กลุ่ม ปตท. เดินหน้าจุดประกายอนาคตประเทศไทย จัดงาน PTT Group Sustainability Spark 2026 ภายใต้แนวคิด “SPARKING THE FUTURE พลังจุดประกายอนาคต” ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เพื่อเปิดเวทีความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรระดับนานาชาติ ภาคการเงิน สื่อ อินฟลูเอนเซอร์ เยาวชน และภาคประชาชน ร่วมสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่แข่งขันได้และยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งานนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถทำได้จริง โดยต้องสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ภายในงาน 2 วัน จะมีการเสวนา Workshop กิจกรรม Interactive และนิทรรศการนวัตกรรม ตั้งแต่เรื่องเล็กในชีวิตประจำวันไปจนถึงเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง CCUS (Carbon Capture Utilization and Storage) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศและในประเทศมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้คนหลายรุ่นมีส่วนร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาและสร้างความยั่งยืนร่วมกัน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ว่า “พลังของความฝัน” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านประเทศ หากประเทศไทยต้องการเห็นอนาคตที่ดีขึ้น ทุกภาคส่วนต้องมีภาพอนาคตร่วมกัน ตั้งแต่การรับรู้การปล่อยคาร์บอนของอาคาร การใช้ไฟฟ้าสะอาดจากโซลาร์บนหลังคา ไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงานที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนไทย
ภาพอนาคตดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเดินทาง อุตสาหกรรม และภาคเกษตร ตั้งแต่การรับรู้การปล่อยคาร์บอนจากการใช้น้ำมัน การเห็นฟาร์มโซลาร์และโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมสะอาดซึ่งผลิตสินค้ามูลค่าสูง ไปจนถึงเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ลดการปล่อยมีเทน และเพิ่มความสามารถแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านต้องเกิดขึ้นในระดับชุมชน ทั้งการคัดแยกขยะ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและขายไฟคืนสู่ระบบประเทศ ซึ่งทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน
ดร.เอกนิติ กล่าวย้ำว่า ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและกรอบนโยบาย โดยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 แต่จำเป็นต้องมีนโยบายและกฎหมายรองรับอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างความชัดเจนในการบังคับใช้ระยะยาว หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ “กลไกราคาคาร์บอน” ไม่ว่าจะเป็นภาษีคาร์บอนหรือระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ซึ่งพิสูจน์แล้วในหลายประเทศว่า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาเป็นตลาดคาร์บอนที่สะท้อนราคาตามกลไกตลาด
ขณะที่รายได้จากกลไกราคาคาร์บอนควรถูกนำไปตั้งกองทุน เพื่อสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตผ่านเครื่องมือทางการเงินสีเขียว เช่น Green Finance และ Sustainability-linked Bonds ช่วยให้เข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำ
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะภาคพลังงานและขนส่ง ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 65% ของประเทศ เทคโนโลยี CCUS จึงถูกมองว่าเป็นหัวใจของการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมหนัก ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่อรองรับตลาดในและต่างประเทศ
“ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เสนอให้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนไฟฟ้าสะอาดและระบบสายส่ง ผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ และรองรับความต้องการพลังงานสีเขียวที่เพิ่มขึ้น” ดร.เอกนิติ กล่าว
งาน SPARKING THE FUTURE พลังจุดประกายอนาคต จัดในรูปแบบ Hybrid Event ทั้ง On Ground และ Online ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวทีสัมมนา 3 ห้องที่รวบรวมมุมมองจากทุกภาคส่วนเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน

สำหรับบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานและโครงการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวงฯ ที่เชื่อมโยงพระราชปณิธานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกิจกรรม Spark Lab และ Terrarium Workshop
นอกจากนี้ยังมีโซน HARUMIKI IMMERSIVE ZONE ถ่ายทอดประสบการณ์การปลูกสตรอว์เบอร์รี่จากพลังความเย็น LNG งาน Spark Sense Concert กับศิลปิน BUS การแข่งขัน Spark Hack The Final Pitching กิจกรรม Plastic Funtastic by GC, ESG Spark Market และกิจกรรม Business Matching สำหรับผู้ประกอบการใน 4 กลุ่มศักยภาพ ได้แก่ Low Carbon Solutions, Circular & Clean Tech, Social Innovation และ Green Investment & ESG Funding