บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงาน “The Brother Group Global Charter”


บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย)  ผู้นำที่มียอดจำหน่ายในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing & Scanner) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นองค์กรที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุดในภูมิภาคประมาณ 130 คน ได้ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบการดำเนินงาน The Brother Group Global Charter ซึ่งเป็นค่านิยมหลักที่ยึดถือมานานกว่า 11 ปี  และได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทโลก โดยวางกรอบการดำเนินธุรกิจบน 3 แกนหลัก ได้แก่ Group Management, Group Growth และ Stakeholders เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจและการดำเนินงานของพนักงานทุกคนทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือความคาดหวังแก่ลูกค้า ควบคู่กับการเติบโตขององค์กร บุคลากร พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในไทยเกือบ 30 ปี และกว่า 100 ปีของบริษัทแม่ บราเดอร์ได้วางกลยุทธ์ “Every Side of Life” เพื่อดูแลทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้ทั้ง 3 ส่วนงานหลัก (Sales & Marketing, Customer Service และ Back Office) ต้องจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างน้อยแผนกละ 1 โครงการต่อปีโดยไม่ซ้ำกัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมในทุกมิติ

สำหรับบราเดอร์ ความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ (Core Business Strategy) ที่หลอมรวมอยู่ในทุกกระบวนการตัดสินใจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตระยะยาวควรดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

“บราเดอร์เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวทาง ESG เราจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมขององค์กรสำหรับอนาคต ผ่านการนำ AI และ Automation เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง และสามารถส่งมอบคุณค่าที่เหนือความคาดหวังแก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน”  พรภัค กล่าว

ในมิติของ Environmental บราเดอร์มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ผ่านการพัฒนา Green Innovation ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รองรับการใช้งานระยะยาว ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และช่วยลดการเกิดของเสียตลอดวงจรการใช้งาน ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์ Ink Tank เครื่องพิมพ์ Laser และโซลูชันด้านงานเอกสารสำหรับองค์กร ซึ่งสะท้อนแนวคิด Eco-design ที่ผสานประสิทธิภาพการใช้งานเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลด Carbon Footprint และสร้างความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาวแก่ผู้บริโภค

หนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรคือกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ได้ปรับแนวคิดจากการวัดจำนวนต้นไม้ที่ปลูก  สู่การให้ความสำคัญกับอัตราการอยู่รอดของต้นไม้ (Survival Rate) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศในระยะยาว จากการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่คลองโคน ส่งผลให้อัตราการอยู่รอดของต้นไม้เพิ่มขึ้นสู่ระดับมากกว่า 80% ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน

ส่วนกิจกรรม “No Ocean Waste” เพื่อเก็บขยะชายหาด ณ บางแสน ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 4 รวมถึงโครงการในอดีตอย่าง “Eco Bricks” ที่ร่วมกับภาคประชาสังคมนาน 3 ปี เพื่อนำขวดพลาสติกบรรจุขยะรีไซเคิลยากไปสร้างเป็นอาคารและห้องสมุดให้แก่เด็กด้อยโอกาสในจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต เช่น การมอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงดูแลพนักงานและคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

บราเดอร์ ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการรับคืนตลับหมึกที่ใช้แล้ว ณ ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำไปทำลายอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานภาครัฐผ่านบริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO ด้วยวิธีการฝังกลบ ในแต่ละปีใช้งบประมาณในการจัดการตลับหมึกปีละ 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการคืนตลับหมึกด้วยการปลูกต้นไม้ 1 ต้นต่อการคืนตลับหมึกทุกๆ 1 ชิ้น  และโครงการรีไซเคิลขวดและฝาพลาสติก เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ไม้แขวนเสื้อ ก่อนส่งมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี

ในมิติของ Social บราเดอร์เดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนชุมชนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและโรงอาหารของโรงเรียนวัดคลองโคน การมอบอุปกรณ์การศึกษา รวมถึงการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในกิจกรรมขององค์กร

ด้าน Health & Well-being บราเดอร์ยังจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “Brother Breast Cancer Run” ถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ภายใต้โครงการระดับโลก Golden Ring Project ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง โดยตลอด 12 ครั้งที่ผ่านมา สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมกว่า 18 ล้านบาท มอบให้แก่กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ และมียอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลี่ย 2,000 คนต่อครั้ง

ในมิติของ Governance บราเดอร์ยังส่งเสริมการ Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง ผ่านการหมุนเวียนงานภายใน หรือ Job Rotation เพื่อขยายทักษะของบุคลากรให้มีความหลากหลาย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Diversity การเปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมถึงการสนับสนุนเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรทุกคนเติบโตไปพร้อมกับองค์กรและพร้อมส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

Green Office Certificate

พรภัค กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารจัดการองค์กรสีเขียว บราเดอร์ ประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน “Green Office Certificate”  จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปัจจุบันได้รับ Certificate ระดับทอง (Gold)  พร้อมตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ระดับPlatinum  ภายในปี 2571 ซึ่งมีเกณฑ์สำคัญคือต้องมีสัดส่วนการรีไซเคิลขยะ (Recycle) มากกว่า 45%

บราเดอร์ ประเทศไทย

บริษัทฯ ยังได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้ทรัพยากรแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ เป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้า น้ำ และกระดาษลง 2% และเป้าหมายลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ปริมาณขยะ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้จะพบอุปสรรคในบางปัจจัย เช่น ปัญหาน้ำรั่วซึมที่ส่งผลต่อเป้าหมายการใช้น้ำ หรือราคาน้ำมันที่ควบคุมยากเนื่องจากพนักงานใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติงาน แต่บริษัทฯ ได้นำมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้เข้มงวด อาทิ ระบบเซนเซอร์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ และนโยบาย Hybrid Working ให้ทำงานที่บ้านได้ 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร

พรภัค กล่าวถึง แผนสิ่งแวดล้อมระยะกลาง (Mid-term Plan 2030)  ซึ่งบราเดอร์ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลง 28.5% และลดการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 25% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับฐานปี 2022   ในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing & Scanner)  ซึ่งมีสัดส่วนรายได้หลักถึง 80-90% บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลดการใช้พลาสติก โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดสามารถลดพลาสติกได้ถึง 17% ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิมหรือสูงขึ้น

ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า บราเดอร์ตั้งเป้ายกระดับบทบาทขององค์กรสู่การเป็นผู้นำด้าน Sustainable Growth ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมส่งต่อคุณค่าที่ดีให้คนรุ่นต่อไปและร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกภาคส่วน