สยามคูโบต้า กางเป้าปี’69 ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท ปักธงเกษตรคาร์บอนต่ำ ปั้นไทยฮับ Agri Solutions อาเซียน


บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกาศผลประกอบการปี 2568 แข็งแกร่ง สร้างรายได้กว่า 55,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย “Global Major Brand” โดยมุ่งยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ของภูมิภาค ขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ “เกษตรคาร์บอนต่ำ” ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร

คาซึโนริ ทานิ

กางแผนปี’69 ดันไทยฐานผลิตเกษตรอาเซียน

คาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาคธุรกิจจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางการเกษตรในช่วงที่ผ่านมา แต่สยามคูโบต้ายังคงรักษาเสถียรภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการรวม 55,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดในประเทศร้อยละ 60 และต่างประเทศร้อยละ 40 สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของคูโบต้าในภูมิภาคอาเซียน

“ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าผลการดำเนินงานที่ 62,000 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์เชิงรุกในการยกระดับองค์กรจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ”

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย “Global Major Brand 2030” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ อาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม พร้อมวางบทบาทประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ของภูมิภาค ผ่านการเป็นพื้นที่นำร่อง (Pilot Site) สำหรับทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์

ขยายบทบาทเกษตรคาร์บอนต่ำ รับโจทย์ลดก๊าซเรือนกระจก

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของไทยในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.3 จากปัจจัยหนุนด้านปริมาณฝนและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก แม้ภาคเกษตรยังต้องเผชิญความท้าทายจากภัยธรรมชาติ มาตรการกีดกันทางการค้า และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ขณะเดียวกันภาคการเกษตรยังมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยปัจจุบันการปล่อยคาร์บอนจากภาคเกษตรคิดเป็นประมาณร้อยละ 15 ของการปล่อยทั้งหมดของไทย ส่วนใหญ่เกิดจากการทำนาข้าว ทำให้การพัฒนาแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ เช่น การจัดการน้ำในนาข้าว การใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาและพืชผสมผสาน จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

ปักหมุด Smart Farming ดันเกษตรไทยสู่ Net Zero

“การพัฒนาเกษตรคาร์บอนต่ำยังเผชิญข้อจำกัดด้านระบบรับรองและราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำประมาณตันละ 100 บาท เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศที่มีราคาประมาณ 700–800 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรบางส่วนยังไม่เห็นแรงจูงใจเพียงพอ แม้จะเริ่มมีภาคเอกชนและบริษัทต่างประเทศ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น เข้ามาสนับสนุนโครงการผ่านกิจกรรม CSR หรือการชดเชยคาร์บอนภายในองค์กร (insetting) มากขึ้น” วราภรณ์ กล่าว

สยามคูโบต้าจึงเร่งขับเคลื่อนแผนธุรกิจระยะกลางเพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยในสองมิติหลัก ได้แก่ การพัฒนา Smart Farming ผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยี เช่น ระบบ KUBOTA Intelligence Solutions (KIS) แอปพลิเคชัน K-iAgri และระบบควบคุมโดรนครบวงจร เพื่อช่วยวางแผนการเพาะปลูกและบริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ รวมถึงการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูงผ่านการปลูกพืชผสมผสาน การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการเชื่อมโยงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง พร้อมเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “KUBOTA Next Gen Farmer” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะและขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ในภาคการเกษตร

ปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล

กลยุทธ์ MIND หนุนนวัตกรรมเกษตรใหม่ สู้ภัยฝุ่น PM2.5

ด้านปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สยามคูโบต้ายังคงเดินหน้าดูแลและยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ MIND ที่มุ่งยกระดับโซลูชันการเกษตรเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยเริ่มจากการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร เทคโนโลยี และระบบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Purchase Once, Lifetime Confidence” หรือซื้อครั้งเดียวมั่นใจได้ตลอดการใช้งาน

เครื่องจักรกลการเกษตร

ด้านนวัตกรรม บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในปี 2569 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำเกษตรและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ รถตัดอ้อยรุ่น SH-K1 ขนาด 173 แรงม้า ที่ช่วยลดการเผาอ้อยซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่น PM2.5 แทรกเตอร์พร้อมตู้แอร์เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนและฝุ่นควัน รวมถึงโดรนการเกษตรสำหรับการพ่นสารและใส่ปุ๋ยเพื่อลดการใช้แรงงาน ขณะเดียวกันยังเดินหน้าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร เช่น การส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังแบบร่องกว้าง การปลูกพืชหลังนาเพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงการอบรมผู้แทนจำหน่ายและจัดเวิร์กช็อปด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกร

ชูจุดแข็งบริการหลังการขาย ดูแลเกษตรกรตลอดอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ สยามคูโบต้ายังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรผ่านเครือข่ายบริการทั่วประเทศ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรกว่า 1,700 คน พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลเครื่องจักรตลอดอายุการใช้งาน ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โปรแกรม แคร์อุ่นใจ 5 ปี ที่ให้บริการตรวจเช็คถึงบ้านฟรี 11 ครั้ง พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ โครงการ Service Day ที่ตั้งเป้าขยายจุดบริการกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ และกิจกรรม KUBOTA Care-Help-Check เพื่อให้ความรู้ด้านการดูแลเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ เช่น โดรนการเกษตร ซึ่งทั้งหมดมุ่งสร้างความมั่นใจและยกระดับประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ให้กับเกษตรกรไทย