กรุงเทพฯ- 3 กันยายน 2569 : ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าโครงการ UOB Wonder Lab ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับภาคธุรกิจ เพื่อร่วมพัฒนาแนวทางการสื่อสารจากโจทย์จริงด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรพันธมิตร ได้แก่ DHL Express, DKSH และ Häfele Thailand
หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในปี 2568 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นการลงมือทำจริง ในปีนี้ UOB Wonder Lab ได้ต่อยอดบทบาทของโครงการ ด้วยการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจโดยตรง เพื่อช่วยพัฒนาแนวทางการสื่อสารที่ทำให้ประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าถึงและเชื่อมโยงกับผู้คนได้มากยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของโครงการในปีนี้คือกิจกรรม UOB Wonder Lab Impact Academy ซึ่งมีเยาวชน 15 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 171 ทีม รวม 688 คนจากทั่วประเทศ ได้ร่วมทำงานจากโจทย์จริงขององค์กรพันธมิตรทั้ง 3 แห่ง เพื่อพัฒนาแนวทางการสื่อสารที่ช่วยสร้างความเข้าใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และทำให้การดำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น
องค์กรพันธมิตรทั้งสามแห่งได้นำโจทย์ด้านการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืนขององค์กรมาให้ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมคิดและพัฒนาแนวทางใหม่ๆ โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นพี่เลี้ยงตลอดกระบวนการ เพื่อช่วยให้แนวคิดต่างๆ สามารถตอบโจทย์การสร้างความเข้าใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และทำให้ประเด็นด้านความยั่งยืนมีความหมายต่อผู้คนในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

ธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ในปีแรก UOB Wonder Lab เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนแนวคิดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโครงการที่สามารถลงมือทำได้จริง ส่วนในปีนี้ โครงการได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและร่วมแก้โจทย์การสื่อสารจากโลกธุรกิจจริง
“ความมุ่งมั่นขององค์กรจะสร้างผลกระทบได้อย่างแท้จริงเมื่อผู้คนมองเห็นความเชื่อมโยงกับชีวิตของตนเองและรู้ว่าพวกเขาสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนคุณค่าร่วมกัน โดยคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทางธุรกิจ ขณะที่องค์กรต่างๆ ก็ได้รับมุมมองใหม่ที่อาจไม่เคยพบจากภายในองค์กรของตนเอง เป็นการแลกเปลี่ยนที่ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นการลงมือทำ” ธรรัตน กล่าว

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการ UOB Wonder Lab Impact Academy จะได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการสื่อสารขององค์กรพันธมิตร พร้อมพัฒนาทักษะด้านการเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย การเล่าเรื่อง และการคิดเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมต่อยอดแนวคิดและพัฒนาแนวทางการสื่อสารสำหรับโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย
แม้องค์กรพันธมิตรทั้งสามแห่งจะดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่ต่างเผชิญความท้าทายร่วมกันในการสื่อสารประเด็นด้านความยั่งยืนให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และมีความหมายต่อกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งสามองค์กรจึงเชื่อร่วมกันว่า ความยั่งยืนจะสร้างผลกระทบได้มากขึ้นเมื่อผู้คนเข้าใจ เห็นความเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และมองเห็นบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง

บุษราภรณ์ กิตตินันทวรกุล รองประธานฝ่ายพาณิชย์ DHL Express Thailand กล่าวว่าความยั่งยืนจะสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายมากขึ้นเมื่อผู้คนเข้าใจถึงความสำคัญ เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ UOB Wonder Lab และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำมุมมองใหม่ ๆ มาช่วยทำให้เรื่องความยั่งยืนเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
วรพงษ์ สุรชัยกุลวัฒนา รองประธานฝ่ายบริหารซัพพลายเชน บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะพันธมิตรที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ DKSH เชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดการใช้พลังงานหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังหมายถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด ‘Enriching People’s Lives’ ที่เป็นหัวใจสำคัญของเรา เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ UOB Wonder Lab ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำความคิดสร้างสรรค์และมุมมองใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านความยั่งยืน เราหวังว่าโครงการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมส่งต่อคุณค่าให้กับทั้งธุรกิจ ผู้คน และสังคม
จอห์น แคลร์ Managing Director South and South East Asia, Häfele Thailand กล่าวว่า หนึ่งในพันธกิจของ Häfele คือ Smarter solutions, sustainable results และมุ่งมั่นที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมของการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ดั่งปณิธานของบริษัท Maximising the Value of Space. Together. การได้เข้าร่วมกับโครงการ UOB Wonder Lab จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นแนวคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะสื่อสารให้ความเข้าใจและตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืนนั้นเป็นเรื่องของทุกๆ ภาคส่วน ไม่ใช่เพียงแค่ภาคธุรกิจเท่านั้น เชื่อว่าโครงการนี้จะส่วนสำคัญที่จะผลักดันแนวคิดที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยในอนาคต

หลังจากกิจกรรม Impact Academy ทั้ง 15 ทีมจะพัฒนาและต่อยอดแนวคิดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากยูโอบีและองค์กรพันธมิตร ก่อนคัดเลือก 9 ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เพื่อนำเสนอแนวทางการสื่อสารต่อคณะกรรมการในกิจกรรม UOB Wonder Lab Final Pitch ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