ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”


โลกของเราได้ก้าวข้ามภาวะโลกร้อน (Global Warming) เข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วทำให้เราต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี และวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันที่คาดเดาไม่ได้ คำถามสำคัญคือ มนุษยชาติจะรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ซ่อนอยู่ในรากฐานของธรรมชาติ นั่นคือ ‘ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ’ วันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะพารู้จักแนวคิด “ทางรอดของคนเมือง แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน NbS”

“ในยุคโลกเดือด ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมวัฏจักรน้ำให้สมดุล ลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และรักษาระบบนิเวศ การรักษาป่าและน้ำจึงเป็นหนึ่งใน ‘ทางรอด’ ของคนเมือง โดยการดึงแนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน Nature-based Solutions (NbS) เข้ามาช่วย”

ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด

ป่าไม้เปรียบเสมือนฟองน้ำยักษ์และต้นทุนน้ำของโลก

หลายคนมองว่าป่าเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือแหล่งผลิตออกซิเจน แต่ในความเป็นจริงป่าไม้คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ’ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของโลก

  • ควบคุมวัฏจักรน้ำ ต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ รากไม้ที่หยั่งลึกและชั้นใบไม้ร่วงที่ทับถมบนผิวดินจะคอยดูดซับน้ำฝนที่ตกลงมา ช่วยลดความแรงของน้ำหลาก และค่อย ๆ ปล่อยน้ำซึมลงสู่ชั้นหินเป็นน้ำบาดาล ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงลำธารแม้ในฤดูแล้ง
  • ความหลากหลายทางชีวภาพคือกลไกขับเคลื่อน ป่าจะทำหน้าที่ฟองน้ำไม่ได้เลยหากขาดความหลากหลายทางชีวภาพ นกและสัตว์ป่าช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ แมลงช่วยผสมเกสร และจุลินทรีย์ในดินช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี หากสัตว์ป่าหายไป ป่าจะเสื่อมโทรมและสูญเสียศักยภาพในการกักเก็บน้ำในที่สุด

ทางรอดของคนเมือง ด้วยวิธี NbS

แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน หรือ NbS คือการทำงานร่วมกับธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายของสังคม สำหรับคนเมืองที่มักเป็นผู้รับผลกระทบปลายน้ำ (เช่น น้ำท่วมกรุง หรือน้ำประปาเค็มจากภัยแล้ง) ดังนั้นแนวทาง NbS คือทางรอดที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ลดภัยพิบัติ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำรอบเมือง ช่วยหน่วงน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในเขตเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหารและน้ำ ป่าที่สมบูรณ์ช่วยรักษาคุณภาพและปริมาณน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาให้คนเมืองใช้ตลอดปี ลดอุณหภูมิเมือง การนำแนวคิดป่าในเมืองมาใช้ ทำให้ช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island) ในยุคโลกเดือดได้

กรณีศึกษาการปรับตัวด้วยแนวทาง NbS ในประเทศไทย

ประเทศไทยได้เริ่มนำแนวคิด NbS มาใช้เพื่อรักษาต้นทุนน้ำและรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งในระดับป่าต้นน้ำและในเขตเมือง

  • ระดับป่าต้นน้ำ การจัดการป่าชุมชน เช่น โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย มีการฟื้นฟูป่าด้วยวิธีปลูกป่าแบบประณีต เน้นการปลูกไม้ท้องถิ่นหลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานกัน ไม่ใช่ป่าเชิงเดี่ยว เพื่อเลียนแบบ

ธรรมชาติให้มากที่สุด การฟื้นฟูแนวกันชนป่าชายเลนในพื้นที่ชายฝั่งเคยถูกบุกรุกทำลายเพื่อทำนากุ้ง โดยชุมชนร่วมมือกันปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงธรรมชาติกลับมาเป็นเครื่องมือปกป้องชุมชน

  • ระดับเมือง ป่าในเมืองเพื่อจัดการน้ำ สวนสาธารณะหลายแห่งได้นำแนวคิด NbS เข้ามาออกแบบการจัดการภายในสวน เช่น สวนป่าเบญจกิติ และ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพมหานคร เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้พื้นที่สีเขียวเป็นฟองน้ำเขตเมือง พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาแค่เพื่อความสวยงาม แต่มีการสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำจำลองที่สามารถรองรับน้ำฝน หน่วงน้ำไม่ให้ท่วมถนน และบำบัดน้ำเสียด้วยพืชน้ำ ถือเป็นการจำลองระบบนิเวศป่าเพื่อปกป้องคนเมือง

วิกฤตโลกเดือดเป็นสัญญาณเตือนว่า เราไม่สามารถแยกวิถีชีวิตของมนุษย์ออกจากธรรมชาติได้อีกต่อไป “ไม่มีป่า ย่อมไม่มีน้ำ” การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและการปกป้องพื้นที่ป่า ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์เพื่อสัตว์ป่า แต่คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อรักษาความมั่นคงทางน้ำและเป็นทางรอดของพวกเราทุกคน ติดตามข่าวสาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่ :  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย


นางสาวรัตนพร เจริญชาติ

เรียบเรียงโดย

นางสาวรัตนพร เจริญชาติ นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เว็บไซต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เว็บไซต์ Greener Bangkok

เว็บไซต์ International Union for Conservation of Nature (IUCN)

เว็บไซต์ United Nations Environment Programme (UNEP)