เสนา เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘โฟกัสเพื่อก้าวนำ เติบโตอย่างยั่งยืน’ เดินหน้าปลดล็อกการเข้าถึงบ้านของคนไทย


บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้โจทย์ใหญ่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่ไม่อาจแยก “การพัฒนาโครงการ” ออกจาก “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” โดยล่าสุดได้ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW” มุ่งโฟกัสจุดแข็งด้านการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยควบคู่การใช้พลังงานสะอาด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) ในทุกมิติของการพัฒนาโครงการ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนาเดินหน้าเติบโตบนฐานความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ควบคู่การขยายรายได้ประจำ เพื่อเสริมความมั่นคงและลดความผันผวนในระยะยาว โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือโซลูชัน “LivNex เช่าออมบ้าน” ที่ช่วยให้ผู้ยังไม่พร้อมขอสินเชื่อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 976 ราย มูลค่ารวมราว 1,900 ล้านบาท ขณะที่ โครงการ “RentNex เช่าตรงกับเสนา” ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง มีคอนโดมิเนียมเข้าร่วม 27 โครงการ ผู้เช่ากว่า 605 ห้อง และสามารถต่อยอดสู่การโอนทรัพย์ให้นักลงทุนแล้ว 2 ยูนิต สะท้อนบทบาทของเสนาในฐานะแบรนด์ที่ดูแลลูกค้าตลอดเส้นทางการอยู่อาศัย และเติบโตไปพร้อมสังคมอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม จากจำนวนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 40,000 หน่วย จากช่วงปีที่ตลาดอยู่ในสภาวะที่ดีซึ่งเคยอยู่ราว 100,000 หน่วย สะท้อนว่าตลาดโดยรวมลดลงถึง 60,000 หน่วย ทั้งที่จำนวนผู้ประกอบการและความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคน 60,000 รายนี้ไม่อยากมีบ้าน หรือเลิกคิดจะมีบ้านแล้ว แต่ความจริงคือ คนกลุ่มนี้ “ยังเข้าถึงการมีบ้านไม่ได้” มากกว่า แนวคิดของบริษัทจึงไม่ใช่การหนีออกจากตลาดเดิม แต่เลือกยืนอยู่ในจุดเดิมและพยายามแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด ด้วยการหาวิธีทำให้ช่องว่าง 60,000 ค่อย ๆ ลดลงเหลือ 10,000 ในปีหน้า และเป็น 20,000 ในปีถัดไป แทนที่จะปล่อยให้ความต้องการเหล่านี้หายไปจากระบบ

เหตุผลดังกล่าวจึงนำมาสู่ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ที่นิยามใหม่ให้เป็น “การเติบโตที่มีคุณค่า” มากกว่าการขยายตัวเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตผ่านการเสริมพลังให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า ทุกโครงการของเสนายังคงยึดมั่นในเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจากปีนี้สู่ปีถัดไป เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่น้อยกว่า 12,765 ตัน หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 1.27 ล้านต้น

ปัจจุบันเสนาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวในตลาดที่ติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ให้กับบ้านในโครงการ Grand Series ครอบคลุมทุกระดับราคา โดยแนวทางดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการอยู่อาศัยของลูกค้าในกลุ่ม Grand Series ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านในช่วงกลางวัน หากติดตั้งเพียงแผงโซลาร์โดยไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานที่ผลิตได้จะไม่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เสนาจึงเลือกติดตั้งโซลาร์ควบคู่แบตเตอรี่ เพื่อให้พลังงานสะอาดสามารถนำมาใช้ได้จริงในช่วงเวลาที่จำเป็น และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย

“ปีที่ผ่านมา เสนาติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ในบ้าน Grand Series แล้วมากกว่า 4 โครงการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการปล่อยคาร์บอนที่วัดผลได้จริง ผ่านตัวเลขค่าไฟที่ลดลงอย่างชัดเจน” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

เสนายังมองเห็นข้อจำกัดของระบบโซลาร์แบบเดิมในอาคารหลายประเภทที่มีพื้นที่หลังคาจำกัดแต่ใช้ไฟฟ้าสูงตลอดทั้งวัน จึงขยายบทบาทสู่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน โดยเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาแผงโซลาร์แบบยืดหยุ่นที่ติดตั้งได้หลากหลายทิศทาง และพร้อมนำมาใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้

สำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ 8 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 7 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่ารวม 10,700 ล้านบาท โดยยังคงมุ่งเน้นตลาด Affordable Segment ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสนาครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 14,000 ล้านบาท และยอดโอน 9,300 ล้านบาท ซึ่งได้รวมสัดส่วนรายได้จากโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน

ด้วยกลยุทธ์การเติบโตของเสนา ภายใต้แนวคิดFOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW” โฟกัสจุดแข็งหลัก เพื่อก้าวนำตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้

Affordable Home Leadership ผู้นำที่อยู่อาศัยราคาที่เข้าถึงได้จริง
ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Affordable โดยเน้นคอนโดและบ้านที่ฟังก์ชันตอบโจทย์ชีวิตจริง ทำเลเดินทางสะดวก และราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ ผ่านแบรนด์หลักอย่าง SENA KITH และ COZI

Green Living Leadership  ผู้นำการอยู่อาศัยประหยัดพลังงานที่วัดผลได้จริง
ขับเคลื่อนแนวคิด Green Living ที่ “ประหยัดจริง ลดคาร์บอนจริง” ตั้งแต่บ้านพลังงานเป็นศูนย์ คอนโด Low Carbon การใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อคนและสัตว์เลี้ยง

Home Accessibility Leadership  ผู้นำการทำให้การมีบ้านเป็นไปได้จริง
สร้าง “น่านน้ำใหม่ในตลาดเดิม” ผ่านการลดข้อจำกัดด้านการเงินของผู้บริโภค ด้วยโมเดลการเข้าถึงบ้านที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่การเช่าไปสู่การเป็นเจ้าของ ผ่านโซลูชัน LivNex และ RentNex ที่ช่วยสะสมโอกาสการมีบ้านในอนาคต

ทั้ง 3 แกนกลยุทธ์ สะท้อนทิศทางการเติบโตของเสนาที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่าง ยอดขาย การสร้างรายได้ประจำ และเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมยกระดับบทบาทจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่แบรนด์ที่ช่วย ‘สานฝันให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านได้ในทุกช่วงชีวิต’ อย่างยั่งยืน