- ธัญญ่า รุกเคอร์ท: ความเชี่ยวชาญของเรา คือสะพานเชื่อมระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล
- พอล โธมัส: Bosch เชี่ยวชาญทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ นี่คือรากฐานแห่งความสำเร็จของเรา
- คาดการณ์ยอดขาย: Bosch คาดว่ายอดขายซอฟต์แวร์และบริการจะทะลุ 6 พันล้านยูโร โดยประมาณสองในสามมาจากธุรกิจยานยนต์
- การขับขี่อัจฉริยะและปรับแต่งตามแต่ละบุคคล: ซอฟต์แวร์ของ Bosch สามารถเพิ่มฟังก์ชันใหม่ให้กับรถยนต์ได้ ถึงแม้ว่ารถยนต์จะออกจากโชว์รูมแล้วก็ตาม
- ความร่วมมือ: Bosch ยกระดับโรงงานให้พร้อมสำหรับอนาคต ร่วมกับ Microsoft ด้วยการทำงานจากระบบปัญญาประดิษฐ์ Agentic AI
ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา – ในโลกที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ซอฟต์แวร์คือเครื่องยนต์ที่มองไม่เห็นซึ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้า โดยกำหนดวิธีที่เราสื่อสาร ทำงาน ใช้อุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน และผลิตสินค้า แต่ศักยภาพที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อซอฟต์แวร์ผสานเข้ากับโลกแห่งฮาร์ดแวร์อย่างไร้รอยต่อ ที่งาน CES® 2026 Bosch โชว์วิสัยทัศน์การผสานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อปูทางสู่อนาคตอัจฉริยะ “ความเชี่ยวชาญอันยาวนานของเราในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ Bosch สามารถเชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ” ธัญญ่า รุกเคอร์ท สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH กล่าวในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ลาสเวกัส “ด้วยการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชันอัจฉริยะที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลาง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ‘เทคโนโลยีเพื่อชีวิต’” ธัญญ่ากล่าว “Bosch เชี่ยวชาญทั้งสองโลก และเราสร้างความเชี่ยวชาญนี้ขึ้นด้วยตัวเอง นี่คือรากฐานแห่งความสำเร็จของเรา” พอล โธมัส ประธานบริษัท Bosch อเมริกาเหนือ กล่าวเสริม

ภายในต้นทศวรรษหน้า Bosch คาดว่าจะสร้างยอดขายจากซอฟต์แวร์และบริการมากกว่า 6 พันล้านยูโร โดยส่วนใหญ่จะพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมาณสองในสามของรายได้นี้คาดว่าจะมาจากธุรกิจยานยนต์ และ Bosch คาดว่ายอดขายซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และอุปกรณ์เครือข่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายใน พ.ศ. 2573 ทะลุ 10 พันล้านยูโร นอกจากนี้ Bosch ยังคงเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ AI โดยภายในสิ้นปี พ.ศ. 2570 บริษัทจะลงทุนมากกว่า 2.5 พันล้านยูโรในเทคโนโลยีนี้
นวัตกรรม AI สำหรับค็อกพิท
สำหรับยานยนต์แห่งอนาคต AI มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง Bosch ได้นำ AI มาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ และที่งาน CES® 2026 ในลาสเวกัส Bosch จะเปิดตัวค็อกพิทอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นใหม่ ห้องคนขับนี้มาพร้อมกับระบบประมวลผลภาษาขนาดใหญ่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI LLM) ซึ่งช่วยให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติราวกับพูดคุยกับคนจริงๆ อีกทั้งยังมีแบบจำลองภาษาภาพ (Visual Language Model) ที่สามารถตีความสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกรถได้อย่างแม่นยำ จากความสามารถนี้ ระบบสามารถทำงานอัตโนมัติได้ เช่น ค้นหาที่จอดรถทันทีเมื่อถึงปลายทาง หรือสร้างบันทึกการประชุมจากการประชุมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน Bosch กำลังสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำด้านระบบควบคุมด้วยไฟฟ้า (By-Wire) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการขับขี่อัตโนมัติและการขับขี่ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ระบบเหล่านี้แทนที่การเชื่อมต่อเชิงกลระหว่างเบรกและพวงมาลัยด้วยสายสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งให้อิสรภาพอย่างเต็มที่ในด้านการออกแบบ ความปลอดภัย และการควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ด้วยเทคโนโลยี Brake-by-Wire และ Steer-by-Wire Bosch คาดว่าจะสร้างรายได้รวมมากกว่า 7 พันล้านยูโรภายในปี พ.ศ. 2575 และแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีสำคัญนี้จะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในทศวรรษ พ.ศ. 2573
ลดอาการเมารถ – ด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะจาก Bosch
ซอฟต์แวร์ Vehicle Motion Management ของ Bosch ทำให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของรถได้ครบทั้ง 6 ทิศทาง โดยการควบคุมเบรก พวงมาลัย ระบบส่งกำลัง และแชสซีจากศูนย์กลาง ซึ่งหมายความว่า ตัวกระตุ้นการทำงาน (Actuators) แต่ละตัวจะถูกประสานงานได้ดียิ่งขึ้นและใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในอนาคตจะสามารถปรับตามความต้องการของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย Vehicle Motion Management สามารถลดการโคลงของรถขณะเข้าโค้งหรือการโยกตัวขณะขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดได้อย่างมาก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันอาการเมารถซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญสู่การขับขี่อัตโนมัติ
