“PEA Solar Hero” “One Stop Service” เพื่อการผลิตไฟฟ้าจาก “Solar Rooftop”


การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือนเป็นหนึ่งในเทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะให้ความคุ้มค่าในการลงทุนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) ภายใต้การนำของ “คุณสมพงษ์ ปรีเปรม” ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้มีวิสัยทัศน์ที่จะส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จากครัวเรือน หรือ Solar Rooftop จึงได้มีการจัดทำแอพพลิเคชั่น “PEA Solar Hero Application” ซึ่งเป็นการนำ Digital Platform มาใช้ให้บริการประชาชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ PEA ในการตอบสนองความต้องการของผู้สนใจติดตั้ง Solar Rooftop ให้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

สมพงษ์ ปรีเปรม
คุณสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

“One Stop Service” สำหรับผู้ต้องการติดตั้ง “Solar Rooftop”

คุณสมพงษ์ กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ด้วยระบบ Solar Rooftop ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากราคาค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ใกล้เคียงกับราคาไฟฟ้าที่ซื้อจากสายส่งมาใช้งาน ซึ่งหากลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ประมาณ 3-4 แสนบาท ก็จะคุ้มทุนในระยะเวลา 6-8 ปี จากนั้นก็ใช้ไฟเกือบฟรี ฉะนั้นเรียกได้ว่าต้นทุนอาจจะถูกกว่าค่าไฟฟ้าฐาน จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคจะหันมาผลิตไฟเองในอนาคต

“สิ่งที่ PEA ทำคือการสร้างธุรกิจจากแนวโน้มนี้ นั่นคือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Solar Rooftop โดยพัฒนาแอพพลิเคชั่น PEA Solar Hero ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะเชื่อมข้อมูลกับระบบแผนที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์บ้านของตัวเองได้เลยว่า หลังคาบ้านมีพื้นที่เพียงพอในการติดตั้งหรือไม่ ติดตั้งแล้วสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปริมาณเท่าไหร่ ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ จะเลือกอุปกรณ์ประเภทไหนบ้าง จะหาแหล่งทุนจากไหน แอพพลิเคชั่นนี้ทำได้หมด”ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าว

คุณสมพงษ์ กล่าวอีกว่า รายได้ของ PEA จากการให้บริการแอพพลิเคชั่นนี้ก็คือค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ เช่น เรามีผู้ให้บริการติดตั้งและผลิตภัณฑ์ Solar Rooftop อยู่ในเครือข่ายของ PEA เมื่อไปติดตั้งให้กับลูกค้า ก็จะคิดค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการ นอกจากนี้แอพพลิเคชั่นยังเชื่อมโยงกับธนาคารด้วยเพื่อให้บริการในการขอสินเชื่อของลูกค้าเพื่อลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop

“หลังจากดำเนินโครงการ PEA Solar Hero Application ไปก็ได้ผลตอบรับที่ดี เป็นที่สนใจจากประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่PEAพัฒนาขึ้นเพื่่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เรียกว่าเป็น “One Stop Service” สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Solar Rooftop

นำร่อง 4 จังหวัด และเดินหน้าขยายไปทั่วประเทศ

ปัจจุบันโครงการ PEA Solar Hero Application ได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่องแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง เชียงใหม่ ภูเก็ต และ นครราชสีมา โดยมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและลงทะเบียน 5,000 ราย และมีลูกค้าขอเข้าร่วมโครงการ 3,000 จุดทั่วประเทศ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการด้านการจัดทำสัญญา 1,000 จุดทั่วประเทศ จุดละ 2 kW รวม 2,000 kW ซึ่งเป็นร้านค้าขนาดย่อม

PEA มีเป้าหมายในการผลิตพลังงานจาก Solar Rooftop ภายในปี 2562 – 2563 จานวน 26 MW ทั่วประเทศ โดยมีการส่งเสริมการลงทุนใน 3 รูปแบบ คือ 1) ลงทุนเอง: เจ้าของเป็นผู้ลงทุนในระบบ Solar Rooftop และได้รับผลประหยัดเอง 2) ผ่อนชำระ: เจ้าของเป็นผู้ผ่อนชำระกับธนาคาร (ดอกเบี้ยต่ำ) และได้รับผลประหยัดเอง และ 3) ลงทุนร่วมกับพันธมิตร: หาผู้ลงทุนให้แล้วแบ่งผลประหยัดโดยจะเปิดตัวโครงการใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 17 ตุลาคม 2562

ติดตั้ง Solar Rooftop

สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน

ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น PEA Solar Hero ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน โดยใน ภาคประชาชน จะได้รับความสะดวก และรวดเร็ว ในการติดตั้ง Solar Rooftop และลดค่าใช้จ่าย การใช้พลังงานภายในครัวเรือน โดยปัจจุบันค่าติดตั้งเริ่มต้นที่ kW ละ 40,000 บาท ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 6-7 ปี

ขณะที่ภาคสังคม,ชุมชน และประเทศจะได้ใช้พลังงานสะอาด ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วน PEA และภาครัฐ ก็จะสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถมอนิเตอร์ติดตามกำลังการผลิตจากแหล่งพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ PEA มีโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านระบบไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2561 – 2580 ที่รองรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับด้านพลังงานทดแทนหลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อรองรับการบริหารความต้องการไฟฟ้า และพลังงาน หมุนเวียน ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 , โครงการกิจการไฟฟ้าเพื่อสังคม สำหรับพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 โดยมีระบบผลิตจากชีวมวล แสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า

PEA Digital Utility

ปูพรมติด Charging Station 62 สถานีทั่วประเทศดัน “EV CAR”

คุณสมพงษ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV CAR) ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่ PEA ต้องการผลักดันว่า ในอนาคตสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือเรื่องของ รถพลังงานไฟฟ้า เพราะราคาเริ่มใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเติบโตเร็วในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับ PEA ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต เพราะ EV CAR จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามาก

“ปัจจุบัน EV CAR ชาร์จ 1 ครั้งจะวิ่งได้ประมาณ 200-300 กิโลเมตร ถ้าวิ่งระยะทางเกินกว่านั้นจะต้องมีสถานีชาร์จไฟ หรือ Charging Station ที่เป็นแบบ Quick Charge คือชาร์จประมาณครึ่งชั่วโมงเสร็จ และ สถานีชาร์จเหล่านี้จะต้องอยู่ระหว่างเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ PEA ต้องการส่งเสริมให้เกิดขึ้นเพื่อให้คนเกิดความมั่นใจในการหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า”

PEA ได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น ในการติดตั้ง Charging Station ที่เป็นแบบ Quick Charge ทุก100 กิโลเมตร ทั้งขาขึ้นขาล่องทุกทิศทาง ภาคเหนือ อีสาน กลางใต้ ประมาณ 62 สถานีจะติดตั้งเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี เราลงทุนเกือบ 300 ล้านบาท ซึ่งระบบนี้สามารถจองล่วงหน้าผ่านแอพพลิชั่นได้ เช่น จองสถานีชาร์จล่วงหน้าว่าจะเข้าไปชาร์จในช่วงกี่โมง และชำระค่าชาร์จไฟผ่านแอพพลิเคชั่น สิ่งเหล่านี้เราต้องทำเพื่อให้คนเกิดความมั่นใจ”

ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ขณะนี้โครงการได้เริ่มไปแล้ว โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้ง Charging Station ภายในสถานีบริการน้ำมันของบางจาก ซึ่ง Charging Station ที่เป็นแบบ Quick Chargeนั้น PEA เป็นผู้เดียวที่ลงทุนเพราะใช้เงินลงทุนสูง ขณะที่สถานีชาร์จที่เห็นโดยทั่วไปจะเป็นแบบสถานีชาร์จธรรมดา

ก่อนหน้านี้ PEA ก็ได้ทดลองติดตั้ง Charging Station ที่เป็นแบบ Quick Charge ไปบ้างแล้ว โดยให้ผู้ใช้ EV CAR ชาร์จฟรี ซึ่งทางเส้นทางภาคเหนือมีถึงอยุธยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปถึงปากช่อง ภาคตะวันออกไปถึงชลบุรี ภาคใต้ไปถึงหัวหิน และภาคตะวันตกไปถึงนครปฐม

ชู 2 นวัตกรรมในงาน Thailand Lighting Fair 2019 และ Thailand Building Fair 2019

ในปีนี้ PEA เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Thailand Lighting Fair 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับงาน Thailand Building Fair 2019 ระหว่างวันที่ 28-31 ต.ค. 2562 โดยสิ่งที่ PEA จะนำไปจัดแสดงภายในงานนั้น นอกจาก แอพพลิเคชั่น PEA Solar Hero ที่ช่วย อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความประสงค์จะติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ “PEA IHAPM” (Intelligent Home Appliances Power Monitoring) เป็นเครื่องตรวจจับและควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานทั่วไป รวมทั้งยังสามารถแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้ไฟฟ้าที่ผิดปกติหรือกระแสไฟฟ้าดับผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนด้วย แอพพลิเคชั่น IHAPM

ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นระบบเดิมและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่รองรับระบบ IoT โดยภายในบูธของ PEA จะมีการจำลองห้องนั่งเล่นภายในบ้าน โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ ห้องนั่งเล่นรูปแบบเก่า ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นระบบปกติทั่วไป และห้องนั่งเล่นรูปแบบใหม่ ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารองรับระบบ IoT โดยห้องทั้ง 2 รูปแบบ จะแสดงการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Application IHAPM

ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า PEA หวังว่างาน Thailand Lighting Fair ซึ่งจัดร่วมกับ Thailand Building Fair จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะตอกย้ำจุดยืนในการเป็นเวทีส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงนวัตกรรมไฟฟ้าแสงสว่าง เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ และการบริหารจัดการพลังงานแห่งภูมิภาคอาเซียน เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ อันจะนำไปสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

พบกับนวัตกรรมจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในงาน Thailand Lighting Fair, Thailand Building Fair และ Secutech Thailand 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมงาน Digital Thailand Big Bang ภายใต้แนวคิดร่วม Smart City Solutions Week 2019 ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2562 ณ ฮอลล์ 104-105 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา