<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green World | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/green-world/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Mar 2026 08:14:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green World | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 08:13:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ควันพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนกรด]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบิดคลังน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เตหะราน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43453</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิสราเอล ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน โดยการโจมตีพุ่งเป้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามปะทะขึ้น นอกจากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดังกล่าวแล้ว เหตุการณ์นี้ยังรุกลามไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่อุตสาหกรรมพลังงานสำคัญของประเทศ นับเป็นวันที่ 9 ในเช้าวันอาทิตย์ที่สงครามได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีร่วมกันของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,300 คน และในเลบานอนอีกประมาณ 300 คน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วยคลังน้ำมันอัคดาเซียห์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังน้ำมันชาร์รานทางตะวันตกของเมือง และคลังน้ำมันอีกแห่งในเมืองคาราจ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างหนัก หลังการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ชาวเมืองจำนวนมากรายงานว่าท้องฟ้ายังคงมืดหม่นแม้ดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้ว ขณะที่ฝนที่ตกลงมาพร้อมเมฆสีดำกลับมีลักษณะผิดปกติ มีคราบมันคล้ายถูกปนเปื้อนน้ำมัน ส่งกลิ่นไหม้และสารเคมีลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/">สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิสราเอล ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน โดยการโจมตีพุ่งเป้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามปะทะขึ้น นอกจากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดังกล่าวแล้ว เหตุการณ์นี้ยังรุกลามไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่อุตสาหกรรมพลังงานสำคัญของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-43453"></span></p>
<p>นับเป็นวันที่ 9 ในเช้าวันอาทิตย์ที่สงครามได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีร่วมกันของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,300 คน และในเลบานอนอีกประมาณ 300 คน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วยคลังน้ำมันอัคดาเซียห์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังน้ำมันชาร์รานทางตะวันตกของเมือง และคลังน้ำมันอีกแห่งในเมืองคาราจ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างหนัก</p>
<p>หลังการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ชาวเมืองจำนวนมากรายงานว่าท้องฟ้ายังคงมืดหม่นแม้ดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้ว ขณะที่ฝนที่ตกลงมาพร้อมเมฆสีดำกลับมีลักษณะผิดปกติ มีคราบมันคล้ายถูกปนเปื้อนน้ำมัน ส่งกลิ่นไหม้และสารเคมีลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ</p>
<p>ฝนที่ตกลงมาจากสงครามดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็น “ฝนกรดสีดำ” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์มลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำอย่างแม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบ เมื่อฝนที่มีความเป็นกรดไหลผ่านดิน จะชะล้างอะลูมิเนียมจากดินลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้ระดับความเป็นกรดเพิ่มขึ้นและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหลายชนิด</p>
<p>ฝนกรดยังสร้างความเสียหายต่อพืชและป่าไม้  ทำให้ดินสูญเสียแร่ธาตุและสารอาหารสำคัญที่ต้นไม้ต้องใช้ในการเจริญเติบโต พร้อมทั้งปล่อยอะลูมิเนียมที่เป็นพิษต่อรากพืช ในพื้นที่ภูเขาหรือที่สูง หมอกและเมฆที่มีความเป็นกรดยังสามารถทำลายใบและเข็มสนของต้นไม้ ส่งผลให้ต้นไม้ดูดซับแสงแดดได้น้อยลง อ่อนแอต่อความหนาวและโรค</p>
<p>ขณะเดียวกัน มลพิษที่เป็นต้นเหตุของฝนกรดยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ และการระคายเคืองดวงตา โดยเฉพาะก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่มีส่วนก่อให้เกิดโอโซนระดับพื้นดิน ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ชาวเมืองบางส่วนรายงานว่ามีอาการปวดศีรษะและหายใจลำบาก</p>
<p>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของอิหร่านจึงออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ขณะที่สภากาชาดอิหร่านระบุว่า การระเบิดของคลังน้ำมันทำให้มีการปล่อยสารพิษจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ ทั้งสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซัลเฟอร์ และไนโตรเจนออกไซด์ พร้อมเตือนว่าหากเกิดฝนตกในช่วงที่มลพิษยังคงลอยอยู่ในอากาศ หยดฝนอาจมีความเป็นกรดสูงและเป็นอันตรายต่อผิวหนังและปอดอย่างรุนแรง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ควันพิษและฝนกรดสีดำเหนือกรุงเตหะรานหลังการโจมตีคลังน้ำมัน ไม่ได้สะท้อนเพียงความรุนแรงของสงครามในเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็น “มิติที่ถูกมองข้าม” ของความขัดแย้งสมัยใหม่ อย่างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสนามรบโดยตรง แต่กลับประกอบสร้างความย้อนแย้งของโลกยุคปัจจุบัน ในขณะที่ประชาชนทั่วโลกพยายามลดการใช้พลาสติก ประหยัดพลังงาน หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลอดกระดาษ ใช้ถุงผ้า หรือนวัตกรรมรักษ์โลกอีกมากมาย</p>
<p>แต่ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม อุตสาหกรรมพลังงาน หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล กลับสามารถปล่อยมลพิษในปริมาณมหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สิ่งนี้ทำให้คำถามสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่แค่ที่พฤติกรรมของ “คนตัวเล็ก” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจระดับนโยบายและโครงสร้างอำนาจที่กำหนดทิศทางการใช้ทรัพยากรของโลก</p>
<hr />
<p>ที่มา : ALJAZEERA, Earth, EPA, Time of Israel</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/">สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SolarEdge ประกาศร่วมทุนกับ AMPEERS ENERGY สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมัน มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-ampeers-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-ampeers-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 03:37:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[AMPEERS ENERGY]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารที่พักอาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32743</guid>

					<description><![CDATA[<p>มิลปิตาส, แคลิฟอร์เนีย และมิวนิก, เยอรมนี – 7 มีนาคม 2567 – SolarEdge Technologies, Inc. (“SolarEdge”) (NASDAQ: SEDG) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรกับ AMPEERS ENERGY (&#8220;AMPEERS&#8221;) สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมัน ผู้พัฒนาโซลูชั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน ครอบคลุมบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรายทั่วเยอรมนีและออสเตรีย ความร่วมมือครั้งนี้ผสานเทคโนโลยี, ซอฟต์แวร์, และบริการจากทั้ง SolarEdge (พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานอัจฉริยะ) และแพลตฟอร์ม AMPEERS&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-ampeers-energy/">SolarEdge ประกาศร่วมทุนกับ AMPEERS ENERGY สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมัน มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มิลปิตาส, แคลิฟอร์เนีย และมิวนิก, เยอรมนี – 7 มีนาคม 2567 – <strong><a href="https://www.solaredge.com/us" target="_blank" rel="noopener">SolarEdge Technologies</a>, Inc. (“SolarEdge”) (NASDAQ: SEDG) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ประกาศลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรกับ AMPEERS ENERGY (&#8220;AMPEERS&#8221;) สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมัน ผู้พัฒนาโซลูชั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน ครอบคลุมบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรายทั่วเยอรมนีและออสเตรีย</strong></p>
<p><span id="more-32743"></span></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ผสานเทคโนโลยี, ซอฟต์แวร์, และบริการจากทั้ง SolarEdge (พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานอัจฉริยะ) และแพลตฟอร์ม AMPEERS สร้างสรรค์โซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรสำหรับผู้เช่าอาคาร โซลูชั่นนี้มอบทางเลือกที่ครอบคลุมสำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในการสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การวางแผน, การติดตั้ง, การเงิน สำหรับระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่สำรอง, ระบบคิดค่าไฟสำหรับผู้เช่า, โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า, และเทคโนโลยีทำความร้อนรูปแบบใหม่ โซลูชั่นนี้มุ่งสร้างประโยชน์ทั้งแก่เจ้าของที่ดินและผู้เช่า ด้วยการประหยัดค่าไฟจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในอาคาร และติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบคิดค่าไฟสำหรับผู้เช่าได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย</p>
<p>เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์อันล้ำสมัยของ SolarEdge ที่มีคุณสมบัติเด่น เช่น ระบบความปลอดภัยบิลด์อินในตัว, เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า, ความยืดหยุ่นในการออกแบบ, และลดต้นทุนการดูแลรักษา ล้วนส่งผลดีต่ออาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือนซึ่งมีพื้นที่หลังคาจำกัด</p>
<p>การลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรกับ AMPEERS ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ SolarEdge ในการคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของผู้เช่าในเยอรมนี [1]  และยังเป็นการขยายตลาดไปยังกลุ่มอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือนทั่วทั้งยุโรป</p>
<p><strong>Zvi Lando, CEO </strong><strong>ของ</strong><strong> SolarEdge Technologies,</strong> กล่าวว่า<em> &#8220;ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งในเยอรมนีอาศัยอยู่ในอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน โดยส่วนใหญ่เช่าอาคารเหล่านี้ การร่วมมือกับ </em><em>AMPEERS </em><em>ในการนำเสนอโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจรแก่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะอาดและประหยัดให้กับผู้คนจำนวนมากขึ้นทั่วประเทศ&#8221;</em></p>
<p><strong>Dr. Karsten Schmidt, CEO </strong><strong>และผู้ก่อตั้งร่วมของ </strong><strong>AMPEERS ENERGY</strong> กล่าวว่า <em>&#8220;SolarEdge </em><em>เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนอัจฉริยะ ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นแนวทางแบบองค์รวมที่ผสานเทคโนโลยี</em><em>, ซอฟต์แวร์, และบริการ เราตั้งใจมอบโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผู้เช่าที่ปรับขยายได้</em></p>
<p>การลงทุนนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดตามปกติบางประการและการอนุมัติตามข้อกำหนด และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2567</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>แคปชั่นภาพ</strong>: การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากที่พักอาศัยด้วยปั๊มความร้อนและระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ – มุมมองจากด้านบนของเขต Duisburg-Ungelsheim <em>(</em><em>ภาพจาก</em><em>: AMPEERS ENERGY)</em></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-ampeers-energy/">SolarEdge ประกาศร่วมทุนกับ AMPEERS ENERGY สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมัน มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาคารที่พักอาศัยหลายหลังคาเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/solaredge-ampeers-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดลล์ เทคโนโลยีส์ สนับสนุน Sagarmatha Next Centre ในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ปัญหาขยะพลาสติกบนยอดเขาเอเวอเรสต์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dell-technologies-supports-sagarmatha-next-centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dell-technologies-supports-sagarmatha-next-centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 09:11:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Sagarmatha Next Centre]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เดลล์ เทคโนโลยีส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอเวอเรสต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30824</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนมีสูงถึงกว่า 80,000 คนในแต่ละปี เอเวอเรสต์ คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางในการเดินเทรคกิ้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก คือที่ที่ผู้คนล้วนต้องการมาเติมเต็มความฝัน อีกทั้งมาเพื่อพิสูจน์ขีดจํากัดของตัวเอง นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นที่ที่ผู้คนนำพาขยะมาทิ้งทับถมไว้เป็นจำนวนโดยประมาณถึง 250 ตันต่อปีอีกด้วย สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเราในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เดลล์ เทคโนโลยีส์พร้อมให้การสนับสนุน Sagarmatha Next Centre องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งดำเนินการโดยนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น โดยตัวศูนย์ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับ Syangboche Namche Bazar บนเส้นทางเบสแคมป์บนเทือกเขาเอเวอเรสต์ ทำหน้าที่ในการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กําลังเพิ่มมากขึ้น และพยายามมองหาวิธีในการลดผลกระทบที่เกิดจากขยะ Sagarmatha Next&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dell-technologies-supports-sagarmatha-next-centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste/">เดลล์ เทคโนโลยีส์ สนับสนุน Sagarmatha Next Centre ในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ปัญหาขยะพลาสติกบนยอดเขาเอเวอเรสต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนมีสูงถึงกว่า 80,000 คนในแต่ละปี <span style="color: #6cb742;">เอเวอเรสต์</span> คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางในการเดินเทรคกิ้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก คือที่ที่ผู้คนล้วนต้องการมาเติมเต็มความฝัน อีกทั้งมาเพื่อพิสูจน์ขีดจํากัดของตัวเอง นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นที่ที่ผู้คนนำพาขยะมาทิ้งทับถมไว้เป็นจำนวนโดยประมาณถึง 250 ตันต่อปีอีกด้วย</strong></p>
<p><span id="more-30824"></span></p>
<p>สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเราในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เดลล์ เทคโนโลยีส์พร้อมให้การสนับสนุน Sagarmatha Next Centre องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งดำเนินการโดยนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น โดยตัวศูนย์ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับ Syangboche Namche Bazar บนเส้นทางเบสแคมป์บนเทือกเขาเอเวอเรสต์ ทำหน้าที่ในการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กําลังเพิ่มมากขึ้น และพยายามมองหาวิธีในการลดผลกระทบที่เกิดจากขยะ</p>
<figure id="attachment_30826" aria-describedby="caption-attachment-30826" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-30826" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-02.jpg" alt="Sagarmatha Next Centre" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-30826" class="wp-caption-text">Sagarmatha Next Centre</figcaption></figure>
<p><strong>Sagarmatha Next Centre</strong> ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,775 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่ต้องหยุดพัก (Must-stop) สําหรับนักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือนเส้นทางปีนเขาเพื่อขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการทำงานและความพยายามขององค์กรให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจในหมู่นักปีนเขาทุกคนที่ผ่านเข้ามา</p>
<p>สําหรับโครงการนี้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ได้ทํางานร่วมกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>มาร์ติน เอ็ดสตรอม</strong></span> <strong>นักสํารวจของเนชันแนล จีโอกราฟิค (National Geographic)</strong> ในการสร้างภาพยนตร์ที่เป็นวิดีโอสั้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในทางลบของขยะที่มีต่อพื้นที่แห่งนี้ ในขั้นตอนต่อไปของเดลล์คือการส่งมอบเทคโนโลยีล้ำสมัยให้กับ Sagarmatha Next Centre ทั้งเพื่อโชว์เคสวิดีโอ และเพื่อให้โอกาสเสริมเพิ่มเติมในการยกระดับประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ผ่านหน้าจอวิดีโอ โปรเจคเตอร์แบบอินเทอแอคทีฟที่สามารถตอบโต้ (Interact) ได้</p>
<p>โดย Sagarmatha Next Centre ใช้เทคโนโลยีส์ที่ได้รับจากเดลล์ เทคโนโลยีส์ในการสร้างความตระหนักรู้ ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>นิทรรศการดิจิทัล นักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือนสามารถสำรวจและได้รับประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ทุกตารางนิ้วของการอำนวยความสะดวกภายในศูนย์ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไป</li>
<li>แผนที่ภายในพื้นที่และเส้นทางทั่วไป นักเดินทางสามารถมองเห็น 17 เส้นทางการปีนเขาที่แตกต่างกันที่จะนำไปสู่เบสแคมป์ของยอดเขาเอเวอร์เรสต์ รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางอื่นๆ ภายในหุบเขา 4 แห่งภายในพื้นที่แวดล้อม</li>
<li>การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะแบบฝังกลบ (Landsfills) – นักเดินทางจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่มากกว่า 80 แห่งที่เป็นพื้นที่ในการจัดการขยะแบบฝังกลบบนเอเวอร์เรสต์ รวมถึงวิธีการที่สามารถทำได้ในการลดปัญหาขยะที่ถูกทิ้งให้ลดน้อยลง</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30827" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-03.jpg" alt="" width="740" height="463" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-03-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-03-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-03-500x313.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้วยพลังของพีซี OptiPlex Micro Form Factor มอนิเตอร์ Dell 55 4K Interactive Touch ที่มาพร้อมเทคโนโลยี InGlassTM Touch 20 จุดและเทคโนโลยี Palm Rejection ช่วยให้นักเดินทางสามารถมีปฏิสัมพันธ์ หรือ interact กับมอนิเตอร์พร้อมกันหลายๆ คนได้อย่างต่อเนื่อง ตัวมอนิเตอร์มากับเทคโนโลยี In-Plane Switching (IPS) ที่ให้สีคมชัดเที่ยงตรงสมจริง พร้อมมุมมองในมุมกว้าง (Wide Angle) ซึ่งเหมาะสมอย่างที่สุดสำหรับการเรียนรู้เป็นหมู่คณะแม้กระทั่งอยู่ในช่วงเวลาระหว่างวันที่แสงแดดแผดจ้าในพื้นที่ที่ระดับความสูงขนาดนี้</p>
<p>สำหรับผู้มาเยือนอีกหลายต่อหลายคนที่เดินทางขึ้นสู่เอเวอร์เรสต์ เบสแคมป์ และอาจไม่สามารถปีนขึ้นสู่ซัมมิทที่สูงถึง 8,850 เมตรได้ ที่นี่ยังให้ประสบการณ์ผ่าน VR ที่เอ็ดสตรอมสร้างขึ้นเพื่อนำพายอดสูงสุดของเอเวอร์เรสต์มาอยู่ต่อหน้าด้วยการใช้พลังและการสร้างสรรค์บน Dell Precision โมบายเวิร์กสเตชั่นจากเดลล์</p>
<p>การให้การสนับสนุนของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การให้เทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงบริจาคให้กับแนวคิดริเริ่มของโครงการ <strong>Carry Me Back</strong> ของ Sagarmatha Next อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30828" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-04.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Dell-Technologies-supports-Sagarmatha-Next-Centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เมื่อผู้มาเยี่ยมชมออกจากศูนย์ไปแล้ว พวกเขาต่างได้รับกำลังใจในการกระตุ้นให้พวกเขานำเอาสิ่งที่เรียนรู้ติดตัวไปและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา โครงการ Carry Me Back ที่ริเริ่มขึ้นให้โอกาสเหล่านักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือนในการช่วยกำจัดขยะ ด้วยการเก็บพวกมันลงถังขยะที่มีอยู่ก่อนที่จะถูกลำเลียงเพื่อไปรีไซเคิลต่อที่กาฐมาณฑุ ด้วยแนวคิดริเริ่มนี้ องค์กรประสบความสำเร็จในการกำจัดขยะถึงกว่า 5,000 ถุง หรือคิดเป็นจำนวนขยะถึง 5,000 กิโลกรัมออกจากเอเวอเรสต์นับตั้งแต่วันที่โครงการเริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายนของปี 2022 ซึ่งขยะโดยส่วนใหญ่จะถูกนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dell-technologies-supports-sagarmatha-next-centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste/">เดลล์ เทคโนโลยีส์ สนับสนุน Sagarmatha Next Centre ในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ปัญหาขยะพลาสติกบนยอดเขาเอเวอเรสต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dell-technologies-supports-sagarmatha-next-centre-to-raise-awareness-of-plastic-waste/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Nissin ประกาศบะหมี่ถ้วยเวอร์ชั่นใหม่เข้าไมโครเวฟได้ แถมไม่ต้องรอ 3 นาที</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nissin/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nissin/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 01:50:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Nissin]]></category>
		<category><![CDATA[Nissin Cup Noodles]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้ไมโครเวฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[โพลีสไตรีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30764</guid>

					<description><![CDATA[<p>Nissin Cup Noodles พัฒนาไปอีกขั้นสามารถนำบรรจุภัณฑ์ถ้วยกระดาษรีไซเคิลเข้าตู้ไมโครเวฟได้ และไม่ต้องรอนานถึง 3 นาที โจเซฟ ลามูร์ จากวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เขียนบทความบนเว็บไซต์ข่าวเมืองลุงแซมอย่าง Today ซึ่งรายงานเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยบทความดังกล่าวได้เปิดเผยถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin Cup Noodles บะหมี่ชื่อดังของประเทศญี่นปุ่น ที่เตรียมพัฒนาไปอีกขั้นสามารถเข้าตู้ไมโครเวฟได้เลยโดยไม่ต้องต้มน้ำให้เสียเวลาอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของแบรนด์ Nissin นับตั้งแต่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาปี 1973 โดยที่บะหมี่รุ่นเก่ากำลังจะยกลิกใช้ถ้วยที่ผลิตจาก โพลีสไตรีน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nissin/">Nissin ประกาศบะหมี่ถ้วยเวอร์ชั่นใหม่เข้าไมโครเวฟได้ แถมไม่ต้องรอ 3 นาที</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Nissin Cup Noodles พัฒนาไปอีกขั้นสามารถนำบรรจุภัณฑ์ถ้วยกระดาษรีไซเคิลเข้าตู้ไมโครเวฟได้ และไม่ต้องรอนานถึง 3 นาที</strong> <span id="more-30764"></span> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30765" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000.jpg" alt="" width="750" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/23_NISSIN_Content_Product_CN_Base_Chicken_SM_X1_0140_retouched_R1V1_3000x3000-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /> โจเซฟ ลามูร์ จากวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เขียนบทความบนเว็บไซต์ข่าวเมืองลุงแซมอย่าง Today ซึ่งรายงานเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยบทความดังกล่าวได้เปิดเผยถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin Cup Noodles บะหมี่ชื่อดังของประเทศญี่นปุ่น ที่เตรียมพัฒนาไปอีกขั้นสามารถเข้าตู้ไมโครเวฟได้เลยโดยไม่ต้องต้มน้ำให้เสียเวลาอีกต่อไป</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของแบรนด์ Nissin นับตั้งแต่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาปี 1973 โดยที่บะหมี่รุ่นเก่ากำลังจะยกลิกใช้ถ้วยที่ผลิตจาก โพลีสไตรีน (PS) เปลี่ยนไปเป็นถ้วยกระดาษเวอร์ชันใหม่จากเส้นใยรีไซเคิล 40% กระดาษรีไซเคิล 100% และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2024</p>



<p>นอกจากบะหมี่ถ้วยโฉมใหม่สามารถเข้าไมโครเวฟได้แล้ว ยังใช้เวลาเพียง 2 นาที 15 วินาที่ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติของบะหมี่ถ้วยในปัจจุบันที่ใช้เวลา 3 นาทีในการรอ ยังไม่รวมขั้นตอนต้มน้ำ</p>



<p>&#8220;นับตั้งแต่การคิดค้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อน บะหมี่ถ้วยได้กลายเป็นเสาหลักทางวัฒนธรรมและอาหารหลักของครอบครัวทั่วโลก, ในขณะที่บะหมี่ถ้วยยังคงมีรสชาติที่น่าพอใจและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหมือนเดิม แต่เรายังคงมองหาแนวทางในการพัฒนาแบรนด์ของเราเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและโลกในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์และถ้วยกระดาษใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบะหมี่คัพและเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม&#8221; ไมเคิล ไพรซ์ ประธานและซีอีโอของ Nissin Foods America กล่าว</p>



<p>สำหรับการเปลี่ยนไปใช้ถ้วยกระดาษของ Cup Noodles เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Earth Food Challenge 2030 ของ Nissin ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่เริ่มลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050</p>
<hr />


<p>ที่มา : <a href="https://www.today.com/food/news/cup-noodles-microwaveable-paper-packaging-rcna122500" target="_blank" rel="noopener">today</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nissin/">Nissin ประกาศบะหมี่ถ้วยเวอร์ชั่นใหม่เข้าไมโครเวฟได้ แถมไม่ต้องรอ 3 นาที</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nissin/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EU ลดการพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญจากจีน สำหรับการผลิตแบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eu-battery-solar-materials/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eu-battery-solar-materials/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Sep 2023 02:46:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Rare Earth]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ EV]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[แร่หายาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29910</guid>

					<description><![CDATA[<p>“Rare Earth” หรือแร่หายาก นับเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสมาร์ทโฟน การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างการผลิตกังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ และอย่างที่หลายๆ คนทราบกันดี แหล่งผลิตสำคัญของแร่หายากที่ว่านี้ ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 80% ของแร่หายากทั่วโลก จึงนับได้ว่าประเทศจีนถือว่ากึงผูกขาดแร่หายาก และปัจจุบันการจัดหาวัตถุดิบได้กลายมาเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสหภาพยุโรปก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ และพยายามเปลี่ยนกลยุทธ์อุตสาหกรรมเพื่อลดการพึงพาการนำเข้าจากจีน หลายๆ ประเทศในยุโรปจึงได้หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่เพื่อผลิตแร่หายากด้วยตนเอง โดยที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่สำคัญจากภายนอกยุโรป สหภาพยุโรปได้เสนอกฏหมายว่าด้วยวัตถุดิบสำคัญของยุโรป (European Critical Raw Materials Act) เพื่อเข้ามามีส่วนช่วยในห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eu-battery-solar-materials/">EU ลดการพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญจากจีน สำหรับการผลิตแบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“Rare Earth” หรือแร่หายาก นับเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสมาร์ทโฟน การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างการผลิตกังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์</strong></p>
<p><span id="more-29910"></span></p>
<p>และอย่างที่หลายๆ คนทราบกันดี แหล่งผลิตสำคัญของแร่หายากที่ว่านี้ ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 80% ของแร่หายากทั่วโลก จึงนับได้ว่าประเทศจีนถือว่ากึงผูกขาดแร่หายาก และปัจจุบันการจัดหาวัตถุดิบได้กลายมาเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสหภาพยุโรปก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ และพยายามเปลี่ยนกลยุทธ์อุตสาหกรรมเพื่อลดการพึงพาการนำเข้าจากจีน หลายๆ ประเทศในยุโรปจึงได้หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่เพื่อผลิตแร่หายากด้วยตนเอง</p>
<p>โดยที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่สำคัญจากภายนอกยุโรป สหภาพยุโรปได้เสนอกฏหมายว่าด้วยวัตถุดิบสำคัญของยุโรป (European Critical Raw Materials Act) เพื่อเข้ามามีส่วนช่วยในห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความแข่งแกร่ง และสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในสหภาพยุโรป</p>
<p>และล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ลงมติแผนการจัดหาวัตถุดิบสำคัญที่จำเป็นในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน เพื่อพยายามผลักดันให้มีการกระจ่ายแหล่งวัตถุดิบ ลดการพึ่งพาจากจีน โดยตั้งเป้าภายในปี 2030 ให้บริษัทเหมืองแร่ภายในยุโรปจะต้องไม่พึงพาประเทศใดประเทศหนึ่งเกิน 65% ของการจัดหาวัตถุดิบเชิงกลยุทธ์ใดๆ</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการด้านเศรษฐกิจด้วยพลังงานสะอาดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล สหภาพยุโรปจำเป็นต้องมีวัตถุดิบสำคัญ เช่น ลิเธียมสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และซิลิคอนสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ในแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งปัจจุบันต้องจัดหาวัตถุดิบหายากเหล่านี้จากหลายประเทศ ซึ่งร่วมทั้งจีนด้วย</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด จำเป็นต้องมีปัจจัยการผลิตจำนวนมากจากแร่ธาตุสำคัญ โดยเฉพาะแร่ธาตุสำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ นิกเกิล โคบอลต์ ลิเธียม ทองแดง และนีโอไดเมียม (รวมถึงอื่นๆ อย่าง เหล็ก ซีเมนต์ พลาสติก และอะลูมิเนียม) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานหลายประเภท ตั้งแต่กังหันลมและแบตเตอรี่ EV ไปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้า ความต้องการแร่ธาตุสำคัญทั้ง 5 ชนิดนี้ จะเพิ่มขึ้น 1.5 ถึง 7 เท่าภายในปี 2030 ในสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (NZE)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>แหล่งที่มา :</p>
<ul>
<li>www.theguardian.com</li>
<li>www.iea.org</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eu-battery-solar-materials/">EU ลดการพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญจากจีน สำหรับการผลิตแบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eu-battery-solar-materials/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SSAB เปิดตัวเหล็กกล้าคาร์บอนศูนย์ จากเหล็กรีไซเคิล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ssab/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ssab/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Aug 2023 02:14:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[SSAB]]></category>
		<category><![CDATA[SSAB Zero(TM)]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo Group]]></category>
		<category><![CDATA[การลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็กกล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29472</guid>

					<description><![CDATA[<p>SSAB ผลิตเหล็กกล้า ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากเหล็กรีไซเคิลแบรนด์แรกของโลก พร้อมส่งมอบให้บรัษัท Volvo Group ใช้งานต่อไป SSAB เปิดตัว SSAB Zero(TM) ซึ่งเป็นเหล็กกล้าที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากเหล็กรีไซเคิล และผลิตโดยใช้พลังงานที่ไร้ฟอสซิล นับเป็นเหล็กกล้าเพื่อการพาณิชย์แบรนด์แรกที่ทำเช่นนี้ได้ และจะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2023 ซึ่งหมายความว่า SSAB จะมีข้อเสนอที่ครอบคลุมสำหรับเหล็กกล้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมเหล็ก ทั้งนี้ Volvo Group ได้ลงนามในข้อตกลงการส่งมอบแล้ว ณ ตอนที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ SSAB ผลิตเหล็กกล้าจากทั้งแร่เหล็ก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ssab/">SSAB เปิดตัวเหล็กกล้าคาร์บอนศูนย์ จากเหล็กรีไซเคิล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SSAB ผลิตเหล็กกล้า ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากเหล็กรีไซเคิลแบรนด์แรกของโลก พร้อมส่งมอบให้บรัษัท Volvo Group ใช้งานต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-29472"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29473" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab.jpg" alt="SSAB Zero(TM)" width="750" height="394" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab-300x158.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab-768x403.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ssab-500x263.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>SSAB เปิดตัว SSAB Zero(TM) ซึ่งเป็นเหล็กกล้าที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากเหล็กรีไซเคิล และผลิตโดยใช้พลังงานที่ไร้ฟอสซิล นับเป็นเหล็กกล้าเพื่อการพาณิชย์แบรนด์แรกที่ทำเช่นนี้ได้ และจะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2023 ซึ่งหมายความว่า SSAB จะมีข้อเสนอที่ครอบคลุมสำหรับเหล็กกล้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมเหล็ก ทั้งนี้ Volvo Group ได้ลงนามในข้อตกลงการส่งมอบแล้ว ณ ตอนที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์</p>
<p>SSAB ผลิตเหล็กกล้าจากทั้งแร่เหล็ก (ปัจจุบันใช้เตาสูงในการผลิต) และเหล็กกล้ารีไซเคิล (ผลิตด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า)</p>
<p>&#8220;เราภาคภูมิใจที่วันนี้เราสามารถเสริมให้พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ SSAB Zero(TM) เพราะเราเล็งเห็นว่าลูกค้ามีความต้องการเหล็กกล้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำเพิ่มมากขึ้น&#8221; Martin Lindqvist ประธานและซีอีโอของ SSAB กล่าว &#8220;ด้วยการปรับปรุงกระบวนการผลิตเหล็กให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เราจะสามารถมอบข้อเสนอที่ครอบคลุมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในขณะที่ลดผลกระทบต่อโลกลงด้วย นับเป็นเรื่องน่าพึงพอใจอย่างยิ่งที่เราสามารถลงนามในข้อตกลงสำหรับผลิตภัณฑ์ SSAB Zero(TM) กับทาง Volvo Group ได้ตั้งแต่วันเปิดตัว&#8221;</p>
