพลังงาน ขณะนี้กำลังจะมีการออกระยะที่ 2 ที่จะครอบคลุมถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการเกษตร ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการจัดการของเสีย โดยอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์จะสามารถเข้าข่ายเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว จะได้รับการสนับสนุนนโยบายจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของการลงทุน</p>
<p>อสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินนโยบายสีเขียวจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ดี และมีโอกาสในการได้รับกองทุนสนับสนุนที่ดีกว่า ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานที่ทำการหลอมเหล็ก อาจจะมีการใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยคาร์บอนสูง หากมีการปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น เตาไฟฟ้าแทน ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีสีเขียวและนโยบายต่าง ๆ จะช่วยทั้งด้าน Demand Side และ Supply Side ด้วยเช่นกัน ใน Workshop นี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีสีเขียวไปใช้จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับเงื่อนไขของ Taxonomy เพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการคำนวณและจัดการด้านคาร์บอนต่าง ๆ ด้วย</p>
<h2>ความท้าทายหลักในการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมในประเทศไทย</h2>
<p>การปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมของประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะในด้านการจัดหาวัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะสม สำหรับภาคส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าและการเป็น Distributor นั้น ความเข้าใจของ Supplier เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้านั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาโครงการสีเขียว หากไม่มีการนำเข้าสินค้าหรือเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินโครงการสีเขียวและการเข้าถึง Green Fund ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก</p>
<p>หนึ่งในอุปสรรคหลักคือ Supplier มักมีความกังวลว่าเมื่อพวกเขานำเข้าสินค้าแล้วจะไม่มีผู้ซื้อ ในขณะเดียวกัน เนื่องจากขาดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาด ผู้ซื้อก็ไม่สามารถเลือกใช้วัสดุที่ต้องการได้ จึงส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสร้างระบบนิเวศที่รองรับการพัฒนาโครงการสีเขียวได้ ทั้งที่ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับ Green Fund จากทั่วโลกเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถอนุมัติได้ เนื่องจากโครงการไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>นอกจากนี้ การรับรองและตรวจสอบคาร์บอน (Verification) ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหา เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีการเริ่มต้นการตรวจสอบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน การขาด Verifier ที่มีความเชี่ยวชาญในประเทศก็เป็นอุปสรรคใหญ่ หากต้องจ้าง Verifier จากต่างประเทศ ก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงอาจเกินกำลังสำหรับโครงการที่มีขนาดเล็ก</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นความเสียโอกาสที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศ เนื่องจากหากประเทศไทยมี Verifier ที่สามารถรับรองการปลดปล่อยคาร์บอนได้ ก็จะเปิดโอกาสให้เงินทุนจาก International Fund สามารถไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมในประเทศได้จะเป็นการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<h2>โอกาสและอุปสรรคในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยมีโอกาสมากมายในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประชุม COP27 และ COP28 ได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทำให้มีโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนสนับสนุนจากโควตาที่จัดสรรไว้สำหรับประเทศเหล่านี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโอกาสที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เกิดขึ้นตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากประเทศไทยอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันตามกำหนด หากไม่มีการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การลดการปลดปล่อยคาร์บอนนั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพในการปลดปล่อยคาร์บอนจะต้องอาศัยการสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต การสร้างความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว</h2>
<p>การพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะในด้านของ Green Innovation และ Data Center สามารถนำเงินทุนมหาศาลเข้าสู่ประเทศได้ แม้ว่าภาครัฐจะมีแผนงานในการลดการปลดปล่อยคาร์บอน ทั้งทางภาคพลังงานและนโยบายต่าง ๆ แต่ภาคเอกชนยังรอความชัดเจนทำให้การพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำอาจล่าช้ากว่าแผนที่ตั้งไว้</p>
<p>เราทราบดีว่าภาครัฐมีคณะทำงานและร่างแผนการอยู่ แต่คำถามสำคัญคือ เมื่อไหร่ที่แผนเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ และแนวทางการดำเนินการจะเป็นอย่างไร การที่ภาคเอกชนต้องรอการประกาศแผนอย่างเป็นทางการอาจทำให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากกระบวนการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการก่อสร้าง อาจใช้เวลาถึง 3-5 ปี หากรอจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอาจจะทำให้การดำเนินงานนั้นล่าช้าเกินไป</p>
<p>หากเราอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและมีความเข้าใจในทิศทางที่ภาครัฐต้องการให้ดำเนินการ เช่น แนวทางของโครงการสีเขียว เราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องของ Taxonomy ในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าจะพิจารณาเพียง Embodied Carbon หรือรวมถึง Operational Carbon ด้วย หากภาคเอกชนทราบแน่ชัดว่าจะต้องโฟกัสที่ด้านใด จะสามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ความชัดเจนในนโยบายจากภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ภาคเอกชนควรได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจนจากภาครัฐเพื่อที่จะสามารถดำเนินการตามที่วางแผนไว้ได้ การที่ไม่มีกฎเกณฑ์หรือแนวทางที่ชัดเจน จะทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าตัดสินใจในการดำเนินงาน</p>