ในประเด็นนี้ Bosch นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสานการทำงานระหว่างเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ AI ด้วย Radar Gen 7 Premium รุ่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่งาน CES ในลาสเวกัส เรดาร์เซ็นเซอร์รุ่นใหม่นี้ช่วยยกระดับฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ เช่น ระบบ Freeway Pilot ด้วยการออกแบบเสาอากาศพิเศษ ที่ให้ได้ความแม่นยำเชิงมุมสูงสุดและระยะตรวจจับไกลเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์สามารถตรวจจับวัตถุขนาดเล็กมาก เช่น พาเลทหรือยางรถยนต์ ได้ในระยะกว่า 200 เมตร ทำให้สามารถตรวจจับสิ่งของที่ตกหล่นหรือผู้ใช้ถนนรายอื่นได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน และสามารถสั่งการให้รถทำการเคลื่อนที่อย่างเหมาะสมได้ทันที
จักรยานไฟฟ้าปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จาก Bosch ล่าสุด แอป eBike Flow เพิ่มฟังก์ชันใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถระบุจักรยานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ของตนว่า ‘ถูกขโมย’ ได้ทันที ฟีเจอร์นี้ทำให้การขายต่อจักรยานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ที่ถูกขโมยเป็นเรื่องยากขึ้น เพราะทันทีที่ผู้ซื้อสินค้ามือสอง ร้านค้าผู้เชี่ยวชาญ หรือเจ้าหน้าที่พยายามเชื่อมต่อกับจักรยานไฟฟ้าผ่านแอป eBike Flow ระบบจะแสดงคำเตือนทันที
ฮีโร่ที่ถูกมองข้ามในโลกดิจิทัล: เซ็นเซอร์ MEMS
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฮเทคในรถยนต์ ในอุตสาหกรรม หรือในบ้าน นวัตกรรมล้ำสมัยเหล่านั้นล้วนต้องพึ่งพาเซ็นเซอร์ขนาดจิ๋วทั้งสิ้น และที่งาน CES ครั้งนี้ Bosch เปิดตัวแพลตฟอร์มเซ็นเซอร์ AI MEMS รุ่นใหม่ล่าสุด BMI5 เซ็นเซอร์ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มนี้โดดเด่นด้วยความแม่นยำสูง ทนทาน และประหยัดพลังงาน พร้อมฟังก์ชัน AI ในตัวที่สามารถจดจำการเคลื่อนไหว ตำแหน่ง และแม้แต่บริบทการใช้งานได้อย่างชาญฉลาด หนึ่งในแอปพลิเคชันสำคัญของเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวรุ่นใหม่คือเทคโนโลยี Virtual และ Augmented Reality โดยสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะได้อย่างแม่นยำและแทบไม่มีความหน่วง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบในโลก 3 มิติได้อย่างเป็นธรรมชาติ เซ็นเซอร์เหล่านี้ยังช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำสูง ยกตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถหาทางเดินที่ถูกต้องได้ แม้กล้องจะถูกบังด้วยวัตถุ
Bosch จับมือ Microsoft สร้างสรรค์ ‘Manufacturing Co-Intelligence®’ ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะร่วมกัน
ที่งาน CES® 2026 ณ ลาสเวกัส Bosch ประกาศเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับ Microsoft เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอุตสาหกรรมการผลิตสู่อนาคต Bosch จับมือ Microsoft ขยายขอบเขต ‘Manufacturing Co-Intelligence®’ มุ่งสำรวจนวัตกรรมล้ำสมัยที่มีศักยภาพพลิกโฉมการผลิต ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงรุก (Agentic AI) ทั้งสองบริษัทเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ที่เมืองลาสเวกัส เพื่อยืนยันการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะร่วมกัน
Agentic AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล ตัดสินใจอย่างอัตโนมัติ และดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบำรุงรักษา และซัพพลายเชน ‘ระบบปัญญาประดิษฐ์ทำให้กระบวนการผลิตในโรงงานฉลาดขึ้น’ กล่าวโดย ธัญญ่า รุกเคอร์ท ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ Bosch ในด้านการผลิตและซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม เข้ากับโครงสร้างพื้นฐาน IT และความชำนาญด้านซอฟต์แวร์ระดับโลกของ Microsoft เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ทรงพลัง ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายในการขยายกระบวนการผลิตที่มีอยู่ด้วยโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อให้โรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมช่วยลดภาระงานของพนักงาน ตัวอย่างเช่น การตรวจจับความคลาดเคลื่อนในกระบวนการผลิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดเวลาหยุดเครื่องจักรและลดต้นทุนการผลิต หนึ่งในลูกค้ารายแรกของ Bosch สำหรับ ‘Manufacturing Co-Intelligence®’ คือ Sick AG ผู้ผลิตเซ็นเซอร์และโซลูชันเซ็นเซอร์ชั้นนำระดับโลกสำหรับงานอุตสาหกรรม
อุปกรณ์ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขนาดพกพาสุดล้ำ
อีกหนึ่งไฮไลต์จากงาน CES คือแนวทางใหม่ของ Bosch ในการต่อสู้กับสินค้าปลอมแปลง ด้วย Origify โซลูชันอัจฉริยะที่มอบ ‘DNA ดิจิทัล’ ให้กับสินค้า เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ Origify คือระบบซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหลักในการจดจำลวดลายพื้นผิว เพื่อยืนยันความแท้ของสินค้า โดยไม่ต้องพึ่งฉลาก ชิป หรือรหัสเพิ่มเติม แต่ใช้การวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะบนพื้นผิวของสินค้า ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำได้ พร้อมสร้าง ‘อัตลักษณ์ดิจิทัล’ ที่ปลอดการปลอมแปลง เมื่อสินค้าได้รับการลงทะเบียนในระบบ แอป Detector จะช่วยตรวจสอบความเป็นของแท้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงใช้วิดีโอสตรีมแบบเรียลไทม์ของสินค้า ก็สามารถระบุได้ภายในไม่กี่วินาทีว่าสินค้านั้นเป็นของแท้หรือของปลอม