<p>&#8220;เรามีความมั่นใจจากการพัฒนาทางเลือกที่ปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง เรามาถึงก้าวสำคัญด้วยการนำวัสดุที่ทำจากเหล็กกล้ารีไซเคิลซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ นั่นคือ SSAB Zero(TM) มาใช้กับผลิตภัณฑ์ของเรา เมื่อประกอบกับเหล็กกล้าไร้ฟอสซิลที่เปิดตัวไปแล้ว นี่คืออีกก้าวหนึ่งสู่การขนส่งที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (climate-neutral) และการร่วมมือกับ SSAB ก็ช่วยเร่งการพัฒนานี้ให้เร็วขึ้น&#8221; Martin Lundstedt ประธานและซีอีโอของ Volvo Group กล่าว</p>
<p>SSAB Zero(TM) เป็นเหล็กกล้าที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งผลิตจากเหล็กกล้ารีไซเคิลและใช้พลังงานที่ไร้ฟอสซิล โดยไม่มีการชดเชยการปล่อยคาร์บอน และ Mass balancing allocation ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คุณภาพและคุณสมบัติของ SSAB Zero(TM) นั้นจะเท่ากับเหล็กกล้าเกรดปกติของ SSAB เป้าหมายคือการส่งมอบ SSAB Zero(TM) จำนวน 40,000 ตันให้กับตลาดในปี 2023 และเพิ่มเป็นประมาณ 100,000 ตันในปี 2025</p>
<p>ในปี 2021 SSAB ได้ส่งมอบแผ่นเหล็กกล้าไร้ฟอสซิลแผ่นแรกของโลกให้กับ Volvo Group และในปี 2022 SSAB ได้ส่งมอบแผ่นเหล็กกล้าไร้ฟอสซิลจำนวน 500 ตันให้กับลูกค้ารายสำคัญในเชิงกลยุทธ์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ssab/">SSAB เปิดตัวเหล็กกล้าคาร์บอนศูนย์ จากเหล็กรีไซเคิล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ssab/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชาวบ้านยกนิ้ว นายกญี่ปุ่นสั่งลุยปล่อยน้ำปนเปื้อนลงทะเล ท่ามกลางกลุ่มต่อต้าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/japan-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/japan-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 08:57:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปนเปื้อนรังสี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูมิโอะ คิชิดะ]]></category>
		<category><![CDATA[สารปนเปื้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29372</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ออกคำสั่งให้ปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีจากโรงไฟฟ้าลงทะเลกว่า 1 ล้านเมตริกตัน โดยได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงทั้งคนในประเทศ ร่วมถึงประเทศเพื่อนบ้าน  แผนการปล่อยโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ได้รับอนุมัติให้ปล่อยน้ำที่ค้างตั้งแต่สึนามิเข้าถล่มเมื่อปี 2554 ลงสู่ทะเลตั้งแต่ 2 ปีก่อน ซึ่งแม้น้ำจะผ่านการบำบัดรังสีด้วยเทคโนโลยี ALPS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ชาวประมงรวมถึงชาวบ้านโดยรอบยังคงแสดงความกังวลเสมอมา จนเมื่อล่าสุดโรงไฟฟ้าดังกล่าวถึงคราวปลดระวาง ส่งผลให้ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีแดนอาทิตย์อุทัย มีคำสั่งให้ปล่อยน้ำลงสู้ทะเลทันทีในวันที่ 24 ส.ค. นี้ “ผมขอให้สัญญาว่า รัฐบาลจะดูแลรับผิดชอบให้อุตสาหกรรมประมงของเรายังคงเดินหน้าต่อไปได้ ต่อให้จะต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีก็ตาม”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/japan-2/">ชาวบ้านยกนิ้ว นายกญี่ปุ่นสั่งลุยปล่อยน้ำปนเปื้อนลงทะเล ท่ามกลางกลุ่มต่อต้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ออกคำสั่งให้ปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีจากโรงไฟฟ้าลงทะเลกว่า 1 ล้านเมตริกตัน โดยได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงทั้งคนในประเทศ ร่วมถึงประเทศเพื่อนบ้าน </strong></p>
<p><span id="more-29372"></span></p>
<p><figure id="attachment_29381" aria-describedby="caption-attachment-29381" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29381" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5.jpg" alt="fukushima daiichi nuclear power plant" width="750" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5-300x197.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5-768x504.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-5-500x328.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-29381" class="wp-caption-text">(AP Images )</figcaption></figure></p>
<p>แผนการปล่อยโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ได้รับอนุมัติให้ปล่อยน้ำที่ค้างตั้งแต่สึนามิเข้าถล่มเมื่อปี 2554 ลงสู่ทะเลตั้งแต่ 2 ปีก่อน ซึ่งแม้น้ำจะผ่านการบำบัดรังสีด้วยเทคโนโลยี ALPS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ชาวประมงรวมถึงชาวบ้านโดยรอบยังคงแสดงความกังวลเสมอมา จนเมื่อล่าสุดโรงไฟฟ้าดังกล่าวถึงคราวปลดระวาง ส่งผลให้ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีแดนอาทิตย์อุทัย มีคำสั่งให้ปล่อยน้ำลงสู้ทะเลทันทีในวันที่ 24 ส.ค. นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29380" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6.jpg" alt="fukushima daiichi nuclear power plant" width="750" height="536" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6-768x549.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-6-500x357.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ผมขอให้สัญญาว่า รัฐบาลจะดูแลรับผิดชอบให้อุตสาหกรรมประมงของเรายังคงเดินหน้าต่อไปได้ ต่อให้จะต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีก็ตาม” คิชิดะ กล่าว</p>
<p>ด้าน หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมาแสดงความห่วงใยต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล รวมถึงชาวบ้านโดยรอบที่ต้องอาศัยน้ำในการดำรงณ์ชีวิต ซึ่งอาจกินดื่มหรือใช้โดยมีสารปนเปื้อนปนอยู่ก็เป็นได้ และหากมีสารปนเปื้อนก็จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วเนื่องจากสารได้กระจายสู่ทะเลเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังประณามการกระทำของคิชิดะว่าเป็นบุคคลที่เห็นแก่ตัว พร้อมสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่นที่มีภัยเสี่ยงต่อปนเปื้อนจำนวน 10 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4.jpg" alt="" width="750" height="410" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4-300x164.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4-768x419.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/japan-4-500x273.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ขณะที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านนิวเคลียร์ได้รวมตัวกันหน้าสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพื่อคัดค้านการตัดสินใจของรัฐบาล โดยมีผู้ชุมนุมราว 230 คน ซึ่งนายมาซาชิ ทานิ ผู้อำนวยการของสภาญี่ปุ่นฝ่ายต่อต้านระเบิดปรมาณูและระเบิดไฮโดรเจน ได้ออกมากล่าวว่า “เราไม่รู้ว่าการปล่อยน้ำปนเปื้อนลงสู่ทะเลจะใช้เวลานานเพียงใด และสิ่งนี้จะทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง”</p>
<hr />
<p>ภาพจาก : <a href="https://www.facebook.com/FrontlineStoriesFromReporters">CGTN Frontline </a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/japan-2/">ชาวบ้านยกนิ้ว นายกญี่ปุ่นสั่งลุยปล่อยน้ำปนเปื้อนลงทะเล ท่ามกลางกลุ่มต่อต้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/japan-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/methane/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/methane/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 06:34:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Semtex]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซมีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศแคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[วัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29362</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศแคนาดา เตรียมประกาศข่าวดี เมื่อลูกวัวฝูงแรกที่รัฐออนแทรีโอ ที่มีกำหนดตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลกปีหน้าพร้อมกับการช่วยโลกด้วยการลดปล่อยก๊าซมีเทน สำนักข่าว รอยเตอร์ส สื่อดังเมืองผู้ดี รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในฤดูใบไม้ผลิหน้า (มี.ค. &#8211; มิ.ย.) ลูกวัวของชาวแคนาดานามว่า เบน โลวิธ ซึ่งลูกวัวของเขาจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก และถือเป็นฝูงวัวหนึ่งในตัวแรกของโลกที่คลอดออกมาด้วยเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยคัดจากพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมของก๊าซมีเทนต่ำ ผสมเทียมกับวัวเพศเมีย 107 ที่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน &#8220;ตราบใดที่เราไม่เสียสละคุณสมบัติอื่นๆ การสืบพันธุ์แบบเลือกสรรเพื่อลดการปล่อยมลพิษดูเหมือนจะเป็นชัยชนะที่ง่ายดาย&#8221; ลอวิชญ์ ชาวนารุ่นที่สาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนผสมเทียมวัวในรัฐออนแทรีโอ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/methane/">ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศแคนาดา เตรียมประกาศข่าวดี เมื่อลูกวัวฝูงแรกที่รัฐออนแทรีโอ ที่มีกำหนดตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลกปีหน้าพร้อมกับการช่วยโลกด้วยการลดปล่อยก๊าซมีเทน</strong></p>
<p><span id="more-29362"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29366" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280.jpg" alt="cow" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/cow-5177251_1280-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำนักข่าว รอยเตอร์ส สื่อดังเมืองผู้ดี รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในฤดูใบไม้ผลิหน้า (มี.ค. &#8211; มิ.ย.) ลูกวัวของชาวแคนาดานามว่า เบน โลวิธ ซึ่งลูกวัวของเขาจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก และถือเป็นฝูงวัวหนึ่งในตัวแรกของโลกที่คลอดออกมาด้วยเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยคัดจากพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมของก๊าซมีเทนต่ำ ผสมเทียมกับวัวเพศเมีย 107 ที่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน</p>
<p>&#8220;ตราบใดที่เราไม่เสียสละคุณสมบัติอื่นๆ การสืบพันธุ์แบบเลือกสรรเพื่อลดการปล่อยมลพิษดูเหมือนจะเป็นชัยชนะที่ง่ายดาย&#8221; ลอวิชญ์ ชาวนารุ่นที่สาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนผสมเทียมวัวในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา กล่าว</p>
<p>ด้านนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปศุสัตว์กล่าวว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางพันธุกรรมที่มีอยู่ในเชิงพาณิชย์สามารถผลิตโคที่ปล่อยก๊าซมีเทนน้อยลง ซึ่งอาจช่วยลดแหล่งที่มาของก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพได้มากที่สุด การกรนของวัวเรอหรือขับลมเป็นแหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนออกมา</p>
<p>บริษัทซีเม็กซ์ (Semtex) ซึ่งเป็นบริษัทพันธุกรรมขายน้ําอสุจิวัว กล่าวว่า วัวตัวผู้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในการปศุสัตว์แคนาดาได้ราว 1.5% ต่อปี และสูงสุดถึง 20-30% ภายในปี 2050 ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มทำการตลาดกับขายน้ําอสุจิใน 80 ประเทศ ช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ทั้งฟาร์มในสหราชอาณาจักรและฟาร์มนมในสหรัฐอเมริกา รวมถึงสโลวะเกีย</p>
<p>ข้อมูลจาก : <a href="https://www.reuters.com/business/environment/climate-friendly-cows-bred-belch-less-methane-2023-08-08/">Reuters</a></p>
<p>ภาพจาก : <a href="https://pixabay.com/th/users/protocultura-8153034/?utm_source=link-attribution&amp;utm_medium=referral&amp;utm_campaign=image&amp;utm_content=5177251">Protocultura</a> จาก <a href="https://pixabay.com/th//?utm_source=link-attribution&amp;utm_medium=referral&amp;utm_campaign=image&amp;utm_content=5177251">Pixabay</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/methane/">ลูกวัวแคนาดาฝูงแรกของโลก อาจช่วยโลกจากการลดปล่อยก๊าซมีเทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/methane/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ญี่ปุ่น ร่วมมือ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลกู้คืนซากแผ่นดินไหวในตุรกี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/japan-undp/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/japan-undp/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Aug 2023 09:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[UNDP]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานรีไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29298</guid>

					<description><![CDATA[<p>ญี่ปุ่น ร่วมมือกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติเพื่อสร้างสิ่งอํานวยความสะดวกในการกู้คืนซากปรักหักพังในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวในตุรกี ญี่ปุ่นร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลสองแห่งเพื่อกู้คืนเศษซากที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ทําลายล้างทางตอนใต้ของประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,921 คน และผู้บาดเจ็บ 15,834 คน จากการสั่นรุนแรงกว่า 7.8 ริกเตอร์ สำหรับความคิดริเริ่มความร่วมมือที่เรียกว่าโครงการความร่วมมือด้านความช่วยเหลือ Turkiya 2023 เป็นความพยายามร่วมกันของรัฐบาลญี่ปุ่นและUNDP โดยมีข้อตกลงที่สําคัญได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการในพิธีที่จัดขึ้นโดยสถานทูตญี่ปุ่นในนครอังการา เมืองหลวงของตุรกี ซึ่งข้อตกลงนี้ลงนามโดยเอกอัครราชทูต คัตสึมาตะ ทากาฮิโกะ และ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/japan-undp/">ญี่ปุ่น ร่วมมือ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลกู้คืนซากแผ่นดินไหวในตุรกี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ญี่ปุ่น ร่วมมือกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติเพื่อสร้างสิ่งอํานวยความสะดวกในการกู้คืนซากปรักหักพังในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวในตุรกี</strong></p>
<p><span id="more-29298"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29299" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1.jpg" alt="Japan, UNDP" width="750" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1-768x510.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-1-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ญี่ปุ่นร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลสองแห่งเพื่อกู้คืนเศษซากที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ทําลายล้างทางตอนใต้ของประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,921 คน และผู้บาดเจ็บ 15,834 คน จากการสั่นรุนแรงกว่า 7.8 ริกเตอร์</p>
<p>สำหรับความคิดริเริ่มความร่วมมือที่เรียกว่าโครงการความร่วมมือด้านความช่วยเหลือ Turkiya 2023 เป็นความพยายามร่วมกันของรัฐบาลญี่ปุ่นและUNDP โดยมีข้อตกลงที่สําคัญได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการในพิธีที่จัดขึ้นโดยสถานทูตญี่ปุ่นในนครอังการา เมืองหลวงของตุรกี ซึ่งข้อตกลงนี้ลงนามโดยเอกอัครราชทูต คัตสึมาตะ ทากาฮิโกะ และ ลุยซา วินทัน เป็นตัวแทนของ UNDP ที่ตกลงกันว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดของโครงการมีมูลค่าถึง 130.6 ล้านลีราตุรกี (ราว 4.82 ล้านเหรียญสหรัฐ) และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29300" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye.jpg" alt="Japan, UNDP" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Turkiye-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>หนึ่งในเป้าหมายหลักของงานนี้คือการรวบรวมและจัดเก็บเศษซากชั่วคราวรวมถึงวัสดุเช่นแร่ใยหินและของเสียอันตรายอื่นๆ เศษที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจะถูกเก็บรวบรวมและเก็บไว้ชั่วคราวในจังหวัดฮาตาอิและคาฮารามารา ในประเทศญี่ปุ่น นอกจกานี้ยังมีการวางแผนที่จะกําจัดและจัดการเศษเหล่านี้ในภายหลัง รวมถึงการจัดตั้งสถานที่รีไซเคิลสองแห่งที่เชี่ยวชาญในการจัดการเศษขยะโดยเฉพาะ</p>
<p>คัตสึมาตะ ทากาฮิโกะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำตุรกี แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตที่น่าเศร้าจากเหตุการณ์ดังกล่าว &#8220;เราสังเกตเห็นอันตรายต่อสุขภาพที่ประชาชนอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและผู้ที่เข้าร่วมในการกําจัดเศษซากเนื่องจากมีแร่ใยหินและองค์ประกอบที่เป็นอันตรายอื่นๆ</p>
<p>&#8220;ด้วยความมุ่งมั่นในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านสุขภาพสำหรับเร่งกระบวนการกู้คืน ผมภูมิใจที่จะประกาศอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้เงินสนับสนุน 700 ล้านเยน (ราว 170 ล้านบาท) แก่จังหวัดคาห์รามานมารัส และฮาไตที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว&#8221;</p>
<p>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์สองประการ ไม่เพียงแต่ช่วยในการกําจัดและกําจัดเศษซากที่เกิดจากแผ่นดินไหวในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่ยังช่วยในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ยืดหยุ่นและยังสนับสนุนเศรษฐกิจของตุรกีให้เดินต่อไป</p>
<p>ความร่วมมือนี้ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของกระทรวงสิ่งแวดล้อม การทําให้เป็นเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสาธารณรัฐตุรกี และ UNDP ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดการขยะที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติโดยตรง</p>
<p>ข้อมูลจาก : <a href="https://www.dailysabah.com/turkiye/japan-undp-set-up-debris-recycling-facility-in-turkiyes-quake-hit-zone/news">dailysabah</a></p>
<p>ภาพจาก : AA Photo</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/japan-undp/">ญี่ปุ่น ร่วมมือ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลกู้คืนซากแผ่นดินไหวในตุรกี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/japan-undp/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเบียร์สหรัฐฯ คิดค้นเบียร์บำบัด รีไซเคิลจากน้ำฝักบัว-อ่างล้างจาน ปลอดภัยผ่านการทดสอบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epic-onewater-brew/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/epic-onewater-brew/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Aug 2023 07:34:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Epic Cleantec]]></category>
		<category><![CDATA[Epic OneWater Brew]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เบียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28880</guid>

					<description><![CDATA[<p>Epic OneWater Brew นวัตกรรมเบียร์ที่ทำมาจากการบำบัดน้ำรีไซเคิลในอาคารอพาร์ตเมนต์หรูสูง 40 ชั้นซานฟรานซิสโก  สำนักข่าว CNN สื่อชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2566 โดยมีการเปิดเผยถึง บริษัทบำบัดน้ำ Epic Cleantec ที่ตั้งอยู่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมมือกับ โรงเบียร์ท้องถิ่นผลิตเบียร์ “Epic OneWater Brew” เป็นเบียร์ที่มีส่วนผสมจากน้ำรีไซเคิลจากฝักบัว อ่างล้างจาน และเครื่องซักผ้าของอาคารที่พักอาศัย ทางผู้ผลิตยืนยันว่าเบียร์มีความปลอดภัยในการดื่ม ผ่านการบำบัดหลายขั้นตอนทั้งไมโครฟิลเตรชั่นและแสงอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คิดค้นสูตรเบียร์บำบัดขึ้นมาเนื่องจากต้องการให้ผู้บริโภคสนใจปัญหาการขาดแคลนน้ำและนำกลับมาใช้ใหม่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epic-onewater-brew/">โรงเบียร์สหรัฐฯ คิดค้นเบียร์บำบัด รีไซเคิลจากน้ำฝักบัว-อ่างล้างจาน ปลอดภัยผ่านการทดสอบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Epic OneWater Brew นวัตกรรมเบียร์ที่ทำมาจากการบำบัดน้ำรีไซเคิลในอาคารอพาร์ตเมนต์หรูสูง 40 ชั้นซานฟรานซิสโก </strong></p>
<p><span id="more-28880"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28882" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer.jpg" alt="Epic OneWater Brew" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำนักข่าว CNN สื่อชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2566 โดยมีการเปิดเผยถึง บริษัทบำบัดน้ำ Epic Cleantec ที่ตั้งอยู่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมมือกับ โรงเบียร์ท้องถิ่นผลิตเบียร์ “Epic OneWater Brew” เป็นเบียร์ที่มีส่วนผสมจากน้ำรีไซเคิลจากฝักบัว อ่างล้างจาน และเครื่องซักผ้าของอาคารที่พักอาศัย</p>
<p>ทางผู้ผลิตยืนยันว่าเบียร์มีความปลอดภัยในการดื่ม ผ่านการบำบัดหลายขั้นตอนทั้งไมโครฟิลเตรชั่นและแสงอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คิดค้นสูตรเบียร์บำบัดขึ้นมาเนื่องจากต้องการให้ผู้บริโภคสนใจปัญหาการขาดแคลนน้ำและนำกลับมาใช้ใหม่</p>
<p>“อาคารทั่วโลกใช้น้ำ 14% ของน้ำดื่มทั้งหมด, แทบจะไม่มีอาคารใดนำน้ำเหล่านั้นมาใช้ซ้ำ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังพยายามเปลี่ยนแปลง” แอรอน ทาร์ทาคอฟสกี้ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Epic Cleantec กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28884" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2.jpg" alt="Epic OneWater Brew" width="750" height="1000" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2.jpg 830w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2-768x1024.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/beer-2-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับเบียร์ Epic OneWater Brew เป็นเบียร์เอล สไตล์ Kölsch หมักในอุณหภูมิประมาณ 15 – 24 องศาเซลเซียส เป็นเครื่องดื่มแบบบางเบา มีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี โดยน้ำที่ใช้นำมาจากตึก Fifteen Fifty อาคารอพาร์ตเมนต์หรูสูง 40 ชั้นในซานฟรานซิสโก แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดขายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีข้อบังคับห้ามใช้น้ำเสียรีไซเคิลในเครื่องดื่มเชิงพาณิชย์</p>
<p>ข้อมูลของบริษัท Epic Cleantec เปิดเผยอีกว่า ทางบริษัทมีการติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำในอาคาร Fifteen Fifty โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยน้ำเสียลงท่อระบายน้ำเพื่อส่งไปยังศูนย์บำบัดในระยะทางไกล ส่วนสำคัญคือระบบรีไซเคิลน้ำเสียได้มากถึง 95% ไม่ว่าจะเป็นน้ำสีดำที่มาจากโถส้วม หรือน้ำสีเทาที่มาจากอ่างล้างหน้า เครื่องซักผ้า อ่างอาบน้ำ และฝักบัว ทำได้โดยใช้การบำบัดทางชีวภาพเพื่อกำจัดสารอินทรีย์ก่อน จากนั้นจึงทำการกรองแบบไมโครผ่านเมมเบรนที่มีความหนาเพียง 0.04 ไมครอน (ประมาณ 0.05% ของความหนาของเส้นผมมนุษย์) และสุดท้ายคือการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและคลอรีน ซึ่งทำให้น้ำปลอดภัยสำหรับการใช้ซ้ำ</p>
<p><!--more--></p>
<p>ข้อมูลจาก : <a href="https://edition.cnn.com/2023/08/01/world/beer-from-recycled-shower-water-epic-cleantec-scn-spc/index.html" target="_blank" rel="noopener">CNN</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epic-onewater-brew/">โรงเบียร์สหรัฐฯ คิดค้นเบียร์บำบัด รีไซเคิลจากน้ำฝักบัว-อ่างล้างจาน ปลอดภัยผ่านการทดสอบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/epic-onewater-brew/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรีนพีซ แสดงจุดยืนใช้ผ้าดำคลุมบ้านนายกอังกฤษ ประท้วงแผนการขุดน้ำมัน-ก๊าซ ในทะเล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/greenpeace-2-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/greenpeace-2-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 07:00:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Greenpeace]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ขุดเจาะน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ริชิ ซูนัค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28842</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอิสระ ทำการใช้ผ้าใบสีดำคลุมบ้านของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ  นานกว่า 14 ชั่วโมง เพื่อประท้วงหลังได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมกรีนพีซดำเนินการประท้วงบนที่ดินของของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชิ ซูนัค เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บุคคลสี่คนขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนอร์ทยอกเชอร์ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ก่อนทิ้งผ้าสีดำยาวเพื่อปกปิดส่วนหน้าและชูป้ายที่มีข้อความว่า “No New Oil” (ไม่มีน้ำมันใหม่) ซึ่งทาง ริชิ ซูนัค ไม่อยู่บ้านเนื่องจากไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่องค์กรกรีนพีซ ประท้วงต่อต้านอันเนื่องมาจากแผนการของรัฐบาลอังกฤษต้องการขยายขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในทะเลทางตอนเหนือ เพื่อพยายามรักษาความเป็นอิสระด้านพลังงาน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ฟิลิป อีแวนส์ นักรณรงค์กรีนพีซ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenpeace-2-2/">กรีนพีซ แสดงจุดยืนใช้ผ้าดำคลุมบ้านนายกอังกฤษ ประท้วงแผนการขุดน้ำมัน-ก๊าซ ในทะเล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอิสระ ทำการใช้ผ้าใบสีดำคลุมบ้านของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ  นานกว่า 14 ชั่วโมง เพื่อประท้วงหลังได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-28842"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28845" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1.jpg" alt="No New Oil" width="750" height="654" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1-300x261.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1-768x669.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1-150x131.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-1-500x436.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมกรีนพีซดำเนินการประท้วงบนที่ดินของของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชิ ซูนัค เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บุคคลสี่คนขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนอร์ทยอกเชอร์ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ก่อนทิ้งผ้าสีดำยาวเพื่อปกปิดส่วนหน้าและชูป้ายที่มีข้อความว่า “No New Oil” (ไม่มีน้ำมันใหม่) ซึ่งทาง ริชิ ซูนัค ไม่อยู่บ้านเนื่องจากไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p>สาเหตุที่องค์กรกรีนพีซ ประท้วงต่อต้านอันเนื่องมาจากแผนการของรัฐบาลอังกฤษต้องการขยายขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในทะเลทางตอนเหนือ เพื่อพยายามรักษาความเป็นอิสระด้านพลังงาน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050</p>