<p>ในเรื่องของการปลดปล่อยคาร์บอน เป้าหมายในปี ค.ศ. 2030 และ 2050 กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่หากไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐ ความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคเอกชนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการประชุมสำคัญอย่าง COP27 และ COP28 ต้องมีการหารือเกี่ยวกับนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมสีเขียวที่มีประสิทธิผลในประเทศไทย โดยภาครัฐต้องมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้กับภาคเอกชน เพื่อให้สามารถร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/">Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“SolarEdge” ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะและโซลาร์เซลล์ที่งาน ASEW 2023</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-asew-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-asew-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Sep 2023 02:56:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ASEW 2023]]></category>
		<category><![CDATA[DC Optimized]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge Home]]></category>
		<category><![CDATA[การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ Rapid Shutdown]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม โซล่าร์ เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โซโลมอน เทคโนโลยี ไทยแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30090</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยต้นทุนที่นำมาผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาครัฐ, ภาคเอกชน, และภาคประชาชน ปรับมาใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านแผงโซลาร์เซลล์และเทคโนโลยีโซลูชันที่เหมาะสมในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีและโซลูชันจากบริษัท SolarEdge ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่คุ้มค่าสำหรับช่วยกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ  Daniel Huber, Chief Revenue Officer ของ SolarEdge กล่าวว่า SolarEdge เป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ จากประเทศอิสราเอล นำเสนอเทคโนโลยีโซลูชัน DC Optimized เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครัวเรือน, กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์, และกลุ่มลูกค้าสาธารณูปโภคทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-asew-2023/">“SolarEdge” ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะและโซลาร์เซลล์ที่งาน ASEW 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ด้วยต้นทุนที่นำมาผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาครัฐ, ภาคเอกชน, และภาคประชาชน ปรับมาใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านแผงโซลาร์เซลล์และเทคโนโลยีโซลูชันที่เหมาะสมในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีและโซลูชันจากบริษัท SolarEdge ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่คุ้มค่าสำหรับช่วยกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ </strong></p>
<p><span id="more-30090"></span></p>
<figure id="attachment_30092" aria-describedby="caption-attachment-30092" style="width: 380px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-30092" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01.jpg" alt="Daniel Huber" width="380" height="572" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01-199x300.jpg 199w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01-150x226.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-01-332x500.jpg 332w" sizes="(max-width: 380px) 100vw, 380px" /></a><figcaption id="caption-attachment-30092" class="wp-caption-text">Daniel Huber, Chief Revenue Officer</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Daniel Huber</strong></span>, <strong>Chief Revenue Officer ของ SolarEdge</strong> กล่าวว่า <strong>SolarEdge</strong> เป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ จากประเทศอิสราเอล นำเสนอ<strong>เทคโนโลยีโซลูชัน DC Optimized</strong> เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครัวเรือน, กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์, และกลุ่มลูกค้าสาธารณูปโภคทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชน และมีบางส่วนเป็นภาครัฐ สิทธิบัตรของ <strong>SolarEdge</strong> มีการดำเนินการจดทะเบียนแล้ว 495 ใบอนุญาต และยังมีอีกกว่า 498 ใบอนุญาต ที่อยู่ระหว่างรอจดทะเบียนเพื่อนำมาใช้สร้างโซลูชันและนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า<br />
ภาพรวมตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย</p>
<p>สำหรับภาพรวมของตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยนั้น มองว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีความน่าสนใจ และเมื่อประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ระเบียบใหม่ของการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยได้มีการกำหนดให้มีการติดตั้ง<strong>อุปกรณ์หยุดทำงานฉุกเฉิน</strong> (<strong>Rapid Shutdown</strong>) เพื่อให้สะดวกและปลอดภัยสำหรับนักดับเพลิงหากเกิดอุบัติภัยทางด้านอัคคีภัยขึ้น รวมทั้งป้องกันความปลอดภัยในการใช้งานกับกลุ่มลูกค้าที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยด้วย ซึ่งโซลูชันของ <strong>SolarEdge</strong> มีฟังก์ชั่น Rapid Shutdown ตามมาตรฐานสากลมาก่อนที่ประเทศไทยจะประกาศใช้ระเบียบดังกล่าว ซึ่งมีผลงานอย่างกว้างขวางทั้งในไทยและทั่วโลก จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จาก SolarEdge อย่างแน่นอน สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งที่พักอาศัยของ SolarEdge จะมีหลากหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น 5 กิโลวัตต์ 10 กิโลวัตต์และอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านในการติดตั้งด้วย และเมื่อติดตั้งแล้วช่วยในการประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความปลอดภัยต่อสมาชิกครอบครัวและทรัพย์สินด้วยมาตรฐานสากล ทำให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ SolarEdge ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<h3>ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยของ SolarEdge</h3>
<p>สำหรับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยของ <strong>SolarEdge</strong> มี 2 บริษัท คือ <strong>บริษัท โซโลมอน เทคโนโลยี ไทยแลนด์ จำกัด</strong> และ <strong>บริษัท สยาม โซล่าร์ เซลล์ จำกัด</strong></p>
<p>คาดหวังกับการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ของ <strong>SolarEdge</strong> ร่วมงานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง</p>
<p>ความคาดหวังของ <strong>SolarEdge</strong> ในการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง เป็นครั้งแรกในงาน <strong>ASEAN Sustainable Energy Week 2023</strong> คือการได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้กลับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ SolarEdge ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30093" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-02.jpg" alt="SolarEdge " width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>งบประมาณในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์</h3>
