แม่น้ำกก เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายใช้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการดำรงชีวิต หลังจากเกิดอุทกภัยในปี 2567สถานการณ์คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งความขุ่นและการพบการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารหนู ทำให้ประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำกกเป็นอย่างมาก
เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้นำนักวิจัยลงพื้นที่ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผลิตน้ำประปาในการกำจัดสารปนเปื้อนและแนวทางการจัดการแหล่งน้ำดินเพื่อการใช้น้ำอย่างยั่งยืน” ช่วยเรียกความเชื่อมั่นในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอีกครั้ง

ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เพื่อการอุปโภคและบริโภคแก่พื้นที่ชุมชนริมลำน้ำกก จังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งรับมือปัญหาคุณภาพน้ำจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ พร้อมยกระดับระบบประปาชุมชนให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน ณ ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
อว.ชูวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงน้ำสะอาดชาวบ้านลุ่มน้ำกก
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า เรื่องน้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน การส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก จึงสะท้อนบทบาทของกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จากโจทย์ปัญหาของชุมชน สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทจริง และส่งต่อให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปใช้ดูแลประชาชน โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาด เพื่อให้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทย
สวทช. นำร่องพัฒนาระบบคุณภาพน้ำประปา 2 ตำบลกว่า 700 ครัวเรือน ภายใต้แผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ภายใต้แผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช. จึงมุ่งเปลี่ยนงานวิจัยให้เกิดการใช้งานจริง ตั้งแต่การตรวจติดตามคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดและปลอดภัยได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

สำหรับแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เป็นผลสำเร็จของการวิจัยของ สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ที่มุ่งแก้โจทย์คุณภาพน้ำดิบในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ทั้งปัญหาความขุ่น สารหนู และโลหะหนัก ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา สวทช. ได้นำร่องการพัฒนาระบบในพื้นที่บ้านริมกก ตำบลแม่ยาว และบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมกว่า 700 ครัวเรือน เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านตามมาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย
พร้อมกันนี้ สวทช. ยังพัฒนา AquaNano เครื่องผลิตและกรองน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งพัฒนาระบบกรองที่สามารถจัดการสารปนเปื้อน รวมถึงโลหะหนัก และมีระบบติดตามคุณภาพน้ำ สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนช.) ล่าสุดได้ต่อยอดเป็นรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีสำหรับรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถผลิตน้ำสะอาดได้สูงสุด 250 ลิตรต่อชั่วโมง และเป็นส่วนหนึ่งของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้จริงภายใต้แผนงาน A-QUALITY
นาโนเทคพร้อมบำรุงรักษา และตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โครงการฯ ยั่งยืนในระยะยาว

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการพัฒนาโครงการ “แม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เพื่อการอุปโภค” พบว่าสามารถผลิตน้ำที่มีคุณภาพใสสะอาดและผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่มของกรมอนามัยได้สำเร็จ ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตด้วยการลดการใช้สารเคมี
เพื่อให้โครงการฯ เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ศูนย์นาโนเทคได้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาและการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยการบริหารจัดการงบประมาณในระดับท้องถิ่นเพื่อใช้ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำและเปลี่ยนไส้กรองตามอายุการใช้งาน
“ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างทีมวิจัย ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และภาคีเครือข่าย ซึ่งร่วมกันลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชุมชนได้อย่างยั่งยืน” ดร.ภญ.อุรชา กล่าว
เผยชาวบ้านในพื้นที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำ

ธวัชชัย มนตรีกุล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านริมกก กล่าวว่า สถานการณ์ความเดือดร้อนด้านน้ำอุปโภคบริโภคของราษฎรบ้านริมกก ตำบลแม่ยาว จังหวัดเชียงราย ทวีความรุนแรงขึ้นภายหลังจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2567 เนื่องจากระบบประปาเดิมที่เป็นระบบประปาผิวดิน ซึ่งใช้วิธีดึงน้ำซึมจากแม่น้ำกกเข้าสู่บ่อเก็บน้ำได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยกระแสน้ำพัดพาตลิ่งกั้นน้ำพังทลายส่งผลให้แหล่งน้ำเดิมไม่สามารถใช้งานได้ และทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำ เนื่องจากกังวลเรื่องการปนเปื้อนของสารพิษและสิ่งสกปรกที่ไหลมากับน้ำหลากในแม่น้ำกก แม้ในพื้นที่จะมีบ่อบาดาลสำรองสำหรับการใช้งาน แต่คุณภาพน้ำจากบ่อบาดาลดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ย่ำแย่ มีลักษณะเป็นน้ำสีแดงขุ่นและมีคราบสนิมอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคหรือบริโภคได้ตามปกติ ขณะที่ในช่วงฤดูแล้ง บ่อน้ำประจำบ้านของชาวบ้านในแต่ละหลังมักประสบปัญหาแห้งขอด ทำให้ชุมชนขาดแคลนแหล่งน้ำทางเลือกและต้องพึ่งพาระบบประปาส่วนกลางที่ยังขาดประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเรื่องความขุ่นและสารปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ

หลังจากที่ทีมวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำโครงการจัดการระบบน้ำและนวัตกรรมกรองน้ำเข้ามาดำเนินการยกระดับคุณภาพน้ำให้แก่ชุมชนบ้านริมกก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปาให้สามารถกรองสารปนเปื้อนและปรับปรุงคุณภาพน้ำที่เคยขุ่นแดงให้มีความใสสะอาด ทำให้ปัจจุบันชาวบ้านทั้งหมู่บ้านสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดที่มีคุณภาพดีมากและมีความใส ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในการกลับมาใช้น้ำจากระบบส่วนกลางอีกครั้ง โดยเฉพาะความสบายใจจากการลดความเสี่ยงต่อสารพิษที่อาจหลงเหลืออยู่ในบ่อน้ำเดิมหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม
น้ำที่ผลิตได้ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย และมาตรฐานน้ำบาดาล ครอบคลุม 21 พารามิเตอร์

ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการแผนงาน Pre battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช. กล่าวว่า หลังจากสำรวจพื้นที่ในวันที่ 15 กรกฎาคม2568 ทีมวิจัยได้ต่อยอดไปสู่การบูรณาการความร่วมมือผ่านการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในวันที่ 16 กันยายน 2568 เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในโซ่อาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เริ่มต้นจากการลงพื้นที่สำรวจและทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านในช่วงเดือนธันวาคม ก่อนจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน และเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2569 พร้อมส่งมอบ “แม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เพื่อการอุปโภค” ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา สามารถรองรับการใช้น้ำของประชาชนกว่า 500 ครัวเรือน หรือประมาณ 1,500 คน โดยน้ำที่ผลิตได้ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยและมาตรฐานน้ำบาดาล ครอบคลุม 21 พารามิเตอร์ ทั้งด้านกายภาพ เคมี โลหะหนัก โดยเฉพาะเหล็กและสารหนู รวมถึงเชื้อก่อโรค ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 1,000 ครัวเรือนกลับมาเกิดความเชื่อมั่นและหันมาใช้น้ำประปาส่วนกลางจากแม่น้ำกกอีกครั้ง
“เราได้บ่มเพาะ “เทคโนโลยีกรองน้ำ” ที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้เอง จนสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการใช้นวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจวัดความขุ่นในรูปแบบกระบอกวัดที่ติดตั้งแผ่นสังเกตสีขาว-น้ำเงิน เพื่อให้อาสาสมัครในชุมชนสามารถอ่านค่าความขุ่นของน้ำได้ด้วยตนเอง โดยข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปเทียบกับตารางคำนวณปริมาณการใช้สารส้มที่เหมาะสม เพื่อให้การตกตะกอนมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดความสิ้นเปลืองจากการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น” ดร.ณัฏฐพร กล่าว
ภายใต้โครงการ “คลินิกน้ำเพื่อชุมชน” นอกจากจะทำให้ได้น้ำที่มีความใสสะอาดและผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่มของกรมอนามัยแล้ว ยังมีการจัดทำคู่มือการใช้งานและกระดานตรวจวัดคุณภาพน้ำเพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามข้อมูลความปลอดภัยได้ด้วยตนเอง และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ราษฎร เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มหรือลงทุนเจาะบ่อบาดาลส่วนตัว
จากปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในน้ำ ทีมวิจัยจึงนำกะลาแมคคาเดเมียซึ่งเป็นวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมาพัฒนาต่อยอด โดยปรับปรุงพื้นผิวด้วยสูตรเฉพาะของนาโนเทคให้กลายเป็นวัสดุดูดซับที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้ในระบบกรองน้ำเพื่อดักจับสารหนูและโลหะหนักได้ ช่วยให้น้ำที่ผ่านระบบการกรองมีความสะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภค ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนได้ตรงจุด
ชุมชนบ้านแม่งิมเผชิญปัญหาน้ำประปาที่ปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำ และน้ำบาดาลปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
นอกจากวัดริมกกแล้ว ผลกระทบจากน้ำท่วมในปี 2567 ยังส่งผลให้ระบบประปาบ้านแม่งิม จังหวัดเชียงราย มีกำลังการผลิตเพียง 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเสียหาย ขณะที่น้ำดิบจากแม่น้ำกกมีความขุ่นและสารปนเปื้อนสูงขึ้น จนชุมชนต้องหันมาใช้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำทดแทน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่ โดยน้ำบาดาลมีสีส้มแดงจากแร่ธาตุเหล็กและเหล็กออกไซด์ ส่งผลให้ระบบกรองทรายอุดตันอย่างรวดเร็ว จนต้องล้างหน้าทรายถึงวันละ 2 ครั้ง ทั้งสิ้นเปลืองน้ำและกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต

อำนาจ อัดทะวงค์ กำนันตำบลริมกก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายซึ่งมีมากกว่า 998 ครัวเรือน ต้องเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านน้ำอย่างหนักหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2567 จากเดิมที่ชุมชนใช้น้ำจากแม่น้ำกกเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาหลัก เมื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำ ชาวบ้านจึงเกิดความกังวลและยุติการใช้น้ำประปาส่วนกลาง หันไปเจาะบ่อบาดาลใช้เองในแต่ละครัวเรือน แต่ผลการตรวจสอบน้ำบาดาลกลับพบการปนเปื้อนเกินมาตรฐานจากการตรวจวัด 2 รอบ อีกทั้งบ่อบาดาลหลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ไหลเข้าสู่บ่อโดยตรง ทำให้ชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาคุณภาพน้ำที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
อบจ.เชียงรายจับมือศูนย์นาโนเทค ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ และพัฒนามาตรฐานการผลิตน้ำประปา 2 พื้นที่นำร่อง

รามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวอบจ.เชียงรายจึงได้ทำงานร่วมกับศูนย์นาโนเทค เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพัฒนามาตรฐานการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน โดยเริ่มจากพื้นที่นำร่องในชุมชนที่อยู่ใกล้ลำน้ำกก ได้แก่ บ้านริมกก ตำบลแม่ยาว และบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก หลังจากศูนย์นาโนเทคได้ลงพื้นที่ให้ข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยเปรียบเทียบแหล่งน้ำทั้ง 2 แห่ง พบว่าน้ำในแม่น้ำกกบริเวณพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งหนองน้ำไม่ได้มีค่าการปนเปื้อนเกินมาตรฐานตามที่ชาวบ้านกังวล ขณะที่น้ำบาดาลกลับพบสารอันตรายในระดับสูงกว่า
นาโนเทคพัฒนาระบบผลิตน้ำประปาต้นแบบ ณ บ้านแม่งิม พร้อมออกแบบถังตกตะกอนพลังงาน

ทีมวิจัยนาโนเทคจึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาระบบผลิตน้ำแบบผสมผสาน เพื่อบริหารจัดการน้ำจากทั้งแม่น้ำกกและน้ำบาดาลให้สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยต่อยอดจากโครงสร้างระบบประปาเดิมของชุมชน เป็นระบบผลิตน้ำประปาต้นแบบ ณ บ้านแม่งิม จังหวัดเชียงราย ขนาด 5,000 ลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งใช้การเติมอากาศเพื่อเร่งการตกตะกอนสนิมเหล็ก ใช้สารส้มช่วยจับตะกอน และติดตั้งถังกรองสารหนูในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งน้ำเข้าสู่ระบบประปา ขณะที่ “ถังตกตะกอนพลังงาน” เป็นงานออกแบบพิเศษที่ได้รับการจดสิทธิบัตรด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้งบปรับปรุงระบบประมาณ 1 ล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
“การทำงานร่วมกันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้ง แต่เป็นการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยให้ท้องถิ่นเข้าใจคุณภาพน้ำและสามารถบริหารจัดการระบบประปาได้อย่างเหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ นำไปสู่สร้างศักยภาพของผู้ดูแลระบบประปาและคณะกรรมการประปาหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ดูแลระบบผลิตน้ำ และรับมือกับความเสี่ยงจากโลหะหนักได้อย่างเป็นระบบ” รามิล กล่าว
ขณะเดียวกัน ปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกกยังเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ทีมวิจัยต้องเร่งจัดการ เนื่องจากโดยลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่มีสายแร่สะสมอยู่ในชั้นดิน ทำให้สามารถพบสารหนูปนเปื้อนร่วมกับธาตุเหล็กในแหล่งน้ำได้ ทีมวิจัยจึงพัฒนา “นาโนไบโอชาร์” (Nano Biochar) ด้วยการนำวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่น เช่น ถ่านไม้ไผ่และถ่านกะลาแมคคาเดเมีย มาปรับปรุงพื้นผิวด้วยนาโนเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับและดักจับสารหนู ก่อนนำไปใช้เป็นวัสดุกรองในระบบประปา
สซ.พัฒนานวัตกรรมระบบกรองสำหรับบำบัดสารหนูและโลหะหนัก เพื่อการอุปโภคและบริโภค

นอกจากศูนย์นาโนเทคแล้ว สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) ยังได้นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์แสงซินโครตรอน มาตรวจสอบปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูในแหล่งน้ำ ที่สามารถบ่งชี้ชนิดทางเคมีและเลขออกซิเดชันของสารหนู ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแหล่งที่มา ความเป็นพิษ และแนวทางในการบำบัดเพื่อลดผลกระทบ นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบกรองสำหรับการบำบัดสารหนูและโลหะหนักสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค โดยการกำจัดสารหนูที่ปนกับตะกอนแขวนลอยขนาดเล็ก และการดักจับส่วนที่ละลายในน้ำด้วยวัสดุดูดซับที่มีความจำเพาะ และประสิทธิภาพสูง

จากข้อมูลดังกล่าว สซ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคีเครือข่ายวิจัย พัฒนาวัสดุสำหรับดูดซับสารหนู โดยใช้ระบบเรซิ่นแลกเปลี่ยนไอออนลบที่ปรับเปลี่ยนสภาพพื้นผิวให้จำเพาะต่อการดักจับสารหนูและโลหะหนัก และประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรรมในการพัฒนาระบบบำบัดน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค โดยติดตั้งใช้งานจริง ณ ประปาชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ 6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบกรองน้ำแบบตกตะกอนเคมีเดิมของชุมชน ให้สามารถลดการปนเปื้อนของสารหนู พร้อมทั้งติดตั้งระบบ RO สำหรับผลิตน้ำดื่ม เพื่อช่วยให้ประชาชนกว่า 250 ครัวเรือน มีน้ำที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังติดตั้งระบบกรองน้ำนี้ให้แก่โรงเรียนบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำสายสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา และบุคลากรของโรงเรียนจำนวนกว่า 700 คน
ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย มีแผนพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการประปาหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชุมชนสามารถดูแลระบบน้ำของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนขยายองค์ความรู้และแนวทางที่ได้จากพื้นที่นำร่องไปยังพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ของจังหวัดเชียงรายต่อไป
“ปัจจุบันเราได้พัฒนาชุมชนต้นแบบระบบบำบัดน้ำแล้ว 3 แห่ง และกำลังเดินหน้าขยายผลร่วมกับจังหวัดเชียงราย เพื่อนำนวัตกรรมไปยกระดับระบบประปาริมแม่น้ำอีกกว่า 100 ระบบ เปลี่ยนองค์ความรู้จากพื้นที่ต้นแบบสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน” ดร.ภญ.อุรชา กล่าวทิ้งท้าย