<p>ฟิลิป อีแวนส์ นักรณรงค์กรีนพีซ เปิดเผยว่า “เราต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำด้านสภาพอากาศ ไม่ใช่นักวางเพลิงสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับไฟป่าและน้ำท่วมทำลายบ้านเรือนและสิ่งมีชีวิตทั่วโลก”</p>
<p>ด้านสำนักงานของซูนัค ออกมาเปิดเผยเช่นเดียวกันว่า “เราไม่ขอโทษสำหรับแนวทางที่ถูกต้องเพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานของเรา โดยใช้ทรัพยากรของเราที่เรามี ดังนั้นเราจึงไม่เคยพึ่งพาผู้คนอื่น (วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย)”</p>
<p>อีแวนส์ กล่าวอีกว่า “การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบดังกล่าวเห็นได้จากความแห้งแล้ง คลื่นความร้อน แต่ซูนัคยังเต็มใจที่จะบิดเบือนความเชื่อเก่าๆ เกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซใหม่ๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่กำลังดิ้นรนกับค่าพลังงาน ทั้งๆ ที่เขารู้ดีว่ามันไม่เป็นความจริง การขุดเจาะทะเลมากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ทำเงินจากมันได้มากขึ้นอีกนับพันล้าน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากช่องโหว่ขนาดใหญ่ในด้านภาษีลาภลอยของซูนัค”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28846" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2.jpg" alt="No New Oil" width="750" height="654" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2-300x261.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2-768x669.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2-150x131.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Greenpeace-2-500x436.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้มีผู้คนหลายพันคนเข้าร่วมการประท้วงด้านสิ่งแวดล้อมทั่วสหราชอาณาจักรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการมากขึ้นเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตามบางส่วนได้รับการประณามและไม่เห็นชอบเนื่องจากมีผู้ประท้วงปิดกั้นถนนสัญจรไปมาไม่ได้ โดย 68% มีความคิดเห็นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อกลุ่ม Just Stop Oil ในขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่ 82% มองว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญ จากการสำรวจล่าสุดโดย YouGov มีเพียงร้อยละ 42 หรือประมาณหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามไม่มีความคิดเห็นที่ชัดเจน และยังกล่าวว่าพวกเขาจะคัดค้านการห้ามการพัฒนาน้ำมันและก๊าซใหม่ในทะเลเหนือ</p>
<hr />
<p>ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : <a href="https://www.dw.com/en/uk-oil-greenpeace-covers-pm-sunaks-house-in-black-cloth/a-66432388" target="_blank" rel="noopener">www.dw.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenpeace-2-2/">กรีนพีซ แสดงจุดยืนใช้ผ้าดำคลุมบ้านนายกอังกฤษ ประท้วงแผนการขุดน้ำมัน-ก๊าซ ในทะเล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/greenpeace-2-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Infineon Technologies เปิดตัวแผงวงจรรีไซเคิลย่อยสลายได้ทางชีวภาพ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/infineon-technologies/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/infineon-technologies/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 04:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Infineon Technologies AG]]></category>
		<category><![CDATA[Jiva Materials]]></category>
		<category><![CDATA[pcb]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[แผงวงจร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28828</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท Infineon Technologies AG ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เปิดตัวแผงวงจรรีไซเคิลและย่อยสลายได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Infineon Technologies AG ได้ก้าวไปอีกขั้นที่สำคัญสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยการเปิดตัว Soluboard แผงวงจรพิมพ์ (pcb) ที่รีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ มีพื้นฐานมาจากเส้นใยธรรมชาติและโพลิเมอร์ที่ปราศจากฮาโลเจน ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการพัฒนาโดย Jiva Materials บริษัทสตาร์ทอัพในสหราชอาณาจักร แผงวงจรดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ PCB ที่ทำจากพืชของ Soluboard นั้นทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำกว่าเส้นใยแก้วแบบดั้งเดิมโครงสร้างอินทรีย์ถูกห่อหุ้มด้วยพอลิเมอร์ที่ไม่เป็นพิษซึ่งจะละลายเมื่อแช่ในน้ำร้อน เหลือเพียงสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ สิ่งนี้ไม่เพียงกำจัดของเสียจาก PCB&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/infineon-technologies/">Infineon Technologies เปิดตัวแผงวงจรรีไซเคิลย่อยสลายได้ทางชีวภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท Infineon Technologies AG ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เปิดตัวแผงวงจรรีไซเคิลและย่อยสลายได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong></p>
<p><span id="more-28828"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28829 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-1.jpeg" alt="pcb" width="670" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-1.jpeg 670w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-1-300x188.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-1-150x94.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-1-500x313.jpeg 500w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" /></p>
<p>Infineon Technologies AG ได้ก้าวไปอีกขั้นที่สำคัญสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยการเปิดตัว Soluboard แผงวงจรพิมพ์ (pcb) ที่รีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ มีพื้นฐานมาจากเส้นใยธรรมชาติและโพลิเมอร์ที่ปราศจากฮาโลเจน ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการพัฒนาโดย Jiva Materials บริษัทสตาร์ทอัพในสหราชอาณาจักร</p>
<p>แผงวงจรดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ PCB ที่ทำจากพืชของ Soluboard นั้นทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำกว่าเส้นใยแก้วแบบดั้งเดิมโครงสร้างอินทรีย์ถูกห่อหุ้มด้วยพอลิเมอร์ที่ไม่เป็นพิษซึ่งจะละลายเมื่อแช่ในน้ำร้อน เหลือเพียงสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ สิ่งนี้ไม่เพียงกำจัดของเสียจาก PCB แต่ยังช่วยให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่บัดกรีเข้ากับบอร์ดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-28830 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-2.jpeg" alt="pcb" width="670" height="436" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-2.jpeg 670w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-2-300x195.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-2-150x98.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Infineon-Soluboard-2-500x325.jpeg 500w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" /></p>
<p>แผนก Green Industrial Power Division ของ Infineon กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่วัสดุ PCB ที่รีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ทางชีวภาพได้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและการใช้งานทางอุตสาหกรรม เรากำลังศึกษาวิจัยการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบแยกส่วนกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญเพิ่มเติมในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์”</p>
<p>Jonathan Swanston ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Jiva Materials กล่าวว่า “การนำกระบวนการรีไซเคิลที่ใช้น้ำมาใช้อาจนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้นในการกู้คืนโลหะมีค่า นอกจากนี้การเปลี่ยนวัสดุ PCB FR-4 ด้วย Soluboard จะส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนลดลง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาร์บอน 10.5 กก. และพลาสติก 620 กรัมสามารถประหยัดได้ต่อ pcb หนึ่งตารางเมตร”</p>
<hr />
<p>ข้อมูลจากเว็บไซต์ : <a href="https://www.ept.ca/2023/08/infineon-leverages-recyclable-pcbs/" target="_blank" rel="noopener">ept</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/infineon-technologies/">Infineon Technologies เปิดตัวแผงวงจรรีไซเคิลย่อยสลายได้ทางชีวภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/infineon-technologies/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