<p>ในส่วนงบประมาณของลูกค้าที่จะนำมาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์นั้นขึ้นอยู่กับการใช้ปริมาณไฟฟ้าในแต่ละภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน เช่น สำหรับบ้านพักอาศัย ระบบโซลาร์เซลล์สำหรับไฟหนึ่งเฟส ขนาด 5 กิโลวัตต์ จะใช้งบประมาณในการติดตั้งประมาณ 200,000 ขึ้นไป ซึ่งมีการดีไซน์และติดตั้งที่เหมาะสม รวมทั้งมีการทดสอบก่อนใช้งานเพื่อความปลอดภัยแก่ลูกค้าทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกซื้อโซลูชัน ของ <strong>SolarEdge</strong> รวมไปถึง Smart Energy Device เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้การใช้งานครอบคลุม มีศักยภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30094" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-03.jpg" alt="" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/solaredge-asew-2023-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ผลิตภัณฑ์สินค้าที่ได้รับความนิยมของ SolarEdge</h3>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมของ <strong>SolarEdge</strong> จะเป็นอินเวอร์เตอร์สำหรับติดตั้งเพื่อที่พักอาศัยซึ่งช่วยในการกักเก็บพลังงาน และเชื่อมต่อกับ EV Charger รวมทั้งมีอุปกรณ์เสริมเพื่อสามารถใช้ไฟตอนไฟดับได้ อีกทั้งมีการออกแบบที่ยืดหยุ่น ให้ระบบที่ขนาดใหญ่กว่า ให้ผลประหยัดมากกว่า และที่สำคัญมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับโซลูชันที่มีการใช้งานระยะยาว จึงช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน สำหรับผลิตภัณฑ์ในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทาง <strong>SolarEdge</strong> คาดว่าจะเปิดตัวอินเวอร์เตอร์ขนาดใหญ่ในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2567 ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น SolarEdge Home Battery เป็นแบตเตอรี่สำรองที่ใช้ทั้งบ้านหรือเลือกใช้สำหรับพื้นที่บางส่วนก็ได้ สามารถเพิ่มแบตเตอรี่สูงสุด 3 ก้อน เพื่อยืดระยะเวลาในการสำรองไฟ และ SolarEdge Home Backup Interface โซลูชันช่วยควบคุมการปลดการเชื่อมต่อของโหลดและการผลิตไฟฟ้าของระบบโซลาร์เซลล์ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถมีไฟใช้ได้ตลอดแม้ในยามฉุกเฉิน เป็นต้น</p>
<h3>ลูกค้าสามารถที่จะติดต่อ SolarEdge ได้ทางช่องทางไหนบ้าง</h3>
<p>สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่าง ๆ ของ <strong>SolarEdge</strong> สามารถติดต่อได้ทาง <strong>Line Official</strong> : <strong>@solaredgethailand</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-asew-2023/">“SolarEdge” ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะและโซลาร์เซลล์ที่งาน ASEW 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-asew-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง” ผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/m-global-sourcing-solar-energy-innovation-equipment/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/m-global-sourcing-solar-energy-innovation-equipment/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Sep 2023 08:25:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[M Global Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[PV Module]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Sungrow]]></category>
		<category><![CDATA[สายไฟโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ติดตั้งโซล่าเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ยึดติดแผงโซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30000</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดเอื้ออำนวย โดยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่มีทรัพยากรมากที่สุดในโลก เราสามารถหาประโยชน์จากแหล่งพลังงานสะอาดชนิดนี้ได้อย่างถาวร ในปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลกมาแรงอย่างมาก ผู้ประกอบการในไทยต่างตอบรับและปรับธุรกิจตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกัน บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์สินค้าสำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์การติดตั้งสำหรับที่อยู่อาศัยครัวเรือนขนาดเล็ก ภาคธุรกิจ ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ยาวนานต่อเนื่องตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมา คุณชัชชญา เกรียท่าทราย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด กล่าวว่า &#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/m-global-sourcing-solar-energy-innovation-equipment/">“เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง” ผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดเอื้ออำนวย โดยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่มีทรัพยากรมากที่สุดในโลก เราสามารถหาประโยชน์จากแหล่งพลังงานสะอาดชนิดนี้ได้อย่างถาวร ในปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลกมาแรงอย่างมาก ผู้ประกอบการในไทยต่างตอบรับและปรับธุรกิจตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกัน <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-green-business/m-global-sourcing/"><span style="color: #6cb742;">บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด</span></a> ซึ่งเป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์สินค้าสำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์การติดตั้งสำหรับที่อยู่อาศัยครัวเรือนขนาดเล็ก ภาคธุรกิจ ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ยาวนานต่อเนื่องตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมา</strong></p>
<p><span id="more-30000"></span></p>
<figure id="attachment_30009" aria-describedby="caption-attachment-30009" style="width: 400px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-30009" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P01.png" alt="ชัชชญา เกรียท่าทราย" width="400" height="602" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P01.png 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P01-199x300.png 199w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P01-150x226.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P01-332x500.png 332w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /><figcaption id="caption-attachment-30009" class="wp-caption-text">คุณชัชชญา เกรียท่าทราย</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คุณชัชชญา เกรียท่าทราย</span> ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด</strong> กล่าวว่า  บริษัทฯเริ่มต้นดำเนินธุรกิจเทรดดิ้ง นำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง และต่อมาได้เพิ่มธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ปัจจุบันดำเนินการมากว่า 4 ปีแล้ว  เนื่องจากนโยบายภาครัฐและกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจเรื่องโซลาร์เซลล์มากขึ้น  สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายในธุรกิจโซลาร์เซลล์นั้น เราคัดเลือกและคัดสรรแต่สินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงในวงการโซลาร์เซลล์ เช่น  SUNGROW (Solar Inverter) เครื่องแปลงกระแสไฟ/ EMPERY (Mounting) อุปกรณ์ยึดติดแผงโซลาร์/ HENGTONG (DC Cable) สายไฟโซลาร์เซลล์ และ URE  (PV Module) แผงโซลาร์เซลล์ เป็นต้น</p>
<p>สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในการทำตลาดโซลาร์จะเป็นอินเวอร์เตอร์ ยอดขายมากกว่า 60 % ของบริษัทฯ  รองลงมาจะเป็นอุปกรณ์ยึดติดแผงโซลาร์เซลล์ และสายไฟดีซี ตามลำดับ  ด้วยแบรนด์ SUNGROW เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงทางด้านโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว ซึ่งบริษัทฯของเราเป็น Distributor รายแรกของ SUNGROW ในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย ทำให้บริษัทฯมีโอกาสขยายสินค้าอื่นๆกับกลุ่มลูกค้าด้วย  ในส่วนของประเภทลูกค้าที่ซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เราเรียกว่า EPC นั่นคือ การติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบ EPC หรือชื่อเต็มๆ เรียกว่า Engineering Procurement and Construction เป็นการให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบเบ็ดเสร็จ  ทั้งด้านการออกแบบทางวิศวกรรม การติดตั้งโครงสร้างระบบโซลาร์เซลล์ การขออนุญาตโครงการ ทั้งในรูปแบบของ On grid Hybrid หรือ Off grid ตามข้อตกลงระหว่างกัน ทั้งนี้บริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจในการรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ แต่จะทำธุรกิจขายสินค้า และผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มลูกค้าที่รับติดตั้งโซลาร์เซลล์</p>
<p>ในช่วงแรกที่เริ่มดำเนินธุรกิจโซลาร์เซลล์นั้น มีลูกค้าที่สนใจเป็นคู่ค้ากับเราเพียงแค่ 10 ราย แต่เมื่อบริษัทคู่ค้าได้ร่วมทำธุรกิจ ได้เรียนรู้สินค้า รับรู้ถึงประสิทธิภาพ คุณภาพของสินค้า และบริการของบริษัทฯ ลูกค้าก็เริ่มบอกต่อสู่กลุ่มลูกค้าโซลาร์เซลล์ด้วยกันเอง และปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้นกว่า 40 บริษัท โดยส่วนของรายได้นั้น ในช่วงแรกธุรกิจโซลาร์เซลล์สามารถสร้างรายได้เข้าบริษัทฯมากกว่า 50 ล้านบาท และในปีที่ 3 เมื่อมีลูกค้าเพิ่มขึ้น สามารถสร้างรายได้แบบก้าวกระโดดขึ้นเป็น 200 ล้านบาทเลยทีเดียว</p>
<h3>หัวใจสำคัญในการทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง</h3>
<figure id="attachment_30003" aria-describedby="caption-attachment-30003" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-30003" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-02.jpg" alt="ชัชชญา เกรียท่าทราย" width="740" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-02-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-02-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-02-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-30003" class="wp-caption-text">คุณชัชชญา เกรียท่าทราย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด</figcaption></figure>
<p>เรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทฯเติบโตอย่างต่อเนื่อง หนึ่งคือเรื่องพนักงาน ซึ่งทางบริษัทฯได้ให้ความสำคัญกับพนักงานมากๆ บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็น การพัฒนางานในทุกๆส่วน เพื่อสร้างสังคมการทำงานที่ดี รองลงมาจะเป็นเรื่องของสวัสดิการ และความเป็นอยู่ของพนักงาน เพราะทางบริษัทฯเชื่อมั่นว่าหากดูแลพนักงานดีแล้ว พนักงานมีความสุขในการทำงาน พนักงานจะช่วยให้การทำงานดียิ่งขึ้นไปด้วย การทำงานที่ดีภายในบริษัท และภายนอกบริษัทคือดูแลกลุ่มลูกค้า ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯนั้นมีพนักงานเพียง 6 คน เท่านั้น แต่ปัจจุบันบริษัทฯขยายธุรกิจเติบโตขึ้น ทำให้มีพนักงานให้บริการลูกค้ากว่า 30 คน  ที่จะเข้ามาช่วยทำงานแต่ละด้าน ที่ได้รับมอบหมายตามหน้าที่ ผลักดันให้บริษัทเติบโตเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แม้บริษัทฯจะก่อตั้งมาเพียง 4 ปีเท่านั้น ซึ่งในปี พ.ศ.2566 นี้คาดว่ารายได้จากธุรกิจโซลาร์เซลล์ของบริษัทฯจะเติบโตประมาณ 30% จากปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา</p>
<h3>ภาพรวมตลาดโซลาร์เซลล์ในเมืองไทย</h3>
<figure id="attachment_30013" aria-describedby="caption-attachment-30013" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-30013 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P02.jpg" alt="คุณชัชชญา เกรียท่าทราย และคุณชัยวัฒน์ เผือกพ่วง" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-P02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-30013" class="wp-caption-text">คุณชัชชญา เกรียท่าทราย (ขวา) และคุณชัยวัฒน์ เผือกพ่วง (ซ้าย)</figcaption></figure>
<p>สำหรับภาพรวมของตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย เรามองว่าจากนี้ 3-5 ปี โซลาร์เซลล์ในเมืองไทยจะเติบโตเกิน 20-30% จากการสนับสนุนของนโยบายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่ต่างตระหนักและรับรู้ว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์นั้นตอบโจทย์การลดค่าไฟฟ้าที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนค่อนข้างสูง ทำให้ลดลงได้เป็นเงินจำนวนมาก  ส่วนเรื่องที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ คือลดขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการภาครัฐที่หลายๆโครงการมีกฎระเบียบมาก ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถเข้าถึงโครงการภาครัฐได้  อีกทั้งตอนนี้พลังงานสะอาดกำลังมาแรง ค่าไฟฟ้าแพง ทำให้คนให้ความสำคัญในการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้น  ถ้าย้อนไป 5-7 ปีที่ผ่านมาการติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านเรา ต้นทุนต่อหน่วยจะแพงมาก  แต่ตอนนี้ราคาลดลง บ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรมเข้าถึงได้มากขึ้น  การคำนวณจุดคุ้มทุนคือ 4-5 ปีก็คุ้ม คืนทุนแล้ว  คนก็อยากจะเข้าถึงมากขึ้นก็เลยเป็นโอกาสของบริษัทฯ</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คุณชัยวัฒน์ เผือกพ่วง</span> ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย  บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด </strong>กล่าวว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันกลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เนื่องจากราคาเข้าถึงได้ง่าย มีกลุ่มผู้ประกอบการหลายรายมีผลิตภัณฑ์ และสินค้าที่หลากหลายนำเสนอแก่กลุ่มลูกค้า เมื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์แต่ละประเภทเสร็จเรียบร้อย ระบบโซลาร์เซลล์ก็สามารถเปิดใช้งานได้เลย จะช่วยประหยัดได้ทันทีตั้งแต่ยูนิตแรกที่ผลิต ซึ่งการติดตั้งก็เป็นเรื่องไม่ยุ่งยาก เพราะมีบริษัทที่ให้บริการติดตั้งอย่างครบวงจรและคิดค่าบริการเป็นแพ็กเกจ โดยดูแลตั้งแต่การออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้งและดำเนินการด้านเอกสารขออนุญาตติดตั้งกับภาครัฐ ไปจนถึงบริการบำรุงรักษาหลังการขาย พร้อมรับประกันการทำงานของระบบ ซึ่งบริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด</p>
<figure id="attachment_30012" aria-describedby="caption-attachment-30012" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-30012 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-03.jpg" alt="คุณชัยวัฒน์ เผือกพ่วง" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-30012" class="wp-caption-text">คุณชัยวัฒน์ เผือกพ่วง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย  บริษัท เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง จำกัด</figcaption></figure>
<p>แม้จะไม่ได้รับติดตั้งโซลาร์เซลล์เอง แต่บริษัทมีกลุ่มผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เป็นลูกค้าของบริษัทฯที่ซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสามารถที่จะช่วยติดตั้งให้แก่กลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปได้  สำหรับสิ่งที่ทางบริษัทฯอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการโซลาร์เซลล์ รวมทั้งบริษัทฯด้วย จะเป็นเรื่องการลงทะเบียนอุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยให้มีขั้นตอน กฎระเบียบที่ง่ายขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30008 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07.jpg" alt="M Global Sourcing ออกบูธในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2023" width="740" height="633" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07-300x257.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07-150x128.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-07-500x428.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="อุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ จาก M Global Sourcing" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-06-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-06-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="อุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ จาก M Global Sourcing" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-05-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-05-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="อุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ จาก M Global Sourcing" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-04-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/M-Global-Sourcing-04-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>

<p>สำหรับโปรโมชั่นที่บริษัทฯมีให้บริการลูกค้านั้น จะมีตามจำนวนเมกกะวัตต์ เป็นไปตามลำดับขั้นบันได ยิ่งลูกค้ามีเมกกะวัตต์มากขึ้น ก็จะยิ่งมีส่วนลดมากขึ้นตามขั้นบันได ในส่วนการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ จะมีตั้งแต่หลัก 10 บาท &#8211; 20 ล้านบาท และในส่วนกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เช่น การออกบูธนำเสนอสินค้าของทางบริษัทฯนั้น มีแผนดำเนินกิจกรรมปีละครั้งในงานใหญ่ๆ เช่น งาน ASEAN Sustainable Energy Week 2023 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ครบครันที่สุดของอาเซียน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2566 – 1 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ และมีกิจกรรมส่งการตลาดกับกลุ่มลูกค้าโซลาร์ เช่น งานประชุมสัมมนา IEEE เป็นต้น ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจให้เติบโตด้านโซลาร์เซลล์ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ตลาดของกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้นนั้น ทางบริษัทฯจะหาพาทเนอร์ทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับ เพื่อเข้ามานำเสนอและให้บริการลูกค้าในประเทศไทยให้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น ตามพันธกิจของบริษัท ที่มุ่งมั่น <strong>จัดหาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ รวมทั้งอุปกรณ์นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและสร้างบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับคู่ค้า พร้อมรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพเพื่อค้นหาโซลูชั่นที่ดีกว่า</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/m-global-sourcing-solar-energy-innovation-equipment/">“เอ็ม โกลบอล ซอร์สซิ่ง” ผู้นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/m-global-sourcing-solar-energy-innovation-equipment/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้สนับสนุนการจัดงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-prasert_sinsukprasert/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-prasert_sinsukprasert/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Aug 2023 08:22:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[SETA 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Solar+Storage Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28942</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. บทบาทหน้าที่ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทย ในการตัดสินใจให้การสนับสนุนการจัดงาน SETA ประจำปี 2023 ในครั้งนี้ ? กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้ความสำคัญกับงานประชุมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชียหรือ SETA  มาตั้งแต่มีการจัดงานในปีแรกจนถึงในปัจจุบัน  ด้วยเหตุผลสำคัญที่เห็นว่างานนี้เป็นแพลตฟอร์มหรือเวทีสำคัญในการให้กรมฯ ได้แสดงแนวนโยบายทางด้านพลังงานให้กับคนที่มาร่วมงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  กรมฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองพร้อมร่วมนำเสนอนโยบายสำคัญด้านพลังงานของกรมฯ และกระทรวงพลังงาน  เวทีนี้สามารถสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน  และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงาน  และมีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนร่วมกัน ภายใต้นโยบายของกระทรวงพลังงาน  ได้มอบหมายภารกิจหลักแก่ พพ. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงานให้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-prasert_sinsukprasert/">นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้สนับสนุนการจัดงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>1. บทบาทหน้าที่ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทย ในการตัดสินใจให้การสนับสนุนการจัดงาน</strong> <strong>SETA ประจำปี 2023 ในครั้งนี้ ?</strong><span id="more-28942"></span></p>
<p>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้ความสำคัญกับงานประชุมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชียหรือ SETA  มาตั้งแต่มีการจัดงานในปีแรกจนถึงในปัจจุบัน  ด้วยเหตุผลสำคัญที่เห็นว่างานนี้เป็นแพลตฟอร์มหรือเวทีสำคัญในการให้กรมฯ ได้แสดงแนวนโยบายทางด้านพลังงานให้กับคนที่มาร่วมงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  กรมฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองพร้อมร่วมนำเสนอนโยบายสำคัญด้านพลังงานของกรมฯ และกระทรวงพลังงาน  เวทีนี้สามารถสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน  และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงาน  และมีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>ภายใต้นโยบายของกระทรวงพลังงาน  ได้มอบหมายภารกิจหลักแก่ พพ. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงานให้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย พพ. เองได้ปรับบทบาทองค์กรก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)  นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและการดำเนินการหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065   ตลอดจนการส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดให้เป็นไปตามเป้าหมาย  การปรับตัวเพื่อรองรับและส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทั้งสร้างพันธมิตรและร่วมมือกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาการส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  จัดหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อพัฒนาเป็นพลังงานทางเลือก การใช้พลังงานแบบผสมผสานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงาน และสนับสนุนเผยแพร่เทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อสนองตอบความต้องการของทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอ ด้วยต้นทุนที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน</p>
<p><strong>2</strong><strong>. เนื่องจากในปีนี้ SETA 2023 มุ่งเน้นการพูดถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นตัวหลัก เพื่อการพุ่งเป้าสู่จุดหมายคือคาร์บอนสุทธิเป็นศุนย์ ทาง พพ. มีแนวทางการในนำเสนอในเรื่องแนวนโยบายทางด้านพลังงานหมุนเวียนด้านเป็นอย่างไร?</strong></p>
<p>จะเห็นว่า พพ. เองก็มีแนวนโยบาย incentive และผลงานในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ในการส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอน อาทิเช่น การสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนในทุกภาคส่วนของประเทศเพื่อการก้าวสู่  Carbon Neutrality และ Net Zero และทิศทางการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดไทยในหลากหลายมิติ  และอื่นๆ</p>
<p><strong>3</strong><strong>. ท่านมีความคิดว่า คิดว่าประโยชน์ที่อุตสาหกรรมพลังงานไทยจะได้รับจากงาน SETA 2023 มีอะไรบ้าง?</strong></p>
<p>อันดับแรก มองว่างานนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนทุกคนได้เข้าถึงองค์ความรู้ทางด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี เราสามารถได้รับรู้รับฟัง เรียนรู้ในเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปชมงานหรือเจอผู้คน ในงาน SETA ได้จัดให้มีการพบปะผู้คนจากวงการพลังงานมาจากนานาประเทศ ทั้งในระดับผู้นำ ผู้บริหารระดับซีอีโอของบริษัทชั้นนำ ผู้ลงทุน รัฐวิสาหกิจ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเพื่อสร้างการขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมพลังงานในระดับเอเชียและโลก</p>
<p>ประเด็นต่อมามองว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ก่อให้เ กิดการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจส่งเสริมให้เกิดโอกาสการลงทุน  ได้รับรู้เทรนด์หรือเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดในด้านพลังงาน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่  ไฮโดรเจน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว  สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี</p>
<p>สุดท้ายคือ การสร้างความตื่นตัวในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก นั้นคือ กฏระเบียบบังคับของโลกว่าด้วยมาตราการการกีดกันการค้าต่อกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน ซึ่งภายในงานจะมีตัวแทนจากองค์กรระดับโลกมาร่วมแชร์ในส่วนนี้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราในวงการพลังงานไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจำเป็นต้องเตรียมพร้อม  เพื่อรับมือ ปรับตัวและสร้างการเติบโตต่อไป</p>
<p><strong>4. สุดท้ายนี้ท่านมองทิศทางภาพรวมการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของไทย สู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนอย่างไร </strong></p>
<p>ประเทศไทยมีการขับเคลื่อนและตื่นตัวในการก้าวสู่พลังงานสะอาดค่อนข้างเร็วและเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนของภาครัฐในการกำหนดนโยบาย ในขณะที่ภาคเอกชนก็มีการปรับแผน สร้างเครือข่าย และมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้มากขึ้น โดยในส่วนของกระทรวงพลังงานมีแผนงานสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานสู่พลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ  เช่น</p>
<ul>
<li>ด้านความมั่นคงสู่สังคมคาร์บอนต่ำมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน มีแผนการลงทุน Grid Modernization อย่างชัดเจน มีการปรับปรุงกฏ กติกาในการส่งเสริมการซื้อขายพลังงานสะอาด<br />
เชิงพื้นที่ และ ส่งเสริมการลงทุน EV การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เป็นต้น</li>
<li>ด้านพลังงานด้วยการเสริมสร้างเศรษฐกิจ เช่น เร่งส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเร่งพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</li>
<li>ด้านพลังงานลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการส่งเสริมการลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล/ก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานเพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก  การพัฒนาระบบไฟฟ้าสำหรับพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หรือมาตรการการช่วยเหลือด้านพลังงานแบบเฉพาะให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้มีรายได้น้อย</li>
<li>ด้านการพัฒนาองค์กรเพื่อให้บริการ โดยเผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานรูปแบบ Interactive Dashboard แสดงข้อมูลเชิงลึกด้านพลังงานผ่านการประมวลผลรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อใช้สื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก  รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้านดิจิทัลในการดำเนินงานด้านพลังงาน</li>
</ul>
<p>สุดท้าย  ด้านการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ได้จัดทำแผนพลังงานชาติ และแผนย่อยรายสาขา เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพลังงานของไทยรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ การจัดทำโรดแม็ป (Roadmap) มีระบบเทคโนโลยีการดักจับกักเก็บคาร์บอนเพื่อใช้ประโยชน์ (CCUS) เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><strong>สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนคนที่สนใจในเรื่องพลังงาน  มาร่วมงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 นี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานกันมากมาย ถือเป็นหนึ่งในการแสดงบทบาทและโชว์ศักยภาพการผลักดันทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่พลังงานแห่งอนาคตในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง   ซึ่งมั่นใจว่าทุกภาคส่วนจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมในงานนี้อย่างแน่นอน  ขอบคุณครับ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-prasert_sinsukprasert/">นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้สนับสนุนการจัดงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/seta-2023-prasert_sinsukprasert/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ LALIN “วางเป้าหมายเป็นแบรนด์บ้านรักษ์โลกอันดับต้นที่ผู้บริโภคนึกถึง”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/churat-chakornkul-lalin-eco-living/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/churat-chakornkul-lalin-eco-living/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 08:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green People]]></category>
		<category><![CDATA[LALIN]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Living]]></category>
		<category><![CDATA[ชูรัชฏ์ ชาครกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลลิล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด ESG]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27553</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดระยะเวลา 38 ปีที่บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  หรือ LALIN โลดแล่นอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ ยังคงพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เสมอมา ล่าสุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลลิลได้รังสรรค์บ้านให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์เทรนด์สิ่งแวดล้อมมากขึ้นในราคาที่จับต้องได้ ทั้งการวางตำแหน่งบ้านให้ลมพัดผ่านเข้าตัวบ้าน การใช้ช่องแสงธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้บ้านเย็น และประหยัดพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำ  ซึ่งตอบโจทย์ความคุ้มค่าในกระเป๋าของลูกค้า ที่สำคัญลลิลยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่สไตล์ Eco Living ชูรัชฏ์ ชาครกุล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/churat-chakornkul-lalin-eco-living/">ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ LALIN “วางเป้าหมายเป็นแบรนด์บ้านรักษ์โลกอันดับต้นที่ผู้บริโภคนึกถึง”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลอดระยะเวลา 38 ปีที่บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  หรือ LALIN โลดแล่นอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ ยังคงพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เสมอมา ล่าสุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลลิลได้รังสรรค์บ้านให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์เทรนด์สิ่งแวดล้อมมากขึ้นในราคาที่จับต้องได้ ทั้งการวางตำแหน่งบ้านให้ลมพัดผ่านเข้าตัวบ้าน การใช้ช่องแสงธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้บ้านเย็น และประหยัดพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำ  ซึ่งตอบโจทย์ความคุ้มค่าในกระเป๋าของลูกค้า ที่สำคัญลลิลยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่สไตล์ Eco Living</strong></p>
<p><span id="more-27553"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27555" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02.jpg" alt="บ้านลลิล" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชูรัชฏ์ ชาครกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>LALIN</strong> กล่าวว่า ลลิลให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG  E-Environmental  S-Social  G-Governance   โดยเฉพาะ E-Environmental  เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เริ่มตั้งแต่วาง Conceptual โครงการ  เลือกสรร Material ต่างๆ กระบวนการก่อสร้าง รวมถึง Facility ที่ในโครงการ ในส่วนของ Master Plan  ปกติลลิลจะเลือกวางตำแหน่งบ้านอยู่ทางทิศเหนือและใต้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีลมมรสุม จะรับลมหน้าหนาวจะรับลมทางทิศเหนือ ส่วนหน้าร้อนรับลมทางทิศใต้ ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการใช้พลังงาน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวัน  เพียงเปิดหน้าต่างก็สามารถรับลมธรรมชาติได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27556" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03.jpg" alt=" บ้านลลิล" width="720" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-03-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ด้านประหยัดพลังงาน (Energy Saving)  เป็นสิ่งสำคัญ  มีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการปรับมาใช้หลอด LED  ฝ้าสะท้อนความร้อน  หลังคามีฉนวนกันความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายใน สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เลือกผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวเป็นหลัก ซึ่งใช้กระบวนการผลิตมีส่วนช่วยลดโลกร้อน และลดการใช้พลังงานต่างๆ  ในบ้านมีพัดลมระบายอากาศ  กลับบ้านสามารถเปิดระบายอากาศดูดอากาศร้อนให้อากาศเย็นเข้ามาแทนที่   ออกแบบช่องรับแสงที่ช่องบันได  ลดการใช้ไฟฟ้า และหลังคาสูงโปร่งทุกโครงการ  แต่ไม่สูงจนเกินไป จะได้ไม่เปลืองแอร์  สามารถประหยัดพลังงานได้ 20-30%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27557" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-04.jpg" alt=" บ้านลลิล" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ในตัวบ้าน พยายามเลือก  Material ที่ทดแทนวัสดุจากธรรมชาติ และป่าไม้ที่ลดน้อยลงทุกวัน  สามารถลด  Material จากไม้พอสมควร เช่น วงกบ ใช้ไม้สังเคราะห์ ประตูพีวีซี ใช้ไม้เทียม พื้นลามิเนต ใช้เศษไม้ไม่ใช่ไม้ชิ้น  โดยพยายามดูหลายๆมิติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์    ทำให้คุณภาพเท่าเทียม แต่ประหยัดต้นทุน เนื่องจากเราพยายามพัฒนานวัตกรรมเอง จึงทำราคาได้</p>
<p>สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง  ใช้แผงโซล่าร์เซลล์ โคมไฟเพื่อลดการใช้พลังงาน  ด้านน้ำมีการ Reuse นำน้ำที่ผ่านการบำบัดในค่าที่รับได้มา Reuse รดต้นไม้ โดยไม่ใช้น้ำประปา ช่วยลดปริมาณน้ำทิ้ง และลดค่าส่วนกลาง  ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดทรัพยากรต่างๆ</p>
<h3>นำแนวคิด ESG มาปรับใช้ได้ 2-3 ปี  เริ่มต้นที่โครงการ Lio Prestige</h3>
<p>นอกจากนี้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น  ช่วง COVID-19 ลลิลเพิ่มเติม Healthy  Living ในเรื่องเชื้อโรค เช่น ใช้กระเบื้องคอตโต้เคลือบสารพิเศษ และสีทีโอเอซิลเวอร์นาโน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  พัดลมระบายอากาศ และเครื่องปรับอากาศที่ใช้ระบบที่มีเครื่ิองฟอกอากาศในตัว   เนื่องจากเทรนด์ผู้บริโภคปรับตลอดเวลา พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า</p>
<p>“เราพยายามศึกษา Pain Point ของลูกค้าว่าจุดไหนที่ตอบสนองการใช้ชีวิต  เราพยายามมาปรับว่าทำอย่างไรทั้งไฟฟ้าและการใช้น้ำที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้มาช่วยอย่างสมดุล  เทรนด์มาก่อน แล้ว Material  จะตามมาว่าจะตอบโจทย์เทรนด์ยังไง  เราต้องตามเทรนด์ให้ทันและเลือกใช้ สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างทันท่วงที  ขณะเดียวกันพยายามหาจุดสมดุล ไปลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ  บริษัทฯ จึงใช้  Value Engineer ความรู้ทางวิศวกรรมจัดการต้นทุนในส่วนอื่น พยายามรักษาตรงนี้ได้ แม้ว่าเราจะใส่นวัตกรรมใหม่ แต่บ้านเราก็ยังอยู่ในราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เราทำราคาได้ถูก”</p>
<p>ทั้งนี้ลลิลได้นำแนวคิด ESG มาปรับ ใช้ได้ 2-3 ปี  เริ่มที่โครงการ Lio Prestige ซึ่งเปิดใหม่ 10 โครงการ ปัจจุบันใช้ไปแล้ว 20 โครงการ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม  Keyหลักๆ คือ ไฟฟ้าและน้ำเพราะช่วยลูกค้าประหยัดเงินในกระเป๋า หากมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ลูกค้าให้ความสำคัญก็จะเพิ่มเติมเข้ามา เพราะเราจะไม่หยุดพัฒนา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27558" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-05.jpg" alt="บ้านลลิล" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>บ้านลลิลรุ่นใหม่ ก้าวสู่  Smart Living</h3>
<p>ชูรัชฏ์ กล่าวว่า สำหรับบ้านรุ่นใหม่  ลลิลจะจัด Smart Living  ทั้งกล้องรักษาความปลอดภัย Smart Sensor  Smoke Detector  เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตามที่ต้องการ  พร้อมทั้งเดินสายปลั๊กรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รองรับเทรนด์ EV ที่กำลังมาแรง  เพียงลูกค้าติดตั้ง Charger  สามารถใช้งานได้  ส่วน Smart Home  เดินจุดอินเทอร์เน็ตไว้ให้  สามารถเสียบสายใช้ได้ทันที  โดยไม่ต้องเจาะรูบ้านเหมือนสมัยก่อน<br />
“ลลิลไม่เคยหยุดนิ่ง ทีมฝ่ายขายและทีมการตลาด  จะสะท้อนความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา จะถ่ายทอดไปที่แผนก Product Developmentพัฒนาผลิตภัณฑ์  ฝ่าย In-house ฝ่ายวิจัย จะฟัง Feed Back  และปรับใช้สินค้าบริษัทฯ  ให้มีพัฒนาการสม่ำเสมอ จะสังเกตว่าสินค้าไส้ใน จะปรับตลอดเวลา”</p>
<h3>จัดประกวดนวัตกรรมทุกปี พร้อมนำเสนอและใช้จริงในโครงการ</h3>
<p>สิ่งที่ทำให้ลลิลแตกต่างจากโครงการบ้านอื่น ๆ คือ นวัตกรรม ในเรื่องนี้  ชูรัชฏ์  เล่าว่า ลลิลมีการจัดประกวดนวัตกรรมทุกปีและทำมาหลายปีแล้ว โดยทีมก่อสร้างและทีมตลาดจะนำนวัตกรรมมานำเสนอเพื่อปรับใช้ในโครงการ ซึ่งเป็น  New Things องค์กรสนับสนุนเรื่องนี้ เมื่อเทรนด์สิ่งแวดล้อมมา นวัตกรรมประเภทนี้เข้ามา เพราะฉะนั้นเราจึงมีนวัตกรรมตลอดเวลา</p>
<p>“เราต้องทำจริง ไม่ใช่ทำเพื่อภาพลักษณ์  เรา Keep in Mind ว่าเป็นเป้าหมาย พวกนี้เราต้องสร้าง Internal Communication เพราะฉะนั้นเราจะต้องปลูกฝังคนทั้งองค์กรให้มองไปในทิศทางเดียวกัน เพราะบริษัทฯ คาดหวังว่าคนทั้ง 600 คนในองค์กร ทุกคนเป็น Brand Ambassador  องค์กร ทุกคนถ่ายทอดสิ่งที่องค์กรคาดหวังต่อไปได้ว่าเรื่องนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญ เราทำอันนี้ หนึ่ง สอง สาม ในวันที่พนักงานเข้ามาใหม่ๆ เราจะฝึกอบรมให้ทราบว่า เราทำอะไรเกี่ยวกับ ESG  เขาจะได้รู้ว่าบริษัทฯ เราอินเทรนด์ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้  เรื่องนี้ต้องช่วยกันทำ มิฉะนั้นจะไม่สัมฤทธิ์ผล”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27559" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-06.jpg" alt=" บ้านลลิล" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/LALIN-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>วางเป้าหมายเป็นแบรนด์บ้านรักษ์โลกอันดับต้นที่ผู้บริโภคนึกถึง</h3>
<p>ชูรัชฏ์  กล่าวว่า ลลิลไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นองค์กร ESG เต็มรูปแบบในปีใด  เพราะมีสิ่งใหม่ๆ นวัตกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา มิฉะนั้นเราจะหยุดพัฒนา   แต่บริษัทฯ คาดหวังว่าจะไม่หยุดพัฒนา และมีนวัตกรรมอยู่เสมอ  ในขณะเดียวกันเรามีจุดมุ่งหมายว่าเมื่อนึกถึงบ้านคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เราจะเป็นแบรนด์อันดับต้นที่ผู้บริโภคนึกถึง  ซึ่งเป็นโจทย์ของบริษัทฯ   ทั้ง Internal Communication  และ External  Communication ว่าทำอย่างไรให้ลูกค้าตระหนักรู้ว่าถ้าเขาอยู่บ้านลลิล เขามีส่วนร่วมช่วยลดโลกร้อน สิ่งแวดล้อม เป็นโจทย์ที่นอกจากทำก็สื่อสารออกไป นอกจากเรื่องดีไซน์ที่เป็น Material</p>
<p>“เป็นเรื่องทั่วไปที่เราใส่ใจสิ่งแวดล้อม เราไม่ได้คิดว่าจะทำสิ่งนี้เพื่อการตลาด แต่ทำเพื่อ Sustainable Living ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้า เพราะปัญหาโลกร้อนเราฟังมาตลอด 5 ปี ทีมงานคิดว่าเราในฐานะคนหนึ่งที่อยู่บนโลกนี้ เราจะช่วยโลกอย่างไร โจทย์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Waste ต่างๆ ในโครงการ ทุกอย่างพยายามลดลงให้ได้มากที่สุด  เหล็กในโครงการ  ออกแบบสำเร็จรูป ใช้หน้างานได้พอดี ไม่ต้องมาตัดให้เหลือ Waste เยอะแยะ ทุกๆ Element ทำอย่างไร เราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ใช้ Global Result อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด (Efficiency)  เป็นโจทย์ให้ทีมงาน มีหัวเรือธง มีเทรนด์มา เราต้องไว รู้ว่าอะไรเป็นจุดหลักที่เราต้องเอามาปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์กับลูกค้าและเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลง ตลอดระยะเวลา38ปี เราใส่ใจคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของลูกค้า  (Quality of Living)  และความคุ้มค่าที่ให้ในแต่ละช่วง  เอา Element มาใส่ เช่นในเรื่องสิ่งแวดล้อม Hygienic  มาเติมเต็มกับ Quality  of Living ที่เราขาย” ชูรัชฏ์  กล่าวสรุปทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/churat-chakornkul-lalin-eco-living/">ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ LALIN “วางเป้าหมายเป็นแบรนด์บ้านรักษ์โลกอันดับต้นที่ผู้บริโภคนึกถึง”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/churat-chakornkul-lalin-eco-living/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
