งานมหกรรมพืชสวนโลกกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 15 ปี หลังไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2549 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ และจัดขึ้นอีกครั้งในปี 2554 โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เป็นเจ้าภาพ จัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอด 134 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคอีสาน ภายใต้แนวคิด ‘ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน’ นำเสนอสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศและ 2 องค์กรนานาชาติ พร้อมจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้นตลอดการจัดงาน ภายในพื้นที่ยังประกอบด้วยสวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย 16 สวน และสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน ควบคู่กับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี
เปิด 6 โซนจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่
สำหรับพื้นที่จัดงานกว่า 1,030 ไร่ แบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ เริ่มจาก โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ซึ่งเป็นจุดให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความหลากหลายของพรรณไม้ ควบคู่กับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่าน “เรือนอีสาน” และ โซนสวนนานาชาติ ที่เปิดให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรูปแบบการจัดสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติที่เข้าร่วมงาน
ส่วน โซนนิทรรศการภายในอาคาร มีอาคารเรือนกระจกเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ ขณะที่อาคารอำนวยการใช้จัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร นอกจากนี้ ยังมีโรงเรือนไม้ในร่มสำหรับจัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ รวมถึงโรงเรือนสวนพืชทะเลทรายที่รวบรวมพืชตระกูลแคคตัสไว้ให้ชม
ด้าน โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร ประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร นิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ สวนกล้วยไม้ สวนบัว และนิทรรศการสวนคาร์บอนเครดิต ขณะที่ โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ เปิดให้ผู้เข้าชมเรียนรู้เรื่องการเพาะขยายพันธุ์พืชควบคู่กับการชมความหลากหลายของพรรณไม้

จากไหบ้านเชียงถึงไซดักปลา ถ่ายทอดภูมิปัญญาอีสานผ่านสถาปัตยกรรม
อีกหนึ่งไฮไลท์ของมหกรรมครั้งนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับธรรมชาติ โดย อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและ “ข้อง” ภาชนะไม้ไผ่สานสำหรับใส่ปลา ขณะที่ อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” นำรูปทรงของเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านมาใช้ในการออกแบบ ส่วน อาคารเรือนกระจก นำรูปแบบของ “เฮือนแฝด” มาประยุกต์ให้พื้นที่จัดแสดงโปร่งโล่งและถ่ายเทอากาศได้ดี
สำหรับ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ออกแบบโดยนำแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนมาผสานกับรูปทรงของดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” ขณะที่ หมู่บ้านอีสาน จำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสานผ่านพื้นที่อยู่อาศัย
ตลาดชุมชนริมน้ำ เปิดพื้นที่ 50 ร้านค้าท้องถิ่นร่วมมหกรรม
ตลอดการจัดงานยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองตามเทศกาลและวันสำคัญ พร้อมชวนผู้เข้าชมลิ้มรสอาหารท้องถิ่นและเลือกซื้อสินค้าที่ “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยตลาดให้ความสำคัญกับการลดใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะระหว่างการจัดงาน
“การจัดมหกรรมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรและขยะ ตลอดจนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง ISO 20121 และ ESG พร้อมการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยตนเอง (Carbon Neutral Self-Declaration) นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองสีเขียว” ศศิญา กล่าว
เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาค กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้ ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569’ ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการแสดงศักยภาพของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่สายตานานาชาติ โดยจังหวัดมีความพร้อมต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอด 134 วันของการจัดงาน
ทั้งนี้ จังหวัดอุดรธานีไม่ได้มองมหกรรมพืชสวนโลกเป็นเพียงงานจัดแสดงพืชสวนระดับนานาชาติ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของจังหวัดในระยะยาว
โดยมุ่งใช้มหกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการรับรู้อุดรธานีในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในจังหวัดและภูมิภาค ตลอดจนสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง”


