กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชน เปิดตัวความร่วมมือเพื่อผลักดันงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมลงไปแก้ปัญหาในระดับครัวเรือน โดยนำ “เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส” ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมต้นแบบ Kick Off ที่ชุมชนคลองลัดภาชี

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งของประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มจากระดับชุมชนและขยายไปสู่พื้นที่ในวงกว้าง โดยบทบาทของ อว. คือการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงเข้าไปสนับสนุนการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการต่อยอดวิสาหกิจชุมชน ซึ่งต้องเริ่มจากการรับฟังความต้องการของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ
“คลองลัดภาชี” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำงานวิจัยไปเชื่อมกับปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะปัญหาขยะและต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นโจทย์ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ผ่านเทคโนโลยีไพโรไลซิส

‘ไพโรไลซิส’ จากขยะที่ไม่มีมูลค่า สู่เชื้อเพลิงที่ใช้ได้จริง
เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของ วว. ใช้หลักการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการใช้ความร้อนสลายพลาสติกในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ทำให้พลาสติกหลอมและเปลี่ยนเป็นไอ ก่อนผ่านกระบวนการควบแน่นและกลั่นออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง โดยสามารถได้ทั้งก๊าซ LPG น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ต่อ
ดร.รุจิรา จิตรหวัง รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม วว. กล่าวว่า เครื่องดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อให้เทคโนโลยีแปรรูปขยะพลาสติกสามารถนำมาใช้งานในระดับชุมชนได้ โดยขยะที่นำเข้าสู่กระบวนการไม่จำเป็นต้องสะอาดมาก เพียงคัดแยกให้เหมาะสม กำจัดเศษอาหารเบื้องต้น และทำให้แห้งก็สามารถนำมาใช้ได้
สำหรับชนิดพลาสติกที่เหมาะกับกระบวนการ ได้แก่ PE และ PP ซึ่งพบได้มากในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงหิ้ว ถุงแกง ขวดสบู่ และขวดแชมพู รวมถึง PS เช่น กล่องโฟม ขณะที่ PET และ PVC ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดสภาวะกรดสูงและส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต

ขยะพลาสติก 25 กก. ผลิตน้ำมันได้สูงสุด 25 ลิตร
ในเชิงสมรรถนะ เครื่องมีหม้อต้มขนาด 25 กิโลกรัมต่อรอบ ใช้เวลาผลิตประมาณ 18 ชั่วโมง และคูลดาวน์อีก 6 ชั่วโมง โดยใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักประมาณ 2.5–3 กิโลวัตต์ต่อน้ำมัน 1 ลิตร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ ขณะที่ขยะพลาสติก 25 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันได้สูงสุดประมาณ 25 ลิตร สำหรับนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตร เครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในชุมชน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 260,000 บาท และมีการประเมินระยะเวลาคืนทุนไว้ราว 2 ปี หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ขยะในพื้นที่มีมูลค่าและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เป็นพลังงานได้

การ Kick Off ที่ชุนชนคลองลัดภาชีจึงเป็นการทดลองเชื่อม “นโยบายแก้จน” เข้ากับ “นวัตกรรมที่จับต้องได้” โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพิ่มทางเลือกให้ชุมชน ทั้งด้านการจัดการขยะ การลดต้นทุนพลังงาน และการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ก่อนนำบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบไปปรับใช้กับชุมชนอื่นในภูมิภาคต่าง ๆ ต่อไป