เมื่อ “เยาวชน” กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่ออนาคตการพัฒนาประเทศ ในวันที่โลกเผชิญความท้าทายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมคิดและลงมือแก้ปัญหาจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสังคม แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับ UNDP และ EU ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เดินหน้ายกระดับ “Better Futures Project ปี 5” ภายใต้แนวคิด “อนาคตใกล้ฉัน” เปิดเวทีให้เยาวชนทั่วประเทศร่วมพัฒนาไอเดียด้านความยั่งยืน ผ่านการค้นหา Youth-Led Solutions ชวนคนรุ่นใหม่ “คิด-ทดลอง-เปลี่ยนโลก”
โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นเวทีประกวดแนวคิด แต่ยังสะท้อนทิศทางการขับเคลื่อน ESG และเป้าหมาย Net Zero 2050 ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่พยายามเชื่อม “ธุรกิจ-ชุมชน-การศึกษา-พันธมิตร” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้เยาวชนไทยมีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศในระยะยาว

ความยั่งยืน คือ โอกาสแห่งการต่อยอดธุรกิจใหม่
นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการเงิน การบัญชีและกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พลังงาน” ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ภายใต้เป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero โดยที่ผ่านมาได้เร่งลดการใช้พลังงานผ่านการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านต้นทุนพลังงานได้ระดับหนึ่ง แม้ในปีนี้ยังต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิดก็ตาม
“บริษัทฯ มองว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากธุรกิจอีกต่อไป แต่ต้องเดินควบคู่กัน ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยนอกจากช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ โดยล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนาได้จัดตั้งบริษัท “Central Pattana Green Growth” เพื่อเร่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ให้เกิดขึ้นเร็วขึ้น พร้อมพัฒนาบริการด้านพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมสำหรับบริษัทในเครือและคู่ค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจในอนาคต” นภารัตน์ กล่าว

Better Futures Project ปี 5 เปิดพื้นที่เยาวชนเปลี่ยนไอเดียสู่การลงมือทำ
อุทัยวรรณ อนุจิตนุกูล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา “Better Futures Project” ทำหน้าที่เป็น “Platform for Change” ที่เชื่อมพลังจากหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าคนรุ่นใหม่มีพลังและศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ยังขาด “พื้นที่” สำหรับทดลอง ลงมือทำ และต่อยอดแนวคิดสู่ผลลัพธ์จริงในสังคม
ปีนี้โครงการจึงขยายสู่การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ร่วมคิดและพัฒนาไอเดียจากโจทย์ SDGs ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่การค้นหา Insight การออกแบบ Youth-Led Solutions ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจ ไปจนถึงการต่อ ยอดสู่การสร้างผลกระทบเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนแนวคิดที่ต้องการให้ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่สามารถเริ่มต้นและลงมือทำได้จากชุมชนของตัวเอง
เปิดโจทย์ SDGs 5 ภูมิภาค ดันเยาวชนแก้ปัญหาจริงจากบริบทชุมชน
สำหรับโจทย์ในแต่ละภูมิภาคถูกออกแบบให้สอดคล้องกับปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจเมืองของกรุงเทพฯ การจัดการทรัพยากรและเศรษฐกิจชุมชนในภาคอีสาน ความสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมกับสิ่งแวดล้อมชายฝั่งในภาคตะวันออก การท่องเที่ยวและระบบนิเวศทางทะเลของภาคใต้ ไปจนถึงปัญหาฝุ่น ป่าไม้ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในภาคเหนือ ก่อนต่อยอดสู่เวที Final Showcase ที่เซ็นทรัลเวิลด์ในเดือนตุลาคมนี้
“ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา โครงการเริ่มเห็นพัฒนาการของการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนในเชิงการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมมากขึ้น จากเดิมที่จัดเพียงพื้นที่เดียวที่เซ็นทรัลเวิลด์ สู่การขยายกิจกรรมไปยังหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ขณะที่ตัวชี้วัดในช่วงแรกยังเน้นการสร้างการรับรู้ ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผลงานที่ส่งประกวด และการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok และสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละปี ซึ่งสะท้อนว่า “ความยั่งยืน” กำลังเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น และเริ่มพัฒนาไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเช่นกัน” อุทัยวรรณ กล่าว

AIKO ชูความรู้พลังงานสู่ทักษะพื้นฐานคนรุ่นใหม่
กัณฐนันท์ สุขจันทร์ ผู้จัดการภูมิภาคด้านเทคนิคและโซลูชัน เอเชียแปซิฟิก ผู้บริหาร AIKO บริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก และหนึ่งในพันธมิตรของโครงการ กล่าวว่า ในอนาคต “โซลาร์เซลล์” จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับทิศทางนโยบายภาครัฐที่เริ่มสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผ่านมาตรการลดหย่อนภาษี
สำหรับ “ความรู้ด้านพลังงาน” จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่ควรถูกบรรจุอยู่ในระบบการศึกษา เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจเทคโนโลยีพลังงานในระดับโลก โดยล่าสุด AIKO ได้ร่วมลงนาม MOU กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ให้กับนิสิตนักศึกษา หวังสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดนวัตกรรมพลังงานและตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต