Taiwan Excellence ชู 3 นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ตอบโจทย์แนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Soltions”


Taiwan Excellence  นำทัพเทคโนโลยีนวัตกรรมระบบอัตโนมัติและโซลูชันการผลิตอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน จาก 17 บริษัทชั้นนำของไต้หวันมาจัดแสดงภายในงาน Manufacturing Expo 2026  ชูแนวคิด “Building Sustainable Manufacturing with Taiwan’s Adaptive Solutions” หรือ “สร้างการผลิตที่ยั่งยืนด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว” สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในการช่วยภาคอุตสาหกรรม ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอนาคต

สำหรับนวัตกรรมจาก 17 แบรนด์ชั้นนำของไต้หวันจัดแสดงภายใน Taiwan Excellence Pavilion ณ บูธ 8F11 ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   ได้แก่ AAEON, APLEX, ASSOMA, CHIMEI MOTOR, FATEK, FENRI, GETAC, HCP, KSS, MCM, PLANET Technology, RHYMEBUS, SOLOMON, SYNTEC, TECHMAN ROBOT, TONG CHENG และ WALRUS PUMP

โดยมี 3 บริษัทที่โดดเด่นในการสนับสนุนการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ การจัดการพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลภายในโรงงานอย่างครบวงจร ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุค Industry 4.0 และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

MCM ผู้บุกเบิกน้ำมันตัดกลึงผลิตจากพืช เปิดตัว 2ผลิตภัณฑ์เรือธง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – พนักงาน

MCM จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026

MCM กลับมาพร้อมกับความสำเร็จ หลังจากที่ชนะรางวัล Taiwan Excellence ถึง 4 ครั้ง โดยปีนี้ MCM มุ่งเน้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันตัดกลึงโลหะที่ผลิตจากพืช (Plant-based Oil) ร่วมกับจุลชีววิทยาเฉพาะทาง (Microbiological Technology)  รุ่น SUPERSOL และ G2 SUPERSYN ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำมันหล่อเย็นจากน้ำมันแบบเดิมที่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มสำคัญของภาคการผลิตโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระดับกระบวนการ ไปสู่การออกแบบวัสดุและสารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดย SUPERSOL มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 5-10 ปี มากกว่าน้ำมันตัดกลึงทั่วไปหลายเท่าตัว ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และลดต้นทุนการจัดการของเสียในระยะยาว

ขณะที่ G2 SUPERSYN ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีเคมีขั้นสูง สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ถึง 90% และยังคงประสิทธิภาพสำหรับงานตัดกลึงความแม่นยำสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน และอิเล็กทรอนิกส์  โดยน้ำมันตัดกลึงจากพืชของ MCM มีจุดเด่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันแบบเดิม พร้อมลดความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ได้ราว 30-65% ซึ่งไม่เพียงช่วยให้โรงงานบรรลุเป้าหมายด้าน ESG และ Net Zero ได้ง่ายขึ้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศและสุขภาวะของแรงงานในสถานประกอบการ

RHYMEBUS ปลดล็อกพลังงานสะอาดเพื่อการจัดการน้ำ ด้วยระบบโซลาร์ปั๊มไร้แบตเตอรี่

RHYMEBUS จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026

บริษัท RHYMEBUS ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควบคุมมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์จากไต้หวัน นำเสนอ RM6F6-0713 ระบบขับเคลื่อนปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์การใช้งานในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่เกษตรกรรม และระบบจัดการน้ำที่ต้องการความต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง  พร้อมชูจุดเด่นสำคัญภายใต้แนวคิด “พลังงานสะอาดโดยไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่”

ความโดดเด่นของ RM6F6-0713 คือความสามารถในการนำพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซลาร์เซลล์มาใช้งานได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่เหมือนโซลูชันแบบดั้งเดิม ช่วยลดต้นทุนการลงทุนและค่าบำรุงรักษาระยะยาว พร้อมลดปัญหาการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นเมื่อครบอายุการใช้งาน

หัวใจสำคัญของระบบอยู่ที่เทคโนโลยี Maximum Power Point Tracking (MPPT) ซึ่งช่วยดึงพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ในช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น วันที่มีเมฆมากหรือแสงแดดไม่สม่ำเสมอ  มาพร้อมระบบ Auto-transfer Module ที่สามารถสลับไปใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้โดยอัตโนมัติเมื่อพลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ ช่วยให้ระบบสูบน้ำสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด อีกทั้งยังมีระบบควบคุมอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์สภาวะแสงและผลกระทบจากเงาบังชั่วคราว เพื่อลดการเปิด-ปิดเครื่องบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และเพิ่มเสถียรภาพในการทำงานจริงภาคสนาม

SWAN  นำเทคโนโลยี Coaxial Drive  ยกระดับเครื่องอัดอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสู่ความยั่งยืน

SWAN CORPORATION จัดแสดงนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026

บริษัท SWAN CORPORATION ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบอัดอากาศจากไต้หวัน ได้นำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดต้นทุนการดำเนินงาน และการสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวผ่านนวัตกรรมเครื่องอัดอากาศรุ่น TMV Series (Twin Screw) ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยระบบ Coaxial Drive ที่ใช้มอเตอร์เพียงตัวเดียวในการขับเคลื่อนชุดสกรูคู่ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการส่งกำลังจากเดิมประมาณ 3% เหลือต่ำกว่า 1%

นอกจากนี้ ยังมีการนำมอเตอร์แม่เหล็กถาวรมาใช้แทนมอเตอร์แบบขดลวดทองแดงทั่วไป ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี ขณะที่มอเตอร์ทั่วไปมักมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 5-6 ปี สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพพลังงานและการลดการใช้ทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

จากประสิทธิภาพด้านพลังงานดังกล่าว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการประหยัดพลังงานระดับ Class 1 ของไต้หวัน ซึ่งมอบให้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันมากกว่า 5%  และเมื่อพิจารณาในมิติของผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาจากโรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอพบว่า การเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศของ SWAN สามารถลดค่าไฟฟ้าได้สูงถึง 80,000 บาทต่อเดือน หรือเกือบ 1 ล้านบาทต่อปี แม้ใช้กำลังไฟฟ้าในระดับใกล้เคียงกับเครื่องเดิม สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของเครื่องจักรยาวนานถึง 10-20 ปี

นอกเหนือจากการประหยัดพลังงานแล้ว การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เครื่องอัดอากาศของ SWAN ได้รับการออกแบบให้มีระดับเสียงเพียง 60-70 เดซิเบล แม้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดมลภาวะทางเสียงภายในโรงงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับพนักงาน โดยบริษัทฯ กำลังเดินหน้าสู่มาตรฐาน ISO 14000 เพื่อยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต