รถยนต์ BMW เดินหน้าโครงการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ ปูรากฐานทักษะวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์


นับเป็นความร่วมมือของการยกระดับความสามารถบุคลากรด้านยานยนต์ไปสู่ระดับสากล โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีพิธีร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้ “โครงการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ BMW Dual Excellence Program” ระหว่าง บริษัท บีเอ็มดับเบิลยูแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

การเดินหน้าโครงการ BMW Dual Excellence Program นี้ จะนำไปสู่การปูรากฐานทักษะทางด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ซึ่งเป็นสหวิทยาการเชิงประยุกต์ เป็นบูรณาการวิชาพื้นฐานหลักอย่างวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมการควบคุมอัตโนมัติ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าด้วยกัน มุ่งสานต่อการพัฒนาศักยภาพอาชีวศึกษาไทยทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติให้แข็งแกร่ง ด้วยระบบการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน-ไทย มุ่งพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับอาชีวศึกษาไทยสู่ระดับสากล

อูเว่ ควาส
อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยูแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยูแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านยานยนต์ในระบบทวิภาคีภายใต้โครงการ BMW Dual Excellence Program ด้วยเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาให้มีความรู้และทักษะด้านวิชาชีพที่จำเป็นในสาขาเมคคาทรอนิกส์ พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนรู้จริง ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง โดยภายในปี พ.ศ. 2562 นี้ เราจะมีนักศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ที่จบหลักสูตรระบบทวิภาคี (จิตรลดา-บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย) และเข้าทำงานในโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู 6 คน ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยในอนาคต”

ขณะที่โครงการ BMW Dual Excellence Program ก่อนหน้านี้ได้คัดเลือกตัวแทนนักศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ รวม 2 คน เข้าร่วมทัศนศึกษายังถิ่นกำเนิดของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศเยอรมนี โดยตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ นักศึกษาทุกคนได้ร่วมพูดคุยและแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการขนส่ง เช่น รถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (Automated Guided Vehicle : AGV) กับนักศึกษาวิชาชีพชาวเยอรมัน รวมถึงได้ร่วมทัวร์โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในเมืองเบอร์ลินอีกด้วย ถือเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้เชิงลึกทางเทคนิคผ่านประสบการณ์ในการสัมผัสนวัตกรรมระดับโลก

สุมณฑา พรหมบุญ
รศ. ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ รักษาการอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

ทางด้าน รศ. ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ รักษาการอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา กล่าวว่า “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากร ที่มีคุณภาพออกสู่สังคม และเล็งเห็นว่าการให้การอบรมแก่นักศึกษาผ่านศูนย์ฝึกอบรมและโอกาสร่วมปฏิบัติงานจริงกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทยานยนต์ชั้นนำระดับโลกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักศึกษาที่จบหลักสูตรด้านยานยนต์สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่นำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างรอบด้าน ต้อง ขอขอบคุณบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ที่เห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนการศึกษาที่เน้นการพัฒนาความสามารถของอาชีวศึกษาไทยอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาต่างๆ เช่น สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือกล ยานยนต์ เมคคาทรอนิกส์ เทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัว โดยเน้นฝึกฝนทักษะและความสามารถที่สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรมในวิชาชีพ เพื่อปูทางสำหรับการทำงานต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ สำหรับโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดานั้น ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มีนักศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 24 คน ซึ่งได้รับประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติงานจริงกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ เมื่อผ่านการทดลองปฏิบัติงานในระหว่างที่ร่วมโครงการ พวกเขาจะได้รับโอกาสในการเข้าทำงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย รวมถึงผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ โครงการนี้จึงเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย และเสริมศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียนต่อไป


Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ AUTO Challenge โดย กองบรรณาธิการ