ภาวะน้ำท่วมปอด สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง


ภาวะน้ำท่วมปอด เป็นลักษณะอาการที่ค่อนข้างรุนแรง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของปอดที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ และอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ผู้ป่วยมักต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ควรต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงสภาพของโรค

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ อาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราหรือเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัวอยู่ก่อน เมื่อเชื้อโรคที่มากับอากาศได้เข้าสู่ปอด ก่อให้เกิดการอักเสบภายในเนื้อเยื่อปอด  ผู้ป่วยมักมีอาการไอ มีเสมหะร่วมกับการมีไข้ และค่อย  ๆ รุนแรง หายใจลำบาก มีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย ไข้อาจอยู่ระดับต่ำ ๆ หรือไข้ขึ้นสูงได้ รวมถึงมีอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดเมื่อยตามตัว การไอรุนแรงขึ้น มีเสมหะมากขึ้น เสมหะจะมีสีเหลืองหรือเขียวอ่อน การถ่ายเทออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปอดจะสูญเสียความสมดุล มีการคั่งตัวของไอน้ำภายในปอด หายใจลำบากขึ้น และเมื่อเสมหะในปอดมีมากขึ้น ก่อให้เกิดความกดดันต่อการถ่ายเทของเหลวในปอด จึงเกิดมีของเหลวหรือน้ำเมือกในปอดซึมทะลักเข้าไปในเยื่อหุ้มปอด เป็นผลทำให้ปอดไม่สามารถหุบและขยายตามจังหวะหายใจได้ จึงเกิดความอึดอัด เหนื่อย และหายใจลำบากมากขึ้น ผู้ป่วยต้องรีบส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ ผลจากการเอกซเรย์ปอดจะพบว่ามีปอดอักเสบรวมอยู่กับน้ำ (ของเหลว) คั่งในเยื่อหุ้มปอด แพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อโรคและให้ยาขับน้ำเพื่อช่วยให้น้ำที่คั่งในเยื่อหุ้มปอดได้ระบายออกทางปัสสาวะ จะทำให้ผู้ป่วยหายใจได้คล่องขึ้น ลดอาการหอบเหนื่อยลงได้ ผู้ป่วยคงต้องอยู่โรงพยาบาลพักรักษาตัวและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด จนกลับสู่ปกติหรือใกล้เคียงปกติก็สามารถกลับบ้านดูแลต่อไป แต่ในกรณีน้ำท่วมปอดรุนแรง ยังคงมีน้ำอยู่ในเยื่อหุ้มปอดรุนแรง แพทย์จะต้องพิจารณาเจาะปอด โดยเจาะจากชายโครเข้าไปยังเยื่อหุ้มปอดและคาสายยางเอาไว้เพื่อดึงดูดให้น้ำในเยื่อปอดออกนอกตัว ช่วยให้เยื่อหุ้มปอดแห้ง การทำงานของปอดดีขึ้น ระบบหายใจดีขึ้น ผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้รวดเร็วและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนกับการทำงานหัวใจ

การป้องกัน เป็นวิธีที่ดีที่สุด สวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก เป็นประจำ จะห่างไกลจากน้ำท่วมปอดได้