The Zero Phuket ชู 2 โครงการใหม่แนว Net Zero รุกอสังหาฯ ภูเก็ต รับดีมานด์อยู่อาศัยระยะยาว


จังหวัดภูเก็ต กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก สู่การรองรับการอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” ควบคู่กับ “ต้นทุนการอยู่อาศัย” และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นชัดเจนหลังโควิด-19 เมื่อผู้บริโภคเริ่มมองหาพื้นที่อยู่อาศัยที่มีความยืดหยุ่น ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และสามารถลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือ “ต้นทุนพลังงาน” ซึ่งมีสัดส่วนสำคัญต่อค่าใช้จ่ายของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เขตร้อนอย่างภูเก็ต โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศและระบบส่วนกลางของอาคาร ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายเริ่มนำเทคโนโลยีและการออกแบบเชิงพาสซีฟ (passive design) เข้ามาปรับใช้ เพื่อลดภาระดังกล่าวในระยะยาว

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากสหราชอาณาจักรอย่าง The Zero จึงได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ตลาดภูเก็ต พร้อมนำแนวคิดการพัฒนาโครงการแบบคาร์บอนเป็นศูนย์ (net zero) ที่เคยประสบความสำเร็จในกรุงลอนดอนมาต่อยอดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง

Anthony Bygraves

Anthony Bygraves ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ The Zero Phuket เปิดเผยว่า โครงการของบริษัทในภูเก็ตพยายามออกแบบให้ “ลดการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทาง” ผ่านทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และการออกแบบอาคาร ในส่วนของระบบโซลาร์เซลล์ มีการติดตั้งกำลังการผลิตประมาณ 100 กิโลวัตต์ สำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ เช่น ระบบแสงสว่าง สระว่ายน้ำ ระบบบำบัดน้ำ และพื้นที่บริการต่าง ๆ

จากการประเมินเบื้องต้น สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันได้ราว 48,000 บาทต่อเดือน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณแสงแดดในแต่ละช่วงเวลา

ห้องพักอาศัย

ขณะเดียวกัน ในส่วนของห้องพักอาศัย บริษัทเลือกใช้แนวทางลดความร้อนเข้าสู่อาคาร เช่น การใช้กระจกลามิเนตและกระจกฉนวนเพื่อลดทั้งความร้อนและเสียงรบกวน รวมถึงการออกแบบ “second skin” หรือเปลือกอาคารชั้นที่สอง เพื่อช่วยลดการสะสมความร้อน และเพิ่มการไหลเวียนอากาศตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศในระยะยาว

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของผู้พัฒนา ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ “ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน” (lifecycle cost) มากกว่าต้นทุนการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ซื้อที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงตัวเลข เช่น การประหยัดค่าไฟ หรือค่าบำรุงรักษาที่ลดลงจริง

ทั้งนี้ The Zero ได้พัฒนาโครงการหลักอย่าง The Zero Bang Tao ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยขนาด 85 ยูนิต ใกล้หาดบางเทา ผ่านการออกแบบให้สอดรับกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อน และเน้นพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสุขภาพ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2570 ในราคาเริ่มต้น 4.6 ล้านบาท พร้อมคาดการณ์ผลตอบแทนประมาณ 11% ต่อปี และมีโอกาสเติบโตของมูลค่าโครงการสูงสุดถึง 25%

Silhouette by The Zero Phuket

ขณะที่อีกโครงการคือ Silhouette by The Zero Phuket ที่พักแนว Eco Smart แนวชายหาด ผสานสไตล์ร่วมสมัยจำนวน 150 ยูนิต โดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะในลักษณะความหนาแน่นต่ำ (low-density) เพื่อลดความแออัด และเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมผสมผสานรูปแบบการอยู่อาศัยกับบริการในลักษณะโรงแรม โครงการนี้กำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2571 ในราคาเริ่มต้นที่ 4.4 ล้านบาท พร้อมศักยภาพที่จะสร้างผลตอบแทนราว 11% ต่อปี และโอกาสเติบโตของมูลค่าโครงการสูงสุด 25%

Anthony Bygraves กล่าวว่า แนวคิดของบริษัทคือการสร้างสมดุลระหว่าง “การลงทุน” และ “การอยู่อาศัยจริง” โดยมองว่าภูเก็ตกำลังก้าวสู่การเป็นเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวตามฤดูกาล ซึ่งอาจช่วยเสริมเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว

ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันจึงเริ่มเห็นการขยับจาก “คอนโดเพื่อการท่องเที่ยว” ไปสู่ “ที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตจริง” มากขึ้น ขณะที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรใหม่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อ และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในระยะต่อไป